แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแต่งตั้งนายพล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแต่งตั้งนายพล แสดงบทความทั้งหมด

แต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูระทึก! ล้างบาง “ผู้การฯ”

2/3/58
โดยผู้จัดการ คอลัมน์ สน.พระอาทิตย์ เมื่อ 1 มี.ค.2558

มีบางกลุ่มพยายาม “ดิ้น” เพื่อสกัด “พล.ต.ต.ฐิติราช” และ “พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี” รอง ผบก.ป. ไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง “ผบช.ก.” และ “ผบก.ป.” จึงหยิบยกบัญชีผู้เหมาะสมเดิมที่จัดทำไว้ในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2557 มาอ้าง ซึ่งถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้นำบัญชีผู้เหมาะสมเดิมมาใช้ ก็จะทำให้ พล.ต.ต.ฐิติราช คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก.ตร. เพราะ พล.ต.ต.ฐิติราช ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมเดิม

หากไม่เกิดฟ้าผ่า “กรมปทุมวัน” เก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” หรือ “ผบช.ก.” คงต้องแปะชื่อ “บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.ก. ซึ่งรักษาการ ผบช.ก. ขณะนี้ ขยับรับตำแหน่ง “ผบช.ก.” ติดยศ “พล.ต.ท.”อย่างเต็มตัว ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วาระแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูแทนตำแหน่งว่าง ที่จะมีขึ้นในราววันที่ 11 มี.ค. นี้

แม้ก่อนหน้านี้ คาดกันว่า การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง ล็อตแรกระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.- ผบช. หรือ “พล.ต.ท.” จะเสร็จเรียบร้อยในการประชุม ก.ตร. วันพุธที่ 25 ก.พ. และ พล.ต.ต.ฐิติราช จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็น ผบช.ก. ไปในคราวเดียวกับที่จะแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา หัวหน้าจเรตำรวจ (จตร.) (สบ8) ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รอง ผบช. ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ขึ้น ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี รอง ผบช. สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ขึ้น จตร. (สบ8) และพล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช. กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ขึ้น จตร. (สบ8)

แต่แล้วในการประชุม ก.ตร. วันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. ไม่ได้เดินทางมาประชุม มอบอำนาจให้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ทำหน้าที่แทน

รวมทั้งวาระในการประชุมก็ไม่มีการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู

วงประชุม ก.ตร. วันนั้น มีวาระพิจารณากรณีการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม เพื่อใช้ในการเสนอแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู โดยที่ประชุมได้พิจารณากรณีบัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ เนื่องจากผู้ที่จะได้รับเสนอชื่อให้ได้รับแต่งตั้ง ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชี

เหตุที่ต้องหยิบยกประเด็น “บัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่???” ว่ากันว่า มีบางกลุ่มพยายาม “ดิ้น” เพื่อสกัด “พล.ต.ต.ฐิติราช” และ “พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี” รอง ผบก.ป. ไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง “ผบช.ก.” และ “ผบก.ป.” จึงหยิบยกบัญชีผู้เหมาะสมเดิมที่จัดทำไว้ในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2557 มาอ้าง ซึ่งถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้นำบัญชีผู้เหมาะสมเดิมมาใช้ ก็จะทำให้ พล.ต.ต.ฐิติราช คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก.ตร. เพราะ พล.ต.ต.ฐิติราช ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมเดิม

ทว่าดูเหมือนกลุ่มที่สนับสนุน พล.ต.ต.ฐิติราช ก็ “รู้ทัน” และส่งสัญญาณระดับ “ซูเปอร์พาวเวอร์” เน้นย้ำอีกครั้ง ทำให้กลุ่มที่พยายามดิ้นต้องยอม และนำประเด็น “บัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่” เข้ามาให้วงประชุม ก.ตร. รับรองเพื่อให้เกิดความถูกต้องตามขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ

สุดท้าย ก.ตร. ก็มีมติเห็นว่า การแก้ไขบัญชีผู้เหมาะสมสามารถทำได้ใหม่ในทุกครั้งที่จะมีการแต่งตั้งนายพล แม้จะเป็นการแต่งตั้งนอกวาระก็ตาม

ทำให้มีการเดินขั้นตอนเสนอชื่อ พล.ต.ต.ฐิติราช เข้ามาอยู่ในบัญชีผู้เหมาะสม และเตรียมเสนอชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร. วันที่ 11 มี.ค. นี้ ตีตราประทับแต่งตั้งเป็น “ผบช.ก.” คนใหม่

อย่างไรก็ดี ในการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูครั้งนี้ นอกจากความพยายาม “ดิ้น” ชิงเก้าอี้ “ผบช.ก.” แล้ว ล็อตสองที่จะมีการแต่งตั้งระดับ “รอง ผบช.- ผบก.” แทนตำแหน่งว่าง ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องติดตาม แบบห้ามกะพริบตา

โดยเฉพาะ “ผู้บังคับการ” หรือ “ผบก.” เก้าอี้ “ผู้การฯกองปราบ” ที่ “บิ๊กอ้อ” พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. จองกฐินไว้แบบแน่ๆ ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณแปลกๆ ไม่ต่างจาก ที่ พล.ต.ต.ฐิติราช เจอเช่นกัน

พ.ต.อ.อัคราเดช ก็ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงลือในแวดวงสีกากีทำนอง พี่ใหญ่แห่งบ้าน “บิ๊กบราเธอร์” พยายามจะผลักดัน “เสี่ยโจ๊ก หวานเจี๊ยบ” พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบก.191 มาขึ้นเป็น ผบก.191 ซึ่งหากคุณสมบัติยังครบไม่ทันก็อาจจะให้ รักษาการ ผบก.191 รอครบเกณฑ์แล้วค่อยแต่งตั้ง แล้วโยก “บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผบก.191 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. มาเป็น ผบก.ทล. ขยับ พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. อดีตนายเวร พล.ต.อ.สมชาย มิลินทางกูร อดีตรอง อ.ตร. ไปเป็น ผบก.ป.

กระนั้นโผข่าวลือนี้ก็อาจจะสมหวังยาก เพราะเมื่อบัญชีผู้เหมาะสมสามารถทำใหม่ได้ทุกครั้งเมื่อมีการแต่งตั้ง และมี พล.ต.ต.ฐิติราช เป็นบรรทัดฐานไว้ พ.ต.อ.อัคราเดช ก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน รวมทั้งแรงสนับสนุนของ “บิ๊กอ้อ” ก็ระดับ “บิ๊กพาวเวอร์” เช่นเดียวกัน

เก้าอี้ “ผบก.ป.” ก็ไม่น่าจะพ้นคนชื่อ “อัคราเดช พิมลศรี”

อีกหนึ่งเก้าอี้ระดับ “ผบก.” ในการแต่งตั้งครั้งนี้ ที่ต้องจับตาเช่นกัน คือ เก้าอี้ “ผบก.น.2” ที่ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ นั่งอยู่ ดูอาการชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า “น่าห่วง” หลังจากโรงพักในพื้นที่ ทั้งเตาปูน บางเขน และโคกคราม ถูกจับบ่อนพนัน จน “ผบ.สมยศ” เซ็นคำสั่งให้มาช่วยราชการ ศปก.ตร. มิหนำซ้ำล่าสุด “ผบ.สมยศ” ยังสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันหรือไม่ด้วย

การเพ่งเล็ง “ผู้การฯก่อเกียรติ” เป็นพิเศษในเรื่องบ่อนนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวง “สีกากี” ว่าต้องมีอะไรมากกว่า มีการจับบ่อนในพื้นที่ เพราะ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.2 ก็ถูกจับบ่อนพนันเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีการพูดถึง กลับโฟกัสมาที่ “ผบก.น.2” มากกว่า

พฤติกรรมเช่นนี้ก็ดูจะสอดรับกลับข่าวลือ เรื่อง “เกาเหลา” ระหว่างคนโตนครบาลกับ “พล.ต.อ.” รายหนึ่ง ที่ขัดแข้งขัดขากันมาตลอด ตั้งแต่เรื่องป้ายไฟบนป้อมตำรวจจราจร มาถึงการแต่งตั้ง “นายพัน” ที่ผ่านมา ซึ่งการจับกุมบ่อน ที่เหมือนพุ่งมาที่พื้นที่ บก.น.2 เป็นพิเศษ ยิ่งทำให้ “เกาเหลา” เดือดปุดๆๆ

อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ผู้การฯก่อเกียรติ เป็นเพื่อนรัก นรต.35 ของบิ๊กนครบาลรวมทั้งยังเคยมีสายสัมพันธ์ฉันญาติกันมาก่อน ถูกดึงจากภูธรเข้ามาช่วยงานเมืองกรุง และกุมพื้นที่ทำเลทอง ซึ่งเมื่อมีเรื่องมีราวในพื้นที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นเงื่อนไขให้ ตร.สามารถเสนอย้าย “ผบก.น.2” ออกจากตำแหน่งได้

ดังนั้น การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูครั้งนี้ แม้หลายเก้าอี้จะถูกตีตราจอง หรือขยับขึ้นกันตามหลักอาวุโสแล้ว แต่หลายตำแหน่งก็ยังน่าสนใจต้องติดตาม เพราะตามปกติแต่งตั้งนอกฤดูจะโยกย้ายกันไม่มาก แต่มายุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
Read more ...

ตร.ปรับอันดับอาวุโสนายพลตำรวจใหม่

26/7/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 24 ก.ค.2557

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่บัญชีอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ประจำปี 2557 ซึ่งเป็นบัญชีอาวุโสที่ปรับปรุงภายหลังมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 89/2557 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่ให้จัดลำดับการอาวุโสใหม่ โดย ให้

1.ผู้มียศสูงกว่า (ไม่รวมถึงยศที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษ) เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า 

2.ยศเท่ากัน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับนั้นใน ตร.นานกว่า เป็นผู้มีอาวุโสสูงกว่า

3.ถ้าดำรงตำแหน่งนานเท่ากัน ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับถัดลงไปนานกว่าตามลำดับ จนถึงตำแหน่งระดับรองสารวัตร เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า ซึ่งรวมถึงตำแหน่งผู้ช่วยผบช. และสารวัตรใหญ่ด้วย 

4.ถ้าดำรงตำแหน่งลำดับถัดลงไปนานเท่ากัน ให้ผู้มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรนานกว่า อาวุโสสูงกว่า และ 

5.ถ้าระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรเท่ากัน ให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้การจัดลำดับอาวุโส มีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายวาระปี 2557 ในหลายตำแหน่ง โดยมติก.ตร. กำหนดการการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งผู้บัญชาการ (ผบช.) ลงมายึดหลักอาวุโส 33% และมีกฎก.ตร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตำแหน่งระดับสารวัตรถึงจเรตำรวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร. พ.ศ.2549 ข้อ 33 ระบุว่า

การพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นไป ให้พิจารณาเรียงตามอาวุโส ทั้งนี้ประกาศอาวุโสฉบับล่าสุด ซึ่งตัดรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการปี 2557 ออกแล้ว แบ่งตามระดับตำแหน่งดังนี้

ระดับรองผบ.ตร. เรียงตามอาวุโส ดังนี้

1. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.

2. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.

3. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.

4. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.

5. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) (อยู่ระหว่างกระบวนการโปรดเกล้าฯเป็นรอง ผบ.ตร.)

6. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ

7. พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษา (สบ10)
8. พล.ต.อ.ไตรรัตน์ อมาตยกุล หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดอาวุโสครั้งนี้ ไม่กระทบต่อการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีกฎหมายข้อใดระบุว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ต้องพิจารณาตามความอาวุโส แม้ว่าในอดีตเคยมีธรรมเนียมในกรมตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ยึดหลักอาวุโส แต่ในระยะหลังก็ไม่ได้ยึดถือเช่นนั้นแล้ว ขณะที่ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 

1.พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก 

2.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา 

3. พล.ต.ท.สุพร พันธ์เสือ 

4.พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ (อายุราชการทวีคูณ ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้) 

5.พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม 

6.พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผู้ช่วยผบ.ตร. 

7.พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองจตช. 

8. พล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ 

9. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ 

10.พล.ต.ท.เจษฎา อินทรสถิตย์ รองหน.นรป.

ทั้งนี้ ในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้จะมีตำแหน่งระดับ พล.ต.อ.ว่างถึง 7 ตำแหน่ง ดังนั้นหากพิจารณาตามกฎก.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่อาวุโส 7 อันดับแรกจะได้เลื่อนตำแหน่งติดยศ พล.ต.อ.เป็น รอง ผบ.ตร. หรือจเรตำรวจแห่งชาติ หรือที่ปรึกษา (สบ10) แน่นอน 

ซึ่งตามหลักการแต่งตั้งแล้วหากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. หรือจตช. ซึ่งเป็นตำแหน่งหลักว่างลง จะขยับตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่การแต่งตั้งวาระปี 2557 นี้ คาว่าจะมีตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ว่าง 4 ตำแหน่ง แต่มี พล.ต.อ.ชนินทร์ เป็นที่ปรึกษา (สบ10) เพียงคนเดียว ทำให้ในการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ พล.ต.ท.จักรทิพย์ และ พล.ต.ท.สุพร มีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็นรองผบ.ตร. หรือจตช. ทันที

ขณะที่ระดับ ผบช. ประกาศลำดับอาวุโส 14 อันดับแรก ดังนี้

1.พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทน ผู้ช่วย.ผบ.ตร., 

2. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, 

3.พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.สงป. (อายุราชการทวีคูณ ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้), 

4.พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, 

5.พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8, 

6. พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5, 

7. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7, 

8. พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร หน.จตร., 

9.พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2, 

10.พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ., 

11.พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย อเนกเวียง ผบช.ส., 

12.พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดรวงณ์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร., 

13.พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. และ 

14.พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส.

ทั้งนี้เบื้องต้นในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้ จะมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่างลงจากการเกษียนฯและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 13 ตำแหน่ง ทำให้ ผบช.ที่ครองอาวุโส 13 อันดับแรก ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แทน พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ลาออกไปก่อนแล้ว ทำให้ ผบช.ที่อาวุโสอันดับ 14 มีโอกาสเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.


ขณะที่ตำแหน่งระดับ รองผบช. ก็มีการประกาศลำดับอาวุโส เช่นกัน โดยยกตัวอย่าง 10 อันดับแรก คือ 

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรรัชต์ รอง ผบช.น., 

พล.ต.ต.พรหมธร ภาคอัต รองผบช.ศ., 

พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รองผบช.ส., 

พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ.4, 

พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รองผบช.ภ.4, 

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ส., 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก., 

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ก., 

พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รองผบช.ศชต. และ 

พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รองผบช.น. ฯลฯ
Read more ...

ยกฐานะ “นายเวร-ผู้ช่วย” เพื่อหน่วยงานหรือส่วนตัว?

7/9/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

สน.พระอาทิตย์/สามยอด

ก.ตร.หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ตีตราให้เรียบร้อยสมใจ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว”แม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เสนอเห็นชอบกำหนดตำแหน่ง นายเวร(นว.) สบ.6เทียบเท่า ผู้บังคับการ(ผบก.) ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)และจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)พิจารณาในวันที่ 26ส.ค.นี้

แม้ก.ตร.จะมีเงื่อนไขให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปพิจารณาปรับระดับตำแหน่งนายเวรของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ(ผบก.)ตามความเหมาะสม แล้วนำเสนอ ก.ตร.พิจารณาอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นเรื่องการสมประโยชน์ทุกฝ่าย

จะไม่ใช่เรื่องสมประโยชน์อย่างไร ในเมื่อ กรรมการ ก.ตร. ครึ่งหนึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง นั่นคือ รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติถ้ามีการเสนอขอปรับระดับ นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ของ รองผบ.ตร.-ผบก.ขึ้นมาตัวเองก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกับผบ.ตร.

“การขออนุมัติกำหนดตำแหน่งนายเวร (สบ6) ผบ.ตร.ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าผบก. ยศพล.ต.ต. จากเดิมที่นายเวรผบ.ตร.เป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบก.ยศพ.ต.อ.เท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งนายเวรผบ.ตร. ต้องประสานงานกับนายตำรวจระดับ ผบก.จึงต้องมีการยกระดับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการประสานงานซึ่งในอดีตนายเวร อธิบดีกรมตำรวจ ยศ พ.ต.อ. ขณะที่ผู้การจังหวัดในสมัยนั้นก็มียศพ.ต.อ.เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้การจังหวัดยศพล.ต.ต.แล้ว”

ผบ.อดุลย์ แจกแจงเหตุผลของการเสนอ ก.ตร.ขอปรับระดับ นายเวรผบ.ตร.เอาไว้

แม้การประสานงานในระดับที่ต่างกันจะเป็นปัญหาสำคัญที่ควรจะปรับระดับตำแหน่งขึ้นมาก็จริง แต่เมื่อปรับระดับขึ้นมาแล้วในทางอ้อมหรือจะเป็นทางหลักของบางคน การปรับขึ้นมาก็ทำให้เจ้าของตำแหน่ง ทั้งผบ.ตร. รองผบ.ตร. หรือผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะได้ประโยชน์ สามารถแต่งตั้งคนของตัวเองมารับตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

จากเดิม ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า รองผบก.ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า ผู้กำกับการ(ผกก.) นายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่าผกก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่า รองผู้กำกับการ(รองผกก.) นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า รองผกก. ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า สารวัตร(สว.)

เมื่อปรับใหม่ ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. จะเทียบเท่า ผบก. ติดยศพล.ต.ต. ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร.จะขยับขึ้นเป็น รองผบก. นายเวร รองผบ.ตร. ขยับตามมาเป็น รองผบก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผกก. นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร. ก็ขึ้นเป็น ผกก.ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็น รองผกก.

ยิ่งในการแต่งตั้งยุคปัจจุบันหากตรวจแถวการแต่งตั้งแต่ละตำแหน่งที่ผ่านมา จะเห็นว่า “การเมือง”รุกคืบเข้ามาเขมือบส่วนแบ่งผู้บริหารตำรวจมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งเกิดปัญหานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่สามารถสนับสนุนคนของตัวเองให้เติบโตได้เพราะเก้าอี้มีน้อยความต้องการมีเยอะ

ผู้มีอำนาจทางการเมืองมีความต้องการสูงข้าราชการประจำที่ต้องอาศัยการเมืองสนับสนุนก็ต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองไปให้กิน

นโยบายการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ให้ ผบ.ตร.รองผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. น่าจะเป็นหนทางในการช่วยแก้ปัญหา “เก้าอี้เต็ม”ได้อย่างดีเพราะตำแหน่ง นายเวร ผู้ช่วยนายเวรเป็นตำแหน่งเฉพาะที่จะให้สิทธิ์นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสนอคนของตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจาก ผบ.ตร. ยกเว้นนายตำรวจผู้นั้นจะไปแต่งตั้งคนของนักการเมืองหรือใครก็อีกเรื่องหนึ่ง

การปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรแม้จะช่วยแก้ปัญหาเก้าอี้เต็มให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้อย่างดีก็จริงแต่อีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า การปรับเช่นนี้ส่งผลสะท้อนไปกระทบการบริหารงานบุคลภายในองค์กรทั้งระบบโดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับล่างๆ ที่เหล่าบรรดา ผู้บัญชาการ(ผบช.)ในฐานะผู้ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันลงมาต้องปวดหัวเพิ่มขึ้นเพราะต้องจัดสรรตำแหน่งให้กับ นายเวร และผู้ช่วยนายเวร ผู้บังคับบัญชาลงตำแหน่ง

ที่สำคัญผู้ที่ได้รับผลกะทบมากที่สุด คงจะเป็นตำรวจที่ “ทำงานเก่งแต่ไร้เส้นสาย”โอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานในตำแหน่งที่ดีๆ ก็คงจะต้องถูกปิดตาย

เพราะตำแหน่งเทียบเท่าของนายเวรและผู้ช่วยนายเวรอยู่ในระดับผู้นำหน่วย เมื่อมีการแต่งตั้งเกิดขึ้น นายเวรและผู้ช่วยนายเวรก็มักจะเลือกเก้าอี้ดีๆ เก้าอี้ทำเลทองผบช.ที่ทำบัญชีก็เกรงใจตั๋วผู้บังคับบัญชาที่ส่งมาก็ต้องยอมจัดให้ไปดำรงตำแหน่งตามที่ขอมา

ด้วยระบบเช่นนี้ก็ส่งผลไปถึงหน่วยงานที่บางครั้งนายเวรและผู้ช่วยนายเวรบางคนคนไปอยู่เป็นหัวหน้าหน่วยหลักๆโรงพักที่ต้องทำงานสัมผัสกับประชาชน ก็ไม่สามารถทำงานได้ดีเพราะทั้งชีวิตไม่เคยจับโจร เอาแต่ถือแฟ้ม ถือกระเป๋าเอกสารตามนายพอเจองานจริงก็ทำไม่ได้หน่วยงานก็เกิดปัญหา เหมือนคำที่จ่า พวกดาบ มักแอบนินทานาย

“เอาแต่เก็บ เก็บแล้วอม อมแล้วก็ไม่ทำงาน พอทำงานก็ทำไม่เป็น”

นโยบายการปรับตำแหน่งเพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆของสำนักงานผู้บังคับบัญชามีการทำกันมาหลายครั้ง หลายยุค หลายสมัย ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่พอผู้นำหน่วยเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน มีการสั่งยุบ สั่งเลิกนโยบายเก่าๆทิ้งไป

ทำให้การปรับตัวขององค์กรตำรวจไม่ยั่งยืนและไม่ได้แก้ปัญหาระบบโครงสร้างเป็นแต่เพียงสนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

เหมือนอย่างสมัยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร.มีการเพิ่มตำแหน่ง ประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร. ด้วยอ้างหตุผลเพื่อปัญหาหน่วยงานขาดบุคลากรเพราะตำรวจที่ลงไปอยู่ตำแหน่งต่างๆในแต่ละหน่วยงานถูกเรียกมาช่วยงานสำนักงานผู้บังคับบัญชา ก็เลยมีนโยบายกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมา ไล่เรียงระดับ สารวัตรยาวไปถึงระดับผู้การฯ

พอสิ้นยุคพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปลี่ยนผ่านมายุคพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาเป็น ผบ.ตร. ด้วยข้อบาดหมางระหว่างกัน รวมทั้งมองว่าการกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมาไปสร้างปัญหาเวลาการอยู่ครบตำแน่ง 2 ปีเหมือน นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ที่สามารถลงไปอยู่ตำแหน่งอื่นๆได้กองบัญชาการต่างๆต้องกันที่ไว้รองรับ และที่ที่กันไว้ก็ต้องอยู่ในเก้าอี้ที่น่าพอใจด้วยจากนั้นเลยมีการยกเลิกยุบตำแหน่งประจำสำนักงานทิ้งไป

เฉกเช่นเดียวกับการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรครั้งนี้ ขั้นตอนกระบวนการต่างๆยังไม่เสร็จสิ้นแม้ก.ตร.อนุมัติตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ รองขอปรับ นายเวรผบ.ตร. เทียบเท่า ผบก.ไปแล้วก็ยังเหลือขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)ที่มีนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน รวมทั้งการที่ก.ตร.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการปรับนายเวรและผู้ช่วยนายเวรของรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.มาเข้าพิจารณาอีกครั้ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรเพิ่มความรอบคอบและขอรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้บัญชาการ รวมทั้งตำรวจทั้งประเทศที่ได้รับผลต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร และควรเป็นแบบไหนเพื่อให้การปรับตำแหน่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กรไม่ใช่แค่สนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น. 
Read more ...

นายเวร ผบ.ตร.6 ผ่านฉลุย ก.ต.ช.อนุมัติเลื่อนชั้นเป็น สบ6

27/8/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติตั้ง 3 กรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมเห็นชอบตามข้อเสนอกำหนดตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร.ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ให้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ หรือ สบ6

วันนี้ (26 ส.ค.56) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาต (สตช.) แถลงข่าวประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า การประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่ 7/2554 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.54 เป็นกรณีการโอนถ่ายงานทะเบียนต่างด้าว ของสำนักงาตรวจคนเข้าเมือง ไปให้กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ซึ่งการดำเนินการมีการต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี และที่ประชุม ก.ต.ช.ได้มีมติเห็นชอบให้โอนงานทะเบียนต่างด้าวที่อยู่ในความรับผิดชอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปให้กรมการปกครอง และเพิ่มเติมให้โอนงานทะเบียนต่างด้าวทั้งหมดที่อยู่ทุกสถานีตำรวจ ไปให้กรมการปกครองดูแล คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จต้นปี 57 โดยขณะนี้ทางกรมการปกครอง และ สตช.ที่มีคณะกรรมการอยู่แล้วจะทำการกำหนดรายละเอียดในการถ่ายโอน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังได้กล่าวอีกว่าที่ประชุมได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน โดยแต่งตั้ง

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายแทนนาย แทน นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม แต่งตั้ง

นายสมศักดิ์ โชติรัตนศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ แทน นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง และแต่งตั้ง

พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผนและจัดการแทน พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ที่มีอายุครบ 70 ปี

จากนั้นจะนำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.รายงานผลการปฏิบัติราชการในรอบ 10 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 55-31 ก.ค.56 ว่าในเรื่องของการควบคุมและลดความรุนแรงของปัญหาอาชญกรรม มีสถิติลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหายาเสพติดได้มีการจับกุมเพิ่ม ปัญหาอาชญกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว ยังสามารถควบคุมได้ตามเกณฑ์

และที่ประชุม ก.ต.ช.ยังเห็นชอบการกำหนดตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร.ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ให้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ หรือ สบ6 โดยเป็นการเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) เสนอ ซึ่งเป็นการปรับในรอบ 16 ปี
Read more ...

ประชุม ก.ตร.แต่งตั้งตำรวจ ระดับ ผบก. - รอง ผบช. วาระประจำปี 2555

31/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 30 ส.ค.2555

โผแต่งตั้ง "จรัมพร" เป็น ผช.ผบ.ตร.สะดุดยังไม่ผ่านที่ประชุม ก.ต.ช. "เหลิม" ดันทุรังแต่งตั้งตำรวจ 196 นายพล ผ่านไปอย่างไม่สง่างาม! ท่ามกลางบรรยากาศ "มาคุ"-"อชิรวิทย์" ของขึ้นกลางที่ประชุมนำทีม 6 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิวอล์กเอาต์ออกห้องประชุมในขณะที่ "เหลิม"นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม โวยยื่นหนังสือพิจารณาทบทวน 4 ประเด็นแต่งตั้งไม่เหมาะสม - ขาดคุณสมบัติ - ข้ามหัวอาวุโส แต่กลับถูกเมินเฉย

วานนี้ (29 ส.ค.) เมื่อเวลา 14.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เดินทางเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ครั้งที่ 12/2555 ที่ห้องประชุม 1 ตร. โดยมีก.ตร. ติดภารกิจไม่ได้เข้าร่วมปีะชุม 3 ท่านประกอบด้วย นายวิษณุ เครืองาม นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นายสุรชาติ บำรุงสุข

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญคือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผบก. -รองผบช. ทั่วประเทศ โดยมีผบช.แต่ละหน่วยเดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมการโดยพร้อมเพรียงเริ่มจาก ผบช.น. เป็นหน่วยแรก บช.ก. บช.ภ. 1-9 ศชต. บช.ปส. บช.ส. สตม. บช.ตชด. สพฐ.ตร. สทส. สง.นรป. บช.ศ. รร.นรต. รพ.ตร.และ สง.ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ การแต่งตั้งเริ่มขึ้นเพียง 2 หน่วยแรก

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช 
พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ 
พล.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รัตนะพร 
พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง 
พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ และ 
รศ.ร.ต.อ.สรพลจ์ สุขทรรศนีย์ 

ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

เดินออกจากห้องประชุมเนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถทักท้วงในที่ประชุมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจบางตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากองค์ประชุมครบ โดยวาระการแต่งตั้งใช้เวลาเพียง 1ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

ต่อมา พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวภายหลังหารือกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่าน ถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจว่า เริ่มการประชุม ก.ตร.ได้มีการนำเสนอหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่เห็นว่าเป็นข้อบกพร่อง ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้มีบางรายชื่อที่ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ามีความไม่เหมาะสม ทั้งในเรื่องคุณสมบัติและในเรื่องหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงมีบางรายชื่อที่มีการปรับเปลี่ยนแบบกะทันหันภายในที่ประชุม ซึ่งทางตนก็ได้มีการอภิปรายในประชุมแล้ว โดยทางประธาน ก.ตร.ก็มีการรับฟัง แต่ก็มีการดำเนินการแต่งตั้งเช่นเดิม ทางเราจึงเห็นว่ามีสัญญาณที่เชื่อได้ว่า คงจะไม่เกิดผลอะไร จึงได้เดินออกมาจากที่ประชุม โดยไม่ได้นัดกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คนอื่นแต่อย่างใด

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า โดยก่อนเริ่มประชุมได้มีการนำเอกสารชี้แจงไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ถึงการแต่งตั้งไม่เป็นธรรมในระดับ รอง ผบช. - ผบก.ในครั้งนี้ 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง เมื่อครบวาระในปีแรก ตามกฎ ก.ตร.ข้อ 33 ที่ระบุว่า การคัดเลือกหรือแต่งตั้งผู้เหมาะสมที่จะได้รับพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในปีแรกให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ผู้นั้นต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง โดยมีผลปฏิบัติงานเป็นรูปธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ซึ่งในประเด็นนี้ อยากจะเรียนชี้แจงว่า ในระดับ ผบก.เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ตามข้อกฎ ก.ตร.ข้อ 33 มีทั้งสิ้น 18 นาย ระดับรอง ผบก.เลื่อนขึ้น ผบก.มี 20 นาย โดยตนพบเพียงแค่บัญชีนำเสนอของ บช.ภ.5 เท่านั้น ที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ที่นำรายละเอียดมาประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน เช่น 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.ภ.จว.พะเยา ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.5 และ 

พ.ต.อ.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.เชียงราย 

ตรงนี้พบว่าทาง บช.ภ.5 ได้บรรยายสรุปผลงานว่า นายตำรวจทั้ง 2 นายดังกล่าว สามารถดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล ได้เป็นลำดับ 1 ของประเทศ ซึ่งถือว่าเหมาะสม ต่างกับ 

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช 

ที่มีผลงานโดดเด่น และมีอาวุโส แต่กลับไม่ได้เลื่อนขึ้น

ขณะที่ 

พล.ต.ต.สมชาย อ่วมถนอม ผบก.ภ.จว.ชุมพร 

ที่มีอาวุโสน้อยกว่า พล.ต.ต.รณพงษ์ แต่ในบัญชีกลับได้เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.8 รวมถึง 

พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบก.สส.ภ.8 

ที่มีผลงานปราบยาโดดเด่น และมีอาวุโสมากกว่า 

พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ที่ได้เลื่อนเป็น ผบก.ภ.จว.พังงา

ส่วน 

พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี อาวุโสลำดับที่ 1 ได้เลื่อนเป็น ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี

แต่ไม่ได้มีการแสดงเหตุผลชัดเจนว่า มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์อย่างไร” ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า 

2.เรื่องการพิจารณาลำดับอาวุโสร้อยละ 33 ตามกฎ ก.ตร.ข้อ 33 (2) ที่ระบุว่า ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ สว. - ผบช.ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโสจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง โดยลำดับอาวุโสดังกล่าว ไม่ได้เป็นการคิดในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เป็นการแยกคำนวณของแต่ละกองบัญชาการ แต่พบว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ มีผู้ที่ได้รับพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหลายนายที่ได้สิทธิตามหลักอาวุโสร้อยละ 33 นั้น ต้องไปเลื่อนตำแหน่งนอกหน่วยกองบัญชาการที่สังกัด

3.การแต่งตั้งผู้ที่อยู่ในบัญชีเหมาะสมนอกหน่วย และมีอาวุโสต่ำกว่าคนใหม่ในหน่วยที่รับตัว โดยพบว่ามีบางกองบัญชาการได้จัดลำดับบัญชีผู้เหมาะสมไว้เป็นลำดับต้น เพื่อให้ได้สิทธิในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง แต่กลับไปเลื่อนตำแหน่งในกองบัญชาการอื่นๆ ที่มีผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยที่รับตัวนั้น อาวุโสอยู่มากมาย ฉะนั้นไม่ทราบว่าการแต่งตั้งลักษณะนี้ จะชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือไม่ อย่างการเลื่อน 

พ.ต.อ.หญิง อัญชนา ศรีทรงผล รอง ผบก.อก.รพ.ตร.เป็น ผบก.กต.6 จต.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า 4.ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นโดยไม่ครบหลักเกณฑ์ และบางรายมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง อย่างในกรณีของ พ.ต.อ.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบก.น.7 เป็น ผบก.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.(ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี) ซึ่งขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ถึงแม้อ้างว่าเป็นผู้ที่นายกฯ ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้ 

แต่ทางเราเห็นว่าการยกเว้นให้นายตำรวจรายนี้ จะมีผลเสียต่อองค์กรตำรวจและจะมีผลกระทบอย่างสูงต่อการเมือง และนายกฯ หรือกรณีที่ 

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ เศรษฐีสมบัติ รอง ผบก.ศพฐ.7 เป็น ผบก.ศพฐ.2 

เมื่อพิจารณาคุณวุฒิและการอบรมเมื่อเปรียบเทียบกับ 

พ.ต.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบก.ศพฐ.4 ที่มีคุณวุฒิ วท.บ.(เคมี) , นฐ./บตส.32 

ตรงนี้จะเห็นชัดเจนว่า พ.ต.อ.ธวัชชัย มีคุณวุฒิและความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวมากกว่า โดยเรื่องการแต่งตั้งบุคคลกรที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในส่วนวิทยาศาสตร์ ที่จะมีความสำคัญมากในอีก 3 ปีข้างหน้า คือ เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่กลับมีการแต่งตั้งไม่ตรงกับคุณสมบัติที่เหมาะสมในตำแหน่งนั้น
       
ด้าน 

พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

กล่าวเพิ่มเติมว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ยังพบว่าความเป็นธรรมในหลายส่วน ทั้งเรื่องการโยกย้าย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่พึ่งเข้ามานั่งเก้าอี้ดังกล่าวได้เพียง 1 ปี ไปเข้ากรุเป็น ผบก.กต.1 และหากดูย้อนไปที่ ผบช.ภ.2 ก่อนหน้านี้ ก็พึ่งถูกโยกออกจากเก้าอี้ ตรงนี้เป็นธรรมและมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ถามไปยังประธาน ก.ตร.แล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง ส่วนเรื่องการเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) ด้านสืบสวน ที่จะเข้ามาดูงานเรื่องนิติวิทยาศาสตร์นั้น อยากจะให้ไปปรับปรุงเรื่องการแต่งตั้งระดับ ผบก.ใน สพฐ.ตร.ให้ดียิ่งขึ้น หรือให้มีคุณสมบัติความเหมาะสมที่ถูกต้องมากกว่านี้

ต่อมาเวลา 16.30 น. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ตร. 

กล่าวภายหลังการประชุม ก.ตร.ว่า การที่ก.ตร.ผู้ทรงได้แสดงออกโดยการเดินออกจากห้องประชุม นั้น ตนเองไม่ทราบ มีการทำบันทึกมาเราก็ได้ชี้แจงไปแล้วก็เข้าใจแล้ว วันนี้ต้องเห็นใจผู้บังคับบัญชาตำรวจเพราะเขาต้องรับผิดชอบ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่าสง่างามไม่ปัญหา ปัญหามีอย่างเดียวอย่าไปเรียกรับทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น

เมื่อถามว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ก.ตร.ผู้ทรงรับทราบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ชี้แจงแล้ว ตนเองเป็นคนชี้แจงเองและรอให้ถึงวาระนั้นๆ ผบ.ตร.และว่าที่ผบ.ตร.จะเป็นคนชี้แจงในรายละเอียดอีกทีเป็นขั้นเป็นตอนแต่ก.ตร.ผู้ทรงได้ออกจากห้องประชุมไปก่อน ถ้าตนเองกล่าวหาว่าทำไมไม่รอฟังก็ได้เหมือนกัน

"ท่านทำเป็นเอกสารมา 2-3 แผ่น แล้วก็อภิปราย ผมก็ชี้แจงเมื่อถึงวาระที่ท่านข้องใจในตำแหน่งนั้นๆก็จะให้ ผบช.ชี้แจง ให้ผบ.ตร.ชี้แจง ว่าที่ผบ.ตร.ชี้แจง สำหรับรายชื่อตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งใน ก.ตร.มีปรับปรุงจากกลั่นกรอง 2-3 ตำแหน่งเท่านั้น"ประธานก.ตร.กล่าว
Read more ...

บอร์ดคณะกรรมการคัดเลือกฯ แต่งตั้ง 45 นายพลตำรวจโท ถึง พลตำรวจเอก

29/7/55
โดยมติชน เมื่อ 29 ก.ค.2555

วันที่ 29 ก.ค. 2555 ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

นายนนทิกร กาญจนจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 

เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง 

การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ถึง ผู้บัญชาการ(ผบช.) วาระประจำปี 2555 โดยมีรองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ร่วมประชุมกันครบ ในจำนวนนี้มี 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร.

ร่วมประชุมด้วย ใช้เวลาประชุมเพียง 1 ชั่วโมง พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนทั้งสิ้น 45 ตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้งเลื่อนขึ้น 37 ตำแหน่งและสับเปลี่ยน 8 ตำแหน่ง

รายงานข่าวระบุว่าบอร์ดกลั่นกรองพิจารณาแล้ว ตามเห็นชอบตามบัญชีแต่งตั้งที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.เสนอเข้ามา ทั้งนี้มีรายงานว่า บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายดังนี้ โยก 

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา(สบ10) 

เป็นรองผบ.ตร. 

พล.ต.อ.อัมรินทร์ อัครวงษ์ ที่ปรึกษา(สบ10) 

เป็นจตช. 

โดยเห็นชอบแต่งตั้ง 

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง 
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 
พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ 
พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน และ
พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี 

ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่า บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบแต่งตั้งตามลำดับความอาวุโส ดังนี้ ให้ 

พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(สทส.) 
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผบช.กองบัญชาการศึกษา(ศ.) 
พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.ตร.) 
พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา จเรตำรวจ(จตร.) (สบ8) 
พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ตำรวจภูธรภาค8 (ภ.8) 
พล.ต.ท.ภัทรชัย หิรัญญะเวช ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.) 
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 และ
พล.ต.ท.อรรถพร อุทยานนท์ จตร.(สบ8) และ
พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม จตร.(สบ8) เป็นผู้ช่วยผบ.ตร. และให้ 
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน จตร.(สบ8) ขึ้นเป็น รองจตช.(สบ9)

ขณะที่มีรายงาน ระดับ ผบช.บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบ ดังนี้ โยก 

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ภ.2 

คุมพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง ทั้งนี้มีกระแสข่าวมาตั้งแต่ตอนที่ พล.ต.ท.วินัย ลุกจากตำแหน่งผบช.น.แล้ว ว่าตั้งใจจะย้ายไปลงในตำแหน่ง ผบช.ภ.2 แต่เนื่องจากติดขัดหลายปัจจัย ทำให้ต้องดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก่อน ขณะที่บอร์ดกลั่นกรองโยกเห็นชอบโยก 

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น เป็น ผบช.สพฐ.ตร. 

ทั้งนี้มีกระแสว่าเหตุที่ถูกโยกเนื่องจากไม่สามารถทำงานสนอมตามนโยบายของฝ่ายการเมืองในหลาย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการเมือง 

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ซึ่งเป็นคนสนิท ของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น ผบช.สตม. โดยให้ 

พล.ต.ต.เชิด ชูเวช รองผบช.ก. นรต.28 ซึ่งเติบโตในพื้นที่บช.ภ.3 เป็น ผบช.ภ.3 คนใหม่

ทั้งนี้เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ รองผบช.ภ.4 คนสนิทก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 ให้

พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ประจำสง.ผบช.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน นรต.30 ซึ่งทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายปี ได้แรงหนุนจากหลายฝ่าย โยกเป็น ผบช.ภ.8 ให้ 

พล.ต.ต. พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ได้แรงหนุน คุณหญิงพจมาน ขึ้นเป็นผบช.ภ.9

ขณะที่เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง รองผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) มือทำงานของพล.ต.อ.อดุลย์ ได้แรงหนุนจากหลายทางโดยเฉพาะ พล.ต.อ.อดุลย์ ให้ขึ้นเป็น ผบช.สันติบาล คุมงานด้านการข่าว 

พล.ต.ต.สุรพงษ์ เขมะสิงคิ รองผบช.ศชต. ลูกหม้อ ตชด. ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. 

พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.รร.นรต. ลูกเขยกลุ่มบริษัทเกษตรรุ่งเรืองพืชผล ขึ้นเป็นผบช.ศ. โยก พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร จตร. (สบ8) เป็น ผบช.กตร. 

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม มือทำบัญชีแต่งตั้ง ลูกหม้อสำนักงานกำลังพลขึ้น เป็นผบช.สกพ. 

พล.ต.ต.วัฒนา สักวัตร รองผบช.ภ.5 เป็น ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี 

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส.อดีตโฆษกตร ขึ้นผบช.สทส. 

พล.ต.ต.สุชีพ หนูนาง รองผบช.7 เป็น ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน

ขณะที่ เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ.7 คนสนิทคุณหญิงพจมาน ซึ่งมีข่าวเดินทางไปฮ่องกง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร.ทำหน้าที่ที่ปรึกษาประสานบก.สส. 

พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รองผบช.สตม. ขึ้นผบช.ประจำ ประสานสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย 

พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รองผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารด้านป้องกันปราบปราม 

พล.ต.ต. จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ รองผบช.สยศ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลดิลก รองผบช.ภ.8 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำด้านนโยบายและแผน 

พล.ต.ต.จุติ ธรรมโนวานิช รองผบช.ภ.7 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวช่ญด้านสืบสวน

นอกจากนี้ เห็นชอบให้ 

พล.ต.ท.ยงยศ นาคเฉลิม ผบช.สกพ. เป็น หัวหน้าจตร.(สบ8) 
พล.ต.ต. วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.สตม.คนสนิท พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ 
พล.ต.ต.สมโชค เจริญพร รองผบช.สกพ. 
พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผบช.ภ.7 
พล.ต.ต.พจน์ ไทยกล้า รองผบช.ภ.6 
พล.ต.ต.ณรงค์ กาญจนะ รองจตร(สบ7) 

ขึ้นเป็น จตร.(สบ8)

โดยมีรายงานว่า สำหรับกรณี 

พล.ต.ท. นพ. จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ 

ซึ่งมีความอาวุโสอันดับที่ 8 นั้น ตร.มีความเห็นว่า เห็นควรให้อยู่บริหารพัฒนารพ.ตร.ต่อ อีกทั้งในสายงานรพ.ตร.นั้น ยังไม่มี ระดับรองนายแพทย์ใหญ่คนใดครบเกณฑ์แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จึงอนุมัติให้ยังดำรงตำแหน่งเดิมไม่ขึ้นในระดับผู้ช่วยผบ.ตร.

ทั้งนี้ในบอร์ดกลั่นกรองไม่มีการพูดถึงตำแหน่งของ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามบัญชีแต่งตั้ง ที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองแล้ว จะนำเสนอให้ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม ทั้งนี้หากก.ตร.เห็นว่าการแต่งตั้งตำแหน่งใดไม่เหมาะสม ก็สามารถเสนอกลั่นกรองใหม่และเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่า ก.ตร.จะเห็นชอบตามบัญชีแต่งตั้งฉบับนี้
Read more ...

“เหลิม” ดัน “คำรณวิทย์” ผงาด ผบช.น. โยก “วินัย” ไปภาค 1

7/6/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 7 มิ.ย.2555

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะเสนอชื่อ “คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” ให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบช.น.ในวันศุกร์นี้ สลับกับ “วินัย ทองสอง” ที่จะไปนั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.1 แทน ส่วน “วิชัย สังข์ประไพ” ก็โยกสลับกับ “ปริญญา จันทร์สุริยา” เพื่อนร่วมรุ่นคำรณวิทย์ ไปเป็นรอง ผบช.ภ.1 ด้วย

วันนี้ (7 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.นัดพิเศษ วันศุกร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ มีรายงานว่า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

จะเสนอให้มีการพิจารณาแต่งตั้ง

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. 

ที่ถูกคำสั่งให้ไปช่วยราชการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีปล่อยให้กลุ่มพันธมิตรฯ ปิดเส้นทางเข้ารัฐสภา จนต้องเลื่อนการประชุมพิจารณายกร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไปนั่งเก้าอี้ “ผบช.ภ.1” และเสนอแต่งตั้ง 

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการ ผบช.น.เป็น ผบช.น. 

ให้เข้ามาแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และจะมีการเสนอโยกย้าย 

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น.

ที่โดนคำสั่งไปช่วยราชการประจำ สนง.ผบ.ตร.30 วัน เป็น

รอง ผบช.ภ.1 

สลับกับ 

พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 30 

เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เป็นรอง ผบช.น. เข้ามารับผิดชอบดูแลการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่ กทม.

ทั้งนี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ได้รับแรงสนับสนุนจาก 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ 
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหราณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.

ตั้งแต่แรกให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.น. แต่ติด พล.ต.ท.วินัย จึงเสนอชื่อไปเป็น ผบช.ภ.1 และติดปัญหาค้าง เรื่องคำสั่งแต่งตั้ง 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.ขึ้น ผบช.ภ.1 

ตั้งแต่ยุคที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ทำให้ไม่สามารถแต่งตั้งได้ โดยการประชุม ก.ตร.ในครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมจะสรุปผลการสอบสวนกรณีดังกล่าวให้เสร็จสิ้น เพื่อเปิดตำแหน่ง ผบช.ภ.1 โดยให้ พล.ต.ท.วินัยไปดำรงตำแหน่ง และแต่งตั้ง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ คนสนิทมาดำรงตำแหน่ง ผบช.น. โดยอ้างเหตุผลการควบคุมการชุมนุมเพื่อให้รัฐสภาจัดการประชุม พ.ร.บ.ปรองดองได้สำเร็จ

ส่วนความเคลื่อนไหวบริเวณหน้ารัฐบสภาขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรถนนอู่ทองในด้านหน้ารัฐสภาจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เนื่องจากมีกลุ่มเสื้อแดงนำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการใช้รถเครื่องขยายเสียงเชิญชวนร่วมกิจกรรมต่างๆ และชุดรักษาความปลอดภัยตรวจเข้มเข้าออกพื้นที่มีผู้ชุมนุม ทยอยมาร่วมอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯ นั้นยังไม่พบมีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินภาพรวมวันนี้ว่าน่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาทำกิจกรรมประมาณ 5,000 คนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยรอบบริเวณจำนวน 4 กองร้อยยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด 

ส่วนความเคลื่อนไหวภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็มีการประชุมประเมินสถานการณ์ประจำวันพร้อมรายงานการสืบสวนด้านการข่าวอย่างต่อเนื่องโดย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ได้เน้นย้ำนโยบายการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายว่าให้ป้องกันเหตุไม่ให้สองฝ่ายมีการปะทะกัน พร้อมยืนยันจะดูแลทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
Read more ...

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพล 234 ตำแหน่ง

24/2/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 ก.พ.2555

โปรดเกล้าฯ 65 นายพลตำรวจ พร้อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่งอื่นๆ อีก 234 ราย มีผลตั้งแต่ 23 ก.พ.

วันนี้ (24 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลให้แก่ข้าราชการตำรวจ จำนวน 65 ราย โดย 

พล.ต.ต.ขึ้นเป็น พล.ต.ท.จำนวน 2 ราย และ 
พ.ต.อ.ขึ้นเป็น พล.ต.ต.จำนวน 63 ราย 

นอกจากนี้ ยังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ 

แต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 234 ราย 

ซึ่งทั้งหมดได้รับการแต่งตั้งตามวาระประจำปี 2554 ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา

สำหรับรายชื่อตำแหน่งที่น่าสนใจ มีดังนี้ 

- พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. โยกเป็น รอง ผบช. สำนักงานตรวจสอบภายใน 
- พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ภ.8 เป็น รอง ผบช.ก. 
- พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.ส. เป็น รอง ผบช.ปส. 
- พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รอง ผบช.สำนักงานส่งกำลังบำรุง เป็น รอง ผบช.สตม. 
- พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รอง ผบช. สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็น รอง ผบช.สตม. 
- พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สตม. เป็น รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล 
- พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง ผบช.น. เป็น รองจเรตำรวจ (สบ7) 
- พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล เป็น รอง ผบช.ก. 
- พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองจเรตำรวจ (สบ 7) เป็น รอง ผบช.ปส. 
- พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.พฐ. เป็น รอง ผบช.ภ.4 
- พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เป็น รอง ผบช.ศ. 
- พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. เป็น รอง ผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ 
- พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. เป็น รองจเรตำรวจ (สบ 7) 
- พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. เป็น รอง ผบช.พฐ. 
- พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท. เป็น รอง ผบช.พฐ. 
- พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. 
- พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. เป็น ผบก.สท. 
- พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 เป็น ผบก.กต.6 
- พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 เป็น ผบก.กองวิจัย 
- พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบก.น.6 เป็น เลขานุการตำรวจแห่งชาติ(สบ6)


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตำแหน่งที่น่าสนใจ ได้แก่ 

- พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ รอง ผบช.ปส.เป็น รอง ผบช.น. 
- พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. เป็น รอง ผบช.น. 
- พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี เป็น รอง ผบช.น. 
- พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จ.อ่างทอง เป็น รอง ผบช.น. 
- พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็น รอง ผบช.น. 
- พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน เป็น รอง ผบช.น. 
- พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม ภ.6 เป็น ผบก.น.5 
- พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส.เป็น ผบก.น.7 
- พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น.3
Read more ...

ผบ.ตร.จะขยายเวลาแต่งตั้ง รองผบก.-สว.ไปอีก 1 เดือน

12/1/55
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 11 ม.ค.2555

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. 

เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งหน้าจะ

- ขออนุมัติ ก.ตร.ขยายเวลาการดำเนินการแต่งตั้ง พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. เป็นผบช.ภ.1 ด้วยสิทธินับอายุราชการทวีคูณ 

โดยคณะกรรมการสืบสวนฯ รายงานผลการสืบสวนเพิ่มเติมที่สั่งไปล่าสุดมายังตนแล้ว จากนี้ตนจะสอบถามเพิ่มเติมไปยังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาค ใต้(ศชต.) เพื่อยืนยันการไปปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดน ว่าไปครบตามกำหนดเวลาที่จะได้สิทธินับอายุราชการทวีคูณหรือไม่ เมื่อทราบผลก็สรุปจบได้ เรื่องนี้ต้องจบได้แล้ว หากทำถูกต้องควรได้สิทธิทวีคูณก็ต้องให้ แต่หากไม่ครบตามเกณฑ์ก็ให้สิทธิไม่ได้ ตรงนี้ต้องทำตามกฎเกณฑ์ หากไม่ยึดตามกฎแล้วให้สิทธิไปตำรวจทั้งหมดก็ว่าตนได้ ตนต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย คาดว่าจะนำผลสรุปเข้าก.ตร.ได้ในการประชุมครั้งหน้า

ขณะเดียวกันจะได้

- ดำเนินการแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งรองผบช.ก.ของพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพาณิชย์ รองผบช.ภ.7 ที่ก.ตร.เพิ่งแต่งตั้งให้เป็นรองผบช.ก. ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ 

รวมทั้ง

- การแต่งตั้งระดับรองผบก. ถึงสารวัตร ออกไปอีก จากเดิมที่ก.ตร.อนุมัติให้ขยายเวลาไปถึงวันที่ 31 ม.ค.2555 แต่ครั้งนี้จะขอขยายออกไปอีก 1 เดือน ถึงสิ้นเดือนก.พ.2555
Read more ...

ผบ.ตร. สั่ง 235 นายพลรักษาราชการแทนให้งานเกิดศักยภาพ

28/12/54
โดยผู้จัดการ เมื่อ 28 ธ.ค.2554

ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ระดับ ผบก. -รองผบช. จำนวน 235 ราย รักษาราชการแทนตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วันนี้ (28 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)

ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 774/2554 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน โดยคำสั่งระบุว่า ด้วยก.ตร.ให้การประชุมครั้งที่ 13 / 2554 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2554 มีมติให้ความเห็นชอบการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับผบก.-รองผบช. จำนวน 235 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้ง เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 (2) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 จึงให้ข้าราชการตำรวจ 235 ราย รักษาราชการแทนตำแหน่งต่างๆ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2554 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงตำแหน่งดังกล่าว

สำหรับรายชื่อมีดังนี้

1.พล.ต.ต.อรรถพันธ์ พรมณฑารัตน์ รองนพ.ใหญ่ (สบ 7) เป็นที่ปรึกษา สบ8 ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ผ่าตัด

2. พล.ต.ต.เอกพันธ์ ศรีศักดิ์สกุล รองนพ.ใหญ่(สบ 7) เป็นที่ปรึกษา (สบ8) ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทางยา

3. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. เป็นรองผบช.สตส.

4.พล.ต.ต.เกษียร วรศิริ รองผบช.สยศ.ตร. เป็นรองผบช.ภ. 6

5. พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รองผบช.ภ .9 เป็น รองผบช.ก.

6. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.ส. เป็น รองผบช.ปส.

7.พล.ต.ต.จุตติ ธรรมมโนวานิช รองผบช.สตส. เป็น รองผบช.ภ. 7

8. พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช รองผบช.ภ. 7 เป็น รองผบช.ก.

9.พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ภ.8 เป็นรองผบช.สยศ.ตร.

10. พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รองผบช.ภ. 6 เป็น รองผบช.สกบ

11. พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท รองผบช.ภ. 8 เป็น รองจเรตำรวจ (สบ7)

12. พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รองผบช.ภ. 4 เป็น รองผบช.ภ. 9

13. พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ รองผบช.ปส. เป็น รองผบช.น.

14. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.ภ. 5 เป็น รองผบช.ภ. 1

15. พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.ก. เป็นรองผบช.น.

16 . พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร รองผบช.ภ. 7 เป็น รองจเรตำรวจ (สบ7)

17. พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.สกบ. เป็นรองผบช.สตม .

18. พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รองผบช.สยศ.ตร. เป็นรองผบช.สตม.

19. พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี รองผบช.ภ. 9 เป็น รองผบช.ภ. 8

20. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รองผบช.สตม. เป็น รองผบช.สกพ.

21.พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ. 1 เป็น รองผบช.ภ. 8

22. พล.ต.ต.วัฒนา สักกวัตร รองผบช.กมค. เป็น รองผบช.ภ. 5

23. พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รองผบช.น. เป็น รองจเรตำรวจ สบ7

24. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช. 5 เป็น รองผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร. (ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราห์งานบุคคล)

25. พล.สรรพวุฒิ พิพัฒพันธุ์ รองผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร. (ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์งานบุคคล) เป็นรองผบช.ก.

26. พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รองผบช.ปส. เป็น รองผบช.ภ. 6

27. พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง รองผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ศชต.

28. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รองผบช.สกพ. เป็นรองผบช.ก.

29. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองจเรตำรวจ สบ 7 เป็น รองผบช.ปส.

30. พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รองผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ภ. 4

31. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รองผช.สยศ.ตร. เป็น รอง ผบช.ตชด.

32.พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. เป็น รองผบช.ศ.

33. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. เป็น รองผบช.สยศ.ตร.

34. พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมรกุล ณ นคร รองผบช.น. เป็น รองจเรตำรวจ สบ 7

35. พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.จว.ลำพูน เป็น รองผบช.ภ. 5

36. พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบก.ปคม. เป็น รองผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่บริหารและให้คำปรึกษาด้านป้องกันปราบปราม

37. พล.ต.ต.จิระศักดิ์ ปาณินท์ นพ.(สบ 6 )รพ.ตำรวจ เป็นรองแพทย์ใหญ่ (สบ7 )

38. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม. 5 เป็น รองผบช.ก.

39 พล.ต.ต. ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ ผบก.นต. เป็น รองนพ.ใหญ่ สบ 7

40 พล.ต.ต. ดร ปิ่นเฉลียว ผบก.ตชด.ภาค 3 เป็นรองผบช.ตชด.

41. พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ เป็น รองผบช.สยศ.ตร.

42. พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม เป็น รองผบช.ภ. 9

43 . พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ ผบก.ศพฐ. 5 เป็น รองผบช.ภ. 5

44. พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ตชด. ภาค 4 เป็น รองผบช.ตชด.

45. พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ ผบก.ปส. 4 เป็น รองผบช.ปส.

46. พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. เป็น รองผบช.ภ. 7

47. พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ เลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ6) เป็น รองผบช.ส.

48. พล.ต.ต. มนตรี โปตระนันทน์ ผบก.ตม 4 เป็น รองผบช.สตม.

49 .พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. เป้น รองผบช.สพฐ.

50. พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี เป็น รองผบช.น.

51 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.จว.อ่างทอง เป็น รองผบช.น.

52. พล.ต.ต.เลิศ วงศ์อารยะ ผบก.ประจำสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็น รองผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นรองผบช.สพฐ.

53. พล.ต.ต.วิชัย รัตนยศ ผบก.กองคดีอาญา เป็น รองผบช.กมค.

54.พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.อำนวยการถวายความปลอดภัย เป็น รองผบช.สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ

55. พล.ต.ต.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นายตำรวจราชสำนักประจำ สบ 6 ส่วนปฏิบัติการ นายตำรวจราชสำนักประจำ เป็น นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 7)

56. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ปจ.ภ.6 เป็นรอง ผบช.ภ.1

57.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็น รองผบช.น.

58.พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.กองตรวจราชการ 3 เป็นรอง จตร.(สบ.7)

59.พล.ต.ต.สุรพงษ์ พงษ์อร่าม ผบก.อก.รพ.ตำรวจ เป็นรองนายแพทย์ใหญ่ (สบ.7)

60.พล.ต.ต.หญิง สิริยา อารีเจริญเลิศ นายแพทย์ (สบ.6) รพ.ตำรวจ เป็นรองนายแพทย์ใหญ่ (สบ.7)

61.พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท.เป็นรอง ผบช.สพฐ.

62.พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม ศชต.เป็นรอง ผบช.ศชต.

63.พล.ต.ต.เสน่ห์ อรุณพันธุ์ ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม เป็นรอง ผบช.สพฐ.

64.พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน เป็นรอง ผบช.น.

65.พล.ต.ต.อนันต์ โตสงวน ผบก.กองวิจัย เป็นรอง จตร.(สบ.7)

66.พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.จว.ระนอง

67.พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.6 เป็น ผบก.น.5

68.พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส.เป็น ผบก.น.7

69.พล.ต.ต.จิรเดช เกรียงศักดิ์พิชิต ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด เป็น ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ

70.พล.ต.ต.ชฎิล พรหมไพบูลย์ ผบก.จว.นครสวรรค์ เป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.6

71.พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.จว.สงขลา เป็น ผบก.จว.ภูเก็ต

72.พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี ผบก.จว.พังงา เป็น ผบก.ประจำตำรวจภูธรภาค 8

73.พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผบก.กองอุทธรณ์ เป็น ผบก.จว.สระบุรี

74.พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ ผบก.จว.เพชรบูรณ์ เป็น ผบก.สส.บช.ภ.6

75.พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน.เป็น ผบก.ปคม.

76.พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.ศชต.เป็น ผบก.น.4

77.พล.ต.ต.ชาญชิต แสงแก้ว นายแพทย์ (สบ.6) รพ.ตำรวจ เป็นนายแพทย์ (สบ.6) รพ.ตำรวจ (นักวิชาการทางการแพทย์ สาขาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา)

78.พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.จว.ลพบุรี เป็น ผบก.ประจำ บช.ส.

79.พล.ต.ต.ชาลี เทพา ผบก.อก.ศชต.เป็น ผบก.ตชด.3

80.พล.ต.ต.ชำนาญ เครือบัว ผบก.กองตรวจราชการ 10 เป็น ผบก.จว.นครพนม

81.พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.5 เป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.1

82.พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง ผบก.จว.บึงกาฬ เป็น ผบก.จว.สุรินทร์

83.พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.จว.นราธิวาส เป็น ผบก.จว.หนองบัวลำภู

84.พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันทน์ ผบก.อก.สพฐ.เป็น ผบก.ปส.4

85.พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.นราธิวาส

86.พล.ต.ต.โชติกร สีมันตร ผบก.อก.บช.ศ.เป็น ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากร

87.พล.ต.ต.จตุรงค์ โชติดำรงค์ ผบก.ประจำ สทส.เป็น ผบก.ประจำ บช.ก.

88.พล.ต.ต.จรินทร์ อินทร์สุวรรณโณ ผบก.จว.พะเยา เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.5

89.พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.น.7 เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.1

90.พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.กองงบประมาณ ผบก.จว.ชลบุรี

91.พล.ต.ต.จำรูญ รื่นรมย์ ผบก.กองตรวจราชการ 1 เป็น ผบก.จว.กระบี่

92.พล.ต.ต.จำลอง น้อมเศียร ผบก.จว.ตาก เป็น ผบก.อก.บช.ภ.5

93.พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผบก.จว.หนองคาย ผบก.กองตรวจราชการ 4

94.พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.ส.3 เป็น ผบก.จว.นครสวรรค์

95.พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ ผบก.น.8 เป็น ผบก.กองตรวจราชการ 5

96.พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เป็น ผบก.ตม.2

97.พล.ต.ต.ดำรงค์ วัฒโนดร ผบก.สส.บช.ภ.9

98.พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 เป็น ผบก.จว.พะเยา

99.พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ภัทรภาณุ ผบก.กองตรวจราชการ 8 เป็น ผบก.สส.บช.ภ.9

100.พล.ต.ต.ทรงชัย สิมะโรจน์ นายแพทย์ (สบ.6) รพ.ตำรวจ เป็นนายแพทย์ (สบ.6) รพ.ตำรวจ (นักวิชาการทางการแพทย์ สาขาอายุรศาสตร์)

101.พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.จว.เชียงราย เป็น ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน 102.พล.ต.ต.ธงชัย โตงาม ผบก.ส.2 เป็น ผบก.ส.1

103.พ.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ.เป็น ผบก.กองตรวจราชการ 9

104.พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.จว.สมุทรสงคราม เป็น ผบก.จว.สมุทรสาคร

105.พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบก.จว.ชลบุรี เป็น ผบก.จว.สระแก้ว

106.พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ประจำ บช.สตม.เป็น ผบก.ตม.4

107.พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผบก.จว.ขอนแก่น เป็น ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ

108. พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.อก.ภ.1 เป็น ผบก.ภ.จว.ราชบุรี

109. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปคบ.

110 พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็น ผบก.กองอุทธรณ์

111.พล.ต.ต.บุญยศ บุญไพศาล ผบก.ภ.จว.ยโสธร เป็น ผบก.กองวินัย

112. พล.ต.ต.ประยุทธิ์ วะนะสุข ผบก.อก.ภ.3 เป็น ผบก.ภ.จว.ลพบุรี

113. พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 เป็นผบก.น.8

114. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ตม.2 เป็น ผบก.สส.สตม.

115. พล.ต.ต.ปรีชา ลิมปโอวาท ผบก.ปจ.บช.ปส. เป็นผบก.ข่าวกรองยาเสพติด

116. พล.ต.ต.ปวีน พงษ์สิรินทร์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เป็น ผบก.อก.ภ.8

117. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. เป็นผบก.สท.

118. พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ผบก.ส.1 เป็น ผบก.กต 10

119. พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศิริ ผบก.ศฝร.ภ.3 เป็น ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ

120.พล.ต.ต.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ ผบก.ภ.จว.แพร่ เป็น ผบก.ประจำสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

121. พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.ภ.จว.นครพนม เป็น ผบก.อก.ภ.จว.ภ.4

122. พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็นผบก.อก.ภ.7

123. พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.กองวินัย เป็น ผบก.อก.บช.ศ.

124. พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นผบก.กองกฎหมาย

125.พล.ต.ต.พิชัย เจียมบุรเศรษฐ์ ผบก.อก.ภ.6 เป็น ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์

126. พล.ต.ต.พินิต มรณีรัตน์ ผบก.กต.9 เป็น ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ

127. พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เป็น ผบก.ภ.จว.นครปฐม

128. พล.ต.ต.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผบก.ตม.1 เป็น ผบก.อก.จต.

129. พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภารดรศักดิ์ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น

130. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.น.9 เป็น ผบก.ประจำ บช.น.

131. พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.2

132. พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ประจำบช.ภ.4 เป็น ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ

133. พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร ผบก.กองการต่างประเทศ เป็น ผบก.สถานบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย(ไอเลีย)

134. พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ เป็น ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช

135. พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ตม.3 เป็นผบก.ปจ.สตม.

136. พล.ต.ต.รุจิรัตน์ หลุมบุญเรือง ผบก.ศพฐ.3 เป็นผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ

137. พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.สำนักงานการศึกษาและประกันคุณภาพ เป็น ผบก. ภ.จว.บุรีรัมย์

138.พล.ต.ต.ลิขิต สุทธะพินธุ ผบก.ฝึกพิเศษ เป็น ผบก.ตชด.ภ.4

139. พล.ต.ต.วรพนธ์ พงศ์ไพฑูรย์ นพ.(สบ6) เป็น นพ.(สบ6)นักวิชาการทางการแพทย์ สาขากุมารเวชศาสตร์ หรือจิตเวชศาสตร์

140 พล.ต.ต. วรภัทร์ วัฒนวิศาล ผบก.สส.ภ.7 เป็น ผบก.ปจ.ภ.7

141. พล.ต.ต.วรยุทธ อินทรสุวรรณ ผบก.อก.สกบ. เป็น ผบก.สงป.

142. พล.ต.ต.วิฑูรย์ นิติวรางกูร ผบก.วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ เป็น นพ.(สบ6) นักวิชาการทางการแพทย์สาขาศัลยศาสตร์

143. พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.ภ.จ.กระบี่ เป็น ผบก.กต.8

144. พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.ภ.จว.ระนอง เป็นผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี

145. พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชาญพนา ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เป็น ผบก.อก.ภ.3

146. พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เปล่งขำ ผบก.กองกฎหมาย เป็น ผบก.ภ.จว.แพร่

147. พล.ต.ต.วีรสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.ภ.จว.พัทลุง เป็น ผบก.ปจ.ภ.9

148. พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เป็น ผบก.ภ.จว.อ่างทอง

149. พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ ผบก.สนับสนุน บช.ตชด. เป็น ผบก.อก.สกบ.

150.พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ผบก.น.3 เป็น ผบก.ปข.บช.ปส.

151. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยสรร ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เป็น ผบก.อก.ภ.6

152. พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เป็นผบก.ศฝร.ภ.7

153. พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 เป็น ผบก.กต.6

154. พล.ต.ต.สมบูรณ์ ตันตระกูล นพ.(สบ6) เป็น ผบก.นต.

155. พล.ต.ต.สมพล อัครเดโชชัย ผบก.อก.ภ.5 เป็นผบก.ภ.จว.ตาก

156. พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.กต.5 เป็น ผบก.ภ.จว.หนองคาย

157. พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผบก.ปจ.ภ.9 เป็น ผบก.ภ.จว.พัทลุง

158. พล.ต.ต.สมโภชน์ โพธิทอง ผบก.กต.4 เป็นผบก.ตม.3

159.พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ปจ.บช.น. เป็น ผบก.น.2

160. พล.ต.ต.สุธีระ ปุณณะบุตร ผบก.สส.บช.ภ.6 เป็น ผบก.ศฝร.บช.ภ.6

161. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น.3

162. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบก.ปปป. เป็น ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร

163.พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เป็น ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี

164. พล.ต.ต.สุวรรณ เอกโพธิ์ ผบก.สส.ภ.5 เป็น ผบก.ปจ.ภ.3

165. พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ปจ.ภ.8 เป็นผบก.ภ.จว.สงขลา 

166.พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 เป็นผบก.กองวิจัย 

167. พล.ต.ต.สุเมธ พงษ์ลิมานนท์ ผบก.ศพฐ.10 เป็น ผบก.ศพฐ.3 

168.พล.ต.ต.สิทธิพัฒน์ ตันติยานนท์ ผบก.กต.2 เป็นผบก.กต.3 

169. พล.ต.ต.อภิรักษ์ หงส์ทอง ผบก.อก.ภ.8 เป็น ผบก.ภ.จว.พังงา

170 พล.ต.ต.อรรณพ ปิ่นแจ้ง ผบก.ปจ.สันติบาล เป็น ผบก.สนับสนุน บช.ตชด.

171. พล.ต.ต.อรรถกิจ กรณ์ทอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง เป็นผบก.ภ.จว.ลำพูน

172. พล.ต.ต.อังกูร พูลเจริญ ผบก.อก.จตร เป็น ผบก.กต.2

173. พ.ต.อ.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ รองผบก.ส.3 เป็น ผบก.ตม.1

174 พ.ต.อ.กษพล กองเกียรติกุล ทันตแพทย์ (สบ5) เป็นทันตแพทย์ (สบ6)

175. พ.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบก.ทพ. เป็น ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม

176. พ.ต.อ.ชนินทร์ ชะโยชัยชนะ นพ(สบ5) เป็นผบก.รพ.ดารารัศมี

177. พ.ต.อ.ชนินทร์ สุดโนรีกุล นพ.(สบ5) กลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็น ผบก.อก.รพ.ตร.

178. พ.ต.อ.ชูชัย ขุนคลังมีวน รองผบก.ภ.จว.แพร่ เป็น ผบก.ปจ.ภ.5

179. พ.ต.อ.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผบก.ภ.จว.สกลนคร เป็น ผบก.ปจ.ภ.4

180 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รองผบก.น.6 เป็นผบก.สปพ.

181.พ.ต.อ.ไชยยา รุจจนเวท รองผบก.กต.5เป็น ผบก.ปจ.สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี

182.พ.ต.อ.จรูญ งดงาม นักวิทยาศาสตร์(สบ5) เป็น ผบก.ศพฐ.10

183. พ.ต.อ.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา รองผบก.ภ.จว.สกลนคร เป็นผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด

184. พ.ต.อ.ญ ณุตตมา ชวาลเวชกุล นักวิทยาศาสตร์(สบ5) กลุ่มงานตรวจเลือด ชีวเคมี เขม่าดินปืน นต. เป็น ผบก.ปจ.รพ.ตร.

185. พ.ต.อ.ทรงพันธ์ เพชรจันทร นพ.(สบ5) เป็นนพ.(สบ6)

186. พ.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผบก.ปส.3 เป็น ผบก.ภ.จว.นนทบุรี

187. พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รองผบก.อก.บช.ก. เป็น ผบก.รน.

188. พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รองผบก.ปคม. เป็นผบก.อก.สพฐ.

189. พ.ต.อ.นพปฏล อินทอง รองผบก.ทพ. เป้น ผบก.อก. บช.ก.

190. พ.ต.อ.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ รองผบก.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ เป้น ผบก. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ

191. พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รองผบก.ป. เป็น ผบก.ปทส.

192. พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองผบก.ป. เป็น ผบก.สส.บช.ภ. 5

193 . พ.ต.อ.บุญลือ กอบางยาง รองผบก.จว.อุดรธานี เป็น ผบก.จว.อุทัยธานี

194. พ.ต.อ.บุญสืบ ไพรเถื่อน รองผบก.ปอศ. เป็น ผบก.รน.

195. พ.ต.อ.ปฎิเวธ จุลินทร รองผบก.ตม .6 เป็นผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี

196. พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ รองผบก.กองคดีอาญา เป็น ผบก.กองคดีอาญา

197. พ.ต.อ.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบก.น.8 เป็น เลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ6)

198. พ.ต.อ.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร รองผบก.จว.นนทบุรี เป็น ผบก.กองตรวจราชการ 1

199.พ.ต.อ. พชร บุญญสิทธิ์ รองผบก.น. 4 เป็น ผบก.น. 1

200. พ.ต.อ.พรชัย ตรีสุพล รองผบก.จว.ยโสธร เป็น ผบก.จว.ยโสธร

201. พ.ต.อ.พรชัย ตั้งสำเริงวงศ์ นพ.สบ 5 กลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ รพ.ตำรวจ เป็น นพ. สบ 6 รพ.ตำรวจ (นักวิชาการทางการแพทย์สาขาออร์โธปิดิกส์ หรือ วิสัญญี )

202. พ.ต.อ.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองผบก.จว.เชียงใหม่ เป็น ผบก.จว.ลำปาง

203. พ.ต.อ.พลบูรณ์ ชำนาญกูล รองผบก.ตชด.ภาค 1 เป็น ผบก.อก.บช.ตชด.

204. พ.ต.อ.พลศักดิ์ บรรจงศิริ รองผบก.จว.มุกดาหาร เป็นผบก. จว.สกลนคร

205. พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผบก.ส3 เป็น ผบก.ส. 3

206. พ.ต.อ. พีระ บุญเลี้ยง รองผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.ยะลา

207. พ.ต.อ.ภวัต พรหมมะกฤต รองผบก.จว.สมุทรปราการ เป็น ผบ.อก.บช.ภ. 1

208. พ.ต.อ.มณฑล เงินวัฒนะ รองผบก.กองการต่างประเทศ เป็น ผบก.กองการต่างประเทศ

209. พ.ต.อ.มณฑลทัฬห์ บุนนาค รองผบก.สำนักงานศึกษาและประกันคุณภาพ เป็น ผบก.อำนวยการถวายความปลอดภัย

210. พ.ต.อ.ยงยุทธ เชยเดช รองผบก.บน เป็น นักบิน (สบ6) บก.บน.

211. พ.ต.อ.หญิง ยุพิน เนียมแสง รองผบก.วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ เป็น ผบก.วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ

212. พ.ต.อ.รัษฏากร ยิ่งยง รองผบก.กองวิจัย เป็น ผบก.น. 9

213. พ.ต.อ.หญิง ลัดดาวัลย์ ชัยแสงจันทร์ นพ.สบ5 กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.ตำรวจ เป็น นพ.สบ6 รพ.ตำรวจ (นักวิชาการทางการแพทย์ สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน หรือ เวชศาสตร์ครอบครัว

214. พ.ต.อ.วิชระศักดิ์ พุ่มทอง รองผบก.ตชด.ภาค 2 เป็น ผบก.ฝึกพิเศษ

215. พ.ต.อ.วิฑูรย์ สัตยเทวา รองผบก.กองตรวจราชการ 10 เป็น ผบก.ปปป.

216. พ.ต.อ.วิสาร์ท สมปราชญ์ รองผบก.จว.ชัยภูมิ เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ. 3

217.พ.ต.อ.วิสูตร เกษมณี รองผบก.รน. เป็น ผบก.ศพฐ.2

218. พ.ต.อ.วิโรจน์ พานิชผล รองผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นผบก.ประจำ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ

219. พ.ต.อ.วีระพล สกุลมีฤทธิ์ รองผบก.จว.นครปฐม เป็น ผบก.จว.สมุทรสงคราม

220. พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รองผบก.น. 9 เป็น ผบก.น. 6

221. พ.ต.อ.สมชาย มุสิกเจริญ รองผบก.น.8 เป็น ผบก.อก.บช.น.

222. พ.ต.อ.สมชัย วุฒิณรงค์ตระกูล นพ.สบ5 กลุ่มงานตา รพ.ตำรวจ เป็น นพ.สบ 6 รพ.ตำรวจ (นักวิชาการทางการแพทย์ สาขาจักษุวิทยา หรือ โสต ศอ นาสิกวิทยา )

223. พ.ต.อ.สมบัติ บัวเรือง รองผบก.จว.ฉะเชิงเทรา เป็ นผบก.จว.ฉะเชิงเทรา

224.พ.ต.อ.สมิทธิ มุกดาสนิท รองผบก.จว.สระบุรี เป็น ผบก.จว.ปทุมธานี

225. พ.ต.อ.หญิง สุขสมร จันทรุกขา พยาบาล สบ 5 รพ.ตำรวจ เป็น ผบก.รพ.ตำรวจ (ผู้เชี่ยวขาญทาการพยาบาล)

226. พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รองผบก.สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ เป็น ผบก.สส.บช.ภ. 7

227. พ.ต.อ.หญิง สุนีย์ หาญชัยวัฒน์ นักวิทยาศาสตร์ สบ 5 กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เป็น ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน5

228. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รองผบก.จว.พะเยา เป็นผบก.จว.เชียงราย

229. พ.ต.อ.สริยา ไชยโยธา รองผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช. ศชต.

230. พ.ต.อ.องอาจ ผิวเรืองนนท์ รองผบก.จว.มุกดาหาร เป็นผบก.จว.นครราชสีมา

231 . พ.ต.อ.อนันต์ มีเคราะห์ดี รองผบก.กองมาตรฐานวินัย เป็น ผบก.กองมาตรฐานวินัย

232 . พ.ต.อ.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ รองผบก. กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ เป็น ผบก.กองร้องทุกข์

233. พ.ต.อ.อภิรัต นิยมการ รองผบก.ตม .1 เป็น ผบก.ตม .5

234.พ.ต.อ.อุดม สุวรรณเวชทิพย์ รองผบก.สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ เป็น ผบก.ส. 2

235. พ.ต.อ. อิทธศักดิ์ กรินชัย นายตำรวจราชสำนักประจำ สบ 5 ส่วนปฏิบัติการ นายตำรวจราชสำนักประจำ เป็น นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ6 ) ส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ
Read more ...

“เหลิม” ยัวะประชุม 15 ชม. ทุบโต๊ะขู่ ก.ตร.ย้าย “ผู้การกองปราบ” ไม่ได้!

27/12/54
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ธ.ค.2554

ก.ตร.ใช้เวลาการประชุมมาราธอนนานกว่า 15 ชั่วโมงในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก. “เฉลิม” ยัวะขาด ทุบโต๊ะแต่งตั้ง “ผู้การกองปราบ” คนใหม่ไม่ได้ พร้อมเด้งตำรวจสายประชาธิปัตย์และขั้วอำนาจเก่า เข้ากรุทั้งแผง “โอ๋ สืบ 6” ผงาดขึ้นผู้การเมืองนนท์ “วัลลภ ประทุมเมือง” เด็กน้าเหลิมคุม ผบก.น.6 “พินิต มณีรัตน์” ไปขึ้นผู้การที่ชัยภูมิ “ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ถูกพิษยิงคนสนิท “อี้ แทนคุณ” ไปเป็นผู้การถึงพะเยา “อำนวย นิ่มมะโน” เข้ากรุไปสอนหนังสือเป็นรอง ผบช.ศ.

วันนี้ (26 ธ.ค.) เมื่อเวลา 04.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มาตั้งแต่เวลา 13.30 น.วานนี้ (25 ธ.ค.) ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. โดยมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) วาระประจำปี 2554 โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวก่อนการประชุมว่า การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้จะใช้หลักการพิจารณาตามความอาวุโส 33% และความเหมาะสม โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่มีการส่งรายชื่อให้ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาก่อนวันประชุมจริง 3 วัน ซึ่งตนเห็นว่าดี เนื่องจากจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่รายชื่อที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ไม่ใช่ข้อยุติ ฉะนั้นผลชี้ขาดอยู่ที่การประชุมครั้งนี้ โดยหลายตำแหน่งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้

เมื่อถามว่า มองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการโยกย้ายนายตำรวจจากขั้วอำนาจเก่าเข้ากรุ ประธาน ก.ตร.กล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่เคยสนใจในรายละเอียด เพราะบุคคลใดมาเป็นตำแหน่งใด ก็สามารถปกครองได้ โดยไม่ได้มองว่าตำรวจบุคคลใดเป็นสายไหน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด แต่บางครั้งบุคคลที่เหมาะสมในสายตาของบอร์ดกลั่นกรองกับที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ และในสายตาของคนอื่นอาจมีความเห็นไม่ตรงกัน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดสร้างฐานเสียงจากตำรวจ

เมื่อถามถึงกรณีการแต่งตั้ง ผบช.ภ.1 เนื่องจากติดปัญหาการนับวันทวีคูณของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โดยการแต่งตั้งของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ในครั้งนั้นที่ไปช่วยราชการที่ภาคใต้ แต่มีการร้องเรียนเข้ามาว่า การช่วยราชการของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ขาดคุณสมบัติในการแต่งตั้ง ฉะนั้นจะมีการสอบเพิ่มอีก 2-3 ประเด็น คาดว่าจะเสร็จสิ้นในการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า โดยต่อจากนี้ถ้าบุคคลใดไปช่วยงานที่ภาคใต้แบบไม่ต่อเนื่อง จะไม่มีการนับวันทวีคูณให้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ก.ตร.ในช่วงแรกเป็นการถกเถียงกันหลายประเด็นโดย พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการพูดถึงการที่การเมืองเข้ามาล้วงลูกการแต่งตั้ง ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงจนกระทั่งยุติประเด็นนี้ไป ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้พูดถึงประเด็นเดิมที่บอกว่ารองผบ.ตร.ซึ่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองไม่สามารถเข้าพิจารณาใน ก.ตร.ใหญ่ได้ จนมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 1 ชม.ก่อนการประชุม แม้ว่าเรื่องนี้ทางกฤษฎีกาจะชี้มาแล้วว่าสามารถเข้า ก.ตร.ได้ ทำให้นายวิษณุ เครืองาม ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบอกให้ครั้งนี้ให้ผ่านไปก่อน จึงได้ยุติการอภิปรายและเริ่มการประชุมแต่งตั้ง

การประชุมวาระแต่งตั้ง เริ่มแต่งตั้งเวลาประมาณ 16.30 น. โดยหน่วยแรกที่พิจารณา คือ ตำแหน่งแพทย์เปิดใหม่ใน รพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่ง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ไป บช.ศ. ซึ่งคณะกรรมการมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงคุณสมบัติ พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือไอเลีย โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ตม.2 (สุวรรณภูมิ) พล.ต.ต.โชติกร ศรีมันตร ผบก.อก.บช.ศ. เป็น ผบก.พฐก.พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.กองวินัย เป็น ผบก.อก.บช.ศ. พล.ต.ต.มโนช ตัณตระเธียร ผบก.ตท. เป็น ผบก.ไอเลีย พ.ต.อ. มณฑลทัฬห์ บุนนาค ผกก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ ขึ้นเป็น ผบก.นรป. พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ เป็นรอง ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ต.จีรเดช เกรียงศักดิ์พิขิต ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด โยกเป็น ผบก.วิทยาลัยการตำรวจแทน

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งครั้งนี้มีหลายตำแหน่งที่ต้องใช้การโหวต แต่รอง ผบ.ตร.ทุกคนเห็นด้วยตามบัญชีที่เสนอเข้าไป เช่นกรณี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ที่ถูกโยกเป็นรอง ผบช.ศ. มีการถกเถียงและโหวต ซึ่งปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ยึดตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

ต่อมา ผบ.ตร.ได้เสนอรายชื่อในกองบัญชาการที่เป็นหน่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยปฏิบัติ เช่น สพฐ.ตร. สตม. สทส. สยศ. ฯลฯ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม. และพักรับประทานอาหาร 1 ชม. ก่อนเข้าประชุมอีกครั้งในเวลา 20. 30 น. และเริ่มพิจารณา บช.ภ.1-บช.ภ. 9 โดย ผบช.แต่ละภาคต้องเข้าชี้แจงถึงเหตุผลการโยกย้ายหรือเลื่อนสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นไปตามที่ ผบ.ตร.เสนอบัญชี แต่ก็พบว่ามีนายตำรวจบางนายมีปัญหาถกเถียงกันในเรื่องความเหมาะสม จนที่ประชุมของผ่านรายชื่อนั้นไปก่อนและจะกลับมาพิจารณาต้อนท้ายของการประชุม

ทั้งนี้ รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาแล้ว เช่น สตม. พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รอง ผบช.สกบ. โยกเป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ ผบก.ตม. 4 เป็นรอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รอง ผบช.สยศ.รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ตม. 2 เป็น ผบก.สส.สตม. แทนพล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.สพฐ. เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท.ขึ้นเป็นรอง ผบช.สพฐ พล.ต.ต.สมโภช โพธิ์ทอง ผบก.จตร เป็น ผบก.ตม. 3 พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ประจำ สตม. เป็น ผบก. ตม 4 พ.ต.อ.อภิรัต นิยมการ รอง ผบก.ตม.1 ขึ้นเป็น ผบก.ตม. 5 แทน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สมโภชน์ โพธิ์ทอง ผบก.กต.4 จตร.เป็น ผบก.ตม.3 แทน พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.กต.4 จตร. ที่ถูกโยกเป็น ผบก.ประจำ สตม. พ.ต.อ.กฤษดา สุรเชษฐพงศ์ รอง ผบก.ตม.3 ขึ้นเป็น ผบก.ตม.1

บช.ปส. พล.ต.ต.ชาญเวช เสสะเวช รอง ผบช.ส. โยกเป็นรอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พุทธชาติ เอกฉันท์ ผบก.ปส.4 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.สยศ. ตร.เป็น รองผบช.ตชด.

บช.ส. พล.ต.ต.พิทยา ศิริลักษณ์ เลขานุการ ตร. ขึ้นเป็นรอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ธงชัย โตงาม ผบก.ส.2 โยกเป็น ผบก.ส.1 แทน พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ที่ถูกเด้งไปเป็น ผบก.จตร. พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รอง ผบก.ส. 3 ขึ้นเป็น ผบก.ส. 3 พ.ต.อ.นพปฏล อินทอง รอง ผบก.ทพ. ขึ้นเป็น ผบก.อก.ส.

บช.ภ.1 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ. 5 โยกเป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต. ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ประจำ บช.ภ.6 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 1 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.น. 7 โยกเป็น ผบก.ศฝร.บช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบก.ปส.3 หรือชื่อเดิม พล.ต.ต.ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือ ฉายา โอ๋ สืบ 6 เป็น ผบก.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.อก.บช.ภ. 1 เป็น ผบก. จว.ราชบุรี พ.ต.อ.ภวัต พรหมะกฤติ รอง ผบก.จว.สมุทรปราการ ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ. 1 พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.จว.ปทุมธานี โยกเป็นผบก.จว.อ่างทอง พ.ต.อ.สมิทธิ มุกดาสนิท รอง ผบก.จว.สระบุรี ขึ้นเป็นผบก.ปทุมธานี พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. โยกมาเป็น ผบก.จว.สระบุรี พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ศฝร.ภ.5 เป็น ผบก.ประจำภาค 1

บช.ภ.2 พล.ต.ต. จำนง รัตนกุล ผบก.กองงบประมาณ สำนักงานงบประมาณและการเงิน เป็น ผบก.จว.ชลบุรี แทน พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ที่โยกเป็น ผบก.จว.สระแก้ว

บช.ภ.3 พล.ต.ต.สุวรรณ เอกโพธิ์ ผบก.สส.บช.ภ. 5 (นายตำรวจผู้ทำสำนวนเสนอ กกต.ให้ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นเหตุทำให้ พรรคพลังประชาชน ถูกยุบ)โดนพิษการเมืองเล่นงาน โยกเข้ากรุเป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.3 พ.ต.อ.องอาจ ผิวเรืองนนท์ รอง ผบก.จว.มุกดาหาร นรต.29 ขึ้นเป็น ผบก.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.จตร. โยกเป็น ผบก.จว.ชัยภูมิ พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. โยกเป็น ผบก.จว.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.จว.อำนาจเจริญ โยกเป็น ผบก.จว.อุบลราชธานี พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก. ศฝร.บช.ภ. 3 โยกเป็น ผบก.จว.ศรีสะเกษ ที่เกษียนณอายุราชการ

บช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.สพฐ. โยกเป็นรอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผบก.จว.ขอนแก่น โยกเป็น ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. ใน บช.ศ. พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานี โยกเป็น ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. พล.ต.ต.ชำนาญ เครือบัว ผบก.จตร.โยกเป็นผบก.นครพนม พ.ต.อ.บุญลือ กองบางยาง รองผบก.จว.อุดรธานี ขึ้นเป็น ผบก.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ขนิษฐศักดิ์ ธีรสวัส รอง ผบช.ภ.4 ไปเป็นรองผบช.ภ.9 พ.ต.อ.ชูรัช ปานเหง้า รอง ผบก.จว.สกลนคร เป็นผบก.ประจำภาค 4 พ.ต.อ.พลศักดิ์ บรรจงศิริ รอง ผบก.จว.มุกหาร เป็น ผบก.จว.สกลนคร พ.ต.อ.ณรงค์วิทย์ พ่วงเพกา รองผบก.จว.สกลนคร เป็น ผบก.จว.ร้อยเอ็ด พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบก.ปปป.เป็น ผบก.จว.มุกดาหาร

พล.ต.ต.ชัยทัต อินทรธนูจิต ผบก.จว.นราธิวาส เป็น ผบก.จว.หนองบัวลำภู พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.จตร เป็น ผบก.จว.หนองคาย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.จว.หนองคายไป เป็น ผบก.จตร พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.จว.นครพนม ไปเป็นผบก.อก.ภาค 4 พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ประจำภาค 4 ไปเป็น ผบก.จว.บึงกาฬ พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง ผบก.จว.บึงกาฬ เป็น ผบก.จว.สุรินทร์

บช.ภ.5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ ผบก. ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 5พล.ต.ต.อรรถกิจ กรณ์ทอง ผบก.จว.ลำปาง มาเป็น ผบก.จว.ลำพูน พ.ต.อ.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองผบก.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็น ผบก.จว.ลำปาง พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 เป็น ผบก.จว.พะเยา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รองผบก.จว.พะเยาเป็น ผบก.จว.เชียงราย พ.ต.อ. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองผบก.ป. เป็นผกก.สส.ภ. 5

บช.ภ.6 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ส.3 เป็น ผบก.จว.นครสวรรค์ โดยมีพ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผบก.ส.3 ขึ้นเป็น ผบก.ส.3 แทน พล.ต.ต.สมพล อัครเดโชชัย ผบก.อก.ภ.5 เป็นผบก.จว.ตาก

บช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร รอง ผบช.ภ.7 เด็กสายประชาธิปัตย์ เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.พูลรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. ขึ้นเป็น รอง ผบก.ภ.7 พล.ต.ต.พชรรัตน์ แสงไชย ผบก.จว.ราชบุรี มาเป็น ผบก.จว.นครปฐม พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.จว.นครปฐม เป็นผบก.ประจำ ภ.7 พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบก.สปพ.ขึ้นเป็นผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.จว.สมุทรสงคราม ไปเป็น ผบก.จว.สมุทรสาคร พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.จว.สมทุรสาคร เป็น ผบก.ศฝร.ภ.7

บช.ภ.8 พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรศรี รองผบช.9 เป็น รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ภ.8 นรต.35 สายประชาธิปัติย์ เป็นรอง ผบช.สยศ.พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโทร รองผบช.ภ.8 เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.จว.สงขลา เป็น ผบก.จว.ระนอง พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.จว.ระนอง เป็น ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี เป็น ผบก.จว.พังงา พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี ผบก.จว.พังงา เป็นผบก.ประจำ ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.จว.สุรินทร์ เป็น ผบก.จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.จว.ภูเก็ต เป็น ผบก.ประจำ ตร.

บช.ภ.9 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นรอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วีระศักดิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.จว.พัทลุง เป็น ผบก.ประจำภ.9 พล.ต.ต.สมหมาย พุทธกูล เป็นผบก.จว.พัทลุง พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ประจำ ภ.8 เป็นผบก.จว.สงขลา

บช.ศชต. พล.ต.ต.ดำรงค์ วัฒโนดร ผบก.สส.ภ.9 เป็น ผบก.สส.ศชต. พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว ผบก.ศฝร.ศชต.เป็น รอง ผบช.ศชต พล.ต.จ.สฤษฎ์ชัย เอนกวียง รอง ผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ศชต. พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.พีระ บุญเลี้ยง รอง ผบก.จว.ยะลา เป็น ผบก.จว.ยะลา

บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. นรต.32 ร่วมรุ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ นรต.34 ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.ตร.) พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ นรต.37 รอง ผบช.ปส. อดีตนายวร พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผบก.การสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.ตร.) อดีต ผบก.น. 1 นรต.27 ซึ่งเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุมเสื้อเหลือง บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง กลับถิ่นเก่า เป็น รอง ผบช.น

ส่วน ผบก. ใน บช.น.มีการแต่งตั้ง พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 ขึ้น ผบก.น.1 แทนพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่ขึ้นเป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น.อดีต ผบก.น. 7 มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือคุณหญิงอ้อ โยกมาเป็น ผบก.น.2 พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น. 3 พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.ศชต. นรต.34 แรงหนุนจากนายยุงยุทธ ติยะไพรัช โยกเป็น ผบก.น.4 พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศฝร.ภ.6 ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ อดีต รองผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5

พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม ขึ้น ผบก.น.6 พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส. ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 นรต.35 ลูกน้อง พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. อดีตรองผบก.เชียงใหม่ เคยดูแลบ้านอดีตนายกฯ ทักษิณ เป็น ผบก.น.8 พ.ต.อ.รัชดากรณ์ ยิ่งยง รอง ผบก. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (วจ.สยศ.) นรต. 32 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และยังสนิทกับลูกชายของนายเฉลิม อยู่บำรุง มาเป็น ผบก.น.9 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 นรต.38 ขึ้น ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมชาย มุสิกเจริญ รองผบก.น. 8 เป็น ผบก.อก.บช.น.

หน่วยขึ้นตรง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 นรต.36 และชุดทำงานด้านสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตที่ปรึกษา สบ 10 ด้านสืบสวนสอบสวน เป็น ผบก.กองวิจัย หรือ วจ. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. เป็นรอง ผบช.ตรวจสอบภายใน หรือ สตส. พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 นรต.36 เป็น ผบก.จตร. พล.ต.ต.เอื้อพงษ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. นรต.28 เพื่อน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. และเคย รปภ.อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น รอง ผบช.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. โยกเป็น ผบก.กองสารนิเทศ หรือ สท. พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบก.น. 8 เป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ. 9 เป็น รอง ผบช.สยศ.ตร. พ.ต.อ. มณฑล เงินวัฒนะ รอง ผบก.ตท. เป็น ผบก.ตท. พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.ภ 6 เป็น รอง ผบช. ส่งกำลังบำรุง หรือ สกบ. พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ผบก.ส. 1 หน่วยข่าวที่สำคัญ เป็น ผบก.จตร. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สตม. เป็นรอง ผบช.สกพ. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช. ภ. 5 เป็น รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. นรต. 33 อดีต นายตำรวจติดตามนายชวน หลีกภัย เป็นผบก.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบก.น.8 ขึ้นเป็น ผบก.เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.กองตรวจราชการ 3 หรือกต.3 ขึ้น รอง ผบช.จตร. พ.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบก.ทะเบียนพล หรือ ทพ. ขึ้นเป็น ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สยศ. ตร.พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.เชียงราย ถูกเด้งเป็น ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานีเป็น ผบก.ร้องทุกข์ บช.ก.ตร.

ต่อมาเวลา ประมาณ 00.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่งใน บช.ก. พบว่า พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ได้เดินจากห้องประชุม ก.ตร.เข้าห้องประชุมเล็ก โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าไปสมทบ คาดว่าจะมีการหารือกันในตำแหน่ง ผบก.ป. ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ. 3 มานั่งเก้าอี้นี้แทน ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าห้องประชุมเพียง 10 นาทีเท่านั้น ก่อนจะเดินลงไปยังสำนักงาน และคณะกรรมการแต่ละคนทยอยออกมาพักผ่อนอิริยาบถ ก่อนจะเข้าประชุมอีกครั้งและเสร็จสิ้นการแต่งตั้งตำแหน่ง บช.ก. ในเวลา 01.30 น.

กระทั่งเมื่อเวลา 04.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก.ประจำปี 2554 ได้เสร็จสิ้นลงในเวลา 04.00น. หลังจากเริ่มประชุมเวลา 13.30น. ซึ่งนับว่าเป็นการประชุมที่ยาวนานที่สุดเท่าที่ควรมีการแต่งตั้งมา อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งใน บช.ก.เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 01.30 น. โดยคณะกรรมการบางคนเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยน ตำแหน่ง ผบก.ป. และ ผบก.ปอศ. จนต้องให้ พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.เข้าชี้แจงเหตุผลที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน จนต้องออกจากห้องประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อก่อนเสนอเข้าที่ประชุมอีกครั้ง ขณะที่พล.ต.ท.พงพัฒน์ได้เข้าชี้แจงถึงเหตุผลการแต่งตั้ง และไม่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผบก.ป. ก่อนจะเดินทางกลับ โดยระบุว่าให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้นำรายชื่อตำรวจที่มีการปรับเปลี่ยนเข้าเสนอที่ประชุมอีกครั้ง แต่ ร.ต.อ.เฉลิมยังคงสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่มีการเปลี่ยนตัว ผบก.ป. และผบก.ปอศ.

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเสร็จสิ้นการประชุมประมาณ 30 นาที ได้มีการถกเถียงถึงการเปลี่ยนตำแหน่ง ผบก.ป. และผบก.ปอศ. โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้พยายามเสนอในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า “ผม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธาน ก.ตร. ขอเสนอให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ.3 เป็น ผบก.ป.และ มีการปรับเปลี่ยนผู้มาดำรงตำแหน่ง

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. 

(พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. )

โดยให้ ผบ.ตร.เสนอบัญชีรายชื่อมายังที่ประชุม” ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมย้ำคำพูดเดิมถึง 2 ครั้ง พร้อมทุบโต๊ะหลายครั้งด้วยอาการเกรี้ยวกราด

จากนั้นได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ยังยึดตามบัญชีเดิม คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่งดังกล่าว จากนั้นไม่นานได้มีการยุติการประชุม ร.ต.อ.เฉลิมออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวว่าการประชุมยุติแล้ว ไม่ต้องประชุมต่อ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ ให้ไปถาม ผบ.ตร. และคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกจากห้องประชุมไปแล้ว ก.ตร.ในตำแหน่งและก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนยังคงพูดคุยกันอยู่ในห้องประชุมอีกประมาณ 10 นาที ก่อนจะรีบแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการแต่ละท่านยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยน ผบก.ป.และบก.ปอศ. แต่อย่างใด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เสร็จเรียบร้อย เมื่อถามว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากบัญชีที่เสนอไปหรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า มีการเปลี่ยนหลายตำแหน่งเหมือนกัน
( พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย)

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.กล่าวว่า วันนี้มีการแต่งตั้งโยกย้ายจำนวน 235ตำแหน่ง แบ่งเป็น รอง ผบช. หมุนเวียน 32 ตำแหน่ง ผบก. เลื่อนขึ้นเป็นรอง ผบช. 31 ตำแหน่ง ผบก.หมุนเวียน 107 ตำแหน่ง และรอง ผบก.ขึ้นเป็น ผบก.63 ตำแหน่ง และตำแหน่งเปิดใหม่ รพ.ตำรวจอีก 2 ตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหมดจะไปรักษาราชการแทนทันที คือวันที่ 27 ธ.ค. และตำแหน่งส่วนใหญ่เป็นไปตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การประชุม ก.ตร.วันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การแสดงความคิดเห็น การโต้เถียงกันในที่ประชุมเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป.ไม่มีปัญหา แต่ที่ถกเถียงกันนานเพราะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาก หากตำแหน่งใดมีปัญหาก็ใช้วิธีการโหวต และก.ตร.ทุกท่านทำการบ้านมาดี มีข้อมูลของผู้ได้รับการแต่งตั้ง บางคนให้ข้อมูล ประวัติผู้ได้รับการแต่งตั้งเร็วกว่าข้อมูลจากสำนักงานกำลังพลเสียอีก

สำหรับ บช.ก. พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ภ. 9 พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม. 5 พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพาณิช รอง ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒน์พันธุ์ รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาวิเคราะห์งานบุคคล นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.สกพ. เป็น รอง ผบช.ก. ขณะที่ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ซึ่งมีปัญหากรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิ์ทวีคูณ จนทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.ภ.1 ยังคงอยู่ที่เดิม

พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ..บุญสืบ ไพรเถื่อน รอง ผบก.ปอศ. ขึ้นเป็นผบก.รน. พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบก.อก.บช.ก. นรต.35 คนสนิท พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ. ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. ยังอยู่ที่เดิม
Read more ...

ประชุม ก.ตร.ให้ความเห็นชอบโผ ตร.เดือด ผบ.ตร. หัก"เหลิม" ไม่เปลี่ยนตัว ผบก.ป., ปอศ.

26/12/54
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 25 ธ.ค.2554

วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. 

โดยมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) วาระประจำปี 2554 โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รองผบ.ตร.และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนการประชุมว่า การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้จะใช้หลักการพิจารณาตามความอาวุโส 33% และความเหมาะสม โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่มีการส่งรายชื่อให้ทาง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาก่อนวันประชุมจริง 3 วัน ซึ่งตนเห็นว่าดี เนื่องจากจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่รายชื่อที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ไม่ใช่ข้อยุติ ฉะนั้นผลชี้ขาดอยู่ที่การประชุมครั้งนี้ โดยหลายตำแหน่งยังสามารถปรับเปลี่ยนได้

เมื่อถามว่า มองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการโยกย้ายนายตำรวจจากขั้วอำนาจเก่าเข้ากรุ ประธานก.ตร. กล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่เคยสนใจในรายละเอียด เพราะบุคคลใดมาเป็นตำแหน่งใด ก็สามารถปกครองได้ โดยตนไม่ได้มองว่าตำรวจบุคคลใดเป็นสายไหน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด แต่บางครั้งบุคคลที่เหมาะสมในสายตาของบอร์ดกลั่นกรองกับที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ และในสายตาของคนอื่น อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ไม่เคยคิดสร้างฐานเสียงจากตำรวจ

เมื่อถามถึงกรณีการแต่งตั้ง ผบช.ภ.1 เนื่องจากติดปัญหาการนับวันทวีคูณของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โดยการแต่งตั้งของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ ในครั้งนั้น ที่ไปช่วยราชการที่ภาคใต้ แต่มีการร้องเรียนเข้ามาว่า การช่วยราชการของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ขาดคุณสมบัติในการแต่งตั้ง ฉะนั้นจะมีการสอบเพิ่มอีก 2 – 3 ประเด็น คาดว่าจะเสร็จสิ้นในการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า โดยต่อจากนี้ถ้าบุคคลใดไปช่วยงานที่ภาคใต้แบบไม่ต่อเนื่อง จะมีการนับวันทวีคูณให้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมก.ตร. ในช่วงแรกเป็นการถกเถียงกันหลายประเด็นโดย 

พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

ได้มีการพูดถึงการที่การเมืองเข้ามาล้วงลูกการแต่งตั้งซึ่งก็ได้มีการชี้แจงจนกระทั่งยุติประเด็นนี้ไป ทางก.ตร.ผู้ทรงก็ได้พูดถึงประเด็นเดิมที่บอกว่ารองผบ.ตร.ซึ่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองไม่สามารถเข้าพิจารณาในก.ตร.ใหญ่ได้ จนมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 1ชม.ก่อนการประชุม แม้ว่าเรื่องนี้ทางกฤษฎีกาจะชี้มาแล้วว่าสามารถเข้าก.ตร.ได้ ทำให้นายวิษณุ เครืองาม ก.ตร.ผู้ทรงบอกให้ครั้งนี้ให้ผ่านไปก่อน จึงได้ยุติการอภิปรายและเริ่มการประชุมแต่งตั้ง

โดยเริ่มวาระแต่งตั้งเวลาประมาณ 16.30น. โดยหน่วยแรกที่พิจารณาคือ ตำแหน่งแพทย์เปิดใหม่ในรพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพิจารณาตำแหน่ง

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ไป บช.ศ. 

ซึ่งคณะกรรมการมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงคุณสมบัติ 

พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือ ไอเลีย โยกข้ามหน่วยเป็นผบก.ตม.2 ( สุวรรณภูมิ ) 

พล.ต.ต.โชติกร ศรีมันตร ผบก.อก.บช.ศ. เป็นผบก.พฐก.

พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.กองวินัย เป็น ผบก.อก.บช.ศ. 

พล.ต.ต.มโนช ตัณตระเธียร ผบก.ตท. เป็นผบก.ไอเลีย 

 พ.ต.อ. มณฑลทัฬห์ บุนนาค ผกก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ ขึ้นเป็นผบก.นรป . 

พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ เป็นรองผบช.สยศ.ตร. 

พล.ต.ต.จีรเดช เกรียงศักดิ์พิขิต ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด โยกเป็น ผบก. วิทยาลัยการตำรวจแทน
รายงานข่าวแจ้งว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีหลายตำแหน่งที่ต้องใช้การโหวต แต่รองผบ.ตร.ทุกคนเห็นด้วยตามบัญชีที่เสนอเข้าไป เช่นกรณีพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.ที่ถูกโยกเป็นรองผบช.ศ. มีการถกเถียงและโหวตซึ่งปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ยึดตามบัญชีที่ผบ.ตร.เสนอไป

ต่อมา ผบ.ตร. ได้เสนอรายชื่อในกองบัญชาการที่เป็นหน่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยปฎิบัติ อาทิ สพฐ.ตร. สตม. สทส. สยศ. ฯลฯ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม. และพักรับประทานอาหาร 1 ชม. ก่อนเข้าประชุมอีกครั้งในเวลา 20. 30น. และเริ่มพิจารณา บช.ภ. 1 – บช.ภ. 9 โดย ผบช.แต่ละภาคต้องเข้าชี้แจงถึงเหตุผลการโยกย้ายหรือเลื่อนสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นไปตามที่ผบ.ตร.เสนอบัญชี แต่ ก็พบว่า มีนายตำรวจบางนายมีปัญหาถกเถียงกันในเรื่องความเหมาะสม จนที่ประชุมของผ่านรายชื่อนั้นไปก่อนและจะกลับมาพิจารณาต้อนท้ายของการประชุม

ทั้งนี้ รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาแล้วอาทิ

 สตม. 

พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.สกบ. โยกเป็นรองผบช.สตม. 

พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ ผบก.ตม. 4 เป็นรองผบช.สตม. 

 พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รองผบช.สยศ.รองผบช.สตม. 

พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ตม. 2 เป็น ผบก.สส.สตม. แทน

พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบช.สส.สตม. ที่ขึ้นเป็นรองผบช.สพฐ. เช่นเดียวกับ

พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท.ขึ้นเป็นรองผบช.สพฐ 

 พล.ต.ต.สมโภช โพธิ์ทอง ผบก.จตร เป็นผบก.ตม. 3 

พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ประจำ สตม. เป็นผบก. ตม 4 

พ.ต.อ.อภิรัต นิยมการ รองผบก.ตม. 1 ขึ้นเป็นผบก.ตม. 5 แทน 

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ที่ขึ้นเป็นรองผบช.ก. 

พล.ต.ต.สมโภชน์ โพธิ์ทอง ผบก.กต4 จตร.เป็นผบก.ตม.3 แทน

พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.กต.4 จตร .ที่ถูกโยกเป็นผบก.ประจำสตม. 

พ.ต.อ.กฤษดา สุรเชษฐพงศ์ รองผบก.ตม.3 ขึ้นเป็นผบก.ตม.1

บช.ปส. พล.ต.ต.ชาญเวช เสสะเวช รองผบช.ส. โยกเป็นรองผบช.ปส. 

พล.ต.ต.พุทธชาติ เอกฉันท์ ผบก.ปส. 4 ขึ้นเป็นรองผบช.ปส. 

 พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รองผบช.สยศ. ตร.เป็น รองผบช.ตชด.

บช.ส. 

 พล.ต.ต.พิทยา ศิริลักษณ์ เลขานุการตร. ขึ้นเป็น รองผบช.ส. 

 พล.ต.ต.ธงชัย โตงาม ผบก.ส. 2 โยกเป็นผบก.ส. 1 แทน

พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ เด้งเป็นผบก.จตร. 

 พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผบก.ส. 3 ขึ้นเป็นผบก.ส. 3 

 พ.ต.อ.นพปฏล อินทอง รองผบก.ทพ. ขึ้นเป็นผบก.อก.ส.

บช.ภ. 1 

 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.ภ. 5 โยกเป็น รองผบช.ภ. 1 

 พล.ต.ต. ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ประจำ บช.ภ.6 ขึ้นเป็นรองผบช.ภ. 1 

 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.น. 7 โยกเป็น ผบก.ศฝร.บช.ภ. 1 

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผบก.ปส. 3 หรือ ชื่อเดิม พล.ต.ต. ฤทธิรงค์ เทพจันดาหรือ ฉายา โอ๋ สืบ6 เป็นผบก. จว.นนทบุรี 

พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.อก.บช.ภ. 1 เป็นผบก. จว.ราชบุรี 

พ.ต.อ.ภวัต พรหมะกฤติ รองผบก.จว.สมุทรปราการ ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ. 1 

พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.จว.ปทุมธานี โยกเป็นผบก.จว.อ่างทอง 

พ.ต.อ.สมิทธิ มุกดาสนิท รองผบก.จว.สระบุรี ขึ้นเป็นผบก.ปทุมธานี 

 พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. โยกมาเป็นผบก.จว.สระบุรี 

 พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ศฝร.ภ. 5 เป็นผบก.ประจำภาค 1

บช.ภ. 2 .

พล.ต.ต. จำนง รัตนกุล ผบก. กองงบประมาณ สำนักงานงบประมาณและการเงิน เป็น ผบก.จว.ชลบุรี แทน 

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ที่โยกเป็น ผบก.จว.สระแก้ว

บช.ภ. 3 

พล.ต.ต.สุวรรณ เอกโพธิ์ ผบก.สส.บช.ภ. 5 โยกเป็น ผบก.ประจำ บช.ภ. 3 

พ.ต.อ.องอาจ ผิวเรืองนนท์ รองผบก.จว.มุกดาหาร นรต. 29 ขึ้นเป็น ผบก.จว.นครราชสีมา ที่เสียชีวิต 

พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.จตร. โยกเป็นผบก.จว.ชัยภูมิ 

 พ.ลต.ต. ชำนาญ เครือบัว ผบก.จตร.โยกเป็นผบก.นครพนม 

 พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. โยกเป็นผบก.จว.บุรีรัมย์ 

พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.จว.อำนาจเจริญ โยกเป็นผบก.จว.อุบลราชธานี 

 พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก. ศฝร.บช.ภ. 3 โยกเป็นผบก.จว.ศรีสะเกษ ที่เกษียนณอายุราชการ

บช.ภ. 4 

พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รองผบช.สพฐ. โยกเป็นรองผบช. ภ. 4 

 พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผบก.จว.ขอนแก่น โยกเป็น ผบก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. ใน บช.ศ. 

 พล.ต.ต. บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานี โยกเป็น ผบก.กองอุทธรณ์ บช.ก.ตร. 

 พ.ต.อ.บุญลือ กองบางยาง รองผบก.จว.อุดรธานี ขึ้นเป็นผบก.จว.อุดรธานี 

พล.ต.ต.ขนิษฐศักดิ์ ธีรสวัส รองผบช.ภ.4 ไปเป็นรองผบช.ภ.9 

พ.ต.อ.ชูรัช ปานเหง้า รองผบก.จว.สกลนคร เป็นผบก.ประจำภาค 4 

พ.ต.อ.พลศักดิ์ บรรจงศิริ รองผบก.จว.มุกหาร เป็นผบก.จว.สกลนคร 

พ.ต.อ.ณรงค์วิทย์ พ่วงเพกา รองผบก.จว.สกลนครเป็นผบก.จว.ร้อยเอ็ด 

พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบก.ปปป.เป็นผบก.จว.มุกดาหาร
พล.ต.ต.ชัยทัต อินทรธนูจิต ผบก.จว.นราธิวาส เป็นผบก.จว.หนองบัวลำพู 

พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.จตร เป็นผบก.จว.หนองคาย 

พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.จว.หนองคายไป เป็นผบก.จตร 

 พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.จว.นครพนม ไปเป็นผบก.อก.ภาค 4 

 พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ประจำภาค 4 ไปเป็น ผบก.จว.บึงกาฬ 

 พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง ผบก.จว.บึงกาฬ เป็นผบก.จว.สุรินทร์

บช.ภ. 5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ ผบก. ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน5 ขึ้นเป็นรองผบช.ภ. 5

พล.ต.ต.อรรถกิจ กรณ์ทอง ผบก.จว.ลำปาง มาเป็น ผบก.จว.ลำพูน 

 พ.ต.อ.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองผบก.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็นผบก. จว.ลำปาง 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 เป็น ผบก.จว.พะเยา 

พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รองผบก.จว.พะเยาเป็น ผบก.จว.เชียงราย 

 พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.จว.เชียงราย เด้ง เป็นผบก.ประจำ บช.ภ. 5 

พ.ต.อ. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองผบก.ป. เป็นผกก.สส.ภ. 5

บช.ภ.6 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ส.3 เป็นผบก.จว.นครสวรรค์ โดยมี

พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผบก.ส.3 ขึ้นเป็นผบก.ส.3 แทน 

 พล.ต.ต.สมพล อัครเดโชชัย ผบก.อก.ภ.5 เป็นผบก.จว.ตาก

บช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร รองผบช.ภ.7 เด็กสายประชาธิปัตย์ เป็น รองผบช.จตร. 

 พล.ต.ต.พูลรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. ขึ้นเป็น รองผบก.ภ.7 

 พล.ต.ต.พชรรัตน์ แสงไชย ผบก.จว.ราชบุรี มาเป็นผบก.จว.นครปฐม 

 พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.จว.นครปฐม เป็นผบก.ประจำ ภ.7 

พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รองผบก.สปพ.ขึ้นเป็นผบก.สส.ภ.7 

 พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.จว.สมุทรสงคราม ไปเป็นผบก.จว.สมุทรสาคร 

พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.จว.สมทุรสาคร เป็นผบก.ศฝร.ภ.7

บช.ภ.8 พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรศรี รองผบช.9 เป็น รองผบช.ภ.8 

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ภ.8 นรต.35 สายประชาธิปัติ เป็นรองผบช.สยศ.

พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโทร รองผบช.ภ.8 เป็น รองผบช.จตร. 

พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.จว.สงขลา เป็น ผบก.จว.ระนอง 

 พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.จว.ระนอง เป็น ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี 

 พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี เป็นผบก.จว.พังงา 

พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี ผบก.จว.พังงา เป็นผบก.ประจำ ภ.8 

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.จว.สุรินทร์ เป็นผบก.จว.นครศรีธรรมราช 

 พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.จว.ภูเก็ต 

 พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็นผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. 

 พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.จว.ภูเก็ต เป็นผบก.ประจำ ตร.

บช.ภ.9 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รองผบช.ภ.4 เป็นรองผบช.ภ.9 

 พล.ต.ต.วีระศักดิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.จว.พัทลุง เป็น ผบก.ประจำภ.9 

พล.ต.ต.สมหมาย พุทธกูล เป็นผบก.จว.พัทลุง พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ประจำ ภ.8 เป็นผบก.จว.สงขลา
บช.ศชต. 

พล.ต.ต.ดำรงค์ วัฒโนดร ผบก.สส.ภ.9 เป็นผบก.สส.ศชต. 

พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว ผบก.ศฝร.ศชต.เป็น รองผบช.ศชต 

พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกวียง รองผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ศชต. 

พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.จว.ยะลา เป็นผบก.จว.นราธิวาส 

พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง รองผบก.จว.ยะลา เป็นผบก.จว.ยะลา

บช.น. 

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. นรต.32 ร่วมรุ่น ผบช.น. 

 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ นรต.34 ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.ตร. ) 

พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ นรต.37 รอง ผบช.ปส. อดีตนายวร พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. 

พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผบก.การสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.ตร.) อดีต ผบก.น. 1 นรต. 27 ซึ่งเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุมเสื้อเหลืองบริเวณเซ็นทรัลเวิล์ด พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง กลับถิ่นเก่า เป็น รอง ผบช.น

ส่วนผบก. ใน บช.น. มีการแต่งตั้ง 

พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 ขึ้น ผบก.น.1 แทนพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่ขึ้นเป็นรองผบช.น. 

พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น.อดีต ผบก.น. 7 มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือ คุณหญิงอ้อ โยกมาเป็น ผบก.น.2 

พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น. 4 เป็น ผบก.น. 3 

พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.ศชต. นรต.34 แรงหนุนจากนายยุงยุทธ ติยะไพรัช โยกเป็น ผบก.น.4 

พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศฝร.ภ.6 ลูกน้องเก่า  พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ อดีต รองผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5

พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม ขึ้น ผบก.น.6

พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส. ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต เป็น ผบก.น.7

พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 นรต.35 ลูกน้อง พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. อดีตรองผบก.เชียงใหม่ เคยดูแลบ้านอดีตนายกทักษิณ เป็น ผบก.น.8

พ.ต.อ. รัชดากรณ์ ยิ่งยง รอง ผบก. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (วจ.สยศ.) นรต. 32 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และยังสนิทกับลูกชายของนายเฉลิม อยู่บำรุง มาเป็น ผบก.น.9

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 นรต.38 ขึ้น ผบก.สปพ. 

พ.ต.อ.สมชาย มุสิกเจริญ รองผบก.น. 8 เป็น ผบก.อก.บช.น.
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น. 6 นรต. 36 และชุดทำงานด้านสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีต ที่ปรึกษา สบ 10 ด้านสืบสวนสอบสวน เป็น ผบก.กองวิจัย หรือ วจ. 

 พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. เป็นรอง ผบช.ตรวจสอบภายใน หรือ สตส. 

 พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น. 5 นรต. 36 เป็น ผบก.จตร. 

พล.ต.ต.เอื้อพงษ์ โกมารกุล ณ นคร รองผบช.น. นรต. 28 เพื่อน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต. ผบ.ตร. และเคย รปภ. อดีตนายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น รองผบช.จตร. 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. โยกเป็นผบก.กองสารนิเทศ หรือ สท. 

 พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบก.น. 8 เป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น.นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ. 9 เป็น รองผบช.สยศ.ตร.

พล.ต.ต. มณฑล เงินวัฒนะรองผบก.ตท. เป็นผบก.ตท. 

 พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท รองผบช.ภ8 เป็นรอง 

พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รองผบช.ภ 6 เป็น รอง ผบช. ส่งกำลังบำรุง หรือ สกบ. 

พล.ต.ต.ปิยะพล โมกขะวรรธนะ ผบก.ส. 1 หน่วยข่าวที่สำคัญ เป็น ผบก.จตร. 

 พล.ต.ต. วิสนุ ปราสาททองโอสถ รองผบช.สตม. เป็นรองผบช.สกพ. 

พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช. ภ. 5 เป็น รองผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.เช่นเดียวกับ 

พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.จว.กระบี่ ถูกโยกเก็บกรุเป็นผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. 

พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. นรต. 33 อดีต นายตำรวจติดตามนายชวน หลีกภัย เป็นผบก.จตร. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบก.น.8 ขึ้นเป็น ผบก.เลขานุการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.กองตรวจราชการ 3 หรือกต.3 ขึ้น รองผบช.จตร. พ.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบก.ทะเบียนพล หรือทพ. ขึ้นเป็น ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สยศ. ตร.พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.เชียงราย ถูกเด้งเป็นผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.จว.อุดรธานีเป็น ผบก.ร้องทุกข์ บช.ก.ตร.

พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รองผบช.ภ. 9 พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม. 5 พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพาณิช รองผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒน์พันธุ์ รองผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ที่ปรึกษาวิเคราะห์งานบุคคล นรต. 31 รุ่นเดียวกับพล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รองผบช.สกพ. เป็น รองผบช.ก. ขณะที่ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. ซึ่งมีปัญหากรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิ์ทวีคูณ จนทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผบช.ภ. 1 ยังคงอยู่ที่เดิม
พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ..บุญสืบ ไพรเถื่อน รองผบก.ปอศ. ขึ้นเป็นผบก.รน. พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รองผบก.ป. เป็น ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รองผบก.อก.บช.ก. นรต. 35 คนสนิท พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เป็นผบก.รฟ. ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. ยังอยู่ที่เดิม

ต่อมาเวลา ประมาณ 00.30น. วันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมีการพิจารณาตำแหน่งในบช.ก. พบว่า พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ได้เดินจากห้องประชุม ก.ตร. เข้าห้องประชุมเล็ก โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เข้าไปสมทบ คาดว่าจะมีการหารือกันในตำแหน่งผบก.ป. ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการให้พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ. 3 มานั่งเก้าอี้นี้แทน ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าห้องประชุมเพียง 10 นาทีเท่านั้นก่อนจะเดินลงไปยังสำนักงาน และคณะกรรมการแต่ละคนทยอยออกมาพักผ่อนอิริยาบถ ก่อนจะเข้าประชุมอีกครั้งและเสร็จสิ้นการแต่งตั้งตำแหน่ง บช.ก. ในเวลา 01.30 น.

จนกระทั่งเวลา 04.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมแต่งตั้งตำรวจระดับรองผบช.-ผบก. ประจำปี 2554 ได้เสร็จสิ้นลงในเวลา 04.00น. หลังจากเริ่มประชุมเวลา 13.30น. ซึ่งนับว่าเป็นการประชุมที่ยาวนานที่สุดเท่าที่มีการแต่งตั้งมา อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งในบช.ก. เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 01.30น. โดยคณะกรรมการบางคนเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยน ตำแหน่ง ผบก.ป. และ ผบก.ปอศ. จนต้องให้พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. เข้าชี้แจงเหตุผลที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน จนต้องออกจากห้องประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อก่อนเสนอเข้าที่ประชุมอีกครั้ง ขณะที่พล.ต.ท.พงพัฒน์ได้เข้าชี้แจงถึงเหตุผลการแต่งตั้ง และไม่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผบก.ป. ก่อนจะเดินทางกลับ โดยระบุว่าให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้นำรายชื่อตำรวจที่มีการปรับเปลี่ยนเข้าเสนอที่ประชุมอีกครั้ง แต่ร.ต.อ.เฉลิม ยังคงสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่มีการเปลี่ยนตัว พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. และ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ.

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเสร็จสิ้นการประชุมประมาณ 30 นาที ได้มีการถกเถียงถึงการเปลี่ยนตำแหน่งผบก.ป. และผบก.ปอศ. อย่างดุเดือดโดย ร.ต.อ.เฉลิมได้พยายามเสนอในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า "ผม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธานก.ตร. ขอเสนอให้

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ. 3 เป็น ผบก.ป.

และ มีการปรับเปลี่ยนผู้มาดำรงตำแหน่ง

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. 

โดยให้ ผบ.ตร. เสนอบัญชีรายชื่อมายังที่ประชุม ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำคำพูดเดิมถึง 2 ครั้ง พร้อมทุบโต๊ะหลายครั้งด้วยอาการเกรี้ยวกราด

จากนั้นได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ยังยึดตามบัญชีเดิม คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่งดังกล่าว จากนั้นไม่นานได้มีการยุติการประชุม ร.ต.อ.เฉลิมออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวว่า การประชุมยุติแล้ว ไม่ต้องประชุมต่อ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ ให้ไปถามผบ.ตร. และคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกจากห้องประชุมไปแล้ว ก.ตร. ในตำแหน่งและก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ บางส่วน ยังคงพูดคุยกันอยู่ในห้องประชุมอีกประมาณ 10 นาที ก่อนจะรีบแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างรวดเร็วโดยคณะกรรมการแต่ละท่านยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนผบก.ป.และบก.ปอศ. แต่อย่างใด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เสร็จเรียบร้อย เมื่อถามว่า มีการเปลี่ยนแปลงจากบัญชีที่เสนอไปหรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า มีการเปลี่ยนหลายตำแหน่งเหมือนกัน
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวว่า วันนี้มีการแต่งตั้งโยกย้ายจำนวน 235 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รองผบช. หมุนเวียน 32 ตำแหน่ง ผบก. เลื่อนขึ้นเป็นรองผบช. 31 ตำแหน่ง ผบก.หมุนเวียน 107 ตำแหน่ง และ รองผบก.ขึ้นเป็นผบก. 63 ตำแหน่งและตำแหน่งเปิดใหม่ รพ.ตำรวจอีก 2 ตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหมดจะไปรักษาราชการแทนทันทีคือวันที่ 27 ธ.ค. และตำแหน่งส่วนใหญ่เป็นไปตามบัญชีที่ ผบ.ตร.เสนอไป

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การประชุมก.ตร.วันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การแสดงความคิดเห็น การโต้เถียงกันในที่ประชุมเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนตำแหน่งผบก.ป. ไม่มีปัญหา แต่ที่ถกเถียงกันนานเพราะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาก หากตำแหน่งใดมีปัญหาก็ใช้วิธีการโหวต และก.ตร.ทุกท่านทำการบ้านมาดี มีข้อมูลของผู้ได้รับการแต่งตั้ง บางคนให้ข้อมูล ประวัติผู้ได้รับการแต่งตั้งเร็วกว่าข้อมูลจากสำนักงานกำลังพลเสียอีก.
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม