แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งตั้ง รอง ผบก.ลงมา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งตั้ง รอง ผบก.ลงมา แสดงบทความทั้งหมด

แต่งตั้ง‘รองผบก.-สว.’เสร็จแล้ว!ประกาศพรุ่งนี้

16/5/59
แต่งตั้ง‘รองผบก.-สว.’เสร็จแล้ว!ประกาศพรุ่งนี้

‘ผบ.ตร.’ ทิ้งทวนบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้าย ถกเครียดคณะกรรมการกลั่นกรองครั้งสุดท้าย ก่อนประกาศผลพรุ่งนี้ (15 พ.ค.59)

โดยคมชัดลึก เมื่อ 14 พ.ค.2559

http://www.komchadluek.net/detail/20160514/227648.html
Read more ...

‘ประวุฒิ’ยันโผโยกย้ายไม่มีซื้อขายตำแหน่ง

12/1/58
โดยคมชัดลึก เมื่อ 12 ม.ค.2558

‘พล.ต.ท.ประวุฒิ’ ยันไม่มีการซื้อขายตำแหน่งระดับรองผู้การฯ-ผกก.ตามที่เป็นข่าว แต่หากพบหลักฐานจะดำเนินการเด็ดขาด เรียกประชุมแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล

12 ม.ค.58 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีการซื้อขายตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการ ถึง ผู้กำกับการ ตั้งแต่ 8 แสน ถึง 30 ล้านบาท แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยยืนยันว่า ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างแน่นอน ส่วนที่มีการแจกจ่ายใบปลิวไม่เห็นด้วยการกับการแต่งตั้งในบางพื้นที่ ขณะนี้ ทราบเรื่องแล้ว จึงสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยต้องพิจารณาว่า ผู้ที่แจกใบปลิว หรือ ร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้ง เป็นกลุ่มผู้เสียประโยชน์ หรือ ไม่พอใจการแต่งตั้งเป็นการส่วนตัวหรือไม่ แต่หากมีพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น และเชื่อว่า ไม่สามารถปกปิดสังคมได้ เพราะปัจจุบัน กระบวนการตรวจสอบทั้งทางสื่อมวลชน และสังคม ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

"ยืนยันว่า บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บังคับการ ถึง สารวัตร ขณะนี้ เสร็จเรียบร้อย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมแจกจ่ายตามกำหนด เพื่อให้มีผลวันที่ 15 มกราคมนี้ " โฆษกตร. กล่าว

โฆษกตร. เรียกประชุมแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการสั่งการกำกับดูแลปัญหาจราจรจากเดิมที่ใช้ระบบแบ่งพื้นที่รับผิดชอบแต่ละทัองที่ มาเป็นแบบศูนย์รวมอำนาจสั่งการ เพื่อให้การสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การระบายรถยนต์บนท้องถนน และการสั่งการไฟสัญญาณจราจรเกิดความต่อเนื่องสอดคล้องกัน ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางหลัก อาทิ ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามราม 2 และบางนา รวมถึงปัญหาอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหารถติดเช่นกัน โดยการระบายรถยนต์ในเส้นทางจราจรหลักที่ติดขัดนั้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการเปิดเส้นทางย่อยโดยรอบ เพื่อให้รถยนต์ในเส้นทางดังกล่าวสามารถระบายออกได้ และสามารถใช้ความเร็วได้ปกติ
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่างอีกว่า นอกจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้นำหลักการระบายรถยนต์ในเส้นทางขบวนเสด็จมาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯเนื่องจากหลักการดังกล่าวสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว

ทั้งนี้ศูนย์สั่งการดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรองผู้บังคับการที่ดูแลงานด้านจราจรแต่ละพื้นที่ รวมถึงผู้กำกับการ ผลัดเปลี่ยนเข้ามากำกับดูแลสั่งการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โฆษกตร.สั่งตรวจสอบเหตุยิงเรือประมง เชื่อเกิดจากความเข้าใจผิด

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ขับเรือไล่ยิงเรือประมง 9 บารมีพ่อ กลางทะเลอันดามัน บริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา รอยต่อ จังหวัดระนอง ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเชื่อว่า อาจเกิดจากความเข้าใจผิดจากทั้งสองฝ่าย เนื่องจาก การตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของชุดเฉพาะกิจทางเรือ ในการตรวจจับแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน และไม่มีเครื่องขยายเสียงเพื่อแสดงตัวให้ชัดเจน ประกอบกับ เรือประมงดังกล่าว มีพฤติการณ์หลบหนี เพราะหวาดระแวงคิดว่า เรือของเจ้าหน้าที่อาจเป็นเรือโจร จึงเกิดความเข้าใจผิด และยิงขับไล่ขึ้น โดยหลังจากนี้ จะมีการพิจารณาปรับยุทธิวิธีสกัดจับคนร้ายทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัญลักษณ์แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หรือ เครื่องขยายเสียง

"เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าเรือประมงดังกล่าว มีความผิดตามที่ได้รับแจ้งหรือไม่ แต่หากเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว

โฆษกตร. ระบุมีตร.ระดับ สว.-ชั้นประทวนเอี่ยวสินบนอุ้มชาวเกาหลี

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กองปราบปราบ และกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีตำรวจเกี่ยวข้องกรณีอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวเกาหลี โดยเบื้องต้น ได้รับรายงานว่า มีตำรวจ 7 นาย เกี่ยวข้อง แบ่งเป็นระดับสารวัตร 2 นาย ส่วนที่เหลือเป็นชั้นประทวน ในสังกัดฝ่ายสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 โดยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ในการเรียกรับผลประโยชน์จากการไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มชาวเกาหลี ในข้อหาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจทั้ง 7 นาย เรียกตัวมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว และหากพบมีความผิดจริง ต้องดำเนินคดีเด็ดขาด
Read more ...

ศรีวราห์เสนอเด้ง 67ผกก. รอง ผบก.-สว.เพียบ

4/1/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 4 ม.ค.2557

พิษป้ายโฆษณา-ล้างบช.น. ดึงเด็กในคาถาเสียบแทน ข้ามห้วยลงพื้นที่ทําเลทอง

โผย้าย “รอง ผบก.-ผกก.” นครบาลร้อนระอุ “บิ๊กศรีวราห์” ยกเหตุผลสรุปคณะ กรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงป้ายไฟโฆษณาเด้งล้าง 67 ผกก.จาก 88 โรงพักแทบเกลี้ยงเมืองหลวง ผกก.บก.น.4-5-6 ถูกเสนอย้ายไม่มียกเว้น ขยับเด็กสายตัวที่อยู่ฝั่งอีสานลงแทนในพื้นที่ทำเลทอง ด้านรอง ผบก.ยัน สว. ที่เข้าข่ายถูกย้ายเรื่องป้ายไฟป้อมไม่สนเดินหน้ารวมตัวร้อง ก.ตร.ขอความเป็นธรรมคำสั่ง โยกย้าย

พิษป้ายโฆษณาเด้งระนาว ผกก. 67 ตำแหน่งจาก 88 โรงพักนครบาลเปิดทางรับ “คนนอกหน่วย” ลงพื้นที่ทำเลทอง เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.และ ผกก.ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2558 เข้าที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขออนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ก.ตร. วันที่ 7 ม.ค. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม เป็นประธานการประชุม ก.ตร. โดยก่อน หน้านี้ได้มี ผกก. และรอง ผกก.ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องป้ายไฟโฆษณาอยู่ในข่ายถูกโยกย้ายออกนอก บช.น.ได้รวมตัวเข้าร้องขอความเป็นธรรม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อให้ทบทวนการพิจารณาคำสั่งโยกย้ายของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เนื่องจากในคำสั่งได้เสนอย้าย ผกก. 67 โรงพัก จาก 88 โรงพัก โดยอ้างความ ผิดเรื่องป้ายไฟโฆษณาเพื่อใช้เป็นเหตุโยกคนนอกหน่วยเข้ามาลงในพื้นที่นครบาล

สำหรับรายชื่อที่อยู่ในโผเด้งออกนอก บช.น. ได้แก่

บก.น.1
พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม
พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท
พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง
พ.ต.อ.ธนกรณ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.บางโพ
พ.ต.อ.กิติ ยุกตานนท์ ผกก.สน.มักกะสัน
พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สามเสน

บก.น.2
พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง
พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สน.เตาปูน
พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ฝอยทอง ผกก.สน.บางเขน
พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ
พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน
พ.ต.อ.ณัฎฐ์ภาณพ วัชรเสวี ผกก.สน.ประชาชื่น
พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม

บก.น.3
พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี
พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.หนองจอก
พ.ต.อ.ปพณพัชร์ ตั้งจิตจารุพัชร์ ผกก.สน.จรเข้น้อย
พ.ต.อ.เฉลิมพรรษ์ เปาอินทร์ ผกก.สน.นิมิตรใหม่
พ.ต.อ.สมิง รอดรัตษะ ผกก.สน.ประชาสำราญ
พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.ลาดกระบัง

บก.น.8
พ.ต.อ.วิศัลย์ ศุภวงศ์ ผกก.สน.ตลาดพลู
พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งครุ
พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.บางคอแหลม
พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.บางมด
พ.ต.อ.ฐาประวิชญ์ อินทะชัย ผกก.สน.บางยี่เรือ
พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณริรีโรจน์ ผกก.สน.บุคคโล
พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.บุปผาราม
พ.ต.อ.ไพรัช แทนศิริ ผกก.สน.ปากคลองสาร
พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ
พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา
พ.ต.อ.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผกก.สน.สำเหร่
พ.ต.อ.ยศ วิทิตปภาธำรง ผกก.สน.เทียนทะเล
พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บางขุนเทียน
พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผกก.สน.บางบอน
พ.ต.อ.สุรพงษ์ จงสูงเนิน ผกก.สน.เพชรเกษม
พ.ต.อ.มนตร์ชัย รัตนะวิศ ผกก.สน.แสมดำ
พ.ต.อ.สุทธา กรรณสูต ผกก.สน.หนองแขม

บก.น.4 บก.น.5 และบก.น.6 มีการเสนอย้ายทุกตำแหน่ง
พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก
พ.ต.อ.วัทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง
พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย
พ.ต.อ.อภิวิชญ์ ภัทรกุล ผกก.สน.บึงกุ่ม
พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน
พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ
พ.ต.อ.สมพร กฤษณพิพัฒน์ ผกก.สน.อุดมสุข

บก.น. 5
พ.ต.อ.จีรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สน.คลองตัน
พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ
พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุวรรณ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ
พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผกก.สน.ท่าเรือ
พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.บางนา
พ.ต.อ.อดิศร เสมสวัสดิ์ ผกก.สน.บางโพงพาง
พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.พระโขนง
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี
พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร

บก.น.6
พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน
พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตน์ ผกก.สน.จักรวรรดิ
พ.ต.อ.รัชพล บุญนาค ผกก.สน.บางรัก
พ.ต.อ.สรรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.พระราชวัง
พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สน.พลับพลาไชย 1
พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2
พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.สำราญราษฎร์
พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา

สำหรับรายชื่อที่ได้รับการยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก. 16 คน ได้แก่
พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.ดุสิต
พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง
พ.ต.อ.บันลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.สน.ห้วยขวาง มีแรงหนุนจาก พล.ต.อ.อัยยรัช เวสสะโกศล อดีต รอง อ.ตร.นายของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.
พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สุทธิสาร
พ.ต.อ.สมบัติ หงษ์ทอง ผกก.สน.โคกคราม
พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง
พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.คันนาวา สายตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.
พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม
พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ภาษีเจริญ
พ.ต.อ.ณรงค์ ถัดทะพงษ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู
พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.หลักสอง สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า
พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ฉลองกรุง
พ.ต.อ.สุปัฎน์ จรจันทึก ผกก.สน.ลำหิน
พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สน.ลำผักชี
พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.สน.สุวินทวงศ์

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ที่รับผิดชอบคำสั่งโยกย้ายของ บช.น. จะต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้รอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ผกก.บางคนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในตำแหน่งช่วงที่มีการติดตั้งป้ายไว้ก่อนแล้วเป็นเรื่องของ ผบช.น.ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเสนอรายชื่อโยกย้าย เชื่อว่า ผบช.น.จะทำอย่างรอบคอบไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นผู้ที่เป็นคณะกรรมการต้องรับผิดชอบ เพราะนโยบายของ ผบ.ตร.ต้องการให้การแต่งตั้งมีความโปร่งใส เป็นธรรม เท่าเทียม ไม่ให้กลั่นแกล้ง เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานในแต่ละพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.ได้มีคำสั่งให้ทุก บก.สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีป้ายไฟโฆษณาที่ติดอยู่ตามป้อมจราจรทั่วกรุงเทพมหานครที่ไม่ได้ขอติดตั้งตามกฎหมาย แยกเป็นป้ายแบบจอแอลอีดีตั้งข้างป้อมจราจรและป้ายโฆษณาที่อยู่บนป้อมจราจร โดยให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเร่งสรุปผลการสืบสวนสอบสวนให้ทันคำสั่งโยกย้าย รอง ผบก.และ ผกก.ในเดือน ม.ค.

โดยมีการเสนอขออนุมัติหลักเกณฑ์เพื่อย้าย ผกก.หัวหน้าสถานี 67 โรงพักที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเพื่อใช้เป็นเหตุผลโยกย้ายพ้นตำแหน่ง โดยมีการเสนอชื่อ ผกก.ใน บช.ภ.3 และ บช.ภ.4 เข้ามาลงในตำแหน่งพื้นที่ทำเลทอง

ส่วนใหญ่เป็นคนสนิทของ ผบก.น.2 ผบก.น.6 และ ผบก.ศสส.บช.น. ทีมงานคนสนิทของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ทำให้ตำรวจ บช.น.ได้รับความเดือดร้อนที่ถูกอ้างเรื่องป้ายไฟโฆษณาโยกย้ายสลับ รอง ผบก.ยัน สว.กว่า 200 ตำแหน่ง เปิดตำแหน่งเอาคนนอกหน่วยในสายลงในพื้นที่ทำเลทอง

และมีรายงานว่า ผกก.ที่อยู่ในข่ายต้องโดนเด้งนอกหน่วยได้มีการรวมตัวเพื่อยืนหนังสือขอความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการ ก.ตร. เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งโยกย้ายของ บช.น.
Read more ...

ผบ.ตร.ยืนยันไม่ยุ่งเกี่ยวแต่งตั้งนายตำรวจประจำปี

4/1/58
โดยไทยพีบีเอส เมื่อ 4 ม.ค.2557

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันไม่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสนอแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตรประจำปี พร้อมให้ผู้บัญชาการแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาโดยเชื่อว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งในการแต่งตั้ง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวระหว่างการเข้าตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลตำรวจถึงเรื่องการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตรว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บัญชาการแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาตามกฎของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยเชื่อว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งในเรื่องนี้ ทั้งนี้ผู้เสียหายมีสิทธิ์ไปฟ้องร้องศาลปกครองได้

ส่วนกรณีมีนายตำรวจร้องเรียนให้ทบทวนการโยกย้ายจากกรณีป้ายไฟโฆษณาที่ติดตามป้อมจราจรทั่วกรุงเทพมหานครนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่ายินดีที่รับเรื่องและส่งหนังสือไปยังต้นสังกัด แต่หากผลสอบสวนออกมาว่ามีความผิดจริงจะต้องยอมรับคำตัดสิน โดยคณะกรรมการจะให้ความเป็นธรรมกับตำรวจทุกนาย
Read more ...

เกียรติยศตำรวจ

3/1/58
โดยสหบาท นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 3 ม.ค.2558

ในช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนผ่านมา 6-7 ปีนี้ อุดมไปด้วยการใช้เสรีภาพในการชุมนุมกันอย่างกว้างขวาง ปราศจากขอบเขต ไม่คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น

ไม่มีครั้งใดเลยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ถูกใช้เป็นกันชนของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย และไม่มีการชุมนุมครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรอดพ้นจากการถูกประณาม หยามเกียรติ ย่ำยีเกียรติยศศักดิ์ศรี

ลดทอนความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพราะเหตุที่ว่าการทำหน้าที่ตำรวจทำให้เป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีเจตจำนงมุ่งหมายกระทำการอันละเมิดต่อกฎหมาย

ไม่สำเร็จผลได้โดยง่าย หากสังคมยังเชื่อมั่นการบังคับใช้กฎหมายในหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทราบและตระหนักดีถึงความมุ่งหมาย ได้ใช้ความพยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น เสียสละ อยู่ในกรอบของกฎหมาย แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีบททดสอบที่หนักหนาสาหัส

ทำให้ตำรวจรู้สึกว้าเหว่ หดหู่ และท้อแท้อยู่บ้าง...

แต่ด้วยตระหนักในภารกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ตลอดจนเกียรติยศและศักดิ์ศรีที่เหล่าบรรพชนตำรวจได้สร้างไว้ จึงยังคงมุ่งหน้าทำหน้าที่รักษากฎกติกาของสังคมอยู่ต่อไป

ตำรวจตระหนักดีว่า หากปราศจากการทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประเทศไทยย่อมไม่แตกต่างไปจากประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีขื่อไม่มีแป

ประสบการณ์ควบคุมฝูงชนในห้วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เป็นบทเรียนบทแล้วบทเล่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมิได้หลงไปกับเกมอำนาจเหล่านั้น ไม่ทำร้าย กลั่นแกล้ง เข่นฆ่าตำรวจด้วยกัน

เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะมีบททดสอบใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะผ่านบททดสอบเหล่านั้นไปได้

ยึดมั่นในอุดมคติตำรวจที่ว่า “...เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณา ปรานีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ...” และเชื่อมั่นในคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

แต่ปัจจุบันตำรวจนครบาลกำลังระส่ำระสายกับคำสั่งโยกย้าย รอง ผบก.ยัน สว. อีกมากต้องโยกย้ายพ้นจากหน่วยที่อยู่มาทั้งชีวิต

ในความผิดเรื่อง “ป้ายจราจร” เปิดทางขยับตำรวจภูธรเข้าพื้นที่ บช.น.

เป็นอีกบททดสอบความแข็งแกร่งของตำรวจนครบาลในเรื่อง “คำสั่ง” ของผู้บังคับบัญชา

ไม่เคยคิดว่า ชีวิตตำรวจนครบาลยากลำบากขนาดนี้..
Read more ...

แต่งตั้งยุติธรรม

25/12/57
โดยสหบาท นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 25 ธ.ค.2557

ในอดีตยังไม่เคยเห็นในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจครั้งใดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ก. และ บช.น. จะรู้สึกไม่มีความปลอดภัยต่อการรับราชการในอาชีพตำรวจ

กับคำประกาศส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนับร้อยออกนอกกองบัญชาการต้นสังกัดเดิม

บช.น.มีกระแสข่าวในเรื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ป้ายโฆษณา” ที่ถูกตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงหรืออาจถึงขั้นตั้งกรรมการทางวินัยร้ายแรง ทำให้ตำรวจหลายโรงพักมีตำหนิ เป็นตัวเลือกส่งออกนอกกองบัญชาการ

ทั้งที่เรื่องหรือป้ายดังกล่าวที่มีปัญหา อาจมีมาก่อนที่เขาเหล่านั้น จะมาดำรงตำแหน่งเสียอีก เป็นเรื่องใหญ่ที่หยิบมาเล่นงาน เหมือนในอดีตผู้บังคับบัญชาไม่เคยมีการผิดพลาดในการทำหน้าที่หรือบริสุทธิ์ยุติธรรมทุกคน เหตุใดจึงมีการเร่งรัดดำเนินการในช่วงเวลาคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย มีนัยสำคัญหรือมี “ใบสั่ง” ให้เอาคนมาลงในพื้นที่สำคัญ

อดีตยุคนครบาลที่แข็งแกร่งต่อสู้กับเหล่าอาชญากรในเมืองกรุง ตำรวจลูกหม้อ ผ่านร้อนหนาว ใน บช.น.ยาวนานกว่าจะใหญ่โตได้ต้องสั่งสมประสบการณ์และคุ้นเคยในนครบาลเป็นอย่างดี

ตำรวจนอกหน่วยเข้ามาได้ยากมาก ในระยะหลายปีผ่านมา ปรากฏว่ากฎเกณฑ์ที่เจ้านายเก่าเคยสร้างกฎ กติกา มารยาท ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง นักสืบแท้ๆในเมืองกรุงที่มุ่งมั่น ชำนาญ น้อยมากแทบสูญพันธุ์

สถานภาพ บช.ก.ไม่ได้แตกต่าง มีกระแสข่าวจะเอาตำรวจใน บช.ก.ออกไปจำนวนมากอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันใกล้ชิดกับอดีต ผบช.ก. และอ้างว่าเหลือคนที่ไม่เกี่ยวข้องไว้ทำงานต่อเพื่อสร้างหน่วยใหม่

จึงมีคำถามมากมายว่า ผู้ที่เหลืออยู่บริสุทธิ์ ไม่มีด่างพร้อย ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเคยได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากอดีต ผบช.ก.และทีมงานจริงหรือ...

พวกมดงาน สว. รอง ผกก. ผกก. รอง ผบก.ทั้งหลายที่เอาเขาออกไปจากหน่วย เขาผิดทั้งหมด หรือเพียงเพื่ออ้างจัดเอาคนมาลงในตำแหน่งเท่านั้น

ลองคิดดูว่าวันนั้นอดีต ผบช.ก.สั่งงานให้นโยบาย มีใครไม่ทำหรือไม่สนองนโยบายบ้าง คนสนองนโยบายเป็นนโยบายที่ชอบด้วยกฎหมาย เขาผิดไหมที่ทำตามนโยบายของผู้มีอำนาจ

วันนี้หากผู้บังคับบัญชาทำผิดบ้างเขาที่กำลังทำอย่างตั้งใจนี้จะผิดและรับผลของกรรมด้วยไหม

เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ใน ตร.ต้องตระหนักให้ความสำคัญความวุ่นวายทั้งใน บช.น.และ บช.ก.

ถ้าคิดว่า “ขวัญกำลังใจ” เป็นส่วนสำคัญของงานตำรวจ.
Read more ...

‘จ.หวานเจี๊ยบ’ ป่วนโผ ‘นายพัน’ แต่งตั้ง ‘สว.-รองผบก.’ ส่อข้ามปี

22/12/57
โดย นสพ.ผู้จัดการ เมื่อ 22 ธ.ค.2557

เหตุผลสำคัญที่ทำให้การจัดทำบัญชีแต่งตั้ง ระดับ สารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ประจำปีครั้งนี้ ไม่ทันตามกรอบเวลา และความตั้งใจของ “ผบ.สมยศ” คือ “ตั๋วไม่ลงตัว” ซึ่งเป็นสัจธรรมวงการตำรวจ ที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีนักการเมืองบริหารบ้านเมือง หรือแม้แต่ยุคที่รัฐบาลมาจากทหาร ก็หนีไม่พ้นวัฎจักร วังวนเดิมๆ

ทำไปทำมาปฏิทินแต่งตั้ง "นายพัน" สีกากี ที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน ขีดเส้นวางกรอบไว้ให้การแต่งตั้งระดับ สารวัตร (สว.) –รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ทั่วประเทศ ประจำปี 2557 ต้องเสร็จสิ้นทั้งหมด ภายในกำหนดวันที่ 29 ธ.ค. ก่อนเดดไลท์ที่ขอคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ไว้ ไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ดูท่าอาจจะต้องลุ้นกันตัวโกร่ง และมีแนวโน้มจะต้องยืดยาวออกข้ามปี

ตอนนี้เลยเริ่มมีสูตรการทำบัญชีแต่งตั้ง “นายพัน” แพลมๆออกมาสะพัดแวดวงสีกากี กรณีที่คำสั่งแต่งตั้งไม่ทันตามกำหนดเวลา โดยสูตรแรก คือ สูตรตัดทอนเร่งทำเฉพาะระดับ ผู้กำกับการ (ผกก.) – รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนธ.ค.นี้ และค่อยเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ก.ตร. ขอขยายการแต่งตั้งระดับ สารวัตร(สว.) - รองผู้กำกับการ(รองผกก.) ออกไปหลังปีใหม่

สูตรสอง ใช้สูตรยกยวง คือ ยกยอดการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย “นายพัน” ทั้งหมด ตั้งแต่ระดับ สารวัตร(สว.) – รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ทุกเก้าอี้ ไปทำบัญชีกันต่อหลังปีใหม่ โดยยื่นขอ ก.ตร. กลางอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธ.ค. ขยายเวลาการแต่งตั้ง “นายพัน” ออกไป จนถึงวันที่ 31 ม.ค.2558 อ้างเหตุ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับปฏิบัติในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่อาจจะเกิดผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จำเป็นต้องเลื่อนออกไปให้ผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่ไปก่อน

สูตรสุดท้าย คือ สูตรใส่เกียร์ 5 เร่งทำบัญชีแต่งตั้งทั้งหมดให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาที่วางไว้ ให้ทันวันที่ 29 ธ.ค.นี้ และให้คำสั่งแต่งตั้งมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 5 ม.ค.2558

หากพิจารณาตามกระแสความเคลื่อนไหวในการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “นายพัน” ครั้งนี้แล้ว ต้องบอกว่าสูตรสุดท้าย คือ สูตรใส่เกียร์ 5 เดินหน้าให้จบ เหลือเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ริบหรี่ลงไปทุกนาที

เหตุผลสำคัญที่ทำให้การจัดทำบัญชีแต่งตั้ง ระดับ สารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ประจำปีครั้งนี้ ไม่ทันตามกรอบเวลา และความตั้งใจของ “ผบ.สมยศ” คือ “ตั๋วไม่ลงตัว” ซึ่งเป็นสัจธรรมวงการตำรวจ ที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีนักการเมืองบริหารบ้านเมือง หรือแม้แต่ยุคที่รัฐบาลมาจากทหาร ก็หนีไม่พ้นวัฎจักร วังวนเดิมๆ

“อำนาจ” เป็นสิ่งที่หอมหวาน ใครได้เสพได้ชิมแล้ว อมโบสถ์ทั้งโบสถ์มายืนยันว่าจะไม่ใช้อำนาจ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎ ตามกติกา โดยเฉพาะวงการ “ตำรวจ” ที่เกี่ยวพันเชื่อมโยงกับผลประโยชน์แล้ว ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีทางเหลือ อยู่ที่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

ยิ่งพฤติกรรมตำรวจที่ฝั่งรากลึกในเรื่องการเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน ต้องใช้การ “วิ่งเต้น” แล้ว มีการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใด ไม่ว่าใหญ่ หรือ เล็ก ในฤดูการแต่งตั้ง หรือ นอกฤดูการแต่งตั้ง ขอให้มีสัญญาณการแต่งตั้งออกมาเถอะ “นักวิ่งสีกากี” เป็นอันต้องสวมรองเท้าเข้าลู่ เข้าเลน ลงสนามทุกครั้ง เพราะที่ตำรวจชอบอ้างกัน

“หากเราไม่วิ่ง คนอื่นก็วิ่งมาเตะเรา” เรียกว่า จะอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อก็ต้อง “วิ่งเต้น” หรือ หากอยากจะโยกย้ายไปอยู่ตำแหน่งอื่นก็ต้อง “วิ่งเต้น” เป็นหลักปฏิบัติที่แวดวงสีกากีต่างรู้ซึ่งอยู่แก่ใจ

การแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “นายพัน” ครั้งนี้ก็เช่นกัน “ตั๋ว”นักวิ่ง กองเป็นภูเขาเลากา พล.ต.อ.สมยศได้สัมผัสความรู้สึก “อึดอัด” เหมือนอย่างที่ ผบ.ตร. คนอื่นๆ เผชิญภาวะ “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” มาแล้ว เพราะ “ตั๋ว” เด็กฝากที่ทุกตั๋วก็สำคัญไปหมด มากกว่า “ตำแหน่ง” ที่จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายเสียอีก

ในยุคนี้ “ตั๋ว” ถูกวางน้ำหนักไว้ 4 สาย คือ สายตรงทำเนียบ สายพี่ใหญ่หรือบิ๊กบราเธอร์ สายน้องชายบิ๊กบราเธอร์ และสายบิ๊กสีกากี

สายตรงทำเนียบ ยุคนี้มีไม่มากนัก เพราะด้วยผู้ที่กุมบังเหียนเคยอยู่ในระบบราชการ รู้ซึ้งถึงหัวอกข้าราชการ ทำให้มีแค่การแนะนำมาเล็กน้อย สายบิ๊กสีกากี นี่แทบไม่ใช่ปัญหา เพราะถูกปลุกปั้นให้ขึ้นมาเป็นใหญ่ รายการตอบแทนบุญคุณคงต้องมีมากกว่าการทำตามใจตัวเอง เช่นเดียวกับสายน้อยชายบิ๊กบราเธอร์ ที่ขอแยกส่ง “ตั๋ว” มาต่างหาก โดยใช้สายสัมพันธ์ครั้งอดีตกับสายบิ๊กสีกากีก็มีแจมเน้นๆมาเฉพาะพวกลูกน้องเก่าๆ เพื่อไม่ให้เสียรางวัด

แต่ที่มีปัญหาหนักสุด และน่าจะเป็นเหตุให้โผ “ปั่นป่วน” จนอาจสะดุดต้องเลื่อนข้ามปี คงเป็นสายพี่ใหญ่บิ๊กบราเธอร์ ซึ่งลำพังตัวพี่ใหญ่ไม่น่าจะสร้างความวุ่นวายมากนัก เพราะไม่ค่อยคุ้นเคยกับแวดวงสีกากีเท่าไหร่ แต่ที่ทำให้เกิดปัญหา คือการใช้บริการ “น้องเลิฟ” ที่แวดวงสีกากีต่างร้อง “ยี้ “ อย่าง “จ.หวานเจี๊ยบ” มาช่วยทำบัญชี เลยเกิดความปั่นป่วนไปทุกกองบัญชาการ

ด้วยสายสัมพันธ์ระหว่าง “จ.หวานเจี๊ยบ” กับ พี่ใหญ่บิ๊กบราเธอร์ ที่แนบแน่น ชนิดพี่เลิฟกับน้องรัก ทำให้ “จ.หวานเจี๊ยบ” สามารถจับมือกับ “นายพลตัวขาว” ที่คอยดูแลเรื่องกำลังพล มหกรรม “จับซ้าย ย้ายขวา” หยิบคนนั่นหยิบคนนี้ก็เกิดขึ้น จนเกิดรายการ “สอดไส้” ยัดรายชื่อส่งไปแต่ละกองบัญชาการ จน “ผู้บัญชาการ” ร้องโอดโอย

ไม่ให้ร้องได้อย่างไร ขนาด ผู้บัญชาการเมืองกรุง ที่ว่าแน่ๆ เป็นหนึ่งในน้องเลิฟ พี่ใหญ่บิ๊กบราเธอร์เหมือนกัน เจอบัญชีที่ส่งรายชื่อ คนจะลงมาเป็น “ผกก.” ถึง 30 ราย พร้อมแนะนำให้เอาคนเก่าออกนอกหน่วยไปอยู่ที่อื่น ถึงกับควันออกหู สวนสัตว์ออกมาวิ่งกันชุดใหญ่

ถึงขนาดพี่ใหญ่บ้านบิ๊กบราเธอร์ ต้องเรียก “จ.หวานเจี๊ยบ” กับ “นายพลตัวขาว” ไปถามไถ่และให้ไปเคลียร์ใจกับ “ผู้บัญชาการเมืองกรุง” กำชับกำชา อย่าให้มีปัญหาเกิดขึ้น

เจอแบบนี้เข้าไป โผ “นายพัน” ที่ “ผบ.สมยศ” หมายมั่นปั่นมือ จะทำให้สวยๆ สร้างชื่อเป็นเกียรติประวัติ ครั้งหนึ่งทำบัญชีแต่งตั้งจบเสร็จสิ้นตามกำหนด ไม่ต้องยืดเยื้อยาวนาน คงได้แค่ฝันซะแล้ว.
Read more ...

"ประวุฒิ" ยันล้างบาง บช.ก.ก๊วน"พงศ์พัฒน์"ฟันซ้ำทางวินัย

16/12/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 16 ธ.ค.2557

โฆษกสตช. ยันจำเป็นต้องโยกย้ายตร.ในบช.ก. ที่เกี่ยวข้องกับก๊วน"พงศ์พัฒน์" ออกนอกหน่วยทั้งหมด แม้ทางคดีจะสาวไปไม่ถึงแต่มีข้อมูลที่สามารถดำเนินการทางปกครองได้ ยอมรับ"รองเต่า-ทรงพล" มีการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน จึงถูกออกหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงิน คาดยังกบกานอบู่ในไทย

วันนี้(16 ธ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการโยกย้ายล้างบางนายตำรวจภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) กว่า 200 นาย ว่าถือป็นเรื่องปกติของการย้ายประจำปีของในทุกกองบัญชาการ โดยเฉพาะหน่วยกำลังทั้งนครบาลและภูธร จะมีการโยกย้ายเข้า-ออก สลับกันพอสมควรอยู่แล้ว เนื่องจากว่าบางคนอาจครบกำหนดวาระในการปฎิบัติหน้าที่จึงต้องหมุนเวียนหน่วยงานกันไป รวมถึงบางคนก็ขอย้ายกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม ซึ่งเป็นการย้ายข้ามกองบัญชาการ โดยการโยกย้ายของบช.ก. ที่มีจำนวนมากในช่วงปีนี้เพราะมีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องอยู่ในขบวนการของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีจำนวนมากกว่าปกติ แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงปฎิบัติหน้าที่กันตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับนายตำรวจผู้ที่คาดว่าจะถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยใน 10 เปอร์เซ็นต์ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตผบช.ก.โดยตรงใช่หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า นายตำรวจใน 10 เปอร์เซ็นต์ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกันอาจจะเป็นลักษณะการมีข้อมูลว่ารู้เห็น หรืออาจมีข้อมูลว่าอยู่ในกลุ่ม แต่ว่าหลักฐานทางคดีไปไม่ถึง มีเพียงข้อมูลที่สามารถดำเนินการทางปกครองได้ แต่อาจจะไม่ถึงขั้นดำเนินการทางวินัยร้ายแรงหรือทางคดีได้

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. มีหมายจับเพิ่ม 2 คน คือ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผกก.6 บก.ป. ซึ่งเป็นตำรวจมือสืบสวนคนสนิทของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และนายทรงพล ทองสิน คนขับรถของ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผบช.ก. ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม คาดว่ายังกบดานอยู่ภายในประเทศไทย ในส่วนของจเรตำรวจที่เรียกสอบเรื่องวินัย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขณะนี้ได้ผลสรุปแล้วเหลือเพียงรอการเสนอเรื่องขึ้นมาเท่านั้น

ส่วนกรณี พ.ต.อ.เด่นชัย บุตรโพธิ์ศรี นักบิน (สบ 5) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ที่มีการปลอมคำสั่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เป็นชุดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ด้านการปราบปรามอบายมุข การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว เข้าตรวจสถานบริการย่านรัชดาภิเษกนั้น โฆษกตร. กล่าวว่า ขณะนี้มีการออกหมายจับแล้ว ทางเจ้าหน้าที่กำลังติดต่ออยู่ แต่ยังไม่ได้เข้ามารายงานตัว ส่วนการตรวจสอบยังตรวจสอบไม่พบว่ามีประวัติการกระทำแบบนี้อีกหรือไม่ เท่าที่พบการกระทำแบบนี้มีเพียงครั้งเดียว คือครั้งนี้เท่านั้น
Read more ...

แต่งตั้งตำรวจวงจรอุบาทว์เหมือนเดิมทุกปี

15/12/57
เมื่อ 15 ธ.ค.2557

"อดีตบิ๊กสีกากี"เผยแต่งตั้ง ตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึง สว. เลวร้ายมีแทรกแซงหนักกว่าทุกยุค โยกเครือข่ายอดีตบิ๊ก ผช.ก.และในสังกัด บช.น. ออกนอกหน่วยกว่า 200 นาย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)วันที่ 15 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากได้มีการจับกุม พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก.พร้อมข้าราชการตำรวจเครือข่ายอีกอีกจำนวนหนึ่งนั้น ทำให้มีตำแหน่งว่างในสังกัด บชก. ว่างเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายตำแหน่ง

ดังนั้นทำให้ข้าราชการตำรวจใน บชก.ที่จะได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้นไม่ครบหลักเกณฑ์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีรายงานว่าในการแต่งตั้งระดับ รอง ผบก.ถึง สว.ในสังกัด บชก.และ บช.น.ในครั้งนี้นั้นทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธาน ก.ตร. ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ มีนโยบายการปรับโยกตำรวจที่เชื่อว่าเป็นเครื่อข่าย พล.ต.ท.พงพัฒน์ ออกนอกหน่วยพร้อมทั้งยังกำชับไม่ให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สังกัดใน บช.น. บช.ส. บช.ภ.1,2,7และจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เป็นเวลา 2 ปี

โดยรายชื่อที่เชื่อว่าเป็นเครือข่ายของพล.ต.ท.พงพัฒน์ ได้ส่งให้กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.แล้ว ทางพล.ต.อ.สมยศก็ได้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง สกพ.และให้ทาง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.รับไปจัดทำบัญชีตาม นโยบายของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีรายงานว่ามีรายชื่อนายตำรวจที่มีชื่อออกจากหน่วย บช.ก.และบช.น.มีจำนวนถึง 262 นาย แยกระดับ รอง ผบก.จำนวน 24 นายระดับ ผกก.จำนวน 52 นาย ระดับ รอง ผกก.จำนวน 85 นาย และระดับ สว.จำนวน 102 นาย รวมแล้ว 262 นาย ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ รรท.ผบช.ก.ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0026.112/9169 ถึง ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่า เพื่อสอบถามว่ามีข้าราชการตำรวจในระดับ รอง ผบก. ถึง สว.รายที่ใดประสงค์จะไปดำรงตำแหน่งในสังกัด บช.ก.หรือไม่ หากมีให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวทำหนังสือสมัครใจตามแบบฟอร์มพร้อมแนบประวัติการรับราชการ(กพ.7)ส่งไปยัง บชก.ภายในวันที่ 15 ธ.ค.(วันนี้)

ทั้งนี้ยังรายงานข่าวอีกว่าในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงระดับ สว.วาระประจำปี พ.ศ. 2557 นั้นทุก บช.จะต้องจัดทำบัญชีคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ส่วนผู้ที่ดำรงตำแหน่งไม่ถึง 2 ปีนั้นจะมีการส่งชื่อขอยกเว้นในวันที่ 17 ธ.ค.แล้วส่งรายชื่อ ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ดำรงในตำแหน่งที่สูงขึ้น ระดับ รอง ผบก.กับ ผกก.เข้าวาระ ก.ตร. เพื่อ ขอมติเห็นชอบในการประชุม ก.ตร.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานฯในวันที่ 24 ธันวาคม สำหรับหน่วยขึ้นตรง และทุก บช. ผบ.ตร.และ ผบช.จะลงนามคำสั่งแต่งตั้งในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ และมีผลในวันที่ 5. มกราคม 2558 ปีหน้า

มีรายงานว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงระดับ สว. วาระประจำปี พ.ศ.2557 นั้นได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในหมู่ข้าราชการตำรวจทุกระดับโดยเฉพาะ"แหล่งข่าวระดับสูง"อดีตข้าราชการตำรวจระดับพลตำรวจเอกที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น ก.ตร. กล่าวว่า ในขณะนี้มีการกันแชร์ข้อมูลกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ควิพากษ์วิจารย์กันอย่างหนักถึง การแต่งตั้งในยุคนี้ที่ว่าจากที่เคยคาดหวังใว้ว่า องค์ตำรวจปลอดจากการเมืองแล้วจะมีเอกภาพในการแต่งตั้งมากขึ้นนั้น 

แต่กลับมีข่าวจากบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาในอดีตนั้นได้ส่งข้อมูลให้กับตนว่า การแต่งตั้งครั้งนี้หนักกว่าทุกยุคที่ผ่านมา และ หนักกว่าในยุคที่เคยมีการเมืองมาแทรกแซงเสียอีก ซึ่งในเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ต้องมีสายสัมพันธ์แล้วได้รับการสนับสนุนกับนายทหารระดับใหญ่ในเหล่าทัพ หรือไม่ก็ต้อง ที่มีคอนเน็คชั่นกับสมาชิก คสช.

แถมทั้งยังได้ข้อมูลมาว่า มีการปักธงในการแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นทุกระดับในครั้งนี้ ถึง 60 ตำแหน่งที่.โดยที่ ผบช.และผบ.ตร.ไม่มีสิทธิ์พิจารณาเองและเปลียนแปลงได้ แม้แต่ ผบ.ตร. และ ผบช.จะสามารถพิจารณาแต่งตั้งได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นเท่านั้น

ตนก็มองว่าถ้าข้อมูลดังกล่าวจริง ก็ถือได้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคนี้หมดศักดิ์ศรี ล้มเหลวและเลวร้ายมาก ในยุคก่อนๆที่ยังมีแบ่งโควต้ากันเป็นสัดส่วนกันทุกฝ่ายเพื่อให้การบริหารองค์กรให้เดินหน้าไปได้ แต่ถ้าหากผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งลูกน้องตัวที่ใช้ให้เขาทำงาน ไม่ได้ มันก็จบแล้ว จะมาคิดที่จะมาปฎิรูปองค์กรตำรวจ เพียงแค่เริ่มแต่งตั้งก็เห็นได้แล้วว่ามีการแทรกแซง เรื่องคิดที่จะไปปฎิรูปตำรวจเลิกคิดไปได้เลย ทุกรัฐบาลที่เข้ามาคิดแค่จะปฏิรูปตำรวจ 

แต่เรื่องการสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้ง และงบประมาณของข้าราชการตำรวจที่เมื่อเทียบหน้างานกับหน่วยงานอื่นแล้วมันน้อยเทียบกันไม่ได้เลย แต่ตนเองเกษียณราชการแล้วได้เพียงแค่เฝ้ามองน้องๆรุ่นหลังอย่างหดหู่ และขอฝากสื่อไปยังท่าน พล.เอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีช่วยตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวดูว่าจริงหรือไม่.? หากจริงก็จะได้หาทางแก้ไขเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเสมอต้นเสมอปลายจะได้มีโอกาสเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแหล่งข่าวระดับสูงอดีต ก.ตร. หลายสมัยกล่าว
Read more ...

“ฐิติราช” ยึดเก้าอี้ “ผบช.ก.” เตรียมประเดิม “รักษาการ”

15/12/57
โดย สน.พระอาทิตย์ นสพ.ผู้จัดการ เมื่อ 14 ธ.ค.2557

น่าจะมีความชัดเจนเกือบ 80-90% แล้ว สำหรับชื่อผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” หรือ “ผบช.ก.” ซึ่งว่างลง หลังจาก “บิ๊กกิ๊ก” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ตกเป็นผู้ต้องหาคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ เรียกรับผลประโยชน์ส่วยน้ำมันเถื่อน และซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการ

แม้ “พล.ต.อ.สมยศ” ยังไม่ได้กำหนดฤกษ์งามยามดีในการแต่งตั้งโยกย้าย “นายพล” นอกฤดู และอยู่ระหว่างห้วงเวลาการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “นายพัน” ตำแหน่ง สารวัตร (สว.)-รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ทั่วประเทศประจำปี 2557 ซึ่งถูกขีดเส้นใต้ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557

แต่ชื่อผู้ที่จะนั่งเก้าอี้ “ผบช.ก.” คนใหม่ก็ถูกตีตราจองเรียบร้อยแล้ว

“บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) คือชื่อตำรวจที่จะก้าวขึ้นมากุมบังเหียน “ตำรวจสอบสวนกลาง” คนใหม่!

“สอบสวนกลาง” ในยุคที่มีคาดว่าจะมีการล้างบางตำรวจเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กว่า 200 ราย พ้นจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบังคับการตํารวจทางหลวง (บก.ทล.) กองบังคับการตํารวจรถไฟ (บก.รฟ.) กองบังคับการตํารวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) กองบังคับการตํารวจน้ำ (บก.รน.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ทส.)

กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการอำนวยการ (บก.อก.)

ชื่อ “พล.ต.ต.ฐิติราช” ไม่ใช่ “ม้ามืด” หรือชื่อโนเนมที่อยู่นอกโผตัวเต็งที่มีโอกาสก้าวเข้ามากุมบังเหียน “ผบช.ก.” แต่เป็นคนหนึ่งที่ซุ่มเงียบรอเข้ามาสวมเก้าอี้เจ้าพ่อ บช.ก.อย่างมั่นใจในแรงหนุนตลอดมา

แม้ช่วงที่ผ่านมากระแสเต็ง 1 จะถูกจับตาไปที่ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เนื่องจากได้แรงสนับสนุนจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.อ.สมยศ เพราะเคยคลุกคลีอยู่ใน “สอบสวนกลาง” มานาน ทำให้เข้าใจการทำงานของ บช.ก. ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะหน้าที่

แต่พอ พล.ต.อ.สมยศ มีคำสั่งให้ตำรวจ 4 นาย ไปรักษาการตำแหน่ง แทนตำรวจที่อยู่ในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีชื่อ “บิ๊กก้อง” พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ทท. น้องภรรยา “บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช ไปนั่งเก้าอี้รักษาการ ผกก.1 ป. หรือผู้กำกับกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นตำแหน่งไม่ธรรมดา หากไม่แข็งจริงคงไม่ได้มานั่งเก้าอี้รักษาการ เพราะขนาด พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.8 รน. หลานชายพล.ต.อ.สมยศ ยังขยับมานั่งได้แค่รักษาการ ผกก.5 บก.ทท.แทน ทั้งๆ ที่ พ.ต.อ.ภูมินทร์ก็เคยอยู่กองปราบปรามมาก่อน กระแส “บิ๊กหมู” เลยแรงขึ้นเบียด “บิ๊กปู” อย่างสูสี

กระทั่งแม่ทัพใหญ่สีกากีซึ่งควงทีมงานอย่าง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาการ ผบช.ก.เดินทางไปราชการที่ประเทศอังกฤษ และเดินทางกลับจากอังกฤษมาถึงประเทศไทยเร็วกว่ากำหนดเดิม 2 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวที่เด่นชัดขึ้นมาตามลำดับว่ามี พล.ต.อ.สมยศ ได้รับสัญญาณการสนับสนุน “พล.ต.ต.ฐิติราช” ระดับซูเปอร์เพาเวอร์ ให้แปะชื่อขยับขึ้นเป็น “ผบช.ก.” คนใหม่

ทุกอย่างเลยลงล็อก รวมทั้งทำให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ยังคงปักหลักในตำแหน่ง ผบช.น.ต่อไป

อย่างไรก็ดี ความชัดเจนเหลืออีกไม่มากในการก้าวขึ้นเป็น “ผบช.ก.” ของ พล.ต.ต.ฐิติราช แค่เพียงรอให้ พล.ต.อ.สมยศ ประสานงานไปยังคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง “บิ๊กหมู” ตามระเบียบขั้นตอน โดยคาดว่าน่าจะต้องรอหลังจากบัญชีแต่งตั้งระดับ “นายพัน” ที่จะเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2557 ไปก่อน ซึ่งคงทำในคราวเดียวกับการแต่งตั้ง “นายพลนอกฤดู” ร่วมกับการแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งว่างจากผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเออร์ลีรีไทร์

แม้ขั้นตอนการเข้ากุมบังเหียนสอบสวนกลางของ พล.ต.ต.ฐิติราช อาจจะต้องรอขั้นตอนและรอเวลาอีกพักใหญ่ แต่ก็ว่ากันว่าการเข้าปฏิบัติหน้าที่ “บิ๊กหมู” น่าจะไม่ต้องรอนาน เพราะแว่วๆ ว่าภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า พล.ต.อ.สมยศน่าจะสะบัดปากกาเซ็นคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.ต.ฐิติราช ทำหน้าที่รักษาการ ผบช.ก.แทน พล.ต.ท.ประวุฒิ ที่ “รักษาการ ผบช.ก.” อยู่ในขณะนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะแตะไม้ส่งมือระหว่าง พล.ต.ท.ประวุฒิกับ พล.ต.ต.ฐิริราช จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “สว.-รอง ผบก.” ในส่วนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเสร็จสิ้น ตามสัญญาใจที่ตกลงให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ดำเนินการจัดโผแต่งตั้ง ส่วน พล.ต.ต.ฐิติราชจะเป็นผู้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งระดับนายพันซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 มกราคม 2558 เท่านั้น ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้น สมประโยชน์กันทุกฝ่าย
Read more ...

ไม่ต้องเก่งขอเพียงกล้า ไม่แค่พูดดีขอให้จริงใจ

13/12/57
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน เมื่อ 13 ธ.ค.2557

ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -การแต่งตั้ง โยกย้ายตำรวจระดับ พ.ต.อ.-พ.ต.ต. หรือระดับรองผบก.ไปจนถึงสารวัตร ในปีนี้ แม้จะมีกระแสข่าวว่ายังมีการวิ่งเต้นอยู่บ้างแต่ไม่ค่อยอึกทึกครึกโครมนัก

อาจเป็นเพราะว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ และบรรดาสปอนเซอร์ต่างพากันปวดหัวตัวร้อน ไม่สบายกันเป็นแถวจึงอยากยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีข่าวทำนองนี้เข้าหู แต่มิได้หมายความว่า มันจะไม่มีนะเพราะของแบบนี้วงการตำรวจขึ้นชื่อลือชามานานแล้ว

ขนาดชั้นประทวนย้ายออกนอกหน่วย หรือไปนั่งเก้าอี้ใกล้กับผลประโยชน์ เช่น ตามด่าน ตม. หรือสายตรวจทางหลวง เห็นว่าต้องจ่ายกันเรือนแสน ประสาอะไรกับพวกนายพัน นายพล ถ้าเป็น “ยุคทอง”ว่ากันตั้งแต่หลักล้าน ยันหลายสิบล้าน

ไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่ง ผบ.ตร.

ข่าวซุบซิบ ข่าวโมเม ก็พูดกันให้เสียผู้เสียคนโดยตีราคาไว้ที่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เชื่อไม่เชื่อ จริงไม่จริง แต่มีคนพูดและมีคนเชื่อแน่ๆ แต่ของอย่างนี้ มันหาใบเสร็จมาแสดงไม่ได้ เขียนไปเรื่อยเปื่อยเกรงจะถูกฟ้องเสียเปล่าๆ แต่ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่คนปากยื่นปากยาว หรือคนมีปาก ก็พูดกันไป

แต่อันนี้ไม่ได้พูดเอง แต่หยิบเอาช่วงคืนความสุข ทุกวันศุกร์ของ “ลุงตู่”มาวิพากษ์วิจารณ์กันต่อ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกถึงสาเหตุของความล้มเหลวของสังคมไทยในห้วงที่ผ่านมาว่า เกิดจากปัจจัย 3 ประการ คือ การทุจริต การเล่นพรรคเล่นพวก และขาดวิสัยทัศน์ ไม่จริงใจในการบริหารประเทศ

ขอผ่านข้ออื่นๆไป แต่จะหยิบประเด็นเล่นพรรคเล่นพวกจนถึงขั้นขาดธรรรมาภิบาลนั้น ไม่ทราบว่าข้อนี้ จะเข้าหูของบิ๊กตำรวจทั้งหลายกันหรือไม่

โดยเฉพาะ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. อยากให้ฟังคำเตือนจาก ลุงตู่ ให้มากๆ และเพลาๆ ลงบ้างกับการเล่นพรรคเล่นพวก เอาพี่เอาน้อง เอาลูก เอาหลาน

เล่นพรรคเล่นพวก ก็ถือว่าขาดธรรมาภิบาลแล้ว แต่นี่แต่งตั้งลูกหลาน พี่น้องนามสกุลเดียวกัน ท่านไม่รู้สึกขัดเขินอะไรเลยหรือ

เรื่องเล่นพวก ขอให้ดูบรรดานักเรียนนายร้อยรุ่น 31 หันไปทางไหน ไม่ว่าจะเป็นระดับ รอง ผบ.ตร. ผบช. หรือ ผบก. ต้อง นรต.31 แล้วอีกพวกหนึ่งคือ นรต.36 มาแรงไม่แพ้กัน เรียกว่าทั้ง 2 รุ่นนี้ คือพิมพ์นิยม กระจายอำนาจ กระจายผลประโยชน์กันทั่วถึงทั้งประเทศ

อำนาจก็คือประโยชน์ แม้จะอ้างว่าตอนนี้คือ ยุคปลอดส่วย เป็นยุคปฏิรูป มีแต่คนดี...มีคำถามว่า ถ้าดีจริงทำไมท่านถึงเล่นพรรค เล่นพวกล่ะ หรือว่าพ้นไปจากนี้ไว้ใจใครไม่ได้

ตัวอย่างที่ชัดมากคือการสนับสนุนให้

พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. รักษาการณ์ ผกก.5 ป.  

ว่ากันว่า ใช้เวลาเป็นตำรวจเพียง 14 ปี จากผู้หมวด วันนี้กลายเป็น “ผู้กำกับ”ไปแล้วแถมมีอำนาจราชศักดิ์นั่งเก้าอี้แต่ละตัวเบิ้มๆทั้งนั้น ถ้าใครไม่รู้จักนายตำรวจหนุ่ม หลานชายแท้ๆ ของท่าน ผบ.อ๊อด ก็ขอให้สังเกตดูคนรูปหล่อที่ยืนประกบ ผบ.ตร.นั่นแหละ ตอนนี้ท่าน ผกก.ภูมินทร์ ให้ความสำคัญกับการอารักขาเจ้านายตัวเองอย่างเต็มอัตราศึก

นอกจากเป็น ผกก. 2 หน่วยงานแล้ว ยังเป็นรปภ.ประจำตัว เวลาไปไหนมาไหนต้องมี จยย.นำ และประกบรวม 3 คัน เก๋งอีก 4-5 คัน พร้อมอาวุธครบมือ (เอาเข้าไป)

ยังไม่รวมนายตำรวจคนอื่นๆ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนหน้าแล้ว...ท่าน ผบ.ตร. คิดว่าท่านมีเหตุผลอะไร มีความจำเป็นอะไร และอยากถามท่านว่า ท่านเห็นด้วยกับแนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรี หรือเปล่า

ถ้าเห็นด้วย บัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.-พ.ต.ต. เที่ยวนี้ คงจะไม่มีคนนามสกุลเดียวกับท่าน ได้นั่งเบิ้ลเก้าอี้ใหญ่ๆ หรือเติบโตแบบรวดเร็ว ผิดหูผิดตา เพราะถ้าอย่างนั้นท่านคงไม่เห็นด้วยกันวิธีคิดของพล.อ.ประยุทธ์

หรืออาจจะแย้งว่า แล้วทีลุงตู่ สนับสนุน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ล่ะ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือเปล่า...

ตรงนี้แม้จะตอบยาก แต่ถ้ามองในแง่บวกก็ขอให้คิดเสียว่าไว้เพื่อป้องกันหลังให้กับลุงตู่ ตอน “ขาลง” เพราะเหตุผลของการยึดอำนาจลุงบอกทุกวัน นั่งยันยืนยันว่า ทำเพื่อชาติ เหนื่อยจะตาย ให้กำลังใจกันหน่อย ..!!??

เอาเถอะ...แว่บเข้ามานิดเดียว หวังว่าคงไม่ชักใบให้เรือเสีย...ดังนั้น ถ้าคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จะศักดิ์สิทธิ์ บรรดาลิ่วล้อลูกสมุนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หรืออย่าทำอะไรที่มันประเจิดประเจ้อจนเกินไป

เขียนทีเล่นทีจริงแกมประชดอย่างนี้ แต่ขอแนะว่า ท่านอย่าดูถูกประชาชน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-หัวหน้า คสช. หรือใครหน้าไหน..คำพูดกับการกระทำมันไม่สามารถปกปิด “ธาตุแท้” ของพวกท่านไปได้ และประชาชนคนไทยมิได้กินแกลบกินรำ

ยุคก่อนล้มเหลวเพราะขาดธรรมาภิบาล ชอบเล่นพรรคเล่นพวก...ถามว่ายุคนี้ล่ะ ไม่เล่นพวก แต่เล่นรุ่น เล่นน้อง เล่นหลาน ใช่หรือไม่

อันที่จริงสังคมไทยก็เป็นอย่างนี้มายาวนานแล้ว สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมป์ ซึ่งมันไม่ใช่มีแต่เรื่องเลวๆ เรื่องดีๆ ก็มีอยู่เยอะถ้านำไปใช้ในทางสร้างสรรค์...ก็ว่าไปเถิดไม่เห็นใครจะไปตำหนิท่านเพียงแต่ขอให้ทำการใดๆ ด้วยความสุจริตใจ จริงใจ

อย่าเอาเงื่อนไขต่างๆ แบบพวกโลกสวย มาบีบตัวเองจนเสียคน เมื่อทำตามพูดไม่ได้

วงการตำรวจทุกวันนี้ไม่ต้องพูดถึงอนาคต เพราะมีแต่จะตกต่ำลงๆ เรื่องการปฏิรูปคนใน คือตำรวจเองแท้ๆ ที่จะได้รับผลกระทบทั้งขึ้นทั้งล่องไม่เห็นมีใครหน้าไหนออกมาชี้นำสังคม ให้พอมองเห็นทางสว่าง

มีแต่อยากให้ตำรวจเป็นที่รักของประชาชน ในขณะที่ปัญหาของประชาชนที่เกิดจากตำรวจ นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเช่นปัญหาจากโจรผู้ร้าย วันๆ หนึ่งท่านทราบไหมว่า มีคดีบ้านเรือนถูกงัด รถราถูกขโมย เกิดคดีฉกชิงวิ่งราว มากมายขนาดไหน

หนักที่สุดแก้ไม่ตกเสียที ก็คือปัญหายาเสพติด

ประชาชนจึงหวังว่า ถ้าผู้นำตำรวจ มีวิสัยทัศน์ และเปิดใจยอมรับความเป็นจริง การปฏิรูปตำรวจอย่าคิดว่าทำให้ตัวเองเสียอำนาจแต่ต้องคิดว่าประเทศชาติ และประชาชน จะได้ประโยชน์ เพราะเอาเข้าจริงปัญหาของประชาชน ปัญหาของสังคม สุขหรือทุกข์มันจบกันที่ “โรงพัก”ส่วนจะมีกฎ กติกา อย่างไร ก็ว่ากันไป และอย่าลืมย่อลำดับชั้นการบังคับบัญชาให้มันสั้น และกระชับที่สุด

เอากันแค่นี้ก่อน ส่วนจะเดินไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม ก็ว่ากันไป โดยอาจจะตัดอำนาจหน้าที่ยกไปให้หน่วยงานอื่นเลยก็ได้ เพราะงานตำรวจต้องขอย้ำว่า มันจบที่โรงพัก

กำลังพลของตำรวจที่กระจายไปในหลายหน่วย ควรเกลี่ยให้มาเป็นตำรวจท้องที่เพื่อตอบโจทก์ของเนื้องาน

ใช้กำลังพลเกือบ 3 แสนนาย ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ใครทำไม่ได้ ใครทำไม่ไหว ใครไม่สมัครใจทำ ก็ปูนบำเหน็จบำนาญให้ลาออกไป ถ้าไม่พอรับมาใหม่ สร้างเลือดตำรวจใหม่

การปฏิรูปตำรวจไม่ขึ้นอยู่ที่ “ง่าย หรือ ยาก”แต่อยู่ที่ “กล้า”มากกว่าอย่างอื่น ท่าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. มีความกล้าพอไหมล่ะ
Read more ...

สั่งใช้เว็บ "จับคู่ย้าย" ให้ตร.เสนอสลับเก้าอี้ข้ามหน่วย

29/10/57
 
 
 
 
โดยโพสต์ทูเดย์ เมื่อ 28 ต.ค. 2557 เวลา 20:15 น.

คาดปลายพ.ย.ดีเดย์แต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบก.-สว. ผบ.ตร. สั่งใช้เว็บ"จับคู่ย้าย" แชร์ข้อมูลโยกสลับเก้าอี้

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล(รรท.ผบช.สกพ.) ในฐานะ รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำ ให้ตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ถูกใจและเป็นที่รักใคร่ของประชาชนและทำอย่างไรข้าราชการตำรวจจึงจะมีความสุขกับภารกิจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดภาวะ ความเครียด เพิ่มความสุขในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับตำรวจ จึงมอบหมายให้ สำนักงานกำลังพลนำโครงการจับคู่ย้าย มาขับเคลื่อนต่อ โดยโครงการนี้ เปิดตัว เมื่อ 15 ส.ค.2556 โดย พล.ต.อ.สมยศ ริเริ่มดำเนินการทำด้วยตัวเอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งให้ตำรวจที่ต้องการโยกย้ายมาเจอกัน ได้ทำความตกลงกันระหว่างผู้มีความประสงค์ขอแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วย ผ่านช่องทาง เว็บไซต์ www.จับคู่ย้าย.com

รรท.ผบช.สกพ. กล่าวว่า การแต่งตั้งในเวลาปี 56 มีตำรวจซึ่งส่วนใหญ่เป็นรองสารวัตร-ชั้นประทวน ใช้ช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเว็บไซด์จับคู่ย้าย 250 ราย สามารถโยกย้ายสับเปลี่ยนกันได้ประมาณ 100 ราย แม้สัดส่วนที่สำเร็จจะไม่มากนัก แต่ถือว่าเป็นประโยชน์มาก การแต่งตั้งครั้งนี้ผบ.ตร.จึงสั่งการให้นำโครงการนี้มาสานต่อ พัฒนาปรับปรุง นำช่องทาง

เว็บไซด์ www.จับคู่ย้าย.com 

เปิดให้ตำรวจที่ต้องการโลกย้ายมาลงทะเบียนข้อมูลในเว็บไซด์นี้ แล้วสำนักงานกำลังพลจะใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาโยกย้ายตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการ(รองผบก.) ถึงชั้นประทวน ทั้งนี้ตำรวจที่เข้าแจ้งความจำนงค์จับคู่ย้ายหากรายไหนสามารถทำให้ได้ ความประสงค์โยกย้ายสอดคล้องจับคู่กัน ตร.ก็พิจารณาให้ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้การใช้ช่องทางเว็บไซด์นี้เพื่อแสดงความโปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้าย อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว.วาระประจำปี 2557 นี้ ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนพฤศจิกายน และแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม

ด้านพล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รอง ผบช.สกพ.กล่าวว่า ตอนนี้สำนักงานกำลังพลกำลังพัฒนาเว็บไซด์ให้สามารถใส่รายละเอียดข้อมูลได้มากขึ้น คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสมบูรณ์ อยากให้ตำรวจที่ต้องการโยกย้ายเข้าใช้เว็บไซด์นี้ จากนั้น สกพ.จะเข้าไปนำข้อมูลที่ตำรวจแจ้งความประสงค์มาใช้ประกอบการพิจารณาโยกย้าย ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส โดยข้อมูลในเว็บไซต์นี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาเท่านั้น และไม่จำเป็นว่าตำรวจที่ต้องการโยกย้ายทุกคนต้องแจ้งความประสงค์ผ่านเว็บไซต์ แต่ช่องทางนี้จะช่วยให้ตำรวจมองเห็นช่องทางการโยกย้าย ช่วยอำนวยความสะดวกให้เท่านั้น เพื่อเพิ่มความสุขให้แก่ข้าราชการตำรวจ
Read more ...

ตั้ง กก.คุมแต่งตั้งตำรวจ ปาหี่ฟอกขาว

28/10/57
โดย สน.พระอาทิตย์ ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 26 ต.ค.2557

การป่าวประกาศจะแต่งตั้งโยกย้าย โปร่งใส เป็นธรรม ก็ไม่มีความหมาย ตราบใดที่ความเป็นจริงแล้วการแต่งตั้งก็ยังเลือกเฉพาะพวกพ้อง การตั้งกรรมการขึ้นมาก็จะเป็นแค่เพียงการฟอกขาวให้ตัวเองเท่านั้น

การออกคำสั่งแต่งตั้ง 

“คณะทำงานพิจารณามาตรการกำชับผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ” 

ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จะด้วยเหตุผลต้องการควบคุมการแต่งตั้งให้เกิดความเป็นธรรม หรือเพียงต้องการสร้างเกราะป้องกันตัวเอง ไม่ให้ถูกฟ้องร้องจากตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ยังถือว่าจะทำให้ตำรวจที่ไร้เส้น ไร้สาย อุ่นใจมากขึ้น

แม้การแต่งตั้งโยกย้าย “รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) - สารวัตร (สว.)” ประจำปี 2557 จะยังไม่มีสัญญาณจาก “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่ ให้เริ่มทำบัญชีแต่งตั้ง มีแค่เพียงหนังสือแจ้งให้จัดทำบัญชีอาวุโสผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละหน่วยงานจากสำนักงานกำลังพลเท่านั้น

ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ในแวดวงสีกากี ตำรวจระดับนายพันกำลังระส่ำระสายไม่เป็นอันทำงาน โดยเฉพาะตำรวจคนทำงาน แต่ไม่มีสายสัมพันธ์กับขั้วอำนาจใหม่ที่บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.สมยศ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ รอง ผบ.ตร. หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะภาพสะท้อนจากการแต่งตั้งระดับนายพลที่ผ่านมา บ่งชี้ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายที่ตำรวจ ซึ่งมีความใกล้ชิดขั้วอำนาจเก่า จะต้องกระเด็นกระดอนออกจากตำแหน่ง บางรายถูกดันขึ้นไปแขวนในตำแหน่งไม่สำคัญ บางรายถูกโยกเข้ากรุ แต่ตำรวจที่มาแทนที่ในตำแหน่งสำคัญๆ ต่างก็ล้วนมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขั้วอำนาจใหม่ หรือมีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงไปถึงคนใดคนหนึ่ง ไม่มีตำรวจ “โนเนมไร้คอก” ขยับเข้ากุมบังเหียนตำแหน่งสำคัญจากผลงานล้วนๆ สักรายเดียว

คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณามาตรการกำชับผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ออกโดย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) อ้างถึงความเห็น ก.ตร. มีข้อสังเกตเรื่องที่อนุกรรมการคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.) ร้องทุกข์ มีมติเยียวยาแก้ไขให้ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งสูงขึ้น หรือสับเปลี่ยนหมุนเวียนแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม

โดย ก.ตร. เห็นว่า การมีมติของ อ.ก.ตร. ร้องทุกข์จะมีผลผูกพันธุ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ ก.ตร. จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.- ผกก. ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 88//2557

พล.ต.อ.เอก แต่งตั้งให้ 

พล.ต.ท.วัฒนา สักกวัตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ดูงานด้านกฎหมายและคดี เป็นประธาน 

คณะทำงาน ประกอบด้วย 

พล.ต.ต.ประสิทธิ เฉลิมวุฒิศักดิ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (รอง ผบช.กมค.), 
ผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่ง, 
ผู้บังคับการกองร้องทุกข์, 
ผู้บังคับการกองวินัย, 
พ.ต.อ.ศิริพล กุศลป์วุฒิ ผู้กำกับการกลุ่มงานกฎหมายกองกฎหมาย, 
พ.ต.ท.ส่งศักดิ์ สาธารลุย สารวัตรกลุ่มงานพิจารณา 1 กองร้องทุกข์ เป็น คณะทำงานและเลขานุการ

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ คือ ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดมาตรการกำชับผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพื่อลดปัญหาการร้องทุกข์ เนื่องจากการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรมและแนวทางในการแก้ไขปัญหา เชิญหน่วยงาน หรือผู้เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมพิจารณา หรือชี้แจงต่อคณะทำงาน ขอข้อมูล เอกสาร ความเห็นจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะทำงาน

อย่างไรก็ดี คำสั่งนี้จะมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทำให้ “ตำรวจไร้เส้น ไร้สาย” อุ่นใจได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจ จริงจัง ของคณะกรรมการทั้งหมด ที่จะต้องต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในการแต่งตั้งให้กับข้าราชการตำรวจน้อยใหญ่ ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้นมา

และที่สำคัญ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องการให้การแต่งตั้งโปร่งใส เป็นธรรม อย่างแท้จริง ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้ เป็นแค่เพียงพิธีกรรมหนึ่ง เฉกเช่นเดียวกับพิธีกรรมอื่นๆ ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองแล้วนั้น

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บริหารกรมปทุมวัน ต้องยึดหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยต้องดูค่าของคนจากประวัติ ผลงาน ความสามารถ

ไม่ใช่ค่าของคนจากคนของข้า

ไม่เช่นนั้นการร้องเรียนเรื่องความเป็นธรรม ความโปร่งใสในการแต่งตั้งตำรวจก็ไม่มีวันเกิดขึ้น ถึงจะตั้งกฎ กติกา ตั้งกรรมการมาควบคุมดูแล หรือป้องกันวิธีการหนึ่งวิธีการใดก็ตาม

เหมือนอย่างกรณีที่ 

พล.ต.อ.สมยศ เซ็นคำสั่งให้ 

พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) ไปรักษาการตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ประสานงานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) และการแต่งตั้ง 

พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา) ไป รักษาการตำแหน่ง ผู้บังคับการประจำสำนักงาน ผบ.ตร.(ทำหน้าที่ประสานงานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) 

ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมอย่างมาก

พล.ต.ต.รอย ได้รับมอบหมายไปทำหน้าที่ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.ประสานงานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) แต่จะทำงานได้เต็มที่แค่ไหน เพราะขณะนี้ พล.ต.ต.รอย เข้ารับการอบรมในหลักสูตร วปอ. เป็นเวลา 1 ปี คำถามจึงเกิดขึ้นว่าแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปประสานงาน เนื่องจากตามปกติการเรียน วปอ. ส่วนใหญ่ก็จะขาดจากตำแหน่งเดิมอยู่แล้ว

เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.สุรเชษฐ ที่ได้รับมอบหมายไปทำหน้าที่ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.ประสานงานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) ก็ถูกต้องคำถามถึงความเหมาะสม เพราะ พ.ต.อ.สุรเชษฐ ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนหลักสูตรผู้การฯเลย

การแต่งตั้งให้ทั้ง 2 นาย ไปทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าตำแหน่งตัวเอง จึงเป็นข้อครหา ข้อสงสัย ที่ พล.ต.อ.สมยศ ต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน ไมใช่เพื่อให้สังคมกระจาง แต่ต้องให้ตำรวจอีกกว่า 2 แสนนาย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา พล.ต.อ.สมยศ เข้าใจ เหตุและผลในการมอบหมายว่าทั้งคู่มีความเหมาะสมเพียงใด และคำถาม ข้อสงสัยจะแก้ต่างอย่างไร

ไม่เช่นนั้นแล้วการป่าวประกาศจะแต่งตั้งโยกย้าย โปร่งใส เป็นธรรม ก็ไม่มีความหาย ตราบใดที่ความเป็นจริงแล้วการแต่งตั้งก็ยังเลือกเฉพาะพวกพ้อง การตั้งกรรมการขึ้นมาก็จะเป็นแค่เพียงการฟอกขาวให้ตัวเองเท่านั้น
Read more ...

สกพ.ออกหนังสือเวียนเตรียมแต่งตั้ง “นว.- ผู้ช่วย นว.”

10/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 9 ต.ค.2557

สำนักงานกำลังพลทำหนังสือเวียนให้ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายเวร - ผู้ช่วยนายเวร ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (9 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009.231/10164 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) และจเรตำรวจ (จตร.) ว่า ด้วยขณะนี้เข้าสู่ห้วงระยะเวลาการดำเนินการคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร (สว.)- ผู้บังคับการ (ผบก.) ในวาระประจำปี 2557 ซึ่ง ตร. จะต้องดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งนายเวร (นว.) และ ผู้ช่วย นว. ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ซึ่งข้าราชการตำรวจดังกล่าวจะต้องทำหน้าที่เลขานุการประจำตัวของผู้บังคับบัญชา และต้องได้รับความไว้วางใจเป็นการเฉพาะตัว

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง นว. และผู้ช่วย นว. ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีความประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่ นว. และผู้ช่วย นว. ให้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง ตร. โดยผ่านสำนักงานกำลังพล (สกพ.) โดยด่วนที่สุด เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป
Read more ...

สั่งทุก บช.ทำบัญชีอาวุโส เตรียมแต่งตั้งระดับ “สว.-รอง ผบก.”

10/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 6 ต.ค.2557

“สกพ.ตร.” ออกหนังสือเวียน ทุก บช. จัดทำบัญชีอาวุโส เตรียมแต่งตั้งระดับ “สว.-รอง ผบก.” คาด ก.ตร. นัดก่อนสิ้นเดือน ต.ค.

วันนี้ (6 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009231/10096 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ถึงระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ว่า ด้วยขณะนี้การดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ขึ้นไป วาระประจำปี 2557 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คงเหลือการดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ดำรงตำแหน่งระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. 2557 ตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ ข้อ 4

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว. ถึง รอง ผบก. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตร. จึงมีบันทึกสั่งการ ลงวันที่ 4 ต.ค. 2557 ให้ทุกหน่วยดำเนินการจัดทำบัญชีลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว. ถึง ผกก. ในสังกัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแล้วประกาศให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดทราบโดยทั่วกัน ภายในวันที่ 10 ต.ค. 2557 โดยแจ้งให้ข้าราชการตำรวจที่เห็นว่าลำดับอาวุโสไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องต่อผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาทบทวนได้ ภายในวันที่ 17 ต.ค. 2557 สำหรับการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในแต่ละระดับ ตำแหน่ง ให้เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ให้พร้อมเพื่อ ตร. จะได้กำหนดห้วงเวลาให้ทุกหน่วยดำเนินการโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 89/2557 ที่ระบุว่า การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.- ผกก. ต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร. โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กลั่นกรองขึ้นมาก่อน จากนั้นให้ทางกองบัญชาการ (บช.) จัดทำบัญชีผู้เหมาะสม ส่งรายชื่อมาให้ สกพ. ก่อนนำเข้าในวาระการประชุม ก.ตร. เพื่อให้มีการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ สกพ.ตร. จะส่งหนังสือเวียนเรื่องการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งฯไปยัง บช. ต่างๆ อีกครั้ง ส่วน ก.ตร. คาดว่า จะมีการนัดประชุมการแต่งตั้งฯให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. นี้
Read more ...

"ประชา" นัดประชุมก.ตร.วันนี้ปมแต่งตั้งสีกากี 56 ตำแหน่ง

23/3/57
โดยเนชั่น เมื่อ 26 ก.พ.2557

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 

พล.ต.อ.ประชา พรมนอก รองนายกรัฐมนตรี และ ประธาน ก.ตร. 

จะเดินทางมาประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 2/2557 ในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระสำคัญ เพื่อพิจารณาคือ 

- วาระ เรื่องหารือปัญหาข้อกฎหมาย กรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการการสืบสวนข้อเท็จจริง ข้าราชการตำรวจของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีต รอง จตร. (สบ.7)ที่ถูก ปปช. ชี้มูลความผิดฯมาตรา 157 

- วาระ พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ร้องทุกข์ กรณีแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม , 

- วาระพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ รองแพทย์ใหญ่ รพ. ตร. ร้องทุกข์กรณีไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น 

- วาระการขอพระทานยศตำรวจเป็นกรณีพิเศษ แก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ และ

- วาระขออนุมัติ ยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย กรณีแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นข้าม บช. และไม่ครบหลักเกณฑ์ในการดำรงตำแหน่ง ในการแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการ(รองผบก.) ถึงสารวัตร(สว.)วาระประจำปี 2556 ซึ่งมี 56 ตำแหน่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า รายชื่อที่นำเข้าพิจารณา ยกเว้นหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ประกอบด้วยการแต่งตั้ง ในตำแหน่งนักบิน และสายงานอากาศยาน มี 

พ.ต.ท.ชิตปกรณ์ โตอดิเทพย์ รอง ผกก.ป.สภ.ลาดหญ้า จว.กาญจนบุรี เป็น นักบิน (สบ.3)กลุ่มการบิน บ.ตร. 

พ.ต.ต.ชัยธัช ไชยสาคร สว.ฝ่ายอำนวย บ.ตร.เป็นนักบิน(สบ.2) กลุ่มการบิน บ.ตร. 

พ.ต.ต.สุทธิชัย วงศ์มณี สว. ฝ่ายอำนวยการเป็น นักบิน(สบ.2)กลุ่มงานการบิน บ.ตร. 

ร.ต.อ.เอก ทองสมัคร นักบิน(สบ.1)กลุ่มงานการบินเป็น สว.ฝ่ายอำนวยการ(ทำหน้าที่วางแผนการบิน) 

ร.ต.อ.ศราวุธ จรรยา นักบิน(สบ.1)กลุ่มงานการบิน บ.ตร.เป็น สว. ฝ่ายอำนวยการ บ.ตร.(ทำหน้าที่นิรภัยการบิน)

การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วย ในสังกัด ศชต.มี 

พ.ต.ท.สุทธิเวท บุญยรัตนกลิน รอง ผกก.3 ป. บช.ก.เป็น ผกก.ซถ.1บก.สส.ศชต. 

พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ ภิญโญ รอง ผกก.สส.บก. น.1 บช.น.เป็น ผกก.ซถ.2 บก.สส.ศชต.

พ.ต.ท.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล รองผกก.7 บก.ทล. เป็น ผกก. สส.2บก.สส.ศชต. 

พ.ต.ท.จุมพล นาคะปักษิณ รอง ผกก.อารักขา 2 บก.อคฝ.บช.น.เป็น ผกก.สภ.จะแนะ จว. นราธิวาส 

พ.ต.ท.อัณณ์นพ อิ่มอุดม สว.กก.5 บก.ปอศ. เป็น รอง ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ศชต. 

พ.ต.ท.จิตรพล เกษรักษ์ สว.กก.บก.ปปป.เป็น รอง ผกก.ป.สภ.เจาะไอร้อง จว.นราธิวาส 

พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ตอประเสริฐ สว.ฝกม.บก.อก.สพฐ.ตร. เป็น รอง ผกก.สส.1บก.สส.ศชต. 

พ.ต.ท.วุฒิชัย ลอนจันทึก สวป.สภ.จตุรัส จว.ชัยภูมิ เป็น รอง ผกก.ฝอ.5บก.อก.ศชต. 

พ.ต.ท.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ สว.กก.สส.1บก.สส.ภ.8 เป็น รอง ผกก.สส.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส 

พ.ต.ท.วัชรวีร์ ธรรมเสมา สว.กก.3 บก.ปคม.เป็น รอง ผกก.สส.สภ.แม่ลาน จว.ปัตตานี 

พ.ต.ท.รัฐชยุตย์ วัชรโกมลมาศ สว.ฝอ.บก.น.4 เป็น รอง ผกก.กปพ.ศชต. 

พ.ต.ท.นันทชัย จารยโพธิ์ สวป.สภ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร เป็น รอง ผกก.สส.2บก.สส.ศชต. 

ร.ต.อ.เร๊าะมัน หะนิแร รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 เป็น สว.อก.สภ.รามัน จ.ยะลา 

ร.ต.อ.สัญชัย กูแหม รอง สว.กก.สส.ภ.จว.กระบี่ เป็น ผบ.ร้อย(สบ.2)ฝปค.ศฝร.ศชต. 

ร.ต.อ.จำเนียร คงใหม่ ผบ.มว.กก.ตชด.43 เป็น สว.กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี 

ร.ต.อ.อมร แก้วนวล รอง สว.สส.สภ.สองหนคร จว.สงขลา เป็น สว.ฝอ.3บก.อก.ศชต.

แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วย ทดแทนการเยียวยามี 

พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุวรรณนิกขะ ผกก.สภ.ท่ายาง จว.เพชรบุรี เป็น รอง ผบก.กต.9 

พ.ต.ท.ศักรินทร์ ตันติภัณฑรักษ์ รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น.เป็น ผกก.ศจบ.บก.อก.จต. 

พ.ต.ท.พอพล อุทัยภพ สว.กก.1บก.สส.สตม. เป็น รอง ผกก.ฝอ.คพ. 

พ.ต.ท.ชัชชัย สำเนียง สว.ด่าน ตม.กาบเชิง บก.ตม.4 เป็น รอง ผกก.ฝ่ายสื่อสิ่งพิมพ์ สท. 

ร.ต.อ.สามารถ เทพมณี รอง สว.ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณฯ เป็น สว.ฝอ.ยธ. 

พ.ต.อ.อนุชา กิติวิภาต ผกก.ฝอ.2บก.อก.สตม.เป็น รอง ผบก.อก.ภ.3 

พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ รอง ผกก.สส.สน.บางกอกน้อย เป็น ผกก.สภ.น้ำโสม จว.อุดรธานี 

พ.ต.ท.เอกพงษ์ พลมณี รอง ผกก.3บก.ป.บช.ก. เป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.บึงกาฬ 

พ.ต.ท.สง่า ทางธรรม สว.อก.สภ.ระเบาะไผ่ จว.ปราจีนบุรี เป็น รอง ผกก.ป.สภ.บ้านเดื่อ จว.หนองคาย 

พ.ต.ท.สมเกียรติ มณีเนตร รอง ผกก.1บก.สส.สตม.เป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.แพร่ 

พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ อินทรพงษ์ รอง ผกก.ป.สน.มีนบุรี เป็น ผกก.กพอ.สพฐ.ตร.

แต่งตั้งดำรงตำแหน่งในสายงานเทคนิคมี
พ.ต.อ.(หญิง)พิรมย์รัตน์ ดอนนนท์ ผกก.ฝ่ายประเมินบุคคล ทพ.เป็น ผกก.ฝตพ.ตส.1 

พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท.(ทำหน้าที่อำนวยการ) เป็น รอง ผบก.ปอท,(ทำหน้าที่ประมวลผล) 

พ.ต.ท.ภีมพจน์ น้อมชอบพิทักษ์ รอง ผกก.ฝ่ายการสื่อสาร4สส.เป็น รอง ผกก.ฝ่ายการสื่อสาร 1 สส.
แต่งตั้งผู้ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมของหน่วยมี
ร.ต.อ.ประวิทย์ แตงอุดม รอง สว.ฝ่ายแต่งตั้ง ทพ.เป็น สว.(ปฎิบัติงาน กอ.รมน.)สกพ. 

ร.ต.อ.(หญิง)นงค์พงา ไหมทอง รอง สว.ฝ่ายประเมินบุคคล ทพ.เป็น สว.ฝอ.ทพ. 

ร.ต.อ.หญิง รัฏฐภรณ์ คุณัชญาศิรัณ รอง สว.ฝ่ายบรรจุ ทพ.เป็น สว.ฝ่ายบรรจุ ทพ. 

ร.ต.อ.ณภัทร มิ่งสำแดง รอง สว.กก.สส.1บก.สส.ภ.7 เป็น สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.7 

ร.ต.อ.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 เป็น สวป.สภ.นครชัยศรี จว.นครปฐม
แต่งตั้งดำรงตำแหน่งในสายงานป้องกันปราบปรามมี 

พ.ต.ท.ชาญยุทธ เวชชศาสตร์ สว.อก.สภ.ลำดวน จว.สุรินทร์ เป็น รอง ผกก.สส.สภ.น้ำยืน จว.อุบลราชธานี 

พ.ต.ต.ชัยพันธ์ นุกุลกิจ สว.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.เป็น สว.ฝ่ายตรวจสอบพฤติการณ์บุคคล บก.อก.บช.ส. 

พ.ต.ท.ธนนพ กองชุมพล สว.ฝอ.ภ.จว.จันทบุรี เป็น สวป.สภ.สัตหีบ จว.ชลบุรี 

พ.ต.ท.หญิง ภิญญดา คู่บารมี ผู้ช่วย นว.(สบ.3)ที่ปรึกษา(สบ.10) เป็น รอง ผกก.กลุ่มงานการข่าว บก.ขส.บช.ปส.

พ.ต.ท.วรทัศน์ มหัฆฆพงษ์ สว.อก.สภ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา

แต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยที่ได้รับการแต่งตั้งไม่ครบ 1ปี(ปรับโครงสร้าง)มี 

พ.ต.ท.พรเทพ น้องกร รอง ผกก.1บก.สกส.บช.ปส. เป็น ผกก.3บก.สกส.บช.ปส. 

ร.ต.อ.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด รอง สว.กก.4บก.สกส.บช.ปส.เป็น สว.กก.1บก.ปส.4 

ร.ต.อ.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ รอง สว.กก.3บก.สกส.บช.ปส.เป็น สว.กก.3บก.สกส.บช.ปส 

พ.ต.ท.วิชัย โตเดชนิติกุล รอง ผกก.ฝ่ายปฎิบัติการ ถปภ.2บก.ถปภ. 

ร.ต.อ.เสน่ห์ คำฝอย รอง สว.ฝ่ายปฎิบัติการ ถปภ.1บก.ถปภ.เป็น สว.ฝ่ายปฎิบัติการ ถปภ.1บก.ถปภ.
แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแต่ดำรงตำแหน่งในระดับนั้นๆไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนดมี 

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผกก.ปพ.บก.ป.เป็น ผกก.ปพ.บก.ป.

แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วยมี 

ร.ต.อ.คณาเดช คณาสาคร รอง สว.ตม.จว.ชลบุรี เป็น สว.กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี บก.สสท. 

ร.ต.อ.ปริทัศน์ รัตนรักษ์ รอง สว.สส.สน.เตาปูน เป็น สว.ฝอ.4 บก.อก.สทส. 

ร.ต.อ.สากล รัศมีบรรพตกุล รอง สว.สส.สน.ลุมพินี เป็น สว.ฝอ.ศทก. 

พ.ต.อ.หญิง เพชราภรณ์ มงะลเมือง ผกก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.5 เป็น รอง ผบก.สกส.บช.ปส.
แต่งตั้งดำรงตำแหน่งในสายงานเทคนิคมี 

พ.ต.ท.หญิง ศรัณยา ไชยเหมวงศ์ สว.ฝนบ.สง.ก.ต.ช.เป็น รอง ผกก.ฝตส.1ตส.1

ทั้งนี้รายชื่อทั้งหมดที่ ก.ตร.ให้ความเห็นชอบต้องส่งกลับไปให้ กกต. ตรวจว่า เป็นไปตามที่เสนอหรือไม่ แล้วส่งกลับมาให้ ตร. ออกเป็นคำสั่งให้มีผลต่อไป
Read more ...

บช.ก.แต่งตั้ง-โยกย้าย "รองผบก.-สว." รวม 25 ราย

23/3/57
โดยข่าวสด เมื่อ 21 มี.ค.2557

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการ-สารวัตร (รอง ผบก.-สว.) ในสังกัด บช.ก.25 ราย ประกอบด้วย

พ.ต.อ.สมพร แดงดี เป็น รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นวพล กันคล้อย เป็น รอง ผบก.ปอท 
พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล เป็น ผกก.ฝอ.บก.ปคม. 
พ.ต.ท.สฤษดิ์ พุทธพงศ์ศิริพร เป็น ผกก.5 บก.ปคม. 
พ.ต.ท.บรรพต เดชมา เป็น รอง ผกก.7 บก.ทล. 
พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ลาวัณย์วิสุทธิ์ เป็น รอง ผกก.3 บก.ป. 
พ.ต.ท.จตุรวิทย์ คชน่วม เป็น รอง ผกก.1 บก.ทท.
พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ เป็น รอง ผกก.1 บก.ป. 
พ.ต.ท.สมโภชน์ แดงปุ่น เป็น รอง ผกก.2 บก.ป. 
พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี เป็น รอง ผกก.6 บก.ป. 
พ.ต.ท.นรินท์โชติ พงศ์พิธานนท์ เป็น รอง ผกก.1 บก.ทท. 
พ.ต.ท.หญิงนฤมล ทองสะอาด เป็น รอง ผกก.ฝอ.2 บก.อก.บช.ก. 
พ.ต.ท.ปาณัฎฐ์ภูมิ อัครเดชานนท์ เป็น สว.กก.6 บก.ปคม. 
พ.ต.ท.หญิงพิสมัย เผือกสุวรรณ เป็น สว.ฝอ.5 บก.อก.บช.ก. 
พ.ต.ต.กฤษฎา คงเจริญจิตร์ เป็น สว.กก.5 บก.ปอศ. 
พ.ต.ต.ชัชวาล ชูชัยเจริญ เป็น สว.กก.1 บก.ป. 
พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมฆประยูร เป็น สว.กก.ปพ.บก.ป.
ร.ต.อ.จักรพันธ์ ลีลานันทวงศ์ เป็น สว.กก.1บก.ป. 
ร.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ เป็น สว.ส.ทท.5 กก.1 บก.ทท. 
ร.ต.อ.เนตร ทองแสง เป็น สว.ฝอ.1 บก.อก.บช.ก. 
ร.ต.อ.บรรณพงศ์ เก่งเรียน เป็น สว.ฝอ.บก.ปอท. 
ร.ต.อ.พงษ์วุฒิ บุญรมย์ เป็น สว.ฝอ.บก.ปคม 
ร.ต.อ.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ เป็น นว.(สบ 2) ผบช.ก. 
ร.ต.อ.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฏ์ เป็น สว.ฝอ.บก.ป. 
ร.ต.อ.อรรถพงษ์ นกขุนทอง เป็น สว.กก.5 บก.ป.
Read more ...

คำสั่งแต่งตั้ง รอง. ถึง สว.วาระประจำปี 2556

6/2/57
เมื่อวันที่4 ก.พ.2557

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว. ประจำปี 2556

ตรวจสอบ รายชื่อได้ที่ http://saranitet.police.go.th/
Read more ...

แย้ม โผ บช.น. แต่งตั้งโยกย้าย นายตำรวจ

31/1/57
เมื่อ 30 ม.ค.2557

แย้มโผ บช.น. แต่งตั้งพิจารณาโยกย้าย นายตำรวจ กว่า 537 ตำแหน่ง พร้อมระบุ กำหนดแต่งตั้งแล้วเสร็จ 31 ม.ค - บังคับใช้ 5 ก.พ.นี้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ร่วมกับ รอง ผบช.น. และ ผบก. พิจารณาการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งและสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) - สารวัตร (สว.) ประจำปี 2556 การแต่งตั้งมีเก้าอี้ระดับ รอง ผบก. ที่ว่าง 17 ตำแหน่ง ผกก. ว่าง 23 ตำแหน่ง และ รอง ผกก. ว่าง 29 ตำแหน่ง และ สว. ว่าง 44 ตำแหน่ง มีรายงานด้วยว่า ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายออกนอกหน่วย มีระดับ รอง ผบก. 7 ตำแหน่ง ผกก. 15 ตำแหน่ง รอง ผกก. 20 ตำแหน่ง และ สว. 50 ตำแหน่ง

การแต่งตั้งจะมีการพิจารณาทั้งหมด 537 ตำแหน่ง กำหนดให้เสร็จภายในวันที่ 31 ม.ค. และมีผลบังคับใช้วันที่ 5 ก.พ.นี้ โดยการประชุมแต่งตั้งใช้เวลาพิจารณานาน 3 ช.ม. จึงเสร็จสิ้น และมีรายงานว่า ตำแหน่งผู้กำกับการ คาดว่า เลื่อนเป็นขึ้นรองผู้บังคับการ คาดว่า ได้แก่ 

พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.ฝอ.บก.อคฝ. อาวุโสอันดับ 1 ขึ้น รอง ผบก.

พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 โควตาโรงพักเกรดเอดีเด่น ขึ้นเป็น รอง ผบก.น.8

พ.ต.อ.พันธะ นุชนารถ ผกก.สน.ร่มเกล้า ได้ตั๋วโรงพักเกรดบีดีเด่น เป็น รอง ผบก.น.4

พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สส.บก.น.9 เป็น รอง ผบก.น.9

พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ เป็น รอง ผบก.น.1

พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน เป็น รอง ผบก.น.4

พ.ต.อ.พรชัย ขจรกลิ่น ผกก.สน.บางมด เป็น รอง ผบก.น.4

พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน เป็น รอง ผบก.น.2

พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ เป็น รอง ผบก.น.5

พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร ผกก.สน.นางเลิ้ง เป็น รอง ผบก.อก.

พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สส.บก.น.7 เป็น รอง ผบก.7

พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ตั้งวงษ์เจริญ สน.ตลิ่งชัน เป็น รอง ผบก.น.7

ระดับ รอง ผกก. ลุ้นขึ้นผู้กำกับป้ายแดง ได้แก่ 

พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก เป็น ผกก.ศูนย์รวมข่าวฯ บก.สปพ.

พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ บัณฑิต รอง ผกก.จร.สน.ดอนเมือง เป็น ผกก.สน.ดอนเมือง

พ.ต.ท.ปรีชา กองแก้ว รอง ผกก.จร.สน.สุทธิสาร เป็น ผกก.สน.สุทธิสาร

พ.ต.ท.ทินกร สมวันดี รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 1 เป็น ผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.

พ.ต.ท.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 2 เป็น ผกก.สน.พหลโยธิน

พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก.ป.สน.ชนะสงคราม เป็นผู้ช่วยนายเวร (สบ 4) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.

พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผกก.2 บก.สส.บช.น. เป็น ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.

พ.ต.ท.นพสิทธิ์ มิตรภักดี รอง ผกก.สส.บก.น.5 สาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ เป็น ผกก.สส.บก.น.6

พ.ต.ท.พัฒนา ปรีชานันท์ รอง ผกก.สส.บก.น.8 เป็น ผกก.สส.บก.น.7

ส่วนเก้าอี้ ผกก. ที่มีการพิจารณาโยกย้ายหมุนเวียนที่น่าสนใจ เช่น 

พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สน.ดอนเมือง เป็น ผกก.กก.สายตรวจ บก.สปพ.

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.กก.สายตรวจ บก.สปพ. อดีตนายเวร พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็น ผกก.สน.พญาไท

พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เป็น ผกก.สน.พระราชวัง

พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.พระราชวัง เป็น ผกก.สน.ตลิ่งชัน

พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.1 บก.จร. นายตำรวจสาย "เฮียเพ้ง" นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เป็น ผกก.สน.ห้วยขวาง

พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ห้วยขวาง โยกกลับที่เก่าเป็น ผกก.สน.ฉลองกรุง

พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ เป็น ผกก.สน.ทองหล่อ

พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางกอกน้อย เป็น ผกก.สน.บางซื่อ

พ.ต.อ.เอนก ไพรศรี ผกก.ฝอ.2 บก.อก.บช.น. เป็น ผกก.ฝอ.บก.สส.บช.น.

พ.ต.อ.อภิวิชญ์ ภัทรกุล ผกก.ฝอ.5 บก.อก.บช.น. เป็น ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง

พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.ฝอ.8 บก.อก.บช.น. เป็น ผกก.สน.ท่าพระ

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บวรมงคล เป็น ผกก.สน.บางขุนเทียน

พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนขันติ ผกก.สน.พหลโยธิน เป็น ผกก.สน.บวรมงคล บก.สปพ.

พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.สามเสน เป็น ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ

พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เป็น ผกก.สน.บางมด

พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.บางบอน เป็น ผกก.สน.ปทุมวัน

พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผกก.ฝอ.กองวิจัย สยศ.ตร. เป็น ผกก.สน.บางบอน

พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผกก.สส.บก.น.6 เป็น ผกก.สน.บางยี่ขัน

พ.ต.อ.พรชัย ชะลอเดช ผกก.สส.บก.น.8 เป็น ผกก.สส.บก.น.1

พ.ต.อ.วชิรพงษ์ แก้วดวง ผกก.สภ.บางปะหัน จ.อยุธยา โยกข้ามจาก บช.ภ.1 เป็น ผกก.สส.บก.น.9

พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.ดุสิต เป็น ผกก.สน.ประเวศ เป็นต้น
Read more ...

แย้มโผ"นครบาล"โยกรองผบก.-ผกก."ออกนอกหน่วย

27/1/57
โดยเนชั่น เมื่อ 27 ม.ค.2557

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระดับรองผบก.-สว.ประจำปี 2556 โดยมีเก้าอี้ระดับรองผบก.ว่างจำนวน 17 ตำแหน่ง ระดับ ผกก.ตำแหน่งว่าง 23 ตำแหน่ง รองผกก.ว่าง 29 ตำแหน่ง และระดับสารวัตรว่าง 44 ตำแหน่ง นอกจากนี้มีรายงานว่า ระดับรองผบก.ย้ายออกนอกหน่วย 1 ตำแหน่ง ระดับผกก.ย้ายออกนอกหน่วย 8 ตำแหน่ง โดยในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ในส่วนของบช.น.จะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ม.ค.และมีผลบังคับใช้วันที่ 5 ก.พ.นี้

ระดับผกก.ที่คาดว่าอาจจะขึ้นระดับ รองผบก.อาวุโสมี 6 เก้าอี้ ประกอบด้วย 

พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.ฝอ.บก.อคฝ. อาวุโส 1 

พ.ต.อ.วิทยา ทิพย์พาวัลย์ พงส.ผทค.งานสอบสวนบก.น.4 อาวุโส 3 

พ.ต.อ.ศักดา สังขนิตย์ พงส.ผทค.งานสอบสวนบก.น.6 อาวุโส 4 

พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ อาวุโส 6 เป็นรองผบก.น.1 

พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ ภู่เพียนเลิศ ผกก.ฝอ.บก.น.6 อาวุโส 8 

พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.สน.พลับพลาไชย เป็นรองผบก.น.8 

พ.ต.อ.พันธะ นุชนารถ ผกก.สน.ร่มเกล้า เป็นรองผบก.น.4 

พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สส.บก.น.9 เป็นรองผบก.9 

พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน เป็นรองผบก.น.4 

พ.ต.อ.พรชัย ขจรกลิ่น ผกก.สน.บางมด เป็นรองผบก.น.4 

พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน เป็นรองผบก.น.2 

พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร ผกก.สน.นางเลิ้ง เป็นรองผบก.น.1 

พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ เป็นรองผบก.น.5 

พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สส.บก.น.7 ขึ้นรองผบก.7 

พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธรผกก.ฝอ.บก.สส.บช.น.คาดขึ้น รอง ผบก.สส.บชน. 

พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.คันนายาว คาดขึ้นรอง ผบก.อก.บชน. 

พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.สน.บึงกุ่ม ขึ้นรองผบก.สส.บช.น. 

พ.ต.อ.สรรเสริญ ใช้สถิต ผกก.สน.พระราชวัง คาดว่าจะขึ้น รองผบก.จร. 

พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ขึ้นรองผบก.น.8

ตำแหน่งโยกย้ายหมุนเวียนระดับ ผกก. อาทิ 

พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ฝอ.ภ.จ.อ่างทอง เดมาเป็น ผกก.สส.บก.น.8 

พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผกก.สส.บก.น.6 เป็น ผกก.สน.บางยี่ขัน 

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บวรมงคล เป็นผกก.สส.บก.น.6 

พ.ต.อ.พรชัย ชะลอเดช ผกก.สส.บก.น.8 เป็น ผกก.สส.บก.น.1 

พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.วิเคราะห์ข่าวบก.สส.บช.น. เป็น ผกก.สน.ทองหล่อ 

พ.ต.อ.วชิรพงษ์ แก้วดวง ผกก.สน.บางปะหัน เป็น ผกก.สส.บก.น.9 

พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.บางบอน เป็นผกก.สน.บางมด 

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.กก.สายตรวจ บก.สปพ.เป็น ผกก.สน.พระราชวัง 

พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สน.ดอนเมือง เป็น ผกก.กก.สายตรวจ บก.สปพ. 

พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.สามเสน เป็นผกก.สน.ภาษีเจริญ 

พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผกก.ฝอ.กองวิจัย สยศ.ตร.เป็นผกก.สน.บางบอน 

พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.ฝอ.8 บก.อก.บช.น.เป็นผกก.สน.ท่าพระ 

พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ห้วยขวาง เป็นผกก.สน.พลับพลาไชย1 

พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.ดุสิต คาดโยกมา ผกก.สน.ประเวศ

ระดับรองผกก.ขึ้นผกก.ตามกฎเกณฑ์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 8 ที่นั่ง ประกอบด้วย 

พ.ต.ท.วราวัชร์ ธรรมสโรช รองผกก.จร.สน.วัดพระยาไกร อาวุโส1 

พ.ต.ท.ไพรัช แทนศิริ รองผกก.จร.สน.บุปผาราม อาวุโส2 

พ.ต.ท.พิตตินันท์ อุทธสิงห์ รองผกก.กก.ศูนย์รวมข่าว บก.สปพ.อาวุโส3 

พ.ต.ท.วรงกรณ์ มุ่งพาลชล รองผกก.ฝอ.บก.สปพ. 

พ.ต.ท.ณัชพลพันธ์ มาลัย รองผกก.ฝอ.4 บก.อก.บช.น. 

พ.ต.ท.กมล สายโอให้ รองผกก.สส.สน.เตาปูน 

พ.ต.ท.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ รองผกก.สส.สน.สมเด็จเจ้าพระยา 

พ.ต.ท.พิศณุ วิทยาภรณ์ รองผกก.สส.สน.บวรมงคล 

พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รองผกก.2 บก.สส.บช.น.ขึ้นเป็น ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.บช.น. 

พ.ต.ท.ชนะชัย ไชยทอง รองผกก.สส.บก.น.7 ขึ้นผกก.สส.บก.น.7 

พ.ต.ท.วิระศักดิ์ ฝอยทอง รองผกก.ป.สน.บางยี่ขัน เป็นผกก.สน.บางเขน 

พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ บัณฑิต รอง ผกก.จร.สน.ดอนเมือง ขึ้นผกก.สน.ดอนเมือง 

พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก.ป.สน.ชนะสงคราม ขึ้นผกก.สนง.ผบ.ตร. 

พ.ต.ท.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ รอง ผกก.จร.สน.พลับพลาไชย 2 

พ.ต.ท.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ รอง ผกก.ป.สน.วังทองหลาง 

พ.ต.ท.กฤษณะ วัฒนธํารงค์ รอง ผกก.จร.สน.วังทองหลาง 

พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน ขึ้นผกก.สน.ปทุมวัน 

พ.ต.ท.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 2 

พ.ต.ท.จีรภัทร มุ่งดี รอง ผกก.จร.สน.โชคชัย 

พ.ต.ท.ธนชัย อุสาหกิจ รอง ผกก.ป.สน.สุวินทวงศ์ 

พ.ต.ท.อภิรัฐ พุ่มกุมาร รอง ผกก.ฝอ.บก.น.9 

พ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ ขึ้นผกก.สน.บางซื่อ 

พ.ต.ท.ทินกร สมวันดี รองผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 1 ขึ้นเป็นผช.นว. พล.ต.อ.วรพงษ์ รองผบ.ตร.

ระดับสารวัตร อาวุโสที่จะขึ้นรองผกก.10 ตำแหน่ง 

พ.ต.ท.พชร บวรโชค พงส.ผนก.สน.ร่มเกล้า อาวุโส 1 

พ.ต.ท.สนั่น เบี่ยงสวาท พงส.ผนก.สน.บางยี่เรือ 

พ.ต.ท.พิษณุ บุษยวิทย์ สว.ฝอ.บก.น.6 

พ.ต.ท.อัชนัย เสามณี สว.กก.สส.บก.น.9 

พ.ต.ท.จิตรยุทธ จันทร์ถนอมสุข สว.ธร.สน.ตลาดพลู 

พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล สว.สส.สน.ธรรมศาลา เป็นต้น
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม