แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชุม ก.ตร. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชุม ก.ตร. แสดงบทความทั้งหมด

มติก.ตร.ให้สิทธิทวีคูณแก่ข้าราชการตำรวจ

8/6/58
โดย INN เมื่อ วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2558 16:58น.

http://goo.gl/g9B5Vl

ผบ.ตร. เผยมติที่ประชุม ก.ตร. ให้สิทธิทวีคูณแก่ข้าราชการตำรวจ ยืนยันสิทธิอื่นเท่าเดิม แต่เอาวันทวีคูณมาใช้นับเพื่อเลื่อนตำแหน่งไม่ได้

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานทบทวนหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ผ่านมา มีมติมอบหมายให้ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเรื่องการให้สิทธิทวีคูณ มาทบทวนเพื่อให้มีแนวทางปฏิบัติเหมือนหน่วยงานราชการอื่นๆ โดยมติที่ประชุมวันนี้ ยังคงให้สิทธิทวีคูณแก่ข้าราชการตำรวจเช่นเดิม โดยยังคงได้เงินเพิ่มพิเศษสู้รบ (พสร.) รวมถึงการนับอายุราชการวันทวีคูณ แต่ที่เปลี่ยนไป คือไม่สามารถนำอายุราชการแบบนับวันทวีคูณมาใช้ในการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ต่อจากนี้แนวทางการนับอายุราชการทวีคูณจะเป็นแบบเดียวกับทหาร เพราะทั้งตำรวจและทหารมีความเสี่ยงเท่าเทียมกัน โดยยืนยันว่าสิทธิอื่นเท่าเดิม แต่เอาวันทวีคูณมาใช้นับเพื่อเลื่อนตำแหน่งไม่ได้




ทั้งนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุที่ยกเลิกสิทธินี้เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างกับข้าราชการอื่นๆ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. ให้ความเห็นว่าในเมื่อเป็นข้าราชการเหมือนกันก็ควรมีแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกัน ซึ่งมติในวันนี้จะมีการนำเสนอที่ประชุม ก.ตร. เห็นชอบอีกครั้ง และเมื่อมตินี้ประกาศใช้ก็ต้องปรับลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจใหม่ แต่ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ยังคงนำสิทธิทวีคูณมาใช้ในการแต่งตั้งได้ เพราะยังไม่มีประกาศยกเลิก
Read more ...

ก.ตร.มีมติตั้งพล.ต.ต.ฐิติราชนั่งผบช.ก.-พ­ล.ต.ท.ธีรศักดิ์นั่งผช.ผบ.ตร.

10/3/58
โดยทีเอ็นเอ็น เมื่อ 10 มี.ค.2558

วันนี้(10 มี.ค.58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2558 โดยมี นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขธิการ ก.พ. พร้อมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบ.ตร. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระที่ผ่านการพิจารณาที่สำคัญคือ วาระการบรรจุและแต่งตั้ง นายปิยวิทย์ สรไชยเมธา (นอกราชการ) ก.ตร.ได้มีมติเห็นชอบให้กลับเข้ารับราชการ­เป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งนายแพทย์ สบ.5 ยศ พ.ต.อ.(เทียบเท่า รอง ผบก.) สังกัด รพ.ตร.

สำหรับวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ ผช. ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง ระดับ ผบช.หรือ จตร.(สบ8) 4 ตำแหน่ง รวมแล้ว 5 ตำแหน่ง ที่ประชุม ก.ตร.ได้พิจารณามีมติ เห็นชอบ แต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้นให้ พล.ต.ท.ธีรศักดิ์ กลิ่นพงษา หน.จเรฯ (สบ.8) นรต.32 ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ จตร.(สบ.8) นรต.37 โยกมาเป็น หน.จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รอง ผบช.ศชต.(นรต. 32) ขึ้นเป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช.ศ.(นรต.31) ขึ้นเป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ต.เติมพงษ์ สิทธิ์ประเสริฐ รอง ผบช.ภ.3 (นรต.34) ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ตร. นอกจากนี้ยังพิจารณาให้ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.ก(นรต.34) ขึ้นเป็น ผบช.ก. ด้วย
Read more ...

ประวิตรเตรียมประชุม ก.ตร.วาระพิเศษบ่ายวันนี้

25/2/58
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com เมื่อ 25 ก.พ.2558

รองนายกฯ ประชุม ก.ตร. บ่ายนี้ วาระหาข้อยุติการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม และแต่งตั้งนายพลนอกวาระประจำปี 58

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เตรียมเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ในเวลา 13.30 น. วันนี้ โดยมีวาระสำคัญ เพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับจัดทำบัญชีคัดเลือกผู้เหมาะสมใหม่ หลัง สำนักงานกำลังพล (สกพ.) ได้มีการประกาศบัญชีอาวุโส ออกมาใหม่ และมีการเปลี่ยนแปลงอันดับอาวุโสฯ ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี 2558 ทั้งนี้ เพื่อจะได้ไม่เกิดข้อครหา และถูกฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ 

อีกทั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ในการแต่งตั้งระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้บัญชาการ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ นอกวาระประจำปี ซึ่งมี

ตำแหน่งว่างประกอบด้วย 

ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง 

ระดับ ผบช. หรือ จตร. (สบ 8) 4 ตำแหน่ง 

หากที่ประชุม ก.ตร. ได้ข้อยุติแล้ว ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีการนัดประชุม เพื่อจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนในตำแหน่งสูงขึ้นต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ว่างอยู่เดิม ที่มีการคาดว่า จะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก. รรท.ผบช.ก. ขึ้นเป็น ผบช.ก. ต่อ ก.ตร. นั้น เป็นผู้ไม่มีชื่อในบัญชีผู้เหมาะสมในการแต่งตั้งวาระประจำปีในครั้งที่ผ่านมา
Read more ...

แต่งตั้งตำรวจวงจรอุบาทว์เหมือนเดิมทุกปี

15/12/57
เมื่อ 15 ธ.ค.2557

"อดีตบิ๊กสีกากี"เผยแต่งตั้ง ตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึง สว. เลวร้ายมีแทรกแซงหนักกว่าทุกยุค โยกเครือข่ายอดีตบิ๊ก ผช.ก.และในสังกัด บช.น. ออกนอกหน่วยกว่า 200 นาย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)วันที่ 15 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากได้มีการจับกุม พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก.พร้อมข้าราชการตำรวจเครือข่ายอีกอีกจำนวนหนึ่งนั้น ทำให้มีตำแหน่งว่างในสังกัด บชก. ว่างเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายตำแหน่ง

ดังนั้นทำให้ข้าราชการตำรวจใน บชก.ที่จะได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้นไม่ครบหลักเกณฑ์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีรายงานว่าในการแต่งตั้งระดับ รอง ผบก.ถึง สว.ในสังกัด บชก.และ บช.น.ในครั้งนี้นั้นทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธาน ก.ตร. ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ มีนโยบายการปรับโยกตำรวจที่เชื่อว่าเป็นเครื่อข่าย พล.ต.ท.พงพัฒน์ ออกนอกหน่วยพร้อมทั้งยังกำชับไม่ให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สังกัดใน บช.น. บช.ส. บช.ภ.1,2,7และจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เป็นเวลา 2 ปี

โดยรายชื่อที่เชื่อว่าเป็นเครือข่ายของพล.ต.ท.พงพัฒน์ ได้ส่งให้กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.แล้ว ทางพล.ต.อ.สมยศก็ได้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง สกพ.และให้ทาง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.รับไปจัดทำบัญชีตาม นโยบายของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีรายงานว่ามีรายชื่อนายตำรวจที่มีชื่อออกจากหน่วย บช.ก.และบช.น.มีจำนวนถึง 262 นาย แยกระดับ รอง ผบก.จำนวน 24 นายระดับ ผกก.จำนวน 52 นาย ระดับ รอง ผกก.จำนวน 85 นาย และระดับ สว.จำนวน 102 นาย รวมแล้ว 262 นาย ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ รรท.ผบช.ก.ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0026.112/9169 ถึง ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่า เพื่อสอบถามว่ามีข้าราชการตำรวจในระดับ รอง ผบก. ถึง สว.รายที่ใดประสงค์จะไปดำรงตำแหน่งในสังกัด บช.ก.หรือไม่ หากมีให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวทำหนังสือสมัครใจตามแบบฟอร์มพร้อมแนบประวัติการรับราชการ(กพ.7)ส่งไปยัง บชก.ภายในวันที่ 15 ธ.ค.(วันนี้)

ทั้งนี้ยังรายงานข่าวอีกว่าในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงระดับ สว.วาระประจำปี พ.ศ. 2557 นั้นทุก บช.จะต้องจัดทำบัญชีคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ส่วนผู้ที่ดำรงตำแหน่งไม่ถึง 2 ปีนั้นจะมีการส่งชื่อขอยกเว้นในวันที่ 17 ธ.ค.แล้วส่งรายชื่อ ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ดำรงในตำแหน่งที่สูงขึ้น ระดับ รอง ผบก.กับ ผกก.เข้าวาระ ก.ตร. เพื่อ ขอมติเห็นชอบในการประชุม ก.ตร.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานฯในวันที่ 24 ธันวาคม สำหรับหน่วยขึ้นตรง และทุก บช. ผบ.ตร.และ ผบช.จะลงนามคำสั่งแต่งตั้งในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ และมีผลในวันที่ 5. มกราคม 2558 ปีหน้า

มีรายงานว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงระดับ สว. วาระประจำปี พ.ศ.2557 นั้นได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในหมู่ข้าราชการตำรวจทุกระดับโดยเฉพาะ"แหล่งข่าวระดับสูง"อดีตข้าราชการตำรวจระดับพลตำรวจเอกที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น ก.ตร. กล่าวว่า ในขณะนี้มีการกันแชร์ข้อมูลกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ควิพากษ์วิจารย์กันอย่างหนักถึง การแต่งตั้งในยุคนี้ที่ว่าจากที่เคยคาดหวังใว้ว่า องค์ตำรวจปลอดจากการเมืองแล้วจะมีเอกภาพในการแต่งตั้งมากขึ้นนั้น 

แต่กลับมีข่าวจากบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาในอดีตนั้นได้ส่งข้อมูลให้กับตนว่า การแต่งตั้งครั้งนี้หนักกว่าทุกยุคที่ผ่านมา และ หนักกว่าในยุคที่เคยมีการเมืองมาแทรกแซงเสียอีก ซึ่งในเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ต้องมีสายสัมพันธ์แล้วได้รับการสนับสนุนกับนายทหารระดับใหญ่ในเหล่าทัพ หรือไม่ก็ต้อง ที่มีคอนเน็คชั่นกับสมาชิก คสช.

แถมทั้งยังได้ข้อมูลมาว่า มีการปักธงในการแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นทุกระดับในครั้งนี้ ถึง 60 ตำแหน่งที่.โดยที่ ผบช.และผบ.ตร.ไม่มีสิทธิ์พิจารณาเองและเปลียนแปลงได้ แม้แต่ ผบ.ตร. และ ผบช.จะสามารถพิจารณาแต่งตั้งได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นเท่านั้น

ตนก็มองว่าถ้าข้อมูลดังกล่าวจริง ก็ถือได้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคนี้หมดศักดิ์ศรี ล้มเหลวและเลวร้ายมาก ในยุคก่อนๆที่ยังมีแบ่งโควต้ากันเป็นสัดส่วนกันทุกฝ่ายเพื่อให้การบริหารองค์กรให้เดินหน้าไปได้ แต่ถ้าหากผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งลูกน้องตัวที่ใช้ให้เขาทำงาน ไม่ได้ มันก็จบแล้ว จะมาคิดที่จะมาปฎิรูปองค์กรตำรวจ เพียงแค่เริ่มแต่งตั้งก็เห็นได้แล้วว่ามีการแทรกแซง เรื่องคิดที่จะไปปฎิรูปตำรวจเลิกคิดไปได้เลย ทุกรัฐบาลที่เข้ามาคิดแค่จะปฏิรูปตำรวจ 

แต่เรื่องการสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้ง และงบประมาณของข้าราชการตำรวจที่เมื่อเทียบหน้างานกับหน่วยงานอื่นแล้วมันน้อยเทียบกันไม่ได้เลย แต่ตนเองเกษียณราชการแล้วได้เพียงแค่เฝ้ามองน้องๆรุ่นหลังอย่างหดหู่ และขอฝากสื่อไปยังท่าน พล.เอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีช่วยตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวดูว่าจริงหรือไม่.? หากจริงก็จะได้หาทางแก้ไขเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเสมอต้นเสมอปลายจะได้มีโอกาสเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแหล่งข่าวระดับสูงอดีต ก.ตร. หลายสมัยกล่าว
Read more ...

′ประวิตร′นั่งหัวโต๊ะก.ตร.บ่ายนี้ แต่งตั้ง-โยกย้าย ′นายพลเล็ก′ ระดับรองผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการ

29/9/57
โดยมติชน เมื่อ 29 ก.ย.2557

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น.วันนี้( 29 กันยายน) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2557

ในส่วนของ บช.น. ระดับรอง ผบช.น. ว่าง 1 ตำแหน่ง ของ 

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ ที่ขึ้นเป็นจเรตำรวจ นอกจากนี้ มีรอง ผบช.น. อาจถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยอีก 4 นาย ได้แก่ 

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ 
พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี 
พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ และ พ
ล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร 

โดยคาดว่า 

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. คนสนิท 
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. และเพื่อน นรต.36 ของ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. ว่าที่รอง ผบ.ตร. 
พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.ภ.1 ช่วยงาน พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 ว่าที่ ผบช.น. 
พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบช.สพฐ.ตร. ลูกชาย พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และสามีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 
พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ รอง จตร.นรต.รุ่น 32 สาย พล.ต.อ.อัศวิน และ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อก.บช.ภ.1 คนสนิท "พระสุเทพ"

ส่วนเก้าอี้ ผบก.ใน บช.น. มีการปรับเปลี่ยนเกือบทุกตำแหน่ง เหลือเพียง พล.ต.ต.ลือชัย สุดยอด ผบก.อคฝ. อยู่ที่เดิมเพียงรายเดียว โดยมี 
พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.อก.บช.ก. นรต.35 เพื่อน พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.1 
พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นรต.35 คู่เขยและเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.2 
พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบก.ปทส. สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็น ผบก.น.3 
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.อก.บช.ปส. นรต.36 เพื่อน พล.ต.ท.จักรทิพย์ เป็น ผบก.น.4 พ.ต.อ.ชวลิต ประสพศิลป รอง ผบก.น.7 อาวุโสอันดับ 3 นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5 
พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สาย พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.6 
พ.ต.อ.มานิตย์ จันทรคณา รอง ผบก.กต.6 เป็น ผบก.น.7 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 นรต.33 อาวุโสอันดับ 1 เป็น ผบก.น.8 
พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี นรต.33 สายตรง พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.9

พ.ต.อ.อภิสิทธิ์ เมืองเกษม รอง ผบก.น.5 นรต.29 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. เป็น ผบก.จร. 
พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบก.สปพ. และ 
พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส.ภ.1 นรต.35 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.สส.บช.น.
Read more ...

"ประชา" นัดประชุมก.ตร.วันนี้ปมแต่งตั้งสีกากี 56 ตำแหน่ง

23/3/57
โดยเนชั่น เมื่อ 26 ก.พ.2557

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 

พล.ต.อ.ประชา พรมนอก รองนายกรัฐมนตรี และ ประธาน ก.ตร. 

จะเดินทางมาประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 2/2557 ในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระสำคัญ เพื่อพิจารณาคือ 

- วาระ เรื่องหารือปัญหาข้อกฎหมาย กรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการการสืบสวนข้อเท็จจริง ข้าราชการตำรวจของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีต รอง จตร. (สบ.7)ที่ถูก ปปช. ชี้มูลความผิดฯมาตรา 157 

- วาระ พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ร้องทุกข์ กรณีแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม , 

- วาระพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ รองแพทย์ใหญ่ รพ. ตร. ร้องทุกข์กรณีไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น 

- วาระการขอพระทานยศตำรวจเป็นกรณีพิเศษ แก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ และ

- วาระขออนุมัติ ยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย กรณีแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นข้าม บช. และไม่ครบหลักเกณฑ์ในการดำรงตำแหน่ง ในการแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการ(รองผบก.) ถึงสารวัตร(สว.)วาระประจำปี 2556 ซึ่งมี 56 ตำแหน่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า รายชื่อที่นำเข้าพิจารณา ยกเว้นหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ประกอบด้วยการแต่งตั้ง ในตำแหน่งนักบิน และสายงานอากาศยาน มี 

พ.ต.ท.ชิตปกรณ์ โตอดิเทพย์ รอง ผกก.ป.สภ.ลาดหญ้า จว.กาญจนบุรี เป็น นักบิน (สบ.3)กลุ่มการบิน บ.ตร. 

พ.ต.ต.ชัยธัช ไชยสาคร สว.ฝ่ายอำนวย บ.ตร.เป็นนักบิน(สบ.2) กลุ่มการบิน บ.ตร. 

พ.ต.ต.สุทธิชัย วงศ์มณี สว. ฝ่ายอำนวยการเป็น นักบิน(สบ.2)กลุ่มงานการบิน บ.ตร. 

ร.ต.อ.เอก ทองสมัคร นักบิน(สบ.1)กลุ่มงานการบินเป็น สว.ฝ่ายอำนวยการ(ทำหน้าที่วางแผนการบิน) 

ร.ต.อ.ศราวุธ จรรยา นักบิน(สบ.1)กลุ่มงานการบิน บ.ตร.เป็น สว. ฝ่ายอำนวยการ บ.ตร.(ทำหน้าที่นิรภัยการบิน)

การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วย ในสังกัด ศชต.มี 

พ.ต.ท.สุทธิเวท บุญยรัตนกลิน รอง ผกก.3 ป. บช.ก.เป็น ผกก.ซถ.1บก.สส.ศชต. 

พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ ภิญโญ รอง ผกก.สส.บก. น.1 บช.น.เป็น ผกก.ซถ.2 บก.สส.ศชต.

พ.ต.ท.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล รองผกก.7 บก.ทล. เป็น ผกก. สส.2บก.สส.ศชต. 

พ.ต.ท.จุมพล นาคะปักษิณ รอง ผกก.อารักขา 2 บก.อคฝ.บช.น.เป็น ผกก.สภ.จะแนะ จว. นราธิวาส 

พ.ต.ท.อัณณ์นพ อิ่มอุดม สว.กก.5 บก.ปอศ. เป็น รอง ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ศชต. 

พ.ต.ท.จิตรพล เกษรักษ์ สว.กก.บก.ปปป.เป็น รอง ผกก.ป.สภ.เจาะไอร้อง จว.นราธิวาส 

พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ตอประเสริฐ สว.ฝกม.บก.อก.สพฐ.ตร. เป็น รอง ผกก.สส.1บก.สส.ศชต. 

พ.ต.ท.วุฒิชัย ลอนจันทึก สวป.สภ.จตุรัส จว.ชัยภูมิ เป็น รอง ผกก.ฝอ.5บก.อก.ศชต. 

พ.ต.ท.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ สว.กก.สส.1บก.สส.ภ.8 เป็น รอง ผกก.สส.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส 

พ.ต.ท.วัชรวีร์ ธรรมเสมา สว.กก.3 บก.ปคม.เป็น รอง ผกก.สส.สภ.แม่ลาน จว.ปัตตานี 

พ.ต.ท.รัฐชยุตย์ วัชรโกมลมาศ สว.ฝอ.บก.น.4 เป็น รอง ผกก.กปพ.ศชต. 

พ.ต.ท.นันทชัย จารยโพธิ์ สวป.สภ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร เป็น รอง ผกก.สส.2บก.สส.ศชต. 

ร.ต.อ.เร๊าะมัน หะนิแร รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 เป็น สว.อก.สภ.รามัน จ.ยะลา 

ร.ต.อ.สัญชัย กูแหม รอง สว.กก.สส.ภ.จว.กระบี่ เป็น ผบ.ร้อย(สบ.2)ฝปค.ศฝร.ศชต. 

ร.ต.อ.จำเนียร คงใหม่ ผบ.มว.กก.ตชด.43 เป็น สว.กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี 

ร.ต.อ.อมร แก้วนวล รอง สว.สส.สภ.สองหนคร จว.สงขลา เป็น สว.ฝอ.3บก.อก.ศชต.

แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วย ทดแทนการเยียวยามี 

พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุวรรณนิกขะ ผกก.สภ.ท่ายาง จว.เพชรบุรี เป็น รอง ผบก.กต.9 

พ.ต.ท.ศักรินทร์ ตันติภัณฑรักษ์ รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น.เป็น ผกก.ศจบ.บก.อก.จต. 

พ.ต.ท.พอพล อุทัยภพ สว.กก.1บก.สส.สตม. เป็น รอง ผกก.ฝอ.คพ. 

พ.ต.ท.ชัชชัย สำเนียง สว.ด่าน ตม.กาบเชิง บก.ตม.4 เป็น รอง ผกก.ฝ่ายสื่อสิ่งพิมพ์ สท. 

ร.ต.อ.สามารถ เทพมณี รอง สว.ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณฯ เป็น สว.ฝอ.ยธ. 

พ.ต.อ.อนุชา กิติวิภาต ผกก.ฝอ.2บก.อก.สตม.เป็น รอง ผบก.อก.ภ.3 

พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ รอง ผกก.สส.สน.บางกอกน้อย เป็น ผกก.สภ.น้ำโสม จว.อุดรธานี 

พ.ต.ท.เอกพงษ์ พลมณี รอง ผกก.3บก.ป.บช.ก. เป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.บึงกาฬ 

พ.ต.ท.สง่า ทางธรรม สว.อก.สภ.ระเบาะไผ่ จว.ปราจีนบุรี เป็น รอง ผกก.ป.สภ.บ้านเดื่อ จว.หนองคาย 

พ.ต.ท.สมเกียรติ มณีเนตร รอง ผกก.1บก.สส.สตม.เป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.แพร่ 

พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ อินทรพงษ์ รอง ผกก.ป.สน.มีนบุรี เป็น ผกก.กพอ.สพฐ.ตร.

แต่งตั้งดำรงตำแหน่งในสายงานเทคนิคมี
พ.ต.อ.(หญิง)พิรมย์รัตน์ ดอนนนท์ ผกก.ฝ่ายประเมินบุคคล ทพ.เป็น ผกก.ฝตพ.ตส.1 

พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท.(ทำหน้าที่อำนวยการ) เป็น รอง ผบก.ปอท,(ทำหน้าที่ประมวลผล) 

พ.ต.ท.ภีมพจน์ น้อมชอบพิทักษ์ รอง ผกก.ฝ่ายการสื่อสาร4สส.เป็น รอง ผกก.ฝ่ายการสื่อสาร 1 สส.
แต่งตั้งผู้ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมของหน่วยมี
ร.ต.อ.ประวิทย์ แตงอุดม รอง สว.ฝ่ายแต่งตั้ง ทพ.เป็น สว.(ปฎิบัติงาน กอ.รมน.)สกพ. 

ร.ต.อ.(หญิง)นงค์พงา ไหมทอง รอง สว.ฝ่ายประเมินบุคคล ทพ.เป็น สว.ฝอ.ทพ. 

ร.ต.อ.หญิง รัฏฐภรณ์ คุณัชญาศิรัณ รอง สว.ฝ่ายบรรจุ ทพ.เป็น สว.ฝ่ายบรรจุ ทพ. 

ร.ต.อ.ณภัทร มิ่งสำแดง รอง สว.กก.สส.1บก.สส.ภ.7 เป็น สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.7 

ร.ต.อ.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 เป็น สวป.สภ.นครชัยศรี จว.นครปฐม
แต่งตั้งดำรงตำแหน่งในสายงานป้องกันปราบปรามมี 

พ.ต.ท.ชาญยุทธ เวชชศาสตร์ สว.อก.สภ.ลำดวน จว.สุรินทร์ เป็น รอง ผกก.สส.สภ.น้ำยืน จว.อุบลราชธานี 

พ.ต.ต.ชัยพันธ์ นุกุลกิจ สว.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.เป็น สว.ฝ่ายตรวจสอบพฤติการณ์บุคคล บก.อก.บช.ส. 

พ.ต.ท.ธนนพ กองชุมพล สว.ฝอ.ภ.จว.จันทบุรี เป็น สวป.สภ.สัตหีบ จว.ชลบุรี 

พ.ต.ท.หญิง ภิญญดา คู่บารมี ผู้ช่วย นว.(สบ.3)ที่ปรึกษา(สบ.10) เป็น รอง ผกก.กลุ่มงานการข่าว บก.ขส.บช.ปส.

พ.ต.ท.วรทัศน์ มหัฆฆพงษ์ สว.อก.สภ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา

แต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยที่ได้รับการแต่งตั้งไม่ครบ 1ปี(ปรับโครงสร้าง)มี 

พ.ต.ท.พรเทพ น้องกร รอง ผกก.1บก.สกส.บช.ปส. เป็น ผกก.3บก.สกส.บช.ปส. 

ร.ต.อ.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด รอง สว.กก.4บก.สกส.บช.ปส.เป็น สว.กก.1บก.ปส.4 

ร.ต.อ.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ รอง สว.กก.3บก.สกส.บช.ปส.เป็น สว.กก.3บก.สกส.บช.ปส 

พ.ต.ท.วิชัย โตเดชนิติกุล รอง ผกก.ฝ่ายปฎิบัติการ ถปภ.2บก.ถปภ. 

ร.ต.อ.เสน่ห์ คำฝอย รอง สว.ฝ่ายปฎิบัติการ ถปภ.1บก.ถปภ.เป็น สว.ฝ่ายปฎิบัติการ ถปภ.1บก.ถปภ.
แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแต่ดำรงตำแหน่งในระดับนั้นๆไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนดมี 

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผกก.ปพ.บก.ป.เป็น ผกก.ปพ.บก.ป.

แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วยมี 

ร.ต.อ.คณาเดช คณาสาคร รอง สว.ตม.จว.ชลบุรี เป็น สว.กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี บก.สสท. 

ร.ต.อ.ปริทัศน์ รัตนรักษ์ รอง สว.สส.สน.เตาปูน เป็น สว.ฝอ.4 บก.อก.สทส. 

ร.ต.อ.สากล รัศมีบรรพตกุล รอง สว.สส.สน.ลุมพินี เป็น สว.ฝอ.ศทก. 

พ.ต.อ.หญิง เพชราภรณ์ มงะลเมือง ผกก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.5 เป็น รอง ผบก.สกส.บช.ปส.
แต่งตั้งดำรงตำแหน่งในสายงานเทคนิคมี 

พ.ต.ท.หญิง ศรัณยา ไชยเหมวงศ์ สว.ฝนบ.สง.ก.ต.ช.เป็น รอง ผกก.ฝตส.1ตส.1

ทั้งนี้รายชื่อทั้งหมดที่ ก.ตร.ให้ความเห็นชอบต้องส่งกลับไปให้ กกต. ตรวจว่า เป็นไปตามที่เสนอหรือไม่ แล้วส่งกลับมาให้ ตร. ออกเป็นคำสั่งให้มีผลต่อไป
Read more ...

ก.ตร.ถกโผเสร็จ

30/9/56
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 27 ก.ย.2556

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ก.ย. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล ตร. ได้เดินทางเข้าเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก. ประจำปี 2556 โดยมี รองผบ.ตร. ทุกนายที่เป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คือ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง และนายวิษณุ เครืองาม เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาการประชุม 4 ชม.ครึ่ง จึงเสร็จ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

จากนั้น พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันท์ รองโฆษก ตร. แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีวาระสำคัญน่าสนใจ ได้แก่ การขอความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่ง รองผบก.ประจำกองการต่างประเทศ เพื่อเตรียมส่งนายตำรวจเหล่านี้ไปประจำในต่างประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว และพม่า ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามที่ ตร.เสนอ ขณะเดียวกันยังขออนุมัติออกระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งประจำในต่างประเทศ ซึ่งเป็นระเบียบเดียวกับกรณีข้าราชการพลเรือนหรือทหารที่ไปประจำในต่างประเทศ

สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ได้รับการเห็นชอบแต่งตั้ง ได้แก่ พ.ต.อ.ปณิธาน สันติเพ็ชร ผกก.กอ.รมน. พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผกก.ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค 2 กองการต่างประเทศ (ตท.) พ.ต.อ.ไกรวิน วัฒนสิน ผกก.กลุ่มงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และ พ.ต.อ.เขมรินทร์ หัสศิริ ผกก.สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยนายตำรวจทั้ง 4 นาย ได้ผ่านกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจะให้ไปประจำที่ประเทศใดนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ตร. และกระทรวงการต่างประเทศ และประเทศที่จะส่งไปต้องตอบรับมาก่อนด้วย ซึ่งในเดือนต.ค.จะเริ่มทยอยส่งนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ไปประจำยังประเทศต่างๆ

รองโฆษกตร. กล่าวอีกว่า ยังมีวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผบก.-รองผบช.วาระประจำปี 2556 โดยมีหน่วยที่ส่งบัญชีคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทั้งกรณีเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและกรณีสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเข้าที่ประชุมก.ตร.รวมท้ังสิ้น 22 หน่วย มีข้าราชการตำรวจที่รับการคัดเลือกแต่งตั้ง 207 ราย โดยระดับรองผบช.สับเปลี่ยนหมุนเวียน 16 ราย ระดับผบก.เลื่อนเป็นรองผบช. 46 ราย ระดับผบก.สับเปลี่ยนหมุนเวียน 51 ราย ระดับรองผบก.เลื่อนตำแหน่งเป็นผบก. 94 ราย ทั้งนี้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับรายชื่อนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีดังนี้ บช.ภ.1 พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 เป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผบก.ภ.ตราด ขึ้น รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข รอง ผบก.ภ.ปทุมธานี เป็น ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ รอง ผบก.น.7 เป็น ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมศักดิ์ โอภาสเจริญกิจ รอง ผบก.จร. เป็น ผบก.ภ.อ่างทอง พ.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบก.ผอ.สยศ. เป็น ผบก.ภ.ลพบุรี พล.ต.ต.วิทยา เนียมน้อย ผบก.ประจำ สตม.เป็น ผบก.ประจำบช.ภ.1

บช.ภ.2 พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผบช.สกพ. เป็น รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข ผบก.สส.ภ.2 เป็น รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ฐนพล มณีภาค ผบก.อก.ภ.2 เป็น รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.สท. เป็น ผบก.ภ.นครนายก พ.ต.อ.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รองผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.สระแก้ว พ.ต.อ.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ รองผบก.ภ.สมุทรสาคร เป็น ผบก.ภ.จันทบุรี พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันท ผบก.ภ.ระยอง เป็น ผบก.ภ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.ถิร์สทัต บูรณะรัช รองผบกน.8 เป็น ผบก.ภ.ตราด พล.ต.ต.วีระชัย วิสุทธิอุทัยกุล ผบก.ประจำบช.ภ.2 เป็น ผบก.ภ.ปราจีนบุรี พ.ต.อ.สมนึก บุรมิ รองผบก.ภ.ระยอง เป็น ผบก.ภ.ระยอง พ.ต.อ.สาธิต เจริญภิภพ รองผบก.อก.ภ.2 เป็น ผบก.ศฝร.ภ.2 พล.ต.ต.สมบัติ บัวเรือง ผบก.ภ.ฉะเชิงเทรา เป็น ผบก.อก.ภ2 พล.ต.อ.อิทธิเดช เจริญสหายานน์ ผบก.ศฝร.ภ8 เป็น ผบก.ประจำ ภ.2 พ.ต.อ.เชษฐา โกมลวรรธนะ รองผบก.ภ.ระยอง ขึ้น ผบก.สส.ภ.2

บช.ภ.3 พล.ต.ต.สุพล แก้วขาว ผบก.ภ.อุบลราชธานี เป็น รองผบช.ภ.3 พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก.ภ.ศรีสะเกษ เป็น รองผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบก.ภ.มุกดาหาร เป็น ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบก.สก. เป็น ผบก.ภ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผบก.ภ.นครราชสีมา เป็น ผบก.ภ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชัยเดช ปานรักษา รองผบก.ภ.นครราชสีมา เป็น ผบก.ภ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.พีระพงษ์ วงษ์สมาน รองผบก.น.2 เป็นผบก.ภ.ศรีสะเกษ

บช.ภ.4 พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.สง.ก.ตร.เป็น รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภารดรศักดิ์ ผบก.ภ.ขอนแก่น เป็นรอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์. ศรีวนิชย์ ผบก.มหาสารคาม เป็น รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิทวัส บูรณสมภพ ผบก.ประจำภ.4 เป็น ผบก.ภ.มุกดาหาร พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.หนองบัวลำภู เป็น ผบก.ภ.ขอนแก่น พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.บึงกาฬ เป็น ผบก.ภ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.นครพนม เป็น ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ชัยพร พานิชอัตรา รองผบก.ขอนแก่น เป็น ผบก.ภ.บึงกาฬ พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รองผบก.ภ.มหาสารคาม เป็น ผบก.ภ.หนองคาย พ.ต.อ.ภัทราวุธ เอื้อมศศิธร รองผบก.ร้อยเอ็ด เป็น ผบก.ศฝร.ภ.4 พ.ต.อ.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ รองผบก.ภ.ร้อยเอ็ด เป็น ผบก.ภ.มหาสารคาม พ.ต.อ.ธนพล บริบูรณ์ รองผบก.ภ.สกลนคร เป็น ผบก.ภ.นครพนม พ.ต.อ.มาโนช สถิตพานิช รองผบก.ภ.สระบุรี เป็น ผบก.ประจำ ภ.4 พ.ต.อ.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รองผบก.ทล. เป็น ผบก.ภ.หนองบัวลำภู

บช.ภ.5 พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน เป็น รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.จำลอง น้อมเศียร ผบก.อก.ภ.5 เป็น รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ จิตรพันธุ์ ผบก.ประจำ ภ.5 เป็น ผบก.ภ.แพร่ พล.ต.ต.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ ผบก.อก.สทส. เป็น ผบก.ประจำ ภ.5 พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.ลำพูน โยกเป็น ผบก.ภ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สมสง่า ชรินทร์ รอง ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน ขึ้นเป็น ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.จรัณฐต์ วรพัฒนานันท์ รอง ผบก.ภ.ชลบุรี เป็น ผบก.ภ.ลำพูน พ.ต.อ.อุดม พรหมสุรินทร์ รอง ผบก.ภ.ลำปาง เป็น ผบก.ศฝร.ภ.5 พ.ต.อ.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร รอง ผบก.ภ.พะเยา ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ.5 พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รองผบก.สส.3เป็น ผบก.ภ.พะเยา

บช.ภ.6 พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ ผบก.สส.ภ.6 เป็น รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.อ่างทอง เป็น รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ชฎิล พรหมไพบูลย์ ผบก.ประจำ ภ.6 เป็น ผบก.ภ.พิษณุโลก พ.ต.อ.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถ รองผบก.ภ.พิษณุโลก เป็น ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.จรวย ผลประเสริฐ รองผบก.ภ.พิจิตร เป็น ผบก.ประจำ ภ. 6 พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รองผบก.ภ.พิษณุโลก เป็น ผบก.อก.ภ.6 พ.ต.อ.มนตรี จินดา รองผบก.ภ.นครสวรรค์ เป็น ผบก.ภ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.นิรันดร์ ดีมี รองผบก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผบก.ศฝร.ภ.6

บช.ภ.7 พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รองผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองผบช.ภ.6 เป็น รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. เป็น รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมพงษ์ เตชะสมบูรณ์ ผบก.สบส.เป็นผบก.ภ.สมุทรสงคราม พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบก.สส.ภ.7 เป็น ผบก.ภ.ราชบุรี พล.ต.ต.วีรพล สกุลมีฤิทธิ์ ผบก.ภ.สมุทรสงคราม เป็น ผบก.อก.ภ.7 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ศิรเมศร์ พันธ์มณี รองผบก.ภ.ราชบุรี เป็นผบก.ประจำภ.7 พ.ต.อ.ปิยะ สุขประเสริฐ รองผบก.ภ.เพชรบุรี เป็นผบก.ศฝร.ภ.7

บช.ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เป็น รองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุทธินาท สุดยอด ผบก.กต.4จตร. เป็น ผบก.ภ.ชุมพร พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.นครราชสีมา เป็น ผบก.ภ.ภูเก็ต พล.ต.ต.วิศิษฐ์ ศุกรเสพย์ ผบก.กองคดีปกครองและแพ่ง เป็น ผบก.ภ.ระนอง พ.ต.อ.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รองผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.ศฝร.ภ.8 พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบก.สส.ภ.8 เป็น ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช

บช.ภ.9. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคบ. ข้ามหน่วยไปเป็น รองผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วีรสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.อก.ภ.9 เป็น ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.สส.บช.ภ.9 เป็น ผบก.ภ.ตรัง พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผบก.ภ.พัทลุง เป็น ผบก.ภ.สตูล โยก พล.ต.ต.สุรศักดิ์ รมยานนท์ ผบก.ประจำบช.ภ.9 เป็น ผบก.ภ.พัทลุง พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.ยะลา โยกเป็น ผบก.สส.ภ.9 พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.ปัตตานี เป็น ผบก.ภ.สงขลา พ.ต.อ.ธัมมศักดิ์ วาสะศิริ รองผบก.ภ.ยะลา ขึ้นเป็น ผบก.ประจำบช.ภ.9 พ.ต.อ.ดำรัส วิริยะกุล รองผบก.อก.ภ.9 ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ.9

ศชต. พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.ตรัง โยกเป็น รองผบช.ศชต. พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.ภ.บุรีรัมย์ เป็นรองผบช.ศชต. พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผบก.สส.ศชต.เป็น ผบก.ภ.ยะลา พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.นราธิวาส เป็น ผบก.ศฝร.ศชต.สลับ พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผบก.ศฝร.ศชต.เป็น ผบก.ภ.นราธิวาส แทน พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รองผบก.ภ.ปัตตานี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.ปัตตานี พ.ต.อ.งามศักดิ์ เกื้อจรูญ รองผบก.ภ.สตูล เป็น ผบก.สส.ศชต.

สตม. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รองผบช.ก.เป็น รองผบช.สตม. พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผบก.อก.สตม.เป็น ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ตม.4 เป็น ผบก.อก. พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รองผบก.สส.สตม.เป็น ผบก.ตม.4 พ.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองศาสตราจารย์(สบ5) เป็น ผบก.ตม.6 พล.ต.ต.เถกิงพงศ์ วังแก้ว ผบก.ประจำภาค 1 เป็น ผบก.ประจำ สตม.

บช.ส. พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร ผบก.กองการต่างประเทศ เป็น รองผบช.ส. พล.ต.ต.ปฏิเวธ จุลินทร ผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี เป็น ผบก.อก.ส. พ.ต.อ.ทวิพงศ์ พงษ์สูงเนิน รองผบก.ส.1 เป็น ผบก.ส.3 พ.ต.อ.สรไกร พูลเพิ่ม รองผบก.ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว เป็น ผบก.ส.4

บช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ภ.1 เป็น รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน. ผบก.ปส.3 เป็น รองผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบก.ปส.4 เป็น รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ไชยา รุจนเวท ผบก.ปส.1 เป็น ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.ประจำ ปส. เป็น ผบก.สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง รองผบก.ขส. เป็น ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบก.ปส.3 เป็น ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบก.สกัดกั้นฯ เป็น ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผบก.ตม.3 เป็น ผบก.อก.ปส. พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาคย์ รองผบก.น.1ขึ้น ผบก.ประจำ บช.ปส.

ตชด. พล.ต.ต.วันชาติ คำเครือคง ผบก.กฝ. พล.ต.ต.อรรนพ ปิ่นแจ้ง ผบก.สสน. พล.ต.ต.ประพันธ์ จันทร์เอม ผบก.ตชด.ภ.1 เป็น รองผบช.ตชด. พ.ต.อ.ยงเกียรติ มนปราณีต รองผบก.ทท. เป็น ผบก.กฝ. พ.ต.อ.วิชิต ปักษา รองผบก.อก.ศชต .เป็น ผบก.ตชด.ภ.4 พ.ต.อ.สมจิตร กาญจนสันเทียะ รองผบก.ตชด.ภ.2 เป็น ผบก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ต.เสรี สามดาว ผบก.ตชด.ภ.3 เป็น ผบก.ตชด.ภ.2 พ.ต.อ.ราเชนทร์ ตุงคะเตชะ รองผบก.ตชด.ภ.3 เป็น ผบก.ตชด.ภ. 3 พ.ต.อ.องอาจ ชุณหะนันท์ รองผบก.สสน. เป็น ผบก.สสน. พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุพรศรี รองผบก.อก.ตชด. เป็น ผบก.อก.ตชด. พล.ต.ต.พลบูรณ์ ชำนาญกูล ผบก.อก.ตชด. เป็น ผบก.ประจำ ตชด.

บช.ก. พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. เป็น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รอง จตช.(สบ.7) เป็น รอง ผบช. ก. พ.ต.อ.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รอง ผบก.ภ.ปราจีน เป็น ผบก.อก.บช.ก. พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ บก.ปทส เป็น ผบก.ปคบ. พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบก.ยธ. เป็น ผบก.ปคม. พ.ต.อ.อภิชัย ธิอามาตย์ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ทท. พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบก.ปอท. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ฉัตรชัย สุรเชษฐ์พงษ์ รอง ผบก.ปทส. เป็น ผบก.ปทส.

บช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์ รอง ผบช.ภ.1 เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองจเรตำรวจ (สบ 7) เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.น.3 เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.ปส. เป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. เป็น รอง ผบช.น. พ.ต.อ.อดุลย์ รัตนภิรมย์ รอง ผบก.สปพ. รักษาราชการแทน ผบก.อก.บช.น. เป็น ผบก.อก.บช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี เป็น ผบก.จร. พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.1 เป็น ผบก.น.3 พ.ต.อ.ทักษิณ พ่วงเงิน รอง ผบก.น.9 เป็น ผบก.ประจำ บช.น. พล.ต.ต.สุนนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ประจำ บช.น.เป็น ผบก.น.2

สพฐ.ตร. พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.อก.สพฐ.ตร. เป็น รองผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.กต. 9 จต. เป็น รองผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี รองผบช.ภ.3 เป็น รองผบช.สพฐ.ตร. พ.ต.อ.ยงยุทธ กิจรักษา รองผบก.พฐก.เป็น ผบก.อก.สพฐ. พ.ต.อ.ธวัชชัยท เมฆประเสริฐสุข รองผบก.ศพฐ.1 เป็น ผบก.พฐก.

รายชื่อตำรวจเพิ่ม

หน่วยขึ้นตรง สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒพันธุ์ รอง ผบช.ก.เป็น รอง ผบช.ประจำ ผบ.ตร. พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ รอง ผบช.สงป.เป็น รอง ผบช.สกบ. พล.ต.ต.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผบก.ตส.2 รอง ผบช.สงป. พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ ผบก.อก.สกบ.ขึ้นเป็น รอง ผบช.สกบ. พล.ต.ต.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผบก.อก.จต.ขึ้นเป็นรอง ผบช.ก.ตร. พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ ผบก.กต.5 ขึ้นเป็นรอง จตร.(สบ7) พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.นครนายก เป็นรอง จตร.(สบ7) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.สส.บช.ภ.3 ขึ้นเป็น รอง ผบช.สยศ.พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบก.ทพ.ขึ้นเป็น รอง ผบช.สกพ.พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ผบก.รท.เป็น รอง ผบช.ก.ตร. พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธ์ ผบก.อก.บช.ปส.เป็นรอง ผบช.สยศ. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สกพ.เป็นรอง จตร.(สบ7)พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.น.7รองผบช.สกพ.

พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ เลขานุการ ตร.เป็น ผบก.ทพ. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ ผบก.คด.มาเป็น ผบก.กม. พล.ต.ต.อนันต์ มีเคราะห์ดี ผบก.กองมาตรฐานวินัย เป็น ผบก.กองร้องทุกข์ พล.ต.ต.โชติ วีรเดชกำแหง ผบก.ประจำ บช.ภ.7 เป็นรอง จตร.(สบ.7) พล.ต.ต.ไพบูลย์ คงกิตติโสภี ผบก.อก.รพ.ตร.เป็น ผบก.วน. พ.ต.อ.อนิกธัญญ์ ชยสุทธา รอง ผบก.กต.1 เป็น ผบก.กต.5 พ.ต.อ.ปรีชา สุนทรศิริ รอง ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม ขึ้นเป็น ผบก.กต.9พ.ต.อ.วิเชียร สวัสดิชัย รอง ผบก.งป.ขึ้นเป็น ผบก.งป. พ.ต.อ.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบก.ปคม.ขึ้นเป็น ผบก.กต.3 พ.ต.อ.สุภาพ สินวิบูรณ์ นักบิน (สบ5) บ.ตร. ขึ้นเป็น นักบิน(สบ6)

พ.ต.อ.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบก.ศฟร.ภ.3 เป็น ผบก.ประสานนายกฯ พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม.เป็น ผบก.อก.สกบ. พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ รอง ผบก.ปปป.เป็น ผบก.กองคดีอาญา พ.ต.อ.โสพรรณ ธนะโสธร รอง ผบก.สบส.เป็น ผบก.กองคดีปกครองและคดีแพ่ง พ.ต.อ.สุนทร เฉลิมเกียรติ รอง ผบก.สส.ภ.9เป็น ผบก.สบส. พ.ต.อ.อนุศักดิ์ โกมลศาสตร์ รอง ผบก.กองสวัสดิการ เป็น ผบก.อก.จต.พ.ต.อ.อภิชัย ศรีโสภิต อาจารย์ (สบ 5) รร.นรต.เป็น ผบก.สก. พ.ต.อ.รณกร ศุภสมุทร รอง ผบก.สท.เป็น ผบก.สพ. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ บุญกลาง นองผบก.กองพลาธิการ ขึ้น ผบก.พธ. พ.ต.อ.พันธ์ุพงษ์ สุขศิริมัช รองผบก.อก.นรป.เป็นผบก.ยธ. พ.ต.อ.ณรงค์ อิ่มลิ้มทาน รอง ผบก.ตส.3 เป็น ผบก.ตส.2 พ.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบก.ปคม.เป็นเลขานุการ ตร. พ.ต.อ.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบก.ตท.เป็น ผบก.ตท. พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันทน์ รอง ผบก.ยศ ขึ้นเป็น ผบก.สท.
พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ รองผบก.สยศ.เป็นรองจตร.(สบ7) พล.ต.ต.วรภัทร์ วัฒนวิศาล ผบก.บก.ภ.7ขึ้น รองผบช.กมค.พล.ต.ต.ธน ยุติธรรมดำรง ผบก.ศฝร.ภ.2ขึ้น รองผบช.กมค. พล.ต.ต.เอิบ คงกล่ำ ผบก.ชุมพร เป็นผบก.กต.4

กองบัญชาการศึกษา(บช.ศ.)

พ.ต.อ.กิจพิณิฐ อุสาโห รองผบก.สศป. เป็น ผบก.สศป.พล.ต.ต.สมหมาย กาญจนาภา ผบก.สศป.เป็นผบก.วตร.

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(สทส.)

พล.ต.ต.วรวิทย์ ลิปิพัทธ์ รองผบช.สยศ.เป็นรองผบช.สทส. พล.ต.ต.ประยุทธ์ ชวนะวงศ์ ผบก.สื่อสาร เป็น รองผบช.สทส. พล.ต.ต.พจน์ วิญญาวงค์ ผบก.ศทก.เป็น ผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี พ.ต.อ.พรกุศล ยศธร รองผบก.สื่อสาร เป็น ผบก.สื่อสาร พล.ต.ต..ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ประจำ.ส. เป็นผบก.อก.สทส. พ.ต.อ.สมัคร เสียงเลิศ รองผบก.สมุทรปราการ เป็นผบก.สทก. พ.ต.อ.พีระวัฒน์ บุษลักขะ รองผบก.สส. เป็นผบก.ประจำสทส.

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ(รร.นรต.)

พล.ต.ต.สุรพล ศรีวงศ์ ผบก.ปค. เป็นรองผบช.นรต. พ.ต.อ.โชค เหมือนแสน ผบก.อก.นรต. เป็น ศฝร.ตำรวจ นรต. พ.ต.อ.ถนอม มะลิทอง รองผบก.ปกครอง เป็นผบก.ปกครอง พ.ต.อ.สมเดช วุฒิเสถียร รองผบก.ประกันคุณภาพการศึกษา ขึ้น ผบก.ศูนย์บริการทางการศึกษา นรต.

โรงพยาบาลตำรวจ

พล.ต.ต.ทรงชัย สิมะโรจน์ นายแพทย์(สบ6) ขึ้นรองแพทย์ใหญ่ พ.ต.อ.นพศักดิ์ ภูวัฒเศรษฐ นายแพทย์(สบ5)เป็นนายแพทย์(สบ6) พ.ต.อ.สุรพล เกษประยูร นายแพทย์(สบ5)เป็นนายแพทย์(สบ.6) พ.ต.อ.สมศักดิ์ จิตติรัตน์ รองผบก.กม.กมค. เป็นผบก.อก.รพ.ตร.
Read more ...

ก.ตร.เลื่อนการประชุมเป็น 9 เม.ย.พร้อมโยกย้ายรับผิดชอบโครงการสถานีตำรวจ 396 แห่ง

6/4/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 4 เม.ย.2556

ก.ตร.เลื่อนกำหนดการประชุมเป็นวันที่ 9 เม.ย.โดยมีวาระการตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลนอกวาระ รวมถึงการโยกย้ายผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง

วันนี้ (4 เม.ย.) พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.ก.ตร.) กล่าวว่า ภายหลังที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ได้นัดประชุม ก.ตร.ในวันที่ 4 เม.ย.นี้ แต่เนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม ติดภารกิจเร่งด่วนจึงได้มีการเลื่อนกำหนดการประชุมดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ 9 เม.ย. เวลา 14.00 น.โดยมีวาระสำคัญในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลนอกวาระ ประมาณ 20 ตำแหน่ง รวมถึงกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ฐานะ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการรับโอน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรอง ผบ.ตร.กลับมารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปแล้ว

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าในการแต่งตั้งข้าราชตำรวจนอกวาระประจำปีมีตำแหน่งที่น่าสนใจที่ผ่านมติของที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกหรือบอร์ดกลั่นกรอง ได้แก่ การโยกพล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ.ซึ่งรับผิดชอบโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง ที่มีปัญหา โดยให้สลับตำแหน่งกับ พล.ต.ท.สุชีพ หนูนาง ผบช.สตส.นอกจากนี้ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ ตำแหน่ง ผบช.น.ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะถูกปรับย้าย เนื่องจากรัฐบาลไม่พอใจผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ขณะเดียวกันยังถูก ตร.กองปราบปราม บุกจับบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่ถึง 2 แห่ง ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่มีการพูดถึงตำแหน่ง ผบช.น.ในที่ประชุมบอร์ดกลั่นกรอง แต่หากในวันแต่งตั้ง ถ้าหากเห็นสมควรสามารถจะนำเข้าสู่การพิจารณาได้
Read more ...

ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้ง รอง ผบก.ถึง สว.ยกเว้นกฎฉลุย

29/11/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 28 พ.ย.2555

โฆษก ตร.เเถลงผลการประชุม ก.ตร.วันนี้ มีเรื่องสำคัญๆ ดังนี้

ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ได้นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 15/2555 โดยมีการบรรจุวาระ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการวาระประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง โดยใช้เวลาประชุม 2 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.เปิดเผยว่า ผลการประชุม ก.ตร. ในวันนี้มีเรื่องสำคัญๆ ดังนี้ 

1. ก.ตร.ได้มติกำหนดตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการเดินเรือ สบ.6 เทียบเท่าผู้บังคับการ 1 ตำแหน่งให้กับกองบังคับการตำรวจน้ำ และเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือเทียบเท่ารอง ผบก.อีก 2 ตำแหน่ง พร้อมทั้งให้เปลี่ยนคุณสมบัติรอง ผบก.ตำรวจน้ำ 2 ตำแหน่งจากทั้งหมด 5 ตำแหน่ง ให้มีคุณสมบัติป้องกันและปราบปรามทางน้ำ ทำให้ผู้ที่จบจากโรงเรียนนายเรือสามารถมาเจริญเติบโตในแท่งงานของตนเองได้เลย ซึ่งการกำหนดคุณสมบัติของรอง ผบก.ทั้ง 2 ตำแหน่งสามารถใช้กับการแต่งตั้งครั้งนี้ได้เลยทันที ซึ่งตำแหน่งทั้งหมดก็เพื่อให้กองบังคับการตำรวจน้ำมีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานในสายงานของตัวเอง

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ก.ตร.ยังได้อนุมัติแต่งตั้งให้ ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมและการพัฒนาคุณธรรม และแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นรองประธาน ก.ตร. พร้อมอนุมัติให้รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบงานศึกษาอบรมมาเป็นรองประธานอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วย สำหรับกรณีที่มีการเสนอแก้ไขกฎการแต่งตั้งที่ใช้หลักอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ที่มีปัญหาเรื่องของข้อกฎหมายอยู่นั้น ที่ประชุมมีมติว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยละเอียดให้เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป และเมื่อยังไม่มีการแก้ไขก็ให้ใช้กฎอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ตามหลักเกณฑ์เดิมไปก่อน

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ก.ตร.ได้อนุมัติเห็นชอบตามข้อเสนอของตร.ในการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.- สว.ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งของ ก.ตร. แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 

กลุ่มที่ 1  กรณีคุณสมบัติไม่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง จำนวน 9 ราย แยกเป็นคุณวุฒิไม่ตรงกับตำแหน่ง 4 ราย ประสบการณ์ไม่ครบ 5 ราย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นตำแหน่งใน ศชต. 

กลุ่มที่ 2 แต่งตั้งไม่เป็นไปตามกฎ ก.ตร. เช่น ไม่เคยปฏิบัติงานตรงจุดนั้นมาก่อน จำนวน 25 ราย แบ่งเป็น ศชต.18 ราย ที่เหลืออยู่ใน สพฐ.และกองบินตำรวจ 

กลุ่มที่ 3 กลุ่มของนักบิน ต้องมีคุณสมบัตินักบินตรงจุดนั้นไม่ต่ำกว่า 4 ปี แต่มีประสบการณ์อยู่แล้วก็อนุมัติ และ

กลุ่มที่ 4 พนักงานสอบสวน กลุ่มนี้ก่อนหน้าได้ปรับตำแหน่งจากพนักงานสอบสวนเป็นจากเป็นรอง ผกก.สอบสวน ขอกลับไปเป็นพนักงานสอบสวนทั้งหมด 25 รายก็อนุมัติทั้งหมด ซึ่งหากใครต้องการกลับมาเป็นพนักงานสอบสวนก็สามารถขอกลับได้เลยโดยไม่ต้องผ่านการประเมิน 

ทั้งนี้ การแต่งตั้งระดับรอง ผบก-สว.แต่ละกองบัญชาการต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ (29 พ.ย.) และจะมีผลพร้อมกันในวันที่ 6 ธันวาคม 2555

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงการประชุม ศปก.ว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้สอบถามผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กรณี 

พ.ต.ท.แสงอนันต์ ไทยนาม สวป.สภ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา 

ถูกรถชนเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ขบวนแห่รถบุปผชาติ และรถนางนพมาศ โดย ผบ.ตร.สั่งการให้กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 8 และสภ.ตะกั่วทุ่ง ช่วยเหลือครอบครัวและทายาทของ พ.ต.ท.แสงอนันต์ โดยเบื้องต้นได้มอบเงินจำนวนช่วยเหลือ 7 แสนกว่าบาท และเลื่อน 3 ชั้นยศ จาก พ.ต.ท.เป็น พล.ต.ต. ส่วนกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย แถลงว่ามีคลิปบ่อนพนันต่างๆ และเตรียมลงพื้นที่ 77 จังหวัด เพื่อตรวจสอบนั้น ผบ.ตร.มีความยินดีและขอบคุณนายชูวิทย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ ทาง ตร.พร้อมรับข้อมูลทุกอย่าง
Read more ...

ตร.เดินหน้าแต่งตั้ง"รองผบก.-สว."หลังม็อบจบ "เฉลิม"นัด"ก.ตร." 29พ.ย.ถกเว้นหลักเกณฑ์

25/11/55
โดยมติชน เมื่อ 25 พ.ย.2555

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานในเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) 

ได้นัดประชุม ก.ตร. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร. 

โดยมีการบรรจุวาระ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการวาระประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง กรณีแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งขึ้นข้ามกองบัญชาการ ในกรณีที่มีผู้ขอเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ. นราธิวาส ซึ่งมีหลายราย

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวลือสะพัดในตร. ว่าเนื่องจากการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามที่คาดการณ์ว่าอาจยืดเยื้อ อาจมีการขอขยายเวลาการแต่งตั้งระดับสว.-รองผบก.ออกไปจากเดิมที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ( ผบ.ตร.) กำหนดให้ทุกหน่วยออกคำสั่งพร้อมกันภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน และให้คำสั่งมีผลในวันที่ 6 ธันวาคม 

 แต่ภายหลังการชุมนุมดังกล่าวยุติการดำเนินการขั้นตอนต่างๆในการแต่งตั้งโยกย้าย ฯ ยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อดุลย์ ก็ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่ง หรือแนวคิดในการขยายเวลาการแต่งตั้งออกไปแต่อย่างใด
Read more ...

"เฉลิม"นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร. เน้นวาระพิจารณาเลื่อนขึ้นเงินเดือน

29/10/55
โดยมติชน เมื่อ 29 ต.ค.2555

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 14/2555 โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก.ตร. มีรอง ผบ.ตร.และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประชุม ส่วน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ติดภารกิจมาร่วมประชุมได้ก่อนการประชุมเลิกเพียง 5 นาที โดยการประชุมใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมวันนี้มีเพียงวาระการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในตำแหน่งชั้นยศนายพล การขอเพิ่มเงินพิเศษในตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านการถวายอารักขา ในสังกัดสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประชุม 191 ราย ซึ่งเป็นการให้เงินเพิ่มพิเศษเทียบเท่าทหารราชองครักษ์ โดยกระทรวงการคลังก็พิจารณาอนุมัติแล้ว ระดับสัญญาบัตรได้เงินเพิ่มเดือนละ 7,000 บาท ชั้นประทวนได้เพิ่มเดือนละ 5,300 บาท นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติพิจารณาให้ชั้นยศสัญญาบัตรแก่ ด.ต.ที่มีอายุ 53 ปี โดยปีนี้สำรวจแล้วมีกว่า 6,500 นาย และ ก.ตร.จะพิจารณาให้โดยเลื่อนไหลโดยอัตโนมัติในปีต่อๆ ไปด้วย

โฆษก ก.ตร.กล่าวว่า ก.ตร.ครั้งนี้ไม่มีการพูดเรื่องการแต่งตั้งหรือการขอขยายเวลาการแต่งตั้ง เนื่องจากกำหนดกรอบเวลาการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว.นั้น ต้องเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ดังนั้นจึงยังอยู่ในระยะเวลาที่ยังดำเนินการได้
Read more ...

ชงเก้าอี้ สบ 10 รองรับ “จรัมพร” ติดยศ พล.ต.อ.อีกรอบ

18/9/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 ก.ย.2555

วันนี้ (17 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 


พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานอนุ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล 

เพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วนที่ค้างการพิจารณามาตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

วันนี้ (17 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานอนุ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล 

เพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วนที่ค้างการพิจารณามาตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีการพิจารณาเรื่องที่ ตร.ขออนุมัติ

กำหนดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวน ยศ พล.ต.อ. ขึ้นมาใหม่ 

หลังจากนำเข้า ก.ตร.ไปแล้วเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ ก.ตร.ให้นำกลับมาพิจารณาในอนุ ก.ตร.ชุดนี้ก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุกรรมการมีการถกเถียงกันหลายประเด็น ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยตามที่ ตร.เสนอ ควรให้เปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวน โดยมีคุณสมบัติเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์โดยตรงเพื่อมาช่วยงานสืบสวนสอบสวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเสนอว่า ในเมื่อกำหนดคุณสมบัติเช่นนี้แล้ว ควรเรียกชื่อเป็นตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านนิติวิทยาศาสตร์ไปเลย เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการเรียกชื่อตำแหน่ง เนื่องจากปัจจุบันมีที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวนอยู่แล้ว 1 ตำแหน่ง ซึ่งหลังจากนี้จะเสนอ ก.ตร.พิจารณาอนุมัติเปิดตำแหน่งครั้ง จากนั้น จึงจะแต่งตั้งบุคคลลงในตำแหน่งได้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนัดประชุม ก.ตร.แต่อย่างใด

สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ที่จะเกิดใหม่นี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ได้รับคำแนะนำให้พยายามผลักดันให้มีการเปิดตำแหน่งให้ได้ โดยวางตัว พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และควบคุมงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจในปัจจุบัน ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่ ติดยศ พล.ต.อ.
Read more ...

ก.ตร.และห้องน้ำ

1/9/55
โดยข่าวสด เมื่อ 1 ก.ย.2555

วงค์ ตาวัน

เห็นพาดหัวข่าวหน้า 1 ของข่าวสด ที่บรรยายภาพการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือก.ตร.ได้อย่างน่าเสียวไส้ บอกว่าเคร่งเครียดถึงขั้นห้ามลุกไปฉี่ จึงต้องรีบพลิกไปอ่านรายละเอียดทันที

เนื้อข่าวบอกว่าเพราะมีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พากันวอล์กเอาต์ เนื่องจากไม่พอใจหลักเกณฑ์การพิจารณาบัญชีแต่งตั้งนายพลประจำปี ประกอบกับมีขาดการประชุมอีกจำนวนหนึ่ง

จึงเหลือเฉพาะก.ตร.ที่อยู่ในราชการ นั่งอยู่ในที่ประชุมเพียงแค่ 11 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 22 คน

เท่ากับครบองค์ประชุมพอดีเป๊ะ

ทีนี้ใครคนใดคนหนึ่งจึงไม่สามารถลุกออกไปจากห้องประชุมได้

ไม่เช่นนั้นเสียงจะขาดไปทันที!

ส่วนคำว่าห้ามลุกไปฉี่ ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบเสียดสี

แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นจริง โดยในระหว่างที่กำลังพิจารณาบัญชีรายชื่อของตำรวจภูธรภาค 5 นั้น ประธานที่ประชุมเหลือบไปเห็นเก้าอี้ของก.ตร.รายหนึ่งว่างโล่ง

สอบถามรู้ว่า ลุกไปทำธุระ

เลยสั่งเจ้าหน้าที่วิ่งไปตามถึงในห้องน้ำให้กลับมานั่งประชุมต่อโดยด่วน

ส่วนก.ตร.คนอื่นๆ ก็พลอยลุกไปเข้าห้องน้ำไม่ได้เช่นกัน บางคนถึงกับอั้นจนหน้าเขียว

สงสัยตอนประชุมเสร็จ คงกรูกันไปจนเต็มห้องน้ำ เป็นแน่!

ขณะเดียวกัน เมื่อบรรยากาศในห้องประชุมไม่มีก.ตร.ซีกผู้ทรงคุณวุฒิหรือฝ่ายใส่สูท ชนิดเก้าอี้ฝั่งซ้ายโล่งทั้งแถบ

การประชุมจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้การทะเบียนพลอ่านรายชื่อแต่ละชื่อ ก็เป็นอันผ่าน

ถึงขั้นที่ผู้บัญชาการหน่วยหนึ่งแวะเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมเพื่อทำหน้าที่ชี้แจงบัญชีของหน่วยตนเอง

พอเข้ามาถึงปรากฏว่ารายชื่อหน่วยตนเองผ่านไปหมดแล้ว ยังไม่ทันได้นั่งชี้แจงเลย

เพราะห้องน้ำอีกนั่นเอง!?!

สุดท้ายการประชุมก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งรองผบช.-ผบก.ก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว แต่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวมากมาย

จำเป็นอย่างยิ่งที่ประธานก.ตร.หรือผบ.ตร.จะต้องรีบหาช่องทางทำความเข้าใจกับก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

ประเด็นคืออำนาจหน้าที่ในการร่วมพิจารณา บรรยากาศการประชุมที่ต้องถกเถียงแบบประชา ธิปไตย

ถ้าพูดคุยกันไม่ได้ จะมีผลต่ออนาคตวงประชุมก.ตร.แน่นอน

เช่น อาจต้องพกคอมฟอร์ท100เข้า ไปด้วย!
Read more ...

ประชุม ก.ตร.แต่งตั้งตำรวจ ระดับ ผบก. - รอง ผบช. วาระประจำปี 2555

31/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 30 ส.ค.2555

โผแต่งตั้ง "จรัมพร" เป็น ผช.ผบ.ตร.สะดุดยังไม่ผ่านที่ประชุม ก.ต.ช. "เหลิม" ดันทุรังแต่งตั้งตำรวจ 196 นายพล ผ่านไปอย่างไม่สง่างาม! ท่ามกลางบรรยากาศ "มาคุ"-"อชิรวิทย์" ของขึ้นกลางที่ประชุมนำทีม 6 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิวอล์กเอาต์ออกห้องประชุมในขณะที่ "เหลิม"นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม โวยยื่นหนังสือพิจารณาทบทวน 4 ประเด็นแต่งตั้งไม่เหมาะสม - ขาดคุณสมบัติ - ข้ามหัวอาวุโส แต่กลับถูกเมินเฉย

วานนี้ (29 ส.ค.) เมื่อเวลา 14.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เดินทางเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ครั้งที่ 12/2555 ที่ห้องประชุม 1 ตร. โดยมีก.ตร. ติดภารกิจไม่ได้เข้าร่วมปีะชุม 3 ท่านประกอบด้วย นายวิษณุ เครืองาม นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นายสุรชาติ บำรุงสุข

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญคือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผบก. -รองผบช. ทั่วประเทศ โดยมีผบช.แต่ละหน่วยเดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมการโดยพร้อมเพรียงเริ่มจาก ผบช.น. เป็นหน่วยแรก บช.ก. บช.ภ. 1-9 ศชต. บช.ปส. บช.ส. สตม. บช.ตชด. สพฐ.ตร. สทส. สง.นรป. บช.ศ. รร.นรต. รพ.ตร.และ สง.ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ การแต่งตั้งเริ่มขึ้นเพียง 2 หน่วยแรก

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช 
พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ 
พล.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รัตนะพร 
พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง 
พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ และ 
รศ.ร.ต.อ.สรพลจ์ สุขทรรศนีย์ 

ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

เดินออกจากห้องประชุมเนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถทักท้วงในที่ประชุมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจบางตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากองค์ประชุมครบ โดยวาระการแต่งตั้งใช้เวลาเพียง 1ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

ต่อมา พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวภายหลังหารือกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่าน ถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจว่า เริ่มการประชุม ก.ตร.ได้มีการนำเสนอหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่เห็นว่าเป็นข้อบกพร่อง ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้มีบางรายชื่อที่ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ามีความไม่เหมาะสม ทั้งในเรื่องคุณสมบัติและในเรื่องหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงมีบางรายชื่อที่มีการปรับเปลี่ยนแบบกะทันหันภายในที่ประชุม ซึ่งทางตนก็ได้มีการอภิปรายในประชุมแล้ว โดยทางประธาน ก.ตร.ก็มีการรับฟัง แต่ก็มีการดำเนินการแต่งตั้งเช่นเดิม ทางเราจึงเห็นว่ามีสัญญาณที่เชื่อได้ว่า คงจะไม่เกิดผลอะไร จึงได้เดินออกมาจากที่ประชุม โดยไม่ได้นัดกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คนอื่นแต่อย่างใด

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า โดยก่อนเริ่มประชุมได้มีการนำเอกสารชี้แจงไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ถึงการแต่งตั้งไม่เป็นธรรมในระดับ รอง ผบช. - ผบก.ในครั้งนี้ 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง เมื่อครบวาระในปีแรก ตามกฎ ก.ตร.ข้อ 33 ที่ระบุว่า การคัดเลือกหรือแต่งตั้งผู้เหมาะสมที่จะได้รับพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในปีแรกให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ผู้นั้นต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง โดยมีผลปฏิบัติงานเป็นรูปธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ซึ่งในประเด็นนี้ อยากจะเรียนชี้แจงว่า ในระดับ ผบก.เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ตามข้อกฎ ก.ตร.ข้อ 33 มีทั้งสิ้น 18 นาย ระดับรอง ผบก.เลื่อนขึ้น ผบก.มี 20 นาย โดยตนพบเพียงแค่บัญชีนำเสนอของ บช.ภ.5 เท่านั้น ที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ที่นำรายละเอียดมาประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน เช่น 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.ภ.จว.พะเยา ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.5 และ 

พ.ต.อ.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.เชียงราย 

ตรงนี้พบว่าทาง บช.ภ.5 ได้บรรยายสรุปผลงานว่า นายตำรวจทั้ง 2 นายดังกล่าว สามารถดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล ได้เป็นลำดับ 1 ของประเทศ ซึ่งถือว่าเหมาะสม ต่างกับ 

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช 

ที่มีผลงานโดดเด่น และมีอาวุโส แต่กลับไม่ได้เลื่อนขึ้น

ขณะที่ 

พล.ต.ต.สมชาย อ่วมถนอม ผบก.ภ.จว.ชุมพร 

ที่มีอาวุโสน้อยกว่า พล.ต.ต.รณพงษ์ แต่ในบัญชีกลับได้เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.8 รวมถึง 

พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบก.สส.ภ.8 

ที่มีผลงานปราบยาโดดเด่น และมีอาวุโสมากกว่า 

พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ที่ได้เลื่อนเป็น ผบก.ภ.จว.พังงา

ส่วน 

พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี อาวุโสลำดับที่ 1 ได้เลื่อนเป็น ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี

แต่ไม่ได้มีการแสดงเหตุผลชัดเจนว่า มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์อย่างไร” ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า 

2.เรื่องการพิจารณาลำดับอาวุโสร้อยละ 33 ตามกฎ ก.ตร.ข้อ 33 (2) ที่ระบุว่า ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ สว. - ผบช.ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโสจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง โดยลำดับอาวุโสดังกล่าว ไม่ได้เป็นการคิดในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เป็นการแยกคำนวณของแต่ละกองบัญชาการ แต่พบว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ มีผู้ที่ได้รับพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหลายนายที่ได้สิทธิตามหลักอาวุโสร้อยละ 33 นั้น ต้องไปเลื่อนตำแหน่งนอกหน่วยกองบัญชาการที่สังกัด

3.การแต่งตั้งผู้ที่อยู่ในบัญชีเหมาะสมนอกหน่วย และมีอาวุโสต่ำกว่าคนใหม่ในหน่วยที่รับตัว โดยพบว่ามีบางกองบัญชาการได้จัดลำดับบัญชีผู้เหมาะสมไว้เป็นลำดับต้น เพื่อให้ได้สิทธิในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง แต่กลับไปเลื่อนตำแหน่งในกองบัญชาการอื่นๆ ที่มีผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยที่รับตัวนั้น อาวุโสอยู่มากมาย ฉะนั้นไม่ทราบว่าการแต่งตั้งลักษณะนี้ จะชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือไม่ อย่างการเลื่อน 

พ.ต.อ.หญิง อัญชนา ศรีทรงผล รอง ผบก.อก.รพ.ตร.เป็น ผบก.กต.6 จต.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า 4.ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นโดยไม่ครบหลักเกณฑ์ และบางรายมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง อย่างในกรณีของ พ.ต.อ.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบก.น.7 เป็น ผบก.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.(ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี) ซึ่งขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ถึงแม้อ้างว่าเป็นผู้ที่นายกฯ ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้ 

แต่ทางเราเห็นว่าการยกเว้นให้นายตำรวจรายนี้ จะมีผลเสียต่อองค์กรตำรวจและจะมีผลกระทบอย่างสูงต่อการเมือง และนายกฯ หรือกรณีที่ 

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ เศรษฐีสมบัติ รอง ผบก.ศพฐ.7 เป็น ผบก.ศพฐ.2 

เมื่อพิจารณาคุณวุฒิและการอบรมเมื่อเปรียบเทียบกับ 

พ.ต.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบก.ศพฐ.4 ที่มีคุณวุฒิ วท.บ.(เคมี) , นฐ./บตส.32 

ตรงนี้จะเห็นชัดเจนว่า พ.ต.อ.ธวัชชัย มีคุณวุฒิและความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวมากกว่า โดยเรื่องการแต่งตั้งบุคคลกรที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในส่วนวิทยาศาสตร์ ที่จะมีความสำคัญมากในอีก 3 ปีข้างหน้า คือ เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่กลับมีการแต่งตั้งไม่ตรงกับคุณสมบัติที่เหมาะสมในตำแหน่งนั้น
       
ด้าน 

พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

กล่าวเพิ่มเติมว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ยังพบว่าความเป็นธรรมในหลายส่วน ทั้งเรื่องการโยกย้าย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่พึ่งเข้ามานั่งเก้าอี้ดังกล่าวได้เพียง 1 ปี ไปเข้ากรุเป็น ผบก.กต.1 และหากดูย้อนไปที่ ผบช.ภ.2 ก่อนหน้านี้ ก็พึ่งถูกโยกออกจากเก้าอี้ ตรงนี้เป็นธรรมและมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ถามไปยังประธาน ก.ตร.แล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง ส่วนเรื่องการเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) ด้านสืบสวน ที่จะเข้ามาดูงานเรื่องนิติวิทยาศาสตร์นั้น อยากจะให้ไปปรับปรุงเรื่องการแต่งตั้งระดับ ผบก.ใน สพฐ.ตร.ให้ดียิ่งขึ้น หรือให้มีคุณสมบัติความเหมาะสมที่ถูกต้องมากกว่านี้

ต่อมาเวลา 16.30 น. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ตร. 

กล่าวภายหลังการประชุม ก.ตร.ว่า การที่ก.ตร.ผู้ทรงได้แสดงออกโดยการเดินออกจากห้องประชุม นั้น ตนเองไม่ทราบ มีการทำบันทึกมาเราก็ได้ชี้แจงไปแล้วก็เข้าใจแล้ว วันนี้ต้องเห็นใจผู้บังคับบัญชาตำรวจเพราะเขาต้องรับผิดชอบ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่าสง่างามไม่ปัญหา ปัญหามีอย่างเดียวอย่าไปเรียกรับทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น

เมื่อถามว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ก.ตร.ผู้ทรงรับทราบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ชี้แจงแล้ว ตนเองเป็นคนชี้แจงเองและรอให้ถึงวาระนั้นๆ ผบ.ตร.และว่าที่ผบ.ตร.จะเป็นคนชี้แจงในรายละเอียดอีกทีเป็นขั้นเป็นตอนแต่ก.ตร.ผู้ทรงได้ออกจากห้องประชุมไปก่อน ถ้าตนเองกล่าวหาว่าทำไมไม่รอฟังก็ได้เหมือนกัน

"ท่านทำเป็นเอกสารมา 2-3 แผ่น แล้วก็อภิปราย ผมก็ชี้แจงเมื่อถึงวาระที่ท่านข้องใจในตำแหน่งนั้นๆก็จะให้ ผบช.ชี้แจง ให้ผบ.ตร.ชี้แจง ว่าที่ผบ.ตร.ชี้แจง สำหรับรายชื่อตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งใน ก.ตร.มีปรับปรุงจากกลั่นกรอง 2-3 ตำแหน่งเท่านั้น"ประธานก.ตร.กล่าว
Read more ...

'อชิรวิทย์' ลั่น ไม่ออก แต่ผิดหวังแต่งตั้งตำรวจ ไร้ระบบคุณธรรม

31/8/55
โดยไทยรัฐ เมื่อ 30 ส.ค.2555

"อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช" ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิยันไม่ลาออก ไม่ท้อ แต่ผิดหวัง แต่งตั้งตำรวจไร้ระบบคุณธรรม อ้างวอล์กเอาต์เมื่อวานออกมาขอยากิน คนอื่นก็เลยตามออกมาด้วย...

วันที่ 30 ส.ค. พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ กรณีที่นำขบวนวอล์กเอาต์ ออกจากที่ประชุม ก.ตร. วาระพิเศษเพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.-ผบก. ประจำปี 2555 เมื่อวานว่า ที่ต้องวอลก์เอาต์ออกมา เพราะที่ประชุมตอบคำถามผมไม่ได้ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ 4-5 ข้อ ที่ต้องปฏิบัติ ทั้งนี้ ผมไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องนามธรรม คือพฤติกรรม แต่ที่ผมมองคือ เรื่องการถือครองตำแหน่งจะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ที่ต้องเด่นกว่าบุคคลอื่นๆ ชัดเจน การแต่งตั้งในครั้งนี้ มีการแต่งตั้งระดับผู้การ 18 ตำแหน่ง ระดับรองผู้การอีก 20 ตำแหน่ง ซึ่งหลักเกณฑ์ต้องมีทั้งคุณสมบัติ รูปสมบัติ แต่กองบัญชาการที่ทำถูกต้องที่สุด ในที่นี้ขอชมเชยคือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่มีการเสนอคุณสมบัติผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ลำดับที่ 1 มาอย่างถูกต้อง ขณะที่มีบางกองบัญชาการเสนอชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา มีระบุคุณสมบัติ มาเพียงแค่ 3 บรรทัดเท่านั้น อย่างนี้ใช้ไม่ได้

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า ก.ตร.ต้องกระทำตามหลักเกณฑ์โดยเคร่งครัด ส่วนตัวเห็นว่านโยบายมีได้ แต่ต้องไม่อยู่เหนือคำว่าเหตุผล ระบบอุปถัมภ์ส่วนตัวยอมรับได้ แต่ต้องไม่มากไปกว่าระบบคุณธรรม ที่จะต้องแบ่งให้ชัดเจน ระบบคุณธรรม 80% และระบบอุปถัมภ์เพียง 20%

"ผมพูดไปตามความเป็นจริงของสังคมไทย ที่เรามีระบบอุปถัมภ์ ซึ่งส่วนตัวก็ยอมรับได้" พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผมพูดเมื่อวานทั้งหมด พูดด้วยความสุภาพเรียบร้อย ควบคุมอารมณ์ มีสติกำกับตลอด เมื่อ 10 ปีที่แล้วพูดอย่างไร วันนี้ก็ยังพูดอย่างนั้น ผมโตมาด้วยการทำงาน ไม่เคยเป็นผู้ขอ เมื่อเขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ทำไมไม่แต่งตั้งเขาไปตามสายงาน แต่กลับเอาเขาไปโตนอกสายงานที่เขาเองก็ไม่คุ้นเคย และไม่มีความถนัดมากนัก ผมถามในที่ประชุมก็ไม่มีใครตอบได้ เงียบกันหมด

ทั้งนี้ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ยอมรับว่า มีการยกตัวอย่างในที่ประชุม ก.ตร. เมื่อวานที่ผ่านมา มีรองผู้การท่านหนึ่ง อยู่ในบัญชีพิจารณาแต่งตั้งให้ตำแหน่งสูงขึ้น อยู่ในหน่วยงาน รพ.ตำรวจ มีอายุทำงานมา 4 ปี และมีความเหมาะสม ถ้าคณะ ก.ตร.เห็นว่า ต้องเลื่อนตำแหน่งก็ขอให้เลื่อนกันในหน่วยงานที่สังกัดได้หรือไม่ เหตุใดต้องย้ายนายตำรวจท่านนั้น ไปเป็นผู้บังคับการจเรตำรวจแห่งชาติด้วย ซึ่งแม้เป็นการโตในหน้าที่การงานก็จริง แต่เป็นการโตไปในนอกสายงาน ที่นายตำรวจท่านนั้นเองก็ไม่ได้มีความถนัด หรือเชื่ยวชาญงานด้านจเรตำรวจ แล้วการย้ายไปเป็นผู้การจเรฯ นั้น ยังเป็นการไปทับสายงานคนอื่นที่อยู่ในหน่วยงานนั้น ที่มีความเชืี่ยวชาญกว่า และกำลังรอจะขึ้นสู่ตำแหน่งอยู่แล้ว บางรายมีอายุทำงานมาถึง 6-7 ปี พวกเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ขึ้นหรือ?

อีกตัวอย่างมีรองผู้บังคับการภาค 7 คนหนึ่ง ซึ่งได้รางวัลดีเด่น จากนายกรัฐมนตรีด้วย ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และโดดเด่น จากกรณีนำกำลังไปล้อมจับขบวนการค้ายาเสพติดในเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช จนสามารถทลายแก๊งค้ายาเสพติดในเรือนจำได้ ซึ่งจากที่ประมาณการการค้ายาเสพติดในเรือนจำดังกล่าว มีมูลค่าต่อปีสูงถึง 2-3 พันล้านบาท อีกทั้งรองผู้บัญชาการท่านนี้ ก็มีอาวุโสมากกว่า อีกคนที่อยู่ จ.ชุมพร แต่กลับไม่ได้รับการแต่งตั้ง ขณะที่ตำแหน่งผู้บังคับการที่ จ.ภูเก็ต ก็มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งผมก็พยายามสอบถามถึงความเหมาะสมในที่ประชุม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ยืนยันต่อว่า จะทำหน้าที่ต่อไปไม่คิดลาออก และก็ไม่ได้ท้อถอย เพราะยังมีอายุงานในตำแหน่ง ก.ตร.อีก 3 ปี แต่คนอย่างผม เมื่อไม่ได้รับเกียรติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมเองก็ไม่ให้เกียรติเช่นกัน ผมต้องตำหนิตัวเองที่เป็นอาจารย์สอนตำรวจมา แต่ผมก็ไม่สามารถสอนได้ แล้วเมื่อวานยอมรับว่า เมื่อที่ประชุม ก.ตร.ไม่สามารถตอบคำถามที่ผมถามไปแล้ว ก็เลยลุกออกมาไปขอยาที่ รพ.กิน ส่วนคนอื่นๆ ก็เลยลุกออกมาด้วย.
Read more ...

ก.ตร.นัดถกปรับโครงสร้าง ตม.

21/3/55
โดยข่าวสด เมื่อ 20 มี.ค.2555

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 

นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.30 น. 

โดยมีวาระสำคัญ คือ 

การพิจารณาปรับโครงสร้างของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยเพิ่มตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) และชั้นประทวน รวม 1,322 ตำแหน่ง

แยกเป็น

ระดับ 

- รอง ผบก. 14 ตำแหน่ง 
- ผกก. 5 ตำแหน่ง 
- รอง ผกก. 32 ตำแหน่ง 
- สว. 35 ตำแหน่ง 
- รอง สว. 351 ตำแหน่ง และ
- ผบ.หมู่ อีก 885 ตำแหน่ง 

นอกจากนี้ ยังกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก. เพื่อปรับโครงสร้างให้กับ บช.ศ. (โอนศฟร.ก.1-8 และศฟร.ศชต.ไปยังสังกัดบช.ศ.) สง.ก.ตร. สง.นรป. ตำแหน่ง จต. กมค. ทพ. สกพ. อต. ทพ.สกพ. โดยเปิดให้ครบทั้งหมด 2,682 ตำแหน่ง

ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก. - สว. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งผู้เหมาะสมให้แต่ละกองบัญชาการ (บช.) ที่ไม่มีสังกัด เพื่อส่งข้อมูลให้ผบช. แต่ได้มีการเลื่อนส่งรายชื่อยกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปีพร้อมเหตุผลของกองบัญชาการต่างๆ เข้ามายังตร.ออกไปอีก 2 วัน เนื่องจากอาจมีการสลับตำแหน่งข้ามกันระหว่างกองบัญชาการต่างๆ จึงทำให้บัญชีในตำแหน่งต่างๆ ไม่ลงตัว 

ทั้งนี้ เมื่อได้รับรายชื่อครบทั้งหมดจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม

ด้าน

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.

กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวเลื่อนการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว.ออกไปก่อนนั้น ยืนยันว่าการแต่งตั้งยังไม่มีการเลื่อนออกไปแต่อย่างใด และการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว. จะเสร็จสิ้นทันภายในวันที่ 31 มี.ค.แน่นอน โดยขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น
Read more ...

เฉลิม ประชุม ก.ตร.เปิดตำแหน่ง รอง ผบก.ลงมา จำนวน 525 ตำแหน่ง

6/3/55
โดยมติชน เมื่อ 2 มี.ค.2555

วันที่ 2 มี.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะประธานก.ตร. 

เป็นประธานประชุมก.ตร. ใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม. 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. 

แถลงว่า ก.ตร.อนุมัติเลื่อนเงินเดือนตำแหน่งยศพล.ต.ต.ขึ้นไป และอนุมัติรับแพทย์จากภายนอกเข้าสังกัดร.พ.ตำรวจ ขณะเดียวกันมีมติ

ไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ที่สั่งให้ ตร.และก.ตร.กำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 

จากนี้ ตร.และก.ตร.ต้องกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมายภายใน 120 วัน ตามที่ศาลมีคำสั่ง

โฆษก ตร.แถลงอีกว่า ก.ตร.มีมติให้ด.ต.ที่มีอายุ 53 ปีขึ้นไป ซึ่งอยู่ระหว่างอบรมเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร แต่บางรายอาจมีคดีอาญาติดตัว ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นคดีความอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้ได้รับการยกเว้นข้อห้าม ให้บรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรได้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และหลังสงกรานต์จะจัดพิธีประดับยศ ร.ต.ต.แก่ด.ต.กลุ่มนี้กว่า 20,000 นาย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน

โฆษก ตร.แถลงต่อว่า ประธานก.ตร.เสนอให้กลับไปพิจารณาหาแนวทาง กรณีตำรวจประทวนที่มีวุฒิปริญญาโท ให้ได้รับบรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร และยังสั่ง ตร.ดำเนินการแก้ปัญหา

กรณีนักเรียนพยาบาลตำรวจ รุ่น 6 จำนวน 72 นาย 

ที่ตอนแรกไม่มีอัตราสัญญาบัตรให้ ให้ได้บรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร

โฆษก ตร.แถลงว่า เดิมที ตร.เตรียมเสนอก.ตร.ขอกำหนดตำแหน่งใหม่ ขยายสายงานใน 14 หน่วย แต่เลขานุการก.ตร.ขอนำเรื่องกลับไปทบทวนใหม่ 6 หน่วย ทำให้ก.ตร.วันนี้พิจารณาเปิดตำแหน่งใหม่เพียง 

8 หน่วยงาน รวม 525 ตำแหน่ง 

ซึ่งเหตุผลการขอเปิดตำแหน่งใหม่ เพื่อเสริมงานด้านปราบยาเสพติดและความมั่นคง จำแนกเป็นระดับ

รองผบก. 27 ตำแหน่ง 

แยกเป็นใน 

บก.อก. และ บก.ตชด.ภาค 1-4 บช.ตชด. รวม 5 ตำแหน่ง ใน
บก.สส.บช.ภาค 1-9 และศชต. รวม 10 ตำแหน่ง

โฆษก ตร.แถลงอีกว่า นอกจากนี้เปิดตำแหน่ง รอง ผบก.ใหม่ใน

บก.อก.และ บก.สันติบาล 1-3 และ 4 หน่วยละ 1 ตำแหน่ง 
บก.สันติบาล 2 อีก 2 ตำแหน่ง สังกัด บช.สันติบาล 

รวม 6 ตำแหน่ง เพื่อรองรับงานก่อการร้าย ใน 

บก.วิจัยและพัฒนา 
บก.สวัสดิการ 
บก.ร.พ.ตำรวจ
 สำนักงบประมาณ กองการเงิน และกองบัญชี 

หน่วยละ 1 ตำแหน่ง

โฆษก ตร.แถลงต่อว่า นอกจากนี้ยังเปิดตำแหน่งใหม่ใน

บช.ตชด. 

แยกเป็น

รองผกก. 24 ตำแหน่ง 
ครูตชด.ระดับสว. 261 ตำแหน่ง 
รองสว. 1 ตำแหน่ง 
ผบ.หมู่ 218 ตำแหน่ง 

ซึ่งครูตชด.นี้จะบรรจุในร.ร.ตชด.ทั่วประเทศ 178 แห่ง ส่วน 6 หน่วยที่นำกลับไปทบทวน อาทิ บช.สตม. บช.ปส.

สำหรับการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.ถึง สว.นั้นไม่มีการขอขยายเวลาแต่งตั้งออกไป ต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จทันวันที่ 31 มี.ค.นี้ โฆษก ตร.กล่าว
Read more ...

ก.ตร.เปิด รอง ผบก.51 ตำแหน่ง คาดตั้งทัน 31 มี.ค.นี้

20/2/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 20 ก.พ.2555

“เฉลิม อยู่บำรุง” นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.ได้เพียง 2 ชั่วโมง แล้วหลบเข้าห้อง “ภาณุพงศ์” พักผ่อนอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ โฆษกแจง ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่รองนายกฯต้องรีบไปประชุม ครม.สัญจร ขณะที่ ก.ตร.อนุมัติเปิดตำแหน่ง รองผบก.รวม 51 จังหวัด ย้ำ บัญชีแต่งตั้งเสร็จทันสิ้นเดือน มี.ค.นี้แน่

วันนี้ (20 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 

เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 2/2555 โดยมี 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 
รองผบ.ตร.และ 
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานการประชุมได้เพียง 2 ชั่วโมง พร้อมด้วย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา รองผบ.ตร.คนสนิท ออกมานั่งในสำนักงาน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ โดยให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ทำหน้าที่ประธาน ก.ตร.ต่อไปจนแล้วเสร็จประมาณ 16.30 น.

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะโฆษก ตร.

แถลงหลังการประชุมว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จึงต้องออกจากห้องประชุมก่อน ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ 

ทั้งนี้ ก.ตร.วันนี้ได้มีมติปรับเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามอัตราเดียวกับอัตราเงินเดือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน โดยให้มีผลย้อนหลังด้วย ขณะเดียวกัน ก.ตร.ได้กำหนดคุณสมบัติ สมรรถนะด้านต่างๆ ของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแต่งตั้งครั้งนี้

“นอกจากนี้ เรื่องสำคัญ ก.ตร.ได้อนุมัติเปิดตำแหน่ง

รองผู้บังคับการ (รองผบก.)

เพื่อมาดูแลงานด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติด และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นการป้องกันปราบปรามยาเสพติด โดย

เปิดตำแหน่ง รองผบก. ในสังกัด ภ.1-9 และ
ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 51 จังหวัด ประกอบด้วย 

บช.ภ.1 ได้แก่ จ. ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สมุทรปราการ 

บช.ภ.2 ได้แก่ จ.สระแก้ว ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด จันทบุรี ปราจีน 

บช.ภ.3 ได้แก่ จ.นครราชสีมา สุรินทร์ ศีรสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร 

บช.ภ.4 ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร หนองคาย มหาสารคาม 

บช.ภ.5 ได้แก่ ลำปาง น่าน แพร่ 

บช.ภ.6 ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร 

บช.ภ.7 ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร กาญจนบุรี ลพบุรี ราชบุรี ประจวบคิรีขันธ์ สุพรรณบุรี 

บช.ภ.8 ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช กระบี่ 

บช.ภ.9 ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง และ ศชต. ได้แก่ จ. ปัตตานี นราธิวาส ยะลา 

เปิดตำแหน่ง

 รองผบก.ในสังกัด 

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 5 ตำแหน่ง

ในสังกัด 

บก.ปส.1-4 และ
บก.ข่าวกรองยาเสพติด 

โดยเปิดตำแหน่งใหม่ เพื่อมาทำงานด้านสืบสวนสอบสวนและยึดทรัพย์ โดยเฉพาะ และเปิดตำแหน่ง รองผบก.ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 

บก.ทล 
บก.รฟ 
บก.ทท 
บก.ปปป 
บก.ปคม 
บก.ปอศ 
บก.ปคบ 
บก.ปอท.
โดยทั้งหมด รองผบก.ฝ่ายปฏิบัติการเป็นหลัก 

รวมเปิดตำแหน่งใหม่ในวันนี้เพียง 64 ตำแหน่ง ส่วนการขยายสถานีตำรวจ และปรับโครงสร้างหน่วยงาน บช.อื่นๆ ที่มีการขยายอัตราตำแหน่งเพิ่มเติมตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ประธานการประชุม คือ ผบ.ตร.ระบุว่า จะนำเข้าการพิจารณา ก.ตร.ในครั้งหน้า ซึ่งตำแหน่งที่เปิดใหม่วันนี้ จะใช้ในการแต่งตั้งวาระนี้เลย 

ส่วนตำแหน่งที่จะเข้า ก.ตร.ครั้งหน้าในต้นเดือนมีนาคม ถ้าทันพอดีก็คงจะใช้แต่งตั้งในวาระเดียวกันด้วย 

โดยไม่มีการเปิดตำแหน่งฝ่ายอำนวยการประจำสำนักงานแต่อย่างใด”

โฆษก ตร.กล่าว
      
ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้ง โฆษก ตร.กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร.ไม่มีการขอขยายเวลาในการแต่งตั้งระดับ รองผบก.-สว.วาระประจำปี 2554 ออกไป โดยมีการพูดว่า พยายามจะทำให้ทันในกรอบเวลาวันที่ 31 มีนาคม 

ดังนั้น จึงนัด ก.ตร.ครั้งหน้าในช่วงต้นเดือน ทำให้เร็ว เพื่อว่าการเปิดตำแหน่งใหม่ อาจใช้แต่งตั้งได้ทัน 

ทั้งนี้ ก.ตร.ไม่มีการพูดถึงกรณีตำแหน่ง ผบช.ภ.1 แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งดำเนินการแต่งตั้ง เนื่องจากตำแหน่งยังไม่ว่างโดยแท้จริง เนื่องจากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯตำแหน่งระดับ รองผบช.-ผบก.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละหน่วยได้เตรียมพร้อมทำบัญชีอาวุโสรอแล้ว

โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า ใน ก.ตร.ครั้งนี้ มีการถามถึงกรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ ตร. กำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวน ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 โดย 

พล.ต.ต.วิบูล ปรองดอง ผบช.ก.ตร.ในฐานะเลขา ก.ตร.

ได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้มาถึง ก.ตร.แล้ว จะนำเข้าพิจารณาในครั้งหน้าเช่นกัน โดย ก.ตร.ต้องดำเนินการต่อ ซึ่งคาดว่า ก.ตร.จะต้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด
Read more ...

“เหลิม” ยัวะประชุม 15 ชม. ทุบโต๊ะขู่ ก.ตร.ย้าย “ผู้การกองปราบ” ไม่ได้!

27/12/54
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ธ.ค.2554

ก.ตร.ใช้เวลาการประชุมมาราธอนนานกว่า 15 ชั่วโมงในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก. “เฉลิม” ยัวะขาด ทุบโต๊ะแต่งตั้ง “ผู้การกองปราบ” คนใหม่ไม่ได้ พร้อมเด้งตำรวจสายประชาธิปัตย์และขั้วอำนาจเก่า เข้ากรุทั้งแผง “โอ๋ สืบ 6” ผงาดขึ้นผู้การเมืองนนท์ “วัลลภ ประทุมเมือง” เด็กน้าเหลิมคุม ผบก.น.6 “พินิต มณีรัตน์” ไปขึ้นผู้การที่ชัยภูมิ “ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ถูกพิษยิงคนสนิท “อี้ แทนคุณ” ไปเป็นผู้การถึงพะเยา “อำนวย นิ่มมะโน” เข้ากรุไปสอนหนังสือเป็นรอง ผบช.ศ.

วันนี้ (26 ธ.ค.) เมื่อเวลา 04.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มาตั้งแต่เวลา 13.30 น.วานนี้ (25 ธ.ค.) ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. โดยมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) วาระประจำปี 2554 โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวก่อนการประชุมว่า การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้จะใช้หลักการพิจารณาตามความอาวุโส 33% และความเหมาะสม โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่มีการส่งรายชื่อให้ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาก่อนวันประชุมจริง 3 วัน ซึ่งตนเห็นว่าดี เนื่องจากจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่รายชื่อที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ไม่ใช่ข้อยุติ ฉะนั้นผลชี้ขาดอยู่ที่การประชุมครั้งนี้ โดยหลายตำแหน่งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้

เมื่อถามว่า มองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการโยกย้ายนายตำรวจจากขั้วอำนาจเก่าเข้ากรุ ประธาน ก.ตร.กล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่เคยสนใจในรายละเอียด เพราะบุคคลใดมาเป็นตำแหน่งใด ก็สามารถปกครองได้ โดยไม่ได้มองว่าตำรวจบุคคลใดเป็นสายไหน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด แต่บางครั้งบุคคลที่เหมาะสมในสายตาของบอร์ดกลั่นกรองกับที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ และในสายตาของคนอื่นอาจมีความเห็นไม่ตรงกัน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดสร้างฐานเสียงจากตำรวจ

เมื่อถามถึงกรณีการแต่งตั้ง ผบช.ภ.1 เนื่องจากติดปัญหาการนับวันทวีคูณของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โดยการแต่งตั้งของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ในครั้งนั้นที่ไปช่วยราชการที่ภาคใต้ แต่มีการร้องเรียนเข้ามาว่า การช่วยราชการของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ขาดคุณสมบัติในการแต่งตั้ง ฉะนั้นจะมีการสอบเพิ่มอีก 2-3 ประเด็น คาดว่าจะเสร็จสิ้นในการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า โดยต่อจากนี้ถ้าบุคคลใดไปช่วยงานที่ภาคใต้แบบไม่ต่อเนื่อง จะไม่มีการนับวันทวีคูณให้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ก.ตร.ในช่วงแรกเป็นการถกเถียงกันหลายประเด็นโดย พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการพูดถึงการที่การเมืองเข้ามาล้วงลูกการแต่งตั้ง ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงจนกระทั่งยุติประเด็นนี้ไป ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้พูดถึงประเด็นเดิมที่บอกว่ารองผบ.ตร.ซึ่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองไม่สามารถเข้าพิจารณาใน ก.ตร.ใหญ่ได้ จนมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 1 ชม.ก่อนการประชุม แม้ว่าเรื่องนี้ทางกฤษฎีกาจะชี้มาแล้วว่าสามารถเข้า ก.ตร.ได้ ทำให้นายวิษณุ เครืองาม ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบอกให้ครั้งนี้ให้ผ่านไปก่อน จึงได้ยุติการอภิปรายและเริ่มการประชุมแต่งตั้ง

การประชุมวาระแต่งตั้ง เริ่มแต่งตั้งเวลาประมาณ 16.30 น. โดยหน่วยแรกที่พิจารณา คือ ตำแหน่งแพทย์เปิดใหม่ใน รพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่ง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ไป บช.ศ. ซึ่งคณะกรรมการมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงคุณสมบัติ พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือไอเลีย โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ตม.2 (สุวรรณภูมิ) พล.ต.ต.โชติกร ศรีมันตร ผบก.อก.บช.ศ. เป็น ผบก.พฐก.พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.กองวินัย เป็น ผบก.อก.บช.ศ. พล.ต.ต.มโนช ตัณตระเธียร ผบก.ตท. เป็น ผบก.ไอเลีย พ.ต.อ. มณฑลทัฬห์ บุนนาค ผกก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ ขึ้นเป็น ผบก.นรป. พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ เป็นรอง ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ต.จีรเดช เกรียงศักดิ์พิขิต ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด โยกเป็น ผบก.วิทยาลัยการตำรวจแทน

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งครั้งนี้มีหลายตำแหน่งที่ต้องใช้การโหวต แต่รอง ผบ.ตร.ทุกคนเห็นด้วยตามบัญชีที่เสนอเข้าไป เช่นกรณี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ที่ถูกโยกเป็นรอง ผบช.ศ. มีการถกเถียงและโหวต ซึ่งปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ยึดตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

ต่อมา ผบ.ตร.ได้เสนอรายชื่อในกองบัญชาการที่เป็นหน่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยปฏิบัติ เช่น สพฐ.ตร. สตม. สทส. สยศ. ฯลฯ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม. และพักรับประทานอาหาร 1 ชม. ก่อนเข้าประชุมอีกครั้งในเวลา 20. 30 น. และเริ่มพิจารณา บช.ภ.1-บช.ภ. 9 โดย ผบช.แต่ละภาคต้องเข้าชี้แจงถึงเหตุผลการโยกย้ายหรือเลื่อนสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นไปตามที่ ผบ.ตร.เสนอบัญชี แต่ก็พบว่ามีนายตำรวจบางนายมีปัญหาถกเถียงกันในเรื่องความเหมาะสม จนที่ประชุมของผ่านรายชื่อนั้นไปก่อนและจะกลับมาพิจารณาต้อนท้ายของการประชุม

ทั้งนี้ รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาแล้ว เช่น สตม. พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รอง ผบช.สกบ. โยกเป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ ผบก.ตม. 4 เป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รอง ผบช.สยศ.รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ตม. 2 เป็น ผบก.สส.สตม. แทนพล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.สพฐ. เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท.ขึ้นเป็นรอง ผบช.สพฐ พล.ต.ต.สมโภช โพธิ์ทอง ผบก.จตร เป็น ผบก.ตม. 3 พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ประจำ สตม. เป็น ผบก. ตม 4 พ.ต.อ.อภิรัต นิยมการ รอง ผบก.ตม.1 ขึ้นเป็น ผบก.ตม. 5 แทน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สมโภชน์ โพธิ์ทอง ผบก.กต.4 จตร.เป็น ผบก.ตม.3 แทน พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.กต.4 จตร. ที่ถูกโยกเป็น ผบก.ประจำ สตม. พ.ต.อ.กฤษดา สุรเชษฐพงศ์ รอง ผบก.ตม.3 ขึ้นเป็น ผบก.ตม.1

บช.ปส. พล.ต.ต.ชาญเวช เสสะเวช รอง ผบช.ส. โยกเป็นรอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พุทธชาติ เอกฉันท์ ผบก.ปส.4 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.สยศ. ตร.เป็น รองผบช.ตชด.

บช.ส. พล.ต.ต.พิทยา ศิริลักษณ์ เลขานุการ ตร. ขึ้นเป็นรอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ธงชัย โตงาม ผบก.ส.2 โยกเป็น ผบก.ส.1 แทน พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ที่ถูกเด้งไปเป็น ผบก.จตร. พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รอง ผบก.ส. 3 ขึ้นเป็น ผบก.ส. 3 พ.ต.อ.นพปฏล อินทอง รอง ผบก.ทพ. ขึ้นเป็น ผบก.อก.ส.

บช.ภ.1 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ. 5 โยกเป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต. ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ประจำ บช.ภ.6 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 1 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.น. 7 โยกเป็น ผบก.ศฝร.บช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบก.ปส.3 หรือชื่อเดิม พล.ต.ต.ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือ ฉายา โอ๋ สืบ 6 เป็น ผบก.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.อก.บช.ภ. 1 เป็น ผบก. จว.ราชบุรี พ.ต.อ.ภวัต พรหมะกฤติ รอง ผบก.จว.สมุทรปราการ ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ. 1 พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.จว.ปทุมธานี โยกเป็นผบก.จว.อ่างทอง พ.ต.อ.สมิทธิ มุกดาสนิท รอง ผบก.จว.สระบุรี ขึ้นเป็นผบก.ปทุมธานี พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. โยกมาเป็น ผบก.จว.สระบุรี พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ศฝร.ภ.5 เป็น ผบก.ประจำภาค 1

บช.ภ.2 พล.ต.ต. จำนง รัตนกุล ผบก.กองงบประมาณ สำนักงานงบประมาณและการเงิน เป็น ผบก.จว.ชลบุรี แทน พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ที่โยกเป็น ผบก.จว.สระแก้ว

บช.ภ.3 พล.ต.ต.สุวรรณ เอกโพธิ์ ผบก.สส.บช.ภ. 5 (นายตำรวจผู้ทำสำนวนเสนอ กกต.ให้ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นเหตุทำให้ พรรคพลังประชาชน ถูกยุบ)โดนพิษการเมืองเล่นงาน โยกเข้ากรุเป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.3 พ.ต.อ.องอาจ ผิวเรืองนนท์ รอง ผบก.จว.มุกดาหาร นรต.29 ขึ้นเป็น ผบก.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.จตร. โยกเป็น ผบก.จว.ชัยภูมิ พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. โยกเป็น ผบก.จว.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.จว.อำนาจเจริญ โยกเป็น ผบก.จว.อุบลราชธานี พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก. ศฝร.บช.ภ. 3 โยกเป็น ผบก.จว.ศรีสะเกษ ที่เกษียนณอายุราชการ

บช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.สพฐ. โยกเป็นรอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผบก.จว.ขอนแก่น โยกเป็น ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. ใน บช.ศ. พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานี โยกเป็น ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. พล.ต.ต.ชำนาญ เครือบัว ผบก.จตร.โยกเป็นผบก.นครพนม พ.ต.อ.บุญลือ กองบางยาง รองผบก.จว.อุดรธานี ขึ้นเป็น ผบก.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ขนิษฐศักดิ์ ธีรสวัส รอง ผบช.ภ.4 ไปเป็นรองผบช.ภ.9 พ.ต.อ.ชูรัช ปานเหง้า รอง ผบก.จว.สกลนคร เป็นผบก.ประจำภาค 4 พ.ต.อ.พลศักดิ์ บรรจงศิริ รอง ผบก.จว.มุกหาร เป็น ผบก.จว.สกลนคร พ.ต.อ.ณรงค์วิทย์ พ่วงเพกา รองผบก.จว.สกลนคร เป็น ผบก.จว.ร้อยเอ็ด พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบก.ปปป.เป็น ผบก.จว.มุกดาหาร

พล.ต.ต.ชัยทัต อินทรธนูจิต ผบก.จว.นราธิวาส เป็น ผบก.จว.หนองบัวลำภู พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.จตร เป็น ผบก.จว.หนองคาย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.จว.หนองคายไป เป็น ผบก.จตร พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.จว.นครพนม ไปเป็นผบก.อก.ภาค 4 พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ประจำภาค 4 ไปเป็น ผบก.จว.บึงกาฬ พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง ผบก.จว.บึงกาฬ เป็น ผบก.จว.สุรินทร์

บช.ภ.5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ ผบก. ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 5พล.ต.ต.อรรถกิจ กรณ์ทอง ผบก.จว.ลำปาง มาเป็น ผบก.จว.ลำพูน พ.ต.อ.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองผบก.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็น ผบก.จว.ลำปาง พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 เป็น ผบก.จว.พะเยา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รองผบก.จว.พะเยาเป็น ผบก.จว.เชียงราย พ.ต.อ. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองผบก.ป. เป็นผกก.สส.ภ. 5

บช.ภ.6 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ส.3 เป็น ผบก.จว.นครสวรรค์ โดยมีพ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผบก.ส.3 ขึ้นเป็น ผบก.ส.3 แทน พล.ต.ต.สมพล อัครเดโชชัย ผบก.อก.ภ.5 เป็นผบก.จว.ตาก

บช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร รอง ผบช.ภ.7 เด็กสายประชาธิปัตย์ เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.พูลรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. ขึ้นเป็น รอง ผบก.ภ.7 พล.ต.ต.พชรรัตน์ แสงไชย ผบก.จว.ราชบุรี มาเป็น ผบก.จว.นครปฐม พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.จว.นครปฐม เป็นผบก.ประจำ ภ.7 พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบก.สปพ.ขึ้นเป็นผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.จว.สมุทรสงคราม ไปเป็น ผบก.จว.สมุทรสาคร พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.จว.สมทุรสาคร เป็น ผบก.ศฝร.ภ.7

บช.ภ.8 พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรศรี รองผบช.9 เป็น รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ภ.8 นรต.35 สายประชาธิปัติย์ เป็นรอง ผบช.สยศ.พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโทร รองผบช.ภ.8 เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.จว.สงขลา เป็น ผบก.จว.ระนอง พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.จว.ระนอง เป็น ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี เป็น ผบก.จว.พังงา พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี ผบก.จว.พังงา เป็นผบก.ประจำ ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.จว.สุรินทร์ เป็น ผบก.จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.จว.ภูเก็ต เป็น ผบก.ประจำ ตร.

บช.ภ.9 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นรอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วีระศักดิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.จว.พัทลุง เป็น ผบก.ประจำภ.9 พล.ต.ต.สมหมาย พุทธกูล เป็นผบก.จว.พัทลุง พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ประจำ ภ.8 เป็นผบก.จว.สงขลา

บช.ศชต. พล.ต.ต.ดำรงค์ วัฒโนดร ผบก.สส.ภ.9 เป็น ผบก.สส.ศชต. พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว ผบก.ศฝร.ศชต.เป็น รอง ผบช.ศชต พล.ต.จ.สฤษฎ์ชัย เอนกวียง รอง ผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ศชต. พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.พีระ บุญเลี้ยง รอง ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.ยะลา

บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. นรต.32 ร่วมรุ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ นรต.34 ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.ตร.) พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ นรต.37 รอง ผบช.ปส. อดีตนายวร พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผบก.การสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.ตร.) อดีต ผบก.น. 1 นรต.27 ซึ่งเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุมเสื้อเหลือง บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง กลับถิ่นเก่า เป็น รอง ผบช.น

ส่วน ผบก. ใน บช.น.มีการแต่งตั้ง พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 ขึ้น ผบก.น.1 แทนพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น.อดีต ผบก.น. 7 มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือคุณหญิงอ้อ โยกมาเป็น ผบก.น.2 พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น. 3 พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.ศชต. นรต.34 แรงหนุนจากนายยุงยุทธ ติยะไพรัช โยกเป็น ผบก.น.4 พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศฝร.ภ.6 ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ อดีต รองผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5

พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม ขึ้น ผบก.น.6 พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส. ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 นรต.35 ลูกน้อง พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. อดีตรองผบก.เชียงใหม่ เคยดูแลบ้านอดีตนายกฯ ทักษิณ เป็น ผบก.น.8 พ.ต.อ.รัชดากรณ์ ยิ่งยง รอง ผบก. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (วจ.สยศ.) นรต. 32 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และยังสนิทกับลูกชายของนายเฉลิม อยู่บำรุง มาเป็น ผบก.น.9 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 นรต.38 ขึ้น ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมชาย มุสิกเจริญ รองผบก.น. 8 เป็น ผบก.อก.บช.น.

หน่วยขึ้นตรง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 นรต.36 และชุดทำงานด้านสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตที่ปรึกษา สบ 10 ด้านสืบสวนสอบสวน เป็น ผบก.กองวิจัย หรือ วจ. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. เป็นรอง ผบช.ตรวจสอบภายใน หรือ สตส. พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 นรต.36 เป็น ผบก.จตร. พล.ต.ต.เอื้อพงษ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. นรต.28 เพื่อน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. และเคย รปภ.อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. โยกเป็น ผบก.กองสารนิเทศ หรือ สท. พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบก.น. 8 เป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ. 9 เป็น รอง ผบช.สยศ.ตร. พ.ต.อ. มณฑล เงินวัฒนะ รอง ผบก.ตท. เป็น ผบก.ตท. พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.ภ 6 เป็น รอง ผบช. ส่งกำลังบำรุง หรือ สกบ. พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ผบก.ส. 1 หน่วยข่าวที่สำคัญ เป็น ผบก.จตร. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สตม. เป็นรอง ผบช.สกพ. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช. ภ. 5 เป็น รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. นรต. 33 อดีต นายตำรวจติดตามนายชวน หลีกภัย เป็นผบก.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบก.น.8 ขึ้นเป็น ผบก.เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.กองตรวจราชการ 3 หรือกต.3 ขึ้น รอง ผบช.จตร. พ.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบก.ทะเบียนพล หรือ ทพ. ขึ้นเป็น ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สยศ. ตร.พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.เชียงราย ถูกเด้งเป็น ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานีเป็น ผบก.ร้องทุกข์ บช.ก.ตร.

ต่อมาเวลา ประมาณ 00.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่งใน บช.ก. พบว่า พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ได้เดินจากห้องประชุม ก.ตร.เข้าห้องประชุมเล็ก โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าไปสมทบ คาดว่าจะมีการหารือกันในตำแหน่ง ผบก.ป. ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ. 3 มานั่งเก้าอี้นี้แทน ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าห้องประชุมเพียง 10 นาทีเท่านั้น ก่อนจะเดินลงไปยังสำนักงาน และคณะกรรมการแต่ละคนทยอยออกมาพักผ่อนอิริยาบถ ก่อนจะเข้าประชุมอีกครั้งและเสร็จสิ้นการแต่งตั้งตำแหน่ง บช.ก. ในเวลา 01.30 น.

กระทั่งเมื่อเวลา 04.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก.ประจำปี 2554 ได้เสร็จสิ้นลงในเวลา 04.00น. หลังจากเริ่มประชุมเวลา 13.30น. ซึ่งนับว่าเป็นการประชุมที่ยาวนานที่สุดเท่าที่ควรมีการแต่งตั้งมา อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งใน บช.ก.เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 01.30 น. โดยคณะกรรมการบางคนเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยน ตำแหน่ง ผบก.ป. และ ผบก.ปอศ. จนต้องให้ พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.เข้าชี้แจงเหตุผลที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน จนต้องออกจากห้องประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อก่อนเสนอเข้าที่ประชุมอีกครั้ง ขณะที่พล.ต.ท.พงพัฒน์ได้เข้าชี้แจงถึงเหตุผลการแต่งตั้ง และไม่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผบก.ป. ก่อนจะเดินทางกลับ โดยระบุว่าให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้นำรายชื่อตำรวจที่มีการปรับเปลี่ยนเข้าเสนอที่ประชุมอีกครั้ง แต่ ร.ต.อ.เฉลิมยังคงสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่มีการเปลี่ยนตัว ผบก.ป. และผบก.ปอศ.

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเสร็จสิ้นการประชุมประมาณ 30 นาที ได้มีการถกเถียงถึงการเปลี่ยนตำแหน่ง ผบก.ป. และผบก.ปอศ. โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้พยายามเสนอในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า “ผม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธาน ก.ตร. ขอเสนอให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ.3 เป็น ผบก.ป.และ มีการปรับเปลี่ยนผู้มาดำรงตำแหน่ง

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. 

(พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. )

โดยให้ ผบ.ตร.เสนอบัญชีรายชื่อมายังที่ประชุม” ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมย้ำคำพูดเดิมถึง 2 ครั้ง พร้อมทุบโต๊ะหลายครั้งด้วยอาการเกรี้ยวกราด

จากนั้นได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ยังยึดตามบัญชีเดิม คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่งดังกล่าว จากนั้นไม่นานได้มีการยุติการประชุม ร.ต.อ.เฉลิมออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวว่าการประชุมยุติแล้ว ไม่ต้องประชุมต่อ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ ให้ไปถาม ผบ.ตร. และคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกจากห้องประชุมไปแล้ว ก.ตร.ในตำแหน่งและก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนยังคงพูดคุยกันอยู่ในห้องประชุมอีกประมาณ 10 นาที ก่อนจะรีบแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการแต่ละท่านยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยน ผบก.ป.และบก.ปอศ. แต่อย่างใด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เสร็จเรียบร้อย เมื่อถามว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากบัญชีที่เสนอไปหรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า มีการเปลี่ยนหลายตำแหน่งเหมือนกัน
( พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย)

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.กล่าวว่า วันนี้มีการแต่งตั้งโยกย้ายจำนวน 235ตำแหน่ง แบ่งเป็น รอง ผบช. หมุนเวียน 32 ตำแหน่ง ผบก. เลื่อนขึ้นเป็นรอง ผบช. 31 ตำแหน่ง ผบก.หมุนเวียน 107 ตำแหน่ง และรอง ผบก.ขึ้นเป็น ผบก.63 ตำแหน่ง และตำแหน่งเปิดใหม่ รพ.ตำรวจอีก 2 ตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหมดจะไปรักษาราชการแทนทันที คือวันที่ 27 ธ.ค. และตำแหน่งส่วนใหญ่เป็นไปตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การประชุม ก.ตร.วันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การแสดงความคิดเห็น การโต้เถียงกันในที่ประชุมเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป.ไม่มีปัญหา แต่ที่ถกเถียงกันนานเพราะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาก หากตำแหน่งใดมีปัญหาก็ใช้วิธีการโหวต และก.ตร.ทุกท่านทำการบ้านมาดี มีข้อมูลของผู้ได้รับการแต่งตั้ง บางคนให้ข้อมูล ประวัติผู้ได้รับการแต่งตั้งเร็วกว่าข้อมูลจากสำนักงานกำลังพลเสียอีก

สำหรับ บช.ก. พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ภ. 9 พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม. 5 พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพาณิช รอง ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒน์พันธุ์ รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาวิเคราะห์งานบุคคล นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.สกพ. เป็น รอง ผบช.ก. ขณะที่ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ซึ่งมีปัญหากรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิ์ทวีคูณ จนทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.ภ.1 ยังคงอยู่ที่เดิม

พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ..บุญสืบ ไพรเถื่อน รอง ผบก.ปอศ. ขึ้นเป็นผบก.รน. พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบก.อก.บช.ก. นรต.35 คนสนิท พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ. ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. ยังอยู่ที่เดิม
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม