แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งตั้ง สว.ขึ้นไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งตั้ง สว.ขึ้นไป แสดงบทความทั้งหมด

ฝุ่นตลบ!โผโยกย้ายตร.ระดับสารวัตร-ผู้บังคับการ

10/10/57
โดยกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เมื่อ 9 ต.ค.2557

วิ่งฝุ่นตลบ! โผโยกย้ายตร.สารวัตร(สว.)-ผู้บังคับการ(ผบก.) ชี้ต้องจ่ายหลักล้าน หลังบ้านบิ๊กสีกากี วอนนายกฯดูแล


ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) 

ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009.231/10164 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจถึงจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) และจเรตำรวจ (จตร.)

ด้วยขณะนี้เข้าสู่ห้วงระยะเวลาการดำเนินการคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร (สว.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) ในวาระประจำปี 2557 ซึ่ง ตร. จะต้องดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งนายเวร (นว.) และ ผู้ช่วย นว. ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ซึ่งข้าราชการตำรวจดังกล่าวจะต้องทำหน้าที่เลขานุการประจำตัวของผู้บังคับบัญชา และต้องได้รับความไว้วางใจเป็นการเฉพาะตัว

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง นว. และผู้ช่วย นว. ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีความประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่ นว. และผู้ช่วย นว. ให้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง ตร. โดยผ่านสำนักงานกำลังพล (สกพ.) โดยด่วนที่สุด เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการถึงระดับสารวัตรในวาระประจำปี 2557 นั้นเริ่มมีการวิ่งเต้นกันอย่างหนัก โดยในแวดวงสีกากีต่างกันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในขณะนี้นายตำรวจจำนวนมากต่างพากันวิ่งเต้นเพื่อจะได้ไปดำรงตำแหน่งที่ตนอยากไป และอยากเป็นในหน่วยต่างๆ

โดยมีการเรียกรับในระดับรองสารวัตรขึ้นเป็นสารวัตรในพื้นที่ทำเลทองต้องจ่ายตั้งแต่ 1-2 ล้าน ส่วนระดับสารวัตรขึ้นเป็นรองผู้กำกับ จ่ายกันที่ 2 ล้านระดับรองผู้กำกับขึ้นเป็นผู้กำกับนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ 3 ล้านขึ้นไป และสุดท้ายผู้กำกับขึ้นเป็นรองผู้บังคับการต้องจ่าย 3 ถึง 5 ล้านขึ้นไป แล้วแต่ในกองบัญชาการเกรดไหน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในครั้งนี้ ต้องผ่าน "ภรรยาอดีตบิ๊กสีกากีคนหนึ่ง" โดยผ่านตัวกลางคนสนิทเป็นด๊อกเตอร์คนหนึ่ง

แหล่งข่าวระดับนายพลตำรวจเอกนอกราชการท่านหนึ่ง เปิดเผยว่า มีลูกน้องมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ตนรู้สึกเสียความรู้สึกมากๆ ในยุคนี้ไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้ ซึ่งตนก็ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร ปรากฏว่าในเบื้องต้นได้ข้อมูลตรงกัน จึงขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.คนใหม่ ให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอีกทาง เพื่อไม่ให้องค์กรตำรวจของพวกเราเสียหาย

ในส่วนเรื่องของการแต่งตั้งนั้นมีรายงานว่า ในขณะนี้ยังไม่กำหนดกรอบวันเวลา รวมถึงหลักเกณฑ์ที่แน่ชัด โดยทางสำนักงานกำลังพลอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องอาวุโสฯและเรื่องการนับวันทวีคูณในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้(ศชต.) โดยคาดว่าภายหลังวันตำรวจ (13 ตุลาคม นี้) ทางสำนักงานกำลังพลจะมีหนังสือเวียนให้จัดทำบัญชีแต่งตั้งและกำหนดหลักเกณฑ์ กรอบวันเวลา แล้วส่งมายัง สกพ.ตร.เพื่อขอบรรจุวาระเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ( ก.ตร.) ต่อไป
Read more ...

ม็อบทำพิษ! สกพ.เสนอ ก.ตร.ขยายเวลาแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก.

13/12/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 12 ธ.ค.2556

สำนักงานกำลังพล ขอเลื่อนการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตร-รอง ผบก.ประจำปี ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 57 ยอมรับหลายกองบัญชาการมีภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง จึงไม่มีความพร้อมในการพิจารณาโยกย้ายในขณะนี้

วันนี้ (12 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) เปิดเผยว่า ฝ่ายกำลังพลได้ทำหนังสือเสนอ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ขยายเวลาในการดำเนินการแต่งตั้งระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2556 ออกไป จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 จากเดิม ก.ตร.อนุมัติกรอบเวลาไว้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการทำบัญชีแต่งตั้งในตอนนี้ ซึ่งหากสั่งการคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 20 วัน ซึ่งนับจากวันนี้ก็ไม่สามารถทำได้ทัน จึงจำเป็นต้องขออนุมัติขยายเวลาการแต่งตั้งออกไป

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า แม้อยู่ในห้วงยุบสภา และมีรัฐบาลรักษาการ แต่การแต่งตั้งระดับรองผบก.-สารวัตร สามารถทำได้ เนื่องจากการแต่งตั้งระดับนี้เป็นอำนาจของผู้บัญชาการ-ผู้บังคับการหน่วย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐมนตรี แต่การจะดำเนินการแต่งตั้งในช่วงนี้หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของหน่วยกองบัญชาการต่างๆ ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ประะสบอุทกภัย ตร.จึงขยายเวลาแต่งตั้งออกไป ตอนนี้ตำรวจจากหลายกองบัญชาการมีภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยก็ต้องพิจารณาถึงประเด็นนี้ประกอบด้วย รวมทั้งประเด็นเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นจะขยายเวลาออกไปถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า แต่อาจทำการแต่งตั้งเสร็จก่อนก็ได้ หรือหากมีเหตุจำเป็นการขยายเวลาออกไปอีกก็เป็นไปได้เช่นกัน
Read more ...

มติ ก.ตร. ให้ยืดเวลาแต่งตั้ง รอง ผบก. - สว. ไป 31 ม.ค. ปีหน้า พร้อมให้นับเวลาปฏิบัติงานเป็นทวีคูณให้พนักงานสอบสวน (สบ 1 - 3)

24/12/53
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 ธ.ค.2553

วันนี้ (24 ธ.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง 

เป็นประธานประชุมก.ตร. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร. พร้อมด้วย

คณะกรรมการ ก.ตร. 

โดยวาระที่ต้องพิจารณา 

1. ขอขยายเวลาการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2553 

2. การนำหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาปฏิบัติงานเป็นทวีคูณของข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาใช้ เพื่อสิทธิประโยชน์สำหรับการประเมิน เพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้กับพนักงานสอบสวนผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

3. รายงานผลการตรวจสอบกรณี พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. ในกรณีถูกร้องเรียนว่าไม่มีสิทธินับอายุราชการทวีคูณ โดยการประชุมใช้เวลายาวนานกว่า 4 ชั่วโมง

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. กล่าวว่า คณะกรรมการ ก.ตร. 

เรื่องที่ 1 มีมติให้ขยายเวลาการแต่งตั้ง รองผบก. - สว. วาระประจำปี 2553 ทั่วประเทศจากวันที่ 30 ธ.ค. เป็นวันที่ 31 ม.ค. 2554 

เรื่องที่ 2 มติ ก.ตร.ให้นับระยะเวลาการปฎิบัติงานเป็นทวีคูณสำหรับพนักงานสอบสวนที่ปฎิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนใต้ ระดับ (สบ 1-3) สำหรับ

เรื่องที่ 3 รายงานผลการสอบสวนของพล.ต.ต.ศรีวราห์ ให้เลื่อนไปก่อน เนื่องจาก พล.ต.ต.ศรีวราห์ได้ส่งหลักฐานมายังคณะกรรมการที่มี พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการสอบสวน โดยเอกสารมีหลายชุด ประเด็นสำคัญหลายประการที่ต้องสอบสวนให้รอบคอบ คาดว่า จะใช้ระยะเวลา 1 เดือน เพื่อเข้าสู่การรายงานผลในการประชุม ก.ตร. ครั้งต่อไป

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ยังมี

การอนุมัติในหลักการให้เพิ่มตำแหน่งรอง ผบก. เพิ่มอีกในบช.ภ. 1-9 ประมาณ 74 ตำแหน่ง 

เพื่อเพิ่มเติมงานปราบปรามยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งอยู่ในบช.ภ. 5 และ 6 

ดังนั้นการเปิดตำแหน่งเพิ่มจะเป็นการตัดโอนตำแหน่งจากชั้นประทวนไปเป็น รอง ผบก. 

นอกจากนี้

จากการเปิดตำแหน่งเพิ่มและขยายโรงพัก ทำให้ผู้ที่รับแต่งตั้งกับตำแหน่งไม่สอดคล้องกัน จึงให้สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วยได้ ซึ่งจะแต่งตั้งตำแหน่งทั้งหมดให้เสร็จสิ้นพร้อมกันในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้
Read more ...

ปรับตำแหน่ง ผกก.

24/10/53
โดยสหบาท เมื่อ 23 ต.ค.2553

ประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทุกคนต่างจับจ้องไป ที่โผแต่งตั้ง รอง ผบช.-ผบก. แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง ที่ไม่สามารถทำบัญชีเสนอเข้ามาให้ ก.ตร.พิจารณาได้ทัน ขณะที่มีการวิพากษ์กันว่า  "บัญชีไม่ลงตัว"  ทำให้การพิจารณาแต่งตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 22 ต.ค.

ถึงแม้จะ ไม่มีโผแต่งตั้งนายพลให้ ก.ตร.พิจารณา แต่ก็มีเรื่องอื่นนำเข้าสู่วาระการพิจารณาด้วย ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับตำรวจเรื่องหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเข้ามา

ยกระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ

ปรับตำแหน่งหัวหน้า สถานีตำรวจ ให้เป็น ผู้กำกับ ยศ พ.ต.อ.ต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ หัวหน้าสถานีตำรวจหรือโรงพัก จะมีตำแหน่งเป็น สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ. ยศ พ.ต.ท. แล้วก็ลดหลั่นลงไปมีสารวัตรฝ่ายต่างๆ

ต่อมา ตำรวจได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง

เมื่อปี 2545 หัวหน้าสถานีตำรวจหรือโรงพัก

จาก สวญ.ยกระดับขึ้นมาเป็นผู้กำกับ ยศ พ.ต.อ. จำนวน 201 แห่ง

แต่ก็ยังมี โรงพักบางแห่ง ซึ่งเป็นโรงพักเล็ก ถูกจัดให้ หัวหน้าสถานี มียศแค่ พ.ต.ท. ให้เทียบเท่า รอง ผกก. แต่ยังคงเรียกเหมือนสมัยเก่า คือ

สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ.

สถานีตำรวจ หรือโรงพักประเภทนี้ ทุกวันนี้ยังมีอยู่อีกจำนวนไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง การพัฒนาของตำรวจ ก็เจริญก้าวหน้าตามโลก ถึงยุคของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น ผบ.ตร.ตัวจริง ได้มีนโยบายพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของสถานีตำรวจทั่วประเทศ

จึง เป็นที่มาของการนำเสนอเรื่อง การยกระดับโรงพัก ปรับตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ เข้าที่ประชุม ก.ตร. และเป็น "ครั้งแรก" ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.โดยตำแหน่ง เข้าประชุม

สถานี ตำรวจหรือโรงพัก ทั่วประเทศที่เสนอปรับนั้น

ระดับ

- ผู้กำกับ จำนวน 142 ตำแหน่ง, 
- รองผู้กำกับ จำนวน 284 ตำแหน่ง และ 
- สารวัตรอำนวยการ 142 ตำแหน่ง

ซึ่ง เมื่อยกระดับปรับขึ้นมาจริงๆแล้ว   คงไม่ใช่มีแค่ตำแหน่งที่เสนอขึ้นมาเท่านั้น จะต้องมีตำแหน่งอื่นๆตามมาอีก

ตอนนี้อยู่ที่ สตช.วางหลักเกณฑ์ และจัดสรร คัดเลือกตัวคน ลงในตำแหน่งอย่างไร

วันนี้ ฝุ่นตลบแล้ว!!!
Read more ...

"ปทีป"แฉทิ้งทวน! ชี้ปัญหาเด็กฝากทำองค์กร ตร.ป่วน "เด็กเส้น"ฤทธิเยอะ แต่"อาวุโส"ก็อาจได้"นายเฮงซวย"

26/8/53
โดยมติชน เมื่อ 23 ส.ค.2553

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรม เจ.บี.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) 

ไปตรวจเยี่ยมนายตำรวจระดับหัวหน้าปฏิบัติการของตำรวจภูธรภาค 9 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 300 นาย ก่อนที่จะเกษียณราชการ เพื่อให้กำลังใจมอบนโยบายแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาขององค์กรตำรวจ และการเตรียมการของการเป็นตำรวจในอนาคต

พล.ต.อ.ปทีปกล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาขององค์กรตำรวจที่สำคัญคือ ปัญหาการแต่งตั้งจะถูกแทรกแซงจากบุคคลภายนอกมากมาย การแต่งตั้งคราวที่แล้ว ระดับรอง ผบก.-สว.มีถึง 2,000 ราย ที่มีคนมาฝาก ถือว่าเยอะมาก จึงทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ "คนทำงานไม่ได้โต คนโตไม่ได้ทำงาน" การแก้ปัญหาก็คือตนไม่ยอม ผู้บัญชาการไม่ยอม ซึ่งตนมีแนวคิดที่แก้ไขและได้เริ่มกระทำแล้ว

1.เรื่องของอาวุโส 25% ต้องยึดเอาไว้ 

2.เรื่องของโรงพักดีเด่นที่จากเดิม 4% ก็ขอเพิ่มเป็น 12% เมื่อรวมกับของอาวุโส ก็จะเป็น 37% ที่เหลือ 63% ก็จะเป็นเรื่องของดุลยพินิจ และ 

3.การแต่งตั้งครั้งสุดท้าย 2 ปี ไม่ครบไม่ให้ย้าย

"ที่ผ่านมาอุตลุดไปหมด ขอมาเป็นพันราย จัดให้ไปได้ประมาณ 100 ราย การแต่งตั้งในอนาคตจะต้องยึดทั้ง 3 ข้อไว้ เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากองค์กรข้างนอกที่เยอะมาก และผมเห็นว่าดี แต่ไม่มีใครกล้ายันในเรื่องนี้ เพราะคนที่ออกมายันมักจะเจ็บตัว ในขณะเดียวกันพวกเด็กเส้นมีฤทธิ์เยอะ ต่อไปพวกที่แตะเส้นจะต้องมีผลงานแตะต้องได้ พวกนักวิ่งทั้งหลายให้จำไว้ การยึดอาวุโสก็มีข้อเสียคือคนที่อาวุโสกว่าตนเองก็อาจเป็นแค่คนที่เกิดก่อน เท่านั้น แต่ไม่มีความรู้ความสามารถ นายบางคนเฮงซวยด้วยซ้ำไป" รรท.ผบ.ตร.ระบุ

พล.ต.อ.ประทีปกล่าวว่า "ที่ผ่านมาพยายามทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็โดนข้อหาโยกย้ายไม่เป็นธรรม ถ้าจะติดคุกก็ติดไป อยากให้สังคมรับรู้ความจริงว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าจะติดคุกก็ยอม ปลดเกษียณแล้วอยู่ในคุกก็ดี จะได้ไม่เหงา ที่ผ่านมาตนคิดจนถูกชกช้ำไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็ยังช้ำอยู่ยังไม่หาย จะหายก็คงจะเป็นพ้น 30 กันยายน 2553 ไปแล้ว"
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม