แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตั๋ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตั๋ว แสดงบทความทั้งหมด

ผบ.ตร.ยืนยันไม่ยุ่งเกี่ยวแต่งตั้งนายตำรวจประจำปี

4/1/58
โดยไทยพีบีเอส เมื่อ 4 ม.ค.2557

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันไม่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสนอแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตรประจำปี พร้อมให้ผู้บัญชาการแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาโดยเชื่อว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งในการแต่งตั้ง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวระหว่างการเข้าตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลตำรวจถึงเรื่องการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตรว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บัญชาการแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาตามกฎของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยเชื่อว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งในเรื่องนี้ ทั้งนี้ผู้เสียหายมีสิทธิ์ไปฟ้องร้องศาลปกครองได้

ส่วนกรณีมีนายตำรวจร้องเรียนให้ทบทวนการโยกย้ายจากกรณีป้ายไฟโฆษณาที่ติดตามป้อมจราจรทั่วกรุงเทพมหานครนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่ายินดีที่รับเรื่องและส่งหนังสือไปยังต้นสังกัด แต่หากผลสอบสวนออกมาว่ามีความผิดจริงจะต้องยอมรับคำตัดสิน โดยคณะกรรมการจะให้ความเป็นธรรมกับตำรวจทุกนาย
Read more ...

แต่งตั้งยุติธรรม

25/12/57
โดยสหบาท นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 25 ธ.ค.2557

ในอดีตยังไม่เคยเห็นในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจครั้งใดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ก. และ บช.น. จะรู้สึกไม่มีความปลอดภัยต่อการรับราชการในอาชีพตำรวจ

กับคำประกาศส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนับร้อยออกนอกกองบัญชาการต้นสังกัดเดิม

บช.น.มีกระแสข่าวในเรื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ป้ายโฆษณา” ที่ถูกตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงหรืออาจถึงขั้นตั้งกรรมการทางวินัยร้ายแรง ทำให้ตำรวจหลายโรงพักมีตำหนิ เป็นตัวเลือกส่งออกนอกกองบัญชาการ

ทั้งที่เรื่องหรือป้ายดังกล่าวที่มีปัญหา อาจมีมาก่อนที่เขาเหล่านั้น จะมาดำรงตำแหน่งเสียอีก เป็นเรื่องใหญ่ที่หยิบมาเล่นงาน เหมือนในอดีตผู้บังคับบัญชาไม่เคยมีการผิดพลาดในการทำหน้าที่หรือบริสุทธิ์ยุติธรรมทุกคน เหตุใดจึงมีการเร่งรัดดำเนินการในช่วงเวลาคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย มีนัยสำคัญหรือมี “ใบสั่ง” ให้เอาคนมาลงในพื้นที่สำคัญ

อดีตยุคนครบาลที่แข็งแกร่งต่อสู้กับเหล่าอาชญากรในเมืองกรุง ตำรวจลูกหม้อ ผ่านร้อนหนาว ใน บช.น.ยาวนานกว่าจะใหญ่โตได้ต้องสั่งสมประสบการณ์และคุ้นเคยในนครบาลเป็นอย่างดี

ตำรวจนอกหน่วยเข้ามาได้ยากมาก ในระยะหลายปีผ่านมา ปรากฏว่ากฎเกณฑ์ที่เจ้านายเก่าเคยสร้างกฎ กติกา มารยาท ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง นักสืบแท้ๆในเมืองกรุงที่มุ่งมั่น ชำนาญ น้อยมากแทบสูญพันธุ์

สถานภาพ บช.ก.ไม่ได้แตกต่าง มีกระแสข่าวจะเอาตำรวจใน บช.ก.ออกไปจำนวนมากอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันใกล้ชิดกับอดีต ผบช.ก. และอ้างว่าเหลือคนที่ไม่เกี่ยวข้องไว้ทำงานต่อเพื่อสร้างหน่วยใหม่

จึงมีคำถามมากมายว่า ผู้ที่เหลืออยู่บริสุทธิ์ ไม่มีด่างพร้อย ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเคยได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากอดีต ผบช.ก.และทีมงานจริงหรือ...

พวกมดงาน สว. รอง ผกก. ผกก. รอง ผบก.ทั้งหลายที่เอาเขาออกไปจากหน่วย เขาผิดทั้งหมด หรือเพียงเพื่ออ้างจัดเอาคนมาลงในตำแหน่งเท่านั้น

ลองคิดดูว่าวันนั้นอดีต ผบช.ก.สั่งงานให้นโยบาย มีใครไม่ทำหรือไม่สนองนโยบายบ้าง คนสนองนโยบายเป็นนโยบายที่ชอบด้วยกฎหมาย เขาผิดไหมที่ทำตามนโยบายของผู้มีอำนาจ

วันนี้หากผู้บังคับบัญชาทำผิดบ้างเขาที่กำลังทำอย่างตั้งใจนี้จะผิดและรับผลของกรรมด้วยไหม

เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ใน ตร.ต้องตระหนักให้ความสำคัญความวุ่นวายทั้งใน บช.น.และ บช.ก.

ถ้าคิดว่า “ขวัญกำลังใจ” เป็นส่วนสำคัญของงานตำรวจ.
Read more ...

แต่งตั้งตำรวจวงจรอุบาทว์เหมือนเดิมทุกปี

15/12/57
เมื่อ 15 ธ.ค.2557

"อดีตบิ๊กสีกากี"เผยแต่งตั้ง ตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึง สว. เลวร้ายมีแทรกแซงหนักกว่าทุกยุค โยกเครือข่ายอดีตบิ๊ก ผช.ก.และในสังกัด บช.น. ออกนอกหน่วยกว่า 200 นาย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)วันที่ 15 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากได้มีการจับกุม พล.ต.ท.พงพัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก.พร้อมข้าราชการตำรวจเครือข่ายอีกอีกจำนวนหนึ่งนั้น ทำให้มีตำแหน่งว่างในสังกัด บชก. ว่างเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายตำแหน่ง

ดังนั้นทำให้ข้าราชการตำรวจใน บชก.ที่จะได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้นไม่ครบหลักเกณฑ์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีรายงานว่าในการแต่งตั้งระดับ รอง ผบก.ถึง สว.ในสังกัด บชก.และ บช.น.ในครั้งนี้นั้นทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธาน ก.ตร. ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ มีนโยบายการปรับโยกตำรวจที่เชื่อว่าเป็นเครื่อข่าย พล.ต.ท.พงพัฒน์ ออกนอกหน่วยพร้อมทั้งยังกำชับไม่ให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สังกัดใน บช.น. บช.ส. บช.ภ.1,2,7และจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เป็นเวลา 2 ปี

โดยรายชื่อที่เชื่อว่าเป็นเครือข่ายของพล.ต.ท.พงพัฒน์ ได้ส่งให้กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.แล้ว ทางพล.ต.อ.สมยศก็ได้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง สกพ.และให้ทาง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.รับไปจัดทำบัญชีตาม นโยบายของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีรายงานว่ามีรายชื่อนายตำรวจที่มีชื่อออกจากหน่วย บช.ก.และบช.น.มีจำนวนถึง 262 นาย แยกระดับ รอง ผบก.จำนวน 24 นายระดับ ผกก.จำนวน 52 นาย ระดับ รอง ผกก.จำนวน 85 นาย และระดับ สว.จำนวน 102 นาย รวมแล้ว 262 นาย ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ รรท.ผบช.ก.ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0026.112/9169 ถึง ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่า เพื่อสอบถามว่ามีข้าราชการตำรวจในระดับ รอง ผบก. ถึง สว.รายที่ใดประสงค์จะไปดำรงตำแหน่งในสังกัด บช.ก.หรือไม่ หากมีให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวทำหนังสือสมัครใจตามแบบฟอร์มพร้อมแนบประวัติการรับราชการ(กพ.7)ส่งไปยัง บชก.ภายในวันที่ 15 ธ.ค.(วันนี้)

ทั้งนี้ยังรายงานข่าวอีกว่าในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงระดับ สว.วาระประจำปี พ.ศ. 2557 นั้นทุก บช.จะต้องจัดทำบัญชีคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ส่วนผู้ที่ดำรงตำแหน่งไม่ถึง 2 ปีนั้นจะมีการส่งชื่อขอยกเว้นในวันที่ 17 ธ.ค.แล้วส่งรายชื่อ ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ดำรงในตำแหน่งที่สูงขึ้น ระดับ รอง ผบก.กับ ผกก.เข้าวาระ ก.ตร. เพื่อ ขอมติเห็นชอบในการประชุม ก.ตร.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานฯในวันที่ 24 ธันวาคม สำหรับหน่วยขึ้นตรง และทุก บช. ผบ.ตร.และ ผบช.จะลงนามคำสั่งแต่งตั้งในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ และมีผลในวันที่ 5. มกราคม 2558 ปีหน้า

มีรายงานว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงระดับ สว. วาระประจำปี พ.ศ.2557 นั้นได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในหมู่ข้าราชการตำรวจทุกระดับโดยเฉพาะ"แหล่งข่าวระดับสูง"อดีตข้าราชการตำรวจระดับพลตำรวจเอกที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น ก.ตร. กล่าวว่า ในขณะนี้มีการกันแชร์ข้อมูลกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ควิพากษ์วิจารย์กันอย่างหนักถึง การแต่งตั้งในยุคนี้ที่ว่าจากที่เคยคาดหวังใว้ว่า องค์ตำรวจปลอดจากการเมืองแล้วจะมีเอกภาพในการแต่งตั้งมากขึ้นนั้น 

แต่กลับมีข่าวจากบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาในอดีตนั้นได้ส่งข้อมูลให้กับตนว่า การแต่งตั้งครั้งนี้หนักกว่าทุกยุคที่ผ่านมา และ หนักกว่าในยุคที่เคยมีการเมืองมาแทรกแซงเสียอีก ซึ่งในเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ต้องมีสายสัมพันธ์แล้วได้รับการสนับสนุนกับนายทหารระดับใหญ่ในเหล่าทัพ หรือไม่ก็ต้อง ที่มีคอนเน็คชั่นกับสมาชิก คสช.

แถมทั้งยังได้ข้อมูลมาว่า มีการปักธงในการแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นทุกระดับในครั้งนี้ ถึง 60 ตำแหน่งที่.โดยที่ ผบช.และผบ.ตร.ไม่มีสิทธิ์พิจารณาเองและเปลียนแปลงได้ แม้แต่ ผบ.ตร. และ ผบช.จะสามารถพิจารณาแต่งตั้งได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นเท่านั้น

ตนก็มองว่าถ้าข้อมูลดังกล่าวจริง ก็ถือได้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคนี้หมดศักดิ์ศรี ล้มเหลวและเลวร้ายมาก ในยุคก่อนๆที่ยังมีแบ่งโควต้ากันเป็นสัดส่วนกันทุกฝ่ายเพื่อให้การบริหารองค์กรให้เดินหน้าไปได้ แต่ถ้าหากผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งลูกน้องตัวที่ใช้ให้เขาทำงาน ไม่ได้ มันก็จบแล้ว จะมาคิดที่จะมาปฎิรูปองค์กรตำรวจ เพียงแค่เริ่มแต่งตั้งก็เห็นได้แล้วว่ามีการแทรกแซง เรื่องคิดที่จะไปปฎิรูปตำรวจเลิกคิดไปได้เลย ทุกรัฐบาลที่เข้ามาคิดแค่จะปฏิรูปตำรวจ 

แต่เรื่องการสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้ง และงบประมาณของข้าราชการตำรวจที่เมื่อเทียบหน้างานกับหน่วยงานอื่นแล้วมันน้อยเทียบกันไม่ได้เลย แต่ตนเองเกษียณราชการแล้วได้เพียงแค่เฝ้ามองน้องๆรุ่นหลังอย่างหดหู่ และขอฝากสื่อไปยังท่าน พล.เอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีช่วยตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวดูว่าจริงหรือไม่.? หากจริงก็จะได้หาทางแก้ไขเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเสมอต้นเสมอปลายจะได้มีโอกาสเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแหล่งข่าวระดับสูงอดีต ก.ตร. หลายสมัยกล่าว
Read more ...

ไม่ต้องเก่งขอเพียงกล้า ไม่แค่พูดดีขอให้จริงใจ

13/12/57
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน เมื่อ 13 ธ.ค.2557

ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -การแต่งตั้ง โยกย้ายตำรวจระดับ พ.ต.อ.-พ.ต.ต. หรือระดับรองผบก.ไปจนถึงสารวัตร ในปีนี้ แม้จะมีกระแสข่าวว่ายังมีการวิ่งเต้นอยู่บ้างแต่ไม่ค่อยอึกทึกครึกโครมนัก

อาจเป็นเพราะว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ และบรรดาสปอนเซอร์ต่างพากันปวดหัวตัวร้อน ไม่สบายกันเป็นแถวจึงอยากยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีข่าวทำนองนี้เข้าหู แต่มิได้หมายความว่า มันจะไม่มีนะเพราะของแบบนี้วงการตำรวจขึ้นชื่อลือชามานานแล้ว

ขนาดชั้นประทวนย้ายออกนอกหน่วย หรือไปนั่งเก้าอี้ใกล้กับผลประโยชน์ เช่น ตามด่าน ตม. หรือสายตรวจทางหลวง เห็นว่าต้องจ่ายกันเรือนแสน ประสาอะไรกับพวกนายพัน นายพล ถ้าเป็น “ยุคทอง”ว่ากันตั้งแต่หลักล้าน ยันหลายสิบล้าน

ไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่ง ผบ.ตร.

ข่าวซุบซิบ ข่าวโมเม ก็พูดกันให้เสียผู้เสียคนโดยตีราคาไว้ที่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เชื่อไม่เชื่อ จริงไม่จริง แต่มีคนพูดและมีคนเชื่อแน่ๆ แต่ของอย่างนี้ มันหาใบเสร็จมาแสดงไม่ได้ เขียนไปเรื่อยเปื่อยเกรงจะถูกฟ้องเสียเปล่าๆ แต่ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่คนปากยื่นปากยาว หรือคนมีปาก ก็พูดกันไป

แต่อันนี้ไม่ได้พูดเอง แต่หยิบเอาช่วงคืนความสุข ทุกวันศุกร์ของ “ลุงตู่”มาวิพากษ์วิจารณ์กันต่อ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกถึงสาเหตุของความล้มเหลวของสังคมไทยในห้วงที่ผ่านมาว่า เกิดจากปัจจัย 3 ประการ คือ การทุจริต การเล่นพรรคเล่นพวก และขาดวิสัยทัศน์ ไม่จริงใจในการบริหารประเทศ

ขอผ่านข้ออื่นๆไป แต่จะหยิบประเด็นเล่นพรรคเล่นพวกจนถึงขั้นขาดธรรรมาภิบาลนั้น ไม่ทราบว่าข้อนี้ จะเข้าหูของบิ๊กตำรวจทั้งหลายกันหรือไม่

โดยเฉพาะ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. อยากให้ฟังคำเตือนจาก ลุงตู่ ให้มากๆ และเพลาๆ ลงบ้างกับการเล่นพรรคเล่นพวก เอาพี่เอาน้อง เอาลูก เอาหลาน

เล่นพรรคเล่นพวก ก็ถือว่าขาดธรรมาภิบาลแล้ว แต่นี่แต่งตั้งลูกหลาน พี่น้องนามสกุลเดียวกัน ท่านไม่รู้สึกขัดเขินอะไรเลยหรือ

เรื่องเล่นพวก ขอให้ดูบรรดานักเรียนนายร้อยรุ่น 31 หันไปทางไหน ไม่ว่าจะเป็นระดับ รอง ผบ.ตร. ผบช. หรือ ผบก. ต้อง นรต.31 แล้วอีกพวกหนึ่งคือ นรต.36 มาแรงไม่แพ้กัน เรียกว่าทั้ง 2 รุ่นนี้ คือพิมพ์นิยม กระจายอำนาจ กระจายผลประโยชน์กันทั่วถึงทั้งประเทศ

อำนาจก็คือประโยชน์ แม้จะอ้างว่าตอนนี้คือ ยุคปลอดส่วย เป็นยุคปฏิรูป มีแต่คนดี...มีคำถามว่า ถ้าดีจริงทำไมท่านถึงเล่นพรรค เล่นพวกล่ะ หรือว่าพ้นไปจากนี้ไว้ใจใครไม่ได้

ตัวอย่างที่ชัดมากคือการสนับสนุนให้

พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. รักษาการณ์ ผกก.5 ป.  

ว่ากันว่า ใช้เวลาเป็นตำรวจเพียง 14 ปี จากผู้หมวด วันนี้กลายเป็น “ผู้กำกับ”ไปแล้วแถมมีอำนาจราชศักดิ์นั่งเก้าอี้แต่ละตัวเบิ้มๆทั้งนั้น ถ้าใครไม่รู้จักนายตำรวจหนุ่ม หลานชายแท้ๆ ของท่าน ผบ.อ๊อด ก็ขอให้สังเกตดูคนรูปหล่อที่ยืนประกบ ผบ.ตร.นั่นแหละ ตอนนี้ท่าน ผกก.ภูมินทร์ ให้ความสำคัญกับการอารักขาเจ้านายตัวเองอย่างเต็มอัตราศึก

นอกจากเป็น ผกก. 2 หน่วยงานแล้ว ยังเป็นรปภ.ประจำตัว เวลาไปไหนมาไหนต้องมี จยย.นำ และประกบรวม 3 คัน เก๋งอีก 4-5 คัน พร้อมอาวุธครบมือ (เอาเข้าไป)

ยังไม่รวมนายตำรวจคนอื่นๆ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนหน้าแล้ว...ท่าน ผบ.ตร. คิดว่าท่านมีเหตุผลอะไร มีความจำเป็นอะไร และอยากถามท่านว่า ท่านเห็นด้วยกับแนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรี หรือเปล่า

ถ้าเห็นด้วย บัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.-พ.ต.ต. เที่ยวนี้ คงจะไม่มีคนนามสกุลเดียวกับท่าน ได้นั่งเบิ้ลเก้าอี้ใหญ่ๆ หรือเติบโตแบบรวดเร็ว ผิดหูผิดตา เพราะถ้าอย่างนั้นท่านคงไม่เห็นด้วยกันวิธีคิดของพล.อ.ประยุทธ์

หรืออาจจะแย้งว่า แล้วทีลุงตู่ สนับสนุน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ล่ะ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือเปล่า...

ตรงนี้แม้จะตอบยาก แต่ถ้ามองในแง่บวกก็ขอให้คิดเสียว่าไว้เพื่อป้องกันหลังให้กับลุงตู่ ตอน “ขาลง” เพราะเหตุผลของการยึดอำนาจลุงบอกทุกวัน นั่งยันยืนยันว่า ทำเพื่อชาติ เหนื่อยจะตาย ให้กำลังใจกันหน่อย ..!!??

เอาเถอะ...แว่บเข้ามานิดเดียว หวังว่าคงไม่ชักใบให้เรือเสีย...ดังนั้น ถ้าคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จะศักดิ์สิทธิ์ บรรดาลิ่วล้อลูกสมุนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หรืออย่าทำอะไรที่มันประเจิดประเจ้อจนเกินไป

เขียนทีเล่นทีจริงแกมประชดอย่างนี้ แต่ขอแนะว่า ท่านอย่าดูถูกประชาชน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-หัวหน้า คสช. หรือใครหน้าไหน..คำพูดกับการกระทำมันไม่สามารถปกปิด “ธาตุแท้” ของพวกท่านไปได้ และประชาชนคนไทยมิได้กินแกลบกินรำ

ยุคก่อนล้มเหลวเพราะขาดธรรมาภิบาล ชอบเล่นพรรคเล่นพวก...ถามว่ายุคนี้ล่ะ ไม่เล่นพวก แต่เล่นรุ่น เล่นน้อง เล่นหลาน ใช่หรือไม่

อันที่จริงสังคมไทยก็เป็นอย่างนี้มายาวนานแล้ว สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมป์ ซึ่งมันไม่ใช่มีแต่เรื่องเลวๆ เรื่องดีๆ ก็มีอยู่เยอะถ้านำไปใช้ในทางสร้างสรรค์...ก็ว่าไปเถิดไม่เห็นใครจะไปตำหนิท่านเพียงแต่ขอให้ทำการใดๆ ด้วยความสุจริตใจ จริงใจ

อย่าเอาเงื่อนไขต่างๆ แบบพวกโลกสวย มาบีบตัวเองจนเสียคน เมื่อทำตามพูดไม่ได้

วงการตำรวจทุกวันนี้ไม่ต้องพูดถึงอนาคต เพราะมีแต่จะตกต่ำลงๆ เรื่องการปฏิรูปคนใน คือตำรวจเองแท้ๆ ที่จะได้รับผลกระทบทั้งขึ้นทั้งล่องไม่เห็นมีใครหน้าไหนออกมาชี้นำสังคม ให้พอมองเห็นทางสว่าง

มีแต่อยากให้ตำรวจเป็นที่รักของประชาชน ในขณะที่ปัญหาของประชาชนที่เกิดจากตำรวจ นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเช่นปัญหาจากโจรผู้ร้าย วันๆ หนึ่งท่านทราบไหมว่า มีคดีบ้านเรือนถูกงัด รถราถูกขโมย เกิดคดีฉกชิงวิ่งราว มากมายขนาดไหน

หนักที่สุดแก้ไม่ตกเสียที ก็คือปัญหายาเสพติด

ประชาชนจึงหวังว่า ถ้าผู้นำตำรวจ มีวิสัยทัศน์ และเปิดใจยอมรับความเป็นจริง การปฏิรูปตำรวจอย่าคิดว่าทำให้ตัวเองเสียอำนาจแต่ต้องคิดว่าประเทศชาติ และประชาชน จะได้ประโยชน์ เพราะเอาเข้าจริงปัญหาของประชาชน ปัญหาของสังคม สุขหรือทุกข์มันจบกันที่ “โรงพัก”ส่วนจะมีกฎ กติกา อย่างไร ก็ว่ากันไป และอย่าลืมย่อลำดับชั้นการบังคับบัญชาให้มันสั้น และกระชับที่สุด

เอากันแค่นี้ก่อน ส่วนจะเดินไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม ก็ว่ากันไป โดยอาจจะตัดอำนาจหน้าที่ยกไปให้หน่วยงานอื่นเลยก็ได้ เพราะงานตำรวจต้องขอย้ำว่า มันจบที่โรงพัก

กำลังพลของตำรวจที่กระจายไปในหลายหน่วย ควรเกลี่ยให้มาเป็นตำรวจท้องที่เพื่อตอบโจทก์ของเนื้องาน

ใช้กำลังพลเกือบ 3 แสนนาย ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ใครทำไม่ได้ ใครทำไม่ไหว ใครไม่สมัครใจทำ ก็ปูนบำเหน็จบำนาญให้ลาออกไป ถ้าไม่พอรับมาใหม่ สร้างเลือดตำรวจใหม่

การปฏิรูปตำรวจไม่ขึ้นอยู่ที่ “ง่าย หรือ ยาก”แต่อยู่ที่ “กล้า”มากกว่าอย่างอื่น ท่าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. มีความกล้าพอไหมล่ะ
Read more ...

การเมืองป่วน! โผตำรวจ ต้องเพิ่มเก้าอี้รองรับ “ตั๋ว”

23/10/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 23 ต.ค.2555

ห้วงเวลาแห่งการลุ้นระทึก!ในแวดวง “สีกากี” ที่ต่างเฝ้ารอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ รองผู้บัญชาการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ยศ “พ.ต.อ.-พ.ต.ต.” ทั่วประเทศประจำปี 2555 กำลังแปรเปลี่ยนสภาพจากอาการ “ลุ้น” กลายเป็นอาการ “อึมครึม”

และกำลังส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติหน้าที่ ตำรวจในทางอ้อม เนื่องจากตำรวจส่วนใหญ่ล้วนใจจดใจจ่อกับการ วิ่งเต้น โยกย้าย การทำงานเพื่อประชาชนต่างๆ จึงต้องลดด้อยประสิทธิภาพไปตามลำดับ

ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กำหนดระยะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สว.ทั่วประเทศ ประจำปี 2555 ครั้งนี้ ไว้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 1 ธันวาคม 2555

หลัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เข้ารับตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” หรือ ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นมา คาดกันว่า พล.ต.อ.อดุลย์น่าจะเซ็นคำสั่งถึง ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้ดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับรอง ผบก. ถึง สว. ประจำปี 2555 ไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม 2555

เนื่องจากช่วงที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. อยู่นั้น ได้ยืนยันหนักแน่นจะไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่เปิดใหม่ รวมทั้งการแต่งตั้งระดับรองผบก.ถึง สว. และยกรวมให้เป็นอำนาจของ พล.ต.อ.อดุลย์เมื่อเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วย เพื่อจะได้แต่งตั้งบุคลากรให้เป็นไปในทิศทางที่จะบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้วเกือบจะครบ 1 เดือนเต็มๆ ในอีกไม่ถึง 10 วันข้างหน้า ความคืบหน้าการแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพัน ก็ยังไร้วี่แวว ไม่มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.อดุลย์ ให้แต่ละกองบัญชาการและหน่วยงานขึ้นตรง สง.ผบ.ตร.ดำเนินการแต่งตั้ง

ทั้งๆ ที่ตลอดวันศุกร์ 12 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เคยมีข่าว พล.ต.อ.อดุลย์จะเซ็นหนังสือสั่งทำบัญชี สุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวลือ ไม่มีอะไรในก่อไผ่ รวมทั้งไม่มีอะไรเคลื่อนไหวให้เหล่าชาวสีกากีที่กำลังรอลุ้นได้ใจชื้น และรู้ทิศรู้ทางการแต่งตั้งเพื่อกำหนดอนาคตตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากยึดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สว.ถึง จตช. และรอง ผบ.ตร. พ.ศ. 2549 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553

ในการแต่งตั้งจะมีการยึดหลักพิจารณา ประกอบด้วย การแต่งตั้งตามที่ อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ มีมติให้เยียวยาหรือแก้ไขให้กับผู้ร้องทุกข์ทุกราย ตำรวจที่ได้รับรางวัลชนะเลิศตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชนประจำปี แต่ละกลุ่ม หากเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ส่วนผู้ที่ยังมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนให้แต่งตั้งหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งในสถานีตำรวจที่มีคุณภาพสูงขึ้น

พนักงานสอบสวน (สบ 3) หรือ (สบ 2) ที่ได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่นประจำปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้พิจารณาเลื่อนระดับชั้นของตำแหน่งเป็น รอง ผกก.สส. หรือ สว.ในสถานีตำรวจที่มีปริมาณงานและคุณภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ให้ยึดมติ ก.ตร.เรื่องการแต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นตามหลักอาวุโส 33%

ว่ากันว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้ยังคลุมเครือ เป็นเพราะการเมืองเข้ามากินรวบตำแหน่งมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้ปริมาณ ตั๋ว มีมากกว่า เก้าอี้ โดยเฉพาะกองบัญชาการระดับเกรดเอ อย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเมืองหลวง

มีเสียงลือสะพัดกันถึงขนาดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไม่มีสิทธิ์เลือกผู้กำกับ (ผกก.) ในการแต่งตั้งครั้งนี้ เพราะมีชื่อถูกส่งลงมาจนล้นเก้าอี้

และข่าวลือดูจะสอดรับกับข้อมูลที่ปรากฏออกมาว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเร่งผลักดันโครงการยกระดับโรงพักในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 สถานีตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นโรงพักที่มีขอบเขตพื้นที่ติดกับทางน้ำ

ประกอบด้วย สน.บางโพ สน.บวรมงคล สน.ปากคลองสาน และสน.บางคอแหลม มีระดับ สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ. เทียบเท่า รองผกก.เป็นหัวหน้าสถานี ให้เปลี่ยนเป็นมีระดับ ผกก. เป็นหัวหน้าสถานี

เรื่องดังกล่าวตอนนี้ผ่านขั้นตอนความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เรียบร้อยหมดแล้ว เหลือเพียงให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามเสนอประกาศเป็นกฎกระทรวง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนความ

“นครบาล” สามารถแต่งตั้งระดับ “ผกก.” เพิ่มได้อีก 4 เก้าอี้!!!
เช่นเดียวกับโครงการจัดตั้งโรงพักใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งก็ผ่านการอนุมัติ จาก ก.ต.ช.และก.ตร. รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ การแบ่งพื้นที่ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มาตั้งโรงพักใหม่อีกแห่ง และแบ่งพื้นที่ สภ.ภูเก็ต จ.ภูเก็ต สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มาตั้งโรงพักใหม่อีกแห่ง ทำให้จะมีตำแหน่ง

ผกก. รอง ผกก. สว. เพิ่มอีกจำนวนหนึ่งใน 2 กองบัญชาการ!!!
ฉะนั้นเชื่อว่าหากการเพิ่มตำแหน่ง เพิ่มเก้าอี้ เสร็จสิ้นเรียบร้อย "ตั๋ว"ต่างๆ สามารถลงหลุมได้ครบถ้วน เฉลี่ยตำแหน่งให้เด็กนักการเมืองได้ลงตัวเป็นที่พอใจแล้ว

พล.ต.อ.อดุลย์น่าจะได้รับสัญญาณไฟเขียวให้จรดปากกาสั่งทำบัญชีแต่งตั้งโผ “นายพัน” เสียที
Read more ...

ชำแหละ"บัญชีผี"คนนอกบนชั้น 7 ที่สีกากีนักวิ่งทุกสายมุ่งหา

28/2/55
โดยเหยี่ยวถลาลม นสพ.มติชน เมื่อ 28 ก.พ.2555

คนนอก

กล่าวโดยหลักการ การจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อที่จะแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการที่ยังคงค้างอยู่ล้วนเป็น "อำนาจ" ของผู้บัญชาการ

ผู้บังคับบัญชาโดยตรงควรมี "อำนาจ" ในการให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชา

นี่เป็นหลักการกระจายอำนาจ

ใช้งานใครมีประสิทธิภาพก็ให้คุณคนนั้น

ที่ใช้การไม่ได้ เข็นไม่ไป หรือสร้างปัญหาให้กับหน่วยงาน ย่อมไม่มีคุณ

การแต่งตั้งหรือโยกย้ายเป็นการให้คุณให้โทษชนิดหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ "ผู้บังคับบัญชา" หรือหัวหน้าหน่วยจึงควรเป็นผู้ให้คุณ และโทษ

ในระดับกองบัญชาการ กฎหมายให้อำนาจ "ผู้บัญชาการ" ผู้จัดทำบัญชีรายชื่อ

จากนั้นใช้บอร์ดของกองบัญชาการ ตรวจสอบ ถกเถียง กลั่นกรอง ก่อนที่ลงนาม

คำพูด หรือคำสั่งของผู้บัญชาการจึงจะมีน้ำหนัก

ความเป็นผู้บัญชาการจึงจะมีความหมาย

แต่สถานการณ์ที่เป็นจริงทุกวันนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่

สถานะของผู้บัญชาการราวหัวหลักหัวตอ !

แค่สารวัตรยังมองข้ามหัวผู้บัญชาการ

เมื่อ "ผู้บัญชาการ" ไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายก็คล้ายยักษ์ไม่มีกระบอง

ใครจะฟังผู้บัญชาการ !?

การจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายขณะนี้ทำกัน 2 บัญชี

หนึ่ง เรียกว่า บัญชีตำรวจ

อีกหนึ่ง ตำรวจเขาเรียกว่า "บัญชีผี"

ผู้จัดทำบัญชีผีไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา

ไม่ใช่ตำรวจ

เป็น "คนนอก" แต่สามารถจิกหัวเรียกตำรวจมาซักไซ้ไล่เรียง

ใครจะอยู่ใครจะไป บันดาลได้

บัญชีผีกำลังขลังกว่าบัญชีนาย !

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่กำลังจะมาถึงมีแนวโน้มว่าเละเทะ

คนใช้งานไม่ได้แต่งตั้ง

คนที่แต่งตั้งไม่ใช่นาย

ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้าไปหา "คนนอก"

คนนอกปะปนกับคนในอยู่บนชั้น 7 อาคารแห่งหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

"คนนอก" มีอิทธิพลคุกคามกระทั่งตำรวจจำนวนหนึ่งสยบยอม

บัญชีผีของคนนอกจึงมาแรง

แรงกว่าบัญชีกองบัญชาการ แรงกว่าบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เช่นนี้แล้ว ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช.ต่างๆ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน !?!!
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม