เชิญ น.1 แจง ก.ตร. เด้ง ผกก.‘ป้ายไฟ’

7/1/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 7 ม.ค.2557 เวลา 07:05 น.

รายบุคคลผบ.ตร.ยันไม่กระทบโผย้ายตร.

ก.ตร.ส่วนหนึ่งพร้อมให้ความเป็นธรรมนายตำรวจที่โดน “พิษป้ายโฆษณา” จ่อเชิญ “ศรีวราห์” ชี้แจงเป็นรายบุคคล ส่วน “สมยศ” มั่นใจไม่ส่งผลที่ประชุมแต่งตั้งโยกย้ายสะดุด ยอมรับที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจสอบสัญญา กระทั่ง ผบช.น.ตรวจพบจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย นายกฯลั่นคนเราต้องยอมรับผิด ไม่ใช่ไม่ยอมรับแล้วออกมาสู้ “ประวิตร” ย้อนถามผิดหรือไม่ถึงจะขอความเป็นธรรม ด้าน 2 รองผู้การนครบาลทำฉาวอีกพัวพันสถานนวดเพื่อสุขภาพเถื่อน มีสารวัตรท่องเที่ยวแจมด้วย แย้ม “โผ น.” บรรดา “ผกก.ภูธร” เข้ากรุงอื้อตามคาด ส่วนกองปราบปรามล้าง ผกก.เก่าเกลี้ยง รอง ผบก.รั้งเก้าอี้แค่ 2 คน

เรื่องวุ่นเกี่ยวกับป้ายไฟโฆษณาป้อมจราจรที่พ่นพิษจ่อเด้ง ผกก.โรงพักทั่วกรุงถึงขั้น พ.ต.อ.ที่เกี่ยวข้องจะทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ก.ตร.ให้ชะลอการแต่งตั้งโยกย้าย ความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ม.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการกำหนดนโยบายการใช้อาคาร สถานที่และที่ดินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานประชุมแนวทางการอนุญาตติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์บนป้อมจราจร เพื่อให้ถูกต้องและเป็นบรรทัดฐานเดียวกันทั่วประเทศ และหาข้อสรุปความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของ ตร. ในการพิจารณาความผิดกรณีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ตามป้อมตำรวจทั่ว กทม. ทำให้ บช.น.เสนอบัญชีโยกย้ายระดับรอง ผบก.ถึง สว.ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า มีการพิจารณาด้วยกัน 3 ประเด็น ประเด็นแรกกรมธนารักษ์ได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า ป้อมตำรวจทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 6 พันป้อม เป็นพื้นที่ของราชพัสดุ แนะนำให้ดำเนินการตามระเบียบ พบมีการติดตั้งป้ายโฆษณา 805 ป้อม เป็นส่วนของ บช.น. 173 ป้อม คณะกรรมการมีมติเสนอให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้ ผบช.ทุกภาคไปสำรวจว่า ได้ทำสัญญากับบริษัทใดแล้วรวบรวมสู่คณะกรรมการนำข้อมูลเสนอกรมธนารักษ์ หากกรมธนารักษ์เห็นชอบที่จะให้มีการโฆษณาต่อ บริษัทต้องไปทำสัญญากับกรมธนารักษ์มีการเสียภาษีและทำสัญญาให้ถูกต้องตามขั้นตอน

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ 2 จะมีการพิจารณาในส่วนที่ สตง.มีหนังสือสอบถาม ผลการดำเนินการในคดีรวมถึงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม คณะกรรมการจะพิจารณาว่าจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลอย่างไร รวมถึงจะให้ในแต่ละ บช.ดำเนินการชี้แจงในข้อมูลใดบ้าง และสุดท้ายในกรณีบริษัทเอกชนทำสัญญาไว้กับ บช.น.ว่ามีความถูกต้อง หรือไม่ และจะดำเนินการโฆษณาต่อไปจนหมดสัญญาได้หรือไม่ โดยต่อไปในอนาคตเมื่อจะมีการติดตั้งป้ายต้องมีการเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบ แม้ว่าจะเป็นส่วนของที่ราชพัสดุก็จริง แต่อยู่ในการดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ ผบช.ทุกภาคต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพราะต้องมีการเข้าสู่การพิจารณา ของ ก.ตร. ตนคิดว่า ก.ตร.น่าจะเป็นที่พึ่งให้กับข้าราชการตำรวจทุกนายที่อยู่ในบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ตนเป็นหนึ่งใน ก.ตร.ยืนยันว่าจะให้การแต่งตั้งเป็นธรรมกับทุกคน บัญชีการแต่งตั้งของ บช.น.คงจะมีการเชิญ ผบช.น.มาชี้แจงเป็นรายบุคคลอย่างแน่นอน เพราะหากไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ก.ตร.อาจจะถูกฟ้องได้ ในที่ประชุม ก.ตร.ตนก็ต้องชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องป้ายโฆษณาด้วย

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งแต่งตั้ง ที่ไม่เป็นธรรมยืนยันว่า ก.ตร.ทุกคนจะให้ความเป็นธรรมดำเนินการตามหลักการ ใครที่กระทำผิดต้องพิจารณาลงโทษ ตั้งกรรมการสอบสวนเป็นไปตาม กฎหมาย ก.ตร.ทุกคนจะนำเอาระเบียบกฎหมายเป็นหลัก ไม่ได้พิจารณารายละเอียดตัวบุคคล แต่จะยึดระเบียบกฎหมาย ต้องเห็นใจผู้บังคับบัญชาอยากจัดการหน่วยให้ได้ดี แต่ที่มีข่าวปรากฏออกมาจะให้ความเป็นธรรมตามกฎ ก.ตร.ในเรื่องการแต่งตั้งให้มากที่สุด ไม่อยากให้ตำรวจฟ้องร้องกันเอง ก.ตร.มีหน้าที่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เชื่อว่านายตำรวจระดับนี้มีประสบการณ์ความรู้ความสามารถระดับหนึ่ง คงเป็นอีกเรื่องจะพูดในที่ประชุม

ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ย้ำว่า การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.ถึง สว.เป็นอำนาจของ ผบช.ในแต่ละ บช. ทาง ก.ตร.จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆทั้งสิ้น บัญชีแต่งตั้งที่ทำโดย ผบช.จะถูกส่งให้ ก.ตร.พิจารณา หรือรับทราบเท่านั้น แต่ต้องมาชี้แจงข้อซักถามของ ก.ตร. ต้องมีเหตุผลในการตอบคำถามของสังคม และข้อสงสัยของคนทั่วไปด้วย หากจะมีการเข้ามาร้องเรียนในวันที่ 7 ม.ค.คงไม่ทำให้การประชุม ก.ตร.หยุดชะงัก ตนเชื่อว่า ตำรวจมีวินัย การที่จะมาชุมนุมร้องเรียนอะไรก็แล้วแต่ต้องไตร่ตรองให้ดีว่า มันถูกมันควรหรือไม่ เพราะมีช่องทางในการร้องเรียนได้อยู่แล้ว การที่จะมาแสดงออก หรือการชุมนุม ขอฝากบอกน้องๆเหล่านั้นด้วยว่า ให้ใคร่ครวญให้ดี คิดว่าอะไรที่ใครได้ทำไว้อันเป็นผลมาจากการกระทำ ต้องยอมรับ ในสิ่งที่ตัวกระทำ เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาทุกท่านไม่มีอคติในการแต่งตั้งโยกย้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การไปเซ็นสัญญาเรื่องป้ายโฆษณาโดยที่มีผู้ใหญ่หลายท่านเข้าร่วมด้วย แสดงว่าไม่มีการตรวจเรื่องนี้มาก่อนใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศตอบว่า ในช่วงเวลานั้นคิดว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนการทำงานของตำรวจ หรือหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดก็แล้วแต่ ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนก็น่าจะทำได้ ยังไม่มีการตรวจพบการทำสัญญาระหว่าง ผบช.น.คนเก่ากับบริษัทเอกชนว่าไม่ถูกต้อง การตรวจพบสัญญาที่ไม่ถูกต้องเป็นการตรวจพบของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.และดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย หากไม่ดำเนินการก็ต้องมีความผิดเอง ต้องเห็นใจด้วย ส่วนผลประโยชน์จะไปตกอยู่ที่ใครคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการอยู่

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ยืนยันว่า ส่งเรื่องไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาไม่ใช่เรื่องของตนที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ฐานะเป็นผู้บัญชาการคัดเลือกรายชื่อตำรวจในสังกัดเสนอ ผบ.ตร.พิจารณา ให้ ก.ตร.มีความเห็นชอบก่อนเสนอกลับมา และรับคำสั่งมาออกคำสั่งเท่านั้น ข่าวที่ว่า ผกก.ถูกย้ายเรื่องป้ายโฆษณาจะยื่นหนังสือร้องทุกข์ ก็ยังไม่เห็นมีใครส่งหนังสือเข้ามาร้องเรียนสักราย มีแต่เพียงบัตรสนเท่ห์ ผกก.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องป้ายไม่ได้ถูกย้ายทุกคน บางพื้นที่ได้รับการยุติการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก็มี มีผลงานดี มีบทลงโทษทางวินัยก็ลงโทษทางวินัย การแต่งตั้งโยกย้ายนั้นเป็นเรื่องทางปกครอง ส่วนป้ายไฟที่มีปัญหายังเปิดโฆษณาอยู่ต้องดูกฎหมายแพ่งจะไปรื้อถอนหรือไม่ คาดว่าน่าจะใช้วิธีฟ้องขับไล่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต้องเป็นผู้ดำเนินการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยถึงการจ่อโยกย้ายล้างบางตำรวจ นครบาลว่า ต้องว่ากันตามกฎหมาย ตนบอกมาตลอดว่า อย่าเอาการกระทำความผิดที่ต้องได้รับโทษมาบอกว่าจะทำให้เกิดความไม่มั่นคง ต้องยอมรับกระบวนการลงโทษ วันหน้าก็กลับมาทำงานปกติ คนเราต้องยอมรับผิด ไม่ยอมรับแล้วออกมาสู้กันหรือตนถามไปเหมือนกันว่า จะมีปัญหาหรือไม่ ตำรวจยืนยันว่า ไม่มีปัญหา ผบช.น.ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นคนปรับย้าย มีขั้นตอนกลั่นกรองมา ถ้ามีการฟ้องร้องศาลก็ไปต่อสู้ในศาล หากมีผู้ทำผิดแล้วไม่ลงโทษไม่ได้

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร.กล่าวถึงกรณี ผบช.น.เสนอโยกย้ายนายตำรวจสังกัดระดับ ผกก.สังกัด บช.น.ลอตใหญ่ที่พัวพันคดีป้ายโฆษณาติดตั้งบนป้อมจราจรออกนอกหน่วยว่า ถ้าย้ายต้องผิด ถ้าไม่ผิดย้ายได้ไหม ต้องถามว่า ผิดหรือไม่ และเจ้าตัวผิดไหมถึงจะขอความเป็นธรรม เป็นอำนาจของ ผบช.น.เป็นคนทำ ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วไปย้ายคนส่งเดชได้หรือ การโยกย้ายไม่ใช่อยากจะย้ายใครก็ย้ายได้ เพราะมีขั้นตอนการดำเนินการ ผู้บัญชาการก็ต้องชี้แจงด้วยว่าจะย้ายใคร ไม่ใช่ทำโดยตามอำเภอใจ

มีรายงานว่า ในวันที่ 7 ม.ค. เวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ก.ตร.วาระ พิเศษเพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.จนถึง สว.ที่ห้องประชุม 1 ตร. สำหรับรายชื่อในส่วนของ บช.น.ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนนั้น มีการเสนอ ตำรวจภูธรเข้ามาลงตำแหน่งตามคาด อาทิ พ.ต.อ.ชุมพล กาญจนโยธิน ผกก.สภ.สว่างแดนดิน จ. สกลนคร เป็น ผกก.สน.สำราญราษฎร์ พ.ต.อ.พรเทพ ถิ่นอุดม ผกก.สส.ภ.จ.มหาสารคาม เป็น ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.สาโรจน์ ขวัญบุญ ผกก.สภ.หนองแสง จ.อุดร-ธานี เป็น ผกก.สน.ลาดกระบัง พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผกก.สส.ภ.จ.อยุธยา นรต.รุ่น 35 ร่วมรุ่น ผบช.น.เป็น ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เป็น ผกก.สด.บช.น. พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ อดีต ผกก.สภ.พัทยา จ.ชลบุรี ที่ถูกเด้งเข้ากรุ ศปก.ตร.เป็น ผกก. สน.บวรมงคล

พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักกยภาพวิชาภรณ์ ผกก.ฝอ.ภ.จ.สุโขทัย เป็น ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.อ.ประสิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สภ.หางน้ำสาคร จ.ชัยนาท เป็น ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.อ.ศุภสิทธิ์ ประชากิตติคุณ ผกก.สภ.ช้างใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผกก.สน.บางชัน พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็น ผกก.5 บก.จร. พ.ต.อ.อรรถพร วงษ์ศิริปรีชา ผกก.สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เป็น ผกก.สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.อนุวัฒน์ สุวรรณภูมิ ผกก.สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เป็น ผกก.สน.ทุ่งครุ พ.ต.อ.ณัฐวิชย์ อิทธิพาภิรมย์ ผกก.สภ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็น ผกก.สน.บางเขน พ.ต.อ.สุวิชา จินดาคำ ผกก.4 บก.ปทส. ลงเป็น ผกก.สน.บางบอน พ.ต.อ.เชิดชาย สัตตบุศย์ ผกก.สภ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี เป็น ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.อ.สมโภช ทัศนา ผกก.สภ.ดงนคร จ.นครนายก เป็น ผกก.สน.ปากคลองสาน พ.ต.อ.สมฤกษ์ ชัยสุทัศยาสันต์ ผกก.สภ.กุดบาก จ.สกลนคร เป็น ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.อุดม ธุระงาม ผกก.สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เป็น ผกก.สน.บางนา พ.ต.อ.โกสินทร์ กาญจนโกมล ผกก.สภ.ไชยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เป็น ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.อ.จิณวัตร สอนทองดี ผกก.สภ.แสวงหา จ.อ่างทอง เป็น ผกก.สน.บุคคโล

สำหรับ บช.ก.ที่พัวพันเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. มีการปรับย้ายระนาว ตามคาด โฟกัสที่กองบังคับการปราบปราม ระดับ รอง ผบก.ป. เหลือเพียง พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. และ พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง นอกนั้นออกนอกหน่วยเปิดทางให้ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.ศรายุทธ สงวนโภศัย รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.จิระพงศ์ พัฒนพงษ์พานิช รอง ผบก.ปส.2 บช.ปส. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.อก.บช.ภ.1 พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.น.4 มานั่งเป็น รอง ผบก.ป. ระดับ ผกก. มี พ.ต.ท.มารุต กาญจนขัยธกุล รอง ผกก.ปพ.บก.ป. ขึ้นเป็น ผกก.ฝอ.บก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ป.ขยับนั่ง ผกก.1 บก.ป. เต็มตัว พ.ต.ท.ไพโรจน์ โรจนขจร รอง ผกก.6 บก.ป. เป็น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.สส.ภ.จ.นครนายก เป็น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรมัย ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต เป็น ผกก.4 บก.ป.พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.8 บก.รน. เป็น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณพงศ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.ภ.3 เป็น ผกก.6 บก.ป.

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เซ็นคำสั่งที่ 730/2557 ลงวันที่ 31 ธ.ค.2557 เรื่องให้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ต.อ.อนุชา อ่วมเจริญ รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ รอง ผบก.น.9 พ.ต.ท.ชนะเทพ สวนแก้ว สว.กก.2 (กาญจนบุรี) บก.ทท. เกี่ยวข้องกับสถานบริการร้าน “สบายดี 99” และสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพ “ร้านเบสท์แลนด์” เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าเข้าทำการจับกุม หลังมีตำรวจร้องเรียนมา ผบช.น.จึงให้ บก.สส.บช.น.เข้าจับกุม พบ พ.ต.อ.อนุชาโทรศัพท์เข้ามาหมายเลขของผู้ต้องหา ขอคุยกับชุดจับกุมฝากให้ช่วยดูแลเจ้าของร้าน ส่วน พ.ต.อ.บุญส่งโทรศัพท์ฝากอำนวยความสะดวก มี พ.ต.ท.ชนะเทพสั่งให้ ด.ต.อำพร ศรชัย ผู้ใต้บังคับบัญชา เข้ามาติดต่อขอให้ช่วยเรื่องคดีและขอเปลี่ยนตัวผู้ต้องหา แต่ชุดจับกุมไม่ยินยอม จึงแต่งตั้งให้ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. เป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลมาโดยเร็ว
Read more ...

ร้อง ก.ตร. ผกก.โดนล้างบาง73 พ.ต.อ.พ้นนครบาล ขู่ฟ้องถึงศาลปกครอง

6/1/58
โดยข่าวสด เมื่อ 6 มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 09:21 น.

"ศรีวราห์"ยันทำถูกต้อง

ผกก.นครบาลรวมตัวร้องก.ตร. ขอความเป็นธรรมถูกผบช.น.เสนอย้ายออกนอกหน่วยกราวรูด ระบุข้ออ้างความผิดเรื่องป้ายโฆษณาเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งผลการสอบและการลงโทษก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมจะร้องศาลปกครองต่อไป ขณะที่"ศรีวราห์"ย้ำเหตุที่ต้องย้ายเพราะมีความผิด เรื่องป้ายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ยังมีความผิดอื่นๆ ทั้งส่วย บ่อน งานบกพร่อง ยืนยันทำทุกอย่างตามกฎระเบียบ เผยมีนายตำรวจต้องถูกเด้งพ้นนครบาลมากถึง 73 นาย แบ่งเป็นรองผบก. 14 นาย ผกก. 59 นาย ขณะที่ "ประวุฒิ"แจงในส่วนบช.ก.มีโยกย้ายแค่ 100 นาย ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายเก่าของ"บิ๊กกิ๊ก"

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผกก.สถานีตำรวจนครบาลหลายโรงพักรวมกลุ่มยื่นหนังสือถึงจเรตำรวจแห่งชาติ และรองผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรม โดยหนังสือมีเนื้อหาสรุปว่า ด้วยพวกกระผมถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบราชการ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีการหยิบยกการสร้างป้อมจราจรและป้ายผู้มีอุปการคุณ ที่สนับสนุนการสร้างป้อมจราจร

อีกส่วนหนึ่งได้ติดตั้งป้าย แอลอีดี ซึ่งได้ติดตั้งตามผู้บังคับบัญชาระดับบช.น.สั่งการให้อำนวยความสะดวก และแบ่งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับตร. บช.น. และระดับบก.น.1-9 โดยคณะกรรมการระดับตร.สืบ สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับป้ายโฆษณาของบริษัทแพลนบี จำกัด ซึ่งยังไม่มีผลสรุปการสืบสวน คณะกรรมการระดับบช.น. ผลการสืบสวนยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด และคณะกรรมการระดับบก.น.1-9 ผลก็ยังไม่เป็นข้อสิ้นสุดเช่นกัน ดังนั้นกลุ่มผู้ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ผิดหรือไม่ผิด

พวกกระผมกลุ่มข้าราชการตำรวจผู้ถูกกล่าวหาขอ เรียนดังนี้

1.การสร้างป้อมจราจรและป้ายผู้มีอุปการคุณที่สนับสนุนการสร้างป้อมจราจร และการติดตั้งป้ายแอลอีดีก็มีอยู่ในบช.ภาค 1-9 ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว แต่ไม่มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง คงมีแต่เฉพาะในบช.น.เท่านั้นอันเป็นการเลือกปฏิบัติ

2.ไม่มีมาตรฐานในการลงทัณฑ์ เนื่องจากกรรมการของแต่ละส่วนทั้งระดับบช.น. และบก.น. ซึ่งในความผิดฐานเดียวกัน บางบก.น.ยุติเรื่อง บางบก.น.กักยาม และบางบก.น.ภาคทัณฑ์ แต่เมื่อเสนอทัณฑ์ไปยังบช.น. ก็ยังไม่มีข้อยุติในการพิจารณาการลงทัณฑ์ไปในแนวทางเดียวกัน

3.สำหรับ กรณีเสนอผู้ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี ซึ่งการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอีกทั้งในหน่วยและนอกหน่วยบช.น. ซึ่งต้องขอยกเว้นไปยังคณะกรรมการฯยกเว้น ซึ่งตร.เป็นผู้แต่งตั้งได้มีหมายเหตุข้างท้ายว่า "ก่อให้เกิดความเสียหายสมควรปรับย้าย" แต่มีการปรับย้ายโดยไม่รอผลจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยมีกรอบยกเว้นหลักเกณฑ์คือต้องเสนอรายชื่อในวันที่ 17-19 ธ.ค.2557 อีกทั้งผู้ถูกลงทัณฑ์สามารถอุทธรณ์การลงทัณฑ์ได้ แต่ยังมิได้รอผลการอุทธรณ์ กลับนำมาประกอบการพิจารณาปรับย้ายในวาระนี้อย่างเร่งรีบ

4.กรณีผู้ดำรงตำแหน่งครบกำหนดวาระระยะเวลา 2 ปี จึงได้ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จึงน่าจะมีหมายเหตุข้างท้ายว่า "ก่อให้เกิดความเสียหายสมควรปรับย้ายแต่ไม่มีการปรับย้าย" โดยไม่รอผลจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว อีกทั้งผู้ถูกลงทัณฑ์สามารถอุทธรณ์การลงทัณฑ์ได้แต่ยังมิได้รอผลการอุทธรณ์ แต่กลับนำมาพิจารณาปรับย้ายในวาระนี้อย่างเร่งรีบ

5.บช.น. พยายามเร่งรัดผลการดำเนินการทางวินัยไปยังแต่ละบก.น. และกรรมการ บช.น.ให้พิจารณาผลการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยไม่ปฏิบัติตามกรอบและเงื่อนไขระยะ เวลาตามกฎก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยเล็งเห็นว่า หรือประสงค์ต่อให้ทันวาระการแต่งตั้งประจำปี เพื่อเป็นเหตุให้หยิบยกในการพิจารณาข้อบกพร่องหรือข้อเสียหายดังที่ปรากฏ หนังสือทวงถามไปยังแต่ละบก.น. หรือคณะกรรมการ บช.น. โดยเร่งรัดการรายงานผลว่า บุคคลผู้ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ก่อความเสียหายให้แก่ หน่วยหรือไม่ จึงเป็นการเร่งรัดคณะกรรมการเกินกรอบ และเงื่อนระยะเวลาตามที่กำหนดดังกล่าว

6.คณะกรรมการสืบสวน ข้อเท็จจริง ยังไม่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน หรือสอบปากคำ ผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เพื่อประกอบคำพิจารณาทัณฑ์ให้แล้วเสร็จ ดังที่ได้ปรากฏหลักฐานตามที่ได้แจ้งกลับตามผู้ถูกกล่าวหาทุกนาย

จึงเรียนมาเพื่อขอความเป็นธรรมต่อก.ตร. คือ 1.ให้ชะลอการแต่งตั้งจนกว่าจะทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จ จริงในความผิดที่ถูกกล่าวหา 2.หากจะนำเรื่องการสร้างป้อมจราจรและป้ายผู้มีอุปการคุณในการสร้างป้อมจราจร การติดตั้งป้ายแอลอีดีมาพิจารณาในการโยกย้าย ให้พิจารณาให้เท่าเทียมกันทุกบช. เพื่อเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน 3.ขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ตัวแทนกลุ่มผกก.ที่เข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ถ้าถูกย้ายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมจะร้องศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมต่อ ไป

วันเดียวกันที่บช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงการโยกย้ายผกก.ออกนอกนครบาลกว่า 60 สน. จากทั้งหมด 88 สน. ว่า เบื้องต้นได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว โดยดำเนินการตามประกาศคสช. ฉบับที่ 88/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ โดยให้ก.ตร.พิจารณา และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว

"ไม่ทราบเลยว่ามีนายตำรวจในสังกัด บช.น.ไปร้องทุกข์กับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และไม่ทราบด้วยว่านายตำรวจที่ร้องเรียนนั้น รู้ได้อย่างไรว่าจะถูกย้าย เพราะคำสั่งแต่งตั้งยังไม่ออก ทุกอย่างทำไปตาม กฎระเบียบ ถ้าจำเป็นก็ต้องดำเนินการ" ผบช.น.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีผกก.ที่ถูกย้ายจากความผิดเรื่องป้ายโฆษณาทั้งหมดกี่ราย ผบช.น. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่แต่ละบก.ต้องรายงานขึ้นมา เมื่อรายงานมาแล้วพบว่ากระทำผิดเกี่ยวกับป้ายจราจร ก็มีผกก.ไม่ได้สมัครใจย้ายจำนวน 38 นายเท่านั้น ขณะนี้ผบ.ตร.ยังไม่ได้เรียกไปชี้แจงแต่อย่างใด มีแต่ส่งหนังสือมาให้ทบทวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงบางรายเท่านั้น

ผบช.น. กล่าวอีกว่า ไม่มีผกก.สังกัดบช.น.ถูกย้าย 60 กว่านาย จะมารู้ดีกว่าคนทำบัญชีแต่งตั้งได้อย่างไร ที่ว่าถูกย้าย 60 กว่านายจากเรื่องป้ายโฆษณานั้น เป็นเรื่องเท็จและไม่เป็นความจริง ขอให้รอดูคำสั่งแต่งตั้งที่ผ่านการพิจารณา ยืนยันว่าไม่ได้เสนอชื่อให้ย้ายผกก.กว่า 60 นาย ทุกอย่างทำตามประกาศคสช.ฉบับที่ 88 และกฎระเบียบที่ตั้งไว้

เมื่อถามว่าผกก.เข้าร้องทุกข์ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ เป็นสิทธิ์ของผู้ร้อง แต่เรื่องกระทำความผิดรัฐเสียหาย หรือบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน และส่วยอื่นๆ อย่างสถานบริการ จะให้พิจารณาว่าเรียบร้อยดี คงไม่ได้ ตนมีเหตุผลที่ชี้แจงได้ เพราะเป็นผู้เสนอรายชื่อให้ก.ตร.พิจารณา

ต่อข้อถามว่าถือ เป็นการล้างบางตำรวจ นครบาลหรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า ถ้าการ กระทำดังกล่าวเป็นการทำให้รัฐเสียหาย แล้วปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว จะเรียกว่าล้างบางหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ แต่ถ้ารัฐเสียหายต้องดำเนินการทางกฎหมาย ไม่ใช่แค่โทษทางวินัย ต้องดำเนินคดีอาญาและแพ่ง โดยจะต้องดำเนินการทั้งหมดตามกฎระเบียบ ไม่ไช่ตนนั่งพิจารณาคนเดียวในเรื่องความเสียหายของรัฐ แต่ให้บก.พิจารณา ส่วนพิจารณาแล้วเป็นความผิดอย่างไรก็ว่ากันไปตามความผิด

เมื่อถามถึงกรณีมีผกก.ขอลาออก พล.ต.ท. ศรีวราห์กล่าวว่า มีการพิจารณา 2 ราย พ.ต.อ. เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม ที่มีอาการเจ็บป่วย โดยได้รับรายงานจากพล.ต.ต. ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 ว่า ประสบอุบัติเหตุจากรถชนทำงานไม่ไหว เมื่อออกจาก ร.พ.จึงขอลาออกก่อนจะมีคำสั่งให้ทำบัญชีโยกย้าย และอีกรายจะเกษียณอยู่แล้วจึงขอลาออกไปทำธุรกิจ ไม่มีการเปิดทางให้ตำแหน่งว่างแต่อย่างใด ใครจะฟ้องร้องก็เป็นไปตามสิทธิ์ที่จะฟ้อง ไม่มีปัญหา กรณีการติดตั้งป้ายโฆษณาถือเป็นการกระทำความผิดอาญา ถ้าไม่ดำเนินการถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

"ขอให้นาย ตำรวจทุกนายทำงานไปตามหน้าที่ของท่าน เราไม่เคยคิดจะไปเอาเป็นเอาตาย ไม่มีเรื่องอะไรจะไปรังแกน้องๆ ขอให้ทำงานของท่านไป อย่าเอาเรื่องที่ไม่เรียบร้อยต่อบ้านเมือง อ้างเป็นเหตุให้เสียขวัญกำลังใจ ถ้ารัฐเสียหายมีความผิดอาญาก็ต้องดำเนินการ เพราะถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ซึ่งก็มีความกังวลบ้าง แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกติกาบ้านเมือง เจ้าหน้าที่รัฐจะหาประโยชน์ไม่ได้ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ผิดก็คือผิด" ผบช.น.กล่าว

รายงานข่าวจากบช.น.เปิดเผยว่า สรุปรองผกก.-ผกก.สังกัดบช.น.ที่จะถูกย้ายออกนอกหน่วย มีทั้งหมด 73 นาย ระดับรองผบก. ไม่สมัครใจย้าย 7 นาย สมัครใจย้าย 7 นาย รวมมีรองผบก.ย้ายออกจากนอกนครบาล 14 นาย ส่วนระดับผกก. ไม่สมัครใจย้าย 44 นาย แบ่งเป็นกรณีป้ายจราจร 38 นาย

นอกจากนี้ยังมีกรณีถูก ตั้งกรรมการเรื่องบ่อนการพนัน 1 นาย กรณีทหารรายงานเรื่องความมั่นคง 1 นาย กรณีบกพร่องงานรับเสด็จ 2 นาย กรณีสถานบริการถูกจับกุม 1 นาย กรณีน้ำมันเถื่อน 1 นาย

ส่วนที่สมัครใจและขอย้ายไปตามที่หน่วยอื่นร้องขอ จำนวน 15 นาย รวมแล้วมีผกก.ย้ายออกนอกหน่วยทั้งสิ้น 59 นาย

ทางด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ก. เปิดเผยว่า ขณะนี้การจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายระดับผกก.-รองผบก.ของบช.ก. ประจำปี 2557 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เตรียมส่งให้ก.ตร.พิจารณาในวันที่ 7 ม.ค.นี้ สำหรับนายตำรวจที่จะถูกย้ายออกนอกหน่วยมีประมาณ 100 นายเท่านั้น ไม่มากตามที่มีกระแสข่าวออกมา ซึ่งมีทั้งที่ย้ายเพื่อสับเปลี่ยนตำแหน่งกันภายในหน่วย เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและแนวคิดในการทำงาน แต่มีระดับผกก.ถึงร้อยละ 50 ที่ถูกเสนอชื่อโยกย้ายเนื่องจากการกระทำความผิดร่วมกับเครือข่ายอดี ตผบช.ก.ตามที่ทราบกันดี ทั้งนี้มีสาเหตุหลัก 4 ประการที่นำมาพิจารณา คือ 1.คดีน้ำมันเถื่อน 2.ความผิดเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายโดยมิชอบ 3.คดีบ่อนการพนัน และ 4.คดีพนันฟุตบอลออนไลน์เครือข่ายอาบูบาก้า

ผู้สื่อข่าวถามถึงการโยกย้ายในบช.น. มีจำนวนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า การโยกย้ายระดับผกก.ในบช.น.อาจมีจำนวนมาก เนื่องจากหลายตำแหน่งกระทำความผิดทั้งเรื่องวินัย ความบกพร่องในงานรับขบวนเสด็จ และที่มีจำนวนมากที่สุดคือความผิดกรณีป้ายไฟโฆษณาบนป้อมตำรวจจราจร ซึ่งพบว่าหลายคนปล่อยปละละเลยให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณา รวมทั้งลงนามในสัญญาทั้งที่ไม่มีอำนาจ อย่างไรก็ตามตำรวจที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มีช่องทางการต่อสู้ อยู่แล้ว เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจาก ผู้บังคับบัญชาไม่สามารถย้ายผู้ที่ไม่มีความผิดได้ อย่างไรก็ตามกระบวนการยังไม่สิ้นสุด ต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมก.ตร.อีกครั้ง อาจเปลี่ยนแปลงได้

"ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้พูดคุยทำความเข้าใจกับผกก.ที่มีปัญหา การรวมตัวประท้วงร้องเรียนไม่เกี่ยวกับผม เป็นการยื่นร้องเรียนถึงผบ.ตร.โดยตรง" ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าว
Read more ...

ผกก.นครบาล ร้อง ก.ตร.ขอความเป็นธรรม

6/1/58
โดยกูรูสีกากี เมื่อ 5 ม.ค.2558

"กลุ่มผู้กำกับการตำรวจนครบาล"ที่จะถูกออกคำสั่งโยกย้าย จากเหตุติดตั้งจอ"แอลอีดี" บริษัทเอกชน บนป้อมจราจร ทำหนังสือหนังสือถึง ก.ตร. ร้องขอความเป็นธรรม อ้างผลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น การลงทัณฑ์ไม่มีมาตรฐาน

ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยวก็มีการติดตั้ง เหตุใดจึงไม่ตั้ง กก.สอบสวน ลั่นหากมีหนังสือย้ายเป็นทางการ ฟ้องศาลปกครองชัวร์
Read more ...

ผกก.ตบเท้าร้องสมยศ-โดนเด้ง 60 สน. ผบช.น. ล้างบาง พิษป้าย

5/1/58
โดยข่าวสด เมื่อ 5 ม.ค.2558 เวลา 08:49 น.

ผกก.แห่ร้อง ผบ.ตร. ถูกผบช.น.เตรียมเด้งออกนอกนครบาลหลายสิบโรงพัก จากพิษป้ายไฟโฆษณาติดป้อมตร. "สมยศ" เผยการย้ายผกก.รวดเดียวกว่า 60 โรงพัก ต้องดูเหตุผลของผู้บังคับบัญชา ไม่ขอก้าวก่าย เชื่อมีเหตุผลตอบสังคมได้ ชี้หากคนถูกย้ายคิดว่าถูกกลั่นแกล้งก็ไปร้องศาลปกครอง-ป.ป.ช. ขณะที่ "ศรีวราห์" แจงย้ายแค่ 50-60 สน. ลั่นไม่ใช่เรื่องป้ายโฆษณาอย่างเดียว ต้องดูความประพฤติด้วย ไม่เพียงแค่ย้ายยังจะถูกดำเนินคดีอาญาด้วย ผกก.สน.สายไหมชิงยื่นเออร์ลี่รีไทร์ด้วยเหตุผลเบื่อวงการสีกากี

จากกรณีพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.และผกก. ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ก.ตร.วันที่ 7 ม.ค. โดยมีการเสนอย้ายตำรวจระดับผกก.จำนวน 67 สน. จากทั้งหมด 88 สน. ออกนอกหน่วย โดยอ้างความผิดเรื่องป้ายโฆษณาที่ติดตั้งอยู่ตามป้อมตำรวจจราจรในกทม. หลังจากสั่งให้บก.1-9 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวต้องดูที่เหตุผลของพล.ต.ท.ศรีวราห์ ว่าการใช้เหตุผลกรณีเรื่องป้ายโฆษณานั้น เป็นเหตุผลที่เป็นธรรมหรือไม่ หรือมองแล้วเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ต้องรอดูเหตุผลที่ผบช.น.จะชี้แจงอีกครั้ง ถ้ามีเหตุผลว่าบุคคลที่เข้าข่ายถูกย้ายออกนอกหน่วย กระทำความผิดถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผิดวินัยหรือถูกลงโทษแล้วต้องย้ายก็ถือเป็นดุลพินิจของผบช.น ตนจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ถือเป็นอำนาจการพิจารณาแต่งตั้งในหน่วยงาน ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ไม่มีหน้าที่พิจารณาหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อคำสั่งแต่อย่างใด โดยรายชื่อตำรวจระดับผกก.ที่ผบช.น.เสนอนั้นจะต้องเข้าสู่ที่ประชุมก.ตร. เพื่อทราบและพิจารณาต่อไป

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ส่วนข่าวที่ว่ามีตำรวจนครบาลที่อยู่ในข่ายถูกโยกย้ายรวมตัวเข้าร้องขอความ เป็นธรรมกับตน และรองผบ.ตร. ในฐานะคณะกรรมการก.ตร. เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งของผบช.น.นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่ผ่านมามีนายตำรวจระดับผกก. ที่เข้าข่ายบางนายมายื่นหนังสือร้องเรียน ตนก็ส่งเรื่องไปให้ผบช.น.พิจารณาให้ความเป็นธรรมตามคำร้องเรียน ซึ่งผบช.น.ต้องให้คำชี้แจงว่ามีเหตุผลใดที่จะต้องโยกย้าย หรือไม่โยกย้ายใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถมาร้องเรียนโดยตรงต่อ ผบ.ตร.ได้หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เมื่อมายื่นหนังสือตนต้องรับไว้เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อยื่นมาแล้วต้องดำเนินการส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบไปทบทวน แก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาได้เรียกผบช.น.มาพบเพื่อมอบหนังสือที่ได้รับการร้องเรียนไป ดำเนินการ ขณะนี้ยังไม่ทราบรายชื่อผู้ที่จะถูกโยกย้ายว่ามีทั้งหมดกี่นาย แต่หากมีใครมาร้องเรียนก็ยินดีรับเรื่อง และจะดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเหตุผลด้วย จะใช้วิธีพวกมากลากไปไม่ได้ การจะมาชุมนุมหรือร้องเรียนต้องไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือ ไม่ ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่าผิดจริงจะยอมรับหรือไม่ นี่คือสิ่งที่สำคัญ ตนเชื่อว่าผู้บังคับบัญชาทุกบก. บช. ไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่มีเหตุอันควร ปัจจุบันมีช่องทางการฟ้องร้องหลายรูปแบบหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งร้องศาลปกครอง หรือป.ป.ช. ทุกอย่างต้องมีเหตุผล

"ส่วนกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.ถึงสว. ที่จะประชุม ก.ตร.ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ การจัดทำบัญชีรายชื่อทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบและดุลพินิจ ผู้บังคับบัญชาแต่ละบก. ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตร. จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง เป็นเพียงผู้ให้เห็นชอบเท่านั้น จะให้สิทธิ์การพิจารณาเต็มที่ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพียงแต่ให้นโยบายว่า ขอให้ดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและเป็นธรรม ให้ยึดระเบียบข้อบังคับและหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง" ผบ.ตร.กล่าว

ผบ.ตร.กล่าว อีกว่า หากมีการโยกย้ายจำนวนมากตามที่มีข่าวเกิดขึ้น ก็มาจากความผิดของผู้ถูกโยกย้ายที่เป็นผู้กระทำผิดเอง เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับและดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ถ้าเป็นการโยกย้ายโดยมีเจตนากลั่นแกล้งหรือล้างบาง ส่วนตัวขอยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน ถ้าหากดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎระเบียบผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งก็ฟ้องร้องต่อศาล ปกครองได้ การหมุนเวียนสับเปลี่ยนตำแหน่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่การโยกย้ายทุกตำแหน่งต้องมีเหตุผลรองรับ ส่วนตัวเชื่อว่าผู้บัญชาการแต่ละบช. มีเหตุผลตอบคำถามสังคมได้ว่าการโยกย้ายเป็นเพราะเหตุผลใด ขณะเดียวกันหากผู้กระทำผิดแล้วถูกโยกย้าย ก็ไม่ควรกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้งรังแก ควรถามตัวเองก่อนว่าเคยกระทำความผิดอะไรไว้หรือไม่ ถ้าผิดจริงไม่ควรโทษหรือไปให้ร้ายผู้ที่โยกย้ายว่ากลั่นแกล้ง ต้องยอมรับกฎกติกากันบ้าง เชื่อว่าผู้บัญชาการทุกหน่วยมีวุฒิภาวะและมีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีการ กลั่นแกล้งให้ร้ายป้ายสีเกิดขึ้นแน่นอน

วันเดียวกันที่บช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยว่า ที่มีการโยกย้ายจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากกรณีเรื่องป้ายไฟโฆษณา ที่สุดแล้วน่าจะต้องมีการดำเนินคดีอาญา โดยบช.น.เสนอตร.โยกย้ายออกนอกหน่วยไม่ถึง 67 สน. มีประมาณ 50-60 สน. ในจำนวนนี้มีสมัครใจย้ายประมาณ 20 กว่าสน. ส่วนผู้ใดจะร้องเรียนเรื่องป้ายโฆษณาว่าโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็ทำเรื่องเสนอขึ้นมาจะพิจารณาดำเนินการให้ แต่เบื้องต้นสรุปว่าผิดหมดและทำให้รัฐเสียหาย การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องป้ายโฆษณาอย่างเดียว ต้องดูเรื่องความประพฤติ การทำงานด้วยว่าได้เรื่องหรือไม่ บางรายโดนเรื่องป้ายไฟแล้วไม่โดนย้ายก็มี เนื่องจากต้องดูเรื่องการทำงานด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตร.กำชับการโยกย้าย เรื่องป้ายไฟให้พิจารณาด้วยความเป็นธรรม พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ทางตร.ไม่ต้องกำชับเลย เพราะสุดท้ายทางตร.ก็เห็นชอบเรื่องป้าย ถ้ารัฐเสียหายก็สรุปมาว่าผิด ถ้ารัฐไม่เสียหายก็สรุปมาว่ายุติ ซึ่งยุติไปตั้งหลายรายไม่ใช่เรื่องป้ายโดนย้ายหมด แต่ถ้าสน.ไหนโดนก็เป็นมูลฐานข้อหนึ่งที่จะพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย รวมทั้งต้องดูผลงานและความประพฤติด้วย คนโดนเรื่องป้ายแล้วไม่ถูกย้ายก็มี เพราะมีผลงานและความประพฤติดี ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผบก.-สว. เสนอรายชื่อไปให้ตร.ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2557 แล้ว

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีตำรวจถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยครั้งนี้มากเป็นประวัติ การณ์ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตอบว่า เยอะไม่เยอะมันอยู่ที่ผลการปฏิบัติกับความประพฤติ ถ้าปล่อยปละละเลยบุกรุกที่หลวงเก็บเงินกันแล้ว จะให้ตนทำอย่างไร ต้องไปถามผู้บังคับบัญชาสมัยเก่าดูว่าปล่อยกันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมายและทำให้รัฐเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม ซึ่งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องป้ายไฟโฆษณาของร.พ.แห่งหนึ่งติดอยู่ป้อม จราจรในพื้นที่ ได้ยื่นหนังสือขอเกษียณราชการก่อนกำหนดแล้ว โดยพ.ต.อ.เชวงศักดิ์ เปิดเผยว่า ไม่อยากพูดอะไรมากถึงเหตุที่ขอลาออก เพราะเบื่อหน่ายวงการตำรวจ

ขณะที่บุคคลใกล้ชิดของพ.ต.อ. เชวงศักดิ์ให้ข้อมูลว่า พ.ต.อ.เชวงศักดิ์รู้ตัวว่าจะถูก โยกย้ายออกนอกหน่วยจากเรื่องป้ายไฟ จึงยื่นหนังสือขอเออร์ลี่รีไทร์ เพราะปีนี้ก็จะเกษียณอายุราชการแล้วจึงไม่อยากเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด รวมทั้งก่อนหน้านี้เรียงลำดับอาวุโสแล้วอยู่ลำดับที่ 4 มีสิทธิ์ได้ขึ้นรองผบก.ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ แต่โดนพิษป้ายไฟทำให้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง แล้วยังถูกโยกออกนอกหน่วยจึงตัดสินใจลาออก
Read more ...

โฆษก สตช.ยอมรับการโยกย้ายมีเอื้อพวกพ้องทุกสมัย

5/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 มกราคม 2558 16:01 น.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 7 มกราคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ถึงสารวัตร วาระประจำปี 2558 ทั่วประเทศ โดยยอมรับว่ากองบัญชาการตำรวจจะมีการสับเปลี่ยนระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่ง ตามที่มีกระแสข่าว โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และการอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปละละเลย ซึ่งหากผู้ที่ถูกโยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ถึงการนำพวกพ้องของตนเองมาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองของนครบาลนั้น ยอมรับว่า มีในทุกยุคทุกสมัย โดยต้องการคนที่มีความไว้ใจมาทำงานร่วมกัน แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีมากตามที่มีข่าว
Read more ...

ผบช.น.ยอมรับมีการโยกย้าย 59 นายตำรวจเกี่ยวพันทุจริตจริง

5/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 มกราคม 2558 15:12 น.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวการเสนอบัญชีโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้กำกับการจำนวนมากในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลออกนอกหน่วย 

หลังพบเกี่ยวพันกับความผิดเรื่องป้ายโฆษณาบนป้อมจราจร และบางนายได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม โดยยอมรับว่ามีการโยกย้ายจริง ผู้ที่ถูกโยกย้ายส่วนใหญ่กระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญาและแพ่ง ทั้งกรณีป้ายโฆษณา ส่วยน้ำมันเถื่อน สถานบริการ ทำให้รัฐเสียหาย ประมาณ 59 นาย นายตำรวจ 15 นาย ที่สมัครใจขอย้ายออกนอกพื้นที่ และอีก 44 นาย ที่ไม่สมัครใจย้าย 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง หรือย้ายล้างบาง ซึ่งได้ชี้แจงกับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจไปแล้ว หากไม่ดำเนินการถือว่าละเว้น

สำหรับนายตำรวจที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ก็สามารถทำได้ และยอมรับว่า รู้สึกหนักใจที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เห็นด้วยกับการโยกย้าย แต่ต้องทำไปตามกฎระเบียบ
Read more ...

สตช. ประชุมโยกย้าย ตร. ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ทั่วประเทศ พรุ่งนี้

5/1/58
โดยตระเวนข่าว เมื่อ 5 ม.ค.2558

โฆษก ตร. เผย ประชุม ก.ตร. พรุ่งนี้ มีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ทั่วประเทศ พร้อมยอมรับ บชน. มีการสับเปลี่ยนระดับ ผกก. หลายตำแหน่งตามที่เป็นข่าว ส่วน บชก.มีการย้ายในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง

วันนี้ (5 ม.ค.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานักตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ในวันพรุ่งนี้ ว่า จะมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในระดับสารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ซึ่งเป็นวาระประจำปีทั่วประเทศ โดยยอมรับว่าในกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการสับเปลี่ยนระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่งตามที่เป็นข่าว โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และ การอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจร ทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปะละเลย

ซึ่งหากผู้ที่ถูกที่โยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงการนำพวกพ้องของตนเองมาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองของนครบาล นั้น ยอมรับว่ามีทุกยุคทุกสมัยโดยต้องการคนที่มีความไว้ใจมาทำงานร่วมกัน แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีมากตามที่เป็นข่าว

ส่วนการสับเปลี่ยนตำแหน่งใน กองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง มีการย้ายระดับผู้กำกับการในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องการขบวรการของ พลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน การแต่งตั้งซื้อขายตำแหน่ง และ บ่อนการพนัน โดยยืนยันส่วนใหญ่เป็นการโยกย้ายด้วยความสมัครใจ
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม