แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กองปราบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กองปราบ แสดงบทความทั้งหมด
เปิดโผตั้ง รอง ผบช.-ผบก.13 เก้าอี้
24/6/58
(ที่มา:มติชนรายวัน 24 มิ.ย.2558) http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1435145492
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
Read more ...
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
เป็นประธานการประชุมคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการถึงรองผู้บัญชาการนอกวาระประจำ ในหน่วยงานขึ้นตรงสำนักงาน ผบ.ตร.
โดยมี
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน
พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุม
ขาดเพียง พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. ที่ลาป่วย
โดยใช้เวลาประชุมเพียง 10 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ในหน่วยขึ้นตรงสำนักงาน ผบ.ตร.มีตำแหน่งว่างเพียงตำแหน่งเดียว คือ ผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.) โดยมีรายงานว่าในการประชุมครั้งนี้ประธานได้เสนอรายชื่อรอง ผบก.ตส. และรอง ผบก.ทพ. เป็นผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
พล.ต.อ.สมยศกล่าวภายหลังประชุมว่า ได้มีการประชุมพิจารณาบัญชีผู้เหมาะสมแทนตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการที่ว่างอยู่ รวม 13 ตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของหน่วยขึ้นตรงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ขณะที่ตำแหน่งอื่นยังไม่มีการเสนอรายชื่อเข้ามา ต้องรอการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการพิจารณาแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (สปพ.) รักษาราชการแทน ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะประธาน ก.ตร. นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2558 ในวันที่ 25 มิถุนายน เพื่อพิจารณาวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีรายงานตำแหน่งรอง ผบช.ที่ว่าง 5 ตำแหน่ง มีการเสนอชื่อ
พล.ต.อ.สมยศกล่าวภายหลังประชุมว่า ได้มีการประชุมพิจารณาบัญชีผู้เหมาะสมแทนตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการที่ว่างอยู่ รวม 13 ตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของหน่วยขึ้นตรงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ขณะที่ตำแหน่งอื่นยังไม่มีการเสนอรายชื่อเข้ามา ต้องรอการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการพิจารณาแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (สปพ.) รักษาราชการแทน ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะประธาน ก.ตร. นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2558 ในวันที่ 25 มิถุนายน เพื่อพิจารณาวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีรายงานตำแหน่งรอง ผบช.ที่ว่าง 5 ตำแหน่ง มีการเสนอชื่อ
พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.ประจำ บช.ก. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 38 (นรต.รุ่น 38) ขึ้นเป็นรอง จตร. (สบ 7)
พล.ต.ต.จำรูญ คธาสิทธิ์ ผบก.อก.บช.ศชต. ขึ้นเป็นรอง ผบช.ศชต.
พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี ผบก.อก.ภ.8 เป็นรอง จตร. (สบ 7)
พล.ต.ต.สุวรรณ เอกโพธิ์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ นรต.รุ่น 33 ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พิจิตร นรต.รุ่น 36 เป็นรอง จตร. (สบ 7) โยกสลับ
พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.สยศ. นรต.รุ่น 36 เป็นรอง ผบช.ก. และ
พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง จตร. นรต.รุ่น 37 เป็นรอง ผบช.ก
ระดับ ผบก.ว่าง 8 ตำแหน่ง และสลับสับเปลี่ยนอีกหลายตำแหน่ง คาดว่าจะมีการเสนอ
ระดับ ผบก.ว่าง 8 ตำแหน่ง และสลับสับเปลี่ยนอีกหลายตำแหน่ง คาดว่าจะมีการเสนอ
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. รรท.ผบก.ป. นรต.รุ่น 41 มีผลงานคดีจับกุมเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. เป็น ผบก.ป.
พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.3 นรต.รุ่น 42 เป็น ผบก.รน.
พ.ต.อ.สุรพล อรุณสิทธิ์ รอง ผบก.ทท. นรต.รุ่น 32 สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็น ผบก.ทท.
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.4 นรต.รุ่น 36 เป็น ผบก.บก.ปอศ.
พ.ต.อ.ทรงพล วัฒนชัย รอง ผบก.น.1 นรต.รุ่น 33 อดีตรองโฆษก ศอฉ. เป็น ผบก.น.9
พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 นรต.รุ่น 32 ลูกหม้อนครบาล ขยับเป็น ผบก.น.4
พ.ต.อ.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผบก.ประจำ บช.ภ.6 นรต.รุ่น 37 มือปราบฉลามดำ ปากน้ำโพ อดีต ผกก.กองปราบปรามยุคโด่งดัง เป็น ผบก.ภ.จว.พิจิตร
พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.น.9 นรต.รุ่น 32 โยกกลับมาเป็น ผบก.ประจำ บช.ก. และ
พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็น ผบก.น.3
ขณะที่
พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ภ.จว.สตูล ช่วยราชการ ศปก.ตร.จากกรณีโรฮีนจา โยกเป็น ผบก.ประจำ หรือไม่ก็ตำแหน่ง ผบก.จต. ขณะที่
พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผบก.ตม.6 ซึ่งคุมด่าน ตม.ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเกี่ยวพันกรณีโรฮีนจา คาดโยกเป็น ผบก.ภ.จว.ชลบุรี โดยสลับกับ
พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่โยกเป็น ผบก.ตม.6 แทน ขณะที่โยก
พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ตม.4 ซึ่งเป็นน้องเขย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. เป็น ผบก.ใน ศชต. และให้
พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.สท. เป็น ผบก.ตม.4 แทน
นอกจากนี้ คาดว่าเสนอชื่อ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่นายตำรวจประสานงาน พล.อ.ประวิตร และสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตรอย่างมาก ซึ่งได้รับสิทธินับวันทวีคูณจากการปฏิบัติงานใน จ.สงขลา ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. ซึ่งรักษาการอยู่ในปัจจุบัน
ย้าย 5 เสือ สภ.แกลง เข้ากรุ หลังกองปราบเข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโล
16/3/58
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 15 มี.ค.2558
จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา
พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มโนเจริญทรัพย์ รอง ผกก.2 ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม
เข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโล
กลางสวนยางพารา หมู่ 9 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง
ได้ผู้ต้องหาสองคน คือ
นายชาญ เจริญรื่น และ
นายอรรถพรทรัพย์เจริญ
พร้อมด้วยของกลาง
เงินสด 521 บาท และ
ของกลางอื่นรวม 7 รายการ
ทำให้
พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง
ได้ลงนามย้าย 5 เสือ สภ.แกลง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดระยองนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ได้มีคำสั่งลงนามจาก พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง คำสั่งเลขที่ 84/2558 เรื่องให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเข้าจับกุมบ่อนไฮโลดังกล่าวซึ่งในกรณีดังกล่าวมีข้าราชการตำรวจรับผิดชอบที่ต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องตามคำสั่งตร.ที่ 234/2558 ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวงผกก.สภ.แกลง
พ.ต.ท.สิทธิ แสงจันทร์ รองผกก.ป.สภ.แกลง
พ.ต.ท.สุเชาว์ ขมสนิท รองผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.สาธิต สุวรรณโชติ สวป.ฯ
พ.ต.ท.สุระพล จิตรักษ์ สว.สส.ฯ
พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนโดยมี
พ.ต.อ.สมพงษ์ ทองใบ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง
พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สินธุประเสริฐ รองผกก.สส.ภ.จว.ระยอง
พ.ต.ต.บัณฑิต เหล่าสุทธิวงษ์ สว.สส.ภ.จว.ระยอง
เป็นคณะกรรมการในการสืบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน
และมีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดระยองเลขที่ 86/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ที่ 85/2558 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2558 ให้พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวง ผกก.สภ.แกลง จ.ระยอง พร้อมด้วยพวก 5 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง โดยขาดจากตำแหน่งเดิมทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2558 และให้ พ.ต.อ.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบก.ภ.จว.ระยองไปรักษาการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.แกลง ซึ่งมีคำสั่งลงนามจาก พล.ต.ต.ชุมพลฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ในวันที่ 15 มีนาคม 2558
Read more ...
จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา
พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มโนเจริญทรัพย์ รอง ผกก.2 ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม
เข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโล
กลางสวนยางพารา หมู่ 9 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง
ได้ผู้ต้องหาสองคน คือ
นายชาญ เจริญรื่น และ
นายอรรถพรทรัพย์เจริญ
พร้อมด้วยของกลาง
เงินสด 521 บาท และ
ของกลางอื่นรวม 7 รายการ
ทำให้
พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง
ได้ลงนามย้าย 5 เสือ สภ.แกลง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดระยองนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ได้มีคำสั่งลงนามจาก พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง คำสั่งเลขที่ 84/2558 เรื่องให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเข้าจับกุมบ่อนไฮโลดังกล่าวซึ่งในกรณีดังกล่าวมีข้าราชการตำรวจรับผิดชอบที่ต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องตามคำสั่งตร.ที่ 234/2558 ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวงผกก.สภ.แกลง
พ.ต.ท.สิทธิ แสงจันทร์ รองผกก.ป.สภ.แกลง
พ.ต.ท.สุเชาว์ ขมสนิท รองผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.สาธิต สุวรรณโชติ สวป.ฯ
พ.ต.ท.สุระพล จิตรักษ์ สว.สส.ฯ
พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนโดยมี
พ.ต.อ.สมพงษ์ ทองใบ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง
พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สินธุประเสริฐ รองผกก.สส.ภ.จว.ระยอง
พ.ต.ต.บัณฑิต เหล่าสุทธิวงษ์ สว.สส.ภ.จว.ระยอง
เป็นคณะกรรมการในการสืบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน
และมีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดระยองเลขที่ 86/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ที่ 85/2558 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2558 ให้พ.ต.อ.จตุวัฒน์ กิ่งบัวหลวง ผกก.สภ.แกลง จ.ระยอง พร้อมด้วยพวก 5 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง โดยขาดจากตำแหน่งเดิมทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2558 และให้ พ.ต.อ.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบก.ภ.จว.ระยองไปรักษาการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.แกลง ซึ่งมีคำสั่งลงนามจาก พล.ต.ต.ชุมพลฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ในวันที่ 15 มีนาคม 2558
แต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูระทึก! ล้างบาง “ผู้การฯ”
2/3/58
โดยผู้จัดการ คอลัมน์ สน.พระอาทิตย์ เมื่อ 1 มี.ค.2558
มีบางกลุ่มพยายาม “ดิ้น” เพื่อสกัด “พล.ต.ต.ฐิติราช” และ “พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี” รอง ผบก.ป. ไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง “ผบช.ก.” และ “ผบก.ป.” จึงหยิบยกบัญชีผู้เหมาะสมเดิมที่จัดทำไว้ในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2557 มาอ้าง ซึ่งถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้นำบัญชีผู้เหมาะสมเดิมมาใช้ ก็จะทำให้ พล.ต.ต.ฐิติราช คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก.ตร. เพราะ พล.ต.ต.ฐิติราช ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมเดิม
หากไม่เกิดฟ้าผ่า “กรมปทุมวัน” เก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” หรือ “ผบช.ก.” คงต้องแปะชื่อ “บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.ก. ซึ่งรักษาการ ผบช.ก. ขณะนี้ ขยับรับตำแหน่ง “ผบช.ก.” ติดยศ “พล.ต.ท.”อย่างเต็มตัว ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วาระแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูแทนตำแหน่งว่าง ที่จะมีขึ้นในราววันที่ 11 มี.ค. นี้
แม้ก่อนหน้านี้ คาดกันว่า การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง ล็อตแรกระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.- ผบช. หรือ “พล.ต.ท.” จะเสร็จเรียบร้อยในการประชุม ก.ตร. วันพุธที่ 25 ก.พ. และ พล.ต.ต.ฐิติราช จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็น ผบช.ก. ไปในคราวเดียวกับที่จะแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา หัวหน้าจเรตำรวจ (จตร.) (สบ8) ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รอง ผบช. ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ขึ้น ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี รอง ผบช. สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ขึ้น จตร. (สบ8) และพล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช. กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ขึ้น จตร. (สบ8)
แต่แล้วในการประชุม ก.ตร. วันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. ไม่ได้เดินทางมาประชุม มอบอำนาจให้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ทำหน้าที่แทน
รวมทั้งวาระในการประชุมก็ไม่มีการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู
วงประชุม ก.ตร. วันนั้น มีวาระพิจารณากรณีการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม เพื่อใช้ในการเสนอแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู โดยที่ประชุมได้พิจารณากรณีบัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ เนื่องจากผู้ที่จะได้รับเสนอชื่อให้ได้รับแต่งตั้ง ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชี
เหตุที่ต้องหยิบยกประเด็น “บัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่???” ว่ากันว่า มีบางกลุ่มพยายาม “ดิ้น” เพื่อสกัด “พล.ต.ต.ฐิติราช” และ “พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี” รอง ผบก.ป. ไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง “ผบช.ก.” และ “ผบก.ป.” จึงหยิบยกบัญชีผู้เหมาะสมเดิมที่จัดทำไว้ในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2557 มาอ้าง ซึ่งถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้นำบัญชีผู้เหมาะสมเดิมมาใช้ ก็จะทำให้ พล.ต.ต.ฐิติราช คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก.ตร. เพราะ พล.ต.ต.ฐิติราช ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมเดิม
ทว่าดูเหมือนกลุ่มที่สนับสนุน พล.ต.ต.ฐิติราช ก็ “รู้ทัน” และส่งสัญญาณระดับ “ซูเปอร์พาวเวอร์” เน้นย้ำอีกครั้ง ทำให้กลุ่มที่พยายามดิ้นต้องยอม และนำประเด็น “บัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่” เข้ามาให้วงประชุม ก.ตร. รับรองเพื่อให้เกิดความถูกต้องตามขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ
สุดท้าย ก.ตร. ก็มีมติเห็นว่า การแก้ไขบัญชีผู้เหมาะสมสามารถทำได้ใหม่ในทุกครั้งที่จะมีการแต่งตั้งนายพล แม้จะเป็นการแต่งตั้งนอกวาระก็ตาม
ทำให้มีการเดินขั้นตอนเสนอชื่อ พล.ต.ต.ฐิติราช เข้ามาอยู่ในบัญชีผู้เหมาะสม และเตรียมเสนอชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร. วันที่ 11 มี.ค. นี้ ตีตราประทับแต่งตั้งเป็น “ผบช.ก.” คนใหม่
อย่างไรก็ดี ในการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูครั้งนี้ นอกจากความพยายาม “ดิ้น” ชิงเก้าอี้ “ผบช.ก.” แล้ว ล็อตสองที่จะมีการแต่งตั้งระดับ “รอง ผบช.- ผบก.” แทนตำแหน่งว่าง ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องติดตาม แบบห้ามกะพริบตา
โดยเฉพาะ “ผู้บังคับการ” หรือ “ผบก.” เก้าอี้ “ผู้การฯกองปราบ” ที่ “บิ๊กอ้อ” พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. จองกฐินไว้แบบแน่ๆ ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณแปลกๆ ไม่ต่างจาก ที่ พล.ต.ต.ฐิติราช เจอเช่นกัน
พ.ต.อ.อัคราเดช ก็ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงลือในแวดวงสีกากีทำนอง พี่ใหญ่แห่งบ้าน “บิ๊กบราเธอร์” พยายามจะผลักดัน “เสี่ยโจ๊ก หวานเจี๊ยบ” พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบก.191 มาขึ้นเป็น ผบก.191 ซึ่งหากคุณสมบัติยังครบไม่ทันก็อาจจะให้ รักษาการ ผบก.191 รอครบเกณฑ์แล้วค่อยแต่งตั้ง แล้วโยก “บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผบก.191 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. มาเป็น ผบก.ทล. ขยับ พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. อดีตนายเวร พล.ต.อ.สมชาย มิลินทางกูร อดีตรอง อ.ตร. ไปเป็น ผบก.ป.
กระนั้นโผข่าวลือนี้ก็อาจจะสมหวังยาก เพราะเมื่อบัญชีผู้เหมาะสมสามารถทำใหม่ได้ทุกครั้งเมื่อมีการแต่งตั้ง และมี พล.ต.ต.ฐิติราช เป็นบรรทัดฐานไว้ พ.ต.อ.อัคราเดช ก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน รวมทั้งแรงสนับสนุนของ “บิ๊กอ้อ” ก็ระดับ “บิ๊กพาวเวอร์” เช่นเดียวกัน
เก้าอี้ “ผบก.ป.” ก็ไม่น่าจะพ้นคนชื่อ “อัคราเดช พิมลศรี”
อีกหนึ่งเก้าอี้ระดับ “ผบก.” ในการแต่งตั้งครั้งนี้ ที่ต้องจับตาเช่นกัน คือ เก้าอี้ “ผบก.น.2” ที่ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ นั่งอยู่ ดูอาการชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า “น่าห่วง” หลังจากโรงพักในพื้นที่ ทั้งเตาปูน บางเขน และโคกคราม ถูกจับบ่อนพนัน จน “ผบ.สมยศ” เซ็นคำสั่งให้มาช่วยราชการ ศปก.ตร. มิหนำซ้ำล่าสุด “ผบ.สมยศ” ยังสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันหรือไม่ด้วย
การเพ่งเล็ง “ผู้การฯก่อเกียรติ” เป็นพิเศษในเรื่องบ่อนนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวง “สีกากี” ว่าต้องมีอะไรมากกว่า มีการจับบ่อนในพื้นที่ เพราะ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.2 ก็ถูกจับบ่อนพนันเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีการพูดถึง กลับโฟกัสมาที่ “ผบก.น.2” มากกว่า
พฤติกรรมเช่นนี้ก็ดูจะสอดรับกลับข่าวลือ เรื่อง “เกาเหลา” ระหว่างคนโตนครบาลกับ “พล.ต.อ.” รายหนึ่ง ที่ขัดแข้งขัดขากันมาตลอด ตั้งแต่เรื่องป้ายไฟบนป้อมตำรวจจราจร มาถึงการแต่งตั้ง “นายพัน” ที่ผ่านมา ซึ่งการจับกุมบ่อน ที่เหมือนพุ่งมาที่พื้นที่ บก.น.2 เป็นพิเศษ ยิ่งทำให้ “เกาเหลา” เดือดปุดๆๆ
อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ผู้การฯก่อเกียรติ เป็นเพื่อนรัก นรต.35 ของบิ๊กนครบาลรวมทั้งยังเคยมีสายสัมพันธ์ฉันญาติกันมาก่อน ถูกดึงจากภูธรเข้ามาช่วยงานเมืองกรุง และกุมพื้นที่ทำเลทอง ซึ่งเมื่อมีเรื่องมีราวในพื้นที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นเงื่อนไขให้ ตร.สามารถเสนอย้าย “ผบก.น.2” ออกจากตำแหน่งได้
ดังนั้น การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูครั้งนี้ แม้หลายเก้าอี้จะถูกตีตราจอง หรือขยับขึ้นกันตามหลักอาวุโสแล้ว แต่หลายตำแหน่งก็ยังน่าสนใจต้องติดตาม เพราะตามปกติแต่งตั้งนอกฤดูจะโยกย้ายกันไม่มาก แต่มายุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
Read more ...
มีบางกลุ่มพยายาม “ดิ้น” เพื่อสกัด “พล.ต.ต.ฐิติราช” และ “พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี” รอง ผบก.ป. ไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง “ผบช.ก.” และ “ผบก.ป.” จึงหยิบยกบัญชีผู้เหมาะสมเดิมที่จัดทำไว้ในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2557 มาอ้าง ซึ่งถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้นำบัญชีผู้เหมาะสมเดิมมาใช้ ก็จะทำให้ พล.ต.ต.ฐิติราช คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก.ตร. เพราะ พล.ต.ต.ฐิติราช ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมเดิม
หากไม่เกิดฟ้าผ่า “กรมปทุมวัน” เก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” หรือ “ผบช.ก.” คงต้องแปะชื่อ “บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.ก. ซึ่งรักษาการ ผบช.ก. ขณะนี้ ขยับรับตำแหน่ง “ผบช.ก.” ติดยศ “พล.ต.ท.”อย่างเต็มตัว ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วาระแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูแทนตำแหน่งว่าง ที่จะมีขึ้นในราววันที่ 11 มี.ค. นี้
แม้ก่อนหน้านี้ คาดกันว่า การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู แทนตำแหน่งว่าง ล็อตแรกระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.- ผบช. หรือ “พล.ต.ท.” จะเสร็จเรียบร้อยในการประชุม ก.ตร. วันพุธที่ 25 ก.พ. และ พล.ต.ต.ฐิติราช จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็น ผบช.ก. ไปในคราวเดียวกับที่จะแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา หัวหน้าจเรตำรวจ (จตร.) (สบ8) ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รอง ผบช. ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ขึ้น ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี รอง ผบช. สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ขึ้น จตร. (สบ8) และพล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช. กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ขึ้น จตร. (สบ8)
แต่แล้วในการประชุม ก.ตร. วันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. ไม่ได้เดินทางมาประชุม มอบอำนาจให้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ทำหน้าที่แทน
รวมทั้งวาระในการประชุมก็ไม่มีการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู
วงประชุม ก.ตร. วันนั้น มีวาระพิจารณากรณีการจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม เพื่อใช้ในการเสนอแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู โดยที่ประชุมได้พิจารณากรณีบัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ เนื่องจากผู้ที่จะได้รับเสนอชื่อให้ได้รับแต่งตั้ง ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชี
เหตุที่ต้องหยิบยกประเด็น “บัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่???” ว่ากันว่า มีบางกลุ่มพยายาม “ดิ้น” เพื่อสกัด “พล.ต.ต.ฐิติราช” และ “พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี” รอง ผบก.ป. ไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง “ผบช.ก.” และ “ผบก.ป.” จึงหยิบยกบัญชีผู้เหมาะสมเดิมที่จัดทำไว้ในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีช่วงก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2557 มาอ้าง ซึ่งถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้นำบัญชีผู้เหมาะสมเดิมมาใช้ ก็จะทำให้ พล.ต.ต.ฐิติราช คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก.ตร. เพราะ พล.ต.ต.ฐิติราช ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมเดิม
ทว่าดูเหมือนกลุ่มที่สนับสนุน พล.ต.ต.ฐิติราช ก็ “รู้ทัน” และส่งสัญญาณระดับ “ซูเปอร์พาวเวอร์” เน้นย้ำอีกครั้ง ทำให้กลุ่มที่พยายามดิ้นต้องยอม และนำประเด็น “บัญชีผู้เหมาะสมที่จัดทำเอาไว้เดิมจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่” เข้ามาให้วงประชุม ก.ตร. รับรองเพื่อให้เกิดความถูกต้องตามขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ
สุดท้าย ก.ตร. ก็มีมติเห็นว่า การแก้ไขบัญชีผู้เหมาะสมสามารถทำได้ใหม่ในทุกครั้งที่จะมีการแต่งตั้งนายพล แม้จะเป็นการแต่งตั้งนอกวาระก็ตาม
ทำให้มีการเดินขั้นตอนเสนอชื่อ พล.ต.ต.ฐิติราช เข้ามาอยู่ในบัญชีผู้เหมาะสม และเตรียมเสนอชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร. วันที่ 11 มี.ค. นี้ ตีตราประทับแต่งตั้งเป็น “ผบช.ก.” คนใหม่
อย่างไรก็ดี ในการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูครั้งนี้ นอกจากความพยายาม “ดิ้น” ชิงเก้าอี้ “ผบช.ก.” แล้ว ล็อตสองที่จะมีการแต่งตั้งระดับ “รอง ผบช.- ผบก.” แทนตำแหน่งว่าง ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องติดตาม แบบห้ามกะพริบตา
โดยเฉพาะ “ผู้บังคับการ” หรือ “ผบก.” เก้าอี้ “ผู้การฯกองปราบ” ที่ “บิ๊กอ้อ” พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. จองกฐินไว้แบบแน่ๆ ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณแปลกๆ ไม่ต่างจาก ที่ พล.ต.ต.ฐิติราช เจอเช่นกัน
พ.ต.อ.อัคราเดช ก็ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เหมาะสมในการแต่งตั้ง “นายพล” ประจำปีครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงลือในแวดวงสีกากีทำนอง พี่ใหญ่แห่งบ้าน “บิ๊กบราเธอร์” พยายามจะผลักดัน “เสี่ยโจ๊ก หวานเจี๊ยบ” พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบก.191 มาขึ้นเป็น ผบก.191 ซึ่งหากคุณสมบัติยังครบไม่ทันก็อาจจะให้ รักษาการ ผบก.191 รอครบเกณฑ์แล้วค่อยแต่งตั้ง แล้วโยก “บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผบก.191 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. มาเป็น ผบก.ทล. ขยับ พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. อดีตนายเวร พล.ต.อ.สมชาย มิลินทางกูร อดีตรอง อ.ตร. ไปเป็น ผบก.ป.
กระนั้นโผข่าวลือนี้ก็อาจจะสมหวังยาก เพราะเมื่อบัญชีผู้เหมาะสมสามารถทำใหม่ได้ทุกครั้งเมื่อมีการแต่งตั้ง และมี พล.ต.ต.ฐิติราช เป็นบรรทัดฐานไว้ พ.ต.อ.อัคราเดช ก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน รวมทั้งแรงสนับสนุนของ “บิ๊กอ้อ” ก็ระดับ “บิ๊กพาวเวอร์” เช่นเดียวกัน
เก้าอี้ “ผบก.ป.” ก็ไม่น่าจะพ้นคนชื่อ “อัคราเดช พิมลศรี”
อีกหนึ่งเก้าอี้ระดับ “ผบก.” ในการแต่งตั้งครั้งนี้ ที่ต้องจับตาเช่นกัน คือ เก้าอี้ “ผบก.น.2” ที่ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ นั่งอยู่ ดูอาการชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า “น่าห่วง” หลังจากโรงพักในพื้นที่ ทั้งเตาปูน บางเขน และโคกคราม ถูกจับบ่อนพนัน จน “ผบ.สมยศ” เซ็นคำสั่งให้มาช่วยราชการ ศปก.ตร. มิหนำซ้ำล่าสุด “ผบ.สมยศ” ยังสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันหรือไม่ด้วย
การเพ่งเล็ง “ผู้การฯก่อเกียรติ” เป็นพิเศษในเรื่องบ่อนนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวง “สีกากี” ว่าต้องมีอะไรมากกว่า มีการจับบ่อนในพื้นที่ เพราะ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.2 ก็ถูกจับบ่อนพนันเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีการพูดถึง กลับโฟกัสมาที่ “ผบก.น.2” มากกว่า
พฤติกรรมเช่นนี้ก็ดูจะสอดรับกลับข่าวลือ เรื่อง “เกาเหลา” ระหว่างคนโตนครบาลกับ “พล.ต.อ.” รายหนึ่ง ที่ขัดแข้งขัดขากันมาตลอด ตั้งแต่เรื่องป้ายไฟบนป้อมตำรวจจราจร มาถึงการแต่งตั้ง “นายพัน” ที่ผ่านมา ซึ่งการจับกุมบ่อน ที่เหมือนพุ่งมาที่พื้นที่ บก.น.2 เป็นพิเศษ ยิ่งทำให้ “เกาเหลา” เดือดปุดๆๆ
อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ผู้การฯก่อเกียรติ เป็นเพื่อนรัก นรต.35 ของบิ๊กนครบาลรวมทั้งยังเคยมีสายสัมพันธ์ฉันญาติกันมาก่อน ถูกดึงจากภูธรเข้ามาช่วยงานเมืองกรุง และกุมพื้นที่ทำเลทอง ซึ่งเมื่อมีเรื่องมีราวในพื้นที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นเงื่อนไขให้ ตร.สามารถเสนอย้าย “ผบก.น.2” ออกจากตำแหน่งได้
ดังนั้น การแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดูครั้งนี้ แม้หลายเก้าอี้จะถูกตีตราจอง หรือขยับขึ้นกันตามหลักอาวุโสแล้ว แต่หลายตำแหน่งก็ยังน่าสนใจต้องติดตาม เพราะตามปกติแต่งตั้งนอกฤดูจะโยกย้ายกันไม่มาก แต่มายุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
คาด ผกก.1-6 บก.ป.เจอเด้งเรียบ เด็ก “จักรทิพย์-อัศวิน” ผงาดยึดกองปราบ
16/12/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 15 ธ.ค.2557
โผย้ายล้างบาง บช.ก. เด็ก “พงศ์พัฒน์” คาดสูงถึง 200 กว่าตำแหน่ง กองปราบฯระส่ำหนักคาดถูกเด้งพ้นหน่วย 60 นายคิดเป็น 25% ของการโยกย้ายครั้งนี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผกก.1-6 บก.ป. คาดเจอคำสั่งฟ้าผ่าตามอดีต บช.ก. ส่วนรายชื่อที่จะมานั่งใหม่ล้วนเป็นเด็กในคาถา “จักรทิพย์-อัศวิน”
วันนี้ (15 ธ.ค.) ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. สั่งการให้กวาดล้างขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง พร้อมกับปลดย้าย และจับกุมดำเนินคดีตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และขณะนี้ ผบ.ตร.กำลังลงมือจัดระเบียบตำรวจในสังกัด บช.ก.ครั้งใหญ่ โดยจะมีการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อจัดหาตำรวจเข้าไปดูแลงานใน บช.ก.เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กลับมาเป็นที่เชื่อถือของประชาชน โดยล่าสุดมีการตัดสินใจแต่งตั้ง พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก.ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบช.ก.คนใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ถูกดำเนินคดีและถูกปลดจากราชการไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ถือเป็นการล้างบางครั้งใหญ่ใน บช.ก. โดยมีนายตำรวจระดับสารวัตรไปจนถึงรองผู้บังคับการ (สว.-รอง ผบก.) จากทุก บก.ในสังกัด บช.ก. จะถูกเสนอชื่อย้ายออกนอกหน่วยทั้งสิ้น 202 นาย ถือว่าเป็นการย้ายครั้งใหญ่ที่สุดกว่าที่เคยมีการโยกย้ายใน บช.ก. โดยนายตำรวจที่ถูกเสนอชื่อทั้งหมดถูกมองว่าเป็นนายตำรวจที่อยู่ในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และได้ดิบได้ดีในสมัยที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั่งเก้าอี้เป็น ผบช.ก.ทั้งหมดจะถูกเสนอชื่อย้ายออกไปยัง กองบัญชาการต่างๆ ทั่วประเทศ โดย บก.ที่มีผู้ถูกเสนอชื่อโยกย้ายออกนอกหน่วยมากที่สุด คือ ตำรวจในสังกัดกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งถูกเสนอชื่อออกนอกหน่วยมากถึง 50-60 นาย หรือคิดเป็น 25% ของตำรวจทั้งหมดที่จะถูกโยกย้าย นอกจากนั้นที่จะถูกโยกย้ายเป็นจำนวนลดหลั่นกันลงมาจะเป็นตำรวจที่อยู่ในสังกัด กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า ผู้ที่จะถูกโยกย้ายนั้นส่วนใหญ่แล้วถูกกำหนดให้ไปสังกัดอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าเพื่อเป็นการลงโทษจากการกระทำความผิดร่วมกับเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกดำเนินคดีด้วยก็ตาม แต่การโยกย้ายเริ่มประสบปัญหา เนื่องจากจำนวนตำรวจที่ถูกย้ายออกจาก บช.ก.นั้นมีจำนวนมากกว่านายตำรวจที่สมัครใจจะมาอยู่ในสังกัด บช.ก. และตำรวจในพื้นที่ต่างจังหวัดส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนที่มีพื้นเพอยู่ในจังหวัดนั้นๆ หรือใกล้เคียง จึงไม่มีความต้องการจะเข้ามาทำงานใน บช.ก. จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้โผแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีปัญหาล่าช้า เพราะติดพันกันไปหมดทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ บก.ป.นั้น รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.ป.) ถูกโยกย้ายออกหนอกหน่วยประกอบด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ พ.ต.อ.จักรกฤช เอี่ยมแจ้งพันธุ์ พ.ต.อ.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ส่วนที่เหลือ คือ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. ยังคงอยู่ที่เดิม ทำให้ใน บก.ป.มีตำแหน่งรอง ผบก.ป. ว่างมากถึง 7 ตำแหน่ง
ในส่วนของผู้กำกับการทุกตำแหน่งจะถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยทั้งหมด ยกเว้นตำแหน่ง ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม (ผกก.ปพ.) ที่ยังคงเป็น พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผกก.ปพ. รักษาการในตำแหน่ง ผกก.ปพ. คุมกำลังคอมมานโด และสายตรวจทั่วประเทศอยู่เหมือนเดิม ส่วนที่ถูกโยกย้ายประกอบด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.ป. ที่แม้จะไม่ใช่เด็กในคาถาของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และมีผลงานสืบสวนจับกุมคลี่คลายคดีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ถูกเสนอชื่อโยกย้ายด้วยเช่นกัน
ส่วนรองผู้บังคับการที่จะกลับเข้ามาเป็นรอง ผบก.ป.นั้น ขณะนี้เท่าที่มีรายงานประกอบด้วย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 (รอง ผบก.สส.ภ.9) พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (รอง ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (รอง ผบก.ปคม.) พ.ต.อ.สมภพ พงษ์ฤกษ์ รอง ผบก.สส.ภ. 7 เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นนายตำรวจลูกหม้อ บก.ป.แทบทั้งสิ้น
ในส่วนของ กก.1 บก.ป.นั้น พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) ที่ขณะนี้มานั่งรักษาการแทน ผกก.1 บก.ป.อยู่นั้น จะได้นั่งเก้าอี้นี้เต็มตัวคุมพื้นที่เมืองหลวง แทน พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 บก.ป. ที่เสียชีวิตหลังถูกจับกุมดำเนินคดี โดย พ.ต.อ.จิรภพได้รับแรงผลักดันจากสายทหาร
ส่วนนายตำรวจที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผกก.ใน บก.ป.นั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กในสายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีต รอง ผบ.ตร. ประกอบด้วย พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดภูเก็ต (ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต) พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ ผกก.สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา พ.ต.อ.สุรพงษ์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. นอกจากนี้ยังมีชื่อของ พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.3 เป็นตัวสอดแทรกอีกด้วย
Read more ...
โผย้ายล้างบาง บช.ก. เด็ก “พงศ์พัฒน์” คาดสูงถึง 200 กว่าตำแหน่ง กองปราบฯระส่ำหนักคาดถูกเด้งพ้นหน่วย 60 นายคิดเป็น 25% ของการโยกย้ายครั้งนี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผกก.1-6 บก.ป. คาดเจอคำสั่งฟ้าผ่าตามอดีต บช.ก. ส่วนรายชื่อที่จะมานั่งใหม่ล้วนเป็นเด็กในคาถา “จักรทิพย์-อัศวิน”
วันนี้ (15 ธ.ค.) ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. สั่งการให้กวาดล้างขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง พร้อมกับปลดย้าย และจับกุมดำเนินคดีตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และขณะนี้ ผบ.ตร.กำลังลงมือจัดระเบียบตำรวจในสังกัด บช.ก.ครั้งใหญ่ โดยจะมีการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อจัดหาตำรวจเข้าไปดูแลงานใน บช.ก.เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กลับมาเป็นที่เชื่อถือของประชาชน โดยล่าสุดมีการตัดสินใจแต่งตั้ง พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก.ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบช.ก.คนใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ถูกดำเนินคดีและถูกปลดจากราชการไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ถือเป็นการล้างบางครั้งใหญ่ใน บช.ก. โดยมีนายตำรวจระดับสารวัตรไปจนถึงรองผู้บังคับการ (สว.-รอง ผบก.) จากทุก บก.ในสังกัด บช.ก. จะถูกเสนอชื่อย้ายออกนอกหน่วยทั้งสิ้น 202 นาย ถือว่าเป็นการย้ายครั้งใหญ่ที่สุดกว่าที่เคยมีการโยกย้ายใน บช.ก. โดยนายตำรวจที่ถูกเสนอชื่อทั้งหมดถูกมองว่าเป็นนายตำรวจที่อยู่ในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และได้ดิบได้ดีในสมัยที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั่งเก้าอี้เป็น ผบช.ก.ทั้งหมดจะถูกเสนอชื่อย้ายออกไปยัง กองบัญชาการต่างๆ ทั่วประเทศ โดย บก.ที่มีผู้ถูกเสนอชื่อโยกย้ายออกนอกหน่วยมากที่สุด คือ ตำรวจในสังกัดกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งถูกเสนอชื่อออกนอกหน่วยมากถึง 50-60 นาย หรือคิดเป็น 25% ของตำรวจทั้งหมดที่จะถูกโยกย้าย นอกจากนั้นที่จะถูกโยกย้ายเป็นจำนวนลดหลั่นกันลงมาจะเป็นตำรวจที่อยู่ในสังกัด กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า ผู้ที่จะถูกโยกย้ายนั้นส่วนใหญ่แล้วถูกกำหนดให้ไปสังกัดอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าเพื่อเป็นการลงโทษจากการกระทำความผิดร่วมกับเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกดำเนินคดีด้วยก็ตาม แต่การโยกย้ายเริ่มประสบปัญหา เนื่องจากจำนวนตำรวจที่ถูกย้ายออกจาก บช.ก.นั้นมีจำนวนมากกว่านายตำรวจที่สมัครใจจะมาอยู่ในสังกัด บช.ก. และตำรวจในพื้นที่ต่างจังหวัดส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนที่มีพื้นเพอยู่ในจังหวัดนั้นๆ หรือใกล้เคียง จึงไม่มีความต้องการจะเข้ามาทำงานใน บช.ก. จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้โผแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีปัญหาล่าช้า เพราะติดพันกันไปหมดทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ บก.ป.นั้น รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.ป.) ถูกโยกย้ายออกหนอกหน่วยประกอบด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ พ.ต.อ.จักรกฤช เอี่ยมแจ้งพันธุ์ พ.ต.อ.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ส่วนที่เหลือ คือ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. ยังคงอยู่ที่เดิม ทำให้ใน บก.ป.มีตำแหน่งรอง ผบก.ป. ว่างมากถึง 7 ตำแหน่ง
ในส่วนของผู้กำกับการทุกตำแหน่งจะถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยทั้งหมด ยกเว้นตำแหน่ง ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม (ผกก.ปพ.) ที่ยังคงเป็น พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผกก.ปพ. รักษาการในตำแหน่ง ผกก.ปพ. คุมกำลังคอมมานโด และสายตรวจทั่วประเทศอยู่เหมือนเดิม ส่วนที่ถูกโยกย้ายประกอบด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.ป. ที่แม้จะไม่ใช่เด็กในคาถาของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และมีผลงานสืบสวนจับกุมคลี่คลายคดีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ถูกเสนอชื่อโยกย้ายด้วยเช่นกัน
ส่วนรองผู้บังคับการที่จะกลับเข้ามาเป็นรอง ผบก.ป.นั้น ขณะนี้เท่าที่มีรายงานประกอบด้วย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 (รอง ผบก.สส.ภ.9) พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (รอง ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (รอง ผบก.ปคม.) พ.ต.อ.สมภพ พงษ์ฤกษ์ รอง ผบก.สส.ภ. 7 เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นนายตำรวจลูกหม้อ บก.ป.แทบทั้งสิ้น
ในส่วนของ กก.1 บก.ป.นั้น พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) ที่ขณะนี้มานั่งรักษาการแทน ผกก.1 บก.ป.อยู่นั้น จะได้นั่งเก้าอี้นี้เต็มตัวคุมพื้นที่เมืองหลวง แทน พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 บก.ป. ที่เสียชีวิตหลังถูกจับกุมดำเนินคดี โดย พ.ต.อ.จิรภพได้รับแรงผลักดันจากสายทหาร
ส่วนนายตำรวจที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผกก.ใน บก.ป.นั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กในสายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีต รอง ผบ.ตร. ประกอบด้วย พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดภูเก็ต (ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต) พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ ผกก.สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา พ.ต.อ.สุรพงษ์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. นอกจากนี้ยังมีชื่อของ พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.3 เป็นตัวสอดแทรกอีกด้วย
"พล.ต.ต.สุพิศาล" คัมแบ็กผู้การกองปราบได้เพียง 5 วันเท่านั้น ต้องปิดฉากชีวิตราชการ !!
15/12/57
โดยมติชน เมื่อ 15 ธ.ค.2557
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
โดยระบุรายละเอียดว่า ด้วยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ (นอกราชการ) กลับเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่ง ผู้บังคับการปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งบรรจุกลับเข้ารับราชการแล้ว
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการปราบปราม ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ดร.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ซึ่งอดีตเป็นผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ก่อนคัมแบ็กกลับมาเป็น ผบก.ป.ได้ลาออกจากตำรวจไปลงสมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก(ส.ว.) กรุงเทพฯเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยคะแนนของ พล.ต.ต.ดร.สุพิศาลมาอันดับ 2 (267,947 คะแนน) มากจนหลายคนคาดไม่ถึง และ เมื่อ ส.ว.เลือกตั้ง ตามรธน.ปี 2550 (ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว) กำหนดให้ ส.ว.เลือกตั้งมีได้เพียงจังหวัดละ 1 คน ทำให้ พล.ต.ต.สุพิศาล ต้องอกหักไป
จากนั้นจึงขอกลับเข้ารับราชการใหม่ โดยผ่านความเห็นชอบ ก.ตร. และ มีราชกิจจานุเบกษาให้กลับเข้าดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2557 แต่เป็นได้เพียง 5 วัน นับจากวันที่ 26 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2557 พล.ต.ต.สุพิศาลก็ต้อง เกษียณอายุราชการเสียแล้ว
โดยเมื่อเกษียณราชการ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ได้หันเหเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำงานใหม่ในฐานะ ประธานกรรมการ บริษัท คอมมูนิเคชั่นแอนด์ ซิสเต็ม โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอสเอส
ปิดฉากชีวิตราชการ คัมแบ็ก กลับมาอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 5 วัน แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจในชีวิตราชการของนายตำรวจคนหนึ่ง อย่างสูงสุดในชีวิต
Read more ...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
โดยระบุรายละเอียดว่า ด้วยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ (นอกราชการ) กลับเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่ง ผู้บังคับการปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งบรรจุกลับเข้ารับราชการแล้ว
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการปราบปราม ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ดร.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ซึ่งอดีตเป็นผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ก่อนคัมแบ็กกลับมาเป็น ผบก.ป.ได้ลาออกจากตำรวจไปลงสมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก(ส.ว.) กรุงเทพฯเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยคะแนนของ พล.ต.ต.ดร.สุพิศาลมาอันดับ 2 (267,947 คะแนน) มากจนหลายคนคาดไม่ถึง และ เมื่อ ส.ว.เลือกตั้ง ตามรธน.ปี 2550 (ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว) กำหนดให้ ส.ว.เลือกตั้งมีได้เพียงจังหวัดละ 1 คน ทำให้ พล.ต.ต.สุพิศาล ต้องอกหักไป
จากนั้นจึงขอกลับเข้ารับราชการใหม่ โดยผ่านความเห็นชอบ ก.ตร. และ มีราชกิจจานุเบกษาให้กลับเข้าดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2557 แต่เป็นได้เพียง 5 วัน นับจากวันที่ 26 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2557 พล.ต.ต.สุพิศาลก็ต้อง เกษียณอายุราชการเสียแล้ว
โดยเมื่อเกษียณราชการ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ได้หันเหเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำงานใหม่ในฐานะ ประธานกรรมการ บริษัท คอมมูนิเคชั่นแอนด์ ซิสเต็ม โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอสเอส
ปิดฉากชีวิตราชการ คัมแบ็ก กลับมาอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 5 วัน แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจในชีวิตราชการของนายตำรวจคนหนึ่ง อย่างสูงสุดในชีวิต
ยุติคำสั่งย้าย “ชัยทัต บุญขำ” ผบก.ป. แต่ให้ปฏิบัติราชการ สนง.นายตำรวจราชสำนักประจำ
26/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 พ.ย.2557
ผบ.ตร.ยุติคำสั่งเด้ง “ชัยทัต บุญขำ” ผบก.ป.ที่ถูกให้มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. แต่ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำแทน
วันนี้ (26 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 643/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ใจความว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ จึงยุติการให้
พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม
ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ตามคำสั่ง ตร.ที่ 625/2557 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และให้ พล.ต.ต.ชัยทัต ปฏิบัติราชการ สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำมอบหมาย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
Read more ...
ผบ.ตร.ยุติคำสั่งเด้ง “ชัยทัต บุญขำ” ผบก.ป.ที่ถูกให้มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. แต่ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำแทน
วันนี้ (26 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 643/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ใจความว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ จึงยุติการให้
พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม
ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ตามคำสั่ง ตร.ที่ 625/2557 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และให้ พล.ต.ต.ชัยทัต ปฏิบัติราชการ สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำมอบหมาย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
อนึ่ง สำหรับ พล.ต.ต.ชัยทัตนั้น ได้รับคำสั่งให้ช่วยราชการ ศปก.ตร.พร้อมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป.ซึ่งเสียชีวิตแล้ว และเป็นหนึ่งในเครือข่ายกระทำผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. แต่จากการสืบสวนไม่พบว่าร่วมกระทำผิดจึงไม่มีการออกหมายจับหรือไม่มีคำสั่งอื่นใด เพียงกันไว้เป็นพยานเท่านั้น
ผบ.ตร. มีคำสั่งเด้ง ผู้การฯ กองปราบฯ - ตั้ง "อัคราเดช" รักษาการ
14/11/57
โดยข่าวสด เมื่อ 14 พ.ย.2557
เมื่อวันที่ 14 พ.ย.
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.
ลงนามคำสั่งให้
พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการปราบปรามและ
พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม
ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 16.00 น.
วันเดียวกัน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.
มีคำสั่งที่ 257/2557 ให้
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป. รักษาราชการแทน ผบก.ป.
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก. 5 บก.ทท. รักษาราชการแทน ผกก.1 ผบก.ป. และ
พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. รักษาราชการแทนผกก. 5 บก.ทท.
ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 2557 เป็นต้นไป
Read more ...
เมื่อวันที่ 14 พ.ย.
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.
ลงนามคำสั่งให้
พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการปราบปรามและ
พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม
ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 16.00 น.
วันเดียวกัน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.
มีคำสั่งที่ 257/2557 ให้
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป. รักษาราชการแทน ผบก.ป.
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก. 5 บก.ทท. รักษาราชการแทน ผกก.1 ผบก.ป. และ
พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. รักษาราชการแทนผกก. 5 บก.ทท.
ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 2557 เป็นต้นไป
‘อำนวย’ดีเอสไอ ชัยทัศ-ผบก.ป. ถกโผ รอง ผบช.- ผบก. 29 ก.ย.2557 นี้
22/9/57
โดยไทยรัฐ เมื่อ 22 ก.ย.2557
ถกโผรองผบช.-ผบก.29 นี้
ก.ตร.เตรียมนัดถกโผนายพลระดับรอง ผบช.-ผบก. ทั่วประเทศวันที่ 29 ก.ย.นี้ นครบาลปรับย้ายระเนนระนาดตามขั้วอำนาจที่เปลี่ยนไป “ทรงพล วัธนะชัย” อดีตรองโฆษก ศอฉ.ขึ้นเป็น ผบก.น.1 “ภาณุรัตน์ หลักบุญ” คุม 191 “สมบัติ มิลินทจินดา” คืนถิ่นเป็นผู้การสืบสวน
ขณะที่ “ชัยทัศ บุญขำ” จ่อนั่งเก้าอี้ผู้การกองปราบฯ “ประสบโชค พร้อมมูล” เป็น ผบก.รฟ. มี “สมชาย เกาสำราญ” คั่วตำแหน่ง ผบก.ทล. เด้งผู้การชลบุรี-สมุทรปราการ เข้ากรุจเรตำรวจ ด้าน “อำนวย นิ่มมะโน” เตรียมขยับเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลัง “ชัชวาลย์” ถูกเสนอเป็นปลัดยุติธรรม
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 21 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือเวียนนัดประชุม ก.ตร.วาระพิเศษ พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก.ทั่วประเทศในวันที่ 29 ก.ย. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเดินทางไปเป็นประธานการประชุม คาดว่าจะมีการปรับโยกย้ายครั้งใหญ่ตามขั้วอำนาจการเมืองที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญใน บช.น.ที่ถือเป็นหัวใจหลักของเนื้องานตำรวจ
อาทิ
Read more ...
ถกโผรองผบช.-ผบก.29 นี้
ก.ตร.เตรียมนัดถกโผนายพลระดับรอง ผบช.-ผบก. ทั่วประเทศวันที่ 29 ก.ย.นี้ นครบาลปรับย้ายระเนนระนาดตามขั้วอำนาจที่เปลี่ยนไป “ทรงพล วัธนะชัย” อดีตรองโฆษก ศอฉ.ขึ้นเป็น ผบก.น.1 “ภาณุรัตน์ หลักบุญ” คุม 191 “สมบัติ มิลินทจินดา” คืนถิ่นเป็นผู้การสืบสวน
ขณะที่ “ชัยทัศ บุญขำ” จ่อนั่งเก้าอี้ผู้การกองปราบฯ “ประสบโชค พร้อมมูล” เป็น ผบก.รฟ. มี “สมชาย เกาสำราญ” คั่วตำแหน่ง ผบก.ทล. เด้งผู้การชลบุรี-สมุทรปราการ เข้ากรุจเรตำรวจ ด้าน “อำนวย นิ่มมะโน” เตรียมขยับเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลัง “ชัชวาลย์” ถูกเสนอเป็นปลัดยุติธรรม
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 21 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือเวียนนัดประชุม ก.ตร.วาระพิเศษ พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก.ทั่วประเทศในวันที่ 29 ก.ย. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเดินทางไปเป็นประธานการประชุม คาดว่าจะมีการปรับโยกย้ายครั้งใหญ่ตามขั้วอำนาจการเมืองที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญใน บช.น.ที่ถือเป็นหัวใจหลักของเนื้องานตำรวจ
อาทิ
พล.ต.ต.ชนสิทธิ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบช. สพฐ. ลูกชาย พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีต รอง อ.ตร. จะโยกมาเป็น รอง ผบช.น.
พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 นรต.34 อดีตรองโฆษก ศอฉ.ขึ้นเป็น ผบก.น.1
พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 นรต.32 ได้อาวุโสขึ้นเป็น ผบก.น.2
พ.ต.อ.สุรเดช เด่นธรรม รอง ผบก.น.8 สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.เป็น ผบก.น.8 เช่นเดียวกับ
พ.ต.อ.พรชัย ไทยแท้ รอง ผบก.น.6 ผงาดเป็น ผบก.น.6
ด้าน พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. นรต.38 สายสัมพันธ์แนบแน่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ย้ายเป็น ผบก.น.8 เปิดทางให้
ด้าน พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. นรต.38 สายสัมพันธ์แนบแน่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ย้ายเป็น ผบก.น.8 เปิดทางให้
พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. นรต.41 สาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อีกคนเป็น ผบก.สปพ. โดยมี
พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส.ภ.1 นรต.35 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.ที่กำลังจะนั่งเก้าอี้ ผบช.น.ข้ามคืนถิ่นเก่าเป็น ผบก.สส.บช.น. ขณะที่
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 อาวุโสลำดับ 1 ขึ้น ผบก.
ส่วนตำแหน่งอื่นที่สำคัญ คาดว่า
ส่วนตำแหน่งอื่นที่สำคัญ คาดว่า
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี จะถูกโยกเข้ากรุเป็น ผบก.จต. เช่นเดียวกับ
พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ มี
พล.ต.ต.ธนา ชูวงษ์ ผบก.ภ.จ.นครนายก นรต.42 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท โยกกลับพื้นที่ถนัดเป็น ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ
พ.ต.อ.ชัยทัศ บุญขำ รอง ผบก.ป. นรต.40 ได้เป็น ผบก.ป.
พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. นรต.31 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ.
พ.ต.อ.สมชาย เกาสำราญ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ทล.
พ.ต.อ.ธงชัย วงศ์ศรีวัฒนกุล รอง ผบก.ปอศ. เป็น ผบก.ปอศ. และ
พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท่วม รอง ผบก.ปทส. นรต.42 เป็น ผบก.อก.บช.ก.
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอ ครม.เพื่อแต่งตั้ง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอ ครม.เพื่อแต่งตั้ง
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอไปเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ภายในสัปดาห์นี้ และเปิดตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่างไว้รอพิจารณาหาคนมานั่งแทนในเดือน ต.ค. เพื่อให้
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ที่จะเลื่อนเป็น ผบช.ภ.1 และรับการโปรดเกล้าฯพระราชทานยศ พล.ต.ท.แล้วไปเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคนใหม่แทน
"ผบช.ก."เตรียมให้"นรบุญ แน่นหนา "รักษาการ"ผบก.ป."แทน"สุพิศาล" เผยเก็บเก้าอี้รอคนเดิม
6/3/57
พล.ต.ท.พงศพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่าได้รับหนังสือลาออกของ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการปราบปรามเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้าวันนี้ อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการตรวจสอบความเรียบร้อยของหนังสือลาออก จึงยังไม่ได้เซ็นอนุมัติ
ส่วนตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปรามที่ว่างลง จะยังไม่แต่งตั้งใครมาแทน จะสงวนไว้ให้ พล.ต.ต.สุพิศาล แต่จะมอบหมายให้
พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
มารักษาการผู้บังคับการกองปราบปรามแทนไปก่อน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






