แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิดตำแหน่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิดตำแหน่ง แสดงบทความทั้งหมด

ยกระดับ-ตั้งโรงพักใหม่ อย่าประเคนเก้าอี้ให้ “เด็กเส้น”

14/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 13 ต.ค.2557

การแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็มีกระแสข่าวลือว่าในระดับผกก. ซึ่งถือเป็นหัวหน้าหน่วย หัวหน้าโรงพัก ในแต่ละกองบัญชาการ มีเสียงร่ำลือว่าแต่ละตำแหน่งต้องถูกตีตราประทับจาก “บิ๊กอ๊อด”และ “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ รองผบ.ตร.ก่อน

น่าจะเป็นการวัดใจ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวันอีกครั้ง ในการแสดงภาวะผู้นำสีกากี ต่อการทำหน้าที่ผบ.ตร. ซึ่งได้ประกาศนโยบายเสียงดังฟังชัดว่าจะทำงานเพื่อองค์กรตำรวจ จริงๆแล้วเป็นแค่เพียงคำพูดสวยหรู หรือเป็นคำมั่นสัญญาจากใจจริงกันแน่

การปรับระดับตำแหน่ง “หัวหน้าสถานี” และการจัดตั้ง “สถานีตำรวจ”ขึ้นใหม่ ที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างการจัดทำประกาศเขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองของสถานีตำรวจ ซึ่งคาดว่าน่าจะประกาศใช้ได้ในเร็วๆนี้

ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์การทำหน้าที่ผบ.ตร.ของพล.ต.อ.สมยศครั้งนี้

สำนักงานกำลังพล เตรียมปรับระดับตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจจาก สารวัตรใหญ่(สวญ.) เป็น ผู้กำกับการ(ผกก.) จำนวน 8 แห่ง และจาก สารวัตร(สว.) เป็น สวญ. จำนวน 1 แห่ง รวม 9 แห่ง และจัดตั้งสถานีตำรวจขึ้นใหม่อีก 22 แห่ง รวมทั้งสิ้น 31 แห่ง

โดยระดับ สวญ. ปรับเป็น ผกก. 8 สถานี ก็จะมี สภ.เทนมีย์ จว.สุรินทร์ สภ.เขวาใหญ่ จว.มหาสารคราม สภ.แม่ยาว จว.เชียงราย สภ.ห้วยม้า จว.แพร่ สภ.ด่านแม่คำมัน จว.อุตรดิตถ์ สภ.ดงขุย จว.เพชรบูรณ์ สภ.หนองขาว จว.กาญจนบุรี และสภ.เขาวิเศษ จว.ตรัง ส่วนระดับ สว. ปรับเป็น สวญ. เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจ มี 1 แห่ง คือ สภ.วังหงส์ จว.แพร่

ขณะที่สถานีตำรวจตั้งขึ้นใหม่ 22 แห่ง ประกอบด้วย 

บช.ภ.1

1. สภ.รัตนาธิเบศร์ แยกจากสภ.เมืองนนทบุรี และ
2. สภ.คลองหนึ่ง แยกจากสภ.คลองหลวง จะไปขึ้นอยู่กับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(บก.ภ.จว.)ปทุมธานี 

บช.ภ.2 สภ.เกาะล้าน แยกจากสภ.เมืองพัทยา ขึ้นกับ บก.จว.ชลบุรี 

บช.ภ.3 สภ.แสลงโทน แยกจากสภ.ประโคนชัย ขึ้นกับ บก.ภ.จว.บุรีรัมย์

บช.ภ.4 สภ.ท่าพระ แยกจากสภ.เมืองขอนแก่น สภ.บ้านเป็ต แยกจากสภ.เมืองขอนแก่น สภ.โคกสี แยกจากสภ.เมืองขอนแก่น สภ.เวฬุวัน แยกจาก สภ.เมืองขอนแก่น สภ.โนนทัน แยกจาก สภ.ชุมแพ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.ขอนแก่น สภ.นาข่า แยกจากสภ.เมืองอุดรธานี สภ.โนนสูง แยกจากสภ.เมืองอุดรธานี ขึ้นกับ บก.ภ.จว.อุดรธานี สภ.สะอาดสมบูรณ์ แยกจาก สภ.เมืองร้อยเอ็ด สภ.เกาะแก้ว แยกจากสภ.เสลภูมิ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด

บช.ภ.5 สภ.ป่าแดง แยกจากสภ.เมืองแพร่ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.แพร่ สภ.แม่กา แยกจากสภ.เมืองพะเยา ขึ้นกับ บก.ภ.จว.พะเยา สภ.นิคมอุตสาหกรรม แยกจากสภ.เมืองลำพูน ขึ้นกับ บก.ภ.จว.ลำพูน 

บช.ภ.6สภ.ท่าโพธิ์ แยกจากสภ.เมืองพิษณุโลก ขึ้นกับ บก.ภ.จว.พิษณุโลก สภ.ขากังราว แยกจากสภ.เมืองกำแพงเพชร ขึ้นกับ บก.ภ.จว.กำแพงเพชร

บช.ภ.8 สภ.บางสวรรค์ แยกจากสภ.พระแสง ขึ้นกับ บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช สภ.เกาะพีพี แยกจากสภ.เมืองกระบี่ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.กระบี่ และสภ.เกาะเต่า แยกจากสภ.เกาะพงัน ขึ้นกับ บก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี
เหตุที่การยกระดับสถานีตำรวจครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจพล.ต.อ.สมยศ ต่อคนสีกากี ก็เพราะเมื่อมีการยกระดับโรงพัก หรือตั้งโรงพักใหม่ขึ้นมา นั่นก็หมายถึงจะมีตำแหน่งเพิ่ม อย่างโรงพักที่มี สวญ. เป็นหัวหน้าโรงพัก ก็จะได้ ผกก.เพิ่ม 1 ตำแหน่ง รวมทั้งมีรอง ผกก. และสว. เพิ่มเติม เช่นเดียวกับการตั้งโรงพักใหม่ ก็จะมีตำแหน่งเพิ่ม ตั้งแต่ ผกก.โรงพัก รองผกก. สว. รองสว. ชั้นประทวน ขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับการทำงานแต่ละโรงพัก

สิ่งพิสูจน์ความจริงใจ “บิ๊กอ๊อด”ก็คือ เมื่อตำแหน่งเพิ่มมากขึ้น หากนโยบายการแต่งตั้งเปิดโอกาสให้ตำรวจที่ทำงานได้เติบโตกันตามหน้าที่ ตามสายงาน ได้เจริญก้าวหน้ากันโดยไม่มีการแทรกแซง ก็เหมือนเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นโอกาสเพิ่มขึ้นให้กับตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง นอกเหนือจากตำแหน่งว่างเกษียณอายุราชการตามปกติ

แต่ถ้าโรงพักที่ยกระดับหรือโรงพักที่เกิดใหม่ ตำแหน่งๆต่างๆถูกตีตราจองเอาไว้จากระดับผู้บริหาร ก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ชัดเจนว่านโยบายที่พล.ต.อ.สมยศประกาศเอาไว้จะพัฒนาองค์กรตำรวจ ให้คนดีมีฝีมือได้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานไม่ใช่ออกมาจากความจริงใจ

ยิ่งภาพสะท้อนที่ออกมาจากการแต่งตั้งระดับ “นายพล” ที่แม้ “บิ๊กอ๊อด”จะไม่ได้ทำบัญชีแต่งตั้งอย่างเต็มตัว เพราะขณะนั้นเป็นเพียงแค่ ว่าที่ผบ.ตร. มี “บิ๊กกุ้ย”พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร.อยู่ แต่รายชื่อที่ออกมาเช็คประวัติเช็คสีเสื้อ ก็ไม่อาจจะเถียงได้ว่าเลือกจากคนดีมีฝีมือ จากคนทำงาน มากกว่าพวกพ้อง

เหมือนการแบ่งงานระดับ รองผบ.ตร.-ผู้ช่วยผบ.ตร. ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันถึงความเหมาะสมในการจัดคนบางหน้างาน ที่นายตำรวจบางรายไม่เคยผ่านงานป้องกันปราบปราม แต่ได้ไปคุมงานป้องกันปราบปราม เพียงเพราะความสนิทชิดเชื้อกับผู้บริหาร

หรือล่าสุดการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็มีกระแสข่าวลือว่าในระดับผกก. ซึ่งถือเป็นหัวหน้าหน่วย หัวหน้าโรงพัก ในแต่ละกองบัญชาการ มีเสียงร่ำลือว่าแต่ละตำแหน่งต้องถูกตีตราประทับจาก “บิ๊กอ๊อด”และ “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ รองผบ.ตร.ก่อน

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามข่าวลือ หรือเป็นแค่ข่าวเมาธ์ ถือเป็นสิ่งที่พล.ต.อ.สมยศ ในฐานะผู้นำสีกากี จะต้องพิสูจน์จากการกระทำออกมาให้เห็นว่าจริงๆแล้ว การบริหารงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติของ “บิ๊กอ๊อด” ทำเพื่อตำรวจ 2 แสนกว่านายอย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ คุณธรรม ผลงาน ไม่ใช่พวกพ้อง

การแต่งตั้งนี่แหละ..จะเป็นบทพิสูจน์ชั้นดี
Read more ...

ก.ตร.เปิดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เยียวยา พล.ต.อ.วุฒิ และ พล.ต.อ.พีระ ฟ้องศาลปกครอง

19/5/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 19 พ.ค.2557

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ค.2557 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ห้องประชุมศรียานนท์ 

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2557 โดยมีวาระสำคัญเรื่อง

การขอกำหนดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. จำนวน 2 อัตรา และที่ปรึกษา (สบ10) จำนวน 2 อัตรา เพื่อเยียวยากรณี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ว่า 

การจัดลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ในวาระประจำปี 2554 ลงวันที่ 15 ส.ค. และ 24 ส.ค. 54 ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจในการรักษาราชการแทน พ.ศ. 2550 ข้อ 3(5) 

ซึ่งศาลได้พิพากษาให้การลำดับอาวุโสดังกล่าวเฉพาะตำแหน่งของ พล.ต.อ.วุฒิ เป็นการจัดลำดับอาวุโสที่มิชอบด้วยกฎหมาย 

นอกจากนี้ ยังมีวาระการขอกำหนดตำแหน่ง รอง ผบช.ศชต. อีก 1 ตำแหน่งด้วย

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ โดยการแก้ไขลำดับอาวุโสให้เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองกลาง 

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการแก้ไขลำดับอาวุโสดังกล่าวแล้ว จะต้องมีการดำเนินการเยียวแก้ไขการแต่งตั้งย้อนหลังไปในปี 2554-2555 ให้เป็นไปตามแนวทางคำสั่งของศาล เรื่องนี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.วุฒิ ผู้ฟ้องคดีแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.อมรินทร์ อัครวงษ์ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ด้วย 

กล่าวคือ จะมีการคืนความชอบธรรมให้กับ พล.ต.อ.วุฒิ โดยการแก้ไขการแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปี 2554 โดยให้ถอนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.อมรินทร์ ขึ้นเป็น ที่ปรึกษา (สบ10) และแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.วุฒิ (ยศในขณะนั้น) ซึ่งมีอาวุโสสูงกว่าขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ10) แทน 

และเมื่อมีการถอนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.อมรินทร์ ดังกล่าวเกรงว่า พล.ต.ท.อมรินทร์ จะได้รับความเสียหาย จึงได้เปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) และแต่งตั้งย้อนหลังให้ พล.ต.ท.อมรินทร์ เป็นที่ปรึกษา (สบ10) 

นอกจากนี้พบว่า พล.ต.ท.พีระ (ยศในขณะนั้น) มีลำดับอาวุโสสูงกว่าทั้ง 2 คน จึงเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) และแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.พีระ ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ10)

ขณะที่ในวาระแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2555 แต่งตั้งให้กำหนดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เพิ่ม 2 อัตรา และให้แต่งตั้ง พล.ต.อ.พีระ และ พล.ต.อ.วุฒิ เป็น รอง ผบ.ตร. โดยให้ถือว่าทั้งสองดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ตั้งแต่ปี 2555 

อย่างไรก็ตามตำแหน่งทั้งหมดที่กำหนดขึ้นใหม่ถือเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว หลังวันที่ 30 ก.ย. นี้ ตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ทั้ง 2 ตำแหน่งก็จะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ จากการเกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.พีระ ในขณะที่พล.ต.อ.วุฒิ ก็จะดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. แทน พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง รอง ผบ.ตร. ที่เกษียณอายุราชการ 

หลังจากนี้จะนำตำแหน่งที่กำหนดใหม่นี้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบในสัปดาห์หน้า แล้วนำกลับมาขอความเห็นชอบต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อแต่งตั้งต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดตำแหน่งรอง ผบช.ศชต. เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง ตามที่ ศชต. เสนอมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ ก.ตร. เห็นชอบ เนื่องจากเดิมที ศชต. มีรอง ผบช. จำนวน 5 ตำแหน่ง แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ขอรอง ผบช.ศชต.ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นการถาวร 1 ตำแหน่ง จึงทำให้การปฏิบัติราชการของ ศชต.ยังขาดรองผบช.อยู่ 1 ตำแหน่ง จึงได้ขอกำหนดตำแหน่งเพิ่ม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็ต้องขอความชอบจากก.ต.ช.เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่การแต่งตั้งตามปกติต่อไป..
Read more ...

นายเวร ผบ.ตร.6 ผ่านฉลุย ก.ต.ช.อนุมัติเลื่อนชั้นเป็น สบ6

27/8/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติตั้ง 3 กรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมเห็นชอบตามข้อเสนอกำหนดตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร.ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ให้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ หรือ สบ6

วันนี้ (26 ส.ค.56) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาต (สตช.) แถลงข่าวประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า การประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่ 7/2554 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.54 เป็นกรณีการโอนถ่ายงานทะเบียนต่างด้าว ของสำนักงาตรวจคนเข้าเมือง ไปให้กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ซึ่งการดำเนินการมีการต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี และที่ประชุม ก.ต.ช.ได้มีมติเห็นชอบให้โอนงานทะเบียนต่างด้าวที่อยู่ในความรับผิดชอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปให้กรมการปกครอง และเพิ่มเติมให้โอนงานทะเบียนต่างด้าวทั้งหมดที่อยู่ทุกสถานีตำรวจ ไปให้กรมการปกครองดูแล คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จต้นปี 57 โดยขณะนี้ทางกรมการปกครอง และ สตช.ที่มีคณะกรรมการอยู่แล้วจะทำการกำหนดรายละเอียดในการถ่ายโอน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังได้กล่าวอีกว่าที่ประชุมได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน โดยแต่งตั้ง

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายแทนนาย แทน นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม แต่งตั้ง

นายสมศักดิ์ โชติรัตนศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ แทน นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง และแต่งตั้ง

พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผนและจัดการแทน พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ที่มีอายุครบ 70 ปี

จากนั้นจะนำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.รายงานผลการปฏิบัติราชการในรอบ 10 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 55-31 ก.ค.56 ว่าในเรื่องของการควบคุมและลดความรุนแรงของปัญหาอาชญกรรม มีสถิติลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหายาเสพติดได้มีการจับกุมเพิ่ม ปัญหาอาชญกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว ยังสามารถควบคุมได้ตามเกณฑ์

และที่ประชุม ก.ต.ช.ยังเห็นชอบการกำหนดตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร.ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ให้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ หรือ สบ6 โดยเป็นการเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) เสนอ ซึ่งเป็นการปรับในรอบ 16 ปี
Read more ...

เปิดตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.(ยศ พล.ต.อ.) ประชาชนได้อะไร?

31/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 29 ส.ค.2555

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางของคนในแวดวงสีกากี กับการขออนุมัติเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวน ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบ.ตร.ยศ พล.ต.อ. เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งได้มีการบรรจุเรื่องนี้ลงในวาระการประชุมก.ตร.ครั้งที่ 12/2555 ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ โดย “บิ๊กเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ชงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

สำหรับตำแหน่งนี้เดิมทีใช้ชื่อว่าที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวนโดยใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ แต่เกรงจะถูกมองว่าล็อกสเป็คจึงได้เปลี่ยนชื่อให้สั้นลง ขณะเดียวกันจะต้องมีการเตรียมหาเหตุผลและความจำเป็น เพื่อเตรียมชี้แจงต่อที่ประชุม ก.ตร. ว่าทำไมจะต้องเปิดตำแหน่งขึ้นมาใหม่ ทั้งที่ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรองผบ.ตร.ครบทุกหน้างานอยู่แล้วถึง 7 คน ที่ปรึกษา (สบ 10) อีก 6 คน นี่ไม่นับรวม จเรตำรวจแห่งชาติ

ขณะเดียวกัน ในกรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ ก็ยังสามารถมอบหมายให้กับผู้ช่วย ผบ.ตร.ซึ่งมีอยู่ถึง14 คน ยังไม่รวบตำแหน่งเทียบเท่า อาจกล่าวได้ว่าการขอเปิดตำแหน่งนี้โดยอ้างเรื่องความจำเป็นเพราะคนน้อยไม่เหมาะสมกับปริมาณงาน จึงดูมีน้ำหนักน้อยเต็มที

ลือกันให้แซดว่าตำแหน่งที่เปิดใหม่นี้เป็นการปูทางไว้ให้ “เดอะปั้น” พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร ได้ติดยศ พล.ต.อ. ขณะที่เจ้าตัวยังเหลืออายุราชการอีก 2 ปี ทำให้หลายคนสงสัยว่า พล.ต.ท.จรัมพร ผู้นี้มีกำลังภายใน หรือมีดีอะไรนักหนา ที่ทำให้รองนายกฯ ต้องออกโรงเปิดตำแหน่งให้เป็นการเฉพาะ

เรื่องนี้ก็มีการซุบซิบกันว่า พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.28 เป็นคนชงให้กับ ร.ต.อ.เฉลิม ในวงสนทนา ซึ่งมีเจ้าตัวร่วมอยู่ด้วย โดยให้เหตุผลถึงการทำงานผ่านหน้าจอของ พล.ต.ท.จรัมพร ที่ผ่านมา ขณะที่อีกกระแสว่ากันว่าเจ้าตัวได้เดินทางไปพบ “บิ๊กแม้ว” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยตนเอง ส่วนจะได้เอ่ยปากขอตำแหน่งนี้ด้วยหรือไม่ ยังไม่มีใครคอนเฟิร์ม

ว่ากันว่าเหตุผลในตอนแรกที่จะเปิดตำแหน่งโดยกำหนดสเปกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้มาคุมงานด้านนี้โดยเฉพาะ และหากจะเอาคุณสมบัติข้อนี้ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คงมีแต่ พล.ต.ท.จรัมพร เพียงผู้เดียวเท่านั้น เพราะหากย้อนดูข่าวคราวที่ปรากฏตามสื่อก่อนหน้านี้ จะคุ้้นเคยกับภาพ พล.ต.ท.จรัมพร ที่ออกมาฉุยฉายให้ความเห็นทางนิติวิทยาศาสตร์ทางจอแก้ว ราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ทั้งที่ พล.ต.ท.จรัมพร เองก็ไม่ได้มีคุณวุฒิทางด้านวิทยาศาสตร์ เพียงแต่เคยไปกินตำแหน่ง ผบช.สพฐ.ตร.เพียงแค่ขวบปีเท่านั้น หากจะกำหนดคุณสมบัตินี้ในการขอเปิดตำแหน่ง เรื่องก็อาจถูกตีตกในที่ประชุมได้ ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนชื่อตำแหน่งให้หาเหตุผลมาสนับสนุนได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการผลักดันจนสามารถเปิดตำแหน่งขึ้นมาได้จริง อีกประเด็นที่อาจทำให้ พล.ต.ท.จรัมพร วืดไม่ได้รับการแต่งตั้ง คือ เจ้าตัวนั้นมีอาวุโสเป็นอันดับ 2 รองจาก พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ซึ่งตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้ง ระบุชัดว่าการแต่งตั้ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร.ต้องเรียงอันดับอาวุโส จึงยังไม่รู้ว่าผู้มีอำนาจอย่าง รองนายกฯ เฉลิม จะปลดล็อกเรื่องนี้ได้อย่างไร

แต่กระนั้นไม่วายมีเสียงคัดค้าน และไม่เห็นด้วยของคนในแวดวงตำรวจ เพราะอย่างที่ทราบปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติขาดแคลนกำลังพลในระดับปฏิบัติการ ซึ่งก็คือคนที่ทำงานสัมผัสใกล้ชิดกับประชาชนจริงๆ เพราะอย่างที่ทราบนโยบายตำรวจนิยมของทั่นรองนายกฯ เฉลิม ที่ให้มีการเลื่อนชั้นตำรวจชั้นประทวนเป็นตำรวจสัญญาบัตรได้ง่ายขึ้น ยิ่งทำให้คนทำงานยิ่งน้อยลงไปอีก การเปิดตำแหน่งผู้บริหารเพิ่ม แทนที่จะเป็นผู้ปฏิบัติ จึงยิ่งดูจะไม่เหมาะสมกับสภาวะกาลเท่าใดนัก

จึงอยากฝากถึงผู้มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้ต้องตระหนักว่า ในการเปิดตำแหน่งใหม่ทุกครั้งนั้นมีต้นทุนที่จะต้องจ่าย นั่นคือเงินเดือนที่มาจากเงินภาษีของประชาชน จึงต้องใคร่ครวญว่าการที่จะเติมเต็มความต้องการของคนเพียงหนึ่งคน แต่กลับต้องให้ประชาชนต้องมาแบกรับภาระโดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ขณะเดียวกันยังทำลายโครงสร้างและบั่นทอนการพัฒนาองค์กรในอนาคต หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง...
Read more ...

ชง “จรัมพร” ขึ้นที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านผู้เชี่ยวชาญ พฐ.

24/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 ส.ค.2555

ที่ประชุมบอร์ด ก.ตร.ชุดเล็ก เคาะรายชื่อระดับ ผบก.-รอง เกือบ 200 ตำแหน่งเข้าสู่ที่ประชุม ก.ตร. 29 ส.ค.ลูกหม้อเก่านครบาล คืนถิ่นเพียบ ชง “จรัมพร” ขึ้นที่ปรึกษา สบ10 เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.ด้านผู้เชี่ยวชาญ พฐ.

วันนี้ (23 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 12/2555 ในวันพุธที่ 29 สิงหาคม เวลา 14.00 น.ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร.โดยมีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญ อาทิ การเลื่อนเงินเดือนประจำปีให้แก่รอง ผบก.-ผบก.ปรับโครงสร้าง และกำหนดตำแหน่งให้กับกองจเรตำรวจ กองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล สำนักงานกฎหมายและคดี และวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผบก.และรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) หรือเทียบเท่า วาระประจำปี 2555

ทั้งนี้ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ การเสนอเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวน ซึ่งก่อนหน้านี้ กำหนดเป็นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวนโดยใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์และพิสูจน์หลักฐาน แต่ ตร.เกรงข้อครหา ล็อกสเปก จึงมีการปรับชื่อตำแหน่งใหม่ โดยมีการคาดการณ์อีกเช่นกันว่า เป็นตำแหน่งที่เปิดเพื่อผลักดัน พล.ต.ท.จรัมพร สุรมะณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.อาวุโส อันดับ 2 เมื่อตัดผู้ที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นติดยศ พล.ต.อ.ไปแล้วตามมติ ก.ตร.แต่งตั้งครั้งล่าสุด ออก ให้ได้ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ 10) ติดยศ พล.ต.อ.

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า ในส่วนของกองบัญชาการต่างๆ นั้น ตร.กำหนดให้ส่งบัญชีแต่งตั้งของแต่ละหน่วยมายัง ตร.ภายในวันที่ 24 สิงหาคม ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้หลายหน่วยนัดประชุมบอร์ดกลั่นกรองของหน่วย ซึ่งมีรอง ผบช.หน่วยที่อาวุโสสูงสุดเป็นประธาน จากนั้นทุกหน่วยจะจัดส่งบัญชีแต่งตั้ง ที่แม้ว่ายังมีการวิ่งเต้น เปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่ลงตัวแล้ว มายังผบ.ตร.จากนั้น ผบ.ตร.จะนำบัญชีของทุกหน่วย รวมกับบัญชีแต่งตั้งของหน่วยขึ้นตรง สง.ผบ.ตร.นำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจพิจารณา ในการประชุม ก.ตร.วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 14.00 น.ทั้งนี้ ในการแต่งตั้ง

ระดับ ผบก.ถึงรอง ผบช.ครั้งนี้มีคำแหน่ง

- รอง ผบช.ว่าง 39 ตำแหน่ง 
- ผบก.ว่าง 74 ตำแหน่ง รวม 113 ตำแหน่ง 

และคาดว่า จะมีการแต่งตั้งหมุนเวียนอีกจำนวนมาก รวมเกือบ 200 ตำแหน่ง ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในการประชุม ก.ตร.ในวันที่ 29 สิงหาคม นี้จะใช้เวลาในการพิจารณาค่อนข้างนาน และอาจข้ามคืน

สำหรับตำแหน่งที่น่าจับตามีดังนี้

พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.ทล.เพื่อนร่วมรุ่น นรต.31 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.
พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.และ 
พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. นรต.รุ่น 31 ขึ้นเป็น รอง ผบช.ก. 

พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท.เป็น ผบก.ปอศ. 
พล.ต.ต.วิฑูรย์ สัตยเทวา ผบก.ปปป. โยกเป็น ผบก.ปอท. 
พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก. ปอศ.ขึ้นเป็น ผบก.ปปป. 
พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ประจำ สตม.นรต.รุ่น 40 โยกมาเป็น ผบก.ทท.

พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.ก. 
พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.ตม. 2
พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง จตร.(สบ 7) 
พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.สส.สตม. เป็นรอง ผบช.สตม. 

พ.ต.อ.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ รอง ผบก.ตม.4 เป็น ผบก.ตม.2 
พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.จว.ชัยนาท นรต. 29 โยกเป็น ผบก.ตม. 3 
พ.ต.อ.ชาตรี วุฒิภักดี รอง ผบก.ตม. 1 ขึ้นเป็น ผบก.ตม. 6 
พ.ต.อ.วราวุธ ทวีชัยการ รอง ผบก.น. 8 ขึ้นเป็น ผบก.อก.สตม. 
พ.ต.อ.วิทยา เนียมน้อย รอง ผบก.ตม. 3 ขึ้นเป็น ผบก.ประจำ สตม. 
พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. โยกเป็น ผบก.สส.สตม.

พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รอง ผบช.ตชด.โยกเป็น รอง ผบช.ส.
พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด รอง ผบช.ส. เป็น รองผบช.ประจำ บช.ส. 
พล.ต.ต.อัตชัย ดวงอัมพร ผบก.ส. 4 ขึ้น รอง ผบช.ส. 

ก่อนสไลด์ 
พล.ต.ต.ธงชัย โตงาม ผบก.ส.1 เป็น ผบก.ส. 4 แทน พร้อมดัน 
พ.ต.อ. สราวุฒิ การพานิช รอง ผบก.ส.1 เป็น ผบก.ส.1 
พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.อก.บช.ศ.โยกเป็น ผบก.อก.บช.ส.

พล.ต.ต.ประยุทธ์ วะนะสุข ผบก.ภ.จว.ลพบุรี และ
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.1 
พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.กองคดีปกครองและคดีแพ่ง โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ 
พล.ต.ต.วัฒนา เขตสมุทร์ ผบก.ภ.จว.อ่างทอง เป็น ผบก.ภ.จว.ลพบุรี 
พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี นรต.37 เพื่อนสนิท ]
พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ว่าที่ ผบช.ภ.1 เป็น ผบก.สส.บช.ภ.1

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ขึ้นข้ามหน่วยเป็น รอง ผบช.สกพ.ก่อนโยก
พล.ต.ต.อุฬาร อเนกบุณย์ ผบก.ภ.จว.นครนายก มานั่งเก้าอี้ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว 
พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เข้ากรุเป็นผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.ก่อนดัน
พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.สส.บช.ภ.4 นรต. 34 ขึ้นนั่งเก้าอี้ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ขณะที่ 
พ.ต.อ.จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ตราด

พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น. โยกเป็น รอง ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.กองวิจัย โยกเป็น ผบก.สส.บช.ภ.3 
พล.ต.ต.โชติ วีระเดชกำแหง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ขึ้นรอง ผบช.ภ.4 และให้ 
พ.ต.อ.กมลสันติ กลั่นบุศย์ รอง ผบก.น.9 ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี
     
พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.9 
พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสส์ ผบก.ภ.จว.พะเยา 
พล.ต.ต.อรรถกิจ กรณ์ทอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน ขึ้นรอง ผบช.ภ. 5 
พ.ต.อ.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย นรต.37 ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.เชียงราย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.อคฝ.โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ภ.จว.ลำปาง 
พล.ต.ต.เกษมสันต์ บุญญกาญจน์ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน โยกออกข้างไป ผบก.ภ.จว เชียงใหม่ ก่อนดัน 
พ.ต.อ.อรรถสิทธิ์ จิตรพันธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ขณะที่ 
พ.ต.อ.กริช กิติลือ รอง ผบก.สส.ภ.5 ขึ้น ผบก.สส.ภ.5 และ 
พ.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ลำพูน 
พล.ต.ต.พิชัย เจียมบุรเศรษฐ ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ขึ้นรอง ผบช.ภ.6 
พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.น.1 โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก 
พ.ต.อ.ประยูร คำสุข รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ขึ้น ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์

พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รอง ผบช.ศ.สาย “บิ๊กตู่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว. เพชรบุรี นรต.รุ่น 30 
พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.อก.บช.ภ.7 
พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัตร ผบก.ตม.6 ขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.7

พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธุ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.9 
พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต โยกเป็นผบก.กองตรวจราชการ ก่อนโยก 
พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นรต.รุ่น 29 มาเป็น ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต 
พล.ต.ต.วีระสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย ผบก.ประจำ บช.ภ. 9 โยกเป็นผบก.อก.บช.ภ. 9 
พล.ต.ต.สมควร คัมภีระ ผบก.อก.ศชต.เป็น ผบก.จว.สตูล 
พล.ต.ต.สุรศักดิ์ รมยานนท์ รอง ผบก.ภ.จว. พัทลุง เป็น ผบก.ประจำ บช.ภ.9 
พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ขึ้นเป็น ผบก.สส.บช.ภ.9

พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ขึ้นข้ามหน่วยเป็น รอง ผบช.ศชต. 
พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง จตร.(สบ 7) โยกเป็นรอง ศชต. 
พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รอง ผบช.ภ.3 โยกเป็นรอง ผบช.ศชต. 
พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ปัตตานี 
พ.ต.อ.วิชัย เกษมวงศ์ รอง ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม ศชต.ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.นราธิวาส

พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.ศฝร.บช.ภ.7 ขึ้นข้ามหน่วยเป็น รอง ผบช.ศ. 
พล.ต.ต.กัมพล ศรีเจริญ ผบก.อัตรากำลัง โยกเป็น ผบก.อก.บช.ศ.และ 
พ.ต.อ.พรชัย ขันตี รอง ผบก.กองวิจัย ขึ้นเป็น ผบก.อัตรากำลัง 
พล.ต.ต.มณฑล เงินวัฒนะ ผบก.ตท.โยกสลับกับ 
พล.ต.ต.มโนช ตันตระเธียร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือ ILEA 
พล.ต.ต.สมบูรณ์ ขจรสารสิทธิ์ ผบก.อก. สทส.ขึ้นเป็นรอง ผบช.สทส. ก่อนให้ 
พ.ต.อ.พจน์ วิญญาวงค์ รอง ผบก.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลางขึ้น ผบก.อก.สทส.แทน 
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.สท. นรต.38 ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้น รองผบช.สกพ.ก่อนให้ 
พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผบก.น. 8 นรต.36 ขึ้นเป็น ผบก.สท.แทน 
พล.ต.ต.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบก.กองร้องทุกข์ เป็น ผบก.ตรวจสอบประวัติ ก.ตร.

สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายใน บช.น.มี รอง ผบช.โยกเข้ามา อาทิ 

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 34 
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.สยศ.ตร. นรต.รุ่น 36 กลับถิ่นเก่า 
พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.น.2 อาวุโสอันดับ 1 บช.น. ขึ้นเป็น รอง ผบช.น. 
พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.จร. นรต.รุ่น 29 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร. ขึ้น รอง ผบช.น. 
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ นรต. รุ่น31 เป็นรอง ผบช.น.

ระดับ ผบก.ในนครบาล มีการโยกย้าย 

พ.ต.อ.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล รอง ผบก.น.1 ลูกหม้อ บก.น.1 เป็น ผบก.น.1 
พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.3 โยกเป็น ผบก.น.2 
พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.น.7 อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ถูกตำหนิเรื่องการจับกุมอาวุธปืนในช่วงแรกที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มารับตำแหน่ง โดยย้ายมาเป็น ผบก.น.3 

พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.สส.บช.ภ.5 สายตรง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ10) ได้เข้ากรุงเป็น ผบก.น.4 
พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.น.4 ย้ายมาเป็น ผบก.น.7 
พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผบก.น.9 สาย “รองนายกฯ เฉลิม” ขยับมาเป็น ผบก.น.8 ขณะที่ 
พ.ต.อ.ชยุต รัตนอุบล รอง ผบก.น.9 ได้ติดยศนายพลเป็น ผบก.น.9       
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย เลขานุการตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 38 กลับนครบาล เป็น ผบก.จร. 
พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด รอง ผบก.น.4 ได้ขยับขึ้นเป็น ผบก.อคฝ. 
พ.ต.อ.สุรนิตย์ พรหมบุตร รอง ผบก.น.9 เป็น ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น.ส่ง 
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น. ออกนอกหน่วยเป็น ผบก.อก.ภ.1
Read more ...

“เพรียวพันธ์” ชง ก.ตร.เปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เพิ่ม

18/8/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 ส.ค.2555

ผบ.ตร.เพรียวพันธ์ ทิ้งทวน ชง ก.ตร.อนุมัติเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เพิ่ม ให้ทัน 29 ส.ค.เชื่อผ่านฉลุยไม่มีปัญหา!

วันนี้ (17 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวถึงการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก.ว่า ขณะนี้ได้มีการกำหนดวันให้แต่ละกองบัญชาการส่งบัญชีรายชื่อมาให้ทันภายในวันที่ 24 ส.ค.ส่วนการประชุมบอร์ดกลั่นกรองเพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมกับตำแหน่งในวันที่ 25 ส.ค.จะอยู่ในช่วงเวลา 10.00-11.00 น.นี้
     
เมื่อถามว่า จะมีการกำหนดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) ด้านการสืบสวน โดยใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์และพิสูจน์หลักฐานนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า คาดว่า จะนำวาระดังกล่าวเข้าไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้ทัน ภายในวันที่ 29 ส.ค. นี้ และคิดว่า ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เมื่อถามถึงแนวทางแก้ปัญหาเหตุความไม่สงบในภาคใต้นั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการหารือกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนใหม่แล้ว ได้มีการมอบหมายให้กำหนดนโยบายเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเคยอยู่มาก่อน

“ปัญหาที่ยังกังวลอยู่ในขณะนี้ มีเรื่องด่านสกัดกั้นยาเสพติดทางภาคเหนือ และก็ด่านตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ยังไม่เสร็จ เพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ แต่ยังไม่เรียบร้อย จึงอยากฝาก ผบ.ตร.คนใหม่ให้ดูแลทั้ง 2 เรื่องนี้ด้วย” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ระบุ

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นัดประชุม ก.ต.ช.วันที่ 31 สิงหาคม เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระที่สำคัญคือ พิจารณาเพื่ออนุมัติเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารยุทธศาสตร์ ด้านงานปราบปรามยาเสพติดและการต่อต้านการก่อการร้าย 1 ตำแหน่ง นรป.(สบ8) 1 ตำแหน่ง นรป.(สบ6) 2 ตำแหน่ง และ ผู้บังคับการกองบังคับการถวายความปลอดภัย 1 ตำแหน่ง ตามที่ประชุม ก.ตร.วันที่ 1 สิงหาคม มีมติเห็นชอบให้มีการขอเปิดตำแหน่ง ทั้งนี้ เมื่อ ก.ต.ช.อนุมัติ ตร.สามารถไปดำเนินการแต่งตั้งตำแหน่งเหล่านี้ได้ ซึ่งทาง ตร.กำหนดว่าจะดำเนินการแต่งตั้งตำแหน่งเหล่านี้ในช่วงเดือนกันยายน จากนั้นเสนอโปรดเกล้าฯและให้มีผลในวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมกับทุกตำแหน่งที่แต่งตั้งก่อนหน้านี้
Read more ...

กตช. ถกเปิดตำแหน่ง 14 นายพล

21/6/55
โดยข่าวสด เมื่อ 20 มิ.ย.2555

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจ กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลตำรวจว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาไปแล้ว เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วตามสื่อ 

จากนั้นในวันที่ 22 มิ.ย. จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งก.ตร.จะใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไรก็ได้ จากนั้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

รายงานแจ้งว่าการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 10/2555 ที่จะมีขึ้นในเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. มีวาระสำคัญ คือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตามบัญชีที่ 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.

เสนอ 

เข้าที่ประชุม มีการแต่งตั้งโยกย้ายเพียง 4 ตำแหน่ง คือ เสนอให้ 

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เป็น ผบช.ภาค 1 

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1 เป็น ผบช.น. 

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. เป็นรองจเรตำรวจ (สบ7) และ 

พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.ภาค 1 เป็น รองผบช.น. 

โดยตำแหน่ง รองผบช.ภาค 1 ที่ว่าง 2 ตำแหน่ง และตำแหน่งรองผบช.ก. ที่ยังว่าง ยังไม่มีการเสนอ ก.ตร.ขอแต่งตั้งในการประชุมครั้งนี้

ข่าวแจ้งอีกว่า ในช่วงเช้าวันที่ 22 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 

นัดประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยมีวาระสำคัญคือ ขออนุมัติเปิดตำแหน่ง

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (สบ6) เทียบเท่าตำแหน่งผบก. จำนวน 14 ตำแหน่ง 

หลังจากที่ประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 9/2555 อนุมัติเปิดตำแหน่งผ่านไปแล้ว
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม