แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพรียวพันธ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพรียวพันธ์ แสดงบทความทั้งหมด

“เพรียวพันธ์” ชง ก.ตร.เปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เพิ่ม

18/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 ส.ค.2555

ผบ.ตร.เพรียวพันธ์ ทิ้งทวน ชง ก.ตร.อนุมัติเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เพิ่ม ให้ทัน 29 ส.ค.เชื่อผ่านฉลุยไม่มีปัญหา!

วันนี้ (17 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวถึงการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก.ว่า ขณะนี้ได้มีการกำหนดวันให้แต่ละกองบัญชาการส่งบัญชีรายชื่อมาให้ทันภายในวันที่ 24 ส.ค.ส่วนการประชุมบอร์ดกลั่นกรองเพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมกับตำแหน่งในวันที่ 25 ส.ค.จะอยู่ในช่วงเวลา 10.00-11.00 น.นี้
     
เมื่อถามว่า จะมีการกำหนดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) ด้านการสืบสวน โดยใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์และพิสูจน์หลักฐานนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า คาดว่า จะนำวาระดังกล่าวเข้าไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้ทัน ภายในวันที่ 29 ส.ค. นี้ และคิดว่า ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เมื่อถามถึงแนวทางแก้ปัญหาเหตุความไม่สงบในภาคใต้นั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการหารือกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนใหม่แล้ว ได้มีการมอบหมายให้กำหนดนโยบายเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเคยอยู่มาก่อน

“ปัญหาที่ยังกังวลอยู่ในขณะนี้ มีเรื่องด่านสกัดกั้นยาเสพติดทางภาคเหนือ และก็ด่านตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ยังไม่เสร็จ เพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ แต่ยังไม่เรียบร้อย จึงอยากฝาก ผบ.ตร.คนใหม่ให้ดูแลทั้ง 2 เรื่องนี้ด้วย” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ระบุ

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นัดประชุม ก.ต.ช.วันที่ 31 สิงหาคม เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระที่สำคัญคือ พิจารณาเพื่ออนุมัติเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารยุทธศาสตร์ ด้านงานปราบปรามยาเสพติดและการต่อต้านการก่อการร้าย 1 ตำแหน่ง นรป.(สบ8) 1 ตำแหน่ง นรป.(สบ6) 2 ตำแหน่ง และ ผู้บังคับการกองบังคับการถวายความปลอดภัย 1 ตำแหน่ง ตามที่ประชุม ก.ตร.วันที่ 1 สิงหาคม มีมติเห็นชอบให้มีการขอเปิดตำแหน่ง ทั้งนี้ เมื่อ ก.ต.ช.อนุมัติ ตร.สามารถไปดำเนินการแต่งตั้งตำแหน่งเหล่านี้ได้ ซึ่งทาง ตร.กำหนดว่าจะดำเนินการแต่งตั้งตำแหน่งเหล่านี้ในช่วงเดือนกันยายน จากนั้นเสนอโปรดเกล้าฯและให้มีผลในวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมกับทุกตำแหน่งที่แต่งตั้งก่อนหน้านี้
Read more ...

เลื่อนอีก! แต่งตั้ง “รอง ผบก.-สว.” ผบ.ตร.อ้างเปิดตำแหน่งใหม่

29/3/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 29 มี.ค.2555

เลื่อนแล้วเลื่อนอีกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจตั้งแต่ระดับ “รองผู้บังคับการ-สารวัตร” ไปเป็นวันที่ 31 มีนาคม มีผล 5 เมษายนนี้ ผบ.ตร.อ้างเปิดตำแหน่งใหม่หลายตำแหน่ง ส่วนการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์กรณีแต่งตั้งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปีนั้นยังไม่แล้วเสร็จ

วันนี้ (29 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มี

บันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ที่ 0009.231/ว37 ลงวันที่ 28 มีนาคม 

เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บังคับการ (ผบก.) ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า โดยมีใจความว่า 

ตามที่เคยมีหนังสือแจ้งให้ทุกหน่วยดำเนินการ แต่งตั้งระดับ สารวัตร ถึงรอง ผบก.ประจำปี 2554 โดยให้มีคำสั่งพร้อมกันในวันที่ 29 มีนาคม และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันในวันที่ 2 เมษายนนั้น 

แต่เนื่องจาก ก.ตร. เมื่อวันที่ 23 มีนาคม มีมติกำหนดตำแหน่งเพิ่มเติมในหน่วยต่างๆ ซึ่งกระทบต่อกระบวนการการแต่งตั้ง

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ทุกหน่วย เลื่อนวันมีคำสั่งแต่งตั้งออกไป โดยให้มีคำสั่งพร้อมกันในวันที่ 31 มีนาคม 2555 และให้คำสั่งมีผลใช้บังคับพร้อมกันในวันที่ 5 เมษายน 2555 ทั้งนี้ หลังมีคำสั่งแล้ว ให้แต่ละหน่วยรับผิดชอบตรวจความถูกต้อง และ

รวบรวมสำเนาคำสั่งแต่งตั้ง ภายในอำนาจ ผบช.และ ผบก. แล้วจัดส่งไปยัง ตร.ผ่านกองทะเบียนพล โดยด่วนภายในวันที่ 2 เมษายน 2555

ขณะที่ความคืบหน้าในการประชุมพิจารณาเหตุผลความจำเป็นในการยกเว้นหลักเกณฑ์ กรณีแต่งตั้งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปีนั้น ตั้งแต่ 10.00 น.วันนี้ มีการประชุมพิจารณาเป็นวันที่ 2 ต่อเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณารายชื่อที่เสนอขอยกเว้นแบบรายคน ทำให้ใช้เวลานาน ประกอบกับจำนวนข้าราชการตำรวจ ที่แต่ละ บช.เสนอขอยกเว้นก็มีจำนวนมาก 

ทำให้การพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาลก็ยังไม่พิจารณา ทำให้คณะกรรมการต้องนัดพิจารณาต่ออีกในวันทื่ 30 มีนาคม และคาดว่าแต่ละหน่วยจะนัดประชุมคัดเลือก หรือแต่งตั้งได้ในวันที่ 31 มีนาคม และออกคำสั่งในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะครบกำหนดการดำเนินการแต่งตั้งตามที่กฎหมายกำหนด
Read more ...

ก.ตร.อนุมัติเปิดตำแหน่งเพิ่ม ไม่ขยายเวลาแต่งตั้ง

23/3/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 23 มี.ค.2555

ก.ตร.ไม่ขยายเวลาการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร.ยัน 31 มี.ค.นี้ จบทุกอย่าง พร้อมอนุมัติติดดาวให้นายดาบตชด.ที่มาดูแลร้านทอง และถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (23 มี.ค.)เมื่อเวลา 13.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 4/2555 โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ก.ตร.วันนี้ได้อนุมัติเปิดตำแหน่งในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และบางหน่วย ที่ไม่กระทบกับโครงสร้าง เนื่องจากบางหน่วยที่เสนอกำหนดตำแหน่งใน ก.ตร.ครั้งนี้ ตร.ยังไม่อนุมัติโครงสร้างหน่วย 

ดังนั้น จึงยังเปิดตำแหน่งไม่ได้ จึงต้องไปทำโครงสร้างให้เสร็จเสียก่อน วันนี้จึงอนุมัติเปิดตำแหน่งในส่วนที่ไม่กระทบกับโครงสร้าง อาทิ ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ไม่มีการปรับโครงสร้างแต่เพิ่มตำแหน่ง กว่าพันตำแหน่ง

“การแต่งตั้งรองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ต้องให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 31 มีนาคม ตามที่ขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.ตร.ไปก่อนหน้านี้ ไม่มีการเลื่อนเวลาออกไปแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นวันที่ 31 มีนาคม ต้องจบ จะเซ็นต์คำสั่งในวันที่ 31 มีนาคมก็ได้ ไม่ขยายแล้ว ไม่เอา เดี๋ยวไม่จบ ส่วนใน สตม.และตำแหน่งอื่นๆ ที่เปิดในวันนี้ก็แต่งตั้งให้ทันภายในวาระนี้” ผบ.ตร.กล่าว

เมื่อถามว่า มีการขอใช้ มาตรา 56 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ต่อ ก.ตร.เพื่อใช้อำนาจ ผบ.ตร.ในการพิจารณาแต่งตั้งหรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีการขออำนาจตรงนี้ ดังนั้นจึงไม่มีการแต่งตั้งเลื่อนขึ้นข้ามหน่วย แม้แต่ในศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ก็ทราบว่า เป็นการแต่งตั้งคนในหน่วยทั้งนั้น แทบไม่มีการเอาคนนอกหน่วยไปขึ้น น่าจะมีแต่ในระนาบ ยังไม่มีการมาขออำนาจมาตรา 56 แต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณากรณีการแต่งตั้งไม่ครบ 2 ปี แล้ว โดยยังบอกจำนวนที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ไม่ได้ ทั้งนี้ การออกคำสั่งต้องทันภายในวันที่ 31 มีนาคม ไม่เช่นนั้นผู้บัญชาการต้องรับผิดชอบ ในส่วนของหน่วยขึ้นตรงผบ.ตร.ก็ต้องออกให้ทันกำหนดเช่นกัน ทั้งนี้ก.ตร.วันนี้ยังไม่ได้พิจารณากรณีการนับอายุราชการทวีคูณของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก.แต่อย่างใด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ลงนามคำสั่งมอบหมายให้ 

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.เป็นประธาน 
พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ รองผบ.ตร.และ 
พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ 
พล.ต.ท.ยงยศ นาคเฉลิม ผบช.สกพ. 
พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบก.ทพ. 

ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณากรณี การแต่งตั้งไม่เป็นไปตามกฎ ก.ตร.กรณีโยกย้ายโดยครองตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี และการแต่งตั้งเลื่อนขึ้นข้ามหน่วย

ด้าน 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ก.ตร.ได้อนุมัติตำแหน่ง 

รองผบก.ใน บช.กมค.4 อัตรา 

ประกอบด้วย 

รองผบก.ฝ่าย กม.1 อัตรา 
รองผบก.กองคดีอาญา 1 อัตรา 
รองผบก.สถาบันส่งเสริมการสอบสวน 1 อัตรา
รอง ผบก.กองคดีแพ่ง 1 อัตรา
       
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ บช.สตม.ก.ตร.ได้พิจารณานานพอสมควร เพราะมีความสำคัญ เพื่อแก้ใขปัญหาการท่องเที่ยว โดยจะมีการเพิ่มในส่วนของท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง คือ ภูเก็ต ดอนเมือง เชียงใหม่ หาดใหญ่ สุวรรณภูมิ

และเพิ่มในด่านตรวจคนเข้าเมือง งานสืบสวน งานห้องกักและงานคนต้องห้ามเน้นเรืิ่องความมั่นคงและการบริการนักท่องเที่ยว โดยเพิ่ม รองผบก.ใน สตม.14 ตำแหน่ง ใน 7 บก.คือ บก.ตม.1-6 และบก.สส.สตม แต่ละบก.จะเพิ่ม รองผบก.2 อัตรา

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับ ผกก.เพิ่ม 5 ตำแหน่งโดยเป็นการยกกระดับด่านตรวจคนเข้าเมืองที่มี สวญ.เป็นหัวหน้าสถานีให้ยกเป็นมี ผกก.เป็นหัวหน้าสถานี 5 ด่าน คือ ด่านตรวจคนเข้าเมืองระยอง ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร ระนอง สุราษฎร์ธานี นอกจากนั้น ได้เพิ่ม 

- รองผกก.32 ตำแหน่ง 
- สว.35 ตำแหน่ง 
- รอง สว.351 ตำแหน่ง 
- ผบ.หมู่ 815 ตำแหน่ง 

กระจายไปตามด่านตรวจคนเ้าเมืองต่างๆ รวมเปิดตำแหน่งเพิ่มใน สตม.1322 ตำแหน่ง 

สำหรับใน

สำนักงาน ก.ตร.

เพิ่มตำแหน่ง

รอง ผบก.1 ตำแหน่ง 

บช.ปส. เพิ่ม รอง ผบก.อีก 4 ตำแหน่ง

ส่วนบช.อื่นมีการกระทบกับโครงสร้างให้ยกไปก่อนค่อยมาพิจารณาในการประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไป

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ตำแหน่งที่อนุมัติในวันนี้จะแต่งตั้งพร้อมกันกับวาระประจำปี 2554 ที่จะให้้สร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ และยืนยันว่า จะไม่มีการเลื่อนแต่งตั้งอย่างที่มีข่าวลือมาก่อนหน้านี้
       
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ก.ตร.ยังอนุมัติแต่งตั้ง 

ด.ต.เชี่ยวชาญ เจริญศิริ ผบ.หมู่ กก.ตชด.21

ขึ้นเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งบังคับหมวด กก.ตชด.21 เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

สืบเนื่องจาก ด.ต.เชี่ยวชาญได้ต่อสู้กับคนร้ายที่ปล้นทองร้านทองออโรร่า ตลาดมีนบุรี เมืิ่อช่วงปีใหม่จนคนร้ายเสียชีวิต ขณะที่ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ถือเป็นการทำงานอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เสี่ยงอันตราย มีปฏิภาณไหวพริบ แก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จนไม่คิดถึงชีวิต เป็นภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
Read more ...

"ผบ.ตร." เปิดหมดเปลือก! ปมร้อน "ชายชั้น 7" รับมีอำนาจแทรกแซงแต่งตั้ง วิ่งเต้นกันอุตลุด

22/3/55
โดยมติชน เมื่อ 21 มี.ค.2555

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึง สารวัตร(สว.) วาระประจำปี 2554 ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า การแต่งตั้งไม่มีการเลื่อน หรือขยายเวลาออกไป ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม ตามกรอบเวลา ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชตำรวจ (ก.ตร.)

@ การแต่งตั้งครั้งนี้มีกระแสข่าวมีอำนาจจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง

การแต่งตั้งทุกครั้ง มีอำนาจเข้ามาแทรกอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นความจริง ยอมรับว่ามีอำนาจมาแทรก ตำรวจมันไม่เหมือนหน่วยงานอื่น มันวิ่งกันอุตลุด นี่ตั้งกี่เดือนแล้วยังไม่จบเลย แต่ผมบอกว่าครั้งนี้ผมไม่ยอม ต้องจบ เดือนมีนาคม ต้องเสร็จ ที่ล่าช้าเรื่องวิ่งก็มีส่วน

@ กรณีที่ว่ามีชายชั้น 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง

เป็นเรื่องที่พูดกัน แต่ยืนยันว่าผมไม่ยอม จะมาแบบทำให้ระบบมันเสีย เอาผลประโยชน์มาพัวพัน ถ้าอย่างนี้ถ้ารู้แล้วต้องดำเนินคดีอาญากับคนเหล่านี้ มาทุจริต มาเรียกร้องเงินตำรวจ ต้องดำเนินคดีอาญาเลย ไม่ต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมบอกว่างานตำรวจถ้าเรายอมให้มีระบบซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น เด็กก็ไม่ทำงาน มันไม่ต้องทำงานหรอก แค่ไปวิ่งเสียเงินก็ดำรงตำแหน่งได้ ผมไม่ยอมหรอก ได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งเป็นเรื่องมานานเล้ว ไม่ใช่ในสมัยผม ก็มีแล้ว มีมาเนิ่นนานแล้ว อย่าไปพูดเลย ผมจะทำให้ดีที่สุด

“ตัวผม ผมไม่ทำแล้วกัน พยายามจะป้องกันด้วย ว่าคนไหนทำผมไม่ยอม ถ้าชั้น 7 ชั้นอะไรมาผมไม่ได้คุยด้วยกับเขาอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกน้องก็เข้าใจผมดี คนชั้น 7 ไม่อยู่แล้ว ผมไม่เจอ ผมไม่เคยขึ้นไปชั้น 7 ผมไม่เคยเจอเขา”

@ คนชั้น 7 ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ?

เขาคงขึ้นมาหาใคร คงแวะมาหาใครที่ เขารู้จัก คนข้างในก็คุยด้วยบ้าง ไม่คุยด้วยบ้างเขาก็ไป ไม่มีหรอกเข้ามาเกี่ยวอะไร ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องเรืองจัดซื้อจัดจ้าง

“ผมต้องเรียนว่า คนคนนี้ทำความหนักใจให้กับผม คือมีคนพูดเยอะ อย่างโน้นอย่างนี้ ผมบอกเลย ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันได้ ผมเองไม่เอาคนคนนี้ ก็ไม่มีอะไร ไม่มีสายการเมืองส่งมาแลกเปลี่ยนอะไร เป็นที่ปรึกษาก็ไม่มี ใครก็อ้างได้ เป็นที่ปรึกษาผม ที่เป็นที่ปรึกษาเป็นหลักเป็นฐาน มี พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ พล.ต.ต.มณสัณฑ์ สุขกนิษฐ์ พล.ต.ต.จำนงค์ แก้วศิริ มีแค่นี้ ยืนยันว่าคนๆนี้ไม่เกี่ยวอะไร ที่ว่ามาก้าวก่ายการแต่งตั้งไม่มี ไม่มีใครเอา เด็กๆก็รู้ ไม่มีใครเอาหรอก ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีไป ว่าไป”

@ มีกระแสข่าววิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก. 3 ล้าน คนวิ่งได้ 5 แสน

มีที่ไหนหรือ พวกตำรวจก็แบบนี้ น่าปวดหัว ส่วนกรณียกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะตั้งใคร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา ทุกอย่างต้องเป็นธรรมตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วง

อนึ่งมีรายงานวันเดียวกันว่า สำหรับบรรยากาศบนอาคาร 1 ชั้น 7 ฝั่งซ้าย ซึ่งเคยเป็นสำนักงานผบ.ตร.และเป็นห้องทำงานส่วนตัวของพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผบ.ตร. ซึ่งมีข่าวลือกันว่าได้กลายเป็นห้องทำงานชายแปลกหน้า ที่ตกเป็นข่าว ว่าอาจเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจในขณะนี้ ปรากฎว่าภายในห้องฝั่งซ้ายปิดไฟสนิท ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน แต่ยังคงมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานวางอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวสะพัดว่าชายคนดังกล่าวจะแวะเวียนเข้ามานั่งทำงานในห้องสำนักงานชั้น 7 เป็นประจำ

กระทั่งสื่อมวลชนนำเสนอข่าวถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชายแปลกหน้าดังกล่าว เดินทางเข้ามายังสำนักงานชั้น 7 น้อยลง ขณะที่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานของชายคนดังกล่าวซึ่งมีนายตำรวจยศ พล.ต.ต. รวมอยู่ด้วยที่เคยมานั่งเป็นประจำ ก็หายไปด้วยเช่นกัน แต่มีกระแสข่าวลือว่า แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ที่ชั้น 7 แต่ชายคนดังกล่าวและพวก ยังคงมีความพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจ โดยใช้บ้านพักหลังหนึ่งย่านลาดพร้าวเป็นสำนักงานชั่วคราวในการทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ
Read more ...

ผบ.ตร.ไม่ยอมชายชั้น 7 ล้วงโผโยกย้าย

22/3/55
โดยคมชัดลึก เมื่อ 21 มี.ค.2555

"เพรียวพันธ์" รับถูกแทรกแซงโผโยกย้ายรองผู้การ-สารวัตร ชี้ "ชายชั้น7" มีจริง แต่ไม่รับฟัง ไม่เอา ไม่ยอม ระบุพบยุ่งแต่งตั้งเอาผลประโยชน์ "อชิริวิทย์" เผยผลสอบ "ศรีวราห์" ศชต.ยืนยันสิทธิทวีคูณ เตรียมหารือ ก.ตร.
           
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) 

กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ(รอง ผบก.) ถึงสารวัตร(สว.) วาระประจำปี  ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า การแต่งตั้งไม่มีการเลื่อนหรือขยายเวลาออกไป ต้องเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ตามกรอบเวลา ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ตนขออนุมัติเปิดตำแหน่งใหม่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อรองรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต
           
"เรื่องนี้เร่งรีบเพราะต้องเอาคนมาทำงาน เนื่องจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นวันหนึ่งเป็นแสนคน ทุกวันนี้ใช้กำลังจากหน่วยงานข้างเคียงมาช่วยไปพลางๆ ใช้การจัดแถวรูปงู (snake line)ก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ได้รายงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทราบแล้วว่าขณะนี้การแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่พอกับปริมาณนักท่องเที่ยวดำเนินไปด้วยดี

แต่ก่อนสิ้นเดือนนี้ แถวเจ้าหน้าที่ต้องเต็ม ทั้งนี้ตำแหน่งในสตม. จะขออนุมัติก.ตร.บางส่วนเป็นตำแหน่งเดิม ของกลุ่มตำรวจชั้นประทวน ที่สอบเป็นชั้นสัญญาบัตรได้ 98 คน แต่ต้องขอ ก.ตร.ทันทีที่อนุมัติ ตนจะแต่งตั้งคนเหล่านี้ที่เคยอยู่ มีทักษะภาษาอังกฤษไปดำรงตำแหน่งที่ สตม.ได้เลย ส่วนตำแหน่งเปิดใหม่ ตามการขยายโครงสร้างสตม.ซึ่งมีระดับรองสารวัตรด้วย ตนก็จะแต่งตั้งเลย" ผบ.ตร. กล่าว
           
เมื่อถามว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีกระแสข่าวว่ามีอำนาจจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การแต่งตั้งทุกครั้งมีอำนาจเข้ามาแทรกอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นความจริง และยอมรับว่ามีอำนาจมาแทรก
           
“ตำรวจมันไม่เหมือนหน่วยงานอื่น มันวิ่งกันอุตลุด นี่ตั้งกี่เดือนแล้วยังไม่จบเลย แต่ผมบอกว่าครั้งนี้ผมไม่ยอม ต้องจบ เดือนมีนาคมต้องเสร็จ ที่ล่าช้าเรื่องวิ่งก็มีส่วน” ผบ.ตร. กล่าว เมื่อถามถึงแล้วกรณีที่มีชายชั้น 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พูดกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่ยอม
           
“จะมาทำให้ระบบมันเสีย เอาผลประโยชน์มาพัวพัน ถ้าอย่างนี้ถ้ารู้แล้วต้องดำเนินคดีอาญากับคนเหล่านี้ มาทุจริต มาเรียกร้องเงินตำรวจ ต้องดำเนินคดีอาญาเลย ไม่ต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมบอกว่างานตำรวจถ้าเรายอมให้มีระบบซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น เด็กก็ไม่ทำงาน มันไม่ต้องทำงานหรอก แค่ไปวิ่งเสียเงินก็ดำรงตำแหน่งได้ ผมไม่ยอมหรอก" ผบ.ตร. กล่าวและว่า ได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ในการแต่งตั้งเป็นเรื่องมานานเล้ว ไม่ใช่ในสมัยตน ก็มีแล้ว มีมาเนิ่นนานแล้ว อย่าไปพูดเลย ตนเองจะทำให้ดีที่สุด
           
“ตัวผม ผมไม่ทำแล้วกัน พยายามจะป้องกันด้วยว่าคนไหนทำ ผมไม่ยอม ถ้าชั้น 7 ชั้นอะไรมาผมไม่ได้คุยด้วยกับเขาอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกน้องเข้าใจผมดี

คนชั้น 7 

ไม่อยู่แล้ว ผมไม่เจอ ผมไม่เคยขึ้นไปชั้น 7 ผมไม่เคยเจอเขา” ผบ.ตร.กล่าว
           
เมื่อถามว่า คนชั้น 7 ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ผบ.ตร. กล่าวว่า คงขึ้นมาหาใคร คงแวะมาหาใครที่รู้จัก คนข้างในก็คุยด้วยบ้าง ไม่คุยด้วยบ้าง เขาก็ไป ไม่มีหรอก เข้ามาเกี่ยวอะไร ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง
           
“ผมต้องเรียนว่า คนคนนี้ทำความหนักใจให้กับผม คือมีคนพูดเยอะ อย่างโน้นอย่างนี้ ผมบอกเลย ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันได้ ผมเองไม่เอาคนคนนี้ ก็ไม่มีอะไร ไม่มีสายการเมืองส่งมาแลกเปลี่ยนอะไร เป็นที่ปรึกษาก็ไม่มี ใครก็อ้างได้ เป็นที่ปรึกษาผม ที่เป็นที่ปรึกษาเป็นหลักเป็นฐาน มี

พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ 


พล.ต.ต.มณสัณฑ์ สุขกนิษฐ์ 


พล.ต.ต.จำนงค์ แก้วศิริ 

มีแค่นี้ ยืนยันว่าคนๆนี้ไม่เกี่ยวอะไร ที่ว่ามาก้าวก่ายการแต่งตั้งไม่มี ไม่มีใครเอา เด็กๆก็รู้ ไม่มีใครเอาหรอก ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีไป ว่าไป” ผบ.ตร. กล่าว
           
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าววิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก. เป็นเงิน 3 ล้าน คนวิ่งได้ 5 แสน ผบ.ตร.กล่าวว่า มีที่ไหนหรือ พวกตำรวจก็แบบนี้ น่าปวดหัว ส่วนกรณียกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะตั้งใคร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา ทุกอย่างต้องเป็นธรรมตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วง
           
ผบ.ตร.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการนับอายุราชการทวีคูณ

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

เพื่อใช้สิทธิ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ว่าเรื่องนี้เพิ่งคุยกับ


พล.ต.ท.ไพทูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ผบช.ศชต.)

เมื่อวานนี้ ซึ่ง ผบช.ศชต.ยืนยันว่า มีการประชุมเรื่องนี้กันแล้ว และยืนยันตามเดิมเรื่องการให้สิทธินับอายุราชการทวีคูณ
           
“ผมก็บอกไป คราวนี้ข้อมูลเพิ่มขึ้น มีข้อมูลใหม่ก็ควรเอามาพิจารณา แต่หากยืนยันอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร ผมจะเอาเรื่องนี้ไปคุยใน ก.ตร.ว่า ก.ตร.จะเอาหรือเปล่า ตัดสินเลยหรือเปล่า เพราะเรื่องนี้ควรต้องสรุปแล้ว ยืดเยื้อนานมากแล้วคนที่ควรได้รับการแต่งตั้งโดยไม่ได้ใช้เล่ห์ กลอุบายอะไรก็ไม่ได้รับการแต่งตั้งสักที ไอ้คนที่ใช้เล่ห์กลอุบายก็เป็นอย่างนี้ ซึ่งผมไม่ได้ว่าใครนะ ก.ตร.ครั้งนี้แม้ไม่ได้บรรจุวาระ แต่ผมจะเอาเข้าไปคุย เรื่องนี้ทาง ศชต.บอกว่าสรุปมานานแล้ว แต่นั่นเป็นข้อมูลเก่า แต่หากมีข้อมูลใหม่เพิ่มมากขึ้น ควรเอามาพิจารณาด้วย ถึงจะเป็นธรรม ขณะนี้ รรท.ผบช.ภ.1 ก็ยังเป็นคนเดิม ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่งตั้งไม่ได้สักที มันตลก” ผบ.ตร. กล่าว
           
ขณะที่มีรายงานในวันที่ 23 มีนาคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ตร. โดยมีวาระสำคัญ คือ เรื่องที่เสนอเพื่อทราบผลการตอบข้อหาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับระเบียบ ตร.ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ส่วนเรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณาการกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก.เพิ่มให้กับ สง.ก.ต.ช.และ บช.ศ. การปรับโครงสร้างและกำหนดตำแหน่งให้กับ สง.นรป. , จต. , กมค. , ทพ.สกพ. , อต. , พท.สกพ. , สง.ก.ตร. , บช.ปส.(ศูนยสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด) รวมถึงผลการหารือของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการายงานการดำเนินการทางวินัย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.
           
ด้าน

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. - สว. ว่าเรื่องนี้อยากจะชี้แจงว่า เมื่อคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และกล่าวหากันไปต่างๆ นานาน ทั้งเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง เรื่องตั๋วจากนักการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ แต่หากคำสั่งแต่งตั้งออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมกับมีการร้องทุกข์เข้ามา ตรงนี้จะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องมีการพิสูจน์ต่อไป ส่วนกรณีการวิ่งเต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ได้ดำรงตำแหน่งที่ดีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติในทุกองค์กร ที่จะมีการวิ่งเต้นหรือแทรกแซง อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งต้องยึดคุณธรรม และระบบอาวุโสเป็นหลัก
           
“ผมคิดว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้การฯ ถึงสารวัตรในครั้งนี้ น่าจะเสร็จทันภายในวันที่ 31 มีนาคม นี้ แต่การจะชะลอการแต่งตั้งออกไปก่อนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล การปรับโครงสร้างต่างๆ รวมถึงเรื่องน้ำท่วมก็อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว
           
เมื่อถามถึงกระแสข่าวชายแปลกหน้า ชั้น 7 พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ยิน แต่ทราบว่า ผบ.ตร.ไม่ยอม ไม่ได้รับฟัง แต่ก็เป็นธรรมดาในช่วงการแต่งตั้งที่หลายคนพยายามสร้างราคาให้ตัวเอง
           
ขณะที่มีรายงานว่า บรรยากาศบนอาคาร 1 ชั้น 7 ฝั่งซ้าย ซึ่งเคยเป็นสำนักงาน ผบ.ตร.และเป็นห้องทำงานส่วนตัวของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ได้กลายเป็นห้องทำงาน

ชายแปลกหน้า

ที่ตกเป็นข่าวว่า อาจเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจในขณะนี้ โดยภายในห้องฝั่งซ้ายปิดไฟสนิท ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน แต่ยังคงมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานวางอยู่ โดยก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวจะแวะเวียนเข้ามานั่งทำงานในห้องสำนักงานชั้น 7 เป็นประจำ กระทั่งสื่อมวลชนนำเสนอข่าวถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชายแปลกหน้าดังกล่าว เดินทางเข้ามายังสำนักงานชั้น 7 น้อยลง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานของชายคนดังกล่าว ซึ่งมี

นายตำรวจยศ พล.ต.ต.

รวมอยู่ด้วยที่เคยมานั่งเป็นประจำก็หายไปด้วยเช่นกัน แต่มีกระแสข่าวว่า แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ที่ชั้น 7 แต่ชายคนดังกล่าวและพวก ยังคงมีความพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจ โดยใช้บ้านพักย่านลาดพร้าวเป็นสำนักงานชั่วคราวในการทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ
Read more ...

ก.ตร.เปิด รอง ผบก.51 ตำแหน่ง คาดตั้งทัน 31 มี.ค.นี้

20/2/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 20 ก.พ.2555

“เฉลิม อยู่บำรุง” นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.ได้เพียง 2 ชั่วโมง แล้วหลบเข้าห้อง “ภาณุพงศ์” พักผ่อนอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ โฆษกแจง ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่รองนายกฯต้องรีบไปประชุม ครม.สัญจร ขณะที่ ก.ตร.อนุมัติเปิดตำแหน่ง รองผบก.รวม 51 จังหวัด ย้ำ บัญชีแต่งตั้งเสร็จทันสิ้นเดือน มี.ค.นี้แน่

วันนี้ (20 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 

เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 2/2555 โดยมี 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 
รองผบ.ตร.และ 
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานการประชุมได้เพียง 2 ชั่วโมง พร้อมด้วย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา รองผบ.ตร.คนสนิท ออกมานั่งในสำนักงาน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ โดยให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ทำหน้าที่ประธาน ก.ตร.ต่อไปจนแล้วเสร็จประมาณ 16.30 น.

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะโฆษก ตร.

แถลงหลังการประชุมว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จึงต้องออกจากห้องประชุมก่อน ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ 

ทั้งนี้ ก.ตร.วันนี้ได้มีมติปรับเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามอัตราเดียวกับอัตราเงินเดือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน โดยให้มีผลย้อนหลังด้วย ขณะเดียวกัน ก.ตร.ได้กำหนดคุณสมบัติ สมรรถนะด้านต่างๆ ของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแต่งตั้งครั้งนี้

“นอกจากนี้ เรื่องสำคัญ ก.ตร.ได้อนุมัติเปิดตำแหน่ง

รองผู้บังคับการ (รองผบก.)

เพื่อมาดูแลงานด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติด และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นการป้องกันปราบปรามยาเสพติด โดย

เปิดตำแหน่ง รองผบก. ในสังกัด ภ.1-9 และ
ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 51 จังหวัด ประกอบด้วย 

บช.ภ.1 ได้แก่ จ. ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สมุทรปราการ 

บช.ภ.2 ได้แก่ จ.สระแก้ว ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด จันทบุรี ปราจีน 

บช.ภ.3 ได้แก่ จ.นครราชสีมา สุรินทร์ ศีรสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร 

บช.ภ.4 ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร หนองคาย มหาสารคาม 

บช.ภ.5 ได้แก่ ลำปาง น่าน แพร่ 

บช.ภ.6 ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร 

บช.ภ.7 ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร กาญจนบุรี ลพบุรี ราชบุรี ประจวบคิรีขันธ์ สุพรรณบุรี 

บช.ภ.8 ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช กระบี่ 

บช.ภ.9 ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง และ ศชต. ได้แก่ จ. ปัตตานี นราธิวาส ยะลา 

เปิดตำแหน่ง

 รองผบก.ในสังกัด 

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 5 ตำแหน่ง

ในสังกัด 

บก.ปส.1-4 และ
บก.ข่าวกรองยาเสพติด 

โดยเปิดตำแหน่งใหม่ เพื่อมาทำงานด้านสืบสวนสอบสวนและยึดทรัพย์ โดยเฉพาะ และเปิดตำแหน่ง รองผบก.ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 

บก.ทล 
บก.รฟ 
บก.ทท 
บก.ปปป 
บก.ปคม 
บก.ปอศ 
บก.ปคบ 
บก.ปอท.
โดยทั้งหมด รองผบก.ฝ่ายปฏิบัติการเป็นหลัก 

รวมเปิดตำแหน่งใหม่ในวันนี้เพียง 64 ตำแหน่ง ส่วนการขยายสถานีตำรวจ และปรับโครงสร้างหน่วยงาน บช.อื่นๆ ที่มีการขยายอัตราตำแหน่งเพิ่มเติมตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ประธานการประชุม คือ ผบ.ตร.ระบุว่า จะนำเข้าการพิจารณา ก.ตร.ในครั้งหน้า ซึ่งตำแหน่งที่เปิดใหม่วันนี้ จะใช้ในการแต่งตั้งวาระนี้เลย 

ส่วนตำแหน่งที่จะเข้า ก.ตร.ครั้งหน้าในต้นเดือนมีนาคม ถ้าทันพอดีก็คงจะใช้แต่งตั้งในวาระเดียวกันด้วย 

โดยไม่มีการเปิดตำแหน่งฝ่ายอำนวยการประจำสำนักงานแต่อย่างใด”

โฆษก ตร.กล่าว
      
ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้ง โฆษก ตร.กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร.ไม่มีการขอขยายเวลาในการแต่งตั้งระดับ รองผบก.-สว.วาระประจำปี 2554 ออกไป โดยมีการพูดว่า พยายามจะทำให้ทันในกรอบเวลาวันที่ 31 มีนาคม 

ดังนั้น จึงนัด ก.ตร.ครั้งหน้าในช่วงต้นเดือน ทำให้เร็ว เพื่อว่าการเปิดตำแหน่งใหม่ อาจใช้แต่งตั้งได้ทัน 

ทั้งนี้ ก.ตร.ไม่มีการพูดถึงกรณีตำแหน่ง ผบช.ภ.1 แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งดำเนินการแต่งตั้ง เนื่องจากตำแหน่งยังไม่ว่างโดยแท้จริง เนื่องจากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯตำแหน่งระดับ รองผบช.-ผบก.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละหน่วยได้เตรียมพร้อมทำบัญชีอาวุโสรอแล้ว

โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า ใน ก.ตร.ครั้งนี้ มีการถามถึงกรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ ตร. กำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวน ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 โดย 

พล.ต.ต.วิบูล ปรองดอง ผบช.ก.ตร.ในฐานะเลขา ก.ตร.

ได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้มาถึง ก.ตร.แล้ว จะนำเข้าพิจารณาในครั้งหน้าเช่นกัน โดย ก.ตร.ต้องดำเนินการต่อ ซึ่งคาดว่า ก.ตร.จะต้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม