แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอร์รัปชั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอร์รัปชั่น แสดงบทความทั้งหมด

ผบช.น.สั่งย้าย ผกก.สน.ดินแดง

20/8/58
เมื่อ 20 ส.ค.2558

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(บชน.) ได้เซ็นคำสั่ง ที่313 /2558

เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน

ด้วย บช.น. มีเหตุผลความจำเป็นในการให้ข้าราชการตำรวจปฏิยัติราชการและรักษาราชการแทนภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 และ 74 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 ระเบียบก.ต.ช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2551,และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จังให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทนดังนี้

1. พ.ต.อ. ปวร พรพรหมมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ปฏิบัติราชการในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 มอบหมาย

2. พ.ต.อ.เอนก ไพรศรี ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ รักษาราชการแทน ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดินแดง

3. พ.ต.อ.องอาจ ไทยภักดี ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจนครบาล2 รักษาราชการแทน ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่30 กันยายน 2558 สั่ง ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2558

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุการสั่งย้าย ผกก. สน.ดินแดงในครั้งนี้ คาดว่า เนื่องจากมีการส่งหนังสือร้องเรียน ผกก.สน.ดินแดง ของตำรวจชั้นผู้น้อยและกลุ่มประชาชนในพื้นที่ ของ สน.ดินแดง ที่ร้องเรียนว่า ผกก.ปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม มีการเรียกรับผลประโยชน์ ไม่สนใจดูแลการทำงานของลูกน้อง จนลูกน้องร้องเรียน

ที่มา นสพ.ไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/content/519477
Read more ...

เด้ง! 38 ตร. ฐานบกพร่อง-เอี่ยว ค้ามนุษย์โรฮิงญา

7/5/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 6 พ.ค.2558

ผบ.ตร.สั่งเด้งตำรวจ 38 นาย ฐานบกพร่อง-เกี่ยวข้องขบวนการค้าค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ทั้งตำรวจน้ำ สตม. ปคม. และตำรวจท้องที่ มีผล 7 พ.ค.นี้

วันนี้( 6 พ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ได้มีคำสั่งตร. 262/2558 ลงวันที่ 6 พ.ค. 2558 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการ โดยในคำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 38 ราย

ดังมีรายชื่อปรากฎตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้ ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดพิจารณาสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2558 เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร. ก่อนเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว

สตม.
1.พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ดีสุข ผกก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.6
2.พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.จว.ระนอง บก.ตม.6
3.พ.ต.อ.ธีระยุทธ บุตรน้ำเพชร ผกก.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6
4.พ.ต.อ.สุนทร อรุณนารา ผกก.ตม.จว.สงขลา บก.ตม.6
5.พ.ต.ท.ธนกฤต พรมดอนชาติ สวญ.ตม.ปาดังเบซาร์ บก.ตม.6
6.พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก่งสันเทียะ รอง ผกก.ตม.จว.ระนอง บก.ตม.6
7.พ.ต.ท.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย รอง ผกก.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6
8.พ.ต.ต.รัชชวิช อัครมาส สว.ตม.จว.ระนอง บก.ตม.6
9.พ.ต.ต.ศยธน กระบิน สว.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6
10.พ.ต.ต.สุระศักดิ์ ใจดี สว.ตม.ปาดังเบซาร์ บก.ตม.6
11.ร.ต.อ.เสกสรร องอาจ รอง สว.ตม.จว.สงขลา
12.ร.ต.ท.สิทธิ์ศักดิ์ อาดำ รอง สว.(ป.) ตม.จว.สตูล
13.ร.ต.ต.อนุชิต แก้วมณี รอง สว.อก.กก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.6

บก.ปคม.
14.พ.ต.อ.อริยพล สินสอน ผกก.5 บก.ปคม.
15.พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ ผกก.6 บก.ปคม.
16.พ.ต.ท.ธวัชชัย สงวนสุข รอง ผกก.5 บก.ปคม.
17.พ.ต.ท.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รอง ผกก.6 บก.ปคม.
18.พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์ สว.กก.5 บก.ปคม.
19.พ.ต.ท.ปาณัฏฐ์ภูมิ อัครเดชะนนท์ สว.กก.6 บก.ปคม.
20.พ.ต.ต.สมเจตน์ ถือแก้ว สว.กก.6 บก.ปคม.

บก.รน.
21.พ.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็ชรศิริรักข์ ผกก.8 บก.รน.
22.พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ ผกก.9 บก.รน.
23.พ.ต.ท.พิเชฐ สมรรคจันทร์ รอง ผกก.8 บก.รน.
24.พ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ฆารเจริญ รอง ผกก.9 บก.รน.
25.พ.ต.ท.รัฐศักดิ์ อิ่มฤทธา สว.ส.รน.1 กก.8 บก.รน.
26.พ.ต.ท.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน.

บช.ภ.8
27.พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง
28.ร.ต.ท.นราทอน สัมพันธ์ รอง สว.(ตำแหน่งควบ ผบ.หมู่ ถึง รอง สว.) (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง
29.ด.ต.ณรงค์ชัย ขุนทอง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สุขสำราญ จว.ระนอง
30.ด.ต.สุรินทร์ นุ้ยโถง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สุขสำราญ จว.ระนอง
31.ด.ต.ณัฐวรรธ ตั้นวิริยวงค์ ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง
32.ด.ต.โภคิน แสงแก้ว ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง
33.จสต.สราวุธ เพชรรัตน์ ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง

บช.ภ.9
34.พ.ต.อ.สมชัย เทศนอก ผกก.สภ.ละงู
35.พ.ต.ท.พินโญ คะนันชาติ รอง ผกก.สส.สภ.ละงู
36.พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ ทองด้วง รอง ผกก.ป.สภ.ละงู
37.พ.ต.ท.ปัญญวัฒน์ เนียมละออง สวป.สภ.ละงู
38.ร.ต.อ.สุวรรณ ด้วงแก้ว สว.สส.สภ.ละงู
Read more ...

'ประยุทธ์'ยันย้าย ขรก.แค่ลดกดดัน

25/5/57
โดยเนชั่น เมื่อ 25 พ.ค.2557

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงคำสั่งการปรับย้ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ของ พลเรือนตำรวจทหารนั้นมิได้เป็นการลดทอนในเกียรติยศศักดิ์ศรีของบุคคลหรือ หน่วยงานใด แต่จำเป็นต้องลดความกดดันที่มีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร.ผู้ทื่จะมารักษาการ แทน ก็มาจากรอง ผบ.ตร.ซึ่งมีลำดับอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสังคมและประชาชน อยากให้เห็นใจผู้ที่ถูกปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ และงดที่จะแสดงออกถึงการดูถูกเกลียดชังกัน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดๆ ขอให้ถือว่าเป็นการปรับย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในห้วง ปัจจุบัน อยากฝากให้ทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มารักษาการแทนด้วย

พ.อ.วิธัย กล่าวว่าส่วนเรื่องการควบคุมตัวบุคคลผู้ที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำประกาศ ของ คสช.นั้น ก็เพื่อทำความเข้าใจในข้อขัดแย้ง และให้ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังการปฏิบัติของแต่ละพวก แต่ละฝ่าย และเพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยได้จากสถานที่ดูแลที่เหมาะสม มิได้มีพันธนาการ ซ้อม ทรมาน แต่อย่างใดเราให้เกียรติทุกคน โดยให้เห็นถึงความจำเป็นว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะนี้ได้ทยอยปล่อยกลับบ้านแล้วเป็นจำนวนมาก โดยการควบคุมตามกฎหมายไม่เกิน 7 วัน ซึ่งบางคนได้ปล่อยไปในวันแรกๆ แล้ว โดยได้จัดลำดับจำนวนวันในการควบคุมตัวตามความสำคัญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะได้รายงานให้ทราบเป็นระยะ สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมที่มีหมายจับหรือมีคดีติดตัวจะได้นำเข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่26 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ

"คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด
Read more ...

ซื้อ-ขายเก้าอี้ตำรวจ ระบบราชการที่ล้มเหลวและความตายของ 'จ่าเพียร'

31/10/56
โดยหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 29 ตุลาคม 2556  มานะ มติธรรม

เมื่อถึงเดือนตุลาคม เรามักจะพบเห็นข่าวคราวการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ติดตามมาด้วยเรื่องราวการวิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้ แต่งตั้งเอาพรรคพวกตัวเองมาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องเลวร้าย เป็นต้นทางไปสู่อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ เป็นบ่อเกิดของการคดโกง ทุจริตคอร์รัปชัน

แล้วจะปฏิรูปประเทศ, ปฏิรูปการเมืองไปหาหอกอะไร! ในเมื่อไม่เคยคิดสำรวจตวรจตราระบบราชการ การบริหารงานแผ่นดิน

การวิ่งเต้นหาตำแหน่ง โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจนั้น มักจะได้ยินเรื่องฉาวโฉ่เน่าเหม็นอยู่เสมอ สำหรับองค์กรแห่งนี้ที่มีอาชีพอยู่ใกล้ชิดกับผลประโยชน์ ที่เป็นสิ่งชั่วร้ายผิดกฎหมาย แต่กลับไปคุ้มครองหากินกับสิ่งผิดกฎหมาย

เมื่ออาชีพถือปืนมีตำแหน่งกฎหมาย ปฏิบัติและใช้กฎหมายให้ถูกต้อง กลับไปคุ้มครองเอาทรัพย์สิน หากินกับสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าหากใครมีพฤติกรรมเช่นนี้ เมื่อหาผลประโยชน์จากยาเสพติด ก็เหมือนค้าและสนับสนุน หาผลประโยชน์จากบ่อนการพนัน ซ่องประเวณี ก็เหมือนตั้งบ่อนซ่องเสียเอง

เลวร้ายและฉิบหาย ยิ่งกว่าโจรที่ฉกชิงวิ่งปล้นเสียอีก!ทุกปีของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ข่าวการวิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้โผล่ออกมาเสมอ เพราะผลประโยชน์มีมากมาย จึงแก่งแย่งกัน และเรื่องบัดสีจึงปิดกันไม่มิด จนสังคมมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา

จริงๆ แล้วเรื่องที่มองเห็นเป็นธรรมดาอย่างนี้นี่แหละ ที่เป็นเรื่องอุบาทว์ เป็นตัวอย่างความเลวร้ายที่กัดกินบ่อนเซาะทำลายสังคมส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและคนส่วนใหญ่

ข่าวการซื้อขาย จ่ายกันเก้าอี้ละ 20-30 ล้าน ถ้าปฏิเสธว่าไม่หาผลประโยชน์ ใครจะเชื่อ? ถึงขนาดทุ่มเงินซื้อขายกันราคาขนาดนี้

สิ่งที่ทำทางพฤติกรรม ล้วนแต่มีคำตอบ บ่งบอกทางพฤติ กรรมนั้นๆ เสมอ

สังเกตดูค้นหาคำตอบว่า เก้าอี้ตำแหน่งนี้ราคา 20 ล้าน ถ้าอยู่ในตำแหน่งนี้ถึงขนาดตำแหน่งสูงสุดเลยก็ได้ คำถามว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่งนี้จนเกษียณอายุราชการ โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์อื่นใด มีเงินเดือนทุกเดือนรวมกันแล้วได้ครบ 20 ล้านบาท ที่เสียเงินซื้อไปหรือไม่?

คำตอบก็คือ ไม่ครบจำนวนเงินที่ซื้อไป คำตอบทางพฤติกรรมก็คือ การแสวงหาผลประโยชน์เข้ามาทดแทน

ถ้าไม่มีการซื้อขายเก้าอี้ ก็มีเงินเดือนมากพอเลี้ยงตัวเองและลูกเมียได้สบาย คงจะไม่มีพฤติกรรมให้สังคมสงสัยถามไถ่กันหรอก

แต่เมื่อซื้อกันไป พฤติกรรมก็เป็นคำตอบ ฟ้องให้เห็นชัดเจนว่าซื้อเพื่อปูทางไปแสวงหาบ่อเงินบ่อทอง ผลประโยชน์แห่งอบายมุข มีเงินหมุนเวียนวันหนึ่งๆ มากมาย หลายล้านบาท จัดการเก็บเกี่ยวตักตวงเสวยสุขในระยะที่อยู่ในตำแหน่งที่ซื้อมาให้สาสมใจ และเหลือเก็บใช้จ่ายสบายในบั้นปลายชีวิต

ทั้งผู้ซื้อและผู้รับที่เงินส่งผ่านมาเป็นทอดๆ ถึงมือตามลำดับเส้นสายนั้น ล้วนแต่เป็นตัวการก่อเรื่องอุบาทว์ ทำลายระบบราชการ ทำลายกฎกติกาความชอบธรรมในสังคม ส่งผลกระทบไปถึงคนส่วนใหญ่ที่ทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ต้องถูกปรับรีดไถ

คำตอบพฤติกรรมก็ชี้ให้เห็นว่า เงินที่นำมาซื้อก็เป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบ ซึ่งก็เอามาใช้ในทางมิชอบ การซื้อตำแหน่งก็เพื่อต่อยอดเงิน ไปหาตำแหน่งที่สูงขึ้น มีอำนาจมากขึ้น มีบ่อเงินบ่อทองใหญ่ขึ้น

ก็เหมือนเล่นจิ๊กซอว์ เอาเงินมาต่อเงิน หาแหล่งน้ำเลี้ยงจากบ่อเล็กไปยังบ่อใหญ่ หลับตาดูก็เห็นภาพ เอาเงินหลักสิบล้านปูทางไปหาแหล่งเงินหลักร้อยล้าน พันล้าน ที่มากขึ้นไปอีก

มีใครหน้าไหนล่ะ? ที่กล้าเอาเงิน 20-30 ล้าน ไปซื้อตำแหน่งโดยไม่คดโกงโกยกิน ไม่แสวงหาผลประโยชน์ เพียงเพื่อทำงานสนองพระคุณพี่น้องประชาชนเจ้าของประเทศอย่างซื่อสัตย์ แถมได้รับเงินเดือนกลับมารวมแล้วไม่ครบ ที่เสียไปเป็นสิบล้านบาทเหมือนทำงานให้ฟรีๆ ตลอดชีวิต เสียสละขนาดนั้น ถึงขนาดตัวเองและลูกเมียกินดินกินแกลบต่างข้าว!

ถ้าไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เชื่อว่าข้าราชการที่ดีๆ มีตัวอย่างให้เห็นแน่นอน

การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ก็ส่อเจตนาถึงการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มีตัวอย่างมากมายหลายหน่วยงานราชการ ที่พากันใช้ตำแหน่งหน้าที่ส่อไปในทางมิชอบ

ถ้าถึงคราวที่พวกเหล่านี้ตายโหงตายห่า! คงจะไม่ต้องเสียเวลากรวดน้ำอวยพรว่า ไปที่ชอบที่ชอบเถิด! เห็นทีคงต้องบอกว่า ไปในที่มิชอบมิชอบเถิด! อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย!

การทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ โดยมิต้องคดโกงคอร์รัปชัน ทั้งๆ ที่มีเงินเดือนให้โดยไม่อดตาย ยังไม่มีความสำนึก และไม่เคยคิดเลยว่าสักวันหนึ่งต้องกลับไปสู่ความจริง ไปสู่ดิน ไปสู่ความว่างเปล่า ตำแหน่งถึงแม้จะใหญ่โตแค่ไหน ถึงยังไงก็มีร่างกายที่เล็กกว่าโลง

มีใครบ้างไหม? ที่อยากใหญ่กว่าโลง เวลาตายไปถึงยัดใส่โลงไม่เข้า!

เมื่อมีการซื้อขายเก้าอี้ สะท้อนให้เห็นถึงระบบราชการที่เหลวแหลก นอกจากเป็นการทำลายระบบราชการแล้ว ยังทำลายองค์กรนั้นๆ อีกด้วย ทำลายกำลังใจของข้าราชการดีๆ

บรรดานักการเมืองก็ล้วนแต่เป็นต้นเหตุของตัวอย่างการเกิดเรื่องเลวๆ อย่างนี้เสมอ

ยิ่งเห็นภาพนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกแล้วว่า เหลวแหลกฟอนเฟะแค่ไหน? เหมือนพูดออกมากลบเกลื่อนร่องรอยสกปรกนั้นว่า อยากเห็นการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างซื่อสัตย์ปราศจากการคอร์รัปชัน ไม่ซื้อขายตำแหน่งกันในองค์กรนี้ ไม่แสวงหาผลประโยชน์

และคนอย่าง ผบ.ตร.ก็ขานรับคำ พร้อมตักเตือนไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ยุ่งเกี่ยวสิ่งผิดกฎหมาย ทำนองว่า "หากใครไม่ฟัง ขืนเล่อล่าเข้าไปหาผลประโยชน์ ผมจะซัดให้ตาย! อีกไม่นานผมก็กลับไปบ้านแล้ว ผมไม่กลัว ผมเอาระเบิดมากอดแล้ว ผมพร้อมจะพลีชีพยอมตายแล้ว ถ้าใครไม่ฟังผมจะเดินชก ปีที่แล้วผมดูแต่รูปมวย จึงไม่ได้ชก!" ว่าเข้าไปนั่น ขานรับคำถึงขนาดนั้น เพราะว่ากันอย่างนั้นจริงๆ

เมื่อภาพคนทั้ง 2 ปรากฏให้โอวาทซึ่งกันและกัน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าหาผลประโยชน์กันเละเทะแค่ไหน! พี่น้องประชาชนก็รู้กันทั่วประเทศ เมื่อพูดและขานรับกันอย่างนี้ ก็เหมือนชวนกันมาเล่นปาหี่ให้พี่น้องประชาชนดูกันซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก จนคร้านที่จะหัวเราะ

เก็บปากเก็บรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเอาไว้ให้เจ้าหม่ำ, เจ้า เท่ง, เจ้าโหน่ง, พวกโก๊ะตี๋ บนเวทียังดีกว่า เพราะพวกนั้นเขาเล่นตลกถึงอย่างไรก็ไม่หลอกลวง มุ่งให้ความสุขกับพี่น้องประชาชน!

เรื่องการซื้อขายตำแหน่งหรือวิ่งเต้นนั้น ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานแล้วทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็มีเรื่องเหี้ยๆ อย่างนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน ทำให้นึกถึงตำรวจที่ดี และสงสารตำรวจอย่าง "จ่าเพียร" มากขึ้น

เชื่อว่าประชาชนที่รักแผ่นดินและมีจิตใจที่เป็นธรรมที่ติดตามดูข่าวมาตลอด ย่อมจดจำภาพจ่าเพียรได้ติดตา แม้เวลาจะล่วงเลยมาขณะนี้ ทั้งในห้วงยามที่ภาพปรากฏขณะมีชีวิต และภาพที่ร่างไร้ชีวิต ย่อมจดจำภาพตำรวจที่น่าสงสารได้ติดตา เหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวานนี้

มีแต่นักการเมืองและผู้บังคับบัญชาเหี้ยๆ เท่านั้นแหละ! ที่ไม่อยากจดจำ ในบาปกรรมที่ตนเองก่อขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า? บาปกรรมนรกนั่นอาจจะมีจริง! ขนาดจ่าเพียรยังเชื่อว่าสักวันหนึ่งวาระสุดท้ายของตัวเองมาถึง มีค่าหัวเป็นแพะแค่ไม่กี่ตัว สิ่งที่จ่าเพียรเชื่อก็เป็นจริง!

แล้วบาปกรรมนรกนั้นมีจริงหรือไม่? ก็ขอให้ลองคิดทบทวนดู ถึงจะทำบุญมีหมูหมากาไก่บานเบอะเยอะแค่ไหน? ทำบุญไปทุกวันก็ไม่สามารถลบล้างความผิด ความฉิบหาย! ที่ก่อให้เกิดกับชีวิตคนอื่นในเมื่อมีส่วนก่อบาปกรรมติดตัวไว้ ล้างยังไงก็ไม่ออกเพราะมีส่วนทำให้จ่าเพียรตายไปแล้ว

เขียนมาถึงบรรทัดนี้ ผมรีบหยิบธูปขึ้นมาจุด ก้าวเดินออกมายืนหน้าบ้านกลางดึก เงยหน้ามองสวรรค์ กล่าวสักการะวิญญาณจ่าเพียรว่า

"ขอให้วิญญาณจ่าเพียร มีความสุขอยู่บนสรวงสวรรค์ อย่าพบความทุกข์ใดๆ ขอให้จ่าเพียรได้เกิดมาอีกในโลกใบนี้ เกิดมามีอำนาจวาสนาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ถ้ารักเป็นตำรวจ ก็ขอให้เป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นข้าราชการตำรวจที่แสนดีของแผ่นดิน ของพระเจ้าอยู่หัว ของพี่น้องประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ ซื่อสัตย์ รักแผ่นดินและรักพี่น้องประชาชน ขอให้เกิดมาอย่างยิ่งใหญ่บนแผ่นดินไทย เพราะแผ่นดินแห่งนี้ รักและต้องการคนอย่างจ่าเพียร!"

ผมคุกเข่าปักธูปลงบนผืนแผ่นดิน พนมมือไหว้สักการะด้วยความสลดใจ ก่อนจะยืนขึ้นมองดูไฟลามเลียก้านธูปอยู่นิ่งและนาน ในระหว่างนั้นภาพจ่าเพียรใบหน้าเปื้อนน้ำตาและคำพูดที่พรั่งพรูออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ และภาพร่างจ่าเพียรที่นอนนิ่งอยู่ในเปลขณะลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ วนเวียนสลับกันพล่านอยู่ในสมองของผม มองควันธูปล่องลอยจากก้าน ท่ามกลางแสงสลัวของดวงจันทร์ เหมือนควันนั้นม้วนตัวขึ้นสู่เบื้องบนสวรรค์อย่างรวดเร็ว!

ขณะเดียวกัน ผมยืนนิ่งข่มเปลือกตา ข่มใจด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดเศร้าใจกับชีวิตของจ่าเพียร และรู้สึกอเนจอนาถชิงชังระบบราชการที่เน่าเหม็นฟอนเฟะอยู่ในสังคมไทย!

ในห้วงยามขณะเวลานั้น ผมบอกกับตัวเองเพียงลำพังว่า พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ท่านเป็นคนดี เป็นนักสู้ผู้เสียสละ และเป็นศาสดาที่อยู่ในหัวใจ ควรแก่การนับถือและยกย่อง

จ่าเพียรจะเป็นอย่างไรในสายตาคนบางคน? ในสายตาของผมเชื่อว่าจ่าเพียรเป็นตำรวจที่ดี เพราะเติบโตมาจากชั้นประทวนก้าวสู่นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ไม่ใช่ได้มาอย่างธรรมดา หากแต่ได้มาเพราะการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ สู้รบเสี่ยงภัยอยู่ในพื้นที่อันตรายมาโดยตลอด ด้วยกิตติศัพท์ชื่อเสียงจากการปฏิบัติหน้าที่

ครั้งที่บาดเจ็บจากการปะทะ ขณะนอนรักษาอยู่โรงพยาบาลมีนายทหารผู้ใหญ่มาเยี่ยม ถึงกับบอกว่า "ถ้าลื้อเป็นทหารป่านนี้ก็สบายไปนานแล้ว!"

นั่นเหมือนตอกย้ำให้เห็นว่า กรมปทุมวันเลอะเทอะและเละเทะสิ้นดี!

บั้นปลายชีวิตราชการก่อนเกษียณของท่านผู้กำกับสมเพียรนั้น ขอย้ายไปรับตำแหน่งหน้าที่ในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งไม่มีผลประโยชน์อะไรใหญ่โต ไม่ใช่พื้นที่บ่อเงินบ่อทองอย่าง สภ.กันตัง ที่ จ.ตรังนั้น

นั่นแสดงให้เห็นว่า จ่าเพียรต้องการเพียงแค่ทำงานอย่างมีความสุขเพียงเล็กๆ น้อยๆ ในพื้นที่แห่งนี้ อยู่ห่างจากพื้นที่เสี่ยงภัยและไม่ต้องพะวักพะวงและพอจะหายเหน็ดเหนื่อย หลังเสี่ยงตายอยู่ในพื้นที่มาตลอดชีวิต และพื้นที่แห่งใหม่ เป็นการอยู่อย่างมีความสุขสมถะกับครอบครัว และย่อมมีความผูกพันทางใจอยู่กับสถานที่แห่งใหม่นี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจในบั้นปลายสุดท้ายของชีวิตราชการ

แต่คำร้องขอแค่นี้ไม่ได้รับการตอบสนอง นั่นเป็นเพราะระบบราชการไทยอยู่ในกำมือของผู้มีอำนาจเหนือกว่า พร้อมที่จะชี้นิ้วเสกสรรปั้นแต่งให้ใครมาอยู่ในตำแหน่งไหนก็ได้ หากมีปัจจัยทรัพย์สินเงินทองมาแลกได้เพียงพอ ระบบราชการจึงเลอะเทอะและสกปรกยิ่งขึ้น

การคิดจะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง คิดปฏิรูปให้ตาย! ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าหากระบบราชการยังอุบาทว์และเลอะเทอะกันอยู่อย่างนี้!

ภาพจ่าเพียรใบหน้านองน้ำตาในวันที่มาพบผู้บังคับบัญชาถึงกองบัญชาการ ถึงตึกทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพมหานคร เพื่อร้องขอไปยังพื้นที่ที่ต้องการนั้น

เชื่อว่าหยาดน้ำตาที่หลั่งรินนั้น ไม่ใช่น้ำตาแห่งความอ่อนแอ ไม่ได้ไหลออกมาอย่างท้อแท้ สำหรับลูกผู้ชายที่มีจิตใจเข้มแข็งมาตลอดชีวิตอย่างจ่าเพียร

หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความเศร้าใจ ที่หลั่งรินออกมาด้วยความผิดหวัง สงสารตัวเองและลูกเมียเกินกว่าจะอดกลั้นไว้ได้! ทั้งๆ ที่เหน็ดเหนื่อยเสี่ยงตายมาตลอดชีวิต!

น้ำตาจ่าเพียรจึงไม่ได้หลั่งรินออกมาด้วยความอ่อนแอ หากแต่ยังเป็นหยาดน้ำตาที่ส่งสัญญาณบอกถึงสิ่งมีค่าอย่างมหาศาล ถ้าคิดและมองกันให้ลึก จะพบว่าหยาดน้ำตาหยดนั้น กำลังร้องเรียกหาสิ่งที่มีค่าอย่างล้นเหลือ สำหรับสังคมไทยที่ควรจะมี!

นั่นก็คือ คุณธรรมและความดี มันอยู่ที่ไหน?มีอยู่บ้างไหม? ในหัวจิตหัวใจนักการเมือง และผู้บังคับบัญชา สันดานชั่ว! หรือในหัวใจมีแต่เรื่องระยำตำบอน! จนสายตามืดบอด ยากจะมองเห็นสิ่งใด!

น้ำตาจ่าเพียร เป็นคำตอบให้เห็นถึงระบบราชการไทย ที่สกปรกเล่นพรรคเล่นพวก!

น้ำตาจ่าเพียร เป็นคำตอบให้เห็นถึงข้าราชการที่แสนดี พูดไปผู้มีอำนาจก็ไม่ได้ยินไม่ได้ยล ไม่ต่างไปจากเสียงนกเสียงกา

ยิ่งกว่านั้นน้ำตาจ่าเพียรก็สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในดินแดนชนบทห่างไกล เมื่อผู้บริหารประเทศปราศจากการใส่ใจ พี่น้องประชาชนก็เหมือนหมา หมู ฝูงนก ฝูงกา

เพราะเหตุนี้เอง เราจึงพบเห็นการเกิดขึ้นของคนกล้า ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักต่อสู้ผู้เสียสละลุกขึ้นมาทำหน้าที่แทนเสียงนกเสียงกาเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดแคลนให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านั้น

กรณีความตายของจ่าเพียรนั้น ถ้าคิดและมองให้ลึกจะพบเห็นสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญ เป็นสัญญาณจากโจรใต้ว่าพยายามจะบอกอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อสื่อมายังเจ้าหน้าที่ข้าราชการไทย

การตายของจ่าเพียรจากโจรใต้ มิใช่น้ำหนักแค่ท้าทายอำนาจรัฐ ในเมื่อรัฐไม่สนใจใยดีชีวิตลูกน้อง

ถ้ามองและคิดให้ลึก จะพบเงื่อนปมที่ชวนสงสัยว่าการตายนั้นเป็นการตายในเชิงสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

หากจะมองว่า จ่าเพียรเสียชีวิตเหมือนเหตุการณ์ที่หลายคนทั่วไปประสบมา ความตายของจ่าเพียรก็คงมาจากเหตุการณ์ธรรมดาเหล่านั้นเมื่อมองเป็นเรื่องธรรมดา ก็กลายเป็นความตายธรรมดา

การอ่านเหตุการณ์ไม่ออก มองไม่ทะลุ นั่น เป็นเพราะไม่รู้จักการคิดกันให้ลึกๆ

เมื่อพิจารณาความตายของจ่าเพียร เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสิ่งใด? จากโจรใต้

มองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์กันใหม่ เมื่อครั้งจ่าเพียรมาร้องขอโยกย้ายไปยังพื้นที่ที่ต้องการนั้น ภาพและเรื่องราวจ่าเพียรแพร่ทางสื่อมวลชน ย่อมเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปและกลุ่มโจรใต้ย่อมรับรู้เช่นกัน

ขณะภาพข่าวจ่าเพียรปรากฏก็พบว่าเวลาเดียวกันมีเรื่องราวการวิ่งเต้นเล่นเส้นเล่นสาย ซื้อขายเก้าอี้ตำแหน่งต่างๆ และกีดกันพื้นที่ของจ่าเพียรที่หวังจะไปรับราชการในพื้นที่นั้นปรากฏอยู่ด้วยตลอด จนข่าวเรื่องราวของผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาความดีความชอบปรากฏเป็นข่าวอยู่ในคราวเดียวกันทั้งหมด

สรุปก็คือ เป็นเหตุการณ์เรื่องราวของระบบราชการเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งในองค์กรแห่งนี้ทั้งหมดที่เป็นไปอย่างไม่ชอบมาพากล

ขณะปรากฏข่าวนั้น จ่าเพียรบอกว่าตนเองมีค่าหัว ก็เหมือนยิ่งตอกย้ำให้ตกเป็นเป้าหมายเกี่ยวกับการถูกสังหารมากยิ่งขึ้น ใช่หรือไม่?

เมื่อคำร้องขอของจ่าเพียรถูกปฏิเสธ ก็เหมือนการ "ผลัก" จ่าเพียรให้ตกลงไปใน "บ่อ" จ่าเพียรก็กลับไปสู่วังวนพื้นที่เดิม

"การขุดบ่อย่อมเจอน้ำ" เช่นเดียวกับการตกเป็นเหยื่อ เป้าหมายย่อมถูกค้นพบในพื้นที่นั้นๆ

ชีวิตและลมหายใจของจ่าเพียร จึงตกอยู่ในบ่อที่มีขอบเขตเพียงเฉพาะพื้นที่ที่จ่าเพียรปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

จ่าเพียรกลายเป็นเหยื่อของทั้งสองฝ่าย เป็นเหยื่อของระบบราชการที่ชั่วช้าสามานย์ เหยื่อของความเหลวแหลกของระบบราชการไทย และเป็นเหยื่อที่มีค่าหัวของอีกฝ่ายหนึ่ง

และความจริงปรากฏว่า หลังจากข่าวเหตุการณ์จ่าเพียรปรากฏไม่นานนัก ก็พบจุดจบทันที

จ่าเพียรเป็นตำรวจที่ดี มีผลงานปฏิบัติหน้าที่ประจักษ์ชัดเจนให้เห็นอยู่และอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยมานาน ถ้าระบบระเบียบราชการดี โยกย้ายแต่งตั้งด้วยจิตใจที่มีคุณธรรม จ่าเพียรน่าจะได้รับการพิจารณาความดีความชอบ

ถ้าหากคำร้องขอได้รับการตอบสนองรวดเร็ว จ่าเพียรก็ไม่ตายใช่หรือไม่?

พิจารณาดูว่า ถ้าจ่าเพียรถึงคราวเคราะห์อย่างบังเอิญ ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ และอยู่รอดในพื้นที่มานานนับสิบปี สิ่งที่บ่งบอกว่าไม่ใช่เหตุน่าบังเอิญที่ชวนให้ขบคิดก็คือ การปรากฏข่าวเหตุการณ์และเรื่องค่าหัวจากกลุ่มโจรใต้ เพียงไม่นานก็พบจุดจบ

ถ้าวิเคราะห์เหตุการณ์เรื่องราวให้ลุ่มลึก มองอ่านเกมออกย่อมจะพบว่า จากเหตุเรื่องราวที่ปรากฏออกไปนั้น จะทำให้จ่าเพียรยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายมากยิ่งขึ้น ได้แต่พร่ำคำภาวนาขอให้จ่าเพียรอยู่รอดปลอดภัย จนผ่านพ้นภาระหน้าที่ชีวิตราชการไปด้วยดี

แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ และไม่น่าจะเกิดจากคราวเคราะห์อย่างบังเอิญ หากมองลึกๆ จะพบเห็นมุมมองและข้อเท็จจริงต่างกันและจะพบความจริงในด้านหนึ่งว่า จ่าเพียรย่อมตกเป็นเป้าถูกไล่ล่าอยู่ทุกขณะ เพราะทางกลุ่มโจรใต้ย่อมมีความตั้งใจมากยิ่งขึ้น ต่อการจงใจสังหารจ่าเพียรตำรวจที่ดีและน่าสงสาร ที่ตกอยู่ในสถานะเหยื่อของทั้งสองฝ่าย

ด้วยเหตุนี้ จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นเหตุคราวเคราะห์อย่างบังเอิญ หากแต่เป็นการจงใจสังหาร เพราะเป้าหมายหนึ่งในนั้นก็คือ จ่าเพียร

การสังหารจ่าเพียร เป็นเรื่องอำมหิตใจคอทมิฬหินชาติ! จ่าเพียรรอดมาทุกครั้งน่าจะปล่อยให้จ่าเพียรรอดไปในวาระสุดท้ายหากจะถือเป็นศัตรู น่าจะปล่อยให้เป็นศัตรูที่อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะวันเวลากระชั้นชิดใกล้เข้ามา อีกไม่นานจ่าเพียรก็อำลาชีวิตราชการไปแล้ว

จ่าเพียรจึงไม่ต่างอะไรไปจากสัญลักษณ์แห่งความล้มเหลวของระบบราชการ ที่ผูกผลักดันขับไล่ไสส่ง!

ความตายของจ่าเพียรบอกถึงเหตุสิ่งใด? จากกลุ่มโจรใต้นั่นก็คือ เป็นคำตอบประจานและเย้ยหยันถึงความล้มเหลวของระบบราชการไทย เป็นระบบราชการที่เฮงซวย! ไม่มีน้ำยาอะไรดีและวิเศษ แย่งกันไขว่คว้าหาอำนาจผลประโยชน์และเงินเท่านั้น

ความตายของข้าราชการคนดีคนหนึ่ง ก็คือคำตอบจากกลุ่มโจรใต้ที่ประจานเย้ยหยัน ชี้ให้เห็นว่า ระบบราชการที่ดีๆ ของไทยนั้นไม่มี ถ้าจะมีก็ล้มหายตายจากไปแล้ว!.
Read more ...

ความแตกต่าง ตำรวจอเมริกา vs ตำรวจไทย

13/10/56
1. ไม่มีกรมตำรวจ ไม่มีแม้แต่ทบวงหรือกระทรวงตำรวจเหมือนประเทศอื่น จึงไม่มีสายการบังคับบัญชายุ่บยั่บเหมือนของไทย

2. ไม่มีโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ละเมืองคัดตำรวจกันเอง วิธีคัดก็ไม่เหมือนกัน คัดได้แล้วก็ส่งไปอบรมที่โรงเรียนตำรวจ 26 สัปดาห์ เป็นอันว่าจบหลักสูตรออกมาทำงานได้ ตำรวจอเมริกันจึงไม่มีการแบ่งว่า ฉันจบจากโรงเรียนนายร้อย อั๊วจบมหาวิทยาลัย ข้ามาจาก จปร. (จ่าเป็นนายร้อย)

3. ไม่มีอธิบดีกรมตำรวจ ที่หนังสือพิมพ์อเมริกันเรียก police chief นั้น อย่าไปแปลว่าอธิบดีกรมตำรวจนะครับ ไม่มีกรมจะทะลึ่งไปมีอธิบดีได้ยังไง ตำแหน่งนี้ ก็คือ หัวหน้าตำรวจของแต่ละเมือง อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีอีกที ตำรวจจึงต้องทำงานเอาใจนายกเล็ก นายกต้องลงแส้ให้ตำรวจทำงานให้มีประสิทธิภาพ กลัวว่าครั้งหน้าจะไม่มีใครเลือก เมืองไทยน่าจะทดลองให้ตำรวจนครบาลขึ้นกับผู้ว่าฯ กทม.ดูบ้าง อาจจะแก้ปัญหาตำรวจได้

4. ตำรวจอเมริกันไม่มียศชั้นนายพัน สูงสุดเป็นแค่นายร้อย สูงกว่านั้นใช้นาย คุณอาจจะต้องสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นจะสั่งงานกันอย่างไรก็ว่ากันไปตามตำแหน่ง ตำรวจไม่มียศก็ดีไปอย่าง ไม่มีความรู้สึกว่า เป็นเจ้าขุนมูลนาย ในบ้านเรา บางคนอาจจะไม่อยากเป็นตำรวจ แต่อยากมียศ ไม่รักอาชีพ ไม่รักงาน แต่รักยศ เหตุผลที่เข้ามาเป็นตำรวจ ของตำรวจบางนาย ฟังแล้วอยากร้องไห้...คุณแม่อยากให้รับราชการเป็นตำรวจ เพื่อเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูล

5. ตำรวจอเมริกันไม่มีการโยกย้ายไปเมืองนั้นเมืองนี้ เริ่มต้นเป็นตำรวจเมืองไหนก็ต้องอยู่ที่นั่นไปตลอด ตำรวจแต่ละคนจึงต้องรักษาประวัติตัวเอง เหม็นเมื่อไรหมดโอกาสสร้างอนาคตใหม่ ในสหรัฐฯไม่มีจังหวัดเหมือนบ้านเรา มีเพียง city กับ town ซิตี้ คือ เมืองใหญ่ ทาวน์เป็นเมืองเล็ก ทาวน์บางแห่งมีคนไม่กี่พัน จ่าวัตสันตบทรัพย์น้าแมรี่ รู้กันเพียงชั่วข้ามคืน ใครเหม็นก็ต้องออก ตำรวจเน่าจากหาดใหญ่ ไปสดใสที่ขอนแก่น อย่างนี้ไม่มีในอเมริกาครับ

6. ตำรวจอเมริกันไม่ต้องวิ่งเต้นโยกย้ายเหมือนตำรวจบาง ประเทศ ที่เสียสตางค์กันทีหนึ่งเป็นแสนๆ บาท เสียแล้วก็ต้องถอนทุนคืน สะสมกำไรเพื่อวิ่งเต้นไปลงโรงพักเกรดดียิ่งๆ ขึ้น ประมูลตำแหน่งกันยังกะประมูลรถยนต์ นายเวรผู้บัญชาการต้องทำกราฟ ทำตารางแจกแจงรายได้ รายจ่าย พร้อมราคาของแต่ละตำแหน่งไว้เสร็จสรรพ ส่งรายเดือนยังไม่พอ ตำรวจระดับนายร้อยขึ้นไปต้องชกป้องกันตำแหน่งทุก 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปีอีกด้วย ไฟต์ไหนชกพลาด เตรียมเก็บข้าวเก็บของไปอยู่ สภ.อ. หลังเขาได้

7. ที่อเมริกาเงินเดือนของตำรวจเมืองไหน ก็เอามาจากภาษีของประชาชนที่อยู่ในเมืองนั้นไปจ่าย ตำรวจจึงรู้สึกว่าจะต้องทำงานให้คุ้มค่าจ้าง ต้องรับผิดชอบต่อคนทั้งเมือง ประเทศที่ใช้เงินเดือนมาจากงบกลางอย่างบ้านเรา ความรู้สึกของผู้คนก็จะเฉยๆ ไม่มีส่วนร่วมในการควบคุมกิจการตำรวจ คุณเคยเห็นรถราชการเก่าๆจอดเฉยๆอยู่ตามโรงพักไหมครับ ไม่ยอมส่งคืนหลวงเพื่อแลกรถใหม่มาใช้...รถใหม่ไม่เอา...เรา (ระดับสารวัตรขึ้นไป) รักรถเก่าที่วิ่งไม่ได้...เพราะรถเก่าไม่ต้องใช้น้ำมัน ถ้ายังมีรถหลวงก็ยังต้องส่งน้ำมันมาให้ เราก็จะได้เอาไว้เติมรถส่วนตัวของเรา...

ตำรวจอเมริกาที่เขาได้รับการยอมรับจากประชาชนมากกว่าเราเนื่องจากการทุจริตแทบไม่มีเลยเพราะเขาเป็นตำรวจที่อยู่ประจำเมืองถ้าทำตัวไม่ดีมีสิทธิขึ้นบัญชีหนังหมาและคนที่จะพิพากษาตัวเขาก็คือประชาชน ยิ่งถ้าเมืองไหนเป็นเมืองเล็กๆจะเห็นหน้าเห็นตากันทุกวัน รับรองบ่อน ซ่อง ผิดกฏหมายไม่มีแน่ หากมีที่ไหนถึงวันประชุมประจำเดือนฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม นายกเทศมนตรีก็เกรงว่าเลือกตั้งครั้งหน้าตัวเองไม่ได้แน่ ก็ต้องเร่งมาที่ตำรวจ แล้วตำรวจจะอยู่นิ่งเฉยได้เหรอ ระบบแบบนี้ข้อดีประชาชนจะคอยเป็นหูเป็นตาคอยดูสิ่งที่ผิดปกติในเมืองแล้วจะแจ้งไปยังฝ่ายค้าน ถ้าบ้านเรามีแบบนี้รับรองสิ่งผิดกฏหมายหายไปเยอะและตำรวจที่จะไปรีดไถหรือเมาทั้งปีไม่มีแน่เพราะเขาคงไม่เอาไว้ให้เปลืองภาษีของเขาแน่นอน บางเมืองของอเมริกาเคยมีข่าวหมอผ่าตัดทำให้คนไข้ตาย พอเข้าที่ประชุมนายกเทศมนตรีก็จะตรวจสอบหมอหากผิดก็ต้องรับผิดไป จึงทำให้ทุกหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อท้องถิ่นต้องบริการประชาชนอย่างเต็มที่ หากข้าราชการดูแลประชาชนดี บ้านเมืองสงบ นักธุรกิจก็จะมาลงทุนเสียภาษีเข้าเมืองมาก ท้องถิ่นมีรายได้มากก็จะสามารถจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการมาก

credit = http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=111729
Read more ...

นิด้า ระบุ 'วิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง' เป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด

21/8/55
โดยวอยซ์ทีวี เมื่อ 20 ส.ค.2555

นิด้า แถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการคอรัปชั่น พร้อมเปิดตัวศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ พบการทุจริตคอรัปชั่นที่มีมากที่สุด คือการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า แถลงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับการคอรัปชั่น ในกลุ่มตัวอย่าง 1,873 หน่วยทั่วประเทศ

พบว่าพฤติกรรมที่ประชาชน คิดว่าเป็นการทุจริตคอรัปชั่นมากที่สุด คือการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งและการซื้อตำแหน่ง คิดเป็นร้อยละ 94.55 ส่วนอันดับสอง คือการรับเงิน จากนักการเมืองเพื่อลงคะแนนเสียง คิดเป็นร้อยละ 93.86 และอันดับสาม คือการรีดไถจากเจ้าหน้าที่รัฐ ร้อยละ 92.10

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบอีกว่า การทุจริตคอรัปชั่น ที่กลุ่มตัวอย่างเคยพบมากที่สุด คือการแซงคิวผู้อื่น การขับรถ แทรกรถคันอื่น และการรับเงินจากนักการเมืองเพื่อลงคะแนนเสียง

ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ระบุว่า ผู้ที่มีหน้าที่ ในการต่อต้านปัญหานี้ คือคนไทยทุกคน ส่วนวิธีการที่ดีที่สุด คือการบังคับใช้กฎหมายและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังร่วมกับ นิด้า เปิดตัวศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการสำรวจปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในเอเชีย ซึ่งไทย ติดอันดับการทุจริตสูงเป็นอันดับสอง รองจากฟิลิปปินส์ โดยบางกรณี มีการยักยอกงบประมาณไปกว่าร้อยละ 30

ด้านศาสตราจารย์ เมธี ครองแก้ว ประธานอนุกรรมการฝ่ายวิจัย และอดีตกรรมการ ปปช. กล่าวว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ต่างมีศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้ความสำคัญกับปัญหาคอรัปชั่น

ขณะที่ความคืบหน้ากรณีทุจริต เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด CTX 9000 ในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ศาสตราจารย์ เมธี เปิดเผยว่า อัยการสหรัฐ ได้ฟ้องบริษัทอินวิชั่น ผู้จัดจำหน่ายแล้ว และตามกฎหมายสหรัฐ บริษัทผู้ถูกฟ้อง สามารถเลือกจ่ายค่าปรับแทนการดำเนินคดีอาญาได้ ซึ่งบริษัทดังกล่าว ได้จ่ายค่าปรับให้อัยการสหรัฐไปแล้ว ขณะที่วันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.55) ป.ป.ช. จะแถลงข่าวความคืบหน้าคดีนี้ ในเวลา 11.00 น.
Read more ...

เปิดชื่อตำรวจที่ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ของก.ตร.วาระประจำปี 2554

30/3/55
โ้ดยผู้จัดการ เมื่อ 30 มี.ค.2555

เผยรายชื่อนายตำรวจระดับรองผบก.-สว. ที่ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์แต่งตั้งของก.ตร.

วันนี้(30 มี.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการก.ตร. กรณี ยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ประกอบด้วย

พ.ต.อ.อาณัติ ภุมรินทร์ ผกก.ฝอ.บก.ปอศ เป็น นว. สบ. 5 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.

พ.ต.ท.อาคม ชุมรัตน์ นรป. สบ2 เป็น นรป.สบ3

พ.ต.ท.ธวัชชัย ดุกสุกแก้ว รองผกก.สภ.ช้างกลาง นครศรีธรรมราช เป็น ผกก. สภ. กาบัง จ.ยะลา

พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รองผกก.สส.สภ.สงขลา เป็น ผกก.สภ.โสร่ง จ.ปัตตานี

พ.ต.ท.สาธิต มูลพินิจ รองผกก.5 บก.ทท. เป็น ผกก.ฝอ.10 อก.ศชต.

พ.ต.ท.นภดล สนธวิท รองผกก.สส.บก.น. 2 เป็น ผกก.ศฝร.ศชต.

พ.ต.ท.ทศม ม่วงเกษม สว.กก.ปพ.กก.สส.ภ. 9 เป็น รองผกก.สส. 1 ศชต.

พ.ต.ท.ญ. สุพรรณี แสงมณี สว.อก.สภ. ควนเนียง จ.สงขลา เป็น รองผกก.ฝอ.8 ศชต.

พ.ต.ท.พัชวิศร์ ปวีศิษย์ สวป.สน.สำราญราษฎร์ เป็น รองผกก.ฝอ.9 บก.อก.ศชต.

พ.ต.ท.ญ. ปุณณภา เอี่ยมสะอาด สว.ฝอ.3 บก.สส.ภ. 3 เป็น รองผกก. ฝอ.บก.ภ. จ.ปัตตานี

พ.ต.ท.เอกชัย พรามณกุล สว.สถานี สส. 2 บก. ทท. เป็น รองผกก.สล2 ศชต.

ร..ต.อ.ยุทธศักดิ์ เอี่ยมสุนทร ผบ.มว.สภ.จะนะ จ.สงขลา เป็นสว.ฝอ. 5 บก.อก.ศชต.

ร.ต.อ.นาวี เหมมินต์ รองสว.สส.สภ.สะเดา จ.สงขลา เป็น สว.อก.สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

ร.ต.อ.ทิวาต. คงเพ็ชร รองสว.ตม ยะลา เป็น สวป.สภ. สุไหงโกลก นราธิวาส

ร.ต.อ.ชวลิต บุญเฟือ ผบ.หมวด กก.3 บก.อก.ตชด. เป็น สว.ฝ่ายปกครอง ศฝร. ศชต.

ร.ต.อ.ศคิศ สุวรรณกุล รองสว.กก.สส.สภ. สงขลา เป็นสว.ฝอ. 3 บก.อก. ศชต.

ร.ต.อ.ธัชชัย พงศ์มานะวุฒิ รองสว.จร.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เป็น สวป.สภ.เมืองปัตตานี

ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ฉุยแสนดี รองสวป.สภ.เขาชัยสน พัทลุง เป็น สวป. บ้านโสร่ง ปัตตานี

ร.ต.อ.อำนาจ พิสิษฐ์สกุล รองสว.กก.สส.บก.ตม. 2 เป็น สว.ฝอ. 8 บก.อก.ศชต.

ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ กลิคุณ รองสวป.สภ.สะเดา สงขลา เป็น สว.กก.ซถ1 บก.สส.ศชต.

ร.ต.ออ.ภาคภูมิ นาคพนน ผบ.มว. (สบ 1) ตชด. เป็น สว.สส.สภ. โกตาบารู ยะลา

ร.ต.อ.นิยม สุวรรณคง รองสว.ทล. 3 กก. 7 บก.ทล. เป็น สว.กก. ซถ. 2 บก.สส. ศชต.

ร.ต.อ.พงศ์เทพ ละอองเทพ รองสว.กก. สส.3 บก.สส. ภ. 9 เป็น สว.อก.สภ. กะพ้อ ปัตตานี

ร.ต.อ.ชาญชัย ทองที รองสว.กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส. ภ. 4

ร.ต.อ.สมพจน์ นามวิเศษ รองสว.กก. สส. 3 บก.สส. ภ. 4

ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ สีเสมอ รองสว.กก.สส. 1 บก.สส.ภ. 4

ร.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ รองสว.กก. สส. 1 บก.สส.ภ. 4

ร.ต.อ.พัฒน์วงศ์ จันทร์พล รองสว.กก.สส. 1 บก.สส.ภ. 4

ร.ต.อ.พัฒน์วงศ์ ชลอกลาง รองสว.กก.สส. 3 บก.สส.ภ.4

ร.ต.อ.กิตติชัย ไถวิเชียร รองสว.กก.สส. 3 บก.สส.ภ. 4 ขึ้นเป็นสว.ในบช.ภ .4 เนื่องจากตำแหน่งว่างจำนวนมาก

พ.ต.ท.ญ.ธันยพร จิวางกุล สว.ฝอ.บ.ตร. เป็น รองผกก.อก.บ.ตร.

พ.ต.ต.บัณฑิต แก้วมงคล สว.ฝอ.บ.ตร. เป็น นักบิน (สบ2 ) บ.ตร.

พ.ต.ท.ปรัชญา ไชยยงค์ สว.ฝอ.บ.ตร. เป็น นักบิน(สบ 2 )

ร.ต.อ.ชัยธร นักบิน (สบ1) เป็น สว.อก.บ.ตร.

ร.ต.อ.สุทธิชัย วงศ์มณี นักบินสบ 1 เป็น สว.อก. บ.ตร.

พ.ต.ท.ประทีป เจริญกัลป์ รองผกก.ฝอ. 2 บก.อก. สตม. . เป็น รองผกก. กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน4 กองคดี บช.กมค.

พ.ต.ท.พงศ์พันธ์ นุชนารถ สว.กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์ บช.สทส. เป็นวิศวกรไฟฟ้าและสื่อสาร (สบ. 3) สทส.

พ.ต.ต.มณธนก จำรูญโรจน์ สว.ฝ่ายทะเบียนประวัติเป็น สว. สทส.

พ.ต.ท.ศิรเมศร์ เมธีชนวิจิตร์ สว.กลุ่มงานส่งเสริมงานสอบสวน 2 สถาบันสงเสริมงานสอบสวน เป็นสว.งานสายตรวจ 191

ร.ต.อ.อิทธิพล สังข์ประไพ นว.สบ 1 ผบก.น. 1 เป็น สว.กก.สส.บก.น.5

พ.ต.ต.พิชิต ฟื้นแสน สว.อก.สภ.เมืองระยอง เป็น สว.ป.ภ.จว.ระยอง

พ.ต.ท.จารึก อยู่บำรุง สว.อก.หนองแขม เป็น สว.จร.สภ.เมืองสมุทรสาคร

พ.ต.ท.พิสิษฐ์ จิตติอุดมศักดิ์ สว.จร.ปากช่อง จ.ราชบุรี เป็น สวป.สภ.สังขะบุรี จ.กาญจนบุรี

พ.ต.ท.อรรถวิทธ์ เพียรเลิศ รอง ผกก.ฝอ.10 บก.อก.บช.ก.เป็น รอง ผกก.4 บก.ปคม.

พ.ต.ท.รณกร รัตนะพร สว.ฝอ.บก.ส.2 เป็น สว.กก.6 บก.ส.3

พ.ต.ท.วิทูรย์ ดิเรกโภค สว.อก.สังขะบุรี จ.กาญจนบุรี เป็น สวป.สภ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์
Read more ...

แย้มโผ รอง ผบก.-ส.ว.เด็กเส้นวิ่งฝุ่นตลบ

29/3/55
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 29 มี.ค.2555

วันนี้ ( 29 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 มี.ค. เวลา 14.00 น.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 

นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 5/55 มีวาระเรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

เรื่องที่ 1. การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.-สว. วาระประจำปี 2554

เรื่องที่ 2. พ.ต.ท.เสริมพร พรหมศรี ขอให้ ก.ตร.ทบทวนมติ โดยในวาระเรื่องการแต่งตั้ง เป็นการขอ ก.ตร. ยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง กรณียกเว้นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งในการแต่งตั้ง รองผบก.-สว. หลายราย โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผู้ที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์กรณีนี้ จนทำให้ต้องมีการนัด ก.ตร. แบบแร่งด่วน จนประเด็นที่เหล่าข้าราชการตำรวจจับตามอง เนื่องจากจนถึงจนขณะนี้เหลืออีกเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น จะครบกำหนดที่ต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับโผการโยกย้ายนายตำรวจ ใน บช.น. มีรายงานว่า

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ร่วมกับรองผบช.น. พิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ

- รองผบก.-สว. ประจำปี 2554 มีเก้าอี้ที่ว่างระดับ รองผบก. ว่าง 9 ตำแหน่ง
- ผกก. ว่าง 11 ตำแหน่ง
- รองผกก.มี 12 ตำแหน่ง แต่แบ่งเก้าอี้ให้ พงส.(สบ3) เลื่อนเป็นรองผกก. 3 ตำแหน่ง เหลือ 9 ตำแหน่ง และ
- สว. มี 29 ตำแหน่ง

มีนายตำรวจที่มีสิทธิ์ได้เลื่อนขึ้นตามบัญชีอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ 3 ตำแหน่ง ได้แก่

พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง อาวุโสอันดับที่ 1 คว้าที่นั่งรองผบก. ก่อนเกษียณ

พ.ต.อ.ชาญ แก้วท่าไม้ ผกก.สน.บางขุนเทียน และ

พ.ต.อ.สมศักดิ์ วิมานรัตน์ ผกก.สน.บางซื่อ เป็น รองผบก.อก.บช.น.

พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เตชะรักษ์พงษ์ รองผบก.น.3 โยกเป็น รองผบก.น.1

พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาค รองผบก.น.7 โยกเป็น รอง ผบก.น.1

พ.ต.อ.จักษ์ จิตตธรรม ผกก.สน.ท่าเรือ ได้โรงพักดีเด่นเลื่อนขึ้นเป็น รองผบก.

พ.ต.อ.วีระ จิรวีระ ผกก.สน.เตาปูน

พ.ต.อ.สุนทร โตรอด ผกก.สน.หลักสอง

พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผกก.สน.บางรัก

พ.ต.อ.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผกก.สน.ปทุมวัน

พ.ต.อ.สุรพันธ์ ปัทมะทิน ผกก.ศฝร. ลุ้นขึ้น รองผบก.

ส่วนตำแหน่งผกก. นายตำรวจอาวุโสที่เลื่อนตำแหน่งอัตโนมัติ 3 ตำแหน่ง ได้แก่

พ.ต.ท.ถวัลย์ พวงเกษม รองผกก.สส.สน.บางกอกน้อย อาวุโสอันดับที่ 1

พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ รองผกก.สส.สน.บางมด และ

พ.ต.ท.สมบัติ แก่นวิจิตร รองผกก.สส.สน.หลักสอง

ขณะที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สายตรวจ 191 ได้รับการการันตีจากผู้บังคับบัญชารักษาเก้าอี้ไว้ได้

พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ดอนเมือง คาดว่าโยกเป็นผกก.สน.ลุมพินี

พ.ต.อ.ทรงยศ ถวัลย์กิจดำรงค์ ผกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี นายตำรวจใกล้ชิด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็นผกก.สน.บางรัก

พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.ลาดกระตบัง นรต.รุ่น 32 เป็น ผกก.สน.วังทองหลาง

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ นรต.รุ่น 46 นายเวร ผบ.ตร. เป็น ผกก.สน.บางนา

ส่วนระดับ ผกก.คุมงานกองกำกับการสืบสวนนครบาลนั้น

พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 อาวุโสลำดับ 4 ยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานสืบสวนพื้นที่สำคัญนั่งเก้าอีปีสุดท้ายก่อนเกษียณ

พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.ภ.3 นายตำรวจคนสนิท ผบช.น. คาดว่าโยกข้ามหน่วยมาเป็น ผกก.สส.บก.2

พ.ต.อ.สุเทพ ภูยานนท์ ผกก.สน.บึงกุ่ม เป็น ผกก.สส.บก.น.3

พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.4 เลื่อนเป็นรองผบก. เปิดทางให้

พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธร ผกก.ฝอ.10 ศชต. เด็กในคาถา ผบช.น. โยกข้ามหน่วยจากแดนใต้เป็น ผกก.สส.บก.น.4

พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผกก.สส.บก.น.7 นายตำรวจสายคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ข้ามจากฝั่งธนฯ เป็นผกก.สส.บก.น.5

พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.บก.น.2 ย้ายข้ามหน่วยเป็นผกก.สส.บก.น.6 โดย

พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ อดีตนายตำรวจติดตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ โดนย้ายออกนอกหน่วย

พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.บก.น.8 ยึดเก้าอี้ที่เดิมไว้ได้ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สน.ตลิ่งชัน ผลงานจับยาเสพติดที่ขนส่งสายใต้ใหม่ได้หลายล้านเม็ด เป็น ผกก.สส.บก.น.9

ขณะที่ระดับรองผกก. คาดได้เลื่อนเป็นผกก. ได้แก่ พ.ต.ท.ไชยา คงทรัพย์ สวญ.สน.บางคอแหลม เป็นผกก.ดส.บช.น.

พ.ต.ท.สำราญ นวลมา รองผกก.สส.2 บก.สส.

พ.ต.ท.วิเชียร แสงพิทักษ์ รองผกก.ป.สน.ตลิ่งชัน

พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผกก.เก็บกู้ระเบิด บก.สปพ. คาดขึ้นผกก.ที่เดิม

พ.ต.ท.สถิต สังข์ประไพ รองผกก.ป.สน.เตาปูน น้องชาย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น.คาดโยกข้ามมาเป็น รองผกก.ป.สน.ห้วยขวาง
Read more ...

"ผบ.ตร." เปิดหมดเปลือก! ปมร้อน "ชายชั้น 7" รับมีอำนาจแทรกแซงแต่งตั้ง วิ่งเต้นกันอุตลุด

22/3/55
โดยมติชน เมื่อ 21 มี.ค.2555

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึง สารวัตร(สว.) วาระประจำปี 2554 ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า การแต่งตั้งไม่มีการเลื่อน หรือขยายเวลาออกไป ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม ตามกรอบเวลา ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชตำรวจ (ก.ตร.)

@ การแต่งตั้งครั้งนี้มีกระแสข่าวมีอำนาจจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง

การแต่งตั้งทุกครั้ง มีอำนาจเข้ามาแทรกอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นความจริง ยอมรับว่ามีอำนาจมาแทรก ตำรวจมันไม่เหมือนหน่วยงานอื่น มันวิ่งกันอุตลุด นี่ตั้งกี่เดือนแล้วยังไม่จบเลย แต่ผมบอกว่าครั้งนี้ผมไม่ยอม ต้องจบ เดือนมีนาคม ต้องเสร็จ ที่ล่าช้าเรื่องวิ่งก็มีส่วน

@ กรณีที่ว่ามีชายชั้น 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง

เป็นเรื่องที่พูดกัน แต่ยืนยันว่าผมไม่ยอม จะมาแบบทำให้ระบบมันเสีย เอาผลประโยชน์มาพัวพัน ถ้าอย่างนี้ถ้ารู้แล้วต้องดำเนินคดีอาญากับคนเหล่านี้ มาทุจริต มาเรียกร้องเงินตำรวจ ต้องดำเนินคดีอาญาเลย ไม่ต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมบอกว่างานตำรวจถ้าเรายอมให้มีระบบซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น เด็กก็ไม่ทำงาน มันไม่ต้องทำงานหรอก แค่ไปวิ่งเสียเงินก็ดำรงตำแหน่งได้ ผมไม่ยอมหรอก ได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งเป็นเรื่องมานานเล้ว ไม่ใช่ในสมัยผม ก็มีแล้ว มีมาเนิ่นนานแล้ว อย่าไปพูดเลย ผมจะทำให้ดีที่สุด

“ตัวผม ผมไม่ทำแล้วกัน พยายามจะป้องกันด้วย ว่าคนไหนทำผมไม่ยอม ถ้าชั้น 7 ชั้นอะไรมาผมไม่ได้คุยด้วยกับเขาอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกน้องก็เข้าใจผมดี คนชั้น 7 ไม่อยู่แล้ว ผมไม่เจอ ผมไม่เคยขึ้นไปชั้น 7 ผมไม่เคยเจอเขา”

@ คนชั้น 7 ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ?

เขาคงขึ้นมาหาใคร คงแวะมาหาใครที่ เขารู้จัก คนข้างในก็คุยด้วยบ้าง ไม่คุยด้วยบ้างเขาก็ไป ไม่มีหรอกเข้ามาเกี่ยวอะไร ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องเรืองจัดซื้อจัดจ้าง

“ผมต้องเรียนว่า คนคนนี้ทำความหนักใจให้กับผม คือมีคนพูดเยอะ อย่างโน้นอย่างนี้ ผมบอกเลย ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันได้ ผมเองไม่เอาคนคนนี้ ก็ไม่มีอะไร ไม่มีสายการเมืองส่งมาแลกเปลี่ยนอะไร เป็นที่ปรึกษาก็ไม่มี ใครก็อ้างได้ เป็นที่ปรึกษาผม ที่เป็นที่ปรึกษาเป็นหลักเป็นฐาน มี พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ พล.ต.ต.มณสัณฑ์ สุขกนิษฐ์ พล.ต.ต.จำนงค์ แก้วศิริ มีแค่นี้ ยืนยันว่าคนๆนี้ไม่เกี่ยวอะไร ที่ว่ามาก้าวก่ายการแต่งตั้งไม่มี ไม่มีใครเอา เด็กๆก็รู้ ไม่มีใครเอาหรอก ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีไป ว่าไป”

@ มีกระแสข่าววิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก. 3 ล้าน คนวิ่งได้ 5 แสน

มีที่ไหนหรือ พวกตำรวจก็แบบนี้ น่าปวดหัว ส่วนกรณียกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะตั้งใคร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา ทุกอย่างต้องเป็นธรรมตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วง

อนึ่งมีรายงานวันเดียวกันว่า สำหรับบรรยากาศบนอาคาร 1 ชั้น 7 ฝั่งซ้าย ซึ่งเคยเป็นสำนักงานผบ.ตร.และเป็นห้องทำงานส่วนตัวของพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผบ.ตร. ซึ่งมีข่าวลือกันว่าได้กลายเป็นห้องทำงานชายแปลกหน้า ที่ตกเป็นข่าว ว่าอาจเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจในขณะนี้ ปรากฎว่าภายในห้องฝั่งซ้ายปิดไฟสนิท ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน แต่ยังคงมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานวางอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวสะพัดว่าชายคนดังกล่าวจะแวะเวียนเข้ามานั่งทำงานในห้องสำนักงานชั้น 7 เป็นประจำ

กระทั่งสื่อมวลชนนำเสนอข่าวถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชายแปลกหน้าดังกล่าว เดินทางเข้ามายังสำนักงานชั้น 7 น้อยลง ขณะที่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานของชายคนดังกล่าวซึ่งมีนายตำรวจยศ พล.ต.ต. รวมอยู่ด้วยที่เคยมานั่งเป็นประจำ ก็หายไปด้วยเช่นกัน แต่มีกระแสข่าวลือว่า แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ที่ชั้น 7 แต่ชายคนดังกล่าวและพวก ยังคงมีความพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจ โดยใช้บ้านพักหลังหนึ่งย่านลาดพร้าวเป็นสำนักงานชั่วคราวในการทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ
Read more ...

ผบ.ตร.ไม่ยอมชายชั้น 7 ล้วงโผโยกย้าย

22/3/55
โดยคมชัดลึก เมื่อ 21 มี.ค.2555

"เพรียวพันธ์" รับถูกแทรกแซงโผโยกย้ายรองผู้การ-สารวัตร ชี้ "ชายชั้น7" มีจริง แต่ไม่รับฟัง ไม่เอา ไม่ยอม ระบุพบยุ่งแต่งตั้งเอาผลประโยชน์ "อชิริวิทย์" เผยผลสอบ "ศรีวราห์" ศชต.ยืนยันสิทธิทวีคูณ เตรียมหารือ ก.ตร.
           
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) 

กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ(รอง ผบก.) ถึงสารวัตร(สว.) วาระประจำปี  ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า การแต่งตั้งไม่มีการเลื่อนหรือขยายเวลาออกไป ต้องเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ตามกรอบเวลา ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ตนขออนุมัติเปิดตำแหน่งใหม่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อรองรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต
           
"เรื่องนี้เร่งรีบเพราะต้องเอาคนมาทำงาน เนื่องจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นวันหนึ่งเป็นแสนคน ทุกวันนี้ใช้กำลังจากหน่วยงานข้างเคียงมาช่วยไปพลางๆ ใช้การจัดแถวรูปงู (snake line)ก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ได้รายงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทราบแล้วว่าขณะนี้การแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่พอกับปริมาณนักท่องเที่ยวดำเนินไปด้วยดี

แต่ก่อนสิ้นเดือนนี้ แถวเจ้าหน้าที่ต้องเต็ม ทั้งนี้ตำแหน่งในสตม. จะขออนุมัติก.ตร.บางส่วนเป็นตำแหน่งเดิม ของกลุ่มตำรวจชั้นประทวน ที่สอบเป็นชั้นสัญญาบัตรได้ 98 คน แต่ต้องขอ ก.ตร.ทันทีที่อนุมัติ ตนจะแต่งตั้งคนเหล่านี้ที่เคยอยู่ มีทักษะภาษาอังกฤษไปดำรงตำแหน่งที่ สตม.ได้เลย ส่วนตำแหน่งเปิดใหม่ ตามการขยายโครงสร้างสตม.ซึ่งมีระดับรองสารวัตรด้วย ตนก็จะแต่งตั้งเลย" ผบ.ตร. กล่าว
           
เมื่อถามว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีกระแสข่าวว่ามีอำนาจจากภายนอกเข้ามาแทรกแซง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การแต่งตั้งทุกครั้งมีอำนาจเข้ามาแทรกอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นความจริง และยอมรับว่ามีอำนาจมาแทรก
           
“ตำรวจมันไม่เหมือนหน่วยงานอื่น มันวิ่งกันอุตลุด นี่ตั้งกี่เดือนแล้วยังไม่จบเลย แต่ผมบอกว่าครั้งนี้ผมไม่ยอม ต้องจบ เดือนมีนาคมต้องเสร็จ ที่ล่าช้าเรื่องวิ่งก็มีส่วน” ผบ.ตร. กล่าว เมื่อถามถึงแล้วกรณีที่มีชายชั้น 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พูดกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่ยอม
           
“จะมาทำให้ระบบมันเสีย เอาผลประโยชน์มาพัวพัน ถ้าอย่างนี้ถ้ารู้แล้วต้องดำเนินคดีอาญากับคนเหล่านี้ มาทุจริต มาเรียกร้องเงินตำรวจ ต้องดำเนินคดีอาญาเลย ไม่ต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมบอกว่างานตำรวจถ้าเรายอมให้มีระบบซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น เด็กก็ไม่ทำงาน มันไม่ต้องทำงานหรอก แค่ไปวิ่งเสียเงินก็ดำรงตำแหน่งได้ ผมไม่ยอมหรอก" ผบ.ตร. กล่าวและว่า ได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ในการแต่งตั้งเป็นเรื่องมานานเล้ว ไม่ใช่ในสมัยตน ก็มีแล้ว มีมาเนิ่นนานแล้ว อย่าไปพูดเลย ตนเองจะทำให้ดีที่สุด
           
“ตัวผม ผมไม่ทำแล้วกัน พยายามจะป้องกันด้วยว่าคนไหนทำ ผมไม่ยอม ถ้าชั้น 7 ชั้นอะไรมาผมไม่ได้คุยด้วยกับเขาอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกน้องเข้าใจผมดี

คนชั้น 7 

ไม่อยู่แล้ว ผมไม่เจอ ผมไม่เคยขึ้นไปชั้น 7 ผมไม่เคยเจอเขา” ผบ.ตร.กล่าว
           
เมื่อถามว่า คนชั้น 7 ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ผบ.ตร. กล่าวว่า คงขึ้นมาหาใคร คงแวะมาหาใครที่รู้จัก คนข้างในก็คุยด้วยบ้าง ไม่คุยด้วยบ้าง เขาก็ไป ไม่มีหรอก เข้ามาเกี่ยวอะไร ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง
           
“ผมต้องเรียนว่า คนคนนี้ทำความหนักใจให้กับผม คือมีคนพูดเยอะ อย่างโน้นอย่างนี้ ผมบอกเลย ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันได้ ผมเองไม่เอาคนคนนี้ ก็ไม่มีอะไร ไม่มีสายการเมืองส่งมาแลกเปลี่ยนอะไร เป็นที่ปรึกษาก็ไม่มี ใครก็อ้างได้ เป็นที่ปรึกษาผม ที่เป็นที่ปรึกษาเป็นหลักเป็นฐาน มี

พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ 


พล.ต.ต.มณสัณฑ์ สุขกนิษฐ์ 


พล.ต.ต.จำนงค์ แก้วศิริ 

มีแค่นี้ ยืนยันว่าคนๆนี้ไม่เกี่ยวอะไร ที่ว่ามาก้าวก่ายการแต่งตั้งไม่มี ไม่มีใครเอา เด็กๆก็รู้ ไม่มีใครเอาหรอก ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีไป ว่าไป” ผบ.ตร. กล่าว
           
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าววิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก. เป็นเงิน 3 ล้าน คนวิ่งได้ 5 แสน ผบ.ตร.กล่าวว่า มีที่ไหนหรือ พวกตำรวจก็แบบนี้ น่าปวดหัว ส่วนกรณียกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะตั้งใคร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา ทุกอย่างต้องเป็นธรรมตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วง
           
ผบ.ตร.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการนับอายุราชการทวีคูณ

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

เพื่อใช้สิทธิ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ว่าเรื่องนี้เพิ่งคุยกับ


พล.ต.ท.ไพทูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ผบช.ศชต.)

เมื่อวานนี้ ซึ่ง ผบช.ศชต.ยืนยันว่า มีการประชุมเรื่องนี้กันแล้ว และยืนยันตามเดิมเรื่องการให้สิทธินับอายุราชการทวีคูณ
           
“ผมก็บอกไป คราวนี้ข้อมูลเพิ่มขึ้น มีข้อมูลใหม่ก็ควรเอามาพิจารณา แต่หากยืนยันอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร ผมจะเอาเรื่องนี้ไปคุยใน ก.ตร.ว่า ก.ตร.จะเอาหรือเปล่า ตัดสินเลยหรือเปล่า เพราะเรื่องนี้ควรต้องสรุปแล้ว ยืดเยื้อนานมากแล้วคนที่ควรได้รับการแต่งตั้งโดยไม่ได้ใช้เล่ห์ กลอุบายอะไรก็ไม่ได้รับการแต่งตั้งสักที ไอ้คนที่ใช้เล่ห์กลอุบายก็เป็นอย่างนี้ ซึ่งผมไม่ได้ว่าใครนะ ก.ตร.ครั้งนี้แม้ไม่ได้บรรจุวาระ แต่ผมจะเอาเข้าไปคุย เรื่องนี้ทาง ศชต.บอกว่าสรุปมานานแล้ว แต่นั่นเป็นข้อมูลเก่า แต่หากมีข้อมูลใหม่เพิ่มมากขึ้น ควรเอามาพิจารณาด้วย ถึงจะเป็นธรรม ขณะนี้ รรท.ผบช.ภ.1 ก็ยังเป็นคนเดิม ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่งตั้งไม่ได้สักที มันตลก” ผบ.ตร. กล่าว
           
ขณะที่มีรายงานในวันที่ 23 มีนาคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ตร. โดยมีวาระสำคัญ คือ เรื่องที่เสนอเพื่อทราบผลการตอบข้อหาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับระเบียบ ตร.ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ส่วนเรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณาการกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก.เพิ่มให้กับ สง.ก.ต.ช.และ บช.ศ. การปรับโครงสร้างและกำหนดตำแหน่งให้กับ สง.นรป. , จต. , กมค. , ทพ.สกพ. , อต. , พท.สกพ. , สง.ก.ตร. , บช.ปส.(ศูนยสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด) รวมถึงผลการหารือของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการายงานการดำเนินการทางวินัย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.
           
ด้าน

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. - สว. ว่าเรื่องนี้อยากจะชี้แจงว่า เมื่อคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และกล่าวหากันไปต่างๆ นานาน ทั้งเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง เรื่องตั๋วจากนักการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ แต่หากคำสั่งแต่งตั้งออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมกับมีการร้องทุกข์เข้ามา ตรงนี้จะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องมีการพิสูจน์ต่อไป ส่วนกรณีการวิ่งเต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ได้ดำรงตำแหน่งที่ดีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติในทุกองค์กร ที่จะมีการวิ่งเต้นหรือแทรกแซง อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งต้องยึดคุณธรรม และระบบอาวุโสเป็นหลัก
           
“ผมคิดว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้การฯ ถึงสารวัตรในครั้งนี้ น่าจะเสร็จทันภายในวันที่ 31 มีนาคม นี้ แต่การจะชะลอการแต่งตั้งออกไปก่อนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล การปรับโครงสร้างต่างๆ รวมถึงเรื่องน้ำท่วมก็อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว
           
เมื่อถามถึงกระแสข่าวชายแปลกหน้า ชั้น 7 พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ยิน แต่ทราบว่า ผบ.ตร.ไม่ยอม ไม่ได้รับฟัง แต่ก็เป็นธรรมดาในช่วงการแต่งตั้งที่หลายคนพยายามสร้างราคาให้ตัวเอง
           
ขณะที่มีรายงานว่า บรรยากาศบนอาคาร 1 ชั้น 7 ฝั่งซ้าย ซึ่งเคยเป็นสำนักงาน ผบ.ตร.และเป็นห้องทำงานส่วนตัวของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ได้กลายเป็นห้องทำงาน

ชายแปลกหน้า

ที่ตกเป็นข่าวว่า อาจเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจในขณะนี้ โดยภายในห้องฝั่งซ้ายปิดไฟสนิท ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน แต่ยังคงมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานวางอยู่ โดยก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวจะแวะเวียนเข้ามานั่งทำงานในห้องสำนักงานชั้น 7 เป็นประจำ กระทั่งสื่อมวลชนนำเสนอข่าวถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชายแปลกหน้าดังกล่าว เดินทางเข้ามายังสำนักงานชั้น 7 น้อยลง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานของชายคนดังกล่าว ซึ่งมี

นายตำรวจยศ พล.ต.ต.

รวมอยู่ด้วยที่เคยมานั่งเป็นประจำก็หายไปด้วยเช่นกัน แต่มีกระแสข่าวว่า แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ที่ชั้น 7 แต่ชายคนดังกล่าวและพวก ยังคงมีความพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจ โดยใช้บ้านพักย่านลาดพร้าวเป็นสำนักงานชั่วคราวในการทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ
Read more ...

โผตำรวจ

21/3/55
โดย วงค์ ตาวัน ข่าวสด เมื่อ 20 มี.ค.2555

ระยะนี้ผลงานตำรวจไทยยุคร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ กำลังเดินหน้าเรื่องยาเสพติดอย่างได้ผล มีผลงานจับกุมยาบ้า ยาไอซ์ ล็อตใหญ่ๆ ถี่ยิบ

ปราบกันตั้งแต่ภาคเหนือ มาจนถึงในโรงพยาบาล

เล่นฉกเอายาแก้หวัดแก้แพ้ ส่งไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้ากันเป็นว่าเล่น เริ่มตรวจพบในโรงพยาบาลหลายแห่ง

เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข และหยุดยั้งให้ได้

ที่แน่ๆ ปฏิบัติการปราบยาเสพติดของตำรวจยุคนี้ เป็นผลงานที่เชิดหน้าชูตาให้กับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

เป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรัฐบาลยุคก่อน!

พร้อมๆ กันระยะนี้ เป็นช่วงจัดทำโผโยกย้ายระดับรองผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร ทั่วประเทศพอดี

ด้านหนึ่งผลงานปราบยาเสพติด จะเป็นคะแนนช่วยให้ได้รับการพิจารณาเลื่อนชั้นได้เป็นอย่างดี

อีกด้านหนึ่งเครดิตของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จากผลงานด้านนี้

ช่วยให้สถานะของผบ.ตร.เข้มแข็งขึ้น ในการกุมดาบอาญาสิทธิ์พิจารณาบัญชีโยกย้าย

กระบวนการจัดทำโผในขณะนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่า อยู่ในระบบปกติขององค์กรตำรวจ

ทำโผกันที่ตึกสำนักงานกำลังพล อาคาร 19 ส่วนชั้น 7 ของตึกไหน ไม่เกี่ยวทั้งสิ้น!!

แน่นอนว่า ฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ย่อมต้องมีการสนับสนุนหรือช่วยป้อนข้อมูลในการแต่งตั้งโยกย้าย

ตั๋วการเมืองย่อมต้องมี

ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ย่อมรู้เห็นการประพฤติปฏิบัติของตำรวจในแต่ละโรงพัก ย่อมมีตั๋วมาเชียร์มาหนุนหรือมาเสนอให้เชือดให้เด้งเป็นเรื่องปกติ

แต่การเมืองจะสนับสนุนใคร ก็ต้องส่งมาผสมผสานกับบัญชีขององค์กรตำรวจตามขั้นตอน สุดท้ายต้องขึ้นกับการพิจารณาของผู้บัญชาการแต่ละหน่วย ซึ่งจะต้องเป็นผู้ออกคำสั่งโยกย้ายของแต่ละกองบัญชาการ
ข่าวที่ว่าขัดกันหนัก ต่างขั้วต่างทำบัญชี ยังเป็นแค่เรื่องที่พูดๆ กันไป

ที่สำคัญต้องรู้ว่าผบ.ตร.คนนี้ ชื่อชั้นวงศ์ตระกูลไม่ธรรมดา

ความสัมพันธ์กับแกนนำของพรรครัฐบาลเป็นไปอย่างแนบแน่น

การจัดทำโผจึงน่าจะประสานกันได้อย่างราบรื่น

ถูกแล้วที่ต้องให้องค์กรตำรวจเป็นหลักในการจัดทัพจัดแถว ฝ่ายการเมืองก็ผสมผสานตามสมควรอย่างลงตัว

สุดท้ายเมื่อเซ็นคำสั่งแต่งตั้งออกมาจะได้ไร้ข้อครหา!
Read more ...

ห่วง–พลาดท่า

10/3/55
โดยสหบาท ไทยรัฐ เมื่อ 8 มี.ค.2555

ก.ตร.ประชุมลงมติเห็นชอบเปิดตำแหน่งใหม่หลายอัตรา

แต่เรื่องใหญ่ที่หลายคนถามไถ่กันมากคือ การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สารวัตร ที่ค้างเติ่งข้ามปี และมีกำหนดคลอดได้แน่ภายใน 31 มี.ค.นี้ จะมีโรคเลื่อนอีกหรือไม่

ขณะเดียวกัน เก้าอี้ ผบช.ภ.1 ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ตอกย้ำ ความล้มเหลวของ ก.ตร.

ถึงตอนนั้นสิทธิอันชอบธรรมในการทำบัญชีแต่งตั้งจะอยู่กับใคร

แล้วตำแหน่งมากมายที่ผุดขึ้นเป็นกองกระบุง ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรกับการเพิ่มเก้าอี้ปรับอัตราเพื่อหาตำรวจไปลงนั่งเท่านั้นหรือ

คำถามเหล่านี้น่าหนักใจแทน 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.

ที่ถูกมองว่าแกร่งในงานบู๊ เก่งในเรื่องปราบปรามทำผลงานกำราบเครือข่ายยานรกเข้าตาชาวบ้าน แต่ “งานบ้าน” ในองค์กรสีกากียังเป็น “ข้อด้อย” ในเรื่องงานบุ๋น

แถมมีโอกาสพลาดท่าเสียที เพราะมีคนคอยจ้องเอาชื่อไปหาผลประโยชน์

เพราะขณะนี้เกิดเสียงกล่าวขานกระหึ่มกรมปทุมวัน มี “บุคคลภายนอก” พยายามเข้ามาจัดระบบระเบียบตั้งโต๊ะทำงาน “เรียกแขก” เหมือนเคยเกิดขึ้นในองค์กรสีกากี “ยุคหนึ่ง” ที่ลือกันหึ่งเรื่อง “วิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้” ตีราคามูลค่าหลายสิบล้านบาท

วงจรอุบาทว์ย้อนคืนสู่สำนักปทุมวันอีกครั้งเมื่อบุคคลเดียวกันนี้กลับสู่รังเก่า แล้วพยายามเล่นบทบาทเดิมเชื้อเชิญคนมากหน้า หลายตามาเป็นพวก ทำพฤติกรรมราวกับผู้มีอำนาจสูงสุดในองค์กร เปิด “ไฟเขียว” รับใบสั่ง “ทำตั๋ว” แต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ

เสียงวิพากษ์นี้กระหึ่มในกรมปทุมวันมานานเป็นเดือนแล้ว

ถึงวันนี้ กระแสวิพากษ์ก็มิได้ลดน้อยลงไป ท่ามกลางความอึดอัดของตำรวจในกรม แต่ “บุคคลภายนอก” กลับไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน ยังคงเดินเข้าออกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นปกติ

เสียงร่ำลือของการซื้อขายตำแหน่งครั้งใหญ่ในวงการสีกากีก็เลยกระหึ่มหนักขึ้น

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ขึ้นชื่อเป็นมือปราบ รู้ตำราเลี้ยงโจรไว้จับโจร

คงไม่คิดเลี้ยงโจรไว้ปล้นบ้านตัวเอง เป็นห่วงครับ
Read more ...

ใครทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ อำนาจที่แท้ตกอยู่ในมือใคร?

6/3/55
โดย เหยี่ยวถลาลม มติชนออนไลน์ เมื่อ 6 มีนาคม 2555

ผู้ทำลาย

หากการแต่งตั้งโยกย้ายทหารหมายถึง การวางขุมกำลังเพื่อค้ำยันเสถียรภาพของรัฐบาล การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจก็มีคุณค่ามีความหมายต่อผลแพ้ชนะในสนามเลือกตั้ง

ไม่เพียงเท่านั้น การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจยังมีความหมายต่อ "คดีความ" ต่างๆ ที่คั่งค้างยังไม่มีธง

เช่นนี้ ทำให้ตีความได้ว่า

ตำรวจถูกหมายตาเพื่อเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้การเมืองใช้สอย 2 ประการ

1. ใช้สำหรับเอื้ออำนวยช่วยส่งเสริมให้สามารถเคลื่อนไหวช่วงชิงความเหนือกว่าคู่แข่งขันทางการเมือง

2. ใช้งานด้านคดีความ

ไม่ว่าฝ่ายใดบริหารประเทศ ตำรวจก็ยากที่จะมีอิสระ !?

สถานะที่เป็น "ต้นธาร" กระบวนการยุติธรรมของตำรวจจึงยังคงถูกดูแคลนต่อไป !!

ทั้งในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ย่อมถูกประเมินค่าแค่ "ผู้รับใช้"

จะปรับโครงสร้าง จะพัฒนาระบบบริหารจัดการกันกี่ครั้งกี่หน ความเป็นไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติล้วนถูกผูกเอาไว้กับ "ภาวะผู้นำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"

การแต่งตั้งโยกย้ายตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการที่กำลังจะมาถึงนี้ก็เช่นกัน

หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมี "ภาวะผู้นำ" ต่ำ

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจย่อมบิดเบี้ยวไปตามการชี้นิ้วบงการของ "ผู้อื่น" !

ปัญหาอยู่ที่ "ผู้อื่น" นั้นเป็นใคร

ใช่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือไม่

ใช่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งควบคุมกำกับดูแลกิจการขององค์กรตำรวจ หรือไม่

ใช่ "คนจากแดนไกล" หรือไม่ !?

แท้จริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม หาได้มีโอกาสแตะต้องสัมผัสจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจคราวนี้แต่อย่างใด

"คนจากแดนไกล" ก็อยู่ไกลเกินไป เพียงได้รับ "ข้อมูลข่าวสารซึ่งผ่านการคัดสรร และปั้นแต่ง !!"

"อำนาจ" ในการแต่งตั้งโยกย้ายที่แท้กลับตกอยู่ในมือ "ผู้อื่น"

"ผู้อื่น" เป็นคนนอก

รู้กันทั่วไปว่าเป็นตัวทุจริตคอร์รัปชั่น

น่าสะทกสะท้านใจที่ตอนนี้ราวกับไม่มี "ผบ.ตร."

การจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตกอยู่ในมือ "ผู้อื่น" !?!!
Read more ...

ชำแหละ"บัญชีผี"คนนอกบนชั้น 7 ที่สีกากีนักวิ่งทุกสายมุ่งหา

28/2/55
โดยเหยี่ยวถลาลม นสพ.มติชน เมื่อ 28 ก.พ.2555

คนนอก

กล่าวโดยหลักการ การจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อที่จะแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการที่ยังคงค้างอยู่ล้วนเป็น "อำนาจ" ของผู้บัญชาการ

ผู้บังคับบัญชาโดยตรงควรมี "อำนาจ" ในการให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชา

นี่เป็นหลักการกระจายอำนาจ

ใช้งานใครมีประสิทธิภาพก็ให้คุณคนนั้น

ที่ใช้การไม่ได้ เข็นไม่ไป หรือสร้างปัญหาให้กับหน่วยงาน ย่อมไม่มีคุณ

การแต่งตั้งหรือโยกย้ายเป็นการให้คุณให้โทษชนิดหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ "ผู้บังคับบัญชา" หรือหัวหน้าหน่วยจึงควรเป็นผู้ให้คุณ และโทษ

ในระดับกองบัญชาการ กฎหมายให้อำนาจ "ผู้บัญชาการ" ผู้จัดทำบัญชีรายชื่อ

จากนั้นใช้บอร์ดของกองบัญชาการ ตรวจสอบ ถกเถียง กลั่นกรอง ก่อนที่ลงนาม

คำพูด หรือคำสั่งของผู้บัญชาการจึงจะมีน้ำหนัก

ความเป็นผู้บัญชาการจึงจะมีความหมาย

แต่สถานการณ์ที่เป็นจริงทุกวันนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่

สถานะของผู้บัญชาการราวหัวหลักหัวตอ !

แค่สารวัตรยังมองข้ามหัวผู้บัญชาการ

เมื่อ "ผู้บัญชาการ" ไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายก็คล้ายยักษ์ไม่มีกระบอง

ใครจะฟังผู้บัญชาการ !?

การจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายขณะนี้ทำกัน 2 บัญชี

หนึ่ง เรียกว่า บัญชีตำรวจ

อีกหนึ่ง ตำรวจเขาเรียกว่า "บัญชีผี"

ผู้จัดทำบัญชีผีไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา

ไม่ใช่ตำรวจ

เป็น "คนนอก" แต่สามารถจิกหัวเรียกตำรวจมาซักไซ้ไล่เรียง

ใครจะอยู่ใครจะไป บันดาลได้

บัญชีผีกำลังขลังกว่าบัญชีนาย !

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่กำลังจะมาถึงมีแนวโน้มว่าเละเทะ

คนใช้งานไม่ได้แต่งตั้ง

คนที่แต่งตั้งไม่ใช่นาย

ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้าไปหา "คนนอก"

คนนอกปะปนกับคนในอยู่บนชั้น 7 อาคารแห่งหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

"คนนอก" มีอิทธิพลคุกคามกระทั่งตำรวจจำนวนหนึ่งสยบยอม

บัญชีผีของคนนอกจึงมาแรง

แรงกว่าบัญชีกองบัญชาการ แรงกว่าบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เช่นนี้แล้ว ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช.ต่างๆ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน !?!!
Read more ...

คอลัมน์ ยุทธจักรแปดแฉก

6/2/55
โดยคอลัมน์ ยุทธจักรแปดแฉก ข่าวสดออนไลน์ เมื่อ 5 ก.พ.2555

ลั่นแค่ข่าวโคมลอยเปลี่ยนตัวผบ.ตร. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ยืนยันไม่เคยมีความคิดจะย้าย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พ้นเก้าอี้ผบ.ตร.แล้วให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ขึ้นเป็นผบ.แทน โวยสื่อบางฉบับวิเคราะห์กันเลยเถิด เขียนให้วงการตำรวจแตกแยก ชี้ บิ๊กอ๊อบ ทำงานดีอยู่แล้ว อีกทั้งอำนาจย้ายผบ.ตร.อยู่ที่ก.ต.ช. ไม่ใช่ก.ตร. ...

จัดทัพใหม่รองผบ.ตร. บิ๊กอ๊อบ เซ็นแบ่งงาน ให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รับผิดชอบงานบริหาร พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต คุมนครบาล-ภาค 5-6-7 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ดูบช.ปส. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหราฯ คุมภาค 1-2-3-4 พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ดูแลงานศชต. พล.ต.อ.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ ดูแลภาค 8-9 พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ดูแลงานงานความมั่นคง บช.ก.(เฉพาะบก.ทล.) สันติบาล และตชด. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ดูแลบช.ก. ...

แต่เปลี่ยนกันอย่างไรก็ตาม ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด เห็นจะเป็นการปรากฏตัวของ สิ่งแปลกประหลาดที่ชั้น 7 อาคารใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสัญญาณอันตรายที่ผู้รับผิดชอบต้องตระหนักให้ดี ... 

ทุกหน่วยงานเร่งปราบยาเสพติดสนองนโยบายรัฐบาล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีราชทัณฑ์ เตรียมเสนอรัฐบาลของบ 3 พันล้านสร้างคุกซูเปอร์แม็กซ์ไว้ขังหัวโจกยาเสพติด ตัดวงจรยาบ้าให้เด็ดขาด ... 

นครบาลฟิตปั๋ง พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ย้ำอีกรอบต้องกวาดล้างยาบ้าให้หมด ล่าสุด พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. นำกำลังตรวจค้น 3 ชุมชนใหญ่ย่านพญาไท จับทั้งคนทั้งยาบ้าได้เพียบ ... 

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภาค 2 นำทีม พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สุกิตติ ไสวเกียรติ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.อ.มนตรี รอดปราณี ผกก.สภ.ศรีราชา รวบนักค้ายานรกเครือข่ายคุกบางขวางยึดยาบ้า-ไอซ์ มูลค่าขายกว่า 6 ล้าน เป็นการจับครั้งใหญ่ของภาคตะวันออก ... 

น.1-วินัย ทองสอง ออกมาการันตีว่าท้องที่ 88 โรงพักนครบาลไม่มีบ่อนตามที่เสี่ยอ่างเปิดโปง แต่ยังกำชับทุกพื้นที่ห้ามมีบ่อนลักลอบเปิดเด็ดขาด ขณะที่ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผบ.ตร.ให้ตรวจสอบตามลายแทงบ่อนเสี่ยอ่าง ก็สรุปว่ามีเพียงร่องรอยเคยแอบเปิดเล่น แต่ทุกวันนี้ไม่มีอีกแล้ว ... 

จับได้รวดเร็วทันใจ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. นำทีม พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.2 สส.บช.น. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.น.2 พ.ต.อ.หาญ เลิศทวีวิทย์ ผกก.สน.สายไหม รวบ 2 พี่น้องแก๊งรถตู้บุกปล้นบ้านเศรษฐินี กวาดเครื่องเพชรและทองรูปพรรณกว่าล้านบาท ... 

ลุยปราบขบวนการลักลอบค้าช้างป่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. พ.ต.ท.ณรงค์เดช กมลบุตร รองผกก.5 บก.ปทส. ลุยตรวจค้นปางช้างที่กาญจนบุรี ป้องกันไม่ให้มีการนำช้างป่ามาสวมตั๋ว ... 

พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รรท.ผบก.ปทส. ก็โชว์ผลงานจับแก๊งลักลอบขนสัตว์ป่าคุ้มครองส่งออกขายจีน ยึดของกลางเต่าปูรู-ตะพาบ-งูหลาม รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาททีเดียว ... 

ปราบไม่หมดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.ตามจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตุ๋นอดีตอาจารย์สูญ 30 ล้านได้แล้ว เตรียมขยายผลจับต่อทั้งขบวนการ ... 

พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธิกุล ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.ชุมพล ขุนอักษร ผกก.สภ.ตะโหมด รวบลูกจ้างป่าไม้บุกยิงแสกหน้าผช.เภสัชฯ สาวดับ เพราะแค้นฝ่ายหญิงตีจาก ปิดคดีใหญ่ของพัทลุงได้สำเร็จ ... พ.ต.อ.สมิทธิ มุกดาสนิท รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี นำทีม พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล ผกก.สภ.คลองห้า รวบแก๊งโจ๋ซ่าเมากราดยิงนักศึกษาวิศวะเจ็บสาหัส ... 

พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ศราทูล ประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางปะอิน พ.ต.ท.อำนวยพันธ์ นิลน้อย สว.สส. รวบแก๊งโจรแต่งเลียนแบบตำรวจ อ้างเป็นป.ป.ส.ตระเวนอุ้มรีดไถเงินเสี่ยปล่อยกู้ ... 

คดีสยองขวัญเมืองหนองคาย พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.ท.อภิศักดิ์ วงศ์นุกูล สว.สส. ระดมทีมล่าไอ้หื่นบุกหอพักฆ่าโหดน.ศ.สาวปวช. หลังพยายามข่มขืน แต่เหยื่อต่อสู้ขัดขืน เลยถูกตีด้วยไม้หน้าสามตายสยอง ... 

1-7 ก.พ.นี้ สวดพระอภิธรรมศพนายธิชัย ทองสอง บิดาพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ณ วัดแสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ... 6-10 ก.พ. สวดพระอภิธรรมศพนายประเสริฐ กุศลสร้าง บิดาพล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.น. ณ วัดกัลยา อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พระราชทานเพลิงศพ 11 ก.พ.นี้ เวลา 16.00 น. ...
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม