ประวิตรเตรียมประชุม ก.ตร.วาระพิเศษบ่ายวันนี้

25/2/58
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com เมื่อ 25 ก.พ.2558

รองนายกฯ ประชุม ก.ตร. บ่ายนี้ วาระหาข้อยุติการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม และแต่งตั้งนายพลนอกวาระประจำปี 58

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เตรียมเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ในเวลา 13.30 น. วันนี้ โดยมีวาระสำคัญ เพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับจัดทำบัญชีคัดเลือกผู้เหมาะสมใหม่ หลัง สำนักงานกำลังพล (สกพ.) ได้มีการประกาศบัญชีอาวุโส ออกมาใหม่ และมีการเปลี่ยนแปลงอันดับอาวุโสฯ ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี 2558 ทั้งนี้ เพื่อจะได้ไม่เกิดข้อครหา และถูกฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ 

อีกทั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ในการแต่งตั้งระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้บัญชาการ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ นอกวาระประจำปี ซึ่งมี

ตำแหน่งว่างประกอบด้วย 

ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง 

ระดับ ผบช. หรือ จตร. (สบ 8) 4 ตำแหน่ง 

หากที่ประชุม ก.ตร. ได้ข้อยุติแล้ว ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีการนัดประชุม เพื่อจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนในตำแหน่งสูงขึ้นต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ว่างอยู่เดิม ที่มีการคาดว่า จะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก. รรท.ผบช.ก. ขึ้นเป็น ผบช.ก. ต่อ ก.ตร. นั้น เป็นผู้ไม่มีชื่อในบัญชีผู้เหมาะสมในการแต่งตั้งวาระประจำปีในครั้งที่ผ่านมา
Read more ...

ย้ายด่วนผู้การปทุมธานี กรณีจับร้านคาราโอเกะธัญบุรี

1/2/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 31 ม.ค.2558

บุกจับร้านคาราโอเกะ เขตธัญบุรี แอบค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี พบทั้งสาวไทย ลาว เวียดนาม รอให้บริการ งามหน้า! พบบัญชีจ่ายส่วยให้ตำรวจท้องที่ยัน ตม.ภาคกลาง เดือนละ 6 หมื่นบาท ...

จากกรณีนายอำเภอธัญบุรีและปลัดอำเภอธัญบุรี ร่วมกับทหารชุดควบคุมกองพันทหารม้าที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กว่า 30 คน เข้าจู่โจมตรวจค้นภายใน

ร้าน น้องพิมพ์คาราโอเกะ เลขที่ 177/34-35 ภายในซอย รร.ตำหนักลาว ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ซึ่งจากการตรวจค้นภายในร้านพบนักเที่ยวชายจำนวนหนึ่ง และยังพบ

พนักงานหญิงจำนวนทั้งสิ้น 11 คน เป็นเด็กหญิงชาวลาวและเวียดนาม ที่อายุไม่ถึง 18 ปี จำนวน 5 ราย 

โดยมี 

น.ส.จุฬารัตน์ ศรีเดช อายุ 37 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน 

โดยได้รับแจ้งจากสำนักงานการสอบสวนและนิติการ และองค์กรปราบปรามการค้ามนุษย์ (ซีทียู) ว่ามี

หญิงบริการชาวลาว ชื่อ น้อย (นามสมมติ) อายุไม่เกิน 13 ปี 

ถูกกักขังเพราะเป็นหนี้เจ้าของร้านน้องพิมพ์คาราโอเกะ จำนวน 40,000 บาท เมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค.นั้น

วันที่ 31 ม.ค. พ.ต.ต.รัชพล บุญวิเชียร พนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้ควบคุมตัว น.ส.จุฬารัตน์ เจ้าของร้านน้องพิมพ์คาราโอเกะ ส่งศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาตั้งสถานบริการโดยมิได้รับอนุญาต เป็นเจ้าของสถานค้าประเวณีและค้ามนุษย์ ส่วนสาวไทย-ลาว-เวียดนาม อีก 6 คน โดนข้อหา มั่วสุมในสถานที่ค้าประเวณี และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่รับอนุญาต

ขณะที่ นายรณรงค์ นครจินดา นายอำเภอธัญบุรี ร่วมกับอัยการศาลเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี ทำการสอบสวนและคัดแยกหญิงต่างด้าวขายบริการ โดยคัดแยกกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 5 ราย ออกมาอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจค้นภายในร้าน พบ

หนังสือจ่ายส่วยให้กับโรงพักท้องที่ สืบสวนสอบสวนจังหวัด อำเภอ กองปราบฯ สันติบาล สืบสวนสอบสวนภาค 1 ตม.ภาคกลาง ตำรวจท่องเที่ยว ปคม. 

โดยรายการจ่ายส่วยทั้งหมดมียอดเงินเกือบ 6 หมื่นบาทต่อเดือน

โดยขณะนี้มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับการ จนไปถึง สวป. ของ สภ.ท้องที่ อาทิ 

พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี 
พ.ต.อ.วารินท์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี 
พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ ผกก.สภ.ธัญบุรี 
พ.ต.ท.นุกูล อุ่นทรัพย์ รอง.ผกก.ส. 
พ.ต.ท.วศินชัย ชุมแสง รรท.รอง.ผกก.ป. 
พ.ต.ต.พีรศักดิ์ สวยสม สว.สส. และ 
พ.ต.ต.สุรเชษฐ์ อเนกศรี สวป.สภ.ธัญบุรี 

ให้ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นเวลา 30 วัน.
Read more ...

ผบช.ภ.4 สั่งเด้ง ผบก.อุดร เข้าศปก.เซ่นปฏิบัติการดอกบัวแดง

1/2/58
โดยข่าวสด เมื่อ 31 ม.ค.2558

เมื่อวันที่ 31 มกราคม พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรฯ ช่วยราชการ ศปก.ภ.4 ตั้งแต่วันที่ 1ก.พ.เป็นต้นไป ทั้งนี้เป็นเหตุสืบเนื่องจากกรณี ฝ่ายปกครองจับกุมการค้าประเวณีเด็กในพื้นที่สภ.เมืองอุดรธานี (ปฏิบัติการดอกบัวแดง)อย่างไรก็ตาม แม้ผบก.ภ.จว.จะมีคำสั่งให้ผกก.สภ.เมืองอุดรฯ พร้อม รองผกก.ป. และ ผกก.สส.สภ.เมือง ช่วยราชการแล้ว แต่ได้พิจารณาว่า ผบก.ภ.จว.อุดรฯนั้นอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบต่อกรณีนี้จึงให้ช่วยราชการ ที่ศปก.ภ.4เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
Read more ...

มติ ก.ตร.รับ “ร.ต.อ.ปรากรม” กลับเข้ารับราชการตำแหน่ง สว.ปอท. - ยังไม่พิจารณาแต่งตั้ง ผบช.ก.รอเวลาเหมาะสม

23/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 22 ม.ค.2558

ASTVผู้จัดการ – ก.ตร. มีมติรับ ร.ต.อ.ปรากรม วารุณประภา อดีตรองสารวัตร ที่เคยโดนข้อหาไล่ออกจากราชการฐานกระทำผิดวินัยร้ายแรงกลับเข้ารับราชการเข้าสังกัด ปอท. เพื่อจัดการเว็บไซต์หมิ่นฯ หลังพิจารณาแล้วไม่ได้ทำผิดจริง - อัยการสั่งไม่ฟ้อง ทั้งผ่านการนิรโทษกรรม พ.ร.บ. ล้างมลทินแล้ว ชี้เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ จบ ป.โท โดยตรงด้านเทคโนโลยี ยันยังไม่พิจารณาหาคนแทน พล.ต.ท.พงศพัศ ในตำแหน่ง ผบช.ก.

วันนี้ (22 ม.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เหลือเพียง นายนนทิกร กาญจนจิตรา เลขาธิการ ก.พ. ที่ติดภารกิจอื่นไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้รับ ร.ต.อ.ปรากรม วารุณประภา อดีตรองสารวัตร กองกำกับการ 4 ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการฐานกระทำความผิดวินัยร้ายแรง เมื่อปี พ.ศ. 2541 กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งสารวัตร สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง และผ่าน พ.ร.บ. ล้างมลทิน แสดงว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ประกอบกับทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความรู้ความสามารถและจบการศึกษาด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ฯ จึงพิจารณาเพิ่มยศ และให้สังกัด ปอท. เพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน ส่วนกระแสข่าวว่า มี ก.ตร. บางท่านไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ ทั้งนี้ สำหรับการพิจารณาให้กลับเข้ารับราชการของตำรวจที่ผ่าน พ.ร.บ. ล้างมลทิน หรือพ้นจากการกระทำความผิด จะใช้พิจารณากับข้าราชการตำรวจทุกนาย แต่กระนั้นก็ต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณา ตามกฎของ ก.ตร. เช่นเดียวกันนี้ ซึ่งในอดีตมีหลายรายยื่นเรื่องเข้ามา ให้ ก.ตร. ใช้ดุลพินิจ โดยลงมติด้วยวิธีลับ ไม่มีการแทรกแซง

“พิจารณาแล้วเห็นว่า ร.ต.อ.ปรากรม ไม่ได้กระทำความผิดจริง อีกทั้งพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ถือว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้มีความผิดติดตัว และผ่านการนิรโทษกรรม พ.ร.บ. ล้างมลทิน แล้ว ประกอบกับเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ จบปริญญาโทด้านเทคโนโลยี ซึ่งน่าจะสามารถช่วยงานแก้ปัญหาเว็บไซต์หมิ่น และเว็บไซต์ผิดกฎหมายอื่นๆ ได้ จึงเสนอ ก.ตร. ให้รับกลับเข้าราชการอีกครั้ง โดยที่ประชุม ก.ตร. มติเอกฉันท์ ส่วนสาเหตุได้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นเนื่องจากที่ประชุมเห็นว่าไม่ได้มีความผิดจริงตามถูกกล่าวหา เมื่อกลับเข้ามาจึงต้องให้สิทธิที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบเสียสิทธิไป” ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ตร. ยังไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งผู้มารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) แต่อย่างใด ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รองสารวัตร - ชั้นประทวน ได้มอบหมายให้สำนักงานกำลังพล เตรียมความพร้อมไว้แล้ว แม้ยังไม่มี ผบช.ก. ก็ไม่กระทบกับการแต่งตั้งโยกย้าย

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปฏิรูปตำรวจ ว่า รัฐบาลยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้เป็นหน้าที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปรวบรวมความคิดเห็น ซึ่งจะมีการเปิดเวทีระดมความเห็นของทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อให้ได้รับความเห็นที่รอบด้าน เช่นเดียวกับการปฏิรูปทุกๆ ด้านที่ สปช. ทำอยู่ รัฐบาลไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นอย่างไร ไม่ต้องการถูกครหาว่าเข้าไปชี้นำแทรกแซง โดยต้องยอมรับว่าการปฏิรูปตำรวจจะต้องใช้เวลานาน และอาจไม่เสร็จสิ้นภายในรัฐบาลนี้ แต่หากเป็นการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อาจมีความเป็นไปได้ในการปรับภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตาม ในการปฏิรูปพัฒนาตำรวจต้องพิจารณาในด้านกำลังพลว่าเพียงพอเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงการให้งบประมาณที่สอดคล้อง อย่างไรก็ตาม ตำรวจเป็นองค์กรใหญ่ มีทั้งคนดีและไม่ดี การมีคนไม่ดีเพียงไม่กี่คนจะเหมารวมว่าคนทั้งองค์กรนี้ไม่ดีคงไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น การปฏิรูปตำรวจตนชี้แนะอะไรมากไม่ได้ เพราะเพิ่งเข้ามาสัมผัสตำรวจไม่กี่เดือนเท่านั้น
Read more ...

เปิดคำสั่งแต่งตั้ง รอง ผบก.-สว. ผกก.นครบาลเอี่ยวป้ายโฆษณาฉาวถูกเด้งเข้ากรุเพียบ

13/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 13 ม.ค.2558

เปิดคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.- สว. วาระประจำปี 2557 ผกก. นครบาลเอี่ยวกรณีป้ายโฆษณาแอลอีดีฉาว - ผกก. สังกัด บช.ก. ถูกเด้งเข้ากรุเพียบ

วันนี้ (13 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.- สว. วาระประจำปี 2557 ซึ่งแต่ละกองบัญชาการได้มีการออกคำสั่งลงวันที่ 9 ม.ค. 2558 โดยให้มีผลพร้อมกันในวันที่ 15 ม.ค. 2558 สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจ คือ นายตำรวจระดับหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ถูกเสนอย้ายออกนอกหน่วยจากกรณีปัญหาป้ายโฆษณาแอลอีดี อาทิ 

พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผกก.สน.ท่าเรือ เป็น ผกก.ฝอ.กองแผนงานอาชญากรรม สยศ.ตร. 
พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย เป็น ผกก. กลุ่มงานจราจร ผก. 
พ.ต.อ.ธนาทิศ วงศ์วัยรักษ์ ผกก.สน.บวรมงคล เป็น ผกก. กลุ่มงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สยศ.ตร. 
พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงส์ ณ อยุธยา ผกก.สน.เตาปูน เป็น ผกก.ธร.กพ.อก. สำนักงานกำลังพล 
พ.ต.อ.วชิพงษ์ แก้วดวง ผกก.สน.บางเสาธง เป็น ผกก.ฝอ.มน. 
พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน เป็นผกก. กลุ่มงานพัฒนากฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี 
พ.ต.อ.สมพร กฤษณธพิพัฒน์ ผกก.สน.อุดมสุข เป็น ผกก. กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมพิเศษ กองแผนงานอาชญากรรม สยศ.ตร. 
พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.พระราชวัง เป็น ผกก.ฝอ.กต.1



ขณะเดียวกัน ก็มีนายตำรวจระดับ ผกก. ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ถูกมองว่าอยู่ในเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก. ถูกโยกให้มาดำรงตำแหน่งในหน่วยขึ้นตรง สำนักงาน ผบ.ตร. อาทิ 

พ.ต.อ.ประเสริฐ กัลยาวุฒิพงศ์ ผกก.11 บก.รน. เป็น ผกก. ฝ่ายสืบสวน และตรวจการณ์ 2 กต.1 
พ.ต.อ.ล้ำพันธ์ พรรธณประเทศ ผกก.3 บก.ทล. เป็น ผกก. กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ. 
พ.ต.อ.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผกก.2 บก.ปคบ. เป็น ผกก. ฝ่ายสืบสวนและตรวจการ 2 กต.4 
พ.ต.อ.ประพจน์ โชติคุณ ผกก.2 บก.ทท. เป็น ผกก. กลุ่มงานส่งเสริมการสอบสวน 1 สบส.
Read more ...

คำสั่งแต่งตั้ง รอง ผบก. - สว. วาระประจำปี 2557

13/1/58
13 ม.ค.2558

คำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. วาระประจำปี 2557
http://saranitet.police.go.th/AllDownload.html  
Read more ...

‘ประวุฒิ’ยันโผโยกย้ายไม่มีซื้อขายตำแหน่ง

12/1/58
โดยคมชัดลึก เมื่อ 12 ม.ค.2558

‘พล.ต.ท.ประวุฒิ’ ยันไม่มีการซื้อขายตำแหน่งระดับรองผู้การฯ-ผกก.ตามที่เป็นข่าว แต่หากพบหลักฐานจะดำเนินการเด็ดขาด เรียกประชุมแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล

12 ม.ค.58 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีการซื้อขายตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการ ถึง ผู้กำกับการ ตั้งแต่ 8 แสน ถึง 30 ล้านบาท แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยยืนยันว่า ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างแน่นอน ส่วนที่มีการแจกจ่ายใบปลิวไม่เห็นด้วยการกับการแต่งตั้งในบางพื้นที่ ขณะนี้ ทราบเรื่องแล้ว จึงสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยต้องพิจารณาว่า ผู้ที่แจกใบปลิว หรือ ร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้ง เป็นกลุ่มผู้เสียประโยชน์ หรือ ไม่พอใจการแต่งตั้งเป็นการส่วนตัวหรือไม่ แต่หากมีพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น และเชื่อว่า ไม่สามารถปกปิดสังคมได้ เพราะปัจจุบัน กระบวนการตรวจสอบทั้งทางสื่อมวลชน และสังคม ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

"ยืนยันว่า บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บังคับการ ถึง สารวัตร ขณะนี้ เสร็จเรียบร้อย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมแจกจ่ายตามกำหนด เพื่อให้มีผลวันที่ 15 มกราคมนี้ " โฆษกตร. กล่าว

โฆษกตร. เรียกประชุมแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการสั่งการกำกับดูแลปัญหาจราจรจากเดิมที่ใช้ระบบแบ่งพื้นที่รับผิดชอบแต่ละทัองที่ มาเป็นแบบศูนย์รวมอำนาจสั่งการ เพื่อให้การสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การระบายรถยนต์บนท้องถนน และการสั่งการไฟสัญญาณจราจรเกิดความต่อเนื่องสอดคล้องกัน ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางหลัก อาทิ ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามราม 2 และบางนา รวมถึงปัญหาอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหารถติดเช่นกัน โดยการระบายรถยนต์ในเส้นทางจราจรหลักที่ติดขัดนั้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการเปิดเส้นทางย่อยโดยรอบ เพื่อให้รถยนต์ในเส้นทางดังกล่าวสามารถระบายออกได้ และสามารถใช้ความเร็วได้ปกติ
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่างอีกว่า นอกจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้นำหลักการระบายรถยนต์ในเส้นทางขบวนเสด็จมาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯเนื่องจากหลักการดังกล่าวสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว

ทั้งนี้ศูนย์สั่งการดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรองผู้บังคับการที่ดูแลงานด้านจราจรแต่ละพื้นที่ รวมถึงผู้กำกับการ ผลัดเปลี่ยนเข้ามากำกับดูแลสั่งการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โฆษกตร.สั่งตรวจสอบเหตุยิงเรือประมง เชื่อเกิดจากความเข้าใจผิด

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ขับเรือไล่ยิงเรือประมง 9 บารมีพ่อ กลางทะเลอันดามัน บริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา รอยต่อ จังหวัดระนอง ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเชื่อว่า อาจเกิดจากความเข้าใจผิดจากทั้งสองฝ่าย เนื่องจาก การตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของชุดเฉพาะกิจทางเรือ ในการตรวจจับแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน และไม่มีเครื่องขยายเสียงเพื่อแสดงตัวให้ชัดเจน ประกอบกับ เรือประมงดังกล่าว มีพฤติการณ์หลบหนี เพราะหวาดระแวงคิดว่า เรือของเจ้าหน้าที่อาจเป็นเรือโจร จึงเกิดความเข้าใจผิด และยิงขับไล่ขึ้น โดยหลังจากนี้ จะมีการพิจารณาปรับยุทธิวิธีสกัดจับคนร้ายทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัญลักษณ์แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หรือ เครื่องขยายเสียง

"เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าเรือประมงดังกล่าว มีความผิดตามที่ได้รับแจ้งหรือไม่ แต่หากเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว

โฆษกตร. ระบุมีตร.ระดับ สว.-ชั้นประทวนเอี่ยวสินบนอุ้มชาวเกาหลี

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กองปราบปราบ และกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีตำรวจเกี่ยวข้องกรณีอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวเกาหลี โดยเบื้องต้น ได้รับรายงานว่า มีตำรวจ 7 นาย เกี่ยวข้อง แบ่งเป็นระดับสารวัตร 2 นาย ส่วนที่เหลือเป็นชั้นประทวน ในสังกัดฝ่ายสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 โดยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ในการเรียกรับผลประโยชน์จากการไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มชาวเกาหลี ในข้อหาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจทั้ง 7 นาย เรียกตัวมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว และหากพบมีความผิดจริง ต้องดำเนินคดีเด็ดขาด
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget