‘อำนวย’ดีเอสไอ ชัยทัศ-ผบก.ป. ถกโผ รอง ผบช.- ผบก. 29 ก.ย.2557 นี้

โดยไทยรัฐ เมื่อ 22 ก.ย.2557

ถกโผรองผบช.-ผบก.29 นี้

ก.ตร.เตรียมนัดถกโผนายพลระดับรอง ผบช.-ผบก. ทั่วประเทศวันที่ 29 ก.ย.นี้ นครบาลปรับย้ายระเนนระนาดตามขั้วอำนาจที่เปลี่ยนไป “ทรงพล วัธนะชัย” อดีตรองโฆษก ศอฉ.ขึ้นเป็น ผบก.น.1 “ภาณุรัตน์ หลักบุญ” คุม 191 “สมบัติ มิลินทจินดา” คืนถิ่นเป็นผู้การสืบสวน

ขณะที่ “ชัยทัศ บุญขำ” จ่อนั่งเก้าอี้ผู้การกองปราบฯ “ประสบโชค พร้อมมูล” เป็น ผบก.รฟ. มี “สมชาย เกาสำราญ” คั่วตำแหน่ง ผบก.ทล. เด้งผู้การชลบุรี-สมุทรปราการ เข้ากรุจเรตำรวจ ด้าน “อำนวย นิ่มมะโน” เตรียมขยับเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลัง “ชัชวาลย์” ถูกเสนอเป็นปลัดยุติธรรม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 21 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือเวียนนัดประชุม ก.ตร.วาระพิเศษ พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก.ทั่วประเทศในวันที่ 29 ก.ย. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเดินทางไปเป็นประธานการประชุม คาดว่าจะมีการปรับโยกย้ายครั้งใหญ่ตามขั้วอำนาจการเมืองที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญใน บช.น.ที่ถือเป็นหัวใจหลักของเนื้องานตำรวจ

อาทิ 

พล.ต.ต.ชนสิทธิ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบช. สพฐ. ลูกชาย พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีต รอง อ.ตร. จะโยกมาเป็น รอง ผบช.น. 

พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 นรต.34 อดีตรองโฆษก ศอฉ.ขึ้นเป็น ผบก.น.1 

พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 นรต.32 ได้อาวุโสขึ้นเป็น ผบก.น.2 

พ.ต.อ.สุรเดช เด่นธรรม รอง ผบก.น.8 สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.เป็น ผบก.น.8 เช่นเดียวกับ 

พ.ต.อ.พรชัย ไทยแท้ รอง ผบก.น.6 ผงาดเป็น ผบก.น.6

ด้าน พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. นรต.38 สายสัมพันธ์แนบแน่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ย้ายเป็น ผบก.น.8 เปิดทางให้ 

พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. นรต.41 สาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อีกคนเป็น ผบก.สปพ. โดยมี 

พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส.ภ.1 นรต.35 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.ที่กำลังจะนั่งเก้าอี้ ผบช.น.ข้ามคืนถิ่นเก่าเป็น ผบก.สส.บช.น. ขณะที่ 

พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 อาวุโสลำดับ 1 ขึ้น ผบก.

ส่วนตำแหน่งอื่นที่สำคัญ คาดว่า 

พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี จะถูกโยกเข้ากรุเป็น ผบก.จต. เช่นเดียวกับ 

พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ มี 

พล.ต.ต.ธนา ชูวงษ์ ผบก.ภ.จ.นครนายก นรต.42 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท โยกกลับพื้นที่ถนัดเป็น ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ 

พ.ต.อ.ชัยทัศ บุญขำ รอง ผบก.ป. นรต.40 ได้เป็น ผบก.ป. 

พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. นรต.31 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ. 

พ.ต.อ.สมชาย เกาสำราญ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ทล. 

พ.ต.อ.ธงชัย วงศ์ศรีวัฒนกุล รอง ผบก.ปอศ. เป็น ผบก.ปอศ. และ 

พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท่วม รอง ผบก.ปทส. นรต.42 เป็น ผบก.อก.บช.ก.

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอ ครม.เพื่อแต่งตั้ง 

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอไปเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ภายในสัปดาห์นี้ และเปิดตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่างไว้รอพิจารณาหาคนมานั่งแทนในเดือน ต.ค. เพื่อให้ 

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ที่จะเลื่อนเป็น ผบช.ภ.1 และรับการโปรดเกล้าฯพระราชทานยศ พล.ต.ท.แล้วไปเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคนใหม่แทน
Read more >>

เอกฉันท์! โผบิ๊ก ตร.ผ่านฉลุย เฉลิมเกียรติ, จักรทิพย์ รอง ผบ.ตร.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2557 18:36

“ประวิตร” เป็นประธานประชุม ก.ตร. มติเอกฉันท์แต่งตั้ง 57 นายพล “วัชรพล” ขอเปลี่ยน 4 ตำแหน่ง ก่อนประชุม ย้าย "วินัย ทองสอง" นั่ง รอง จตช. "สุชาติ" นั่งจเร "อนุรุต" นั่ง ผบช.ศชต. "ศรีวราห์" น.1 "อำนวย" นั่ง ภ.1

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 12 ก.ย. มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 10/2557 โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) นำคณะรอง ผบ.ตร.-ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นแท่นรับการทำความเคารพ และเดินตรวจแถวกองเกียรติยศ วางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

ในเวลา 13.45 น. พล.อ.ประวิตร เข้าประชุม ก.ตร. โดย ก.ตร.เข้าประชุมครบ โดยเริ่มพิจารณาวาระอื่นๆ ก่อนกระทั่งเวลา 15.00 น. เริ่มพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายระดับ ผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงรอง ผบ.ตร.วาระประจำปี 2557 โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 45 นาที จึงเลิกประชุม โดยก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ฝ่ายเลขาฯ ได้แจกจ่ายเอกสารการประชุมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเอกสารแก้ไขเปลี่ยนแปลงการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช.รวม 4 ตำแหน่ง

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุม ก.ตร.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่ประชุม มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.ถึงรองผบ.ตร. วาระประจำปี 2557 อย่างเป็นเอกฉันท์ในทุกตำแหน่ง โดยไม่มีการโหวต โดยมีการปรับบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสม แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยืนยันว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และทหาร โดยทุกตำแหน่งพิจารณาตามลำดับอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ โดยไม่มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ การแต่งตั้ง ให้กับตำแหน่งใด ซึ่งหลังจากนี้จะนำรายชื่อทั้งหมด เสนอขึ้นโปรดเกล้าฯ ต่อไป ส่วนการแต่งตั้งระดับรองผู้บัญชาการ ถึงผู้บังคับการ ที่จะมีตำแหน่งว่างกว่า 70 ตำแหน่ง จะมีการพิจารณาร่วมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ว่าที่ ผบ.ตร.

ขณะที่มีรายงานว่า ก่อนการประชุม พล.ต.อ.วัชรพล ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้ง ได้ขอเปลี่ยนแปลงบัญชีที่เสนอให้ ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้ง 4 ตำแหน่ง โดยเดิมทีพิจารณาให้ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 ขึ้นเป็นรองจเรตำรวจแห่งชาติ (รองจตช.) แต่ขอเปลี่ยนให้ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. สไลด์เป็น รอง จตช.แทน และเปลี่ยนแปลง ให้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โยกเป็น จเรตำรวจ (สบ8) จากเดิมให้เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) โดยให้ พล.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ จตร. (สบ8) เป็น ผบช.ศชต.แทน โดยให้เหตุผลเคยปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานาน จึงมีความเหมาะสม

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ก.ตร.ได้พิจารณา แต่งตั้งโยกย้ายตามรายชื่อที่ พล.ต.อ.วัชรพล เสนอในตอนแรก และเสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลง รวม 57 ตำแหน่ง ประกอบด้วย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 35 (นรต.35) ขยับเป็น รอง ผบ.ตร.

พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษา (สบ10) ขยับเป็น จตช. แทน พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.นรต.36 ขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นตำแหน่งหลักที่ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88/557 กำหนดให้ รอง ผบ.ตร.และ จตช.เป็น ก.ตร.และ มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร.

ให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ นรต.30
พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ
พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม นรต.30
พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร นรต.32 ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ
พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล นรต.34 รองจเรตำรวจแห่งชาติ

ขึ้นเป็น

ที่ปรึกษา (สบ10)

ส่วน ผบช.ที่ขยับเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เรียงตามความอาวุโส ประกอบด้วย

พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.สงป.รรท.ผบช.ภ.4

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8.

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.วัฒนา สักกวัตร หน.จตร.

พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ.

พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ประจำ สมช.)

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส.

พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 ช่วยราชการ ศปก.ตร. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

โดยขยับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร.สายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น รอง จตช.(สบ9) ในนาทีสุดท้าย

ตำแหน่งระดับ ผบช. ก.ตร.ให้

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. (นรต.รุ่น 35) สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายยกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ประธาน ก.ตร. เป็น ผบช.น.

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. นรต.รุ่น 31 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สมยศ เป็น ผบช.ภ.1

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ภ.2

พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.3 (นรต.รุ่น 31) เพื่อนสนิท พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็น ผบช.ภ.3

พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รอง ผบช.ภ.4 (นรต.รุ่น 31) เป็น ผบช.ภ.4

พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 (นรต.รุ่น 34) ลูกชาย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีต อ.ตร.เป็น ผบช.ภ.5

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผบช.สกพ.(นรต.รุ่น 34) เป็น ผบช.ภ.6

พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.4 (นรต.33) สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.ซึ่งเป็นน้องชาย พล.อ.ประวิตร เป็น ผบช.ภ.7

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รอง ผบช.ก.(นรต.35) สายตรงแกนนำ กปปส. เป็น ผบช.ภ.8

พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ รอง ผบช.สตม. (นรต.29) เพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.วัชรพล เป็น ผบช.ภ.9

พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ จตร. (สบ8) พลิกโผนาทีสุดท้ายขยับเป็น ผบช.ศชต. ให้

พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ประจำ.ตร. (นรต.รุ่น 36) สายตรง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็น จตร. (สบ8)

พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี จตร.(นรต.รุ่น 36) สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบช.สตม.

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบช.ก.(นรต.36) สายตรงพล.อ.ประวิตร เป็น ผบช.ส.

พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง จตร. สายตรงแกนนำกปปส.เป็น ผบช.ปส.

พล.ต.ต.พรหมธร ภาคอัต (นรต.35) รอง ผบช.ศ. เป็น ผบช.ศ.

พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน (นอร.) รอง ผบช.กมค.ที่ปรึกษากฎหมาย พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบช.กมค.

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค รอง ผบช.ภ.6 เป็น ผบช.สตส.

พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง จตร.เป็น ผบช.สทส.

พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชาระยา จตร.ตำแหน่ง เป็น ผบช.สงป.

พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รอง ผบช.ภ.7 นรต.38 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร.เป็น ผบช.สพฐ.

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบช.ภ.5 (นรต.38) เป็น ผบช.สกพ.

พล.ต.ต.สมบูรณ์ ตันตระกูล รอง พตร.เป็น พตร.

พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.สยศ.

พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบช.สยศ. (นรต.33)

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3 (นรต.32)

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 (นรต.32)

พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. นรต.31

พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 (นรต.37)

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์ รอง ผบช.น. เป็น จตร. (สบ8)

พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รอง ผบช.ส. (นรต.30)

พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท รอง จตร.

พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด รอง จตร.

พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบช.ภ.7 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

สำหรับตำแหน่ง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกฯ นั้น ยังปล่อยให้เป็นตำแหน่งว่าง ยังไม่มีการแต่งตั้งใครลงในตำแหน่ง โดยคาดว่าจะรอไปทำการแต่งตั้ง หลังการเออลี่รีไทร์ ของ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีผล ซึ่งจะทำให้มีตำแหน่งว่างอีกหลายตำแหน่ง. 
Read more >>

'ศรีวราห์'เต็ง ผบช.น.

โดยไทยรัฐ เมื่อ 4 ก.ย.2557

แต่งตั้งบิ๊กตร.10ก.ย. เปลี่ยนตัวผบช.ภ.1-9

10 ก.ย.นี้ ประชุม ก.ตร.โยกย้ายบิ๊กสีกากีระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช. โดย เดอะปู-พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ยังเป็นตัวเก็ง ผบช.น. แบบไร้คู่แข่ง ส่วนที่ บช.ภ.1 เดอะช้าง-พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ยังต้องบดกับ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ เช่นเดียวกับเก้าอี้ใหญ่ที่ภาค 8 พล.ต.ต.เทศา ศิวาโท สาย “พระกำนัน” กับสายทหาร-บิ๊กเจี๊ยบ พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลลดิลก บี้กันมันหยด ฝุ่นตลบต้องที่ภาค 9 มีแต่นายตำรวจใหญ่ แบ็กดีจ้องตาเป็นมัน ขณะที่นักรบคนทำงาน เดอะใหม่-พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ถ้าไม่มีอะไรพลิก งวดนี้ผงาดขึ้นคุม บช.ศชต. ดูแลปัญหา 3 ชายแดนใต้เต็มตัว

“ประยุทธ์” สั่งจัดโผสีกากีระดับรอง ผบ.ตร.ยัน ผบช. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. นัดประชุม ก.ตร.วาระพิเศษพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.- ผบช. ประจำปี 57 โดยมีระดับ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช. เกษียณราชการ 21 ตำแหน่ง ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อุดม รักศีลธรรม ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง จตช. พล.ต.ท.วรเทพ เมธาวัธน์ จตร. พล.ต.ท.สมโชค เจริญพร จตร. พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง จตร. พล.ต.ท.ทวีชัย วิริยะโกศล จตร. พล.ต.ท.จุตติ ธรรมมโนวานิช ผบช.กมค. พล.ต.ท.สุชีพ หนูนาง ผบช.สตส. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ4 พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ พตร.

ระดับรอง ผบ.ตร.มีว่าง 7 ตำแหน่ง คาดว่าจะเสนอชื่อผู้ช่วย ผบ.ตร.ประกอบไปด้วย พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รอง จตช. โดยขยับ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. มาเป็น รอง ผบ.ตร. ตามคำสั่งศาลปกครองกลางให้ ตร.เยียวยากรณี พล.ต.อ.วุฒิร้องขอความเป็นธรรมในการจัดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจ

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 13 ตำแหน่ง คาดว่าจะเสนอชื่อ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. นรต.รุ่น 30 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.วัฒนา สักกวัตร จตร. (หน.จต.) นรต.รุ่น 29 พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส. นรต.รุ่น 31 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

ระดับ ผบช. เก้าอี้สำคัญมีว่าง 24 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งหลักคุมพื้นที่คาดว่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.รรท.ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 35 สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นตัวเก็ง ผบช.น.แทน พล.ต.ท.คำรณ–วิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ที่จะครบวาระเกษียณในปลายเดือน ก.ย.นี้ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบช.ก.สายตรง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เบียดกับ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบช.สยศ.ตร. นรต.รุ่น 33 เป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบช.ก.ตร. รรท.ผบช.ภ2 เป็นผบช.ภ.2 พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 31 คาดว่าเป็น ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.งป. เบียดกับ พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ภ.4

พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง จต.(สบ 7) รรท.ผบช.ส. ตัวเก็ง ผบช.ภ.7 ส่วน ผบช.ภ. 8 ยังไม่แน่นอนระหว่างสายการเมืองกับสายทหารระหว่าง พล.ต.ต.เทศา ศิวาโท รอง จต. นรต.รุ่น 32 สายตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 31 เพื่อนสนิท พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ส่วนที่ภาค 9 มี พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวส รอง ผบช.น. นรต.รุ่น 36 เบียดกับ พล.ต.ท.ธนพล สนเทศ รอง จตร.นรต.รุ่น 33 โดยมี พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.สตส. เป็นตัวสอดแทรก ส่วน บช.หลักอย่าง สตม. มี พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี รรท.ผบช.

สตม.นรต.รุ่น 36 สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.เป็นตัวเก็ง และ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.นรต.รุ่น 36 ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปล้นปืนปี 47 เป็น ผบช.ศชต.
Read more >>

เด้ง ผกก.วัดพระยาไกร เซ่นทหารจับบ่อน-ผับ

โดยไทยรัฐ เมื่อ 1 ก.ย.2557

พล.ต.ท.จักรทิพย์ รรท.ผบช.น. เซ็นคำสั่งด่วนย้าย พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร เข้ากรุปฏิบัติหน้าที่ ศปก.น. 30 วัน โยกรองผู้การ 5 ไปรักษาการแทนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารบุกจับผับ “เอ็กซ์ไซต์” สถานบันเทิงเจ้าเก่าที่เปิดเกินเวลา มีทั้งเด็กและเยาวชน นักเที่ยวราตรีมั่วสุมยาเสพติด และจับบ่อนพนันไพ่นกกระจอก ในท้องที่ 2 กระทอกชนิดวันเว้นวัน

เด้ง ผกก.ทันควันปล่อยปละละเลยมีทั้งบ่อน-ผับ เปิดเย้ยกฎหมายในพื้นที่ เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. มีคำสั่ง บช.น. ที่ 387/2557 ลงวันที่ 31 ส.ค.2557 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการ ระบุว่า ตามที่วันที่ 28 ส.ค. เวลา ประมาณ 03.10 น. เจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ตามกฎอัยการศึก เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงเอ็กซ์ไซต์ ถนนเจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ในเขตพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร โดยเปิดให้บริการเกินเวลา พบผู้ใช้บริการเป็นเด็กและเยาวชน บางส่วนไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน จากการตรวจค้นพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ และบางส่วนทิ้งในห้องน้ำ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สน.วัดพระยาไกร

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 747/14 ซอยจันทน์ 51 ถนนจันทน์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. ในเขตพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร หลังทราบว่ามีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนัน จากการตรวจสอบสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบเล่นการพนันได้ 16 ราย มีบางส่วนหลบหนีไปได้ พร้อมยึดของกลางไพ่ 31 สำรับ ไพ่นกกระจอก ลูกเต๋า น้ำเต้าปูปลา โพยพนันบอล และเงินสด 366,320 บาท พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดพร้อมของกลางได้อีก 1 ราย โดยมีนายวัชระ แย้มกระจ่าง อายุ 55 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน จึงจับกุมรวบรวมพยานหลักฐาน นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดี

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปราบปรามอบายมุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) เป็นเวลา 30 วัน และให้ พ.ต.อ.สมนึก น้อยคง รอง ผบก.น.5 ไปรักษาการแทนในตำแหน่ง ผกก.สน.วัดพระยาไกร อีกหน้าที่ เป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.57 เป็นต้นไป และให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้น และรายงานผลโดยด่วนที่สุด
Read more >>

ห้ามทุกกระทรวงแต่งตั้ง-โยกย้าย ขรก.

โดยวอยซ์ เมื่อ 27 สิงหาคม 2557

เลขาฯครม. ส่งหนังสือ สั่งทุกกระทรวงห้าม แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จนกว่าจะรัฐบาลใหม่บริหารประเทศ ขณะที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รอความชัดเจนว่ามีผลย้อนหลังหรือไม่ เนื่องจากมีบางกระทรวงอนุมัติโยกย้ายไปบ้างแล้ว

มีรายงานว่า นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2557ไปยังปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เพื่อชะลอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โดยในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า เพื่อให้การบริหารบุคลากรภาครัฐเป็นไปอย่างโปร่งใสสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการ ชะลอการแต่งตั้ง โยกย้าย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับออกไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะเข้ารับหน้าที่ และกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2557 เป็นต้นไป

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีหนังสือชะลอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐของทุกกระทรวง ออกมาแล้ว ซึ่งการอนุมัติโยกย้ายทั้งหมด จะนำเข้าพิจารณาอีกครั้ง ภายหลังจากมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขณะเดียวกัน ต้องสอบถามความชัดเจน ว่ามีผลย้อนหลังถึงวันที่เท่าไร เนื่องจากมีการเซ็นอนุมัติโยกย้ายบางกระทรวงออกไปบ้างแล้ว
Read more >>

ตร.ปรับอันดับอาวุโสนายพลตำรวจใหม่

โดยเดลินิวส์ เมื่อ 24 ก.ค.2557

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่บัญชีอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ประจำปี 2557 ซึ่งเป็นบัญชีอาวุโสที่ปรับปรุงภายหลังมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 89/2557 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่ให้จัดลำดับการอาวุโสใหม่ โดย ให้

1.ผู้มียศสูงกว่า (ไม่รวมถึงยศที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษ) เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า 

2.ยศเท่ากัน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับนั้นใน ตร.นานกว่า เป็นผู้มีอาวุโสสูงกว่า

3.ถ้าดำรงตำแหน่งนานเท่ากัน ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับถัดลงไปนานกว่าตามลำดับ จนถึงตำแหน่งระดับรองสารวัตร เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า ซึ่งรวมถึงตำแหน่งผู้ช่วยผบช. และสารวัตรใหญ่ด้วย 

4.ถ้าดำรงตำแหน่งลำดับถัดลงไปนานเท่ากัน ให้ผู้มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรนานกว่า อาวุโสสูงกว่า และ 

5.ถ้าระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรเท่ากัน ให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้การจัดลำดับอาวุโส มีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายวาระปี 2557 ในหลายตำแหน่ง โดยมติก.ตร. กำหนดการการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งผู้บัญชาการ (ผบช.) ลงมายึดหลักอาวุโส 33% และมีกฎก.ตร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตำแหน่งระดับสารวัตรถึงจเรตำรวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร. พ.ศ.2549 ข้อ 33 ระบุว่า

การพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นไป ให้พิจารณาเรียงตามอาวุโส ทั้งนี้ประกาศอาวุโสฉบับล่าสุด ซึ่งตัดรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการปี 2557 ออกแล้ว แบ่งตามระดับตำแหน่งดังนี้

ระดับรองผบ.ตร. เรียงตามอาวุโส ดังนี้

1. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.

2. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.

3. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.

4. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.

5. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) (อยู่ระหว่างกระบวนการโปรดเกล้าฯเป็นรอง ผบ.ตร.)

6. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ

7. พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษา (สบ10)
8. พล.ต.อ.ไตรรัตน์ อมาตยกุล หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดอาวุโสครั้งนี้ ไม่กระทบต่อการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีกฎหมายข้อใดระบุว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ต้องพิจารณาตามความอาวุโส แม้ว่าในอดีตเคยมีธรรมเนียมในกรมตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ยึดหลักอาวุโส แต่ในระยะหลังก็ไม่ได้ยึดถือเช่นนั้นแล้ว ขณะที่ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 

1.พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก 

2.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา 

3. พล.ต.ท.สุพร พันธ์เสือ 

4.พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ (อายุราชการทวีคูณ ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้) 

5.พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม 

6.พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผู้ช่วยผบ.ตร. 

7.พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองจตช. 

8. พล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ 

9. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ 

10.พล.ต.ท.เจษฎา อินทรสถิตย์ รองหน.นรป.

ทั้งนี้ ในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้จะมีตำแหน่งระดับ พล.ต.อ.ว่างถึง 7 ตำแหน่ง ดังนั้นหากพิจารณาตามกฎก.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่อาวุโส 7 อันดับแรกจะได้เลื่อนตำแหน่งติดยศ พล.ต.อ.เป็น รอง ผบ.ตร. หรือจเรตำรวจแห่งชาติ หรือที่ปรึกษา (สบ10) แน่นอน 

ซึ่งตามหลักการแต่งตั้งแล้วหากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. หรือจตช. ซึ่งเป็นตำแหน่งหลักว่างลง จะขยับตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่การแต่งตั้งวาระปี 2557 นี้ คาว่าจะมีตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ว่าง 4 ตำแหน่ง แต่มี พล.ต.อ.ชนินทร์ เป็นที่ปรึกษา (สบ10) เพียงคนเดียว ทำให้ในการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ พล.ต.ท.จักรทิพย์ และ พล.ต.ท.สุพร มีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็นรองผบ.ตร. หรือจตช. ทันที

ขณะที่ระดับ ผบช. ประกาศลำดับอาวุโส 14 อันดับแรก ดังนี้

1.พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทน ผู้ช่วย.ผบ.ตร., 

2. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, 

3.พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.สงป. (อายุราชการทวีคูณ ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้), 

4.พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, 

5.พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8, 

6. พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5, 

7. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7, 

8. พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร หน.จตร., 

9.พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2, 

10.พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ., 

11.พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย อเนกเวียง ผบช.ส., 

12.พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดรวงณ์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร., 

13.พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. และ 

14.พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส.

ทั้งนี้เบื้องต้นในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้ จะมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่างลงจากการเกษียนฯและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 13 ตำแหน่ง ทำให้ ผบช.ที่ครองอาวุโส 13 อันดับแรก ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แทน พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ลาออกไปก่อนแล้ว ทำให้ ผบช.ที่อาวุโสอันดับ 14 มีโอกาสเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.


ขณะที่ตำแหน่งระดับ รองผบช. ก็มีการประกาศลำดับอาวุโส เช่นกัน โดยยกตัวอย่าง 10 อันดับแรก คือ 

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรรัชต์ รอง ผบช.น., 

พล.ต.ต.พรหมธร ภาคอัต รองผบช.ศ., 

พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รองผบช.ส., 

พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ.4, 

พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รองผบช.ภ.4, 

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ส., 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก., 

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ก., 

พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รองผบช.ศชต. และ 

พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รองผบช.น. ฯลฯ
Read more >>

"ประยุทธ์" สั่งปรับลดขนาดโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สกัดการเมืองแทรก

โดยมติชน เมื่อ 28 พ.ค.2557

วันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้กำกับดูแลส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงบประมาณและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. โดยในภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่

โดยในที่ประชุม ได้มีการหารือถึงการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ส่วนสำนักงานข่าวกรอง ให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อรองรับงานด้านการข่าว พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายบางฉบับ ของ กอ.รมน. รองรับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการกำลังพล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ยึดกลไกศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงกับงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ตามระดับของพื้นที่ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ เช่น การเพิ่มปลัดอำเภอและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งการเพิ่มบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนสำนักงบประมาณ ให้จัดทำร่างงบประมาณประจำปี 2558 เสนอ คณะคสช. รวมทั้งจะหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอมาตราการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2557 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าร้อยละ 95 ในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายวิธีการงบประมาณ ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ในส่วนสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะรวบรวมแผนงานหรือ โรดแมป ของ หัวหน้า คสช. จัดทำยุทธศาสตร์ หากเกิดความซ้ำซ้อนให้เสนอให้ หัวหน้า คสช.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะพิจารณาและนำเสนอความเป็นไปได้และความเร่งด่วนในการจัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายหัวหน้า คสช. รวมทั้งจะติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ด้านเสรษฐกิจ เพื่อเสนอแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2557
Read more >>

เก็บตกสั่งย้ายอีก 16 ตำแหน่ง

โดยเดลินิวส์ เมื่อ 28 พ.ค.2557

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.)

ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 262/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยคำสั่งย้ายระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงผู้กำกับการ (ผกก.) 16 ราย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยขาดจากตำแหน่งเดิม 

และมีคำสั่ง 263/2557 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน 10 ราย โดยระบุเหตุผลเพื่อให้การปฏิบัติราชการของตร. และการสนับสนุนภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ 

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ท.พิสันฑ์ จุลดิลก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.รักษาราชการแทน (รรท) ผบช.ภ.3, 

พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ช่วยราชการศปก.ตร.ให้ 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบช.ภ.5 รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, 

พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ขลบุรี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ชลบุรี, 

พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, 

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำงรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รองผบช.ภ.1 รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, 

พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการช่วยราชการศปก.ตร. และให้ 

พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รองผบช.ภ.1 รรท.ภ.จว.สมุทรปราการ 

พล.ต.ต.บุญลือ กอบบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, 

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สืบสวนสอบสวน บช.น.ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.สนง.ยุทธศาสตร์ตำรวจ รรท.ผบก.สส.บช.น., 

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. รรท.ผบก.น.6, 

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1.ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. รรท.ผบก.น.1

พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบก.น.5 
พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น 
พ.ต.อ.กิตติสินธุ์ คงทวีพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ 
พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี 
พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ 
พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี 

ช่วยราชการ ศปก.ตร.

ทั้งนี้ให้ ผบช.ถึงผกก.ทั้ง 16 นายให้รายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. และให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 10 รายตามคำสั้งที่ 263/2557 รรท.นับแต่วันที่ 28 พ.ค.จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขณะที่มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ รรท.ผบช.ภ.5 มีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ช่วยราชการบช.ภ.5 ตามคำแนะนำของแม่ทัพภาค 3 ก่อนมีคำสั่งถอนคำสั่งย้ายในเวลาต่อมา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้แจ้งตร.ทราบและร่วมพิจารณาก่อนมีคำสั่ง 

กระทั่งพล.ต.อ.วัชรพล ลงนามคำสั่งย้ายเองในครั้งนี้ ซึ่งผบช.-ผกก.ที่มีรายชื่อโยกย้ายครั้งนี้ล้วนมีสายสัมพันธ์อันดีกับคนสำคัญรัฐบาลก่อนหน้านี้และดูแลพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง..
Read more >>

ส่ง “วัชรพล”คุมทัพสีกากี เด็ดปีก“ตำรวจมะเขือเทศ”

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 26 พฤษภาคม 2557

สน.พระอาทิตย์

ไม่เกินความคาดหมายแต่ก็เร็วเกินคาดการณ์ คำสั่งเด้งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พ้นเก้าอี้ “ผู้นำสีกากี” ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 24 พ.ค.2557 ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีและให้พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. รักษาการแทน ผบ.ตร.

แม้ตั้งแต่เริ่มการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามมาด้วยรัฐประหาร ยึดอำนาจบริหารประเทศ ของกองทัพภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)จนถึงการจัดตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะมีชื่อพล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะผบ.ตร. ผู้นำทัพตำรวจ ร่วมวง ผบ.เหล่าทัพจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศทุกขั้นทุกตอน และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รองหัวหน้า คสช.”

แต่หากพิจารณาจากท่าทีต่างๆแล้วดูเหมือนว่าการนำพล.ต.อ.อดุลย์เข้าร่วมวงคสช.ครั้งนี้ เป็นภาวะจำใจมากกว่าความตั้งใจของกองทัพ เพราะการเชิญพล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะผู้นำทัพตำรวจ 1 ใน 4หน่วยงานความมั่นคงที่มีกำลังกว่า 2 แสนนาย ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของหน่วยงานความมั่นคงหลักของประเทศ

เพราะถ้าย้อนดูพฤติกรรม ทัพตำรวจตลอดหลายเดือนที่มีการชุมนุมทางการเมืองมีกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในด้านการอำนวยความยุติธรรม โดยเฉพาะต่อกลุ่มตรงข้ามรัฐบาล

เพราะหลายๆคดีที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นคดีระเบิด คดียิงแกนนำ คดียิงเอ็ม 79ไม่มีความคืบหน้าหรือจับผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว

ยิ่งช่วงที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงเรียบร้อย(ศอ.รส.)ภายใต้การกุมบังเหียน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นหัวเรือใหญ่วางอำนาจบาตรใหญ่ถึงขั้นขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ขู่ป.ป.ช.ฝ่ายทหารแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าแถลงข่าวของ ศอ.รส.นั้นไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทหารเป็นการพิจารณาจากฝ่ายการเมือง แต่ตำรวจกลับนิ่งเฉยและเป็นเครื่องมือร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ให้ ศอ.รส.ดำเนินการกับฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ถึงแม้ พล.ต.อ.อดุลย์ จะไม่ได้ออกหน้าเองเพราะมอบหมายให้พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ประสานการทำงานกับ ศอ.รส.แต่ตัวพล.ต.อ.อดุลย์ก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือแสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีวางอำนาจข่มขู่ศาลข่มขู่องค์กรอิสระครั้งนี้ ปฏิบัติตัวเหมือนเออออห่อหมกตามน้ำไปกับ ศอ.รส.

ทำให้เชื่อว่า หลังทุกอย่างเข้าร่องเข้ารอยแล้วด้วยท่าทีเอนเอียงฝ่ายการเมืองเช่นนี้ของ พล.ต.อ.อดุลย์ไม่น่ายืนหยัดอยู่บนเก้าอี้ผู้นำสีกากีต่อไปได้

ถ้าจำกันได้สมัยรัฐประหารปี 2549พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าทัพตำรวจโดยพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร.ครั้งนั้นก็ได้เข้าร่วมไปนั่งหน้าจอประกาศผ่านทีวีเหมือนภาพที่เห็นพล.ต.อ.อดุลย์นั่งร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพในครั้งนี้ซึ่งต่อมาเมื่อมีการตั้งรัฐบาลเชิญพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีการออกคำสั่งให้พล.ต.อ.โกวิท ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์2550 หลังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร ปี 2549รวมทั้งมีท่าทีชัดเจนเลือกอยู่ข้างพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร โดยตั้งให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาราชการแทน

เช่นเดียวกับครั้งนี้ ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ก็ไม่ต่างอะไรกับพล.ต.อ.โกวิท เจ้านายเก่า ที่ต้องถูกไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือการเปลี่ยนแปลงในกรมปทุมวัน ภายหลังจากเด้งพล.ต.อ.อดุลย์ และส่งพล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รองผบ.ตร. หรือ “บิ๊กกุ้ย” มารักษาการ “ผบ.ตร.” ซึ่งตามสายสัมพันธ์แล้ว “บิ๊กกุ้ย” เคยเป็นอดีตนายเวรพล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจและเป็นตำรวจใกล้ชิดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. หนึ่งในบูรพาพยัคฆ์ พี่ใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์

รายการล้างบางตำรวจขั้วอำนาจเก่าเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการจัดบ้านเมืองของ คสช. จึงเกิดขึ้นทันที พล.ต.อ.วัชรพล ประเดิมเซ็นคำสั่งในฐานะรักษาการ ผบ.ตร.ให้ตำรวจไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยขาดจากตำแหน่งเดิมทันที เบื้องต้น 8 ราย

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติผบช.ภ.1 พล.ต.ท.กวีสุภานันท์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.อนุชัยเล็กบำรุง ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สุเทพเดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.หาญพลนิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ภานุเกิดลาภผล ผบช.สตม.และพล.ต.ท.สฤษฎ์ชัยอเนกเวียง ผบช.สันติบาล

จากนั้นพล.ต.อ.วัชรพลเซ็นต์คำสั่งให้ตำรวจไปรักษาการตำแหน่งแทนทันที โดยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดาผู้ช่วย ผบ.ตร. มารักษาการ ผบช.น. พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร.มารักษาการ ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.เดชณรงค์สุทธิชาญบัญชา ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน มารักษาการ ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง จเรตำรวจ(สบ.8) มารักษาการ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี จเรตำรวจ(สบ.8) มารักษาการ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ศรีวราห์รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. มารักษาการ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศานิตย์มหถาวร รองผบช.ก.ตร. มารักษาการ ผบช.ภ.2 และพล.ต.ต.เรวัชกลิ่นเกสร รองจเรตำรวจ(สบ.7) มารักษาการผบช.สันติบาล

โดยเฉพาะตำรวจที่เข้ามารักษาการแทนตำรวจที่มีความสัมพันธ์กับขั้วการเมืองเก่าต่างก็ล้วนเป็นตำรวจที่ใกล้ชิดพล.ต.อ.พัชรวาท น้องชายพี่ป้อมแห่งบูรพาพยัคฆ์

นาทีนี้แวดวงสีกากีภายในกรมปทุมวัน เหล่าตำรวจขั้วอำนาจเก่าที่ทำงานถวายหัวต่างออกอาการหนาวๆร้อนๆเกิดการระส่ำกันเป็นแถว เพราะเชื่อว่าคงไม่เพียงแค่นายพล8 นายเท่านั้นที่ต้องโดนเด้งเข้ากรุระดับ “ผู้การฯ”หลายคน “ผู้กำกับ”จำนวนมากที่เป็นไม้เป็นมือทำงานให้ขั้วเก่า ก็ต้องโดนในเร็วๆนี้

เช่นเดียวกับตำรวจสายพล.ต.อ.วัชรพล และพล.ต.อ.พัชรวาทน่าจะได้กลับมาเฮกันอีกครั้ง.
Read more >>

'ประยุทธ์'ยันย้าย ขรก.แค่ลดกดดัน

โดยเนชั่น เมื่อ 25 พ.ค.2557

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงคำสั่งการปรับย้ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ของ พลเรือนตำรวจทหารนั้นมิได้เป็นการลดทอนในเกียรติยศศักดิ์ศรีของบุคคลหรือ หน่วยงานใด แต่จำเป็นต้องลดความกดดันที่มีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร.ผู้ทื่จะมารักษาการ แทน ก็มาจากรอง ผบ.ตร.ซึ่งมีลำดับอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสังคมและประชาชน อยากให้เห็นใจผู้ที่ถูกปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ และงดที่จะแสดงออกถึงการดูถูกเกลียดชังกัน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดๆ ขอให้ถือว่าเป็นการปรับย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในห้วง ปัจจุบัน อยากฝากให้ทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มารักษาการแทนด้วย

พ.อ.วิธัย กล่าวว่าส่วนเรื่องการควบคุมตัวบุคคลผู้ที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำประกาศ ของ คสช.นั้น ก็เพื่อทำความเข้าใจในข้อขัดแย้ง และให้ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังการปฏิบัติของแต่ละพวก แต่ละฝ่าย และเพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยได้จากสถานที่ดูแลที่เหมาะสม มิได้มีพันธนาการ ซ้อม ทรมาน แต่อย่างใดเราให้เกียรติทุกคน โดยให้เห็นถึงความจำเป็นว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะนี้ได้ทยอยปล่อยกลับบ้านแล้วเป็นจำนวนมาก โดยการควบคุมตามกฎหมายไม่เกิน 7 วัน ซึ่งบางคนได้ปล่อยไปในวันแรกๆ แล้ว โดยได้จัดลำดับจำนวนวันในการควบคุมตัวตามความสำคัญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะได้รายงานให้ทราบเป็นระยะ สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมที่มีหมายจับหรือมีคดีติดตัวจะได้นำเข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่26 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ

"คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด
Read more >>

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget