แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งตั้ง ผบช.ขึ้นไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งตั้ง ผบช.ขึ้นไป แสดงบทความทั้งหมด

โปรดเกล้ารายชื่อแต่งตั้ง ผบช. ขึ้นไป และ ผบก. ถึง รอง ผบช.

10/11/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 10 พ.ย.2557

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ที่สำคัญถึง 57 ตำแหน่ง ทั้งนี้มีการโยกย้ายตำแหน่งที่สำคัญหลายตำแหน่งอธิเช่น

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาย จเรตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร. ,

พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษา (สบ10) (ด้านกฎหมายและสอบสวน) ดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ , 

พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผช.ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) (ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) , 

พล.ต.ท. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผช.ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร. , 

พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผช.ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ10) (ด้านกฎหมายและสอบสวน) , 

พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล รองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ9) ดำรงตำแหน่ง (สบ10) (ด้านสืบสวน) , 

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผช.ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร. เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมข้อมูลทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

ในส่วนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ไปจนถึงระดับผู้บังคับการจำนวน 225 ตำแหน่งนั้นสามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เช่นเดียวกัน
Read more ...

เอกฉันท์! โผบิ๊ก ตร.ผ่านฉลุย เฉลิมเกียรติ, จักรทิพย์ รอง ผบ.ตร.

19/9/57
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2557 18:36

“ประวิตร” เป็นประธานประชุม ก.ตร. มติเอกฉันท์แต่งตั้ง 57 นายพล “วัชรพล” ขอเปลี่ยน 4 ตำแหน่ง ก่อนประชุม ย้าย "วินัย ทองสอง" นั่ง รอง จตช. "สุชาติ" นั่งจเร "อนุรุต" นั่ง ผบช.ศชต. "ศรีวราห์" น.1 "อำนวย" นั่ง ภ.1

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 12 ก.ย. มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 10/2557 โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) นำคณะรอง ผบ.ตร.-ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นแท่นรับการทำความเคารพ และเดินตรวจแถวกองเกียรติยศ วางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

ในเวลา 13.45 น. พล.อ.ประวิตร เข้าประชุม ก.ตร. โดย ก.ตร.เข้าประชุมครบ โดยเริ่มพิจารณาวาระอื่นๆ ก่อนกระทั่งเวลา 15.00 น. เริ่มพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายระดับ ผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงรอง ผบ.ตร.วาระประจำปี 2557 โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 45 นาที จึงเลิกประชุม โดยก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ฝ่ายเลขาฯ ได้แจกจ่ายเอกสารการประชุมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเอกสารแก้ไขเปลี่ยนแปลงการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช.รวม 4 ตำแหน่ง

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุม ก.ตร.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่ประชุม มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.ถึงรองผบ.ตร. วาระประจำปี 2557 อย่างเป็นเอกฉันท์ในทุกตำแหน่ง โดยไม่มีการโหวต โดยมีการปรับบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสม แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยืนยันว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และทหาร โดยทุกตำแหน่งพิจารณาตามลำดับอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ โดยไม่มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ การแต่งตั้ง ให้กับตำแหน่งใด ซึ่งหลังจากนี้จะนำรายชื่อทั้งหมด เสนอขึ้นโปรดเกล้าฯ ต่อไป ส่วนการแต่งตั้งระดับรองผู้บัญชาการ ถึงผู้บังคับการ ที่จะมีตำแหน่งว่างกว่า 70 ตำแหน่ง จะมีการพิจารณาร่วมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ว่าที่ ผบ.ตร.

ขณะที่มีรายงานว่า ก่อนการประชุม พล.ต.อ.วัชรพล ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้ง ได้ขอเปลี่ยนแปลงบัญชีที่เสนอให้ ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้ง 4 ตำแหน่ง โดยเดิมทีพิจารณาให้ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 ขึ้นเป็นรองจเรตำรวจแห่งชาติ (รองจตช.) แต่ขอเปลี่ยนให้ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. สไลด์เป็น รอง จตช.แทน และเปลี่ยนแปลง ให้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โยกเป็น จเรตำรวจ (สบ8) จากเดิมให้เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) โดยให้ พล.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ จตร. (สบ8) เป็น ผบช.ศชต.แทน โดยให้เหตุผลเคยปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานาน จึงมีความเหมาะสม

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ก.ตร.ได้พิจารณา แต่งตั้งโยกย้ายตามรายชื่อที่ พล.ต.อ.วัชรพล เสนอในตอนแรก และเสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลง รวม 57 ตำแหน่ง ประกอบด้วย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 35 (นรต.35) ขยับเป็น รอง ผบ.ตร.

พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษา (สบ10) ขยับเป็น จตช. แทน พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.นรต.36 ขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นตำแหน่งหลักที่ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88/557 กำหนดให้ รอง ผบ.ตร.และ จตช.เป็น ก.ตร.และ มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร.

ให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ นรต.30
พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ
พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม นรต.30
พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร นรต.32 ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ
พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล นรต.34 รองจเรตำรวจแห่งชาติ

ขึ้นเป็น

ที่ปรึกษา (สบ10)

ส่วน ผบช.ที่ขยับเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เรียงตามความอาวุโส ประกอบด้วย

พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.สงป.รรท.ผบช.ภ.4

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8.

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.วัฒนา สักกวัตร หน.จตร.

พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ.

พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ประจำ สมช.)

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส.

พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ช่วยราชการ ศปก.ตร.

พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 ช่วยราชการ ศปก.ตร. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

โดยขยับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร.สายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น รอง จตช.(สบ9) ในนาทีสุดท้าย

ตำแหน่งระดับ ผบช. ก.ตร.ให้

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. (นรต.รุ่น 35) สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายยกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ประธาน ก.ตร. เป็น ผบช.น.

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. นรต.รุ่น 31 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สมยศ เป็น ผบช.ภ.1

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ภ.2

พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.3 (นรต.รุ่น 31) เพื่อนสนิท พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็น ผบช.ภ.3

พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รอง ผบช.ภ.4 (นรต.รุ่น 31) เป็น ผบช.ภ.4

พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 (นรต.รุ่น 34) ลูกชาย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีต อ.ตร.เป็น ผบช.ภ.5

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผบช.สกพ.(นรต.รุ่น 34) เป็น ผบช.ภ.6

พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.4 (นรต.33) สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.ซึ่งเป็นน้องชาย พล.อ.ประวิตร เป็น ผบช.ภ.7

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รอง ผบช.ก.(นรต.35) สายตรงแกนนำ กปปส. เป็น ผบช.ภ.8

พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ รอง ผบช.สตม. (นรต.29) เพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.วัชรพล เป็น ผบช.ภ.9

พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ จตร. (สบ8) พลิกโผนาทีสุดท้ายขยับเป็น ผบช.ศชต. ให้

พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ประจำ.ตร. (นรต.รุ่น 36) สายตรง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็น จตร. (สบ8)

พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี จตร.(นรต.รุ่น 36) สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบช.สตม.

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบช.ก.(นรต.36) สายตรงพล.อ.ประวิตร เป็น ผบช.ส.

พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง จตร. สายตรงแกนนำกปปส.เป็น ผบช.ปส.

พล.ต.ต.พรหมธร ภาคอัต (นรต.35) รอง ผบช.ศ. เป็น ผบช.ศ.

พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน (นอร.) รอง ผบช.กมค.ที่ปรึกษากฎหมาย พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบช.กมค.

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค รอง ผบช.ภ.6 เป็น ผบช.สตส.

พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง จตร.เป็น ผบช.สทส.

พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชาระยา จตร.ตำแหน่ง เป็น ผบช.สงป.

พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รอง ผบช.ภ.7 นรต.38 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร.เป็น ผบช.สพฐ.

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบช.ภ.5 (นรต.38) เป็น ผบช.สกพ.

พล.ต.ต.สมบูรณ์ ตันตระกูล รอง พตร.เป็น พตร.

พล.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.สยศ.

พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบช.สยศ. (นรต.33)

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3 (นรต.32)

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 (นรต.32)

พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. นรต.31

พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 (นรต.37)

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์ รอง ผบช.น. เป็น จตร. (สบ8)

พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รอง ผบช.ส. (นรต.30)

พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท รอง จตร.

พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด รอง จตร.

พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบช.ภ.7 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

สำหรับตำแหน่ง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกฯ นั้น ยังปล่อยให้เป็นตำแหน่งว่าง ยังไม่มีการแต่งตั้งใครลงในตำแหน่ง โดยคาดว่าจะรอไปทำการแต่งตั้ง หลังการเออลี่รีไทร์ ของ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีผล ซึ่งจะทำให้มีตำแหน่งว่างอีกหลายตำแหน่ง. 
Read more ...

'ศรีวราห์'เต็ง ผบช.น.

6/9/57
โดยไทยรัฐ เมื่อ 4 ก.ย.2557

แต่งตั้งบิ๊กตร.10ก.ย. เปลี่ยนตัวผบช.ภ.1-9

10 ก.ย.นี้ ประชุม ก.ตร.โยกย้ายบิ๊กสีกากีระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช. โดย เดอะปู-พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ยังเป็นตัวเก็ง ผบช.น. แบบไร้คู่แข่ง ส่วนที่ บช.ภ.1 เดอะช้าง-พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ยังต้องบดกับ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ เช่นเดียวกับเก้าอี้ใหญ่ที่ภาค 8 พล.ต.ต.เทศา ศิวาโท สาย “พระกำนัน” กับสายทหาร-บิ๊กเจี๊ยบ พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลลดิลก บี้กันมันหยด ฝุ่นตลบต้องที่ภาค 9 มีแต่นายตำรวจใหญ่ แบ็กดีจ้องตาเป็นมัน ขณะที่นักรบคนทำงาน เดอะใหม่-พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ถ้าไม่มีอะไรพลิก งวดนี้ผงาดขึ้นคุม บช.ศชต. ดูแลปัญหา 3 ชายแดนใต้เต็มตัว

“ประยุทธ์” สั่งจัดโผสีกากีระดับรอง ผบ.ตร.ยัน ผบช. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. นัดประชุม ก.ตร.วาระพิเศษพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.- ผบช. ประจำปี 57 โดยมีระดับ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช. เกษียณราชการ 21 ตำแหน่ง ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อุดม รักศีลธรรม ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง จตช. พล.ต.ท.วรเทพ เมธาวัธน์ จตร. พล.ต.ท.สมโชค เจริญพร จตร. พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง จตร. พล.ต.ท.ทวีชัย วิริยะโกศล จตร. พล.ต.ท.จุตติ ธรรมมโนวานิช ผบช.กมค. พล.ต.ท.สุชีพ หนูนาง ผบช.สตส. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ4 พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ พตร.

ระดับรอง ผบ.ตร.มีว่าง 7 ตำแหน่ง คาดว่าจะเสนอชื่อผู้ช่วย ผบ.ตร.ประกอบไปด้วย พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รอง จตช. โดยขยับ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. มาเป็น รอง ผบ.ตร. ตามคำสั่งศาลปกครองกลางให้ ตร.เยียวยากรณี พล.ต.อ.วุฒิร้องขอความเป็นธรรมในการจัดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจ

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 13 ตำแหน่ง คาดว่าจะเสนอชื่อ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. นรต.รุ่น 30 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.วัฒนา สักกวัตร จตร. (หน.จต.) นรต.รุ่น 29 พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส. นรต.รุ่น 31 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

ระดับ ผบช. เก้าอี้สำคัญมีว่าง 24 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งหลักคุมพื้นที่คาดว่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.รรท.ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 35 สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นตัวเก็ง ผบช.น.แทน พล.ต.ท.คำรณ–วิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ที่จะครบวาระเกษียณในปลายเดือน ก.ย.นี้ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบช.ก.สายตรง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เบียดกับ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบช.สยศ.ตร. นรต.รุ่น 33 เป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบช.ก.ตร. รรท.ผบช.ภ2 เป็นผบช.ภ.2 พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 31 คาดว่าเป็น ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.งป. เบียดกับ พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ภ.4

พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง จต.(สบ 7) รรท.ผบช.ส. ตัวเก็ง ผบช.ภ.7 ส่วน ผบช.ภ. 8 ยังไม่แน่นอนระหว่างสายการเมืองกับสายทหารระหว่าง พล.ต.ต.เทศา ศิวาโท รอง จต. นรต.รุ่น 32 สายตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 31 เพื่อนสนิท พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ส่วนที่ภาค 9 มี พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวส รอง ผบช.น. นรต.รุ่น 36 เบียดกับ พล.ต.ท.ธนพล สนเทศ รอง จตร.นรต.รุ่น 33 โดยมี พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.สตส. เป็นตัวสอดแทรก ส่วน บช.หลักอย่าง สตม. มี พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี รรท.ผบช.

สตม.นรต.รุ่น 36 สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.เป็นตัวเก็ง และ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.นรต.รุ่น 36 ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปล้นปืนปี 47 เป็น ผบช.ศชต.
Read more ...

ถก 2 ชม.ตั้งนายพลตำรวจบัญชีไม่เปลี่ยน

20/7/56
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 19 ก.ค.2556

เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (19 ก.ค.) ที่ห้องประชุม 3 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายนนทิกร กาญจนจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาก.พ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)ถึงผู้บัญชาการ(ผบช.)วาระประจำปี 2556 โดยมี 

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต 

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ 

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.และ

พล.ต.อ.อมรินทร์ อัครวงษ์ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) 

ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เสนอให้พิจารณา ซึ่งการประชุมคัดเลือกครั้งนี้ เดิมทีกำหนดสถานที่ ที่ห้องประชุม 310 อาคารรัฐสภา2 รัฐสภา แต่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่มาประชุมที่ตร.อย่างกะทันหัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบ.ตร.และเทียบเท่า ที่ว่าง 5 ตำแหน่ง มีการเสนอให้ขยับที่ปรึกษา (สบ10) สู่ตำแหน่งหลัก 3 ตำแหน่ง คือ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ10) นรต.30 พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) นรต.30 เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) นรต.35 บุตรเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่ง ให้ พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 9) (รองหน.นรป.) เป็น หน.นรป. (สบ 10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ 10)

ในตำแหน่งระดับผู้ช่วยผบ.ตร.และเทียบเท่าที่ว่าง 11 ตำแหน่งนั้น บอร์ดกลั่นกรองมีมติให้ 

พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. 
พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. 
พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. 
พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จตร. (สบ 8) 
พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผบช.สง.ก.ตร. 
พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จตร.(สบ 8) 
พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 
พล.ต.ท.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ จตร. (สบ 8) และ 
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. 

พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จตร.(สบ 8) นรต.รุ่น 34 สายตรงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเป็นรอง จตช.(สบ 9) และ 

พล.ต.ต.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป.(สบ 8) ขึ้นเป็นรอง หน.นรป.(สบ 9) โดยการแต่งตั้งระดับนี้เป็นไปตามอาวุโส แต่เนื่องจาก 

พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่รพ.ตร.และ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. 

ขออยู่ตำแหน่งเดิม 

แม้จะมีอาวุโสสูงก็ตาม จึงมีการขยับพล.ต.ท.วินัย และพล.ต.ท.พันธ์ศักดิ์ เลื่อนขึ้นแทนตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นดังกล่าวประธานบอร์ดกลั่นกรองตั้งข้อสังเกตุถึงการไม่เลื่อนตำแหน่งขึ้นของพล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ ทั้งที่มีอาวุโสอันดับที่ 1และอยู่ในตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่มา 4ปีแล้ว ซึ่งใช้เวลาอภิปรายกันนานจึงจะให้ผ่านในที่สุด

สำหรับระดับ ผบช.มีเก้าอี้ว่างจากการเกษียณอายุราชการและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 19 ตำแหน่ง มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนดังนี้ พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เป็นจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 เป็น จตร.(สบ 8) โยกพล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร ผบช.กมค. เป็น หัวหน้าจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นรป (สบ 8) ขยับเข้าไลน์หลักเป็น ผบช.สง.นรป.โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต สังขะเมฆะ นรป.(สบ 7)ขึ้นเป็นนรป.(สบ8) พล.ต.ต.พนมศักดิ์ ทั่งทอง รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการข่าว)ขึ้นเป็น จตร.(สบ8) พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รองผบช.สง.กตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.กตร. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ8) เป็นผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รองผบช.ส.ขึ้นเป็น(จตร.สบ8) พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็นจตร.(สบ8)แทน พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รองผบช.สตม.ขึ้นเป็นจตร.(สบ8) พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รองผบช.สกบ.เป็น จตร.(สบ8) พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รองผบช.ศชต. คนสนิท พล.ต.อ.อดุลย์ ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ฯแทน

สำหรับกองบัญชาการตัวเลข พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 โยกเป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ทำหน้าทีี่บริหารงานด้านป้องกัน เป็น ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. นรต28 มือทำคดีเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร จตร.(สบ8) เป็นผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ.ตร. เป็นผบช.ภ.8. พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 เป็นผบช.ศชต. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด.ขึ้นเป็นผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส.ขึ้นเป็น ผบช.ปส. ที่มีการพูดถึงมากที่สุดน่าจะเป็นตำแหน่งของ พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผบช.ภ.1อาวุโสอันดับ 6 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบช.สกบ.เข้ามาดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะกรณีการสร้างสถานีตำรวจที่ยังค้างคา ทั้งนี้บอร์ดกลั่นกรองใช้เวลาในการพิจารณาแต่งตั้ง 2ชั่วโมง โดยมีการอภิปรายในกรณีการเลื่อนขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร.

ส่วนตำแหน่งที่ยังเหนียวแน่นไม่มีการเสนอเปลี่ยนแปลงในการแต่งตั้งครั้งนี้ คือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ. พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญญา ผบช.สงป. พล.ต.ท.สุชีพ หนูนาง ผบช.สตส.

ทั้งนี้รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาในบอร์ดกลั่นกรองครั้งนี้และรายชื่อ ผบช.รร.นรต.ที่ผ่านการสรรหาโดยคณะกรรมการสภาการศึกษารร.นรต.จะต้องเสนอให้ ก.ตร.พิจารณาในวันที่ 24 ก.ค. นี้เวลา 09.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
Read more ...

บอร์ดคณะกรรมการคัดเลือกฯ แต่งตั้ง 45 นายพลตำรวจโท ถึง พลตำรวจเอก

29/7/55
โดยมติชน เมื่อ 29 ก.ค.2555

วันที่ 29 ก.ค. 2555 ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

นายนนทิกร กาญจนจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 

เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง 

การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ถึง ผู้บัญชาการ(ผบช.) วาระประจำปี 2555 โดยมีรองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ร่วมประชุมกันครบ ในจำนวนนี้มี 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร.

ร่วมประชุมด้วย ใช้เวลาประชุมเพียง 1 ชั่วโมง พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนทั้งสิ้น 45 ตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้งเลื่อนขึ้น 37 ตำแหน่งและสับเปลี่ยน 8 ตำแหน่ง

รายงานข่าวระบุว่าบอร์ดกลั่นกรองพิจารณาแล้ว ตามเห็นชอบตามบัญชีแต่งตั้งที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.เสนอเข้ามา ทั้งนี้มีรายงานว่า บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายดังนี้ โยก 

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา(สบ10) 

เป็นรองผบ.ตร. 

พล.ต.อ.อัมรินทร์ อัครวงษ์ ที่ปรึกษา(สบ10) 

เป็นจตช. 

โดยเห็นชอบแต่งตั้ง 

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง 
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 
พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ 
พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน และ
พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี 

ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่า บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบแต่งตั้งตามลำดับความอาวุโส ดังนี้ ให้ 

พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(สทส.) 
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผบช.กองบัญชาการศึกษา(ศ.) 
พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.ตร.) 
พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา จเรตำรวจ(จตร.) (สบ8) 
พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ตำรวจภูธรภาค8 (ภ.8) 
พล.ต.ท.ภัทรชัย หิรัญญะเวช ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.) 
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 และ
พล.ต.ท.อรรถพร อุทยานนท์ จตร.(สบ8) และ
พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม จตร.(สบ8) เป็นผู้ช่วยผบ.ตร. และให้ 
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน จตร.(สบ8) ขึ้นเป็น รองจตช.(สบ9)

ขณะที่มีรายงาน ระดับ ผบช.บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบ ดังนี้ โยก 

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ภ.2 

คุมพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง ทั้งนี้มีกระแสข่าวมาตั้งแต่ตอนที่ พล.ต.ท.วินัย ลุกจากตำแหน่งผบช.น.แล้ว ว่าตั้งใจจะย้ายไปลงในตำแหน่ง ผบช.ภ.2 แต่เนื่องจากติดขัดหลายปัจจัย ทำให้ต้องดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก่อน ขณะที่บอร์ดกลั่นกรองโยกเห็นชอบโยก 

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น เป็น ผบช.สพฐ.ตร. 

ทั้งนี้มีกระแสว่าเหตุที่ถูกโยกเนื่องจากไม่สามารถทำงานสนอมตามนโยบายของฝ่ายการเมืองในหลาย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการเมือง 

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ซึ่งเป็นคนสนิท ของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น ผบช.สตม. โดยให้ 

พล.ต.ต.เชิด ชูเวช รองผบช.ก. นรต.28 ซึ่งเติบโตในพื้นที่บช.ภ.3 เป็น ผบช.ภ.3 คนใหม่

ทั้งนี้เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ รองผบช.ภ.4 คนสนิทก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 ให้

พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ประจำสง.ผบช.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน นรต.30 ซึ่งทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายปี ได้แรงหนุนจากหลายฝ่าย โยกเป็น ผบช.ภ.8 ให้ 

พล.ต.ต. พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ได้แรงหนุน คุณหญิงพจมาน ขึ้นเป็นผบช.ภ.9

ขณะที่เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง รองผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) มือทำงานของพล.ต.อ.อดุลย์ ได้แรงหนุนจากหลายทางโดยเฉพาะ พล.ต.อ.อดุลย์ ให้ขึ้นเป็น ผบช.สันติบาล คุมงานด้านการข่าว 

พล.ต.ต.สุรพงษ์ เขมะสิงคิ รองผบช.ศชต. ลูกหม้อ ตชด. ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. 

พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.รร.นรต. ลูกเขยกลุ่มบริษัทเกษตรรุ่งเรืองพืชผล ขึ้นเป็นผบช.ศ. โยก พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร จตร. (สบ8) เป็น ผบช.กตร. 

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม มือทำบัญชีแต่งตั้ง ลูกหม้อสำนักงานกำลังพลขึ้น เป็นผบช.สกพ. 

พล.ต.ต.วัฒนา สักวัตร รองผบช.ภ.5 เป็น ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี 

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส.อดีตโฆษกตร ขึ้นผบช.สทส. 

พล.ต.ต.สุชีพ หนูนาง รองผบช.7 เป็น ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน

ขณะที่ เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ.7 คนสนิทคุณหญิงพจมาน ซึ่งมีข่าวเดินทางไปฮ่องกง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร.ทำหน้าที่ที่ปรึกษาประสานบก.สส. 

พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รองผบช.สตม. ขึ้นผบช.ประจำ ประสานสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย 

พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รองผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารด้านป้องกันปราบปราม 

พล.ต.ต. จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ รองผบช.สยศ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลดิลก รองผบช.ภ.8 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำด้านนโยบายและแผน 

พล.ต.ต.จุติ ธรรมโนวานิช รองผบช.ภ.7 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวช่ญด้านสืบสวน

นอกจากนี้ เห็นชอบให้ 

พล.ต.ท.ยงยศ นาคเฉลิม ผบช.สกพ. เป็น หัวหน้าจตร.(สบ8) 
พล.ต.ต. วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.สตม.คนสนิท พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ 
พล.ต.ต.สมโชค เจริญพร รองผบช.สกพ. 
พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผบช.ภ.7 
พล.ต.ต.พจน์ ไทยกล้า รองผบช.ภ.6 
พล.ต.ต.ณรงค์ กาญจนะ รองจตร(สบ7) 

ขึ้นเป็น จตร.(สบ8)

โดยมีรายงานว่า สำหรับกรณี 

พล.ต.ท. นพ. จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ 

ซึ่งมีความอาวุโสอันดับที่ 8 นั้น ตร.มีความเห็นว่า เห็นควรให้อยู่บริหารพัฒนารพ.ตร.ต่อ อีกทั้งในสายงานรพ.ตร.นั้น ยังไม่มี ระดับรองนายแพทย์ใหญ่คนใดครบเกณฑ์แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จึงอนุมัติให้ยังดำรงตำแหน่งเดิมไม่ขึ้นในระดับผู้ช่วยผบ.ตร.

ทั้งนี้ในบอร์ดกลั่นกรองไม่มีการพูดถึงตำแหน่งของ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามบัญชีแต่งตั้ง ที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองแล้ว จะนำเสนอให้ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม ทั้งนี้หากก.ตร.เห็นว่าการแต่งตั้งตำแหน่งใดไม่เหมาะสม ก็สามารถเสนอกลั่นกรองใหม่และเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่า ก.ตร.จะเห็นชอบตามบัญชีแต่งตั้งฉบับนี้
Read more ...

"เหลิม"ยันไม่ล้วงลูกโผตั้งนายพล-ลั่นเชื่อใจเพรียวพันธ์

21/10/54
โดยข่าวสด เมื่อ 21 ต.ค.2554

เวลา 10.30 น. วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ ศปภ. 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 

กล่าวถึงการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผบ.ตร สบ.10 ผช.ผู้ช่วยผบ.ตร.และระดับผู้บัญชาการ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกกลั่นกรองการแต่งตั้งโยกย้ายของ ตร.จะพิจารณาในวันเดียวกันนี้เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันที่ 25 ต.ค.นี้ ว่า 

ตนจะไม่ขอยุ่งกับรายชื่อที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ผบ.ตร. เสนอ ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาจะดูจากอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ 67 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของความเหมาะสม เพราะตนได้ให้หลักการกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เป็นบอร์ดกลั่นกรองไปแล้วว่าตนเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในรายละเอียด

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อบอร์ดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร.ใหญ่ จะต้องชี้แจงและอธิบายเหตุผลได้ ถ้ามีตำแหน่งใดที่มีข้อสงสัย ก.ตร.โดยตำแหน่งและ ก.ตร.โดยผู้ทรงคุณวุฒิสามารถซักถามเหตุผลและรายละเอียด หากชี้แจงและอธิบายเหตุผลไม่ได้ก็มีเหตุผลที่จะปรับเปลี่ยนได้ เช่น มีกรณีอยากทราบชื่อล่วงหน้า 3 วัน 

ตนก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะทำให้การแต่งตั้งลำบาก จึงต้องมาดูข้อบังคับข้อที่ 11 ซึ่งประธาน ก.ตร.สามารถส่งวาระเพิ่มเติมได้ว่า เมื่อได้ชื่อจากบอร์ดกลั่นกรองควรจะแจ้ง ก.ตร.ให้ทราบล่วงหน้าได้ในเวลาไม่นาน แต่ถ้ายังมีปัญหาอีก จะใช้ข้อบังคับที่ 25 เพื่อยกเว้นการใช้ข้อบังคับบางข้อของ ก.ตร.แล้วใช้เสียง 2 ใน 3 ของ ก.ตร.ทั้งหมดเป็นผู้พิจารณาการยกเว้นข้อบังคับ โดยเฉพาะการแต่งตั้งรายชื่อผู้ที่มีปัญหา

“คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณายุคที่ผ่านมาก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่รับรองยุคนี้ไม่มีอักษรย่อ อ. ศ. และ ส. ไม่มี และนายกรัฐมนตรีก็ไม่เกี่ยว ท่านมอบผมให้ไปทำตามอำนาจหน้าที่แต่จะถูกใจคนหมดไม๊ ไม่มี ต้องมีคนที่พอใจมั่งไม่พอใจมั่งเพราะตำแหน่งมันน้อย ถ้าตั้งได้อีก 3 กรมก็ดี” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าการพิจารณาแต่งตั้งในช่วงที่มีภาวะวิกฤตน้ำท่วมจะทำให้การทำงานของตำรวจมีปัญหาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตำรวจจะปล่อยว่างไม่ได้ แก้ปัญหาน้ำท่วมก็ทำไป แต่เรื่องแต่งตั้งก็ต้องดำเนินไปเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถ้าปล่อยว่างแล้วไม่มีคนทำงานยิ่งไปกันใหญ่ 

ขณะนี้ได้สั่งการให้ว่าที่ผบ.ตร.สนธิกำลังตำรวจนครบาลดูแลความปลอดภัยในพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด มั่นใจว่าช่วงการถ่ายโอนจะไม่ทำให้การทำงานเกิดการชะงักหรือสุญญากาศ ตนวางแผนหมดแล้วแต่ลงไปมากก็ไม่ได้ แต่ได้ใช้การสั่งการและมอบนโยบาย

เมื่อถามถึงแคนดิเดต ผบช.น.3 รายชื่อ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผบ.ช.ก. พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล รองผบช.น. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมากน้อยแค่ไหน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะยังไม่ได้ประชุม อ่านจากหนังสือพิมพ์เห็นรายงานละเอียด เมื่อถามถึงกรณีที่ส.ส.และกลุ่มคนเสื้อแดงคัดค้าน

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ 

ย้ายกลับไปรับตำแหน่งผู้บัญชาการภาค 8 ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนของขั้วอำนาจเก่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครรู้ว่าพล.ต.ท.สัณฐาน จะไปเป็นผู้บัญชาการภาค 8 เป็นการคาดเดากันไปเอง ก็บอกแล้วว่าบอร์ดกลั่นกรองต้องอธิบายได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับเปลี่ยนโดย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นอดีตตำรวจที่มีความรอบรู้และรู้จักตำรวจเป็นอย่างดี และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มีมาตรฐานในการพิจารณาให้สบายใจได้ ตนเชื่อว่าสนับสนุนคนไม่ผิด
Read more ...

จัดโผตำรวจ พล.ต.อ. ถึง พล.ต.ท.

21/10/54
โดยมติชน เมื่อ 21 ต.ค.2554

กลั่นกรองวันนี้ จับตาชิงผบช.น.

บอร์ดกลั่นกรองโผตร. ประชุมวันนี้ คัดเลือกรองผบ.ตร.-ผบช.นำรายชื่อเข้า ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้ง 25 ต.ค. ที่ปรึกษาสบ 10 ขยับเข้ารองผบ.ตร.หลักทั้งหมด จับตาเก้าอี้ผบช.น.ชิงกันระหว่าง 

"วินัย ทองสอง" กับ

"ภาณุ เกิดลาภผล" 

หากใครพลาดอาจได้เป็นผบช.ภาค 2 ปลอบใจ โดย 

"จักรทิพย์ ชัยจินดา"

 ยังหวังรักษาเดิมไว้

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ต.ค. เวลา 18.00 น. 

คณะกรรมการคัดเลือกกลั่นกรองการแต่งตั้งโยกย้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

ที่มี

นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการก.พ. เป็นประธาน 

และมีรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นคณะกรรมการ จะประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งรองผบ.ตร.-ผบช. หลังจากนั้นจะนำรายชื่อเสนอต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อประชุมพิจารณาแต่งตั้งในวันที่ 25 ต.ค.ต่อไป

สำหรับตำแหน่ง 

รองผบ.ตร.ว่างลง 6 ที่นั่ง จากการเกษียณอายุราชการ 5 คน และ

พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผบ.ตร. 

ส่งผลให้

ตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร. ว่างลง 9 ที่นั่ง จากที่จะเลื่อนขึ้นรองผบ.ตร. 6 คน และเกษียณอายุราชการไป 3 คน ตำแหน่งผบช.ว่าง 13 ที่นั่ง จากการเลื่อนขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร. 9 คน เกษียณอายุ 4 คน 

ซึ่งตำแหน่งผบช.ภาค 1 ที่ว่างอยู่นั้น ยังไม่สามารถพิจารณาแต่งตั้งได้ เนื่องจากติดปัญหาข้อร้องเรียนต่อสู้ของพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. ซึ่งก.ตร. เคยแต่งตั้งเป็นผบช.ภาค 1 แต่ถูกร้องเรียนจนต้องปล่อยตำแหน่งนี้ว่างไว้มานานเกือบปี

ระดับรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.นั้น การ แต่งตั้งจะยึดหลักอาวุโสเป็นสำคัญ คาดว่าก.ตร. จะแต่งตั้งพล.ต.อ.เอก อังสนานท์ 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ 
พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ที่ปรึกษา สบ 10 เทียบเท่าผบ.ตร. เข้าตำแหน่งรองผบ.ตร. 

ส่วนผู้ช่วยผบ.ตร.ที่จะได้เลื่อนขึ้นมาคือ 

พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นที่ปรึกษา สบ 10 
พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต เป็นที่ปรึกษา สบ 10 
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา เป็นที่ปรึกษา สบ 10 
พล.ต.ท.อัมรินทร์ อัครวงศ์ เป็นที่ปรึกษา สบ 10 
พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ รองหน.นรป. สบ 9 เป็นหน.นรป. สบ 10 และ
พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รองจตช. สบ 9 เป็นที่ปรึกษา สบ 10
Read more ...

จัดทัพ36นายพลตำรวจ ปชป.-ภท.เหมายกเข่ง

2/9/53
โดยโพสต์ทูเดย์ เมื่อ 2 ก.ย.2553

อิทธิกร เถกิงมหาโชค

โผตำรวจทุกครั้ง คนที่เจ็บปวดที่สุดคือ ผบ.ตร. ที่ต้องอยู่ระหว่างความขัดแย้งของทั้งฝ่ายการเมือง และคนในรั้วสีกากีด้วยกัน ในท่ามกลางขั้วอำนาจที่แตกแยก...

รุกก้าวอีกขั้นของพลังการเมืองที่สอดแทรกผ่านโผนายพลตำรวจ 36 อรหันต์ ระลอกล่าสุด คือดัชนีชี้ชัดว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่มีวันหลุดพ้นบ่วงวังวนการเมืองไปได้ หนนี้แยกเป็น 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และที่ปรึกษา (สบ 10) 6 เก้าอี้ 
ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 11 เก้าอี้ และ 
ระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) 19 เก้าอี้

ยิ่งเมื่อชำแหละเส้นทางดาวเงินของนายพลแต่ละสาย ที่ฝ่าด่านคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง นั่งหัวโต๊ะ มานั่งเก้าอี้มีชื่ออยู่ในโผงวดนี้ได้ ต้องยกนิ้วโป้งซูฮกว่าไม่ธรรมดา!

แม้จะอยู่ในช่วงผ่องถ่ายอำนาจจาก 

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.ไปยัง 
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. (บร 1) ว่าที่ ผบ.ตร. หมายเลข 7 แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้มีอำนาจสูงสุดนาทีนี้คือ พล.ต.อ.ปทีป ไม่ใช่ พล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามี "ใบสั่ง" จากฝ่ายการเมืองเต็มพรืดไปหมด จนน่าหนักใจสำหรับว่าที่ ผบ.ตร.ใหม่ ดังนั้น นายพลที่ได้นั่งเก้าอี้ต้องใช้กำลังภายในสูง พ่วงกับ "ไฟเขียว" จากฝ่ายการเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้

ปัจจัยที่ต้องมองการณ์ไกลคือ การเตรียมรับมือการเลือกตั้งที่งวดเข้ามาแล้ว แม้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะพยายามสร้างเสถียรภาพในพรรคร่วมรัฐบาลให้เข้มแข็ง แต่ก็เป็นแค่การยืดอายุในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งความพยายาม "วางสาย" ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในแวดวงข้าราชการประจำก็ถูกจับตามองว่าเป็นหนามตำใจ ปชป.ในการช่วงชิงคะแนนเสียงในอนาคตคงไม่ผิดนัก

ดูจากรายชื่อที่ผ่านมติ ก.ตร.เพื่อแต่งตั้งแล้ว น่าสนใจอย่างยิ่งกับเก้าอี้ รอง ผบ.ตร.(ตัวหลัก) ที่ต้องยกคืนให้ พล.ต.อ.ชลอ ชูวงศ์ เพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ (นรต.) 26 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังยื่นฟ้องชนะจนศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2552 ที่แต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็น รอง ผบ.ตร. ซึ่งถูกพิจารณาแต่งตั้งข้ามลำดับความอาวุโส

ร้อนถึงที่ประชุม ก.ตร. ต้องโหวตลงมติ 16 ต่อ 4 เสียง สนับสนุนให้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ภายใน 30 วัน ซึ่งเท่ากับขณะนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ซึ่งเติบโตและได้ดีเป็น รอง ผบ.ตร.ในยุค พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ต้องถูก "เว้นวรรค" อย่างช่วยไม่ได้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีชื่อลุ้นแคนดิเดต ผบ.ตร.จากแรงดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ชาย พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ตามแต่ก็ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ส่วนทางลงคงต้องต้องรอจนกว่ากระบวนการทางอุทธรณ์จะถึงที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มสูงทาง ก.ตร.อาจมีคำสั่งโยก พล.ต.อ.วัชรพล พ้นเก้าอี้รอง ผบ.ตร.หลัก มาดำรงตำแหน่ง ประจำ สตช. ซึ่งเป็นตำแหน่งเฉพาะ ซึ่งอาจทำให้ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ที่เดิมว่างอยู่ 6 ตำแหน่ง เพิ่มเป็น 7 ตำแหน่ง ส่งผลให้ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 7 คนในสาย ภท.มีโอกาสได้เลื่อนเป็น รอง ผบ.ตร.ในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้

แรงต้านในระดับ รอง ผบ.ตร.จึงต้องมองการจับขั้วกันของ 

พล.ต.อ.ชลอ กับ 
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่เขย พ.ต.ท.ทักษิณ 

ที่ยังเหลืออายุราชการยาวถึงปี 2555 ว่าจะพยายามกระแซะเก้าอี้ ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.วิเชียร อย่างไร ทว่า นาทีนี้กำลังทั้งคู่ยังอ่อนอยู่ แต่เชื่อแน่ว่า ปชป.คงไม่ประมาทและจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดกั้นตัวแทนฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ เต็มที่อยู่แล้ว

มองได้ว่า ศึกนอกจากฝ่ายการเมืองคือ ปชป. และ ภท. เมื่อผนวกกับศึกในคือ การแย่งชิงเก้าอี้กันเป็นใหญ่จะลายเป็น "เงื่อนไขสงคราม" ในทุกระดับของ สตช.ไล่ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.ที่มีชื่อ 

พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส นรต.27 

เจ้าของวลีสะเทือนวงการยุติธรรรม "ผู้ก่อการดี" เมื่อครั้งเป็น หน.คณะพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกยึดสนามบิน จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อเหลือง

รวมถึง 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นรต.29 

ที่เสี่ยงภัยทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ 

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา นรต.28 

เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.วิเชียร ว่าที่ ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีระเบิดในพื้นที่ กทม. อาจเป็น "ตัวช่วย" คานอำนาจกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลขณะนี้ ที่ไม่ตกขบวนแน่นอนคือ 

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ได้เลื่อนเป็น ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านปราบปราม 

จะกลายเป็นหัวหอกสำคัญในการไล่ล่าและสกัดกั้นขบวนการต่อต้านรัฐบาลอย่างดี หลังโชว์ผลงานจนเข้าตาจึงได้ตอบแทนด้วยยศ พล.ต.อ.ครั้งนี้

ในระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทายาทคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ได้ดีด้วยคือ 

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 น้องชาย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. 

รวมทั้ง 

พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม. น้องชาย นายสุวัฒน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และ 

พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทนท.ที่ปรึกษา สปท.บก.ทท.) ลูกเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน และอดีต ผบ.ตร.

ก็จะเป็นเชื้อการเมืองชั้นดีให้กับพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจชี้นำอนาคตการเมืองไทยได้

เก้าอี้ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในระดับปฏิบัติการ ต้องโฟกัสไปที่นครบาล 

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทนท.ประสานงานนายกรัฐมนตรี) นรต.36

คว้า ผบช.น.ไปครอง จากผลงานไล่ล่ามือวางระเบิดที่ทำการพรรค ภท. จึงได้แรงส่งสูงเขี่ย 

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. (นรต.28) เข้ากรุประจำ สง.ผบ.ตร. 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สัณฐาน เคยแนบแน่นกับนายสุเทพ จนสร้างความฮือฮากระโดดข้ามจาก ผบช.ภ.8 มาคุม บช.น.ได้ ซึ่งบางส่วนมองว่า ได้แรงหนุนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ด้วย ในฐานะเพื่อนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ (นตท.) 12

แต่เมื่อรั้งตำแหน่งแล้วกลับไม่มีผลงานเด่น อีกทั้งเจอมรสุม "ระเบิดการเมือง" ซ้ำซากจนเก้าอี้หัก เพราะแรงยิงระเบิดเอ็ม 79 ทั้งที่ลานจอดรถสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ถล่มห้างคิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ 2 ครั้งซ้อนเมื่อวันที่ 26 ส.ค. และวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงต้านแรง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ไม่อยู่จำใจต้องเปิดทางให้ ทว่า การโยก นรต.36 มาคุม บช.น.แทน นรต.28 ซึ่งห่างชั้นกันถึง 12 รุ่น จะเป็นปัญหาใหญ่ต่อสายบังคับบัญชาในนครบาลแน่นอน

อีกทั้งยังมีปมคาใจการครองตำแหน่ง รอง ผบช. มาได้เพียง 1 ปี 8 เดือน และมีอายุราชการเพียง 27 ปี ก่อนได้ติดยศ พล.ต.ท. เป็น ผบช. อย่างเร่งรีบรวบรัด ทั้งที่กฎ ก.ตร.ปี 2549 ระบุว่า รอง ผบช. เลื่อนเป็น ผบช. ต้องเป็น รอง ผบช. มาไม่น้อยกว่า 2 ปี และระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรวมตั้งแต่ระดับรอง สว.ไม่น้อยกว่า 28 ปี ค้ำคออยู่ การขึ้นสู่เก้าอี้ ผบช.น.จึงต้องฝ่าขวากหนามอีกไกล

นอกจากนั้นยังมี 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. 

มือสอบสวนได้แรงสนับสนุนจาก พล.อ.ประวิตร รมว. กลาโหม พี่ชาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.1 

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รอง ผบช.ก. 

ที่มีผลงานคดีสำคัญมากมายรวมถึงคดีจับกุมนายวิกเตอร์ บูต พ่อค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย และเป็นนักสืบตัวยง ได้ดีกรีความสามารถขึ้นเป็น ผบช.ก. แทน 

พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. สามี "แม่เลี้ยงติ๊ก" นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แกนนำ ปชป. ที่ไร้ผลงานโดดเด่นสมัครใจโยกเป็น ผบช.ภ.2 ก่อนเกษียณ
ในส่วนโควตานายสุเทพ กับพรรค ภท.ก็แบ่งกันลงตัว 

พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. คู่เขย พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ

ขยับนั่งเก้าอี้สำคัญ ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ ลูกหม้อตำรวจตระเวนชายแดน มือทำงาน พล.ต.อ.วิเชียร ว่าที่ ผบ.ตร. คืนถิ่นเก่าเป็น ผบช.ตชด. 

พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ลูกรัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ 

ยังนั่งที่เดิมเป็น ผบช.ตำรวจสันติบาล เพราะเป็นลูกหม้อมานาน และงานด้านการข่าวก็เป็นที่พึงพอใจของรัฐบาล

พล.ต.ท.อาจินต์ โชติวงศ์ ผบช.สง.ก.ตร. สายตรงนายสุเทพ 

ขยับมาเป็น ผบช.ภ.6 คุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 

พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รอง ผบช.ภ.8 สายตรงอีกคนของนายสุเทพ 

แม้จะรั้งอาวุโสอันดับ 17 แต่ก็ได้แรงเสริมนับวันทวีคูณจากการปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น ผบช.ภ.8 คุมพื้นที่ฐานเสียงให้ ปชป.ได้ไม่ยาก

แต่ก็ยังมีโควตาคนเสื้อเหลืองสอดไส้มาร่วมด้วยคือ 

พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รอง ผบช.ตำรวจสันติบาล คนสนิทนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พธม. 

ซึ่งมีชื่อลุ้นขึ้น ผบช.มาหลายรอบ จนประสบผลสำเร็จขยับนั่ง ผบช.ภ. 5 พื้นที่สีแดงนัยว่าเพื่อคุมกลุ่มม็อบเสื้อแดงภาคเหนือให้อยู่หมัดหลัง พล.ต.ท.สมคิด ลุกจากเก้าอี้ไปแล้ว

โผตำรวจทุกครั้ง คนที่เจ็บปวดที่สุดคือ ผบ.ตร. ที่ต้องอยู่ระหว่างความขัดแย้งของทั้งฝ่ายการเมือง และคนในรั้วสีกากีด้วยกัน ในท่ามกลางขั้วอำนาจที่แตกแยกแม้ใน ปชป.เองก็ยังมีทั้งตำรวจสายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ ที่นั่งประธาน ก.ตร. ต่างฝ่ายต่างมีอำนาจ และมีคนสนิทที่ฝากฝังกันลงมา เพื่อวางตัวคนในคาถาไว้ห้ำหั่นกับฝ่ายตรงข้าม

แม้จะมีความพยายามสร้างบรรทัดฐานต่อสู้เพื่อให้เกิดระบบคุณธรรมและความชอบธรรมในเรื่องอาวุโส ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ มีการวางหลักเกณฑ์พิจารณาน้ำหนักอาวุโส 33% เพื่อหวังลดแรงเสียดทานของฝ่ายการเมือง และสกัดกั้นการวิ่งเต้นกระโดดข้ามอาวุโส แต่ท้ายที่สุดเมื่อคลอดโผออกมา สตช.ก็ไม่พ้นคำครหาต่อว่าต่างๆ นานา

สาเหตุเพราะคนในองค์กรตำรวจเองต้านแรงการเมืองไม่อยู่ จึงกลายเป็นเบี้ยล่างรับใช้นักการเมืองอยู่ร่ำไป!
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม