แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฉลิม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฉลิม แสดงบทความทั้งหมด

ตร.เดินหน้าแต่งตั้ง"รองผบก.-สว."หลังม็อบจบ "เฉลิม"นัด"ก.ตร." 29พ.ย.ถกเว้นหลักเกณฑ์

25/11/55
โดยมติชน เมื่อ 25 พ.ย.2555

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานในเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) 

ได้นัดประชุม ก.ตร. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร. 

โดยมีการบรรจุวาระ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการวาระประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง กรณีแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งขึ้นข้ามกองบัญชาการ ในกรณีที่มีผู้ขอเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ. นราธิวาส ซึ่งมีหลายราย

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวลือสะพัดในตร. ว่าเนื่องจากการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามที่คาดการณ์ว่าอาจยืดเยื้อ อาจมีการขอขยายเวลาการแต่งตั้งระดับสว.-รองผบก.ออกไปจากเดิมที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ( ผบ.ตร.) กำหนดให้ทุกหน่วยออกคำสั่งพร้อมกันภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน และให้คำสั่งมีผลในวันที่ 6 ธันวาคม 

 แต่ภายหลังการชุมนุมดังกล่าวยุติการดำเนินการขั้นตอนต่างๆในการแต่งตั้งโยกย้าย ฯ ยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อดุลย์ ก็ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่ง หรือแนวคิดในการขยายเวลาการแต่งตั้งออกไปแต่อย่างใด
Read more ...

ประชุม ก.ตร.แต่งตั้งตำรวจ ระดับ ผบก. - รอง ผบช. วาระประจำปี 2555

31/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 30 ส.ค.2555

โผแต่งตั้ง "จรัมพร" เป็น ผช.ผบ.ตร.สะดุดยังไม่ผ่านที่ประชุม ก.ต.ช. "เหลิม" ดันทุรังแต่งตั้งตำรวจ 196 นายพล ผ่านไปอย่างไม่สง่างาม! ท่ามกลางบรรยากาศ "มาคุ"-"อชิรวิทย์" ของขึ้นกลางที่ประชุมนำทีม 6 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิวอล์กเอาต์ออกห้องประชุมในขณะที่ "เหลิม"นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม โวยยื่นหนังสือพิจารณาทบทวน 4 ประเด็นแต่งตั้งไม่เหมาะสม - ขาดคุณสมบัติ - ข้ามหัวอาวุโส แต่กลับถูกเมินเฉย

วานนี้ (29 ส.ค.) เมื่อเวลา 14.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เดินทางเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ครั้งที่ 12/2555 ที่ห้องประชุม 1 ตร. โดยมีก.ตร. ติดภารกิจไม่ได้เข้าร่วมปีะชุม 3 ท่านประกอบด้วย นายวิษณุ เครืองาม นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นายสุรชาติ บำรุงสุข

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญคือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผบก. -รองผบช. ทั่วประเทศ โดยมีผบช.แต่ละหน่วยเดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมการโดยพร้อมเพรียงเริ่มจาก ผบช.น. เป็นหน่วยแรก บช.ก. บช.ภ. 1-9 ศชต. บช.ปส. บช.ส. สตม. บช.ตชด. สพฐ.ตร. สทส. สง.นรป. บช.ศ. รร.นรต. รพ.ตร.และ สง.ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ การแต่งตั้งเริ่มขึ้นเพียง 2 หน่วยแรก

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช 
พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ 
พล.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รัตนะพร 
พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง 
พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ และ 
รศ.ร.ต.อ.สรพลจ์ สุขทรรศนีย์ 

ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

เดินออกจากห้องประชุมเนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถทักท้วงในที่ประชุมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจบางตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากองค์ประชุมครบ โดยวาระการแต่งตั้งใช้เวลาเพียง 1ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

ต่อมา พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวภายหลังหารือกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่าน ถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจว่า เริ่มการประชุม ก.ตร.ได้มีการนำเสนอหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่เห็นว่าเป็นข้อบกพร่อง ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้มีบางรายชื่อที่ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ามีความไม่เหมาะสม ทั้งในเรื่องคุณสมบัติและในเรื่องหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงมีบางรายชื่อที่มีการปรับเปลี่ยนแบบกะทันหันภายในที่ประชุม ซึ่งทางตนก็ได้มีการอภิปรายในประชุมแล้ว โดยทางประธาน ก.ตร.ก็มีการรับฟัง แต่ก็มีการดำเนินการแต่งตั้งเช่นเดิม ทางเราจึงเห็นว่ามีสัญญาณที่เชื่อได้ว่า คงจะไม่เกิดผลอะไร จึงได้เดินออกมาจากที่ประชุม โดยไม่ได้นัดกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คนอื่นแต่อย่างใด

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า โดยก่อนเริ่มประชุมได้มีการนำเอกสารชี้แจงไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ถึงการแต่งตั้งไม่เป็นธรรมในระดับ รอง ผบช. - ผบก.ในครั้งนี้ 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง เมื่อครบวาระในปีแรก ตามกฎ ก.ตร.ข้อ 33 ที่ระบุว่า การคัดเลือกหรือแต่งตั้งผู้เหมาะสมที่จะได้รับพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในปีแรกให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ผู้นั้นต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง โดยมีผลปฏิบัติงานเป็นรูปธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ซึ่งในประเด็นนี้ อยากจะเรียนชี้แจงว่า ในระดับ ผบก.เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ตามข้อกฎ ก.ตร.ข้อ 33 มีทั้งสิ้น 18 นาย ระดับรอง ผบก.เลื่อนขึ้น ผบก.มี 20 นาย โดยตนพบเพียงแค่บัญชีนำเสนอของ บช.ภ.5 เท่านั้น ที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ที่นำรายละเอียดมาประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน เช่น 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.ภ.จว.พะเยา ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.5 และ 

พ.ต.อ.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.เชียงราย 

ตรงนี้พบว่าทาง บช.ภ.5 ได้บรรยายสรุปผลงานว่า นายตำรวจทั้ง 2 นายดังกล่าว สามารถดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล ได้เป็นลำดับ 1 ของประเทศ ซึ่งถือว่าเหมาะสม ต่างกับ 

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช 

ที่มีผลงานโดดเด่น และมีอาวุโส แต่กลับไม่ได้เลื่อนขึ้น

ขณะที่ 

พล.ต.ต.สมชาย อ่วมถนอม ผบก.ภ.จว.ชุมพร 

ที่มีอาวุโสน้อยกว่า พล.ต.ต.รณพงษ์ แต่ในบัญชีกลับได้เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.8 รวมถึง 

พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบก.สส.ภ.8 

ที่มีผลงานปราบยาโดดเด่น และมีอาวุโสมากกว่า 

พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ที่ได้เลื่อนเป็น ผบก.ภ.จว.พังงา

ส่วน 

พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี อาวุโสลำดับที่ 1 ได้เลื่อนเป็น ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี

แต่ไม่ได้มีการแสดงเหตุผลชัดเจนว่า มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์อย่างไร” ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า 

2.เรื่องการพิจารณาลำดับอาวุโสร้อยละ 33 ตามกฎ ก.ตร.ข้อ 33 (2) ที่ระบุว่า ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ สว. - ผบช.ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโสจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง โดยลำดับอาวุโสดังกล่าว ไม่ได้เป็นการคิดในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เป็นการแยกคำนวณของแต่ละกองบัญชาการ แต่พบว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ มีผู้ที่ได้รับพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหลายนายที่ได้สิทธิตามหลักอาวุโสร้อยละ 33 นั้น ต้องไปเลื่อนตำแหน่งนอกหน่วยกองบัญชาการที่สังกัด

3.การแต่งตั้งผู้ที่อยู่ในบัญชีเหมาะสมนอกหน่วย และมีอาวุโสต่ำกว่าคนใหม่ในหน่วยที่รับตัว โดยพบว่ามีบางกองบัญชาการได้จัดลำดับบัญชีผู้เหมาะสมไว้เป็นลำดับต้น เพื่อให้ได้สิทธิในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง แต่กลับไปเลื่อนตำแหน่งในกองบัญชาการอื่นๆ ที่มีผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยที่รับตัวนั้น อาวุโสอยู่มากมาย ฉะนั้นไม่ทราบว่าการแต่งตั้งลักษณะนี้ จะชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือไม่ อย่างการเลื่อน 

พ.ต.อ.หญิง อัญชนา ศรีทรงผล รอง ผบก.อก.รพ.ตร.เป็น ผบก.กต.6 จต.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า 4.ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นโดยไม่ครบหลักเกณฑ์ และบางรายมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง อย่างในกรณีของ พ.ต.อ.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบก.น.7 เป็น ผบก.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.(ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี) ซึ่งขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ถึงแม้อ้างว่าเป็นผู้ที่นายกฯ ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้ 

แต่ทางเราเห็นว่าการยกเว้นให้นายตำรวจรายนี้ จะมีผลเสียต่อองค์กรตำรวจและจะมีผลกระทบอย่างสูงต่อการเมือง และนายกฯ หรือกรณีที่ 

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ เศรษฐีสมบัติ รอง ผบก.ศพฐ.7 เป็น ผบก.ศพฐ.2 

เมื่อพิจารณาคุณวุฒิและการอบรมเมื่อเปรียบเทียบกับ 

พ.ต.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบก.ศพฐ.4 ที่มีคุณวุฒิ วท.บ.(เคมี) , นฐ./บตส.32 

ตรงนี้จะเห็นชัดเจนว่า พ.ต.อ.ธวัชชัย มีคุณวุฒิและความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวมากกว่า โดยเรื่องการแต่งตั้งบุคคลกรที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในส่วนวิทยาศาสตร์ ที่จะมีความสำคัญมากในอีก 3 ปีข้างหน้า คือ เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่กลับมีการแต่งตั้งไม่ตรงกับคุณสมบัติที่เหมาะสมในตำแหน่งนั้น
       
ด้าน 

พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

กล่าวเพิ่มเติมว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ยังพบว่าความเป็นธรรมในหลายส่วน ทั้งเรื่องการโยกย้าย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่พึ่งเข้ามานั่งเก้าอี้ดังกล่าวได้เพียง 1 ปี ไปเข้ากรุเป็น ผบก.กต.1 และหากดูย้อนไปที่ ผบช.ภ.2 ก่อนหน้านี้ ก็พึ่งถูกโยกออกจากเก้าอี้ ตรงนี้เป็นธรรมและมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ถามไปยังประธาน ก.ตร.แล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง ส่วนเรื่องการเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) ด้านสืบสวน ที่จะเข้ามาดูงานเรื่องนิติวิทยาศาสตร์นั้น อยากจะให้ไปปรับปรุงเรื่องการแต่งตั้งระดับ ผบก.ใน สพฐ.ตร.ให้ดียิ่งขึ้น หรือให้มีคุณสมบัติความเหมาะสมที่ถูกต้องมากกว่านี้

ต่อมาเวลา 16.30 น. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ตร. 

กล่าวภายหลังการประชุม ก.ตร.ว่า การที่ก.ตร.ผู้ทรงได้แสดงออกโดยการเดินออกจากห้องประชุม นั้น ตนเองไม่ทราบ มีการทำบันทึกมาเราก็ได้ชี้แจงไปแล้วก็เข้าใจแล้ว วันนี้ต้องเห็นใจผู้บังคับบัญชาตำรวจเพราะเขาต้องรับผิดชอบ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่าสง่างามไม่ปัญหา ปัญหามีอย่างเดียวอย่าไปเรียกรับทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น

เมื่อถามว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ก.ตร.ผู้ทรงรับทราบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ชี้แจงแล้ว ตนเองเป็นคนชี้แจงเองและรอให้ถึงวาระนั้นๆ ผบ.ตร.และว่าที่ผบ.ตร.จะเป็นคนชี้แจงในรายละเอียดอีกทีเป็นขั้นเป็นตอนแต่ก.ตร.ผู้ทรงได้ออกจากห้องประชุมไปก่อน ถ้าตนเองกล่าวหาว่าทำไมไม่รอฟังก็ได้เหมือนกัน

"ท่านทำเป็นเอกสารมา 2-3 แผ่น แล้วก็อภิปราย ผมก็ชี้แจงเมื่อถึงวาระที่ท่านข้องใจในตำแหน่งนั้นๆก็จะให้ ผบช.ชี้แจง ให้ผบ.ตร.ชี้แจง ว่าที่ผบ.ตร.ชี้แจง สำหรับรายชื่อตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งใน ก.ตร.มีปรับปรุงจากกลั่นกรอง 2-3 ตำแหน่งเท่านั้น"ประธานก.ตร.กล่าว
Read more ...

"ดวง อยู่บำรุง"เจริญรอยตามรอยพ่อ

30/7/55
โดยกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 30 ก.ค.2555

แม้ไม่ถึงฝัน"สารวัตรกองปราบ" "ดวง อยู่บำรุง"ก็ขอตามรอยพ่อ เริ่มต้นบนเส้นทางครูฝึกตำรวจ

ตกเป็นข่าว (การเมือง) ร้อนล่าสุด เมื่อ ร.ท.ดวง (เฉลิม) อยู่บำรุง ลูกชายคนสุดท้องของรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ขอโอนย้ายหน่วยงาน จากสายงาน "ทหาร" มาเป็น "ตำรวจ" จากตำแหน่งผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร กระทรวงกลาโหม มาอยู่สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะเข้ารายงานตัวกับต้นสังกัด ในฐานะ ร.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง รองสารวัตร ศูนย์ฝึกอบรม ในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 นี้

ถึงแม้ ในวันนี้ ลูกชายสองคน "โต้ง-หนุ่ม" จะกลายเป็นอดีตนายตำรวจไปแล้ว แต่ "ชาย" ลูกคนที่สาม คนสุดท้องของบ้าน ก็ได้สานฝันของพ่อและพี่ชายได้ในที่สุด และแม้จะ (ยัง) ไม่ได้เข้าไปอยู่ในสังกัดกองปราบปราม เป็นสารวัตรสายปราบปรามตามรอยพ่อ แต่งานตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นช่องทางเดียวในเวลานี้ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เปิดทาง ก็ถือว่าได้เข้ามาเป็นสู่เส้นทางสายสีกากีเหมือนพ่อและพี่ชายทั้งสอง

ในวันสัมมนาใหญ่พรรคเพื่อไทย ที่ จ.ชลบุรี วานนี้ (28 ก.ค.) ว่าที่ ร.ต.ท.ดวง ก็ได้ติดตามบิดา ร.ต.อ.เฉลิม ที่มาร่วมเวทีสัมมนาในฐานะแกนนำ โซน กทม.จนถูกรุมซักถามถึงการโอนย้ายครั้งนี้

ประเด็นที่ถูกจับตาและวิพากษ์วิจารณ์ถึงเส้นสายของผู้เป็นพ่อ ทำให้เจ้าตัวถือโอกาสเคลียร์ว่า "ผมไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์หรือได้รับการช่วยเหลือจากคุณพ่ออย่างที่ถูกกล่าวหา ผมไม่ได้ก้าวกระโดดมาอย่างรวดเร็ว การโอนย้ายเป็นไปตามขั้นตอน ตามระบบ และไม่อยากให้ฝ่ายค้านนำไปเป็นประเด็นการเมืองโยงไปถึงพ่อ ผมโตแล้ว ทำตามกติกาและเป็นความประสงค์ส่วนตัวที่อยากย้ายจากทหารมาเป็นตำรวจ พอผมทำเรื่องย้ายเรียบร้อยแล้ว ถึงได้ปรึกษาคุณพ่อ ซึ่งท่านก็เห็นด้วย และขอให้ตั้งใจทำงาน แต่ผมคงไม่ไปเป็นนายตำรวจติดตามพ่อ ส่วนจะไปทำงานในส่วนไหน ก็คงต้องแล้วแต่ท่านผู้บัญชาการ (ผบช.น.) จะมอบหมายครับ"
การขอโอนย้ายหน่วยงานอย่างนี้ ร.ต.ท.ดวง อธิบายถึงการใช้ความสามารถพิเศษด้านการใช้อาวุธปืน ที่เป็นโอกาสสำหรับตัวเอง

"การย้ายไม่ได้สอบครับ แต่ทางหน่วยมีความต้องการบุคลากรทางด้านนี้พอดี ผมก็เลยใช้ความสามารถตรงนี้เข้ามา ผมอยากมาทำงานตรงนี้ ก็อยู่ศูนย์ฝึกอบรม ส่วนหน้าที่ชัดเจน คงจะรู้ตอนไปรายงานตัว"

ร.ต.ท.ดวง เล่าถึงความชอบแบบลูกผู้ชายว่า "ผมชอบปืน และเลยก็ศึกษาเกี่ยวกับปืนแต่ละประเภท แต่ยังไม่ได้สะสม ส่วนการฝึกก็ใช้ระยะเวลาอยู่หลายปี ผมเน้นปืนสั้นมากกว่า แต่ยังไม่ถึงขั้นว่าใช้ปืนได้ทุกประเภท ตอนอยู่ในตำแหน่งผมก็ถูกส่งไปเรียนในหลักสูตรต่างๆ บ้าง และถ้าผมทราบว่ามีเปิดหลักสูตรอะไรน่าสนใจ ก็จะมาปรึกษาผู้บังคับบัญชาว่าอยากขอไปเรียน ซึ่งก็ได้ทุนหลวงบ้าง และใช้ทุนส่วนตัวไปเรียนเองบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ทุนส่วนตัวมากกว่า ระหว่างนั้น ก็มีการทดสอบความสามารถ แต่ละระดับ ผมก็ขยันหน่อย ขยันอ่านหนังสือ ก็ได้คะแนนดี"

ที่น่าสนใจ คือ ความสามารถเฉพาะตัวอย่างนี้ ทำให้ลูกชายคนเล็กของสารวัตรเฉลิม เคยเตรียมจะไปคัดตัวเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติมาแล้ว

"ก่อนแข่งซีเกมส์คราวที่แล้ว ผมกำลังจะไปคัดตัว แต่พอมีข่าวออกมา อะไรก็เลยวุ่นวาย เลยไม่เอาดีกว่า คราวหน้าถ้ามีโอกาสอยากจะทำอะไรทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ ก็อยากจะทำ แต่คงต้องดูก่อนว่า เปิดให้คัดรุ่นไหน อย่างไร ใช่ที่ถนัดหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวผมถนัดประเภทต่อสู้ ปืนสั้นยิงเร็ว"

เห็นติดสอยห้อยตามพ่อมาในงานการเมืองแทบทุกครั้ง จึงต้องถามถึงความสนใจ "อาชีพนักการเมือง" บ้างหรือไม่ ก็ได้คำตอบแบบไม่ต้องคิดว่า "ผมไม่ชอบเลย แต่ที่ผมมา ไม่ใช่เฉพาะครั้งนี้ ทุกครั้งที่คุณพ่อไปต่างจังหวัด ผมก็จะตามไป เพราะเป็นห่วง"

ระหว่างรอลูกชายพูดคุยกับนักข่าว ร.ต.อ.เฉลิม ได้ยืนรอเพื่อจะขอเคลียร์ข่าวให้ลูกอีกรอบ โดยยกกรณีตัวเองที่เคยขอโอนย้ายสมัยเป็นนายสิบทหารบกมาเป็นนายสิบตำรวจ ที่วันนี้ลูกชายก็เริ่มต้นเดินตามรอยตนเองในการเป็น "ครูฝึกตำรวจ" ด้วยใบประกาศนียบัตร 16 ใบรับประกัน

"สมัยผมมียศสิบเอกทหารบก แล้วผมเล่นยูโด อาคิโด เก่ง กรมตำรวจไม่มีคนที่มีความสามารถด้านนี้ ผมยื่นขอ ก็รับโอนเหมือน "ชาย" ยื่น พอพิสูจน์ได้ว่าผมเก่งจริง เขาก็รับผมเข้ามาตั้งแต่ปี 2513 ยศสิบตำรวจเอก นี่เขายิงปืนแม่น ยิงได้ 100% มีประกาศนียบัตร 16 ใบ ผบช.น.เขาก็ชวนไปเป็นครูฝึกยิงปืน วันที่ไปโรงเรียนนายร้อย สามพราน ผมก็ไป ก็มีพวกครูฝึกเขารู้จักกับชาย เขาก็ชวนว่าให้มาสอนนักเรียนโรงเรียนนายร้อย ผมบอกว่า แล้วแต่เจ้าตัวเขาสมัครใจ เพราะผมยิงไม่แม่น ผมยิงได้ 98% ชายเค้ายิงได้ 100% ไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญอะไร ก็เท่ากับมาเป็นครู เป็นครูตำรวจเหมือนพ่อ ปี 2515 ผมก็เป็นครูฝึกปราบจลาจล ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ นรต.รุ่น 27-28 ก็เป็นลูกศิษย์ผม"

"ถ้าไม่มีคุณสมบัติพิเศษ เขาไม่รับ ไม่ใช่ว่า ถ้าเป็นลูกผมแล้วเขารับ ผบช.น.ก็ให้สัมภาษณ์เองว่า มาเลยถ้ามีคุณสมบัติยิงปืน แม่นอย่างนี้ เขามีอัตราให้ ไม่มีหรอก น้อยคน" ร.ต.อ.เฉลิมทิ้งท้าย
Read more ...

ก.ตร.นัดถกปรับโครงสร้าง ตม.

21/3/55
โดยข่าวสด เมื่อ 20 มี.ค.2555

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 

นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.30 น. 

โดยมีวาระสำคัญ คือ 

การพิจารณาปรับโครงสร้างของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยเพิ่มตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) และชั้นประทวน รวม 1,322 ตำแหน่ง

แยกเป็น

ระดับ 

- รอง ผบก. 14 ตำแหน่ง 
- ผกก. 5 ตำแหน่ง 
- รอง ผกก. 32 ตำแหน่ง 
- สว. 35 ตำแหน่ง 
- รอง สว. 351 ตำแหน่ง และ
- ผบ.หมู่ อีก 885 ตำแหน่ง 

นอกจากนี้ ยังกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก. เพื่อปรับโครงสร้างให้กับ บช.ศ. (โอนศฟร.ก.1-8 และศฟร.ศชต.ไปยังสังกัดบช.ศ.) สง.ก.ตร. สง.นรป. ตำแหน่ง จต. กมค. ทพ. สกพ. อต. ทพ.สกพ. โดยเปิดให้ครบทั้งหมด 2,682 ตำแหน่ง

ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก. - สว. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งผู้เหมาะสมให้แต่ละกองบัญชาการ (บช.) ที่ไม่มีสังกัด เพื่อส่งข้อมูลให้ผบช. แต่ได้มีการเลื่อนส่งรายชื่อยกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปีพร้อมเหตุผลของกองบัญชาการต่างๆ เข้ามายังตร.ออกไปอีก 2 วัน เนื่องจากอาจมีการสลับตำแหน่งข้ามกันระหว่างกองบัญชาการต่างๆ จึงทำให้บัญชีในตำแหน่งต่างๆ ไม่ลงตัว 

ทั้งนี้ เมื่อได้รับรายชื่อครบทั้งหมดจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม

ด้าน

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.

กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวเลื่อนการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว.ออกไปก่อนนั้น ยืนยันว่าการแต่งตั้งยังไม่มีการเลื่อนออกไปแต่อย่างใด และการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว. จะเสร็จสิ้นทันภายในวันที่ 31 มี.ค.แน่นอน โดยขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น
Read more ...

ก.ตร.เปิด รอง ผบก.51 ตำแหน่ง คาดตั้งทัน 31 มี.ค.นี้

20/2/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 20 ก.พ.2555

“เฉลิม อยู่บำรุง” นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.ได้เพียง 2 ชั่วโมง แล้วหลบเข้าห้อง “ภาณุพงศ์” พักผ่อนอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ โฆษกแจง ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่รองนายกฯต้องรีบไปประชุม ครม.สัญจร ขณะที่ ก.ตร.อนุมัติเปิดตำแหน่ง รองผบก.รวม 51 จังหวัด ย้ำ บัญชีแต่งตั้งเสร็จทันสิ้นเดือน มี.ค.นี้แน่

วันนี้ (20 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 

เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 2/2555 โดยมี 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 
รองผบ.ตร.และ 
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานการประชุมได้เพียง 2 ชั่วโมง พร้อมด้วย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา รองผบ.ตร.คนสนิท ออกมานั่งในสำนักงาน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ โดยให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ทำหน้าที่ประธาน ก.ตร.ต่อไปจนแล้วเสร็จประมาณ 16.30 น.

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะโฆษก ตร.

แถลงหลังการประชุมว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จึงต้องออกจากห้องประชุมก่อน ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ 

ทั้งนี้ ก.ตร.วันนี้ได้มีมติปรับเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามอัตราเดียวกับอัตราเงินเดือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน โดยให้มีผลย้อนหลังด้วย ขณะเดียวกัน ก.ตร.ได้กำหนดคุณสมบัติ สมรรถนะด้านต่างๆ ของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแต่งตั้งครั้งนี้

“นอกจากนี้ เรื่องสำคัญ ก.ตร.ได้อนุมัติเปิดตำแหน่ง

รองผู้บังคับการ (รองผบก.)

เพื่อมาดูแลงานด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติด และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นการป้องกันปราบปรามยาเสพติด โดย

เปิดตำแหน่ง รองผบก. ในสังกัด ภ.1-9 และ
ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 51 จังหวัด ประกอบด้วย 

บช.ภ.1 ได้แก่ จ. ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สมุทรปราการ 

บช.ภ.2 ได้แก่ จ.สระแก้ว ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด จันทบุรี ปราจีน 

บช.ภ.3 ได้แก่ จ.นครราชสีมา สุรินทร์ ศีรสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร 

บช.ภ.4 ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร หนองคาย มหาสารคาม 

บช.ภ.5 ได้แก่ ลำปาง น่าน แพร่ 

บช.ภ.6 ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร 

บช.ภ.7 ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร กาญจนบุรี ลพบุรี ราชบุรี ประจวบคิรีขันธ์ สุพรรณบุรี 

บช.ภ.8 ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช กระบี่ 

บช.ภ.9 ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง และ ศชต. ได้แก่ จ. ปัตตานี นราธิวาส ยะลา 

เปิดตำแหน่ง

 รองผบก.ในสังกัด 

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 5 ตำแหน่ง

ในสังกัด 

บก.ปส.1-4 และ
บก.ข่าวกรองยาเสพติด 

โดยเปิดตำแหน่งใหม่ เพื่อมาทำงานด้านสืบสวนสอบสวนและยึดทรัพย์ โดยเฉพาะ และเปิดตำแหน่ง รองผบก.ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 

บก.ทล 
บก.รฟ 
บก.ทท 
บก.ปปป 
บก.ปคม 
บก.ปอศ 
บก.ปคบ 
บก.ปอท.
โดยทั้งหมด รองผบก.ฝ่ายปฏิบัติการเป็นหลัก 

รวมเปิดตำแหน่งใหม่ในวันนี้เพียง 64 ตำแหน่ง ส่วนการขยายสถานีตำรวจ และปรับโครงสร้างหน่วยงาน บช.อื่นๆ ที่มีการขยายอัตราตำแหน่งเพิ่มเติมตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ประธานการประชุม คือ ผบ.ตร.ระบุว่า จะนำเข้าการพิจารณา ก.ตร.ในครั้งหน้า ซึ่งตำแหน่งที่เปิดใหม่วันนี้ จะใช้ในการแต่งตั้งวาระนี้เลย 

ส่วนตำแหน่งที่จะเข้า ก.ตร.ครั้งหน้าในต้นเดือนมีนาคม ถ้าทันพอดีก็คงจะใช้แต่งตั้งในวาระเดียวกันด้วย 

โดยไม่มีการเปิดตำแหน่งฝ่ายอำนวยการประจำสำนักงานแต่อย่างใด”

โฆษก ตร.กล่าว
      
ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้ง โฆษก ตร.กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร.ไม่มีการขอขยายเวลาในการแต่งตั้งระดับ รองผบก.-สว.วาระประจำปี 2554 ออกไป โดยมีการพูดว่า พยายามจะทำให้ทันในกรอบเวลาวันที่ 31 มีนาคม 

ดังนั้น จึงนัด ก.ตร.ครั้งหน้าในช่วงต้นเดือน ทำให้เร็ว เพื่อว่าการเปิดตำแหน่งใหม่ อาจใช้แต่งตั้งได้ทัน 

ทั้งนี้ ก.ตร.ไม่มีการพูดถึงกรณีตำแหน่ง ผบช.ภ.1 แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งดำเนินการแต่งตั้ง เนื่องจากตำแหน่งยังไม่ว่างโดยแท้จริง เนื่องจากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯตำแหน่งระดับ รองผบช.-ผบก.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละหน่วยได้เตรียมพร้อมทำบัญชีอาวุโสรอแล้ว

โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า ใน ก.ตร.ครั้งนี้ มีการถามถึงกรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ ตร. กำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวน ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 โดย 

พล.ต.ต.วิบูล ปรองดอง ผบช.ก.ตร.ในฐานะเลขา ก.ตร.

ได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้มาถึง ก.ตร.แล้ว จะนำเข้าพิจารณาในครั้งหน้าเช่นกัน โดย ก.ตร.ต้องดำเนินการต่อ ซึ่งคาดว่า ก.ตร.จะต้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด
Read more ...

"เหลิม"ยันไม่ล้วงลูกโผตั้งนายพล-ลั่นเชื่อใจเพรียวพันธ์

21/10/54
โดยข่าวสด เมื่อ 21 ต.ค.2554

เวลา 10.30 น. วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ ศปภ. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 

กล่าวถึงการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผบ.ตร สบ.10 ผช.ผู้ช่วยผบ.ตร.และระดับผู้บัญชาการ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกกลั่นกรองการแต่งตั้งโยกย้ายของ ตร.จะพิจารณาในวันเดียวกันนี้เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันที่ 25 ต.ค.นี้ ว่า 

ตนจะไม่ขอยุ่งกับรายชื่อที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ผบ.ตร. เสนอ ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาจะดูจากอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ 67 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของความเหมาะสม เพราะตนได้ให้หลักการกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เป็นบอร์ดกลั่นกรองไปแล้วว่าตนเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในรายละเอียด

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อบอร์ดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ จะต้องชี้แจงและอธิบายเหตุผลได้ ถ้ามีตำแหน่งใดที่มีข้อสงสัย ก.ตร.โดยตำแหน่งและ ก.ตร.โดยผู้ทรงคุณวุฒิสามารถซักถามเหตุผลและรายละเอียด หากชี้แจงและอธิบายเหตุผลไม่ได้ก็มีเหตุผลที่จะปรับเปลี่ยนได้ เช่น มีกรณีอยากทราบชื่อล่วงหน้า 3 วัน 

ตนก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะทำให้การแต่งตั้งลำบาก จึงต้องมาดูข้อบังคับข้อที่ 11 ซึ่งประธาน ก.ตร.สามารถส่งวาระเพิ่มเติมได้ว่า เมื่อได้ชื่อจากบอร์ดกลั่นกรองควรจะแจ้ง ก.ตร.ให้ทราบล่วงหน้าได้ในเวลาไม่นาน แต่ถ้ายังมีปัญหาอีก จะใช้ข้อบังคับที่ 25 เพื่อยกเว้นการใช้ข้อบังคับบางข้อของ ก.ตร.แล้วใช้เสียง 2 ใน 3 ของ ก.ตร.ทั้งหมดเป็นผู้พิจารณาการยกเว้นข้อบังคับ โดยเฉพาะการแต่งตั้งรายชื่อผู้ที่มีปัญหา

“คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณายุคที่ผ่านมาก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่รับรองยุคนี้ไม่มีอักษรย่อ อ. ศ. และ ส. ไม่มี และนายกรัฐมนตรีก็ไม่เกี่ยว ท่านมอบผมให้ไปทำตามอำนาจหน้าที่แต่จะถูกใจคนหมดไม๊ ไม่มี ต้องมีคนที่พอใจมั่งไม่พอใจมั่งเพราะตำแหน่งมันน้อย ถ้าตั้งได้อีก 3 กรมก็ดี” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าการพิจารณาแต่งตั้งในช่วงที่มีภาวะวิกฤตน้ำท่วมจะทำให้การทำงานของตำรวจมีปัญหาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตำรวจจะปล่อยว่างไม่ได้ แก้ปัญหาน้ำท่วมก็ทำไป แต่เรื่องแต่งตั้งก็ต้องดำเนินไปเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถ้าปล่อยว่างแล้วไม่มีคนทำงานยิ่งไปกันใหญ่ 

ขณะนี้ได้สั่งการให้ว่าที่ผบ.ตร.สนธิกำลังตำรวจนครบาลดูแลความปลอดภัยในพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด มั่นใจว่าช่วงการถ่ายโอนจะไม่ทำให้การทำงานเกิดการชะงักหรือสุญญากาศ ตนวางแผนหมดแล้วแต่ลงไปมากก็ไม่ได้ แต่ได้ใช้การสั่งการและมอบนโยบาย

เมื่อถามถึงแคนดิเดต ผบช.น.3 รายชื่อ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผบ.ช.ก. พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล รองผบช.น. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมากน้อยแค่ไหน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะยังไม่ได้ประชุม อ่านจากหนังสือพิมพ์เห็นรายงานละเอียด เมื่อถามถึงกรณีที่ส.ส.และกลุ่มคนเสื้อแดงคัดค้าน

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ 

ย้ายกลับไปรับตำแหน่งผู้บัญชาการภาค 8 ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนของขั้วอำนาจเก่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครรู้ว่าพล.ต.ท.สัณฐาน จะไปเป็นผู้บัญชาการภาค 8 เป็นการคาดเดากันไปเอง ก็บอกแล้วว่าบอร์ดกลั่นกรองต้องอธิบายได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับเปลี่ยนโดย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นอดีตตำรวจที่มีความรอบรู้และรู้จักตำรวจเป็นอย่างดี และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มีมาตรฐานในการพิจารณาให้สบายใจได้ ตนเชื่อว่าสนับสนุนคนไม่ผิด
Read more ...

คณะกรรมการคัดเลือกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจเช่นเดิม ส่วนโผนายพล 18ต.ค.

6/10/54
โดยไทยรัฐ เมื่อ 6 ต.ค.2554

ประชุม ก.ตร.นัดพิเศษกรุ่น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิหน้าแตก หลัง เรียกร้องให้พิจารณาลดบทบาท ก.ตร.ที่อยู่ ในบอร์ดกลั่นกรอง ซึ่ง มีหน้้าที่พิจารณาคุณสมบัติเสนอ ก.ตร.แต่งตั้งโยกย้าย 

“ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ประธาน ก.ตร.

ฟันฉับไม่ผิด สามารถออกเสียงโยกย้ายตำรวจได้เหมือนเดิม อ้างส่งกฤษฎีกาตีความและตอบกลับมาแล้ว ส่วนพิจารณาแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร.-ผบช.คลอดวันพิจารณาแล้ว ประชุม 18 ต.ค.แน่

ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 

เป็นประธานการประชุม ก.ตร.นัดพิเศษ มีวาระการพิจารณาแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2554 วาระพิจารณาตามคำร้องของ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ อ้างข้อกฎหมายเสนอให้ลดบทบาทบอร์ดกลั่นกรองที่มีเลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน และ รอง ผบ.ตร.เป็นคณะกรรมการ ไม่ให้มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในการประชุม ก.ตร. และวาระการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังประชุม 

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ ฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

เผยว่า ในการประชุมวันนี้

เรื่องแรก ตามที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิมีบันทึกถึงประธาน ก.ตร. เมื่อวันที่ 28 ก.ย.54 เสนอข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเป็นกรรมการซ้ำซ้อนของกรรมการ ก.ตร.ให้คณะ ก.ตร.พิจารณา ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ฐานะประธาน ก.ตร.นำเรื่องไปหารือเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดกฎหมายปกครองหรือไม่ ป

รากฏว่ากฤษฎีกาตีความออกมาแล้วว่า ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ข้าราชการตำรวจปี 2547 แต่จะมียกเว้นอยู่2 ตำแหน่งคือ เลขา ก.พ. และจเรตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ 

หลังจากพิจารณากลั่นกรองแล้ว มีมติว่า ก่อนเข้าประชุมแต่งตั้งใน ก.ตร.จะต้องได้รับเสียงรับรองจาก ก.ตร. 2 ใน 3 เป็นครั้งๆ ไป

“ส่วนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช. ให้ใช้หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเดิมทั้งหมด โดยไม่มีการพูดถึงตำแหน่งผู้บัญชาการที่จะขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. จากเดิมที่ใช้หลักอาวุโสพิจารณาเพียงอย่างเดียว แต่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้พิจารณาในเรื่องความรู้ความสามารถด้วย แต่ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึง ส่วนการพิจารณาเรื่องการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในที่ประชุมยังให้ยึดหลักเกณฑ์เดิม 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.

ที่ยังมีเรื่องร้องเรียนกันอยู่ ในการแต่งตั้งครั้งนี้ ให้จัดอาวุโสอยู่ในกลุ่มของ ผบช. ส่วนการแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช.ในปีนี้ จะประชุมแต่งตั้งกันในวันที่ 18 ต.ค. เวลา 13.00 น.” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 ต.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.- ผบช. โดยระดับ รอง ผบ.ตร.โยก 

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. 
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. เป็น รอง ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รอง จตช. (สบ 9)
พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขยับเป็นที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.

ส่วนระดับ ผบช. ที่ขยับเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. มี 

- พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม จตร. (สบ 8) หน.จตร. 
- พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ จตร. (สบ 8) 
- พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. 
- พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. 
- พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ภ.2 
- พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.ตชด. 
- พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช. สทส. 
- พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก จตร. (สบ 8) โดยมี 
- พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ จตร. (สบ 8) น้องชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ ผบ.ตร. ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ด้วย

ระดับ ผบช. คาดว่า จะมีการเสนอ 

- พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 30 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็น ผบช.ภ.1 
- พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.สายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น ผบช.ภ.2 
- พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รอง ผบช.ภ.4 อดีตนายเวร พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ขยับเป็น ผบช.ภ.3 
- พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบช.ก.สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.เป็น ผบช.ภ.5 
- พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม ผบช.สตส.เป็น ผบช.ภ.8 
- พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส.สายตรง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบช.ภ.7 
- พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค.สายตรง พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมว.คมนาคม ขยับเป็น ผบช.ภ.9 
- พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. สายตรง พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีต อ.ตร.เป็น ผบช.ส. 
- พล.ต.ท.สุทิน เขียวรัตน์ รอง ผบช.ตชด.เป็น ผบช.ตชด. 
- พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบช.สทส.โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น ผบช.สทส.

โดยตำแหน่งของ 

- พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และ 
- พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. 
- พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผบช.ภ.4 สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. และ 
- พล.ต.ท.อาจินต์ โชติวงศ์ ผบช.ภ.6 สายตรง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จะยังคงดำรงตำแหน่งเดิม 

ส่วน

- พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ยังต้องลุ้นกับ 
- พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง  ผบช.ก.หลานเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดย พล.ต.ท.จักรทิพย์ อาจขยับอาจขึ้นไปรับตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.หรือโยกเป็น ผบช.ภ.8
Read more ...

เลื่อนถกตั้ง ผบ.ตร. 'เฉลิม'ชี้ รอโปรดเกล้าฯ เลขาสมช.ก่อน

6/10/54
โดยไทยรัฐ เมื่อ 5 ต.ค.2554

“เฉลิม” ถก ก.ตร.เคลียร์ข้อเสนอลดบทบาท รอง ผบ.ตร.ในบอร์ดกลั่นกรอง ยันบอร์ดฯ แค่ทำงานธุรการ ไม่ทับซ้อน 10 ต.ค. เดินหน้าทำโผรอง ผบ.ตร.-ผบช. ส่วน ก.ต.ช. 7 ต.ค. เจอโรคเลื่อนรอโปรดเกล้าฯตั้ง “วิเชียร” เป็นเลขาฯสมช.ก่อน

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

กล่าวถึงการเรียกประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาจัดโผการโยกย้ายรองผบ.ตร.จนถึง ผบช. กังวล ปัญหาในการวิ่งเต้นหรือไม่ ว่า การประชุม ก.ตร.ในวันนี้ ยังเป็นการประชุมเรื่องกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ในวันที่ 10 ต.ค. ถึงจะประชุมเพื่อแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ตร.ลงมาถึง ผบช. ไม่มีวิ่งเต้น ยุคนี้ไม่ต้องเสียตังค์ ใครทำงานดีก็ได้รับการเลื่อนยศ เลื่อนขั้นตามความรู้ความสามารถ จะไม่มีข่าวว่า “ส.” หรือ “สค.” มีอำนาจสั่ง ก.ตร. ในยุคนี้ไม่มีแน่ ตนให้อิสระแก่ ก.ตร.

เมื่อถามว่า ปัญหากรณี 

พล.ต.อ.วุฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

เสนอให้ลดบทบาทบอร์ดกลั่นกรองที่มีระดับรองผบ.ตร.และ เลขาธิการ ก.พ. ไม่ให้มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในการประชุม ก.ตร. โดยมองว่าเป็นการซ้ำซ้อน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องนี้เป็นการมองกันคนละมุม บอร์ดกลั่นกรองไม่ใช่บอร์ดวินิจฉัยชี้ขาดว่าใครควรจะเป็นหรือไม่ แต่เป็นคณะทำงานซึ่ง กฎ ก.ตร. อนุญาตไว้ให้ไปพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสม 

ถ้าจะมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าทำงานฝ่ายธุรการ เมื่อเสนอมาแล้ว ก.ตร.ใหญ่ทั้งหมดอาจจะไม่เห็นด้วยก็เสนอผู้อื่นมาแข่งขันได้ เดี๋ยววันนี้ตนคุยกันก็เข้าใจเรียบร้อยหมด การที่รองผบ.ตร.นั่งอยู่ในทั้งบอร์ดใหญ่ และบอร์ดกลั่นกรองได้ก็เพราะกฎหมายกำหนด มุมมองทางกฎหมายไม่เหมือนกันได้ แต่หลักทางการปกครองต้องยึดไว้

“แนวทางของผมนั้นถ้าระดับรองผบ.ตร. ไม่มีโอกาสพิจารณาคัดเลือกคน แล้วต่อไปเขาจะปกครองและสั่งการได้อย่างไร เพราะเขาต้องร่วมรับผิดชอบในการพิจารณาแต่งตั้งอยู่ด้วย 

ซึ่งผมดูข้อกฎหมายมันก็ไม่ชัด คือตำรวจเป็นข้าราชการที่ให้คุณให้โทษกับประชาชนได้ ถ้าไปเอาเรื่องคำสั่งทางการปกครองหรือเรื่องอื่น ๆ มาเป็นหลักในการพิจารณา โดยไม่ยึดหลักกฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มันก็จะลักลั่นกัน 

ส่วนการที่นายกฯ จะเรียกประชุมคณะกรรมการ ก.ต.ช.เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.ที่เดิมมีข่าวว่าจะนัดประชุมในวันที่ 7 ต.ค.นั้น ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นเลขาธิการ สมช.ก่อน” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม