อาณาจักรโล่เงิน ประจำวันที่ 10 ธันวาคม 2553

10/12/53
อาณาจักรโล่เงิน ประจำวันที่ 10 ธันวาคม 2553

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ขณะนี้เกิดพายุถล่มหนัก บรรยากาศอึมครึมไม่มีทีท่ายุติ เหตุเกิดที่สำนักงานจเรตำรวจ ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งด้วยวาจาให้นายตำรวจลงไปตรวจ 3 ชายแดนจังหวัดภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย อันตรายสูงสุด..

จเรฯไม่ต้องลงไปตรวจหรอก ในพื้นที่เขาเพิ่มกำลังและหน่วยงาน ศชต.- ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี

นายตำรวจยศ พล.ต.ท.เป็นผู้บังคับบัญชา 

ที่สำคัญ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุม ดูแลและสั่งการอีกชั้นหนึ่งด้วย 

ไม่ต้องให้จเรตำรวจไปยุ่ง แต่ถ้าจะลงไป ต้องมีคำสั่งให้เขาไปปฏิบัติการกรณีพิเศษ และต้องบวกเวลาทวีคูณ เลื่อนยศให้ด้วย การสั่งต้องเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่สั่งด้วยวาจา....

ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดให้ตำรวจที่ชอบความเสี่ยง สมัครใจลงไปปฏิบัติหน้าที่ แล้วปูนบำเหน็จทวีคูณให้ ก็มีนายตำรวจเจ้าเล่ห์รีบสมัครไปทันที เมื่อรายงานตัวเสร็จ ก็ขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ แต่ก่อนกลับได้สั่งลูกน้องไว้อย่างดี ถ้ามีเหตุระเบิด ให้รีบรายงานด่วน อย่าเพิ่งแถลงข่าว "ผมจะรีบลงมาทันที" เมื่อเกิดเหตุระเบิดครั้งไร ตำรวจเจ้าเล่ห์ก็รีบนั่งเครื่องบินลงไปแถลงข่าว......

ทุกครั้งจะให้ลูกน้องไปหาข่าวว่า พื้นที่ใดไม่มีความรุนแรง ไม่มีระเบิดเด็ดขาด ก็จะเรียกสื่อโดยเฉพาะทีวี. ให้ลงไปช่วยสร้างภาพว่า กระผมทำงานหนักอย่างไม่กลัวตาย ขณะนี้ตำรวจเจ้าเล่ห์ได้ดีรับ

ยศ พล.ต.ต. 

สมใจนึก ได้กลับมาใหญ่ ในนครบาลอีกครั้ง ภารกิจสำคัญก็

หาทุนเปิดบ่อน แถวฝั่งธนฯ 
โดยมีสื่อไร้สังกัดเป็นที่ปรึกษา 
ทั้งสร้างภาพให้ภรรยาอย่างหรู แต่เบื้องหลังภรรยาออกเงินกู้เก็บดอกเบี้ยหฤโหด 
มีลูกน้องตำรวจคอยเก็บเงินลูกหนี้อีกด้วย
พฤติกรรมตำรวจเจ้าเล่ห์อยู่ใกล้แค่มือเอื้อม ทำไมผู้ใหญ่ในสำนักงานจเรฯ ไม่ส่งคนไปสืบดู ในนครบาลไม่ได้มีเพียงรายเดียว มีมากมายแม้กระทั่งชั้นประทวน ก็ค้ายา ค้าอาวุธอยู่ตาม สน.นี่แหละ ก่อนจะส่งตำรวจลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ตรวจตราในนครบาลและปริมณฑลให้เรียบร้อยก่อนเถอะ
------

เดินไปทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เห็นความแปลกใหม่ คือ ไม่มีรถยนต์จอดอยู่บริเวณด้านหน้าแม้แต่คันเดียว ดูสะอาดตา ที่สำคัญเมื่อขับรถออกทางประตูหน้า บชก.ไม่ต้องระวังรถมาทางขวา เพราะไม่มีรถขวาง ทำให้เห็นรถผ่านได้ง่าย ที่ผ่านมามีพวกตำรวจที่ไม่รับรู้กฎจราจร จอดรถซ้อนคัน ตำรวจจราจรในพื้นที่พูดไม่ออก แต่ละคนใหญ่ๆ ทั้งนั้น เกิดอุบัติเหตุครั้งใด ตำรวจจราจรปวดหัวทุกที จัดการจราจรแบบใหม่ แล้ว ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป แต่คำสั่ง "นาย"มักเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตามยุคสมัยของแต่ละคน

รถวีโก้สีดำมีไฟแดงติดบนหลังคา ทะเบียน ชผ 2841 คนขับแต่งเครื่องแบบตำรวจ ขับรถไปพูดโทรศัพท์ไป รถคันอื่นจะแซงก็ไม่ได้ ขึ้นทางด่วนไม่ต้องเสียเงิน มีอภิสิทธิ์ทุกอย่าง ยังไม่เอื้อเฟื้อประชาชนรอบข้าง ที่สำคัญกระจกหลังติดสติ๊กเกอร์ไว้ด้วยว่า"พิทักษ์ราษฎร์ ดุจญาติมิตรของเรา" เอ้า !จเรตำรวจจิกตัวมาอบรมให้รู้วินัยตำรวจบ้าง
Read more ...

กกต.ยกคำร้อง “วอลเปเปอร์มาร์ค” ชี้ไม่มีพฤติกรรมแทรกแซงการโยกย้ายนาย ตร.

10/11/53
โดยข่าวสด เมื่อ 10 พ.ย.2553

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. 

เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากเห็นควรให้ยกคำร้องตามที่คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเสนอมา ในกรณีการกระทำของ

นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ 

ในฐานะเลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 

ใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยการเซ็นชื่อตัวเองกำกับหลังนามบัตรนั้น 

เมื่อคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า 

- นายศิริโชค เป็นส.ส. มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ซึ่งนายศิริโชคไม่ได้เป็นกรรมาธิการหรือมีส่วนได้เสียในขณะนั้น อีกทั้ง

- กระบวนการสรรหาผู้ที่เหมาะสมให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ซึ่งจะต้องรวมถึงความอาวุโส ประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ และความรู้ความสามารถ โดยจะต้องผ่านขั้นตอนการจัดทำข้อมูลผู้ที่เหมาะสม ในการเลื่อนตำแหน่ง และมีขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือก 

- ประกอบกับระยะเวลาที่ฝากนามบัตร พร้อมประวัติดังกล่าวยังมิได้มีการพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นแต่อย่างใด
ดังนั้นพฤติการณ์ของนายศิริโชคดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพียงคำรับรองหรือยืนยันความสามารถของบุคคลว่า เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเป็นเพียงการให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเท่านั้น 

นอกจากนี้การแต่งตั้งจะต้องผ่านหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ข้าราชการตำรวจ ประกอบกฎ ก.ตร. 

การกระทำดังกล่าวของนายศิริโชค ยังไม่ถึงขึ้นเป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซง อันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (2)
Read more ...

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ฉะนักการเมือง แทรกแซงโผ ตร. ระดับ ผบก. ถึง รอง ผบช. ปี 2553

26/10/53
โดยข่าวสด เมื่อ 26 ต.ค.2553

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร เปิดแถลงข่าวฉะแหลกนักการเมืองล้วงโผแต่งตั้งตำรวจจนเละเทะ รวมทั้งแฉสาเหตุที่ตนเองโดนเด้งเข้ากรุ อ้างว่าเพราะไปขัดขวางผลประโยชน์เป็นจระเข้ขวางคลอง ไปจับบ่อนการพนัน น้ำมันเถื่อน ใน 4 จังหวัดใต้ โดย ไม่ยอมตามคำขอนักการเมือง ทั้งในท้องถิ่นและระดับชาติ ดับเครื่องชนนายกฯรวมทั้งลูกพี่นายกฯ สร้างภาพธรรมะธัมโม ท้าทำโพลพิสูจน์ ถ้าชาวบ้านไม่ยอมรับจะไปโดดน้ำตายทันที ทางด้านผบ.ตร.เตรียมเซ็นตั้ง 197 นายพล ไปรักษาการตั้งแต่ 1 พ.ย. ส่วนรักษาการผบช. ภาค 1 หวยออกที่"อัศวิน"

เมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผบช.ภ.9 

แถลงข่าวในหัวข้อ "ฉะโผตำรวจ นักการเมืองล้วงลูก" เปิดโปงการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองรองผบช.-ผบก.วาระประจำปี 2553 ซึ่งก.ตร.เพิ่งพิจารณาแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค. และมีการโยกย้าย พล.ต.ต.วิสุทธิ์ จากรองผบช.ภ.9 เป็น รองผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.)

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ถูกย้าย ครั้งนี้ เพราะเมื่อไปอยู่ที่บช.ภ.9 ดูแล จ.สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง มีบ่อนการพนัน อบายมุขทุกอย่าง ยาเสพติด โปปั่น โต๊ะพนันบอล หวย หุ้น น้ำมันเถื่อน ของหนีภาษี ยาเสพติด ถูกตนเองจับกุมเป็นจำนวนมาก แล้วมีนักการเมืองมาเคลียร์ แต่เคลียร์ไม่ได้ และส่วนมากคนที่ทำคือนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ลิ่วล้อ หัวคะแนน ทำอย่างนี้ทั้งหมด เดือนๆหนึ่งหลายร้อยล้าน รู้อยู่แล้ว ส.ส.ทางใต้ นักการเมืองภาคใต้เหล่านี้เป็นใคร เป็นสาเหตุให้ถูกย้าย เพราะเป็นจระเข้ขวางคลอง ไม่ยอมนักการเมือง

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนแรกรู้สึกมั่นใจเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ก.ตร. ด้วยตนเอง เป็นคนตรง เป็นจอมหลักการ คงไม่ถูกย้าย แต่สุดท้ายก็ย้าย เพราะตอนนี้นักการเมืองล้วงลูกทุกอย่าง ขนาด ผอ.โรงเรียนยังเข้ามาแทรกแซง ล้วงลูกตลอด

"บางคนคิดว่าลูกพี่นายกฯเป็นคนดี ธรรมะธัมโม ภาพดีเดินไปสวัสดี ไม่ใช่เลย อาศรมของท่านตั้งอยู่ในบช.ภ.9 ซึ่งผู้บังคับการที่ไปเฝ้าบ้าน ไปเฝ้าอาศรมลูกพี่นายกฯคนนี้ เพิ่งครบหลักเกณฑ์ 3 ปี ได้เป็น รองผบช.ภ.9 เท่านั้นไม่พอ ยังไปเอารองผบก.คนหนึ่งขึ้นมาสืบทอด ดูแลอาศรมต่อ มาเป็น ผบก.จังหวัดนั้น แล้วอย่างนี้เรียกว่าล้วงลูกหรือไม่ ผมถามสิ อาศรมนี้ทุกคนนี้ก็รู้ว่าเป็นอย่างไร" พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวพร้อมกับยกตัวอย่าง กรณีผบก.ภ.จว.สตูลมีผลงานมากที่สุด จับยาเสพติดที่ส่งข้ามประเทศก็จับกุมมาตลอด แต่ถูกเอามาเป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมบช.ภ.1 เอามาเก็บกรุ

พล.ต.ต. วิสุทธิ์กล่าวต่อไปว่า นายกฯคาดการณ์ผิดมาตลอดในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการชุมนุมของคน เสื้อแดง คาดการณ์ผิดเรื่องให้พรรคภูมิใจไทยคุมกระทรวงมหาดไทยและคมนาคม และที่คาดการณ์ผิดที่สุดในชีวิตของนายกฯ คือการเป็นประธานก.ตร.และย้ายพล.ต.ต. วิสุทธิ์เข้ากรุ ท่านคาดการณ์ผิดจริงๆ เพราะตนคือคนของประชาชนและแผ่นดิน เป็นของจริง แม้แต่น้ำท่วมครั้งนี้ก็คาดการณ์ผิดเรื่องการเตรียมพร้อม หน้าที่นายกฯไม่ใช่การไปเดินลุยน้ำ แจกถุง เป็นการสร้างภาพ เพราะนายกฯคนนี้คนเกลียดก็เยอะ ลงไปลุยน้ำทีหนึ่ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองทำหน้าที่คุ้มกันเดินลุยน้ำอีก 400-500 คน

"ผมว่าน้องมาร์ควี 11 นายวิทวัศ ท้าวคำลือ เป็นเด็กคนนึงที่รู้จักนายกฯดีมาก" พล.ต.ต. วิสุทธิ์กล่าว รวมทั้งระบุถึงพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่มาร้องขอชีวิตต่อนายกฯ นายกฯก็นิ่ง ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ปล่อยให้ไปทำงานไปตาย ซึ่งนายกฯต้องรับผิดชอบ วิญญาณของพล.ต.อ.สมเพียร ยังวนเวียน ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด รอคำ ขอโทษ

พล.ต.ต.วิสุทธิ์แถลงอย่างดุเดือดต่อไปว่า ขอท้าเดิมพันให้ไปทำโพลในพื้นที่ 4 จังหวัดที่ตนดูแล ว่าวิสุทธิ์เป็นตำรวจดีสมควรอยู่หรือไม่ หรือว่าเป็นคนไม่ดี ไม่สมควรอยู่ ถ้า 70% บอกว่าเป็นตำรวจดี สมควรอยู่จะว่าอย่างไร แต่ถ้าต่ำกว่านั้นจะลาออก จะไปกระโดดน้ำที่สะพานพระนั่งเกล้า วัดดวง ถ้ามีกอสวะมาก็เกาะแล้วรอด ไม่มีก็ตายไป

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ต่อไปนี้ตนจะมาแนวใหม่เมื่ออยู่ในกรุ ก็จะดูแลงบลับของตำรวจ การสั่งซื้อสั่งจ้าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกา ใครมีข้อมูลอะไรส่งมาให้ตน ติดต่อที่โทร. 08-1834-6699

เย็นวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงพล.ต.ต.วิสุทธิ์ ระบุการโยกย้ายนายตำรวจครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องว่า ยังไม่ทราบ การเมืองที่ไหน เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า เป็นส.ส.จากภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า ก็เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมา ใครทำผิดไม่ได้อยู่แล้ว

มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า สำหรับบัญชีแต่งตั้งรองผบช.-ผบก. 197 ตำแหน่งที่เพิ่งผ่านก.ตร.ไปนั้น พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เตรียมลงนามให้ผู้ได้รับแต่งตั้งในบัญชีนี้ ไปทำหน้าที่รักษาราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจะโปรด เกล้าฯ ส่วนการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผบช. ภาค 1 หลังก.ตร.มีมติไม่ให้พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ทำหน้าที่ต่อไปนั้น เดิมที พล.ต.อ.วิเชียรเตรียมมอบหมายให้พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร.มารักษาการแทน แต่ล่าสุดนายกฯสั่งการให้แต่งตั้งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 มาทำหน้าที่รักษาการผบช.ภาค 1 แล้ว
Read more ...

ปรับตำแหน่ง ผกก.

24/10/53
โดยสหบาท เมื่อ 23 ต.ค.2553

ประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทุกคนต่างจับจ้องไป ที่โผแต่งตั้ง รอง ผบช.-ผบก. แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง ที่ไม่สามารถทำบัญชีเสนอเข้ามาให้ ก.ตร.พิจารณาได้ทัน ขณะที่มีการวิพากษ์กันว่า  "บัญชีไม่ลงตัว"  ทำให้การพิจารณาแต่งตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 22 ต.ค.

ถึงแม้จะ ไม่มีโผแต่งตั้งนายพลให้ ก.ตร.พิจารณา แต่ก็มีเรื่องอื่นนำเข้าสู่วาระการพิจารณาด้วย ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับตำรวจเรื่องหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเข้ามา

ยกระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ

ปรับตำแหน่งหัวหน้า สถานีตำรวจ ให้เป็น ผู้กำกับ ยศ พ.ต.อ.ต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ หัวหน้าสถานีตำรวจหรือโรงพัก จะมีตำแหน่งเป็น สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ. ยศ พ.ต.ท. แล้วก็ลดหลั่นลงไปมีสารวัตรฝ่ายต่างๆ

ต่อมา ตำรวจได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง

เมื่อปี 2545 หัวหน้าสถานีตำรวจหรือโรงพัก

จาก สวญ.ยกระดับขึ้นมาเป็นผู้กำกับ ยศ พ.ต.อ. จำนวน 201 แห่ง

แต่ก็ยังมี โรงพักบางแห่ง ซึ่งเป็นโรงพักเล็ก ถูกจัดให้ หัวหน้าสถานี มียศแค่ พ.ต.ท. ให้เทียบเท่า รอง ผกก. แต่ยังคงเรียกเหมือนสมัยเก่า คือ

สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ.

สถานีตำรวจ หรือโรงพักประเภทนี้ ทุกวันนี้ยังมีอยู่อีกจำนวนไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง การพัฒนาของตำรวจ ก็เจริญก้าวหน้าตามโลก ถึงยุคของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น ผบ.ตร.ตัวจริง ได้มีนโยบายพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของสถานีตำรวจทั่วประเทศ

จึง เป็นที่มาของการนำเสนอเรื่อง การยกระดับโรงพัก ปรับตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ เข้าที่ประชุม ก.ตร. และเป็น "ครั้งแรก" ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.โดยตำแหน่ง เข้าประชุม

สถานี ตำรวจหรือโรงพัก ทั่วประเทศที่เสนอปรับนั้น

ระดับ

- ผู้กำกับ จำนวน 142 ตำแหน่ง, 
- รองผู้กำกับ จำนวน 284 ตำแหน่ง และ 
- สารวัตรอำนวยการ 142 ตำแหน่ง

ซึ่ง เมื่อยกระดับปรับขึ้นมาจริงๆแล้ว   คงไม่ใช่มีแค่ตำแหน่งที่เสนอขึ้นมาเท่านั้น จะต้องมีตำแหน่งอื่นๆตามมาอีก

ตอนนี้อยู่ที่ สตช.วางหลักเกณฑ์ และจัดสรร คัดเลือกตัวคน ลงในตำแหน่งอย่างไร

วันนี้ ฝุ่นตลบแล้ว!!!
Read more ...

เสรีพิศุทธ์ อดีตผบ.ตร.จ่อร้องแต่งตั้ง รองผบช.ก ขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

20/9/53
โดยไอเอ็นเอ็น เมื่อ 20 ก.ย.2553

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตนเองกำลังร่างหนังสือเพื่อที่จะยื่นให้ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้ายนายพลตำรวจระดับ รองผบ.ตร. ถึง ผบช. ในกรณีของ

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. 

ที่จะขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 ที่จะขึ้นตำแหน่ง โดยจะมอบหมายให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือ ที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าน่าจะ เป็นวันที่ 21 กันยายน นี้ โดยเหตุผลที่ยื่นหนังสือครั้งนี้ เพราะหากแต่งตั้งไปแล้ว อาจจะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสียหายได้ ในภายหลัง จึงแจ้งให้ผู้อำนาจทบทวนคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวก่อน

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทางอดีต ผบ.ตร. ออกมาคัดค้านการแต่งตั้งดังกล่าวนั้น เพราะพบเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง การปฏิบัติงานต้องสงสัย ขณะเป็นที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) 

ดังนั้นตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2553 นั้น การคัดเลือกแต่งตั้งและการให้ความเห็นชอบให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รอง ผบช.ก.ให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย
Read more ...

เสรี ร้องให้ตรวจสอบการตั้ง ศรีวราห์ เป็นผู้บัญชาการภาค 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

7/9/53
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 ก.ย.2553

“เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” อดีต ผบ.ตร. ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เรียกร้องระงับ เสนอโปรดเกล้าฯ “พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล” เป็น ผบช.ภ.1 หลังพบเบิกค่าเลี้ยงย้อนหลังไม่ถูกต้องขณะเป็นที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า)

วันนี้ (5 ก.ย.) เมื่อเวลา 17.30 น.

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. 

นำเอกสารเรื่อง “ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบ และระงับยับยั้งการเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ และพระราชทานยศสูงขึ้นของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.” โดยเอกสารทั้งหมดมีความหนาจำนวน 20 หน้า และประทับตราด่วนที่สุดที่หน้าแรกมุมบนด้านซ้าย

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวระบุว่า ได้รับหนังสือจากข้าราชการตำรวจผู้รักความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 4 ก.ค.53 ว่า การแต่งตั้ง 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. 

เป็นที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.53 เป็นต้นมา โดยการปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาดังกล่าว พล.ต.ต.ศรีวราห์ได้เบิกเงินค่าเสี่ยงภัย ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเลี้ยงดูย้อนหลังตั้งแต่ เม.ย.53 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในห้วงระยะเวลาที่ซ้ำซ้อนกันดังกล่าว พล.ต.ต.ศรีวราห์อยู่ระหว่างการศึกษาอบรมหลักสูตร วปอ.มีกำหนด 1 ปี จึงไม่น่าที่จะปฏิบัติหน้าที่ปรึกษาดังกล่าวที่ กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) โดยได้แนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วยมาให้พิจารณา

ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจครั้งล่าสุด ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ จเร ตร. และรอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมา ถึง ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า โดยเห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.ต.ศรีวราห์ รอง ผบช.ก.ดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 (ยศ พล.ต.ท.) ซึ่งขณะนี้รักษาการ ผบ.ตร.ได้นำรายชื่อข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมีมติเห็นชอบดังกล่าวเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และพระราชทานยศสูงขึ้นแล้ว

ตนได้พิจารณาตามเอกสารที่ส่งมา ประกอบหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.53 แล้วขอเรียนนายกรัฐมนตรีว่า การคัดเลือกแต่งตั้งและการให้ความเห็นชอบ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รอง ผบช.ก.ให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยเป็นมติที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน เพียงเพื่อช่วยเหลือ พล.ต.ต.ศรีวราห์ให้ได้รับยศและตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งผู้รับผิดชอบอาจจะต้องรับโทษตามกฎหมายได้ พร้อมกันนี้ได้แนบเอกสารใบเบิกรับค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเสี่ยงภัย และค่าเบี้ยเลี้ยงของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ มาด้วย
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม