แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก.ตร. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก.ตร. แสดงบทความทั้งหมด

"พล.ต.ต.สุพิศาล" คัมแบ็กผู้การกองปราบได้เพียง 5 วันเท่านั้น ต้องปิดฉากชีวิตราชการ !!

15/12/57
โดยมติชน เมื่อ 15 ธ.ค.2557

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

โดยระบุรายละเอียดว่า ด้วยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ (นอกราชการ) กลับเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่ง ผู้บังคับการปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งบรรจุกลับเข้ารับราชการแล้ว

จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการปราบปราม ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ดร.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ซึ่งอดีตเป็นผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ก่อนคัมแบ็กกลับมาเป็น ผบก.ป.ได้ลาออกจากตำรวจไปลงสมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก(ส.ว.) กรุงเทพฯเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยคะแนนของ พล.ต.ต.ดร.สุพิศาลมาอันดับ 2 (267,947 คะแนน) มากจนหลายคนคาดไม่ถึง และ เมื่อ ส.ว.เลือกตั้ง ตามรธน.ปี 2550 (ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว) กำหนดให้ ส.ว.เลือกตั้งมีได้เพียงจังหวัดละ 1 คน ทำให้ พล.ต.ต.สุพิศาล ต้องอกหักไป

จากนั้นจึงขอกลับเข้ารับราชการใหม่ โดยผ่านความเห็นชอบ ก.ตร. และ มีราชกิจจานุเบกษาให้กลับเข้าดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2557 แต่เป็นได้เพียง 5 วัน นับจากวันที่ 26 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2557 พล.ต.ต.สุพิศาลก็ต้อง เกษียณอายุราชการเสียแล้ว

โดยเมื่อเกษียณราชการ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ได้หันเหเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำงานใหม่ในฐานะ ประธานกรรมการ บริษัท คอมมูนิเคชั่นแอนด์ ซิสเต็ม โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอสเอส

ปิดฉากชีวิตราชการ คัมแบ็ก กลับมาอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 5 วัน แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจในชีวิตราชการของนายตำรวจคนหนึ่ง อย่างสูงสุดในชีวิต
Read more ...

ก.ตร. 28 พ.ย.นี้ ขยายแต่งตั้งรอง ผบก.-สว. รับอดีต “หัวหน้า รปภ.แม้ว” คืนสีกากี

13/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 13 พ.ย.2557

นัดประชุม ก.ตร. 28 พ.ย.นี้ วาระขอมติขยายเวลาแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.-สว.วาระประจำปีไปเป็น 31 .ธ.ค. รับ “อรรถกฤษณ์” อดีตหัวหน้าทีม รปภ. “ทักษิณ” กลับเข้ารับราชการ สะพัดปมเด้ง “พงศ์พัฒน์” ทำ บช.ก.ระส่ำ คาดเปลี่ยนตัว ผกก.-สว.ยกแผง

วันนี้ (13 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการนัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 28 พ.ย. เวลา 13.30 น. ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวาระการขอขยายเวลาการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สารวัตร วาระประจำปี 2557 จากเดิมกฎ ก.ตร.กำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. ขยายออกไปเป็นภายในวันที่ 31 ธ.ค. นอกจากนี้ยังมีวาระการพิจารณาการปรับระดับตำแหน่งนายเวร-ผู้ช่วยนายเวรของ ผบ.ตร.จนถึงผู้บัญชาการ และการพิจารณารับ

พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 

ที่ลาออกไปขณะตำแหน่งรอง ผบช.ภ.4 กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งระดับรอง ผบช.

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าภายหลัง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 610/2557 ให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม และให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รักษาราชการแทน ผบช.ก.ว่า หลังจาก ผบ.ตร.มีคำสั่งดังกล่าวทำให้เหล่าข้าราชการตำรวจมีการจับตาการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.ถึง สว.วาระปี 2557 ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในระดับ ผกก.ถึง สว.หลายตำแหน่ง โดยเฉพาะในสังกัดกองบังคับการปราบปราม กองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เนื่องจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันล้วนเป็นตำรวจที่มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ท.โกวิทย์ แทบทั้งสิ้น

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าอาจมีการพิจารณาแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.แทนตำแหน่งของ

พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร.

ที่ขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลีรีไทร์ และแต่งตั้ง ผบช.ก.คนใหม่ โดยมีกระแสข่าวว่าอาจมีการโยก พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล มาเป็น ผบช.ก.คนใหม่ นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งทดแทนตำแหน่ง ระดับผบช.ว่างอีก 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งตำแหน่ง จเรตำรวจ (สบ 8) และผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. เนื่องจาก พล.ต.ท.พนมศักดิ์ ทั่งทอง จตร.(สบ 8) และ พล.ต.ท.ปริญญา จันทร์สุริยา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ขอเออร์ลีรีไทร์ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการสั่งการให้ดำนินการใดๆ เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายนอกวาระประจำปี
Read more ...

ตั้งกรรมการ กำกับแต่งตั้งตำรวจ ล้อมคอกร้องทุกข์

15/10/57
โดยมติชน เมื่อ 15 ต.ค.2557

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) 

ได้ออก

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 544/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณามาตรการกำชับผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่8/2557 เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2557 

ที่ประชุมมีข้อสังเกตกรณีที่ อนุกรรมการคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.) ร้องทุกข์มีมติเยียวยาแก้ไขให้ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งสูงขึ้นหรือสับเปลี่ยนหมุนเวียนแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่งในสังกัดเดิมโดยก.ตร. เห็นว่า

การมีมติของ อ.ก.ตร. ร้องทุกข์จะมีผลผูกพันเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับ ก.ตร. จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการถึงรองผู้บังคับการ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่88/2557 ลงวันที่ 10 ก.ค.2557


ดังนั้น เพื่อให้มีมาตรการทางกฎหมายในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ปฏิบัติถูกต้องและเป็นธรรม จึงแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณามาตรการกำชับผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.พล.ต.ท.วัฒนา สักกวัตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) (งานกฎหมายและคดี2) เป็นประธานคณะทำงาน 

2.พล.ต.ต.ประสิทธิ เฉลิมวุฒิศักดิ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (รอง ผบช.กมค.) เป็นคณะทำงาน 

3.ผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่ง สำนักงานกฎหมายและคดีหรือผู้แทน เป็นคณะทำงาน 

4.ผู้บังคับการกองร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือผู้แทน เป็นคณะทำงาน 

5.ผู้บังคับการกองวินัยหรือผู้แทน เป็นคณะทำงาน 

6.พ.ต.อ.ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ผู้กำกับการกลุ่มงานกฎหมายกองกฎหมาย เป็นคณะทำงาน 

7.พ.ต.ท.ส่งศักดิ์ สาธารลัย สารวัตรกลุ่มงานพิจารณา1 กองร้องทุกข์ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ และ

8.พ.ต.ท.พรชัย คงแก้ว สารวัตรกลุ่มงานพิจารณา1 กองร้องทุกข์ เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ ในส่วนของอำนาจหน้าที่ คือ 

1.ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดมาตรการกำชับผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพื่อลดปัญหาการร้องทุกข์ เนื่องจากการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรมและแนวทางในการแก้ไขปัญหา 

2.เชิญหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมพิจารณาหรือชี้แจงต่อคณะทำงาน 

3.ขอข้อมูล เอกสาร ความเห็นจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะทำงาน และ

4.ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
Read more ...

′ประวิตร′นั่งหัวโต๊ะก.ตร.บ่ายนี้ แต่งตั้ง-โยกย้าย ′นายพลเล็ก′ ระดับรองผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการ

29/9/57
โดยมติชน เมื่อ 29 ก.ย.2557

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น.วันนี้( 29 กันยายน) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2557

ในส่วนของ บช.น. ระดับรอง ผบช.น. ว่าง 1 ตำแหน่ง ของ 

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ ที่ขึ้นเป็นจเรตำรวจ นอกจากนี้ มีรอง ผบช.น. อาจถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยอีก 4 นาย ได้แก่ 

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ 
พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี 
พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ และ พ
ล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร 

โดยคาดว่า 

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น. คนสนิท 
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. และเพื่อน นรต.36 ของ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. ว่าที่รอง ผบ.ตร. 
พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.ภ.1 ช่วยงาน พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 ว่าที่ ผบช.น. 
พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบช.สพฐ.ตร. ลูกชาย พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และสามีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 
พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ รอง จตร.นรต.รุ่น 32 สาย พล.ต.อ.อัศวิน และ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อก.บช.ภ.1 คนสนิท "พระสุเทพ"

ส่วนเก้าอี้ ผบก.ใน บช.น. มีการปรับเปลี่ยนเกือบทุกตำแหน่ง เหลือเพียง พล.ต.ต.ลือชัย สุดยอด ผบก.อคฝ. อยู่ที่เดิมเพียงรายเดียว โดยมี 
พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.อก.บช.ก. นรต.35 เพื่อน พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.1 
พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นรต.35 คู่เขยและเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.2 
พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบก.ปทส. สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็น ผบก.น.3 
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.อก.บช.ปส. นรต.36 เพื่อน พล.ต.ท.จักรทิพย์ เป็น ผบก.น.4 พ.ต.อ.ชวลิต ประสพศิลป รอง ผบก.น.7 อาวุโสอันดับ 3 นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5 
พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สาย พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.6 
พ.ต.อ.มานิตย์ จันทรคณา รอง ผบก.กต.6 เป็น ผบก.น.7 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 นรต.33 อาวุโสอันดับ 1 เป็น ผบก.น.8 
พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี นรต.33 สายตรง พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.น.9

พ.ต.อ.อภิสิทธิ์ เมืองเกษม รอง ผบก.น.5 นรต.29 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. เป็น ผบก.จร. 
พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบก.สปพ. และ 
พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส.ภ.1 นรต.35 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็น ผบก.สส.บช.น.
Read more ...

ก.ตร.เปิดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เยียวยา พล.ต.อ.วุฒิ และ พล.ต.อ.พีระ ฟ้องศาลปกครอง

19/5/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 19 พ.ค.2557

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ค.2557 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ห้องประชุมศรียานนท์ 

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2557 โดยมีวาระสำคัญเรื่อง

การขอกำหนดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. จำนวน 2 อัตรา และที่ปรึกษา (สบ10) จำนวน 2 อัตรา เพื่อเยียวยากรณี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ว่า 

การจัดลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ในวาระประจำปี 2554 ลงวันที่ 15 ส.ค. และ 24 ส.ค. 54 ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจในการรักษาราชการแทน พ.ศ. 2550 ข้อ 3(5) 

ซึ่งศาลได้พิพากษาให้การลำดับอาวุโสดังกล่าวเฉพาะตำแหน่งของ พล.ต.อ.วุฒิ เป็นการจัดลำดับอาวุโสที่มิชอบด้วยกฎหมาย 

นอกจากนี้ ยังมีวาระการขอกำหนดตำแหน่ง รอง ผบช.ศชต. อีก 1 ตำแหน่งด้วย

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ โดยการแก้ไขลำดับอาวุโสให้เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองกลาง 

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการแก้ไขลำดับอาวุโสดังกล่าวแล้ว จะต้องมีการดำเนินการเยียวแก้ไขการแต่งตั้งย้อนหลังไปในปี 2554-2555 ให้เป็นไปตามแนวทางคำสั่งของศาล เรื่องนี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.วุฒิ ผู้ฟ้องคดีแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.อมรินทร์ อัครวงษ์ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ด้วย 

กล่าวคือ จะมีการคืนความชอบธรรมให้กับ พล.ต.อ.วุฒิ โดยการแก้ไขการแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปี 2554 โดยให้ถอนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.อมรินทร์ ขึ้นเป็น ที่ปรึกษา (สบ10) และแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.วุฒิ (ยศในขณะนั้น) ซึ่งมีอาวุโสสูงกว่าขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ10) แทน 

และเมื่อมีการถอนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.อมรินทร์ ดังกล่าวเกรงว่า พล.ต.ท.อมรินทร์ จะได้รับความเสียหาย จึงได้เปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) และแต่งตั้งย้อนหลังให้ พล.ต.ท.อมรินทร์ เป็นที่ปรึกษา (สบ10) 

นอกจากนี้พบว่า พล.ต.ท.พีระ (ยศในขณะนั้น) มีลำดับอาวุโสสูงกว่าทั้ง 2 คน จึงเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) และแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.พีระ ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ10)

ขณะที่ในวาระแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2555 แต่งตั้งให้กำหนดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เพิ่ม 2 อัตรา และให้แต่งตั้ง พล.ต.อ.พีระ และ พล.ต.อ.วุฒิ เป็น รอง ผบ.ตร. โดยให้ถือว่าทั้งสองดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ตั้งแต่ปี 2555 

อย่างไรก็ตามตำแหน่งทั้งหมดที่กำหนดขึ้นใหม่ถือเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว หลังวันที่ 30 ก.ย. นี้ ตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ทั้ง 2 ตำแหน่งก็จะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ จากการเกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.พีระ ในขณะที่พล.ต.อ.วุฒิ ก็จะดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. แทน พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง รอง ผบ.ตร. ที่เกษียณอายุราชการ 

หลังจากนี้จะนำตำแหน่งที่กำหนดใหม่นี้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบในสัปดาห์หน้า แล้วนำกลับมาขอความเห็นชอบต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อแต่งตั้งต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดตำแหน่งรอง ผบช.ศชต. เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง ตามที่ ศชต. เสนอมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ ก.ตร. เห็นชอบ เนื่องจากเดิมที ศชต. มีรอง ผบช. จำนวน 5 ตำแหน่ง แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ขอรอง ผบช.ศชต.ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นการถาวร 1 ตำแหน่ง จึงทำให้การปฏิบัติราชการของ ศชต.ยังขาดรองผบช.อยู่ 1 ตำแหน่ง จึงได้ขอกำหนดตำแหน่งเพิ่ม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็ต้องขอความชอบจากก.ต.ช.เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่การแต่งตั้งตามปกติต่อไป..
Read more ...

ก.ตร. อนุมัติแต่งตั้งยกเว้นหลักเกณฑ์ 55 นาย ไม่อนุมัติ 1 ราย เนื่องจากดำรงตำแหน่งได้ปีเดียว

6/3/57
โดยเดลินิวส เมื่อ 28 ก.พ.2557

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 28 ก.พ. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2557 ใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาวาระสำคัญหลายวาระ โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวภายหลังประชุมว่า ก.ตร.มีมติเอกฉันท์ เห็นชอบให้ ด.ต.ธีรเดช เล็กภู่ ผู้บังคับหมู่สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ที่เป็นคนเตะระเบิดขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ในเหตุการณ์ที่สะพานผ่านฟ้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้รับการเลื่อนยศเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรติดยศ ร.ต.ต.เป็นกรณีพิเศษ และยังให้ ตร.พิจารณาความชอบอื่นๆเพิ่มในฐานะเป็นผู้มีความกล้าหาญอีกด้วย

พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวถึงการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ระดับรองผู้บังคับการ(รองผบก.)ถึงสารวัตร(สว.) วาระประจำปี 2556 ที่ตร.ขออนุมัติก.ตร.ยกเว้นหลักเกณฑ์ฯประเภทต่างๆ 56 รายนั้น ส่วนใหญ่ ก.ตร.อนุมัติเห็นชอบให้แต่งตั้ง มีเพียงตำแหน่งเดียวที่ไม่อนุมัติ เนื่องจากดำรงตำแหน่งไม่ครบระยะเวลาที่กำหนด

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกตร. เผยว่า ก.ตร.ได้อนุมัติขยายเวลาในการแต่งตั้งรองผบก.-สว.ประจำปี 2556 ออกไปถึงวันที่ 31มีนาคม เพื่อให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งกรณีที่ต้องขออนุมัติยกเว้นฯจากก.ตร.ในวันนี้และตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง สามาาถนับวาระการแต่งตั้ง อยู่ในวาระเดียวกับกลุ่มที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยวันนี้ ก.ตร.อนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ ทั้งสิ้น 55 ราย จากที่ขออนุมัติไป 56 ราย โดยรายที่ไม่อนุมัติก.ตร.ให้ความเห็นว่าเพิ่งดำรงตำแหน่งได้เพียง1 ปีซึ่งน้อยเกินไป ที่จะเลื่อนตำแหน่งขึ้น

สำหรับกรณีที่ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ รองแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.ร้องทุกข์ กรณีไม่ได้รับการแต่งตั้งทั้งที่มีอาวุโส ครั้งนี้ก.ตร.มีมติรับร้องทุกข์และเยียวยา สำหรับกรณี ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองจเรตำรวจ(สบ7)กรณี ที่ถูกปปช.ชี้มูลความผิด นั้นก.ตร.มีมติให้ อนุก.ตร.กฎหมาย นำกลับไปทบทวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามก.ตร.ได้อนุมัติร่างระเบียบก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงานสอบสวน ในส่วนที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และบางอำเภอในจ.สงขลา ด้วย

สำหรับรายชื่อแต่งตั้งที่ก.ตร.ไม่อนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ คือ พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผกก.ปพ.บก.ป. ขอเลื่อนขึ้นเป็น ผกก.ปพ.บก.ป.หรือผกก.คอมมานโดเนื่องจากเพิ่งดำรงตำแหน่งรองผกก.ได้เพียง 1ปีเท่านั้น
Read more ...

ก.ตร.ไฟเขียว สตช.ตั้งนายพลสีกากีนอกฤดู

10/1/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 9 ม.ค.2557

กกต.เห็นชอบตามข้อเสนอ ก.ตร.นัดประชุมแต่งตั้งโยกย้าย ผบช.-ผบก.รวม 10 ตำแหน่งในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงเลือกตั้ง

วันนี้ (9 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 1/2557 ในเวลา 13.30 น.วันที่ 10 มกราคม ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 ตร.ทั้งนี้ มีวาระสำคัญคือการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) รวม 10 ตำแหน่ง อาทิ

พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.สกลเขต จันทรา เป็น นรป.(สบ8) พล.ต.ต.จรวย ผลประเสริฐ ผบก.ประจำ ภ.6 เป็น ผบก.กต.4 สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.ต.โสพรรณ ธนโสธร ผบก.คดีปกครองและคดีแพ่ง เป็น ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน (สบส.) พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผบก.ภ.จ.สตูล เป็นรอง ผบช.ศชต.

พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.สบส.เป็น ผบก.ภ.จ.สตูล. พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบก. ศสส.บช.ภ.8 ขึ้นเป็น ผบก.คดีปกครองและคดีแพ่ง พ.ต.อ.ดำรง เพ็ชรพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ขึ้นเป็น ผบก.ประจำ ภ.6 พ.ต.อ.ไอศูรย์ สิงหนาท รอง ผบก.ชัยภูมิ เป็น ผบก.ประจำตชด.และ พ.ต.อ.อาธิชา เปาอินทร์ รอง ผบก.น.6 เป็น นายเวร ผบ.ตร.(สบ6)
Read more ...

ม็อบทำพิษ! สกพ.เสนอ ก.ตร.ขยายเวลาแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก.

13/12/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 12 ธ.ค.2556

สำนักงานกำลังพล ขอเลื่อนการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตร-รอง ผบก.ประจำปี ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 57 ยอมรับหลายกองบัญชาการมีภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง จึงไม่มีความพร้อมในการพิจารณาโยกย้ายในขณะนี้

วันนี้ (12 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) เปิดเผยว่า ฝ่ายกำลังพลได้ทำหนังสือเสนอ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ขยายเวลาในการดำเนินการแต่งตั้งระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2556 ออกไป จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 จากเดิม ก.ตร.อนุมัติกรอบเวลาไว้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการทำบัญชีแต่งตั้งในตอนนี้ ซึ่งหากสั่งการคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 20 วัน ซึ่งนับจากวันนี้ก็ไม่สามารถทำได้ทัน จึงจำเป็นต้องขออนุมัติขยายเวลาการแต่งตั้งออกไป

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า แม้อยู่ในห้วงยุบสภา และมีรัฐบาลรักษาการ แต่การแต่งตั้งระดับรองผบก.-สารวัตร สามารถทำได้ เนื่องจากการแต่งตั้งระดับนี้เป็นอำนาจของผู้บัญชาการ-ผู้บังคับการหน่วย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐมนตรี แต่การจะดำเนินการแต่งตั้งในช่วงนี้หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของหน่วยกองบัญชาการต่างๆ ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ประะสบอุทกภัย ตร.จึงขยายเวลาแต่งตั้งออกไป ตอนนี้ตำรวจจากหลายกองบัญชาการมีภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยก็ต้องพิจารณาถึงประเด็นนี้ประกอบด้วย รวมทั้งประเด็นเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นจะขยายเวลาออกไปถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า แต่อาจทำการแต่งตั้งเสร็จก่อนก็ได้ หรือหากมีเหตุจำเป็นการขยายเวลาออกไปอีกก็เป็นไปได้เช่นกัน
Read more ...

ก.ตร.ถกโผเสร็จ

30/9/56
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 27 ก.ย.2556

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ก.ย. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล ตร. ได้เดินทางเข้าเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก. ประจำปี 2556 โดยมี รองผบ.ตร. ทุกนายที่เป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คือ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง และนายวิษณุ เครืองาม เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาการประชุม 4 ชม.ครึ่ง จึงเสร็จ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

จากนั้น พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันท์ รองโฆษก ตร. แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีวาระสำคัญน่าสนใจ ได้แก่ การขอความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่ง รองผบก.ประจำกองการต่างประเทศ เพื่อเตรียมส่งนายตำรวจเหล่านี้ไปประจำในต่างประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว และพม่า ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามที่ ตร.เสนอ ขณะเดียวกันยังขออนุมัติออกระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งประจำในต่างประเทศ ซึ่งเป็นระเบียบเดียวกับกรณีข้าราชการพลเรือนหรือทหารที่ไปประจำในต่างประเทศ

สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ได้รับการเห็นชอบแต่งตั้ง ได้แก่ พ.ต.อ.ปณิธาน สันติเพ็ชร ผกก.กอ.รมน. พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผกก.ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค 2 กองการต่างประเทศ (ตท.) พ.ต.อ.ไกรวิน วัฒนสิน ผกก.กลุ่มงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และ พ.ต.อ.เขมรินทร์ หัสศิริ ผกก.สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยนายตำรวจทั้ง 4 นาย ได้ผ่านกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจะให้ไปประจำที่ประเทศใดนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ตร. และกระทรวงการต่างประเทศ และประเทศที่จะส่งไปต้องตอบรับมาก่อนด้วย ซึ่งในเดือนต.ค.จะเริ่มทยอยส่งนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ไปประจำยังประเทศต่างๆ

รองโฆษกตร. กล่าวอีกว่า ยังมีวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผบก.-รองผบช.วาระประจำปี 2556 โดยมีหน่วยที่ส่งบัญชีคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทั้งกรณีเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและกรณีสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเข้าที่ประชุมก.ตร.รวมท้ังสิ้น 22 หน่วย มีข้าราชการตำรวจที่รับการคัดเลือกแต่งตั้ง 207 ราย โดยระดับรองผบช.สับเปลี่ยนหมุนเวียน 16 ราย ระดับผบก.เลื่อนเป็นรองผบช. 46 ราย ระดับผบก.สับเปลี่ยนหมุนเวียน 51 ราย ระดับรองผบก.เลื่อนตำแหน่งเป็นผบก. 94 ราย ทั้งนี้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับรายชื่อนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีดังนี้ บช.ภ.1 พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 เป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผบก.ภ.ตราด ขึ้น รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข รอง ผบก.ภ.ปทุมธานี เป็น ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ รอง ผบก.น.7 เป็น ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมศักดิ์ โอภาสเจริญกิจ รอง ผบก.จร. เป็น ผบก.ภ.อ่างทอง พ.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบก.ผอ.สยศ. เป็น ผบก.ภ.ลพบุรี พล.ต.ต.วิทยา เนียมน้อย ผบก.ประจำ สตม.เป็น ผบก.ประจำบช.ภ.1

บช.ภ.2 พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผบช.สกพ. เป็น รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข ผบก.สส.ภ.2 เป็น รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ฐนพล มณีภาค ผบก.อก.ภ.2 เป็น รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.สท. เป็น ผบก.ภ.นครนายก พ.ต.อ.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รองผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.สระแก้ว พ.ต.อ.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ รองผบก.ภ.สมุทรสาคร เป็น ผบก.ภ.จันทบุรี พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันท ผบก.ภ.ระยอง เป็น ผบก.ภ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.ถิร์สทัต บูรณะรัช รองผบกน.8 เป็น ผบก.ภ.ตราด พล.ต.ต.วีระชัย วิสุทธิอุทัยกุล ผบก.ประจำบช.ภ.2 เป็น ผบก.ภ.ปราจีนบุรี พ.ต.อ.สมนึก บุรมิ รองผบก.ภ.ระยอง เป็น ผบก.ภ.ระยอง พ.ต.อ.สาธิต เจริญภิภพ รองผบก.อก.ภ.2 เป็น ผบก.ศฝร.ภ.2 พล.ต.ต.สมบัติ บัวเรือง ผบก.ภ.ฉะเชิงเทรา เป็น ผบก.อก.ภ2 พล.ต.อ.อิทธิเดช เจริญสหายานน์ ผบก.ศฝร.ภ8 เป็น ผบก.ประจำ ภ.2 พ.ต.อ.เชษฐา โกมลวรรธนะ รองผบก.ภ.ระยอง ขึ้น ผบก.สส.ภ.2

บช.ภ.3 พล.ต.ต.สุพล แก้วขาว ผบก.ภ.อุบลราชธานี เป็น รองผบช.ภ.3 พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก.ภ.ศรีสะเกษ เป็น รองผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบก.ภ.มุกดาหาร เป็น ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบก.สก. เป็น ผบก.ภ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผบก.ภ.นครราชสีมา เป็น ผบก.ภ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชัยเดช ปานรักษา รองผบก.ภ.นครราชสีมา เป็น ผบก.ภ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.พีระพงษ์ วงษ์สมาน รองผบก.น.2 เป็นผบก.ภ.ศรีสะเกษ

บช.ภ.4 พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.สง.ก.ตร.เป็น รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภารดรศักดิ์ ผบก.ภ.ขอนแก่น เป็นรอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์. ศรีวนิชย์ ผบก.มหาสารคาม เป็น รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิทวัส บูรณสมภพ ผบก.ประจำภ.4 เป็น ผบก.ภ.มุกดาหาร พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.หนองบัวลำภู เป็น ผบก.ภ.ขอนแก่น พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.บึงกาฬ เป็น ผบก.ภ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.นครพนม เป็น ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ชัยพร พานิชอัตรา รองผบก.ขอนแก่น เป็น ผบก.ภ.บึงกาฬ พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รองผบก.ภ.มหาสารคาม เป็น ผบก.ภ.หนองคาย พ.ต.อ.ภัทราวุธ เอื้อมศศิธร รองผบก.ร้อยเอ็ด เป็น ผบก.ศฝร.ภ.4 พ.ต.อ.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ รองผบก.ภ.ร้อยเอ็ด เป็น ผบก.ภ.มหาสารคาม พ.ต.อ.ธนพล บริบูรณ์ รองผบก.ภ.สกลนคร เป็น ผบก.ภ.นครพนม พ.ต.อ.มาโนช สถิตพานิช รองผบก.ภ.สระบุรี เป็น ผบก.ประจำ ภ.4 พ.ต.อ.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รองผบก.ทล. เป็น ผบก.ภ.หนองบัวลำภู

บช.ภ.5 พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน เป็น รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.จำลอง น้อมเศียร ผบก.อก.ภ.5 เป็น รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ จิตรพันธุ์ ผบก.ประจำ ภ.5 เป็น ผบก.ภ.แพร่ พล.ต.ต.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ ผบก.อก.สทส. เป็น ผบก.ประจำ ภ.5 พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.ลำพูน โยกเป็น ผบก.ภ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สมสง่า ชรินทร์ รอง ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน ขึ้นเป็น ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.จรัณฐต์ วรพัฒนานันท์ รอง ผบก.ภ.ชลบุรี เป็น ผบก.ภ.ลำพูน พ.ต.อ.อุดม พรหมสุรินทร์ รอง ผบก.ภ.ลำปาง เป็น ผบก.ศฝร.ภ.5 พ.ต.อ.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร รอง ผบก.ภ.พะเยา ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ.5 พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รองผบก.สส.3เป็น ผบก.ภ.พะเยา

บช.ภ.6 พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ ผบก.สส.ภ.6 เป็น รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.อ่างทอง เป็น รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ชฎิล พรหมไพบูลย์ ผบก.ประจำ ภ.6 เป็น ผบก.ภ.พิษณุโลก พ.ต.อ.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถ รองผบก.ภ.พิษณุโลก เป็น ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.จรวย ผลประเสริฐ รองผบก.ภ.พิจิตร เป็น ผบก.ประจำ ภ. 6 พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รองผบก.ภ.พิษณุโลก เป็น ผบก.อก.ภ.6 พ.ต.อ.มนตรี จินดา รองผบก.ภ.นครสวรรค์ เป็น ผบก.ภ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.นิรันดร์ ดีมี รองผบก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผบก.ศฝร.ภ.6

บช.ภ.7 พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รองผบช.สพฐ. เป็น รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองผบช.ภ.6 เป็น รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. เป็น รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมพงษ์ เตชะสมบูรณ์ ผบก.สบส.เป็นผบก.ภ.สมุทรสงคราม พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบก.สส.ภ.7 เป็น ผบก.ภ.ราชบุรี พล.ต.ต.วีรพล สกุลมีฤิทธิ์ ผบก.ภ.สมุทรสงคราม เป็น ผบก.อก.ภ.7 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ศิรเมศร์ พันธ์มณี รองผบก.ภ.ราชบุรี เป็นผบก.ประจำภ.7 พ.ต.อ.ปิยะ สุขประเสริฐ รองผบก.ภ.เพชรบุรี เป็นผบก.ศฝร.ภ.7

บช.ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เป็น รองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุทธินาท สุดยอด ผบก.กต.4จตร. เป็น ผบก.ภ.ชุมพร พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.นครราชสีมา เป็น ผบก.ภ.ภูเก็ต พล.ต.ต.วิศิษฐ์ ศุกรเสพย์ ผบก.กองคดีปกครองและแพ่ง เป็น ผบก.ภ.ระนอง พ.ต.อ.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รองผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.ศฝร.ภ.8 พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบก.สส.ภ.8 เป็น ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช

บช.ภ.9. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคบ. ข้ามหน่วยไปเป็น รองผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วีรสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.อก.ภ.9 เป็น ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.สส.บช.ภ.9 เป็น ผบก.ภ.ตรัง พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผบก.ภ.พัทลุง เป็น ผบก.ภ.สตูล โยก พล.ต.ต.สุรศักดิ์ รมยานนท์ ผบก.ประจำบช.ภ.9 เป็น ผบก.ภ.พัทลุง พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.ยะลา โยกเป็น ผบก.สส.ภ.9 พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.ปัตตานี เป็น ผบก.ภ.สงขลา พ.ต.อ.ธัมมศักดิ์ วาสะศิริ รองผบก.ภ.ยะลา ขึ้นเป็น ผบก.ประจำบช.ภ.9 พ.ต.อ.ดำรัส วิริยะกุล รองผบก.อก.ภ.9 ขึ้นเป็น ผบก.อก.ภ.9

ศชต. พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.ตรัง โยกเป็น รองผบช.ศชต. พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.ภ.บุรีรัมย์ เป็นรองผบช.ศชต. พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผบก.สส.ศชต.เป็น ผบก.ภ.ยะลา พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.นราธิวาส เป็น ผบก.ศฝร.ศชต.สลับ พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผบก.ศฝร.ศชต.เป็น ผบก.ภ.นราธิวาส แทน พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รองผบก.ภ.ปัตตานี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.ปัตตานี พ.ต.อ.งามศักดิ์ เกื้อจรูญ รองผบก.ภ.สตูล เป็น ผบก.สส.ศชต.

สตม. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รองผบช.ก.เป็น รองผบช.สตม. พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผบก.อก.สตม.เป็น ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.นุชิต ศรีสมพงษ์ ผบก.ตม.4 เป็น ผบก.อก. พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รองผบก.สส.สตม.เป็น ผบก.ตม.4 พ.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองศาสตราจารย์(สบ5) เป็น ผบก.ตม.6 พล.ต.ต.เถกิงพงศ์ วังแก้ว ผบก.ประจำภาค 1 เป็น ผบก.ประจำ สตม.

บช.ส. พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร ผบก.กองการต่างประเทศ เป็น รองผบช.ส. พล.ต.ต.ปฏิเวธ จุลินทร ผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี เป็น ผบก.อก.ส. พ.ต.อ.ทวิพงศ์ พงษ์สูงเนิน รองผบก.ส.1 เป็น ผบก.ส.3 พ.ต.อ.สรไกร พูลเพิ่ม รองผบก.ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว เป็น ผบก.ส.4

บช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ภ.1 เป็น รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน. ผบก.ปส.3 เป็น รองผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบก.ปส.4 เป็น รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ไชยา รุจนเวท ผบก.ปส.1 เป็น ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.ประจำ ปส. เป็น ผบก.สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง รองผบก.ขส. เป็น ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบก.ปส.3 เป็น ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบก.สกัดกั้นฯ เป็น ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผบก.ตม.3 เป็น ผบก.อก.ปส. พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาคย์ รองผบก.น.1ขึ้น ผบก.ประจำ บช.ปส.

ตชด. พล.ต.ต.วันชาติ คำเครือคง ผบก.กฝ. พล.ต.ต.อรรนพ ปิ่นแจ้ง ผบก.สสน. พล.ต.ต.ประพันธ์ จันทร์เอม ผบก.ตชด.ภ.1 เป็น รองผบช.ตชด. พ.ต.อ.ยงเกียรติ มนปราณีต รองผบก.ทท. เป็น ผบก.กฝ. พ.ต.อ.วิชิต ปักษา รองผบก.อก.ศชต .เป็น ผบก.ตชด.ภ.4 พ.ต.อ.สมจิตร กาญจนสันเทียะ รองผบก.ตชด.ภ.2 เป็น ผบก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ต.เสรี สามดาว ผบก.ตชด.ภ.3 เป็น ผบก.ตชด.ภ.2 พ.ต.อ.ราเชนทร์ ตุงคะเตชะ รองผบก.ตชด.ภ.3 เป็น ผบก.ตชด.ภ. 3 พ.ต.อ.องอาจ ชุณหะนันท์ รองผบก.สสน. เป็น ผบก.สสน. พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุพรศรี รองผบก.อก.ตชด. เป็น ผบก.อก.ตชด. พล.ต.ต.พลบูรณ์ ชำนาญกูล ผบก.อก.ตชด. เป็น ผบก.ประจำ ตชด.

บช.ก. พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. เป็น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รอง จตช.(สบ.7) เป็น รอง ผบช. ก. พ.ต.อ.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รอง ผบก.ภ.ปราจีน เป็น ผบก.อก.บช.ก. พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ บก.ปทส เป็น ผบก.ปคบ. พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบก.ยธ. เป็น ผบก.ปคม. พ.ต.อ.อภิชัย ธิอามาตย์ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ทท. พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบก.ปอท. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ฉัตรชัย สุรเชษฐ์พงษ์ รอง ผบก.ปทส. เป็น ผบก.ปทส.

บช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์ รอง ผบช.ภ.1 เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองจเรตำรวจ (สบ 7) เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.น.3 เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.ปส. เป็นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. เป็น รอง ผบช.น. พ.ต.อ.อดุลย์ รัตนภิรมย์ รอง ผบก.สปพ. รักษาราชการแทน ผบก.อก.บช.น. เป็น ผบก.อก.บช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานงานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี เป็น ผบก.จร. พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.1 เป็น ผบก.น.3 พ.ต.อ.ทักษิณ พ่วงเงิน รอง ผบก.น.9 เป็น ผบก.ประจำ บช.น. พล.ต.ต.สุนนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ประจำ บช.น.เป็น ผบก.น.2

สพฐ.ตร. พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.อก.สพฐ.ตร. เป็น รองผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.กต. 9 จต. เป็น รองผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี รองผบช.ภ.3 เป็น รองผบช.สพฐ.ตร. พ.ต.อ.ยงยุทธ กิจรักษา รองผบก.พฐก.เป็น ผบก.อก.สพฐ. พ.ต.อ.ธวัชชัยท เมฆประเสริฐสุข รองผบก.ศพฐ.1 เป็น ผบก.พฐก.

รายชื่อตำรวจเพิ่ม

หน่วยขึ้นตรง สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒพันธุ์ รอง ผบช.ก.เป็น รอง ผบช.ประจำ ผบ.ตร. พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ รอง ผบช.สงป.เป็น รอง ผบช.สกบ. พล.ต.ต.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผบก.ตส.2 รอง ผบช.สงป. พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ ผบก.อก.สกบ.ขึ้นเป็น รอง ผบช.สกบ. พล.ต.ต.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผบก.อก.จต.ขึ้นเป็นรอง ผบช.ก.ตร. พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ ผบก.กต.5 ขึ้นเป็นรอง จตร.(สบ7) พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.นครนายก เป็นรอง จตร.(สบ7) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.สส.บช.ภ.3 ขึ้นเป็น รอง ผบช.สยศ.พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบก.ทพ.ขึ้นเป็น รอง ผบช.สกพ.พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ผบก.รท.เป็น รอง ผบช.ก.ตร. พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธ์ ผบก.อก.บช.ปส.เป็นรอง ผบช.สยศ. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สกพ.เป็นรอง จตร.(สบ7)พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.น.7รองผบช.สกพ.

พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ เลขานุการ ตร.เป็น ผบก.ทพ. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ ผบก.คด.มาเป็น ผบก.กม. พล.ต.ต.อนันต์ มีเคราะห์ดี ผบก.กองมาตรฐานวินัย เป็น ผบก.กองร้องทุกข์ พล.ต.ต.โชติ วีรเดชกำแหง ผบก.ประจำ บช.ภ.7 เป็นรอง จตร.(สบ.7) พล.ต.ต.ไพบูลย์ คงกิตติโสภี ผบก.อก.รพ.ตร.เป็น ผบก.วน. พ.ต.อ.อนิกธัญญ์ ชยสุทธา รอง ผบก.กต.1 เป็น ผบก.กต.5 พ.ต.อ.ปรีชา สุนทรศิริ รอง ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม ขึ้นเป็น ผบก.กต.9พ.ต.อ.วิเชียร สวัสดิชัย รอง ผบก.งป.ขึ้นเป็น ผบก.งป. พ.ต.อ.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบก.ปคม.ขึ้นเป็น ผบก.กต.3 พ.ต.อ.สุภาพ สินวิบูรณ์ นักบิน (สบ5) บ.ตร. ขึ้นเป็น นักบิน(สบ6)

พ.ต.อ.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบก.ศฟร.ภ.3 เป็น ผบก.ประสานนายกฯ พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม.เป็น ผบก.อก.สกบ. พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ รอง ผบก.ปปป.เป็น ผบก.กองคดีอาญา พ.ต.อ.โสพรรณ ธนะโสธร รอง ผบก.สบส.เป็น ผบก.กองคดีปกครองและคดีแพ่ง พ.ต.อ.สุนทร เฉลิมเกียรติ รอง ผบก.สส.ภ.9เป็น ผบก.สบส. พ.ต.อ.อนุศักดิ์ โกมลศาสตร์ รอง ผบก.กองสวัสดิการ เป็น ผบก.อก.จต.พ.ต.อ.อภิชัย ศรีโสภิต อาจารย์ (สบ 5) รร.นรต.เป็น ผบก.สก. พ.ต.อ.รณกร ศุภสมุทร รอง ผบก.สท.เป็น ผบก.สพ. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ บุญกลาง นองผบก.กองพลาธิการ ขึ้น ผบก.พธ. พ.ต.อ.พันธ์ุพงษ์ สุขศิริมัช รองผบก.อก.นรป.เป็นผบก.ยธ. พ.ต.อ.ณรงค์ อิ่มลิ้มทาน รอง ผบก.ตส.3 เป็น ผบก.ตส.2 พ.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบก.ปคม.เป็นเลขานุการ ตร. พ.ต.อ.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบก.ตท.เป็น ผบก.ตท. พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันทน์ รอง ผบก.ยศ ขึ้นเป็น ผบก.สท.
พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ รองผบก.สยศ.เป็นรองจตร.(สบ7) พล.ต.ต.วรภัทร์ วัฒนวิศาล ผบก.บก.ภ.7ขึ้น รองผบช.กมค.พล.ต.ต.ธน ยุติธรรมดำรง ผบก.ศฝร.ภ.2ขึ้น รองผบช.กมค. พล.ต.ต.เอิบ คงกล่ำ ผบก.ชุมพร เป็นผบก.กต.4

กองบัญชาการศึกษา(บช.ศ.)

พ.ต.อ.กิจพิณิฐ อุสาโห รองผบก.สศป. เป็น ผบก.สศป.พล.ต.ต.สมหมาย กาญจนาภา ผบก.สศป.เป็นผบก.วตร.

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(สทส.)

พล.ต.ต.วรวิทย์ ลิปิพัทธ์ รองผบช.สยศ.เป็นรองผบช.สทส. พล.ต.ต.ประยุทธ์ ชวนะวงศ์ ผบก.สื่อสาร เป็น รองผบช.สทส. พล.ต.ต.พจน์ วิญญาวงค์ ผบก.ศทก.เป็น ผบก.สนับสนุนทางเทคโนโลยี พ.ต.อ.พรกุศล ยศธร รองผบก.สื่อสาร เป็น ผบก.สื่อสาร พล.ต.ต..ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ประจำ.ส. เป็นผบก.อก.สทส. พ.ต.อ.สมัคร เสียงเลิศ รองผบก.สมุทรปราการ เป็นผบก.สทก. พ.ต.อ.พีระวัฒน์ บุษลักขะ รองผบก.สส. เป็นผบก.ประจำสทส.

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ(รร.นรต.)

พล.ต.ต.สุรพล ศรีวงศ์ ผบก.ปค. เป็นรองผบช.นรต. พ.ต.อ.โชค เหมือนแสน ผบก.อก.นรต. เป็น ศฝร.ตำรวจ นรต. พ.ต.อ.ถนอม มะลิทอง รองผบก.ปกครอง เป็นผบก.ปกครอง พ.ต.อ.สมเดช วุฒิเสถียร รองผบก.ประกันคุณภาพการศึกษา ขึ้น ผบก.ศูนย์บริการทางการศึกษา นรต.

โรงพยาบาลตำรวจ

พล.ต.ต.ทรงชัย สิมะโรจน์ นายแพทย์(สบ6) ขึ้นรองแพทย์ใหญ่ พ.ต.อ.นพศักดิ์ ภูวัฒเศรษฐ นายแพทย์(สบ5)เป็นนายแพทย์(สบ6) พ.ต.อ.สุรพล เกษประยูร นายแพทย์(สบ5)เป็นนายแพทย์(สบ.6) พ.ต.อ.สมศักดิ์ จิตติรัตน์ รองผบก.กม.กมค. เป็นผบก.อก.รพ.ตร.
Read more ...

ผบ.ตร.รอ ก.ตร.ชี้ขาดจัดอาวุโส

16/7/56
โดยเนชั่น เมื่อ 16 ก.ค.2556

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาสบ 10 ร้อง ก.ตร.คัดค้านการจัดอาวุโสว่า การประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งระเบียบการจัดอาวุโสที่ใช้พิจารณาและประกาศไปใช้มา 5 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องมีการคุยกันที่ ก.ตร.ส่วนจะจบในวันพรุ่งนี้หรือไม่ ต้องรอคณะกรรมการ ก.ตร.พิจารณา
Read more ...

แต่งตั้งตร.117 นายพล เด็ก"แม้ว-ประชา"ผงาด "เฉลิม"เค้กก้อนใหญ่หลุดมือ

8/7/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 8 กรกฎาคม 2556

สน.พระอาทิตย์/สามยอด      
     
การประกาศลำดับอาวุโสตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการ(รอง ผบช.) ถึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว แม่ทัพใหญ่สีกากี สะบัดปากาช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา        
เป็นสัญญาณการเข้าสู่ห้วงเวลาการแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล วาระประจำปี 2556      
     
ตามปฏิทินเดิม สมัยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รับผิดชอบคุมสำนักปทุมวัน ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)นั้น วางคิวการแต่งตั้งประจำปีไว้คร่าวๆ เริ่มจากวันที่ 5 ก.ค.2556 ประกาศลำดับอาวุโส และเปิดโอกาสให้ตำรวจที่มีรายชื่อในลำดับอาวุโส หากเห็นว่าลำดับอาวุโสไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องต่อสำนักงานกำลังพลพิจารณาทบทวนได้ ภายใน 7 วัน จากนั้นจะเริ่มทำบัญชีการแต่งตั้งระดับนายพลล็อตแรก ยศ พล.ต.ท.ขึ้นไป ตำแหน่ง ผู้บัญชาการ(ผบช.) ถึง รองผบ.ตร. ระหว่างวันที่ 10-15 ก.ค.2556
             
แต่พอการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาล ปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ปู 5 สลับหน้าผู้ที่มาดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติใหม่ จากร.ต.อ.เฉลิม มาเป็น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต อ.ตร. คนสุดท้าย และอดีตผบ.ตร.คนแรกของสำนักปทุมวัน และพล.ต.อ.อดุลย์ ประกาศลำดับอาวุโสตำรวจระดับ รองผบช.-รองผบ.ตร. ออกมาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา    
     
คงต้องจับตาว่าปฏิทินการแต่งตั้งนายพลที่วางกันไว้ จะมีอะไรปรับเปลี่ยนหรือไม่ ทั้งวัน เวลา กำหนดการต่างๆ    
     
โดยเฉพาะ “โผแต่งตั้ง” ที่เชื่อกันว่าเมื่อฟ้าเปลี่ยนสี แวดวงสีกากีเปลี่ยนคนคุม บัญชีรายชื่อก็ต้องมีการเปลี่ยนปลงเป็นสัจธรรม ตำรวจที่มีความใกล้ชิด “อินทรีอีสาน” พล.ต.อ.ประชา น่าจะได้ผงาดขึ้นในตำแหน่งหลักๆ      
     
และมีบทบาทในการทำงานขับเคลื่อนนโยบายของอินทรีอีสานมากขึ้น เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีการหวนกลับมาคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง แม้ไม่ใช่ในฐานะผู้ปฎิบัติเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ขยับใหญ่มาในฐานะคุมงานนโยบาย ก็คงต้องไว้ลายไอ้เสือเก่าไม่ให้น้อยหน้าอดีตสารวัตรกองปราบอย่างร.ต.อ.เฉลิม            
ยิ่งปีนี้ตำแหน่งระดับ “นายพล”ในสำนักปทุมวัน มีตำรวจระดับนายพลเกษียณอายุราชการมากถึง 117 ตำแหน่ง ตัดส่วนแค่ระดับ ผบช. ถึง รองผบ.ตร. ก็ว่างทั้งสิ้น 34 ตำแหน่ง      
     
แยกเป็น รองผบ.ตร. 5 ตำแหน่ง ผู้ช่ววยผบ.ตร. 11 ตำแหน่ง ผบช. 18 ตำแหน่ง ไม่นับรวมการโยกระนาบอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่า น่าจะมีเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะนโยบายพล.ต.อ.อดุลย์ ไม่ได้ให้ทำบัญชีแต่งตั้งนอกฤดู ก็เลยต้องยกยอดมาประจำปีทั้งหมด      
     
เด็กใคร สายไหน มีผลงาน ไร้ผลงาน โดนโทษ ถูกหมายหัว จะปรากฏในการโยกย้ายครั้งนี้อย่างชัดเจนที่สุด!!!
     
แม้ทุกสายตาจะมองกันว่าเด็กสายพล.ต.อ.ประชา น่าจะผงาดยกแผง โดยเฉพาะ นรต.35 รุ่นเดียวกับพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา(สบ.10) ลูกเขยใหญ่อินทรีอีสาน แต่ก็เชื่อว่าไม่น่าจะหวือหวาถึงขนาดยกโขยง เพราะสไตล์การทำงานของ พล.ต.อ.ประชา ไม่หวือหวาเท่า ร.ต.อ.เฉลิม การจะทุบโต๊ะขอคนตัวเองเป็นเป็นบัญชีหางว่าวคงๆไม่น่าจะเกิดขึ้น
             
ตั๋วที่เคยว่ากันว่าถูกส่งแยกสายแยกกอ ตั๋วนายใหญ่ ตั๋วทำเนียบ ตั๋วบางบอน ตั๋วตร. น่าจะถูกลดทอนลง ไม่เช่นนั้นนายใหญ่ดูไบคงไม่ส่งพล.ต.อ.ประชา ซึ่งสนิทสนมกับพล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะนายกับลูกน้องเก่ามาประสานงานจับมือกันบริหารสำนักปทุมวัน
             
ซึ่งน่าจะเหลือเพียง ตั๋วนายใหญ่ ตั๋วทำเนียบ ส่วนตั๋วประชาคงถูกนำมามัดรวมกับอดุลย์ ซึ่งก็จะทำให้ส่วนแบ่งไปเพิ่มขึ้นทางฝ่ายการเมือง
             
ตำรวจสายการเมือง ที่ใช้บริการ “ตั๋วทักษิณหญิงอ้อ” น่าจะได้ผงาดยกแผง หรือไม่ก็ยังรักษาฐานที่มั่นในตำแหน่งสำคัญไว้เหนียวแน่น หรือโยกมาอยู่ตำแหน่งที่สำคัญมากกว่า นรต.35 เด็กสายตรงพล.ต.อ.ประชา
             
ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 หลานเขยคุณหญิงอ้อ พจมาน ณ ป้อมเพช็ร อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่คาดว่าจะขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อปูทางเป็นใหญ่ในอนาคต พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ลูกน้องคนสนิทพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. อาจโยกมาคุมงานปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 สายพ.ต.ท.ทักษิณ โยกมาคุมทะเลตะวันออกเป็น ผบช.ภ.2      
     
พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ผลงานการทำคดีฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เข้าตาได้โบนัสผงาดตำแหน่งหลัก นั่ง ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ. ดีกรีดอกเตอร์ที่ได้รับการชื่นชมอย่างมากจากพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไปสะดุดขาเด็กเจ๊เลยกระเด็นกระดอนมาอยู่ สพฐ. ตอนนี้เคลียร์ปัญหาได้แล้ว ขยับไปเป็น ผบช.ภ.6
     
ส่วน นรต.35 หรือสายพล.ต.อ.ประชา ก็น่าจะขึ้นมาสอดแทรกเพียงบางส่วน ยกเว้นพวกที่นอกจากอิงรุ่น 35 เด็กในบ้าน “ประชา” แต่ก็มีตั๋วการเมืองระดับนายใหญ่ นายหญิง หรือซูสีจันทร์ส่องหล้า หรือเจ๊แดงจากทางเหนือ สนับสนุนสมทบก็คงได้เชิดหน้าชูตาสมใจ อย่างพล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. อดีตนายเวรพล.ต.องประชา ขยับไปคุมอีสานนั่งเก้าอี้ ผงบบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รองผบช.ภ.1 ขึ้นแค่ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.เท่านั้น      
     
ขณะที่ในระดับ รองผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตามกฎก.ตร.ต้องขยับเรียงลำดับอาวุโส ซึ่งเมื่อพล.ต.อ.อดุลย์ ประกาศลำดับอาวุโสออกมาเช่นนี้ ตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ.10) เทียบเท่า รองผบ.ตร. ที่จะได้โยกมาอยู่ตำแหน่ง รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ 3 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งหลัก คงเป็น พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ มือกฎหมายที่พล.ต.อ.ประชาเคยใช้งานเป็นกระบอกเสียงตำรวจสมัยเป็น ผบ.ตร. พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง และพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ปล่อยให้พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ น้องชายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ยังเป็นที่ปรึกษา(สบ.10) ตามเดิม ไม่มีสิทธิ์เข้าเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง
             
ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ขยับไล่เรียงตามอาวุโส มีพล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จเรตำรวจ พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร จเรตำรวจ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จเรตำรวจ พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล จเรตำรวจ พล.ต.ท.วันชัย ถนนัดกิจ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.มล.พันธศักดิ์ เกษมสันต์ จเรตำรวจ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป. ยกเว้นเข้าโค้งสุดท้ายอาวุโสอาจโดนตัดทอนลง เพื่อเปิดทางให้ “ขาใหญ่”บางรายสอดแทรกก็มีโอกาสเป็นไปได้
             
ไม่อยากจะคิดว่าอาการ “ปรี๊ดแตก”!!! ของร.ต.อ.เฉลิม ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองพ้นจากการคุมงานตำรวจไปเป็น รมว.แรงงาน ก่อนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปี จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่      
     
แต่ใครๆก็รู้เค้กก้อนงามในการแต่งตั้งตำรวจแต่ละครั้ง ช่างมหาศาลและสบายกระเป๋าขนาดไหน.
Read more ...

ตร.เดินหน้าแต่งตั้ง"รองผบก.-สว."หลังม็อบจบ "เฉลิม"นัด"ก.ตร." 29พ.ย.ถกเว้นหลักเกณฑ์

25/11/55
โดยมติชน เมื่อ 25 พ.ย.2555

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานในเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) 

ได้นัดประชุม ก.ตร. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร. 

โดยมีการบรรจุวาระ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการวาระประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง กรณีแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งขึ้นข้ามกองบัญชาการ ในกรณีที่มีผู้ขอเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ. นราธิวาส ซึ่งมีหลายราย

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวลือสะพัดในตร. ว่าเนื่องจากการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามที่คาดการณ์ว่าอาจยืดเยื้อ อาจมีการขอขยายเวลาการแต่งตั้งระดับสว.-รองผบก.ออกไปจากเดิมที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ( ผบ.ตร.) กำหนดให้ทุกหน่วยออกคำสั่งพร้อมกันภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน และให้คำสั่งมีผลในวันที่ 6 ธันวาคม 

 แต่ภายหลังการชุมนุมดังกล่าวยุติการดำเนินการขั้นตอนต่างๆในการแต่งตั้งโยกย้าย ฯ ยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อดุลย์ ก็ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่ง หรือแนวคิดในการขยายเวลาการแต่งตั้งออกไปแต่อย่างใด
Read more ...

"เฉลิม"นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร. เน้นวาระพิจารณาเลื่อนขึ้นเงินเดือน

29/10/55
โดยมติชน เมื่อ 29 ต.ค.2555

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 14/2555 โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก.ตร. มีรอง ผบ.ตร.และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประชุม ส่วน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ติดภารกิจมาร่วมประชุมได้ก่อนการประชุมเลิกเพียง 5 นาที โดยการประชุมใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมวันนี้มีเพียงวาระการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในตำแหน่งชั้นยศนายพล การขอเพิ่มเงินพิเศษในตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านการถวายอารักขา ในสังกัดสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประชุม 191 ราย ซึ่งเป็นการให้เงินเพิ่มพิเศษเทียบเท่าทหารราชองครักษ์ โดยกระทรวงการคลังก็พิจารณาอนุมัติแล้ว ระดับสัญญาบัตรได้เงินเพิ่มเดือนละ 7,000 บาท ชั้นประทวนได้เพิ่มเดือนละ 5,300 บาท นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติพิจารณาให้ชั้นยศสัญญาบัตรแก่ ด.ต.ที่มีอายุ 53 ปี โดยปีนี้สำรวจแล้วมีกว่า 6,500 นาย และ ก.ตร.จะพิจารณาให้โดยเลื่อนไหลโดยอัตโนมัติในปีต่อๆ ไปด้วย

โฆษก ก.ตร.กล่าวว่า ก.ตร.ครั้งนี้ไม่มีการพูดเรื่องการแต่งตั้งหรือการขอขยายเวลาการแต่งตั้ง เนื่องจากกำหนดกรอบเวลาการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว.นั้น ต้องเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ดังนั้นจึงยังอยู่ในระยะเวลาที่ยังดำเนินการได้
Read more ...

ก.ตร.และห้องน้ำ

1/9/55
โดยข่าวสด เมื่อ 1 ก.ย.2555

วงค์ ตาวัน

เห็นพาดหัวข่าวหน้า 1 ของข่าวสด ที่บรรยายภาพการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือก.ตร.ได้อย่างน่าเสียวไส้ บอกว่าเคร่งเครียดถึงขั้นห้ามลุกไปฉี่ จึงต้องรีบพลิกไปอ่านรายละเอียดทันที

เนื้อข่าวบอกว่าเพราะมีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พากันวอล์กเอาต์ เนื่องจากไม่พอใจหลักเกณฑ์การพิจารณาบัญชีแต่งตั้งนายพลประจำปี ประกอบกับมีขาดการประชุมอีกจำนวนหนึ่ง

จึงเหลือเฉพาะก.ตร.ที่อยู่ในราชการ นั่งอยู่ในที่ประชุมเพียงแค่ 11 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 22 คน

เท่ากับครบองค์ประชุมพอดีเป๊ะ

ทีนี้ใครคนใดคนหนึ่งจึงไม่สามารถลุกออกไปจากห้องประชุมได้

ไม่เช่นนั้นเสียงจะขาดไปทันที!

ส่วนคำว่าห้ามลุกไปฉี่ ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบเสียดสี

แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นจริง โดยในระหว่างที่กำลังพิจารณาบัญชีรายชื่อของตำรวจภูธรภาค 5 นั้น ประธานที่ประชุมเหลือบไปเห็นเก้าอี้ของก.ตร.รายหนึ่งว่างโล่ง

สอบถามรู้ว่า ลุกไปทำธุระ

เลยสั่งเจ้าหน้าที่วิ่งไปตามถึงในห้องน้ำให้กลับมานั่งประชุมต่อโดยด่วน

ส่วนก.ตร.คนอื่นๆ ก็พลอยลุกไปเข้าห้องน้ำไม่ได้เช่นกัน บางคนถึงกับอั้นจนหน้าเขียว

สงสัยตอนประชุมเสร็จ คงกรูกันไปจนเต็มห้องน้ำ เป็นแน่!

ขณะเดียวกัน เมื่อบรรยากาศในห้องประชุมไม่มีก.ตร.ซีกผู้ทรงคุณวุฒิหรือฝ่ายใส่สูท ชนิดเก้าอี้ฝั่งซ้ายโล่งทั้งแถบ

การประชุมจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้การทะเบียนพลอ่านรายชื่อแต่ละชื่อ ก็เป็นอันผ่าน

ถึงขั้นที่ผู้บัญชาการหน่วยหนึ่งแวะเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมเพื่อทำหน้าที่ชี้แจงบัญชีของหน่วยตนเอง

พอเข้ามาถึงปรากฏว่ารายชื่อหน่วยตนเองผ่านไปหมดแล้ว ยังไม่ทันได้นั่งชี้แจงเลย

เพราะห้องน้ำอีกนั่นเอง!?!

สุดท้ายการประชุมก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งรองผบช.-ผบก.ก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว แต่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวมากมาย

จำเป็นอย่างยิ่งที่ประธานก.ตร.หรือผบ.ตร.จะต้องรีบหาช่องทางทำความเข้าใจกับก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

ประเด็นคืออำนาจหน้าที่ในการร่วมพิจารณา บรรยากาศการประชุมที่ต้องถกเถียงแบบประชา ธิปไตย

ถ้าพูดคุยกันไม่ได้ จะมีผลต่ออนาคตวงประชุมก.ตร.แน่นอน

เช่น อาจต้องพกคอมฟอร์ท100เข้า ไปด้วย!
Read more ...

'อชิรวิทย์' ลั่น ไม่ออก แต่ผิดหวังแต่งตั้งตำรวจ ไร้ระบบคุณธรรม

31/8/55
โดยไทยรัฐ เมื่อ 30 ส.ค.2555

"อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช" ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิยันไม่ลาออก ไม่ท้อ แต่ผิดหวัง แต่งตั้งตำรวจไร้ระบบคุณธรรม อ้างวอล์กเอาต์เมื่อวานออกมาขอยากิน คนอื่นก็เลยตามออกมาด้วย...

วันที่ 30 ส.ค. พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ กรณีที่นำขบวนวอล์กเอาต์ ออกจากที่ประชุม ก.ตร. วาระพิเศษเพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.-ผบก. ประจำปี 2555 เมื่อวานว่า ที่ต้องวอลก์เอาต์ออกมา เพราะที่ประชุมตอบคำถามผมไม่ได้ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ 4-5 ข้อ ที่ต้องปฏิบัติ ทั้งนี้ ผมไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องนามธรรม คือพฤติกรรม แต่ที่ผมมองคือ เรื่องการถือครองตำแหน่งจะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ที่ต้องเด่นกว่าบุคคลอื่นๆ ชัดเจน การแต่งตั้งในครั้งนี้ มีการแต่งตั้งระดับผู้การ 18 ตำแหน่ง ระดับรองผู้การอีก 20 ตำแหน่ง ซึ่งหลักเกณฑ์ต้องมีทั้งคุณสมบัติ รูปสมบัติ แต่กองบัญชาการที่ทำถูกต้องที่สุด ในที่นี้ขอชมเชยคือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่มีการเสนอคุณสมบัติผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ลำดับที่ 1 มาอย่างถูกต้อง ขณะที่มีบางกองบัญชาการเสนอชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา มีระบุคุณสมบัติ มาเพียงแค่ 3 บรรทัดเท่านั้น อย่างนี้ใช้ไม่ได้

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า ก.ตร.ต้องกระทำตามหลักเกณฑ์โดยเคร่งครัด ส่วนตัวเห็นว่านโยบายมีได้ แต่ต้องไม่อยู่เหนือคำว่าเหตุผล ระบบอุปถัมภ์ส่วนตัวยอมรับได้ แต่ต้องไม่มากไปกว่าระบบคุณธรรม ที่จะต้องแบ่งให้ชัดเจน ระบบคุณธรรม 80% และระบบอุปถัมภ์เพียง 20%

"ผมพูดไปตามความเป็นจริงของสังคมไทย ที่เรามีระบบอุปถัมภ์ ซึ่งส่วนตัวก็ยอมรับได้" พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผมพูดเมื่อวานทั้งหมด พูดด้วยความสุภาพเรียบร้อย ควบคุมอารมณ์ มีสติกำกับตลอด เมื่อ 10 ปีที่แล้วพูดอย่างไร วันนี้ก็ยังพูดอย่างนั้น ผมโตมาด้วยการทำงาน ไม่เคยเป็นผู้ขอ เมื่อเขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ทำไมไม่แต่งตั้งเขาไปตามสายงาน แต่กลับเอาเขาไปโตนอกสายงานที่เขาเองก็ไม่คุ้นเคย และไม่มีความถนัดมากนัก ผมถามในที่ประชุมก็ไม่มีใครตอบได้ เงียบกันหมด

ทั้งนี้ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ยอมรับว่า มีการยกตัวอย่างในที่ประชุม ก.ตร. เมื่อวานที่ผ่านมา มีรองผู้การท่านหนึ่ง อยู่ในบัญชีพิจารณาแต่งตั้งให้ตำแหน่งสูงขึ้น อยู่ในหน่วยงาน รพ.ตำรวจ มีอายุทำงานมา 4 ปี และมีความเหมาะสม ถ้าคณะ ก.ตร.เห็นว่า ต้องเลื่อนตำแหน่งก็ขอให้เลื่อนกันในหน่วยงานที่สังกัดได้หรือไม่ เหตุใดต้องย้ายนายตำรวจท่านนั้น ไปเป็นผู้บังคับการจเรตำรวจแห่งชาติด้วย ซึ่งแม้เป็นการโตในหน้าที่การงานก็จริง แต่เป็นการโตไปในนอกสายงาน ที่นายตำรวจท่านนั้นเองก็ไม่ได้มีความถนัด หรือเชื่ยวชาญงานด้านจเรตำรวจ แล้วการย้ายไปเป็นผู้การจเรฯ นั้น ยังเป็นการไปทับสายงานคนอื่นที่อยู่ในหน่วยงานนั้น ที่มีความเชืี่ยวชาญกว่า และกำลังรอจะขึ้นสู่ตำแหน่งอยู่แล้ว บางรายมีอายุทำงานมาถึง 6-7 ปี พวกเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ขึ้นหรือ?

อีกตัวอย่างมีรองผู้บังคับการภาค 7 คนหนึ่ง ซึ่งได้รางวัลดีเด่น จากนายกรัฐมนตรีด้วย ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และโดดเด่น จากกรณีนำกำลังไปล้อมจับขบวนการค้ายาเสพติดในเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช จนสามารถทลายแก๊งค้ายาเสพติดในเรือนจำได้ ซึ่งจากที่ประมาณการการค้ายาเสพติดในเรือนจำดังกล่าว มีมูลค่าต่อปีสูงถึง 2-3 พันล้านบาท อีกทั้งรองผู้บัญชาการท่านนี้ ก็มีอาวุโสมากกว่า อีกคนที่อยู่ จ.ชุมพร แต่กลับไม่ได้รับการแต่งตั้ง ขณะที่ตำแหน่งผู้บังคับการที่ จ.ภูเก็ต ก็มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งผมก็พยายามสอบถามถึงความเหมาะสมในที่ประชุม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ยืนยันต่อว่า จะทำหน้าที่ต่อไปไม่คิดลาออก และก็ไม่ได้ท้อถอย เพราะยังมีอายุงานในตำแหน่ง ก.ตร.อีก 3 ปี แต่คนอย่างผม เมื่อไม่ได้รับเกียรติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมเองก็ไม่ให้เกียรติเช่นกัน ผมต้องตำหนิตัวเองที่เป็นอาจารย์สอนตำรวจมา แต่ผมก็ไม่สามารถสอนได้ แล้วเมื่อวานยอมรับว่า เมื่อที่ประชุม ก.ตร.ไม่สามารถตอบคำถามที่ผมถามไปแล้ว ก็เลยลุกออกมาไปขอยาที่ รพ.กิน ส่วนคนอื่นๆ ก็เลยลุกออกมาด้วย.
Read more ...

บอร์ดกลั่นกรอง ก.ตร. เห็นชอบให้ "บิ๊กแจ๊ส" นั่งเก้าอี้ ผบช.น. ยาว ส่วน "วินัย" นั่ง ผบช.ภ.1

19/6/55
โดยสวพ.91 เมื่อ 19 มิ.ย.2555

บอร์ดกลั่นกรอง ก.ตร. เห็นชอบให้ "บิ๊กแจ๊ส" นั่งเก้าอี้ ผบช.น. ยาว ส่วน "วินัย" นั่ง ผบช.ภ.1 หลังตำแหน่งถูกปลดล็อค-ขยับ "มือปราบหูดำ" นั่งรองจเร (สบ.7) เสนอที่ประชุม ก.ตร. 22 มิถุนายนนี้

การประชุมพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งผู้บัญชาการ ซึ่งมี 

นายนนทิกร กาญจนะจิตรา 
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ.ในฐานะ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน 

ร่วมกับ รองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ ภายหลังการประชุม 

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้ มีวาระพิจารณาตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 คณะกรรมชุดกลั่นกรองเห็นชอบเสนอให้ 

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูประจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 

และให้ 

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1


และให้ 

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ.7) 

แทนตำรวจ 

พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมมรินทร์ ที่ลาออก 

โดยผลการพิจารณาคัดเลือกจะเสนอบรรจุในวาระการประชุม ก.ตร. ที่จะมีในวันที่ 22 มิย.นี้
Read more ...

เปิดชื่อตำรวจที่ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ของก.ตร.วาระประจำปี 2554

30/3/55
โ้ดยผู้จัดการ เมื่อ 30 มี.ค.2555

เผยรายชื่อนายตำรวจระดับรองผบก.-สว. ที่ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์แต่งตั้งของก.ตร.

วันนี้(30 มี.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการก.ตร. กรณี ยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ประกอบด้วย

พ.ต.อ.อาณัติ ภุมรินทร์ ผกก.ฝอ.บก.ปอศ เป็น นว. สบ. 5 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.

พ.ต.ท.อาคม ชุมรัตน์ นรป. สบ2 เป็น นรป.สบ3

พ.ต.ท.ธวัชชัย ดุกสุกแก้ว รองผกก.สภ.ช้างกลาง นครศรีธรรมราช เป็น ผกก. สภ. กาบัง จ.ยะลา

พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รองผกก.สส.สภ.สงขลา เป็น ผกก.สภ.โสร่ง จ.ปัตตานี

พ.ต.ท.สาธิต มูลพินิจ รองผกก.5 บก.ทท. เป็น ผกก.ฝอ.10 อก.ศชต.

พ.ต.ท.นภดล สนธวิท รองผกก.สส.บก.น. 2 เป็น ผกก.ศฝร.ศชต.

พ.ต.ท.ทศม ม่วงเกษม สว.กก.ปพ.กก.สส.ภ. 9 เป็น รองผกก.สส. 1 ศชต.

พ.ต.ท.ญ. สุพรรณี แสงมณี สว.อก.สภ. ควนเนียง จ.สงขลา เป็น รองผกก.ฝอ.8 ศชต.

พ.ต.ท.พัชวิศร์ ปวีศิษย์ สวป.สน.สำราญราษฎร์ เป็น รองผกก.ฝอ.9 บก.อก.ศชต.

พ.ต.ท.ญ. ปุณณภา เอี่ยมสะอาด สว.ฝอ.3 บก.สส.ภ. 3 เป็น รองผกก. ฝอ.บก.ภ. จ.ปัตตานี

พ.ต.ท.เอกชัย พรามณกุล สว.สถานี สส. 2 บก. ทท. เป็น รองผกก.สล2 ศชต.

ร..ต.อ.ยุทธศักดิ์ เอี่ยมสุนทร ผบ.มว.สภ.จะนะ จ.สงขลา เป็นสว.ฝอ. 5 บก.อก.ศชต.

ร.ต.อ.นาวี เหมมินต์ รองสว.สส.สภ.สะเดา จ.สงขลา เป็น สว.อก.สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

ร.ต.อ.ทิวาต. คงเพ็ชร รองสว.ตม ยะลา เป็น สวป.สภ. สุไหงโกลก นราธิวาส

ร.ต.อ.ชวลิต บุญเฟือ ผบ.หมวด กก.3 บก.อก.ตชด. เป็น สว.ฝ่ายปกครอง ศฝร. ศชต.

ร.ต.อ.ศคิศ สุวรรณกุล รองสว.กก.สส.สภ. สงขลา เป็นสว.ฝอ. 3 บก.อก. ศชต.

ร.ต.อ.ธัชชัย พงศ์มานะวุฒิ รองสว.จร.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เป็น สวป.สภ.เมืองปัตตานี

ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ฉุยแสนดี รองสวป.สภ.เขาชัยสน พัทลุง เป็น สวป. บ้านโสร่ง ปัตตานี

ร.ต.อ.อำนาจ พิสิษฐ์สกุล รองสว.กก.สส.บก.ตม. 2 เป็น สว.ฝอ. 8 บก.อก.ศชต.

ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ กลิคุณ รองสวป.สภ.สะเดา สงขลา เป็น สว.กก.ซถ1 บก.สส.ศชต.

ร.ต.ออ.ภาคภูมิ นาคพนน ผบ.มว. (สบ 1) ตชด. เป็น สว.สส.สภ. โกตาบารู ยะลา

ร.ต.อ.นิยม สุวรรณคง รองสว.ทล. 3 กก. 7 บก.ทล. เป็น สว.กก. ซถ. 2 บก.สส. ศชต.

ร.ต.อ.พงศ์เทพ ละอองเทพ รองสว.กก. สส.3 บก.สส. ภ. 9 เป็น สว.อก.สภ. กะพ้อ ปัตตานี

ร.ต.อ.ชาญชัย ทองที รองสว.กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส. ภ. 4

ร.ต.อ.สมพจน์ นามวิเศษ รองสว.กก. สส. 3 บก.สส. ภ. 4

ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ สีเสมอ รองสว.กก.สส. 1 บก.สส.ภ. 4

ร.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ รองสว.กก. สส. 1 บก.สส.ภ. 4

ร.ต.อ.พัฒน์วงศ์ จันทร์พล รองสว.กก.สส. 1 บก.สส.ภ. 4

ร.ต.อ.พัฒน์วงศ์ ชลอกลาง รองสว.กก.สส. 3 บก.สส.ภ.4

ร.ต.อ.กิตติชัย ไถวิเชียร รองสว.กก.สส. 3 บก.สส.ภ. 4 ขึ้นเป็นสว.ในบช.ภ .4 เนื่องจากตำแหน่งว่างจำนวนมาก

พ.ต.ท.ญ.ธันยพร จิวางกุล สว.ฝอ.บ.ตร. เป็น รองผกก.อก.บ.ตร.

พ.ต.ต.บัณฑิต แก้วมงคล สว.ฝอ.บ.ตร. เป็น นักบิน (สบ2 ) บ.ตร.

พ.ต.ท.ปรัชญา ไชยยงค์ สว.ฝอ.บ.ตร. เป็น นักบิน(สบ 2 )

ร.ต.อ.ชัยธร นักบิน (สบ1) เป็น สว.อก.บ.ตร.

ร.ต.อ.สุทธิชัย วงศ์มณี นักบินสบ 1 เป็น สว.อก. บ.ตร.

พ.ต.ท.ประทีป เจริญกัลป์ รองผกก.ฝอ. 2 บก.อก. สตม. . เป็น รองผกก. กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน4 กองคดี บช.กมค.

พ.ต.ท.พงศ์พันธ์ นุชนารถ สว.กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์ บช.สทส. เป็นวิศวกรไฟฟ้าและสื่อสาร (สบ. 3) สทส.

พ.ต.ต.มณธนก จำรูญโรจน์ สว.ฝ่ายทะเบียนประวัติเป็น สว. สทส.

พ.ต.ท.ศิรเมศร์ เมธีชนวิจิตร์ สว.กลุ่มงานส่งเสริมงานสอบสวน 2 สถาบันสงเสริมงานสอบสวน เป็นสว.งานสายตรวจ 191

ร.ต.อ.อิทธิพล สังข์ประไพ นว.สบ 1 ผบก.น. 1 เป็น สว.กก.สส.บก.น.5

พ.ต.ต.พิชิต ฟื้นแสน สว.อก.สภ.เมืองระยอง เป็น สว.ป.ภ.จว.ระยอง

พ.ต.ท.จารึก อยู่บำรุง สว.อก.หนองแขม เป็น สว.จร.สภ.เมืองสมุทรสาคร

พ.ต.ท.พิสิษฐ์ จิตติอุดมศักดิ์ สว.จร.ปากช่อง จ.ราชบุรี เป็น สวป.สภ.สังขะบุรี จ.กาญจนบุรี

พ.ต.ท.อรรถวิทธ์ เพียรเลิศ รอง ผกก.ฝอ.10 บก.อก.บช.ก.เป็น รอง ผกก.4 บก.ปคม.

พ.ต.ท.รณกร รัตนะพร สว.ฝอ.บก.ส.2 เป็น สว.กก.6 บก.ส.3

พ.ต.ท.วิทูรย์ ดิเรกโภค สว.อก.สังขะบุรี จ.กาญจนบุรี เป็น สวป.สภ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์
Read more ...

ตั้งรอง ผบช.-ผบก.สัปดาห์หน้าชัดเจน

10/11/54
โดยไทยโพสต์ เมื่อ 5 พ.ย.2554

ปทุมวัน 

 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. 

กล่าวหลังเป็นประธานรับมอบรถยนต์ยกสูง 88 คัน, เรือท้องแบน 88 ลำ จากคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจแห่งชาติ (กต.ตร.) นำไปสนับสนุนภารกิจการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจในช่วงอุทกภัยน้ำท่วม ที่สถานีตำรวจ 88 สน. ถึงความคืบหน้า

การแต่งตั้งตำรวจระดับ รอง ผบช. -ผบก. ประจำปี 2554

 ว่า การแต่งตั้งที่ ก.ตร.มีมติให้เสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา 

แต่เวลานี้ตำรวจต้องออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมก่อน เรื่องแต่งตั้งว่ากันที่หลัง ถ้าพร้อมเมื่อไหร่จะทำการแต่งตั้งเลย 

โดยขณะนี้ตนกำลังดูว่าคนไหนเหมาะสมจะทำหน้าที่อะไรบ้าง คิดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน
Read more ...

ประชุม ก.ตร. พิจารณารายชื่อนายพลตำรวจโทขึ้นไป รุ่นวิกฤตน้ำ

28/10/54
โดยสหบาท ไทยรัฐ เมื่อ 28 ต.ค.2554

เรียกว่า โผนายพล “รุ่นวิกฤติน้ำ” ก็แล้วกันนะครับ

การประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม พิจารณาบัญชีแต่งตั้งนายพลระดับรอง ผบ.ตร. ลงมาถึง ผบช.

ก่อนหน้าที่จะนำเข้าที่ประชุม ก.ตร.นั้น บัญชีนี้ได้ผ่าน “บอร์ดกลั่นกรอง” มาเรียบร้อยแล้ว ใครเป็นใคร ใครไปอยู่ที่ไหน ใครโดนเด้ง ใครโดนเก็บเข้ากรุ ก็มีข่าวออกมาเป็นที่รู้กันทั่วหมดแล้ว

แต่ก่อนจะเข้าที่ประชุม ก.ตร. ก็มีข่าวออกมา บัญชีรายชื่อที่ผ่าน “บอร์ดกลั่นกรอง” นี้

บางคน บางตำแหน่ง ผิดฝา ผิดตัว!!!

เช่น ตำแหน่ง ผบช. ทำหน้าที่ประสานนายกรัฐมนตรี

จากที่ผ่าน “บอร์ดกลั่นกรอง” มาแล้ว เป็นชื่อของ 

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 รรท.ผบช.ภ.1 

และเดิมเป็นที่คาดหมายว่าคงจะได้ขึ้นนั่งเต็มตัวเป็น ผบช.ภ.1 แต่ติดขัดที่ตำแหน่ง ผบช.ภ.1 นี้ ก.ตร.เคยมีมติให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

ขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 ไปแล้ว ภายหลังได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอายุราชการนับวันทวีคูณ จึงได้มีการระงับคำสั่งไว้ก่อน และให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง

หมายความว่า ตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ยังเป็นชื่อของ 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ 

อยู่ รอการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องถูกร้องเรียน ทำให้ตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ว่าง ต้องตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) จนเกษียณ และ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ มารักษาการต่อ

ใครจะมาขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 ก็ไม่ได้ ชื่อของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ ยังคาอยู่

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ จึงมี ชื่อผ่านบอร์ดกลั่นกรอง ขึ้นเป็น ผบช.ประสานนายกรัฐมนตรี แต่กลับกลายเป็น ผิดฝาผิดตัว และอีกหลายตำแหน่งเช่นกัน ทำให้มีข่าวว่าบอร์ดกลั่นกรองจะมีการ รื้อโผ อีกครั้ง ก่อนจะนำเข้าที่ประชุม ก.ตร. วันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา

แล้วการประชุม ก.ตร.ก็ผ่านมติออกมา สับเปลี่ยน ให้ 

พล.ต.ต.ดำริห์ โชติเศรษฐ์ เป็น ผบช.ประสานนายกรัฐมนตรี 

ส่วน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ก็ต้องนั่ง รรท.ผบช.ภ.1 ต่อไปอีก

และยังสับเปลี่ยนให้ 

พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ศ. ไปนั่ง ผบช.ภ.8 

แทน 

พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ที่หลุดไปเป็น จตร. (สบ 8) 

และ 

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ออกจาก จตร. มาเป็น ผบช.ศ. 

ส่วนนอกนั้นก็เป็นไปตามโผที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองมาแล้ว จึงเป็นการสับเปลี่ยนแค่ 3 - 4 ตำแหน่งเท่านั้น

โผนายพลรุ่นวิกฤติน้ำ!!!
Read more ...

"เหลิม"ยันไม่ล้วงลูกโผตั้งนายพล-ลั่นเชื่อใจเพรียวพันธ์

21/10/54
โดยข่าวสด เมื่อ 21 ต.ค.2554

เวลา 10.30 น. วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ ศปภ. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 

กล่าวถึงการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผบ.ตร สบ.10 ผช.ผู้ช่วยผบ.ตร.และระดับผู้บัญชาการ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกกลั่นกรองการแต่งตั้งโยกย้ายของ ตร.จะพิจารณาในวันเดียวกันนี้เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันที่ 25 ต.ค.นี้ ว่า 

ตนจะไม่ขอยุ่งกับรายชื่อที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ผบ.ตร. เสนอ ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาจะดูจากอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ 67 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของความเหมาะสม เพราะตนได้ให้หลักการกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เป็นบอร์ดกลั่นกรองไปแล้วว่าตนเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในรายละเอียด

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อบอร์ดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ จะต้องชี้แจงและอธิบายเหตุผลได้ ถ้ามีตำแหน่งใดที่มีข้อสงสัย ก.ตร.โดยตำแหน่งและ ก.ตร.โดยผู้ทรงคุณวุฒิสามารถซักถามเหตุผลและรายละเอียด หากชี้แจงและอธิบายเหตุผลไม่ได้ก็มีเหตุผลที่จะปรับเปลี่ยนได้ เช่น มีกรณีอยากทราบชื่อล่วงหน้า 3 วัน 

ตนก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะทำให้การแต่งตั้งลำบาก จึงต้องมาดูข้อบังคับข้อที่ 11 ซึ่งประธาน ก.ตร.สามารถส่งวาระเพิ่มเติมได้ว่า เมื่อได้ชื่อจากบอร์ดกลั่นกรองควรจะแจ้ง ก.ตร.ให้ทราบล่วงหน้าได้ในเวลาไม่นาน แต่ถ้ายังมีปัญหาอีก จะใช้ข้อบังคับที่ 25 เพื่อยกเว้นการใช้ข้อบังคับบางข้อของ ก.ตร.แล้วใช้เสียง 2 ใน 3 ของ ก.ตร.ทั้งหมดเป็นผู้พิจารณาการยกเว้นข้อบังคับ โดยเฉพาะการแต่งตั้งรายชื่อผู้ที่มีปัญหา

“คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณายุคที่ผ่านมาก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่รับรองยุคนี้ไม่มีอักษรย่อ อ. ศ. และ ส. ไม่มี และนายกรัฐมนตรีก็ไม่เกี่ยว ท่านมอบผมให้ไปทำตามอำนาจหน้าที่แต่จะถูกใจคนหมดไม๊ ไม่มี ต้องมีคนที่พอใจมั่งไม่พอใจมั่งเพราะตำแหน่งมันน้อย ถ้าตั้งได้อีก 3 กรมก็ดี” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าการพิจารณาแต่งตั้งในช่วงที่มีภาวะวิกฤตน้ำท่วมจะทำให้การทำงานของตำรวจมีปัญหาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตำรวจจะปล่อยว่างไม่ได้ แก้ปัญหาน้ำท่วมก็ทำไป แต่เรื่องแต่งตั้งก็ต้องดำเนินไปเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถ้าปล่อยว่างแล้วไม่มีคนทำงานยิ่งไปกันใหญ่ 

ขณะนี้ได้สั่งการให้ว่าที่ผบ.ตร.สนธิกำลังตำรวจนครบาลดูแลความปลอดภัยในพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด มั่นใจว่าช่วงการถ่ายโอนจะไม่ทำให้การทำงานเกิดการชะงักหรือสุญญากาศ ตนวางแผนหมดแล้วแต่ลงไปมากก็ไม่ได้ แต่ได้ใช้การสั่งการและมอบนโยบาย

เมื่อถามถึงแคนดิเดต ผบช.น.3 รายชื่อ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผบ.ช.ก. พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล รองผบช.น. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมากน้อยแค่ไหน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะยังไม่ได้ประชุม อ่านจากหนังสือพิมพ์เห็นรายงานละเอียด เมื่อถามถึงกรณีที่ส.ส.และกลุ่มคนเสื้อแดงคัดค้าน

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ 

ย้ายกลับไปรับตำแหน่งผู้บัญชาการภาค 8 ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนของขั้วอำนาจเก่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครรู้ว่าพล.ต.ท.สัณฐาน จะไปเป็นผู้บัญชาการภาค 8 เป็นการคาดเดากันไปเอง ก็บอกแล้วว่าบอร์ดกลั่นกรองต้องอธิบายได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับเปลี่ยนโดย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นอดีตตำรวจที่มีความรอบรู้และรู้จักตำรวจเป็นอย่างดี และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มีมาตรฐานในการพิจารณาให้สบายใจได้ ตนเชื่อว่าสนับสนุนคนไม่ผิด
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม