สั่ง "ผบก.น.2 และ 5 เสือโรงพักเตาปูน" กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

14/4/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 10 เม.ย.2558

"สมยศ" สั่ง ผบก.น.2-รอง ผบก.น.2 กลับไปปฏิบัติหน้าที่ต้นสังกัดเดิม พร้อม 5 เสือโรงพักเตาปูน หลังจเรตำรวจและกองวินัยสั่งยุติสอบข้อเท็จจริง

วันนี้(10 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งตร.ที่197/2558 ลงวันที่ 10 เม.ย.58 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต้นสังกัดเดิม ดังต่อไปนี้

1.พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 

2.พ.ต.อ.อัครพล สว่างวงค์ รอง ผบก.น.2 

3.พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.สน.เตาปูน 

4.พ.ต.ท.มนตรี โตสมจิตต์ รอง ผกก.ป.สน.เตาปูน 

5.พ.ต.ท.วริศพันธ์ เขมสิริเมธีกุล รองผกก.สส.สน.เตาปูน 

6.พ.ต.ท.สมเกียรติ อนันตรัตน์ สว.ป.สน.เตาปูน 

7.พ.ต.ท.นพคุณ ไพเราะ สว.สส.สน.เตาปูน 

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.58 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเหตุที่มีคำสั่งให้ข้าราชการกลับไปปฏิบัติราชการต้นสังกัดตามเดิมนั้น ด้วยจากที่ ผลการสืบสวนข้อเท็จจริง ของจเรตำรวจและกองวินัยได้เสนอยุติเรื่องดังกล่าว แล้วพล.ต.อ.สมยศ จึงได้มีคำสั่งดังกล่าวโดยได้ย้ำให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ ลงไปกวดขันตรวจสอบจับกุมการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่อย่างจริงจัง


สำหรับ

พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงค์สุเมธ ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.อัครพล สว่างวงค์ รอง ผบก.น.2 และ 5 เสือ สน.เตาปูน 

นั้นเกิดจากกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2558 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ ลงนามในคำสั่งย้าย ข้าราชการตำรวจเพื่อไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)คำสั่งย้ายนายตำรวจทั้ง 7 นาย เกิดขึ้นหลังจากที่ เจ้าหน้าที่ทหาร จากฝ่ายฏิบัติการคณะทำงานพิเศษของ คสช. ประมาณ 60 นาย สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นภายในชุมชนตรอกข้าวสาร ถนนเตชะวณิช แขวงและเขตบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ "บ่อนเตาปูน"

โดยตรวจพบอุปกรณ์การเล่น อาทิ โต๊ะบาคาร่า ไพ่ป๊อก โพยบอล ฯลฯ ทั้งยังพบอาวุธปืนอีกกว่า 10 กระบอก และเครื่องกระสุน แต่ไม่พบนักพนันแต่อย่างใด
Read more ...

กระหึ่มยืดแต่งตั้ง “นายพล” ล็อตสอง รอ “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” เสียบ ผบก.191

31/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 29 มี.ค.2558

สน.พระอาทิตย์

ถ้านำระยะเวลาการอบรมของ “รองฯโจ๊ก” ไปผนวกกับ “ข่าวลือ” และนำไปผสมกับการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู “ล็อตสอง” ที่ต้องหลีกทางให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจระดับ “รองสารวัตร - ผบ.หมู่” เสร็จสิ้นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป

ทุกอย่างดูลงตัว เหมาะเจาะ สอดรับกันช่างเป็นเรื่อง “บังเอิญ” จริงๆ

กำลังกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวง “สีกากี” หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้จัดทำบัญชีแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ รองสารวัตร (รอง สว.) - ผบ.หมู่ วาระประจำปี 2557 ที่ค้างเติ่งข้ามปี ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ ที่ออกมา “แทรกกลาง” การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง ว่า มีเบื้องลึก เบื้องหลังอะไรหรือไม่ อย่างไร

ในสภาวะปกติที่ผ่านมา หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดปฏิทินการแต่งตั้งระดับใด ก็จะทำให้เสร็จสิ้น โดยไม่มีการแทรกโผแต่งตั้งระดับอื่น คือ ถ้าทำบัญชีแต่งตั้งระดับ “นายพล” หากแบ่งเป็น 2 ล็อต ระดับ พล.ต.ท.- พล.ต.อ. ตำแหน่ง ผบช. ขึ้นไป กับระดับ พล.ต.ต. ตำแหน่ง ผบก.- รอง ผบช. ก็จะทำต่อเนื่อง เมื่อเสร็จจาก “นายพล” ล็อตแรก ก็จะทิ้งเวลาไม่เกิน 15 วัน หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 เดือน ก็จะทำ “นายพล” ล็อตสอง ต่อทันที

แต่ครั้งนี้หลังจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานทำคลอดบัญชีแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง “ล็อตแรก” ระดับ ผบช. ขึ้นไป เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558

ผ่านมาใกล้จะครบ 1 เดือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็ยังไร้วี่แววการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง “ล็อตสอง” ระดับ พล.ต.ต. ตำแหน่ง ผบก.- รอง ผบช. จะเกิดขึ้นเมื่อใด

ในทางตรงกันข้ามระหว่างรอการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง “ล็อตสอง” ปรากฏว่า “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน กลับมีคำสั่งให้ทุกกองบัญชาการจัดทำบัญชีแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ รองสารวัตร - ผบ.หมู่ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2558 แล้วให้คำสั่งมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป

“เป็นเวลาที่เหมาะสมด้วยเหตุผล เพราะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตำรวจระดับปฏิบัติการจะได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยไม่ต้องมากังวลเรื่องแต่งตั้ง” พล.ต.ต.สรไกร เพิ่มพูล ผู้บังคับการกองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจกแจงเอาไว้

คำสั่งทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ รองสารวัตร - ผบ.หมู่ ประจำปี 2557 ย่อมเรียกเสียงเฮ! จากตำรวจระดับล่างทั่วประเทศ เพราะต่างเฝ้ารอกันข้ามปี เนื่องจากในวาระการแต่งตั้งประจำปี 2557 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลือกทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย “ตำรวจ” ระดับ “นายพล” ทั้ง 2 ล็อต ในวาระประจำปีก่อน จากนั้นช่วงต้นเดือนมกราคม ก็ตามมาด้วย การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพัน” ประจำปี

พอการแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพัน” ประจำปี เสร็จสิ้นเรียบร้อย ตำรวจระดับ “รองสารวัตร - ผบ.หมู่” ต่างก็คาดกันว่า ปฏิทินการแต่งตั้งจะถึงเสียที สุดท้าย “ผบ.สมยศ” ก็เลือกย้อนขึ้นระดับบนก่อน ด้วยการทำบัญชีแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู ล็อตแรก ทำให้ต่างมองว่าการแต่งตั้งระดับเล็กคงต้องรอให้ “นายพล” เสร็จสิ้นก่อน

จู่ๆ “ผบ.สมยศ” ก็หันมาหยิบการแต่งตั้งระดับ รองสารวัตร - ผบ.หมู่ มา “แทรกกลาง” การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู ทำให้ “ตำรวจ” ส่วนใหญ่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ และเกิดข้อสงสัย เหตุใดถึงมีการ “แทรกกลาง” โผนายพล แบบผิดแปลกแตกต่าง ตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้

เหตุและผลในการเลือกทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย “ตำรวจ” ระดับ รองสารวัตร - ผบ.หมู่ แทนที่จะทำบัญชีแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู “ล็อตสอง” ที่เหลืออยู่ก่อน จะเป็นเช่นไร ยังไม่มีใครออกมาชี้แจงแถลงไข

ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากการ “แทรกกลาง” ครั้งนี้ คือ ทำให้การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู “ล็อตสอง” ระดับ ผบก.- รอง ผบช. ทดแทนตำแหน่ง ก็มีอันต้องยืดระยะเวลาออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหากจะทำกันเร็วที่สุด จริงๆ ก็คงต้องหลังวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ไปแล้ว เพื่อให้คำสั่งแต่งตั้งระดับ รองสารวัตร - ผบ.หมู่ ประจำปี มีผลบังคับใช้ ตามหนังสือคำสั่ง “ผบ.สมยศ” ระบุไว้เสียก่อน

นั่นทำให้ดูจะสอดรับกับกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่ว่ากันว่า มีความพยายามจะผลักดันให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (รอง ผบก.สปพ.) หรือ 191 นายตำรวจคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้ขึ้นนั่งเก้าอี้ “นายพล” เต็มตัว และข่าวลือที่ออกมานั่น อ้างเอ่ยกันไปถึงเก้าอี้ใหม่ ที่จะขยับ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ รองฯโจ๊ก ขึ้นไปนั่งในตำแหน่ง “ผบก.สปพ.” หรือ “ผู้การฯ 191”

หากจะขยับดัน “รองฯโจ๊ก” ขึ้น “ผบก.” ก็ต้องรอให้ถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2558 ไปแล้ว เพราะขณะนี้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ อยู่ระหว่างการแต่งตั้งให้คุณสมบัติครบถ้วน ด้วยเข้าเข้าอบรมหลักสูตร โรงเรียน “ผู้การฯ” ที่กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) อยู่

หลักสูตรดังกล่าวชื่อ “หลักสูตรการบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 39” ซึ่งเปิดหลักสูตรไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 มีระยะเวลาการอบรม 3 เดือน ซึ่งระยะเวลาการอบรมจะสิ้นสุดวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 โดย พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นหนึ่งผู้เข้ารับการอบรม รวมทั้งยังเป็น “ประธานรุ่น” ด้วย

ดังนั้น ถ้านำระยะเวลาการอบรมของ “รองฯโจ๊ก” ไปผนวกกับ “ข่าวลือ” และนำไปผสมกับการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู “ล็อตสอง” ที่ต้องหลีกทางให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจระดับ “รองสารวัตร - ผบ.หมู่” เสร็จสิ้นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป

ทุกอย่างดูลงตัว เหมาะเจาะ สอดรับกันช่างเป็นเรื่อง “บังเอิญ” จริงๆ

อย่างไรก็ดี การเลื่อนทำบัญชีแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู ล็อตสอง ระดับ ผบก.- รอง ผบช. ยศ “พล.ต.ต.” จะเพื่อรอ “รองฯโจ๊ก” อย่างข่าวลือที่คาดเดาหรือไม่ หลังวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป จะรู้กัน
Read more ...

เซ่นบ่อนไฮโล เด้งฟ้าผ่า 4 เสือ สน.ดอนเมือง

20/3/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 19 มี.ค.2558

ผบก.น.2 เด้งฟ้าผ่า 4 เสือ สน.ดอนเมือง ช่วยราชการจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เซ่นทลายบ่อนไฮโล ริมถนนสรงประภา

ล่าสุดวันนี้ 19 มี.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีตำรวจ กก.1 บก.ป. เข้าตรวจค้นบ่อนพนันไฮโลลักลอบเล่นการพนัน ย่านถนนสรงประภา ดอนเมือง เข้าไปในซอยอีกประมาณ 200 เมตร และสามารถจับกุมนักพนันได้ 41 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 15 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์การเล่นพนัน 17 รายการ เงินสด 3,000 บาท ได้เมื่อกลางดึกวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ลงนามในคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกับกรณีที่เกิดขึ้น และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิต ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง และ พ.ต.ต.สมิทธิกิจ อินทรหอม สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.ดอนเมือง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (ศปก.น.2) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามผู้บังคับบัญชาโดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2558 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ยังได้มีคำสั่งให้ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม

ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายมาโดยตลอด และหากพบพื้นที่ใดมีการจับกุมบ่อนการพนันสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าของพื้นที่ต้องรับผิดชอบ
Read more ...

ย้าย 5 เสือ สภ.แกลง เข้ากรุ หลังกองปราบเข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโล

16/3/58
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 15 มี.ค.2558

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มโนเจริญทรัพย์ รอง ผกก.2 ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม

เข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโล

กลางสวนยางพารา หมู่ 9 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง 

ได้ผู้ต้องหาสองคน คือ

นายชาญ เจริญรื่น และ

นายอรรถพรทรัพย์เจริญ 

พร้อมด้วยของกลาง

เงินสด 521 บาท และ
ของกลางอื่นรวม 7 รายการ 

ทำให้

พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง

ได้ลงนามย้าย 5 เสือ สภ.แกลง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดระยองนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ได้มีคำสั่งลงนามจาก พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง คำสั่งเลขที่ 84/2558 เรื่องให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเข้าจับกุมบ่อนไฮโลดังกล่าวซึ่งในกรณีดังกล่าวมีข้าราชการตำรวจรับผิดชอบที่ต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องตามคำสั่งตร.ที่ 234/2558 ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวงผกก.สภ.แกลง 

พ.ต.ท.สิทธิ แสงจันทร์ รองผกก.ป.สภ.แกลง 

พ.ต.ท.สุเชาว์ ขมสนิท รองผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.สาธิต สุวรรณโชติ สวป.ฯ 

พ.ต.ท.สุระพล จิตรักษ์ สว.สส.ฯ 

พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนโดยมี

พ.ต.อ.สมพงษ์ ทองใบ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง 

พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สินธุประเสริฐ รองผกก.สส.ภ.จว.ระยอง 

พ.ต.ต.บัณฑิต เหล่าสุทธิวงษ์ สว.สส.ภ.จว.ระยอง 

เป็นคณะกรรมการในการสืบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน

และมีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดระยองเลขที่ 86/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ที่ 85/2558 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2558 ให้พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวง ผกก.สภ.แกลง จ.ระยอง พร้อมด้วยพวก 5 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง โดยขาดจากตำแหน่งเดิมทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2558 และให้ พ.ต.อ.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบก.ภ.จว.ระยองไปรักษาการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.แกลง ซึ่งมีคำสั่งลงนามจาก พล.ต.ต.ชุมพลฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ในวันที่ 15 มีนาคม 2558

Read more ...

เด้ง ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ไป ภ.1 ไร้แผนคุมม็อบค้านโยกปลัด สธ.

14/3/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 12 มี.ค.2558

'พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน' เซ็นคำสั่งย้าย ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ไปช่วยราชการ ศปก.ภ.1 เซ่นไร้แผนคุมม็อบ คัดค้านการโยกย้าย ปลัด สธ. ...

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 58 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ออกคำสั่งตำรวจภูธรภาค 1 ที่ 68/2558 เรื่อง ให้ พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ วรรธน์จิรัฐ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 (ศปก.ภ.1) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เนื่องจากไม่มีความรับผิดชอบ และไม่ใส่ใจในการปฏิบัติหน้าที่ หากให้รับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการได้

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่ง ที่ 69/2558 ให้ พ.ต.ท.พิเชียรยศ อรุณพันธ์กุล รอง ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี รักษาราชการแทน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ในคำสั่งระบุว่า ด้วยตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2558 จะมีข้าราชการจากกระทรวงสาธารณสุขจำนวนมาก เดินทางจากส่วนภูมิภาคมายังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อชุมนุมเคลื่อนไหว ให้กำลังใจและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรณีมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

จึงได้ตรวจสอบการปฏิบัติของกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมี พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ถึงสถานการณ์การข่าวแกนนำ จำนวนมวลชนที่เข้าร่วม การใช้เส้นทางการเดินทางเข้ามายังกระทรวงสาธารณสุข พื้นที่ชุมนุม เพื่อให้นำมาเป็นข้อมูล เตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นได้


คำสั่งโยกย้าย
แต่ปรากฏว่า ทางกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ไม่มีข้อมูลดังกล่าวอีกทั้ง พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ ยังไม่ไปตรวจสถานที่ แสดงถึงการไม่มีความรับผิดชอบและไม่ใส่ใจในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เป็นที่ตั้งของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยราชการที่มักจะมีกลุ่มมวลชนเข้ามาชุมนุมประท้วง ดังนั้น หากให้รับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการได้

ดังนั้น จึงอาศัยอำนาจตามความในระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จึงให้ พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ วรรธน์จิรัฐ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ลงวันที่ 12 มี.ค. 58

ด้าน พล.ต.ต.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า ที่มีคำสั่งจาก พล.ต.ท.อำนวย ผบช.ภ.1 ให้ พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ ไปปฏิบัติราชการยัง ศปก.ภ.1 ตนไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆ ซึ่งเป็นความเหมาะของทางผู้บังคับบัญชา เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิภาพ ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ตนได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอยู่ตลอดเวลา.
Read more ...

ผู้การโคราช เจอพิษด่านจร. ภาค3ย้ายด่วน ผกก.เมืองด้วย

12/3/58
โดยข่าวสด เมื่อ 11 มี.ค.2558

สั่งเด้งด่วนผู้การและผู้กำกับเมืองโคราช ไปช่วยราชการ ศปก.ภาค 3 ทันทีไม่มีกำหนด เหตุผู้บัญชาการภาค 3 ออกตรวจพื้นที่พบตั้งด่านจราจรหวังค่าปรับ ทั้งที่ให้นโยบายไปแล้วว่า ต้องเน้นเรื่องความมั่นคงพร้อมให้มีป้ายชื่อผู้รับผิดชอบจุดตรวจอย่างชัดเจน แต่กลับละเลยถือว่าไม่ปฏิบัติตามนโยบาย พร้อมเปิดเผยล่าสุดสั่งการให้ผู้กำกับสภ.ปักธงชัย ไปช่วยราชการโดยไม่มีกำหนดเช่นกัน เพราะไม่อยู่สภ. แต่ไปโผล่อยู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเป็นประจำ เตรียมตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ภาค 3 เปิดเผยว่า มีคำสั่งให้พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และพ.ต.อ. ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา มาช่วยราชการที่ศปก.ภาค 3 เนื่องจากพบว่ามีการตั้งด่านที่ไม่ถูกต้องตาม นโยบาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนให้นโยบายชัดเจนและสั่งกำชับทุกหน่วยในเรื่องการตั้งด่านตามถนนหนทาง ให้เน้นเรื่องความมั่นคงมากกว่าการจราจร ทุกครั้งที่ตั้งด่านต้องมีป้ายชื่อผู้รับผิดชอบด่าน พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อติดให้เห็นเด่นชัดทุกครั้ง

อีกทั้งยังย้ำด้วยว่า การตั้งด่านอย่าให้ประชาชนเดือดร้อน การตั้งด่านต้องเน้นตรวจอาชญากรรมและความมั่นคง ไม่ใช่ตั้งด่านเพื่อหวังค่าปรับจราจร ดังเช่นที่เคยถูกกล่าวหาว่าตำรวจในพื้นที่ตั้งด่านจำนวนมาก เพื่อหวังรายได้จากค่าปรับ ซึ่งที่ผ่านมาเคยคาดโทษไปแล้วว่า ใครไม่ทำตามนโยบายจะลงโทษและสั่งมาช่วยราชการที่ภาค 3

"ผมย้ำไปแล้วหลายครั้ง กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ผมไปตรวจพื้นที่ เพื่อดูการตั้งด่านของตำรวจ พบว่ามีด่านตรวจ 2 แห่ง ในพื้นที่สภ.เมืองนครราชสีมา ไม่มีป้ายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ และลักษณะของด่านดูเหมือนด่านจราจรมากกว่าด่านความมั่นคง จุดประสงค์แปรเปลี่ยน เป็นด่านหารายได้ หวังค่าปรับจราจร ซึ่งกำชับไปแล้วว่าอย่าทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ดีต่อตำรวจ เนื่องจากที่ผ่านมาเคย ถูกประชาชนร้องเรียนว่าตำรวจตั้งด่านเยอะ ประชาชนมองว่าตำรวจตั้งด่านหวังค่าปรับจราจร สั่งไปแล้วแต่ก็ยังทำ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เหมือนว่าไม่ทำตามนโยบาย จึงออกคำสั่งให้ทั้ง 2 ไปช่วยราชการที่ศปก.ภ.3 โดยไม่มีกำหนด และให้รายงานข้อเท็จจริงก่อน จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป" ผบช.ภาค 3 กล่าว

ผบช.ภาค 3 กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ได้ให้ พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผบก.ภ.จ. นครราช สีมา รรท.ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา และให้พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รองผบก.ภ. จ.นครราชสีมา รรท.ผกก.สภ.เมืองนครราช สีมา นอกจากนี้สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนมีคำสั่งให้พ.ต.อ.กัมปนาท ฐาตุจิรางค์กูล ผกก.สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มาช่วยราชการที่ศปก.ภ.3 โดยไม่มีกำหนดเช่นกัน พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงด้วย เนื่องจากไปตรวจเยี่ยมสภ.แล้วไม่อยู่ สอบถามอ้างว่าอยู่กทม. แต่จากการสืบสวนทางลับพบว่าอยู่ที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบว่าผกก.คนนี้ไม่ค่อยอยู่โรงพัก แม้แต่ครั้งที่แขกคนสำคัญจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้าพื้นที่ก็ไม่อยู่ต้อนรับ สืบสวนเชิงลึกพบว่าอยู่ที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และมักเดินทางไปที่นั่นบ่อยๆ ชอบทำกิจกรรมที่นั่น ตนจึงสั่งให้มาช่วยราชการและให้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าช่วงที่ไม่อยู่โรงพักไปไหน หากพบว่ามีความผิดจริงตามที่สืบสวนพบจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป
Read more ...

ก.ตร.มีมติตั้งพล.ต.ต.ฐิติราชนั่งผบช.ก.-พ­ล.ต.ท.ธีรศักดิ์นั่งผช.ผบ.ตร.

10/3/58
โดยทีเอ็นเอ็น เมื่อ 10 มี.ค.2558

วันนี้(10 มี.ค.58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2558 โดยมี นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขธิการ ก.พ. พร้อมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบ.ตร. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระที่ผ่านการพิจารณาที่สำคัญคือ วาระการบรรจุและแต่งตั้ง นายปิยวิทย์ สรไชยเมธา (นอกราชการ) ก.ตร.ได้มีมติเห็นชอบให้กลับเข้ารับราชการ­เป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งนายแพทย์ สบ.5 ยศ พ.ต.อ.(เทียบเท่า รอง ผบก.) สังกัด รพ.ตร.

สำหรับวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ ผช. ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง ระดับ ผบช.หรือ จตร.(สบ8) 4 ตำแหน่ง รวมแล้ว 5 ตำแหน่ง ที่ประชุม ก.ตร.ได้พิจารณามีมติ เห็นชอบ แต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้นให้ พล.ต.ท.ธีรศักดิ์ กลิ่นพงษา หน.จเรฯ (สบ.8) นรต.32 ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ จตร.(สบ.8) นรต.37 โยกมาเป็น หน.จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รอง ผบช.ศชต.(นรต. 32) ขึ้นเป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช.ศ.(นรต.31) ขึ้นเป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.เติมพงษ์ สิทธิ์ประเสริฐ รอง ผบช.ภ.3 (นรต.34) ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ตร. นอกจากนี้ยังพิจารณาให้ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.ก(นรต.34) ขึ้นเป็น ผบช.ก. ด้วย
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget