แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหาการแต่งตั้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหาการแต่งตั้ง แสดงบทความทั้งหมด

ห่วง–พลาดท่า

10/3/55
โดยสหบาท ไทยรัฐ เมื่อ 8 มี.ค.2555

ก.ตร.ประชุมลงมติเห็นชอบเปิดตำแหน่งใหม่หลายอัตรา

แต่เรื่องใหญ่ที่หลายคนถามไถ่กันมากคือ การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สารวัตร ที่ค้างเติ่งข้ามปี และมีกำหนดคลอดได้แน่ภายใน 31 มี.ค.นี้ จะมีโรคเลื่อนอีกหรือไม่

ขณะเดียวกัน เก้าอี้ ผบช.ภ.1 ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ตอกย้ำ ความล้มเหลวของ ก.ตร.

ถึงตอนนั้นสิทธิอันชอบธรรมในการทำบัญชีแต่งตั้งจะอยู่กับใคร

แล้วตำแหน่งมากมายที่ผุดขึ้นเป็นกองกระบุง ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรกับการเพิ่มเก้าอี้ปรับอัตราเพื่อหาตำรวจไปลงนั่งเท่านั้นหรือ

คำถามเหล่านี้น่าหนักใจแทน 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.

ที่ถูกมองว่าแกร่งในงานบู๊ เก่งในเรื่องปราบปรามทำผลงานกำราบเครือข่ายยานรกเข้าตาชาวบ้าน แต่ “งานบ้าน” ในองค์กรสีกากียังเป็น “ข้อด้อย” ในเรื่องงานบุ๋น

แถมมีโอกาสพลาดท่าเสียที เพราะมีคนคอยจ้องเอาชื่อไปหาผลประโยชน์

เพราะขณะนี้เกิดเสียงกล่าวขานกระหึ่มกรมปทุมวัน มี “บุคคลภายนอก” พยายามเข้ามาจัดระบบระเบียบตั้งโต๊ะทำงาน “เรียกแขก” เหมือนเคยเกิดขึ้นในองค์กรสีกากี “ยุคหนึ่ง” ที่ลือกันหึ่งเรื่อง “วิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้” ตีราคามูลค่าหลายสิบล้านบาท

วงจรอุบาทว์ย้อนคืนสู่สำนักปทุมวันอีกครั้งเมื่อบุคคลเดียวกันนี้กลับสู่รังเก่า แล้วพยายามเล่นบทบาทเดิมเชื้อเชิญคนมากหน้า หลายตามาเป็นพวก ทำพฤติกรรมราวกับผู้มีอำนาจสูงสุดในองค์กร เปิด “ไฟเขียว” รับใบสั่ง “ทำตั๋ว” แต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ

เสียงวิพากษ์นี้กระหึ่มในกรมปทุมวันมานานเป็นเดือนแล้ว

ถึงวันนี้ กระแสวิพากษ์ก็มิได้ลดน้อยลงไป ท่ามกลางความอึดอัดของตำรวจในกรม แต่ “บุคคลภายนอก” กลับไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน ยังคงเดินเข้าออกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นปกติ

เสียงร่ำลือของการซื้อขายตำแหน่งครั้งใหญ่ในวงการสีกากีก็เลยกระหึ่มหนักขึ้น

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ขึ้นชื่อเป็นมือปราบ รู้ตำราเลี้ยงโจรไว้จับโจร

คงไม่คิดเลี้ยงโจรไว้ปล้นบ้านตัวเอง เป็นห่วงครับ
Read more ...

หยุดแทรกแซงผบ.ตร.

15/2/55
โดยข่าวสด เมื่อ 15 ก.พ.2555

วงค์ ตาวัน

อย่างที่เคยว่าเอาไว้นั่นแหละ จะสำรวจกี่โพลก็ตาม คะแนนนิยมของรัฐบาลปูที่พุ่งลิ่ว มาจากผลงานด้านการปราบปรามยาเสพติดเป็นสำคัญ ถูกอกถูกใจชาวบ้านมากที่สุด

เพราะเป็นภัยคุกคามที่เข้าถึงแทบทุกครัวเรือน

แล้วที่อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ชี้ปัญหาตรงที่สุดคือ การแก้ปัญหาไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้ยาเสพติดหวนกลับมา

โดยไม่ยอมพูดให้ชัดว่า ไปขาดตอนในช่วงรัฐบาลไหน

แต่เอาเป็นว่าพอรัฐบาลเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ด้วยมือของประชาชนกว่า 15 ล้านเสียง ก็ลงมือทำตามที่สัญญาเอาไว้ทันที

วางนโยบายหลักให้ตำรวจเร่งปราบยาเสพติด

ใครที่เลือกพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาเป็นผบ.ตร. ถือว่าถูกต้องที่สุด!

ด้วยความเชี่ยวชำนาญเป็นการเฉพาะ เอาจริงเอาจัง และมือสะอาด

ผลงานแค่ 4 เดือน แม้จะยังไม่ถอนรากถอนโคน แต่คืบหน้าไปชัดเจน จนชาวบ้านพอใจและแสดงผ่านโพล

นี่กำลังจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับรองผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร ประจำปี ที่ยืดเยื้อมาจากปลายปีที่แล้ว

เป็นกลไกระดับปฏิบัติที่สำคัญ เป็นหน่วยหน้าหน่วยงานในระดับโรงพัก

รัฐบาลจะได้หน้าได้ตาด้านงานปราบยาเสพติดเพิ่มขึ้น ถ้าหากการโยกย้ายระดับนี้ สนองผบ.ตร.ได้ดี!

หมายความว่า นายกฯ ปูจะต้องเปิดไฟเขียวให้รองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง และผบ.ตร.เพรียวพันธ์

มีอำนาจเต็มในการพิจารณาคัดสรรมือทำงานระดับพ.ต.อ.-พ.ต.ต.

อย่าปล่อยให้มือมืดทางการเมืองเข้ามาแทรก ซึ่งแทรกมาแล้วในตอนแต่งตั้งระดับนายพล จนทำให้บัญชีดูไม่ดีในบางส่วนบางระดับ

นายกฯ ปูจะหารือกับอดีตนายกฯ ทักษิณในฐานะอดีตตำรวจเก่าผู้เชี่ยวชาญกิจการด้านนี้ก็ได้

เน้นย้ำกันเลยว่าอย่าใจอ่อนปล่อยให้ใครที่ไม่เกี่ยวกับงานตำรวจมาออดอ้อนเข้ามาแทรกแซงโผ!!

เหมือนกับที่แทรกแซงส่ง

ตัวประหลาด

ปีนตึกมาอยู่ที่ชั้น 7

รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไปได้สวยกว่านี้

ถ้ามีเฉพาะนักการเมืองที่รับผิดชอบสายงาน มีเฉพาะผู้นำตำรวจ ที่มีอำนาจเต็มในการบริหาร

เอากันให้ชัดเลยว่า ห้ามการเมืองนอกสายเข้ามายุ่งโผที่กำลังจะทำ

พร้อมกับที่ชั้น 7 ต้องเร่งไล่จับตัวประหลาดส่งกลับไปอยู่เขาดิน!
Read more ...

“เหลิม” ยัวะประชุม 15 ชม. ทุบโต๊ะขู่ ก.ตร.ย้าย “ผู้การกองปราบ” ไม่ได้!

27/12/54
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ธ.ค.2554

ก.ตร.ใช้เวลาการประชุมมาราธอนนานกว่า 15 ชั่วโมงในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก. “เฉลิม” ยัวะขาด ทุบโต๊ะแต่งตั้ง “ผู้การกองปราบ” คนใหม่ไม่ได้ พร้อมเด้งตำรวจสายประชาธิปัตย์และขั้วอำนาจเก่า เข้ากรุทั้งแผง “โอ๋ สืบ 6” ผงาดขึ้นผู้การเมืองนนท์ “วัลลภ ประทุมเมือง” เด็กน้าเหลิมคุม ผบก.น.6 “พินิต มณีรัตน์” ไปขึ้นผู้การที่ชัยภูมิ “ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ถูกพิษยิงคนสนิท “อี้ แทนคุณ” ไปเป็นผู้การถึงพะเยา “อำนวย นิ่มมะโน” เข้ากรุไปสอนหนังสือเป็นรอง ผบช.ศ.

วันนี้ (26 ธ.ค.) เมื่อเวลา 04.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มาตั้งแต่เวลา 13.30 น.วานนี้ (25 ธ.ค.) ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. โดยมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) วาระประจำปี 2554 โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวก่อนการประชุมว่า การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้จะใช้หลักการพิจารณาตามความอาวุโส 33% และความเหมาะสม โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่มีการส่งรายชื่อให้ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาก่อนวันประชุมจริง 3 วัน ซึ่งตนเห็นว่าดี เนื่องจากจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่รายชื่อที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ไม่ใช่ข้อยุติ ฉะนั้นผลชี้ขาดอยู่ที่การประชุมครั้งนี้ โดยหลายตำแหน่งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้

เมื่อถามว่า มองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการโยกย้ายนายตำรวจจากขั้วอำนาจเก่าเข้ากรุ ประธาน ก.ตร.กล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่เคยสนใจในรายละเอียด เพราะบุคคลใดมาเป็นตำแหน่งใด ก็สามารถปกครองได้ โดยไม่ได้มองว่าตำรวจบุคคลใดเป็นสายไหน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด แต่บางครั้งบุคคลที่เหมาะสมในสายตาของบอร์ดกลั่นกรองกับที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ และในสายตาของคนอื่นอาจมีความเห็นไม่ตรงกัน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดสร้างฐานเสียงจากตำรวจ

เมื่อถามถึงกรณีการแต่งตั้ง ผบช.ภ.1 เนื่องจากติดปัญหาการนับวันทวีคูณของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โดยการแต่งตั้งของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ในครั้งนั้นที่ไปช่วยราชการที่ภาคใต้ แต่มีการร้องเรียนเข้ามาว่า การช่วยราชการของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ขาดคุณสมบัติในการแต่งตั้ง ฉะนั้นจะมีการสอบเพิ่มอีก 2-3 ประเด็น คาดว่าจะเสร็จสิ้นในการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า โดยต่อจากนี้ถ้าบุคคลใดไปช่วยงานที่ภาคใต้แบบไม่ต่อเนื่อง จะไม่มีการนับวันทวีคูณให้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ก.ตร.ในช่วงแรกเป็นการถกเถียงกันหลายประเด็นโดย พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการพูดถึงการที่การเมืองเข้ามาล้วงลูกการแต่งตั้ง ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงจนกระทั่งยุติประเด็นนี้ไป ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้พูดถึงประเด็นเดิมที่บอกว่ารองผบ.ตร.ซึ่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองไม่สามารถเข้าพิจารณาใน ก.ตร.ใหญ่ได้ จนมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 1 ชม.ก่อนการประชุม แม้ว่าเรื่องนี้ทางกฤษฎีกาจะชี้มาแล้วว่าสามารถเข้า ก.ตร.ได้ ทำให้นายวิษณุ เครืองาม ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบอกให้ครั้งนี้ให้ผ่านไปก่อน จึงได้ยุติการอภิปรายและเริ่มการประชุมแต่งตั้ง

การประชุมวาระแต่งตั้ง เริ่มแต่งตั้งเวลาประมาณ 16.30 น. โดยหน่วยแรกที่พิจารณา คือ ตำแหน่งแพทย์เปิดใหม่ใน รพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่ง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ไป บช.ศ. ซึ่งคณะกรรมการมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงคุณสมบัติ พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือไอเลีย โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ตม.2 (สุวรรณภูมิ) พล.ต.ต.โชติกร ศรีมันตร ผบก.อก.บช.ศ. เป็น ผบก.พฐก.พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.กองวินัย เป็น ผบก.อก.บช.ศ. พล.ต.ต.มโนช ตัณตระเธียร ผบก.ตท. เป็น ผบก.ไอเลีย พ.ต.อ. มณฑลทัฬห์ บุนนาค ผกก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ ขึ้นเป็น ผบก.นรป. พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ เป็นรอง ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ต.จีรเดช เกรียงศักดิ์พิขิต ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด โยกเป็น ผบก.วิทยาลัยการตำรวจแทน

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งครั้งนี้มีหลายตำแหน่งที่ต้องใช้การโหวต แต่รอง ผบ.ตร.ทุกคนเห็นด้วยตามบัญชีที่เสนอเข้าไป เช่นกรณี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ที่ถูกโยกเป็นรอง ผบช.ศ. มีการถกเถียงและโหวต ซึ่งปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ยึดตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

ต่อมา ผบ.ตร.ได้เสนอรายชื่อในกองบัญชาการที่เป็นหน่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยปฏิบัติ เช่น สพฐ.ตร. สตม. สทส. สยศ. ฯลฯ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม. และพักรับประทานอาหาร 1 ชม. ก่อนเข้าประชุมอีกครั้งในเวลา 20. 30 น. และเริ่มพิจารณา บช.ภ.1-บช.ภ. 9 โดย ผบช.แต่ละภาคต้องเข้าชี้แจงถึงเหตุผลการโยกย้ายหรือเลื่อนสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นไปตามที่ ผบ.ตร.เสนอบัญชี แต่ก็พบว่ามีนายตำรวจบางนายมีปัญหาถกเถียงกันในเรื่องความเหมาะสม จนที่ประชุมของผ่านรายชื่อนั้นไปก่อนและจะกลับมาพิจารณาต้อนท้ายของการประชุม

ทั้งนี้ รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาแล้ว เช่น สตม. พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รอง ผบช.สกบ. โยกเป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ ผบก.ตม. 4 เป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รอง ผบช.สยศ.รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ตม. 2 เป็น ผบก.สส.สตม. แทนพล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.สพฐ. เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท.ขึ้นเป็นรอง ผบช.สพฐ พล.ต.ต.สมโภช โพธิ์ทอง ผบก.จตร เป็น ผบก.ตม. 3 พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ประจำ สตม. เป็น ผบก. ตม 4 พ.ต.อ.อภิรัต นิยมการ รอง ผบก.ตม.1 ขึ้นเป็น ผบก.ตม. 5 แทน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สมโภชน์ โพธิ์ทอง ผบก.กต.4 จตร.เป็น ผบก.ตม.3 แทน พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.กต.4 จตร. ที่ถูกโยกเป็น ผบก.ประจำ สตม. พ.ต.อ.กฤษดา สุรเชษฐพงศ์ รอง ผบก.ตม.3 ขึ้นเป็น ผบก.ตม.1

บช.ปส. พล.ต.ต.ชาญเวช เสสะเวช รอง ผบช.ส. โยกเป็นรอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พุทธชาติ เอกฉันท์ ผบก.ปส.4 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.สยศ. ตร.เป็น รองผบช.ตชด.

บช.ส. พล.ต.ต.พิทยา ศิริลักษณ์ เลขานุการ ตร. ขึ้นเป็นรอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ธงชัย โตงาม ผบก.ส.2 โยกเป็น ผบก.ส.1 แทน พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ที่ถูกเด้งไปเป็น ผบก.จตร. พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รอง ผบก.ส. 3 ขึ้นเป็น ผบก.ส. 3 พ.ต.อ.นพปฏล อินทอง รอง ผบก.ทพ. ขึ้นเป็น ผบก.อก.ส.

บช.ภ.1 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ. 5 โยกเป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต. ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ประจำ บช.ภ.6 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 1 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.น. 7 โยกเป็น ผบก.ศฝร.บช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบก.ปส.3 หรือชื่อเดิม พล.ต.ต.ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือ ฉายา โอ๋ สืบ 6 เป็น ผบก.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.อก.บช.ภ. 1 เป็น ผบก. จว.ราชบุรี พ.ต.อ.ภวัต พรหมะกฤติ รอง ผบก.จว.สมุทรปราการ ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ. 1 พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.จว.ปทุมธานี โยกเป็นผบก.จว.อ่างทอง พ.ต.อ.สมิทธิ มุกดาสนิท รอง ผบก.จว.สระบุรี ขึ้นเป็นผบก.ปทุมธานี พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. โยกมาเป็น ผบก.จว.สระบุรี พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ศฝร.ภ.5 เป็น ผบก.ประจำภาค 1

บช.ภ.2 พล.ต.ต. จำนง รัตนกุล ผบก.กองงบประมาณ สำนักงานงบประมาณและการเงิน เป็น ผบก.จว.ชลบุรี แทน พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ที่โยกเป็น ผบก.จว.สระแก้ว

บช.ภ.3 พล.ต.ต.สุวรรณ เอกโพธิ์ ผบก.สส.บช.ภ. 5 (นายตำรวจผู้ทำสำนวนเสนอ กกต.ให้ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นเหตุทำให้ พรรคพลังประชาชน ถูกยุบ)โดนพิษการเมืองเล่นงาน โยกเข้ากรุเป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.3 พ.ต.อ.องอาจ ผิวเรืองนนท์ รอง ผบก.จว.มุกดาหาร นรต.29 ขึ้นเป็น ผบก.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.จตร. โยกเป็น ผบก.จว.ชัยภูมิ พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. โยกเป็น ผบก.จว.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.จว.อำนาจเจริญ โยกเป็น ผบก.จว.อุบลราชธานี พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก. ศฝร.บช.ภ. 3 โยกเป็น ผบก.จว.ศรีสะเกษ ที่เกษียนณอายุราชการ

บช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.สพฐ. โยกเป็นรอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผบก.จว.ขอนแก่น โยกเป็น ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. ใน บช.ศ. พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานี โยกเป็น ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. พล.ต.ต.ชำนาญ เครือบัว ผบก.จตร.โยกเป็นผบก.นครพนม พ.ต.อ.บุญลือ กองบางยาง รองผบก.จว.อุดรธานี ขึ้นเป็น ผบก.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ขนิษฐศักดิ์ ธีรสวัส รอง ผบช.ภ.4 ไปเป็นรองผบช.ภ.9 พ.ต.อ.ชูรัช ปานเหง้า รอง ผบก.จว.สกลนคร เป็นผบก.ประจำภาค 4 พ.ต.อ.พลศักดิ์ บรรจงศิริ รอง ผบก.จว.มุกหาร เป็น ผบก.จว.สกลนคร พ.ต.อ.ณรงค์วิทย์ พ่วงเพกา รองผบก.จว.สกลนคร เป็น ผบก.จว.ร้อยเอ็ด พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบก.ปปป.เป็น ผบก.จว.มุกดาหาร

พล.ต.ต.ชัยทัต อินทรธนูจิต ผบก.จว.นราธิวาส เป็น ผบก.จว.หนองบัวลำภู พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.จตร เป็น ผบก.จว.หนองคาย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.จว.หนองคายไป เป็น ผบก.จตร พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.จว.นครพนม ไปเป็นผบก.อก.ภาค 4 พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ประจำภาค 4 ไปเป็น ผบก.จว.บึงกาฬ พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง ผบก.จว.บึงกาฬ เป็น ผบก.จว.สุรินทร์

บช.ภ.5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ ผบก. ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 5พล.ต.ต.อรรถกิจ กรณ์ทอง ผบก.จว.ลำปาง มาเป็น ผบก.จว.ลำพูน พ.ต.อ.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองผบก.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็น ผบก.จว.ลำปาง พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 เป็น ผบก.จว.พะเยา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รองผบก.จว.พะเยาเป็น ผบก.จว.เชียงราย พ.ต.อ. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองผบก.ป. เป็นผกก.สส.ภ. 5

บช.ภ.6 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ส.3 เป็น ผบก.จว.นครสวรรค์ โดยมีพ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผบก.ส.3 ขึ้นเป็น ผบก.ส.3 แทน พล.ต.ต.สมพล อัครเดโชชัย ผบก.อก.ภ.5 เป็นผบก.จว.ตาก

บช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร รอง ผบช.ภ.7 เด็กสายประชาธิปัตย์ เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.พูลรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. ขึ้นเป็น รอง ผบก.ภ.7 พล.ต.ต.พชรรัตน์ แสงไชย ผบก.จว.ราชบุรี มาเป็น ผบก.จว.นครปฐม พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.จว.นครปฐม เป็นผบก.ประจำ ภ.7 พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบก.สปพ.ขึ้นเป็นผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.จว.สมุทรสงคราม ไปเป็น ผบก.จว.สมุทรสาคร พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.จว.สมทุรสาคร เป็น ผบก.ศฝร.ภ.7

บช.ภ.8 พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรศรี รองผบช.9 เป็น รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ภ.8 นรต.35 สายประชาธิปัติย์ เป็นรอง ผบช.สยศ.พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโทร รองผบช.ภ.8 เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.จว.สงขลา เป็น ผบก.จว.ระนอง พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.จว.ระนอง เป็น ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี เป็น ผบก.จว.พังงา พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี ผบก.จว.พังงา เป็นผบก.ประจำ ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.จว.สุรินทร์ เป็น ผบก.จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.จว.ภูเก็ต เป็น ผบก.ประจำ ตร.

บช.ภ.9 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นรอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วีระศักดิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.จว.พัทลุง เป็น ผบก.ประจำภ.9 พล.ต.ต.สมหมาย พุทธกูล เป็นผบก.จว.พัทลุง พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ประจำ ภ.8 เป็นผบก.จว.สงขลา

บช.ศชต. พล.ต.ต.ดำรงค์ วัฒโนดร ผบก.สส.ภ.9 เป็น ผบก.สส.ศชต. พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว ผบก.ศฝร.ศชต.เป็น รอง ผบช.ศชต พล.ต.จ.สฤษฎ์ชัย เอนกวียง รอง ผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ศชต. พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.พีระ บุญเลี้ยง รอง ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.ยะลา

บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. นรต.32 ร่วมรุ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ นรต.34 ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.ตร.) พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ นรต.37 รอง ผบช.ปส. อดีตนายวร พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผบก.การสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.ตร.) อดีต ผบก.น. 1 นรต.27 ซึ่งเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุมเสื้อเหลือง บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง กลับถิ่นเก่า เป็น รอง ผบช.น

ส่วน ผบก. ใน บช.น.มีการแต่งตั้ง พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 ขึ้น ผบก.น.1 แทนพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น.อดีต ผบก.น. 7 มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือคุณหญิงอ้อ โยกมาเป็น ผบก.น.2 พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น. 3 พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.ศชต. นรต.34 แรงหนุนจากนายยุงยุทธ ติยะไพรัช โยกเป็น ผบก.น.4 พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศฝร.ภ.6 ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ อดีต รองผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5

พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม ขึ้น ผบก.น.6 พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส. ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 นรต.35 ลูกน้อง พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. อดีตรองผบก.เชียงใหม่ เคยดูแลบ้านอดีตนายกฯ ทักษิณ เป็น ผบก.น.8 พ.ต.อ.รัชดากรณ์ ยิ่งยง รอง ผบก. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (วจ.สยศ.) นรต. 32 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และยังสนิทกับลูกชายของนายเฉลิม อยู่บำรุง มาเป็น ผบก.น.9 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 นรต.38 ขึ้น ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมชาย มุสิกเจริญ รองผบก.น. 8 เป็น ผบก.อก.บช.น.

หน่วยขึ้นตรง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 นรต.36 และชุดทำงานด้านสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตที่ปรึกษา สบ 10 ด้านสืบสวนสอบสวน เป็น ผบก.กองวิจัย หรือ วจ. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. เป็นรอง ผบช.ตรวจสอบภายใน หรือ สตส. พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 นรต.36 เป็น ผบก.จตร. พล.ต.ต.เอื้อพงษ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. นรต.28 เพื่อน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. และเคย รปภ.อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. โยกเป็น ผบก.กองสารนิเทศ หรือ สท. พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบก.น. 8 เป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ. 9 เป็น รอง ผบช.สยศ.ตร. พ.ต.อ. มณฑล เงินวัฒนะ รอง ผบก.ตท. เป็น ผบก.ตท. พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.ภ 6 เป็น รอง ผบช. ส่งกำลังบำรุง หรือ สกบ. พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ผบก.ส. 1 หน่วยข่าวที่สำคัญ เป็น ผบก.จตร. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สตม. เป็นรอง ผบช.สกพ. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช. ภ. 5 เป็น รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. นรต. 33 อดีต นายตำรวจติดตามนายชวน หลีกภัย เป็นผบก.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบก.น.8 ขึ้นเป็น ผบก.เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.กองตรวจราชการ 3 หรือกต.3 ขึ้น รอง ผบช.จตร. พ.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบก.ทะเบียนพล หรือ ทพ. ขึ้นเป็น ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สยศ. ตร.พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.เชียงราย ถูกเด้งเป็น ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานีเป็น ผบก.ร้องทุกข์ บช.ก.ตร.

ต่อมาเวลา ประมาณ 00.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่งใน บช.ก. พบว่า พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ได้เดินจากห้องประชุม ก.ตร.เข้าห้องประชุมเล็ก โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าไปสมทบ คาดว่าจะมีการหารือกันในตำแหน่ง ผบก.ป. ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ. 3 มานั่งเก้าอี้นี้แทน ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าห้องประชุมเพียง 10 นาทีเท่านั้น ก่อนจะเดินลงไปยังสำนักงาน และคณะกรรมการแต่ละคนทยอยออกมาพักผ่อนอิริยาบถ ก่อนจะเข้าประชุมอีกครั้งและเสร็จสิ้นการแต่งตั้งตำแหน่ง บช.ก. ในเวลา 01.30 น.

กระทั่งเมื่อเวลา 04.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก.ประจำปี 2554 ได้เสร็จสิ้นลงในเวลา 04.00น. หลังจากเริ่มประชุมเวลา 13.30น. ซึ่งนับว่าเป็นการประชุมที่ยาวนานที่สุดเท่าที่ควรมีการแต่งตั้งมา อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งใน บช.ก.เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 01.30 น. โดยคณะกรรมการบางคนเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยน ตำแหน่ง ผบก.ป. และ ผบก.ปอศ. จนต้องให้ พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.เข้าชี้แจงเหตุผลที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน จนต้องออกจากห้องประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อก่อนเสนอเข้าที่ประชุมอีกครั้ง ขณะที่พล.ต.ท.พงพัฒน์ได้เข้าชี้แจงถึงเหตุผลการแต่งตั้ง และไม่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผบก.ป. ก่อนจะเดินทางกลับ โดยระบุว่าให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้นำรายชื่อตำรวจที่มีการปรับเปลี่ยนเข้าเสนอที่ประชุมอีกครั้ง แต่ ร.ต.อ.เฉลิมยังคงสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่มีการเปลี่ยนตัว ผบก.ป. และผบก.ปอศ.

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเสร็จสิ้นการประชุมประมาณ 30 นาที ได้มีการถกเถียงถึงการเปลี่ยนตำแหน่ง ผบก.ป. และผบก.ปอศ. โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้พยายามเสนอในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า “ผม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธาน ก.ตร. ขอเสนอให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ.3 เป็น ผบก.ป.และ มีการปรับเปลี่ยนผู้มาดำรงตำแหน่ง

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. 

(พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. )

โดยให้ ผบ.ตร.เสนอบัญชีรายชื่อมายังที่ประชุม” ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมย้ำคำพูดเดิมถึง 2 ครั้ง พร้อมทุบโต๊ะหลายครั้งด้วยอาการเกรี้ยวกราด

จากนั้นได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ยังยึดตามบัญชีเดิม คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่งดังกล่าว จากนั้นไม่นานได้มีการยุติการประชุม ร.ต.อ.เฉลิมออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวว่าการประชุมยุติแล้ว ไม่ต้องประชุมต่อ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ ให้ไปถาม ผบ.ตร. และคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกจากห้องประชุมไปแล้ว ก.ตร.ในตำแหน่งและก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนยังคงพูดคุยกันอยู่ในห้องประชุมอีกประมาณ 10 นาที ก่อนจะรีบแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการแต่ละท่านยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยน ผบก.ป.และบก.ปอศ. แต่อย่างใด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เสร็จเรียบร้อย เมื่อถามว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากบัญชีที่เสนอไปหรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า มีการเปลี่ยนหลายตำแหน่งเหมือนกัน
( พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย)

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.กล่าวว่า วันนี้มีการแต่งตั้งโยกย้ายจำนวน 235ตำแหน่ง แบ่งเป็น รอง ผบช. หมุนเวียน 32 ตำแหน่ง ผบก. เลื่อนขึ้นเป็นรอง ผบช. 31 ตำแหน่ง ผบก.หมุนเวียน 107 ตำแหน่ง และรอง ผบก.ขึ้นเป็น ผบก.63 ตำแหน่ง และตำแหน่งเปิดใหม่ รพ.ตำรวจอีก 2 ตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหมดจะไปรักษาราชการแทนทันที คือวันที่ 27 ธ.ค. และตำแหน่งส่วนใหญ่เป็นไปตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การประชุม ก.ตร.วันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การแสดงความคิดเห็น การโต้เถียงกันในที่ประชุมเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป.ไม่มีปัญหา แต่ที่ถกเถียงกันนานเพราะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาก หากตำแหน่งใดมีปัญหาก็ใช้วิธีการโหวต และก.ตร.ทุกท่านทำการบ้านมาดี มีข้อมูลของผู้ได้รับการแต่งตั้ง บางคนให้ข้อมูล ประวัติผู้ได้รับการแต่งตั้งเร็วกว่าข้อมูลจากสำนักงานกำลังพลเสียอีก

สำหรับ บช.ก. พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ภ. 9 พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม. 5 พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพาณิช รอง ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒน์พันธุ์ รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาวิเคราะห์งานบุคคล นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.สกพ. เป็น รอง ผบช.ก. ขณะที่ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ซึ่งมีปัญหากรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิ์ทวีคูณ จนทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.ภ.1 ยังคงอยู่ที่เดิม

พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ..บุญสืบ ไพรเถื่อน รอง ผบก.ปอศ. ขึ้นเป็นผบก.รน. พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบก.อก.บช.ก. นรต.35 คนสนิท พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ. ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. ยังอยู่ที่เดิม
Read more ...

คณะกรรมการคัดเลือกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจเช่นเดิม ส่วนโผนายพล 18ต.ค.

6/10/54
โดยไทยรัฐ เมื่อ 6 ต.ค.2554

ประชุม ก.ตร.นัดพิเศษกรุ่น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิหน้าแตก หลัง เรียกร้องให้พิจารณาลดบทบาท ก.ตร.ที่อยู่ ในบอร์ดกลั่นกรอง ซึ่ง มีหน้้าที่พิจารณาคุณสมบัติเสนอ ก.ตร.แต่งตั้งโยกย้าย 

“ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ประธาน ก.ตร.

ฟันฉับไม่ผิด สามารถออกเสียงโยกย้ายตำรวจได้เหมือนเดิม อ้างส่งกฤษฎีกาตีความและตอบกลับมาแล้ว ส่วนพิจารณาแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร.-ผบช.คลอดวันพิจารณาแล้ว ประชุม 18 ต.ค.แน่

ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 

เป็นประธานการประชุม ก.ตร.นัดพิเศษ มีวาระการพิจารณาแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2554 วาระพิจารณาตามคำร้องของ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ อ้างข้อกฎหมายเสนอให้ลดบทบาทบอร์ดกลั่นกรองที่มีเลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน และ รอง ผบ.ตร.เป็นคณะกรรมการ ไม่ให้มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในการประชุม ก.ตร. และวาระการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังประชุม 

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ ฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

เผยว่า ในการประชุมวันนี้

เรื่องแรก ตามที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิมีบันทึกถึงประธาน ก.ตร. เมื่อวันที่ 28 ก.ย.54 เสนอข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเป็นกรรมการซ้ำซ้อนของกรรมการ ก.ตร.ให้คณะ ก.ตร.พิจารณา ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ฐานะประธาน ก.ตร.นำเรื่องไปหารือเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดกฎหมายปกครองหรือไม่ ป

รากฏว่ากฤษฎีกาตีความออกมาแล้วว่า ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ข้าราชการตำรวจปี 2547 แต่จะมียกเว้นอยู่2 ตำแหน่งคือ เลขา ก.พ. และจเรตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ 

หลังจากพิจารณากลั่นกรองแล้ว มีมติว่า ก่อนเข้าประชุมแต่งตั้งใน ก.ตร.จะต้องได้รับเสียงรับรองจาก ก.ตร. 2 ใน 3 เป็นครั้งๆ ไป

“ส่วนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช. ให้ใช้หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเดิมทั้งหมด โดยไม่มีการพูดถึงตำแหน่งผู้บัญชาการที่จะขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. จากเดิมที่ใช้หลักอาวุโสพิจารณาเพียงอย่างเดียว แต่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้พิจารณาในเรื่องความรู้ความสามารถด้วย แต่ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึง ส่วนการพิจารณาเรื่องการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในที่ประชุมยังให้ยึดหลักเกณฑ์เดิม 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.

ที่ยังมีเรื่องร้องเรียนกันอยู่ ในการแต่งตั้งครั้งนี้ ให้จัดอาวุโสอยู่ในกลุ่มของ ผบช. ส่วนการแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช.ในปีนี้ จะประชุมแต่งตั้งกันในวันที่ 18 ต.ค. เวลา 13.00 น.” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 ต.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.- ผบช. โดยระดับ รอง ผบ.ตร.โยก 

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. 
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. เป็น รอง ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รอง จตช. (สบ 9)
พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขยับเป็นที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.

ส่วนระดับ ผบช. ที่ขยับเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. มี 

- พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม จตร. (สบ 8) หน.จตร. 
- พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ จตร. (สบ 8) 
- พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. 
- พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. 
- พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ภ.2 
- พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.ตชด. 
- พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช. สทส. 
- พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก จตร. (สบ 8) โดยมี 
- พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ จตร. (สบ 8) น้องชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ ผบ.ตร. ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ด้วย

ระดับ ผบช. คาดว่า จะมีการเสนอ 

- พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 30 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็น ผบช.ภ.1 
- พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.สายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น ผบช.ภ.2 
- พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รอง ผบช.ภ.4 อดีตนายเวร พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ขยับเป็น ผบช.ภ.3 
- พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบช.ก.สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.เป็น ผบช.ภ.5 
- พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม ผบช.สตส.เป็น ผบช.ภ.8 
- พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส.สายตรง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบช.ภ.7 
- พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค.สายตรง พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมว.คมนาคม ขยับเป็น ผบช.ภ.9 
- พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. สายตรง พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีต อ.ตร.เป็น ผบช.ส. 
- พล.ต.ท.สุทิน เขียวรัตน์ รอง ผบช.ตชด.เป็น ผบช.ตชด. 
- พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบช.สทส.โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น ผบช.สทส.

โดยตำแหน่งของ 

- พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และ 
- พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. 
- พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผบช.ภ.4 สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. และ 
- พล.ต.ท.อาจินต์ โชติวงศ์ ผบช.ภ.6 สายตรง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จะยังคงดำรงตำแหน่งเดิม 

ส่วน

- พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ยังต้องลุ้นกับ 
- พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง  ผบช.ก.หลานเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดย พล.ต.ท.จักรทิพย์ อาจขยับอาจขึ้นไปรับตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.หรือโยกเป็น ผบช.ภ.8
Read more ...

เลื่อนถกตั้ง ผบ.ตร. 'เฉลิม'ชี้ รอโปรดเกล้าฯ เลขาสมช.ก่อน

6/10/54
โดยไทยรัฐ เมื่อ 5 ต.ค.2554

“เฉลิม” ถก ก.ตร.เคลียร์ข้อเสนอลดบทบาท รอง ผบ.ตร.ในบอร์ดกลั่นกรอง ยันบอร์ดฯ แค่ทำงานธุรการ ไม่ทับซ้อน 10 ต.ค. เดินหน้าทำโผรอง ผบ.ตร.-ผบช. ส่วน ก.ต.ช. 7 ต.ค. เจอโรคเลื่อนรอโปรดเกล้าฯตั้ง “วิเชียร” เป็นเลขาฯสมช.ก่อน

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

กล่าวถึงการเรียกประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาจัดโผการโยกย้ายรองผบ.ตร.จนถึง ผบช. กังวล ปัญหาในการวิ่งเต้นหรือไม่ ว่า การประชุม ก.ตร.ในวันนี้ ยังเป็นการประชุมเรื่องกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ในวันที่ 10 ต.ค. ถึงจะประชุมเพื่อแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ตร.ลงมาถึง ผบช. ไม่มีวิ่งเต้น ยุคนี้ไม่ต้องเสียตังค์ ใครทำงานดีก็ได้รับการเลื่อนยศ เลื่อนขั้นตามความรู้ความสามารถ จะไม่มีข่าวว่า “ส.” หรือ “สค.” มีอำนาจสั่ง ก.ตร. ในยุคนี้ไม่มีแน่ ตนให้อิสระแก่ ก.ตร.

เมื่อถามว่า ปัญหากรณี 

พล.ต.อ.วุฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

เสนอให้ลดบทบาทบอร์ดกลั่นกรองที่มีระดับรองผบ.ตร.และ เลขาธิการ ก.พ. ไม่ให้มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในการประชุม ก.ตร. โดยมองว่าเป็นการซ้ำซ้อน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องนี้เป็นการมองกันคนละมุม บอร์ดกลั่นกรองไม่ใช่บอร์ดวินิจฉัยชี้ขาดว่าใครควรจะเป็นหรือไม่ แต่เป็นคณะทำงานซึ่ง กฎ ก.ตร. อนุญาตไว้ให้ไปพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสม 

ถ้าจะมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าทำงานฝ่ายธุรการ เมื่อเสนอมาแล้ว ก.ตร.ใหญ่ทั้งหมดอาจจะไม่เห็นด้วยก็เสนอผู้อื่นมาแข่งขันได้ เดี๋ยววันนี้ตนคุยกันก็เข้าใจเรียบร้อยหมด การที่รองผบ.ตร.นั่งอยู่ในทั้งบอร์ดใหญ่ และบอร์ดกลั่นกรองได้ก็เพราะกฎหมายกำหนด มุมมองทางกฎหมายไม่เหมือนกันได้ แต่หลักทางการปกครองต้องยึดไว้

“แนวทางของผมนั้นถ้าระดับรองผบ.ตร. ไม่มีโอกาสพิจารณาคัดเลือกคน แล้วต่อไปเขาจะปกครองและสั่งการได้อย่างไร เพราะเขาต้องร่วมรับผิดชอบในการพิจารณาแต่งตั้งอยู่ด้วย 

ซึ่งผมดูข้อกฎหมายมันก็ไม่ชัด คือตำรวจเป็นข้าราชการที่ให้คุณให้โทษกับประชาชนได้ ถ้าไปเอาเรื่องคำสั่งทางการปกครองหรือเรื่องอื่น ๆ มาเป็นหลักในการพิจารณา โดยไม่ยึดหลักกฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มันก็จะลักลั่นกัน 

ส่วนการที่นายกฯ จะเรียกประชุมคณะกรรมการ ก.ต.ช.เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.ที่เดิมมีข่าวว่าจะนัดประชุมในวันที่ 7 ต.ค.นั้น ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นเลขาธิการ สมช.ก่อน” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
Read more ...

“อชิรวิทย์” พร้อมลุยเดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

12/2/54
“อชิรวิทย์” พร้อมทำงานในฐานะ ก.ตร.เสียงอันดับหนึ่ง เดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ 7 ม.ค.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รอง ผบ.ตร.

กล่าวภายหลังได้รับเลือกตั้งเป็น ก.ตร.ด้วยคะแนนเป็นอับดับหนึ่งว่า มีความยินดีมากที่มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่ ตร.อีก ครั้งเหมือนได้กลับมาบ้านหลังจากจากไป 3 ปี เต็ม จากนี้ จะกลับมาทำงาน 4 ปี จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ให้สมกับความไว้วางในจากพี่น้องข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และมาเริ่มทำงานหลังจาก ก.ตร.ชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนที่พี่น้องตำรวจขอร้องให้เร่งรัดและตรวจสอบมี 4 เรื่องด้วยกันที่ตนเองต้องการเรียนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ทราบ

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า

เรื่องที่ 1
เรื่องของเงินเดือนของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เงินเดือนตำรวจชั้นประทวนเมื่อเทียบกับเงินเดือนชั้นประทวนของทหารนั้นเพดานเงินเดือนแตกต่างกัน 3,000 บาท ทหารเลือนเพดานจาก 23,000เป็น 25,000 และจะเป็น 27,000 บาทแล้วโดยมีการปรับไปตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ ตนเองจะเร่งรัดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมี่ต้องทำงานหนักวันหยุดก็ไม่ได้หยุด ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า

เรื่องที่ 2
เป็นเรื่องการแทรกแซงการแต่งตั้งจากฝ่ายการเมือง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายแล้วนายกรัฐมนตรีสามารถแทรกแซงการแต่งตั้งได้ตำแหน่งเดียวคือตำแหน่งผบ.ตร.เท่านั้นเพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ต.ช.จะเป็นคนเสนอรายชื่อ จากนี้ไปตนเองจะตรวจสอบการแต่งตั้งทุกตำแหน่ง หากใครรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งให้มาร้องทุกข์ได้พร้อมหลักฐานตนเองจะเป็นคนดำเนินการให้ ตนเองเชื่อว่าตนเองเสียงเดียวแต่เสียงดังจะสามารถช่วยเพื่อนตำรวจได้ และจะจับตาการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว.ที่เหลืออยู่ให้เกิดความเป็นธรรม อีกอย่างแนวทางการทำงานในก.ตร.จะไม่เดินออกจากร้องประชุมแต่จะใช้เหตุผลโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนเองไม่เกรงกลัวใครหรืออำนาจใดเพราะมาจากการเลือกตั้งที่คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงซึ่งเยอะมากเป็นประวัติการไม่เคยมีมาก่อน

เรื่องที่ 3
เป็นเรื่องของการอนุมัติแต่งตั้งบุคลากรให้เลื่อนข้ามหน่วย โดยใช้มาตรา 56 ตนเองก็เห็นด้วยเพราะปัญหาการแต่งตั้งบุคลากรมีมาก แต่ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด เพราะการแต่งตั้งข้ามหน่วยทำให้คนที่ได้รับเลื่อนขาดความรู้ความสามารถในหน่วยงานใหม่ทำให้เกิดการวิ่งเต้นมาหน่วยงานเดิม ตนเองจะเสนอให้การใช้มาตรา 56 แต่งตั้งเลื่อนข้ามหน่วยนั้นทำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ให้เลื่อนภายในหน่วย จะได้เป็นธรรม” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า

เรื่องที่ 4
เรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างตำรวจ ที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจโดนมีนายวศิษฐ์ เดชกุญชร เป็นประธาน เรื่องนี้ตนเองได้รับคำปรารบจากตำรวจทั่วประเทศว่าการปฏิรูปตำรวจแต่งละครั้งนั้นการเมืองไม่เคยถามว่าตำรวจต้องการอะไร ซึ่งจริงๆแล้วการรื้อบ้านจะต้องถามเจ้าของบ้านเนื่องจากกระทบความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านซึ่งตนเองจะมาดูแลให้ตำรวจได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้การปฏิรูปเกิดประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะที่ผ่านมาการปฏิรูปทุกครั้งไม่แทบไม่เกิดประโยชน์ขาดแคลานอย่างไรก็อย่างนั้น.



Read more ...

สารวัตรแรมโบ้ ร้องเรียน ตำรวจภูธรภาค 3 แต่งตั้งไม่เป็นธรรม

12/2/54
โดยทีวีไทย เมื่อ 10 ก.พ.2554

ตำรวจระดับรองผู้กำกับการนายหนึ่ง ในพื้นที่กองบัญชาการภูธรภาค 3 เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อทีวีไทย เนื่องจากพบความผิดปกติในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการไปจนถึงสารวัตร ประจำปี 2553

พ.ต.ท.ไกรเดช วิเศรษฐ์ฐิติพันธ์ รองผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 

นำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม หลังพบความผิดปกติในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการไปจนถึงสารวัตร ประจำปี 2553 ที่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงนามคำสั่งไปเมื่อต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ไกรเดช ระบุว่า ที่ผ่านมาตำรวจทั้งประเทศไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง 

- ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจที่อ่อนอาวุโสกว่าหลายปี 
- ขาดประสบการณ์และไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ตามกฎ ก.ตร. หรือ 
- บางคนเป็นตำรวจติดตามนักการเมือง และ ผู้มีอิทธิพล 

ซึ่งเห็นว่าไม่ยุติธรรมและไม่เป็นธรรม ทำให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงองค์กรได้ง่าย และ 
ทำให้เกิดความแตกแยก

สำหรับเอกสารร้องเรียนที่ พ.ต.ท.ไกรเดช นำมาชี้แจง ระบุคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวมีความผิดปกติ โดยเฉพาะคำสั่งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งพบว่า 

รองผู้กำกับบางนาย ดำรงตำแหน่งเพียง 3 ปี และ เพิ่งจบจากโรงเรียนผู้กำกับ 
แต่กลับได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้กำกับในครั้งนี้ 
ซึ่งผิดกับรองผู้กำกับบางนายที่ดำรงตำแหน่งเกือบ 20 ปีกลับไม่ได้รับการพิจารณา

Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม