แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรับโครงสร้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรับโครงสร้าง แสดงบทความทั้งหมด

"ประยุทธ์" สั่งปรับลดขนาดโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สกัดการเมืองแทรก

29/5/57
โดยมติชน เมื่อ 28 พ.ค.2557

วันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้กำกับดูแลส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงบประมาณและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. โดยในภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่

โดยในที่ประชุม ได้มีการหารือถึงการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ส่วนสำนักงานข่าวกรอง ให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อรองรับงานด้านการข่าว พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายบางฉบับ ของ กอ.รมน. รองรับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการกำลังพล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ยึดกลไกศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงกับงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ตามระดับของพื้นที่ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ เช่น การเพิ่มปลัดอำเภอและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งการเพิ่มบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนสำนักงบประมาณ ให้จัดทำร่างงบประมาณประจำปี 2558 เสนอ คณะคสช. รวมทั้งจะหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอมาตราการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2557 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าร้อยละ 95 ในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายวิธีการงบประมาณ ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ในส่วนสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะรวบรวมแผนงานหรือ โรดแมป ของ หัวหน้า คสช. จัดทำยุทธศาสตร์ หากเกิดความซ้ำซ้อนให้เสนอให้ หัวหน้า คสช.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะพิจารณาและนำเสนอความเป็นไปได้และความเร่งด่วนในการจัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายหัวหน้า คสช. รวมทั้งจะติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ด้านเสรษฐกิจ เพื่อเสนอแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2557
Read more ...

ยกฐานะ “นายเวร-ผู้ช่วย” เพื่อหน่วยงานหรือส่วนตัว?

7/9/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

สน.พระอาทิตย์/สามยอด

ก.ตร.หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ตีตราให้เรียบร้อยสมใจ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว”แม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เสนอเห็นชอบกำหนดตำแหน่ง นายเวร(นว.) สบ.6เทียบเท่า ผู้บังคับการ(ผบก.) ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)และจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)พิจารณาในวันที่ 26ส.ค.นี้

แม้ก.ตร.จะมีเงื่อนไขให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปพิจารณาปรับระดับตำแหน่งนายเวรของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ(ผบก.)ตามความเหมาะสม แล้วนำเสนอ ก.ตร.พิจารณาอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นเรื่องการสมประโยชน์ทุกฝ่าย

จะไม่ใช่เรื่องสมประโยชน์อย่างไร ในเมื่อ กรรมการ ก.ตร. ครึ่งหนึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง นั่นคือ รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติถ้ามีการเสนอขอปรับระดับ นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ของ รองผบ.ตร.-ผบก.ขึ้นมาตัวเองก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกับผบ.ตร.

“การขออนุมัติกำหนดตำแหน่งนายเวร (สบ6) ผบ.ตร.ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าผบก. ยศพล.ต.ต. จากเดิมที่นายเวรผบ.ตร.เป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบก.ยศพ.ต.อ.เท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งนายเวรผบ.ตร. ต้องประสานงานกับนายตำรวจระดับ ผบก.จึงต้องมีการยกระดับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการประสานงานซึ่งในอดีตนายเวร อธิบดีกรมตำรวจ ยศ พ.ต.อ. ขณะที่ผู้การจังหวัดในสมัยนั้นก็มียศพ.ต.อ.เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้การจังหวัดยศพล.ต.ต.แล้ว”

ผบ.อดุลย์ แจกแจงเหตุผลของการเสนอ ก.ตร.ขอปรับระดับ นายเวรผบ.ตร.เอาไว้

แม้การประสานงานในระดับที่ต่างกันจะเป็นปัญหาสำคัญที่ควรจะปรับระดับตำแหน่งขึ้นมาก็จริง แต่เมื่อปรับระดับขึ้นมาแล้วในทางอ้อมหรือจะเป็นทางหลักของบางคน การปรับขึ้นมาก็ทำให้เจ้าของตำแหน่ง ทั้งผบ.ตร. รองผบ.ตร. หรือผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะได้ประโยชน์ สามารถแต่งตั้งคนของตัวเองมารับตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

จากเดิม ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า รองผบก.ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า ผู้กำกับการ(ผกก.) นายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่าผกก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่า รองผู้กำกับการ(รองผกก.) นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า รองผกก. ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า สารวัตร(สว.)

เมื่อปรับใหม่ ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. จะเทียบเท่า ผบก. ติดยศพล.ต.ต. ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร.จะขยับขึ้นเป็น รองผบก. นายเวร รองผบ.ตร. ขยับตามมาเป็น รองผบก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผกก. นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร. ก็ขึ้นเป็น ผกก.ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็น รองผกก.

ยิ่งในการแต่งตั้งยุคปัจจุบันหากตรวจแถวการแต่งตั้งแต่ละตำแหน่งที่ผ่านมา จะเห็นว่า “การเมือง”รุกคืบเข้ามาเขมือบส่วนแบ่งผู้บริหารตำรวจมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งเกิดปัญหานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่สามารถสนับสนุนคนของตัวเองให้เติบโตได้เพราะเก้าอี้มีน้อยความต้องการมีเยอะ

ผู้มีอำนาจทางการเมืองมีความต้องการสูงข้าราชการประจำที่ต้องอาศัยการเมืองสนับสนุนก็ต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองไปให้กิน

นโยบายการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ให้ ผบ.ตร.รองผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. น่าจะเป็นหนทางในการช่วยแก้ปัญหา “เก้าอี้เต็ม”ได้อย่างดีเพราะตำแหน่ง นายเวร ผู้ช่วยนายเวรเป็นตำแหน่งเฉพาะที่จะให้สิทธิ์นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสนอคนของตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจาก ผบ.ตร. ยกเว้นนายตำรวจผู้นั้นจะไปแต่งตั้งคนของนักการเมืองหรือใครก็อีกเรื่องหนึ่ง

การปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรแม้จะช่วยแก้ปัญหาเก้าอี้เต็มให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้อย่างดีก็จริงแต่อีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า การปรับเช่นนี้ส่งผลสะท้อนไปกระทบการบริหารงานบุคลภายในองค์กรทั้งระบบโดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับล่างๆ ที่เหล่าบรรดา ผู้บัญชาการ(ผบช.)ในฐานะผู้ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันลงมาต้องปวดหัวเพิ่มขึ้นเพราะต้องจัดสรรตำแหน่งให้กับ นายเวร และผู้ช่วยนายเวร ผู้บังคับบัญชาลงตำแหน่ง

ที่สำคัญผู้ที่ได้รับผลกะทบมากที่สุด คงจะเป็นตำรวจที่ “ทำงานเก่งแต่ไร้เส้นสาย”โอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานในตำแหน่งที่ดีๆ ก็คงจะต้องถูกปิดตาย

เพราะตำแหน่งเทียบเท่าของนายเวรและผู้ช่วยนายเวรอยู่ในระดับผู้นำหน่วย เมื่อมีการแต่งตั้งเกิดขึ้น นายเวรและผู้ช่วยนายเวรก็มักจะเลือกเก้าอี้ดีๆ เก้าอี้ทำเลทองผบช.ที่ทำบัญชีก็เกรงใจตั๋วผู้บังคับบัญชาที่ส่งมาก็ต้องยอมจัดให้ไปดำรงตำแหน่งตามที่ขอมา

ด้วยระบบเช่นนี้ก็ส่งผลไปถึงหน่วยงานที่บางครั้งนายเวรและผู้ช่วยนายเวรบางคนคนไปอยู่เป็นหัวหน้าหน่วยหลักๆโรงพักที่ต้องทำงานสัมผัสกับประชาชน ก็ไม่สามารถทำงานได้ดีเพราะทั้งชีวิตไม่เคยจับโจร เอาแต่ถือแฟ้ม ถือกระเป๋าเอกสารตามนายพอเจองานจริงก็ทำไม่ได้หน่วยงานก็เกิดปัญหา เหมือนคำที่จ่า พวกดาบ มักแอบนินทานาย

“เอาแต่เก็บ เก็บแล้วอม อมแล้วก็ไม่ทำงาน พอทำงานก็ทำไม่เป็น”

นโยบายการปรับตำแหน่งเพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆของสำนักงานผู้บังคับบัญชามีการทำกันมาหลายครั้ง หลายยุค หลายสมัย ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่พอผู้นำหน่วยเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน มีการสั่งยุบ สั่งเลิกนโยบายเก่าๆทิ้งไป

ทำให้การปรับตัวขององค์กรตำรวจไม่ยั่งยืนและไม่ได้แก้ปัญหาระบบโครงสร้างเป็นแต่เพียงสนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

เหมือนอย่างสมัยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร.มีการเพิ่มตำแหน่ง ประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร. ด้วยอ้างหตุผลเพื่อปัญหาหน่วยงานขาดบุคลากรเพราะตำรวจที่ลงไปอยู่ตำแหน่งต่างๆในแต่ละหน่วยงานถูกเรียกมาช่วยงานสำนักงานผู้บังคับบัญชา ก็เลยมีนโยบายกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมา ไล่เรียงระดับ สารวัตรยาวไปถึงระดับผู้การฯ

พอสิ้นยุคพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปลี่ยนผ่านมายุคพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาเป็น ผบ.ตร. ด้วยข้อบาดหมางระหว่างกัน รวมทั้งมองว่าการกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมาไปสร้างปัญหาเวลาการอยู่ครบตำแน่ง 2 ปีเหมือน นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ที่สามารถลงไปอยู่ตำแหน่งอื่นๆได้กองบัญชาการต่างๆต้องกันที่ไว้รองรับ และที่ที่กันไว้ก็ต้องอยู่ในเก้าอี้ที่น่าพอใจด้วยจากนั้นเลยมีการยกเลิกยุบตำแหน่งประจำสำนักงานทิ้งไป

เฉกเช่นเดียวกับการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรครั้งนี้ ขั้นตอนกระบวนการต่างๆยังไม่เสร็จสิ้นแม้ก.ตร.อนุมัติตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ รองขอปรับ นายเวรผบ.ตร. เทียบเท่า ผบก.ไปแล้วก็ยังเหลือขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)ที่มีนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน รวมทั้งการที่ก.ตร.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการปรับนายเวรและผู้ช่วยนายเวรของรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.มาเข้าพิจารณาอีกครั้ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรเพิ่มความรอบคอบและขอรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้บัญชาการ รวมทั้งตำรวจทั้งประเทศที่ได้รับผลต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร และควรเป็นแบบไหนเพื่อให้การปรับตำแหน่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กรไม่ใช่แค่สนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น. 
Read more ...

ก.ตร.นัดถกปรับโครงสร้าง ตม.

21/3/55
โดยข่าวสด เมื่อ 20 มี.ค.2555

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 

นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.30 น. 

โดยมีวาระสำคัญ คือ 

การพิจารณาปรับโครงสร้างของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยเพิ่มตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) และชั้นประทวน รวม 1,322 ตำแหน่ง

แยกเป็น

ระดับ 

- รอง ผบก. 14 ตำแหน่ง 
- ผกก. 5 ตำแหน่ง 
- รอง ผกก. 32 ตำแหน่ง 
- สว. 35 ตำแหน่ง 
- รอง สว. 351 ตำแหน่ง และ
- ผบ.หมู่ อีก 885 ตำแหน่ง 

นอกจากนี้ ยังกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก. เพื่อปรับโครงสร้างให้กับ บช.ศ. (โอนศฟร.ก.1-8 และศฟร.ศชต.ไปยังสังกัดบช.ศ.) สง.ก.ตร. สง.นรป. ตำแหน่ง จต. กมค. ทพ. สกพ. อต. ทพ.สกพ. โดยเปิดให้ครบทั้งหมด 2,682 ตำแหน่ง

ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก. - สว. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งผู้เหมาะสมให้แต่ละกองบัญชาการ (บช.) ที่ไม่มีสังกัด เพื่อส่งข้อมูลให้ผบช. แต่ได้มีการเลื่อนส่งรายชื่อยกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปีพร้อมเหตุผลของกองบัญชาการต่างๆ เข้ามายังตร.ออกไปอีก 2 วัน เนื่องจากอาจมีการสลับตำแหน่งข้ามกันระหว่างกองบัญชาการต่างๆ จึงทำให้บัญชีในตำแหน่งต่างๆ ไม่ลงตัว 

ทั้งนี้ เมื่อได้รับรายชื่อครบทั้งหมดจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม

ด้าน

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.

กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวเลื่อนการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว.ออกไปก่อนนั้น ยืนยันว่าการแต่งตั้งยังไม่มีการเลื่อนออกไปแต่อย่างใด และการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว. จะเสร็จสิ้นทันภายในวันที่ 31 มี.ค.แน่นอน โดยขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น
Read more ...

นครบาลเสนอ ก.ตร. แบ่งพืัั้นที่ตั้ง สน.เพิ่มอีก 11 สน.

28/9/54
โดยผู้จัดการ เมื่อ 28 ก.ย.2554

กองบัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมเสนอข้อมูลการขอตั้งสถานีตำรวจนครบาลใหม่เพิ่มรวม 11 สน. ยกระดับ สน.ทางน้ำ 3 สน. ยุบ สน.ทางน้ำ 1 สน.ต่อที่ประชุม ก.ตร. ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจะทำให้ บช.น.มี สน.ในสังกัดรวม 98 สน. จากเดิมที่มีอยู่ 88 สน.

วันนี้ (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่จะมีขึ้นในเวลา 12.00 น. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานก.ตร.นั้น 

นอกจากจะมีวาระการประชุมต่างๆ โดยมีวาระสำคัญ เพื่อขออนุมัติ ก.ตร.ขยายเวลาในการแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ออกไปถึงวันที่ 31 ตุลาคมแล้ว 

ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะได้นำเสนอข้อมูล 

เพื่อขออนุมัติตั้งสถานีตำรวจนครบาลใหม่เพิ่มอีก 11 สถานีต่อ ก.ตร.

ทั้งนี้ เดิมที บช.น.มีสถานีตำรวจในสังกัดรวม 88 สถานี ซึ่งจะ

เสนอตั้งสน.ใหม่ อีก 11 สน. 

ยกระดับ สน.ทางน้ำ 3 สน. ยุบ สน.ทางน้ำ 1 สน. 

รวมมี สน.ในสังกัด บช.น.จำนวน 98 สน. 

แบ่งเป็น เสนอตั้งสถานีตำรวจเพิ่มใหม่ 11 สน.ได้แก่ 

1. สน.บางบัว (แบ่งพื้นที่จาก สน.ทุ่งสองห้อง สน.โคกคราม และสน.บางเขน) 

2. สน.คลองสามวา (แบ่งพื้นที่จาก สน.คันนายาว) 

3. สน.ทรายกองดิน (แบ่งพื้นที่จาก มีนบุรี) 

4. สน.สะพานสูง (แบ่งพื้นที่จาก สน.หัวหมาก สน.บางชัน สน.ประเวศ) 

5. สน.วังหิน (แบ่งพื้นที่จากสน.โชคชัย) 

6. สน.คลองเตย (แบ่งพื้นที่จาก สน.ทองหล่อ สน.คลองตัน) 

7. สน.บางจาก (แบ่งพื้นที่จาก สน.พระโขนง และสน.บางนา) 

8. สน.ราชพฤกษ์ (แบ่งพื้นที่จาก สน.ตลิ่งชัน) 

9. สน.ประชาอุทิศ (แบ่งพื้นที่จาก สน.ราษฏร์บูรณะ) 

10. สน.จอมทอง (แบ่งพื้นที่จาก สน.บางขุนเทียน) 

11. สน.เอกชัย (แบ่งพื้นที่จาก สน.ท่าข้าม)

ส่วนการยกระดับสถานีตำรวจ 3 สน.ได้แก่ 

12. สน.บางโพ 

13. สน.บวรมงคล 

14. สน.ราษฎร์เจริญ (บางคอแหลมเดิม) และ

ยุบ 

สน.ปากคลองสาน

โดยในวันนี้จะมีการนำข้อมูลดังกล่าวเสนอปรับปรุงพื้นที่ สน.เข้าที่ประชุม ก.ตร.เพื่อขออนุมัติต่อไป
Read more ...

"เฉลิม" ประชุม ก.ตร. เสนอขยายเวลาแต่งตั้งนายพลถึง 31 ต.ค. 54 - ปรับตำแหน่ง รอง ผบก. ทุก จ. เพิ่ม 77 ตำแหน่ง

27/9/54
โดยไอเอ็นเอ็น เมื่อ 27 ก.ย.2554

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กำกับและดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. โดยมีวาระที่สำคัญประกอบด้วย 

- การเสนอขยายระยะเวลาการแต่งตั้งโยกย้ายายตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนถึง รองผู้บังคับการ ออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 

เนื่องจากแม้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีอำนาจโดยชอบธรรมก็ตาม แต่เนื่องจากไม่มีความเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีวาระ

- การเสนอปรับตำแหน่ง รอง ผบก. ทุกจังหวัด เพิ่มขึ้นอีก 77 ตำแหน่ง 

- เสนอให้มีการยกระดับฐานะโรงพัก จาก สารวัตรใหญ่ หรือ รอง ผกก. ขึ้นเป็น ผู้กำกับการ จำนวน 200 ตำแหน่ง รวมถึง

- ขอเปิดอัตราใหม่ รอง ผบก. -สารวัตร ประจำสำนักงาน รอง ผบ.ตร. และ ผช. ผบ.ตร. ที่ถูกยุบไปแล้วด้วย
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม