ผบ.ตร.ไม่ยอมชายชั้น 7 ล้วงโผโยกย้าย

22/3/55
โดยคมชัดลึก เมื่อ 21 มี.ค.2555

"เพรียวพันธ์" รับถูกแทรกแซงโผโยกย้ายรองผู้การ-สารวัตร ชี้ "ชายชั้น7" มีจริง แต่ไม่รับฟัง ไม่เอา ไม่ยอม ระบุพบยุ่งแต่งตั้งเอาผลประโยชน์ "อชิริวิทย์" เผยผลสอบ "ศรีวราห์" ศชต.ยืนยันสิทธิทวีคูณ เตรียมหารือ ก.ตร.
           
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) 

กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ(รอง ผบก.) ถึงสารวัตร(สว.) วาระประจำปี  ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า การแต่งตั้งไม่มีการเลื่อนหรือขยายเวลาออกไป ต้องเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ตามกรอบเวลา ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ตนขออนุมัติเปิดตำแหน่งใหม่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อรองรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต
           
"เรื่องนี้เร่งรีบเพราะต้องเอาคนมาทำงาน เนื่องจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นวันหนึ่งเป็นแสนคน ทุกวันนี้ใช้กำลังจากหน่วยงานข้างเคียงมาช่วยไปพลางๆ ใช้การจัดแถวรูปงู (snake line)ก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ได้รายงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทราบแล้วว่าขณะนี้การแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่พอกับปริมาณนักท่องเที่ยวดำเนินไปด้วยดี

แต่ก่อนสิ้นเดือนนี้ แถวเจ้าหน้าที่ต้องเต็ม ทั้งนี้ตำแหน่งในสตม. จะขออนุมัติก.ตร.บางส่วนเป็นตำแหน่งเดิม ของกลุ่มตำรวจชั้นประทวน ที่สอบเป็นชั้นสัญญาบัตรได้ 98 คน แต่ต้องขอ ก.ตร.ทันทีที่อนุมัติ ตนจะแต่งตั้งคนเหล่านี้ที่เคยอยู่ มีทักษะภาษาอังกฤษไปดำรงตำแหน่งที่ สตม.ได้เลย ส่วนตำแหน่งเปิดใหม่ ตามการขยายโครงสร้างสตม.ซึ่งมีระดับรองสารวัตรด้วย ตนก็จะแต่งตั้งเลย" ผบ.ตร. กล่าว
           
เมื่อถามว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีกระแสข่าวว่ามีอำนาจจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การแต่งตั้งทุกครั้งมีอำนาจเข้ามาแทรกอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นความจริง และยอมรับว่ามีอำนาจมาแทรก
           
“ตำรวจมันไม่เหมือนหน่วยงานอื่น มันวิ่งกันอุตลุด นี่ตั้งกี่เดือนแล้วยังไม่จบเลย แต่ผมบอกว่าครั้งนี้ผมไม่ยอม ต้องจบ เดือนมีนาคมต้องเสร็จ ที่ล่าช้าเรื่องวิ่งก็มีส่วน” ผบ.ตร. กล่าว เมื่อถามถึงแล้วกรณีที่มีชายชั้น 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พูดกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่ยอม
           
“จะมาทำให้ระบบมันเสีย เอาผลประโยชน์มาพัวพัน ถ้าอย่างนี้ถ้ารู้แล้วต้องดำเนินคดีอาญากับคนเหล่านี้ มาทุจริต มาเรียกร้องเงินตำรวจ ต้องดำเนินคดีอาญาเลย ไม่ต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมบอกว่างานตำรวจถ้าเรายอมให้มีระบบซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น เด็กก็ไม่ทำงาน มันไม่ต้องทำงานหรอก แค่ไปวิ่งเสียเงินก็ดำรงตำแหน่งได้ ผมไม่ยอมหรอก" ผบ.ตร. กล่าวและว่า ได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ในการแต่งตั้งเป็นเรื่องมานานเล้ว ไม่ใช่ในสมัยตน ก็มีแล้ว มีมาเนิ่นนานแล้ว อย่าไปพูดเลย ตนเองจะทำให้ดีที่สุด
           
“ตัวผม ผมไม่ทำแล้วกัน พยายามจะป้องกันด้วยว่าคนไหนทำ ผมไม่ยอม ถ้าชั้น 7 ชั้นอะไรมาผมไม่ได้คุยด้วยกับเขาอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกน้องเข้าใจผมดี

คนชั้น 7 

ไม่อยู่แล้ว ผมไม่เจอ ผมไม่เคยขึ้นไปชั้น 7 ผมไม่เคยเจอเขา” ผบ.ตร.กล่าว
           
เมื่อถามว่า คนชั้น 7 ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ผบ.ตร. กล่าวว่า คงขึ้นมาหาใคร คงแวะมาหาใครที่รู้จัก คนข้างในก็คุยด้วยบ้าง ไม่คุยด้วยบ้าง เขาก็ไป ไม่มีหรอก เข้ามาเกี่ยวอะไร ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง
           
“ผมต้องเรียนว่า คนคนนี้ทำความหนักใจให้กับผม คือมีคนพูดเยอะ อย่างโน้นอย่างนี้ ผมบอกเลย ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันได้ ผมเองไม่เอาคนคนนี้ ก็ไม่มีอะไร ไม่มีสายการเมืองส่งมาแลกเปลี่ยนอะไร เป็นที่ปรึกษาก็ไม่มี ใครก็อ้างได้ เป็นที่ปรึกษาผม ที่เป็นที่ปรึกษาเป็นหลักเป็นฐาน มี

พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ 


พล.ต.ต.มณสัณฑ์ สุขกนิษฐ์ 


พล.ต.ต.จำนงค์ แก้วศิริ 

มีแค่นี้ ยืนยันว่าคนๆนี้ไม่เกี่ยวอะไร ที่ว่ามาก้าวก่ายการแต่งตั้งไม่มี ไม่มีใครเอา เด็กๆก็รู้ ไม่มีใครเอาหรอก ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีไป ว่าไป” ผบ.ตร. กล่าว
           
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าววิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก. เป็นเงิน 3 ล้าน คนวิ่งได้ 5 แสน ผบ.ตร.กล่าวว่า มีที่ไหนหรือ พวกตำรวจก็แบบนี้ น่าปวดหัว ส่วนกรณียกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะตั้งใคร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา ทุกอย่างต้องเป็นธรรมตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วง
           
ผบ.ตร.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการนับอายุราชการทวีคูณ

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

เพื่อใช้สิทธิ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ว่าเรื่องนี้เพิ่งคุยกับ


พล.ต.ท.ไพทูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ผบช.ศชต.)

เมื่อวานนี้ ซึ่ง ผบช.ศชต.ยืนยันว่า มีการประชุมเรื่องนี้กันแล้ว และยืนยันตามเดิมเรื่องการให้สิทธินับอายุราชการทวีคูณ
           
“ผมก็บอกไป คราวนี้ข้อมูลเพิ่มขึ้น มีข้อมูลใหม่ก็ควรเอามาพิจารณา แต่หากยืนยันอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร ผมจะเอาเรื่องนี้ไปคุยใน ก.ตร.ว่า ก.ตร.จะเอาหรือเปล่า ตัดสินเลยหรือเปล่า เพราะเรื่องนี้ควรต้องสรุปแล้ว ยืดเยื้อนานมากแล้วคนที่ควรได้รับการแต่งตั้งโดยไม่ได้ใช้เล่ห์ กลอุบายอะไรก็ไม่ได้รับการแต่งตั้งสักที ไอ้คนที่ใช้เล่ห์กลอุบายก็เป็นอย่างนี้ ซึ่งผมไม่ได้ว่าใครนะ ก.ตร.ครั้งนี้แม้ไม่ได้บรรจุวาระ แต่ผมจะเอาเข้าไปคุย เรื่องนี้ทาง ศชต.บอกว่าสรุปมานานแล้ว แต่นั่นเป็นข้อมูลเก่า แต่หากมีข้อมูลใหม่เพิ่มมากขึ้น ควรเอามาพิจารณาด้วย ถึงจะเป็นธรรม ขณะนี้ รรท.ผบช.ภ.1 ก็ยังเป็นคนเดิม ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่งตั้งไม่ได้สักที มันตลก” ผบ.ตร. กล่าว
           
ขณะที่มีรายงานในวันที่ 23 มีนาคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ตร. โดยมีวาระสำคัญ คือ เรื่องที่เสนอเพื่อทราบผลการตอบข้อหาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับระเบียบ ตร.ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ส่วนเรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณาการกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก.เพิ่มให้กับ สง.ก.ต.ช.และ บช.ศ. การปรับโครงสร้างและกำหนดตำแหน่งให้กับ สง.นรป. , จต. , กมค. , ทพ.สกพ. , อต. , พท.สกพ. , สง.ก.ตร. , บช.ปส.(ศูนยสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด) รวมถึงผลการหารือของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการายงานการดำเนินการทางวินัย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.
           
ด้าน

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. - สว. ว่าเรื่องนี้อยากจะชี้แจงว่า เมื่อคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และกล่าวหากันไปต่างๆ นานาน ทั้งเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง เรื่องตั๋วจากนักการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ แต่หากคำสั่งแต่งตั้งออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมกับมีการร้องทุกข์เข้ามา ตรงนี้จะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องมีการพิสูจน์ต่อไป ส่วนกรณีการวิ่งเต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ได้ดำรงตำแหน่งที่ดีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติในทุกองค์กร ที่จะมีการวิ่งเต้นหรือแทรกแซง อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งต้องยึดคุณธรรม และระบบอาวุโสเป็นหลัก
           
“ผมคิดว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้การฯ ถึงสารวัตรในครั้งนี้ น่าจะเสร็จทันภายในวันที่ 31 มีนาคม นี้ แต่การจะชะลอการแต่งตั้งออกไปก่อนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล การปรับโครงสร้างต่างๆ รวมถึงเรื่องน้ำท่วมก็อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว
           
เมื่อถามถึงกระแสข่าวชายแปลกหน้า ชั้น 7 พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ยิน แต่ทราบว่า ผบ.ตร.ไม่ยอม ไม่ได้รับฟัง แต่ก็เป็นธรรมดาในช่วงการแต่งตั้งที่หลายคนพยายามสร้างราคาให้ตัวเอง
           
ขณะที่มีรายงานว่า บรรยากาศบนอาคาร 1 ชั้น 7 ฝั่งซ้าย ซึ่งเคยเป็นสำนักงาน ผบ.ตร.และเป็นห้องทำงานส่วนตัวของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ได้กลายเป็นห้องทำงาน

ชายแปลกหน้า

ที่ตกเป็นข่าวว่า อาจเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจในขณะนี้ โดยภายในห้องฝั่งซ้ายปิดไฟสนิท ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน แต่ยังคงมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานวางอยู่ โดยก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวจะแวะเวียนเข้ามานั่งทำงานในห้องสำนักงานชั้น 7 เป็นประจำ กระทั่งสื่อมวลชนนำเสนอข่าวถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชายแปลกหน้าดังกล่าว เดินทางเข้ามายังสำนักงานชั้น 7 น้อยลง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานของชายคนดังกล่าว ซึ่งมี

นายตำรวจยศ พล.ต.ต.

รวมอยู่ด้วยที่เคยมานั่งเป็นประจำก็หายไปด้วยเช่นกัน แต่มีกระแสข่าวว่า แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ที่ชั้น 7 แต่ชายคนดังกล่าวและพวก ยังคงมีความพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจ โดยใช้บ้านพักย่านลาดพร้าวเป็นสำนักงานชั่วคราวในการทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ

ไม่มีความคิดเห็น:

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม