แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายเวร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายเวร แสดงบทความทั้งหมด

สกพ.ออกหนังสือเวียนเตรียมแต่งตั้ง “นว.- ผู้ช่วย นว.”

10/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 9 ต.ค.2557

สำนักงานกำลังพลทำหนังสือเวียนให้ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายเวร - ผู้ช่วยนายเวร ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (9 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009.231/10164 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) และจเรตำรวจ (จตร.) ว่า ด้วยขณะนี้เข้าสู่ห้วงระยะเวลาการดำเนินการคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร (สว.)- ผู้บังคับการ (ผบก.) ในวาระประจำปี 2557 ซึ่ง ตร. จะต้องดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งนายเวร (นว.) และ ผู้ช่วย นว. ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ซึ่งข้าราชการตำรวจดังกล่าวจะต้องทำหน้าที่เลขานุการประจำตัวของผู้บังคับบัญชา และต้องได้รับความไว้วางใจเป็นการเฉพาะตัว

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง นว. และผู้ช่วย นว. ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีความประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่ นว. และผู้ช่วย นว. ให้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง ตร. โดยผ่านสำนักงานกำลังพล (สกพ.) โดยด่วนที่สุด เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป
Read more ...

สั่งทุก บช.ทำบัญชีอาวุโส เตรียมแต่งตั้งระดับ “สว.-รอง ผบก.”

10/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 6 ต.ค.2557

“สกพ.ตร.” ออกหนังสือเวียน ทุก บช. จัดทำบัญชีอาวุโส เตรียมแต่งตั้งระดับ “สว.-รอง ผบก.” คาด ก.ตร. นัดก่อนสิ้นเดือน ต.ค.

วันนี้ (6 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009231/10096 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ถึงระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ว่า ด้วยขณะนี้การดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ขึ้นไป วาระประจำปี 2557 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คงเหลือการดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ดำรงตำแหน่งระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. 2557 ตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ ข้อ 4

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว. ถึง รอง ผบก. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตร. จึงมีบันทึกสั่งการ ลงวันที่ 4 ต.ค. 2557 ให้ทุกหน่วยดำเนินการจัดทำบัญชีลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว. ถึง ผกก. ในสังกัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแล้วประกาศให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดทราบโดยทั่วกัน ภายในวันที่ 10 ต.ค. 2557 โดยแจ้งให้ข้าราชการตำรวจที่เห็นว่าลำดับอาวุโสไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องต่อผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาทบทวนได้ ภายในวันที่ 17 ต.ค. 2557 สำหรับการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในแต่ละระดับ ตำแหน่ง ให้เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ให้พร้อมเพื่อ ตร. จะได้กำหนดห้วงเวลาให้ทุกหน่วยดำเนินการโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 89/2557 ที่ระบุว่า การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.- ผกก. ต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร. โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กลั่นกรองขึ้นมาก่อน จากนั้นให้ทางกองบัญชาการ (บช.) จัดทำบัญชีผู้เหมาะสม ส่งรายชื่อมาให้ สกพ. ก่อนนำเข้าในวาระการประชุม ก.ตร. เพื่อให้มีการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ สกพ.ตร. จะส่งหนังสือเวียนเรื่องการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งฯไปยัง บช. ต่างๆ อีกครั้ง ส่วน ก.ตร. คาดว่า จะมีการนัดประชุมการแต่งตั้งฯให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. นี้
Read more ...

โปรดเกล้าฯ 10 นายพลตำรวจนอกฤดู

23/1/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 21 ม.ค.2557

สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีพระบมราชการโองการโปรดเกล้าฯ 10 นายพลตำรวจนอกฤดู

วันนี้ (21 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีรายงานว่าสำนักนายกรัฐมนตรี มีประกาศ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ 20 มกราคม 2557 โดยมีพระบมราชการโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 10 นาย ดังนี้

1.พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่นายตำรวจประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย)

2.พล.ต.ต.สกลเขต จันทรา นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ6) ส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ ดำรงตำแหน่งนายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ8)

3.พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

4.พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผู้บังคับการสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการนตำรวจภูธรจังหวัดสตูล

5.พล.ต.ต.จรวย ผลประดิษฐ์ ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 6 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองตรวจราชการ 4

6.พล.ต.ต.โสพรรณ ธนะโสธร ผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่ง ดำรงดำแหน่ง ผู้บังคับการสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน

7.พันตำรวจเอกดาวลอย เหมือนเดช รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่ง

8.พันตำรวจเอกดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 6

9.พันตำรวจเอกไอยศูรย์ สิงหนารท รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

10.พันตำวจเอกอาทิชา เปาอินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ดำรงตำแหน่งนายเวร (สบ6) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ประกาศฉบับดังกล่าวให้ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2557 เป็นต้นไป
Read more ...

ยกฐานะ “นายเวร-ผู้ช่วย” เพื่อหน่วยงานหรือส่วนตัว?

7/9/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

สน.พระอาทิตย์/สามยอด

ก.ตร.หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ตีตราให้เรียบร้อยสมใจ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว”แม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เสนอเห็นชอบกำหนดตำแหน่ง นายเวร(นว.) สบ.6เทียบเท่า ผู้บังคับการ(ผบก.) ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)และจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)พิจารณาในวันที่ 26ส.ค.นี้

แม้ก.ตร.จะมีเงื่อนไขให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปพิจารณาปรับระดับตำแหน่งนายเวรของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ(ผบก.)ตามความเหมาะสม แล้วนำเสนอ ก.ตร.พิจารณาอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นเรื่องการสมประโยชน์ทุกฝ่าย

จะไม่ใช่เรื่องสมประโยชน์อย่างไร ในเมื่อ กรรมการ ก.ตร. ครึ่งหนึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง นั่นคือ รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติถ้ามีการเสนอขอปรับระดับ นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ของ รองผบ.ตร.-ผบก.ขึ้นมาตัวเองก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกับผบ.ตร.

“การขออนุมัติกำหนดตำแหน่งนายเวร (สบ6) ผบ.ตร.ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าผบก. ยศพล.ต.ต. จากเดิมที่นายเวรผบ.ตร.เป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบก.ยศพ.ต.อ.เท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งนายเวรผบ.ตร. ต้องประสานงานกับนายตำรวจระดับ ผบก.จึงต้องมีการยกระดับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการประสานงานซึ่งในอดีตนายเวร อธิบดีกรมตำรวจ ยศ พ.ต.อ. ขณะที่ผู้การจังหวัดในสมัยนั้นก็มียศพ.ต.อ.เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้การจังหวัดยศพล.ต.ต.แล้ว”

ผบ.อดุลย์ แจกแจงเหตุผลของการเสนอ ก.ตร.ขอปรับระดับ นายเวรผบ.ตร.เอาไว้

แม้การประสานงานในระดับที่ต่างกันจะเป็นปัญหาสำคัญที่ควรจะปรับระดับตำแหน่งขึ้นมาก็จริง แต่เมื่อปรับระดับขึ้นมาแล้วในทางอ้อมหรือจะเป็นทางหลักของบางคน การปรับขึ้นมาก็ทำให้เจ้าของตำแหน่ง ทั้งผบ.ตร. รองผบ.ตร. หรือผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะได้ประโยชน์ สามารถแต่งตั้งคนของตัวเองมารับตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

จากเดิม ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า รองผบก.ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า ผู้กำกับการ(ผกก.) นายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่าผกก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่า รองผู้กำกับการ(รองผกก.) นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า รองผกก. ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า สารวัตร(สว.)

เมื่อปรับใหม่ ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. จะเทียบเท่า ผบก. ติดยศพล.ต.ต. ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร.จะขยับขึ้นเป็น รองผบก. นายเวร รองผบ.ตร. ขยับตามมาเป็น รองผบก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผกก. นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร. ก็ขึ้นเป็น ผกก.ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็น รองผกก.

ยิ่งในการแต่งตั้งยุคปัจจุบันหากตรวจแถวการแต่งตั้งแต่ละตำแหน่งที่ผ่านมา จะเห็นว่า “การเมือง”รุกคืบเข้ามาเขมือบส่วนแบ่งผู้บริหารตำรวจมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งเกิดปัญหานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่สามารถสนับสนุนคนของตัวเองให้เติบโตได้เพราะเก้าอี้มีน้อยความต้องการมีเยอะ

ผู้มีอำนาจทางการเมืองมีความต้องการสูงข้าราชการประจำที่ต้องอาศัยการเมืองสนับสนุนก็ต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองไปให้กิน

นโยบายการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ให้ ผบ.ตร.รองผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. น่าจะเป็นหนทางในการช่วยแก้ปัญหา “เก้าอี้เต็ม”ได้อย่างดีเพราะตำแหน่ง นายเวร ผู้ช่วยนายเวรเป็นตำแหน่งเฉพาะที่จะให้สิทธิ์นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสนอคนของตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจาก ผบ.ตร. ยกเว้นนายตำรวจผู้นั้นจะไปแต่งตั้งคนของนักการเมืองหรือใครก็อีกเรื่องหนึ่ง

การปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรแม้จะช่วยแก้ปัญหาเก้าอี้เต็มให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้อย่างดีก็จริงแต่อีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า การปรับเช่นนี้ส่งผลสะท้อนไปกระทบการบริหารงานบุคลภายในองค์กรทั้งระบบโดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับล่างๆ ที่เหล่าบรรดา ผู้บัญชาการ(ผบช.)ในฐานะผู้ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันลงมาต้องปวดหัวเพิ่มขึ้นเพราะต้องจัดสรรตำแหน่งให้กับ นายเวร และผู้ช่วยนายเวร ผู้บังคับบัญชาลงตำแหน่ง

ที่สำคัญผู้ที่ได้รับผลกะทบมากที่สุด คงจะเป็นตำรวจที่ “ทำงานเก่งแต่ไร้เส้นสาย”โอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานในตำแหน่งที่ดีๆ ก็คงจะต้องถูกปิดตาย

เพราะตำแหน่งเทียบเท่าของนายเวรและผู้ช่วยนายเวรอยู่ในระดับผู้นำหน่วย เมื่อมีการแต่งตั้งเกิดขึ้น นายเวรและผู้ช่วยนายเวรก็มักจะเลือกเก้าอี้ดีๆ เก้าอี้ทำเลทองผบช.ที่ทำบัญชีก็เกรงใจตั๋วผู้บังคับบัญชาที่ส่งมาก็ต้องยอมจัดให้ไปดำรงตำแหน่งตามที่ขอมา

ด้วยระบบเช่นนี้ก็ส่งผลไปถึงหน่วยงานที่บางครั้งนายเวรและผู้ช่วยนายเวรบางคนคนไปอยู่เป็นหัวหน้าหน่วยหลักๆโรงพักที่ต้องทำงานสัมผัสกับประชาชน ก็ไม่สามารถทำงานได้ดีเพราะทั้งชีวิตไม่เคยจับโจร เอาแต่ถือแฟ้ม ถือกระเป๋าเอกสารตามนายพอเจองานจริงก็ทำไม่ได้หน่วยงานก็เกิดปัญหา เหมือนคำที่จ่า พวกดาบ มักแอบนินทานาย

“เอาแต่เก็บ เก็บแล้วอม อมแล้วก็ไม่ทำงาน พอทำงานก็ทำไม่เป็น”

นโยบายการปรับตำแหน่งเพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆของสำนักงานผู้บังคับบัญชามีการทำกันมาหลายครั้ง หลายยุค หลายสมัย ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่พอผู้นำหน่วยเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน มีการสั่งยุบ สั่งเลิกนโยบายเก่าๆทิ้งไป

ทำให้การปรับตัวขององค์กรตำรวจไม่ยั่งยืนและไม่ได้แก้ปัญหาระบบโครงสร้างเป็นแต่เพียงสนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

เหมือนอย่างสมัยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร.มีการเพิ่มตำแหน่ง ประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร. ด้วยอ้างหตุผลเพื่อปัญหาหน่วยงานขาดบุคลากรเพราะตำรวจที่ลงไปอยู่ตำแหน่งต่างๆในแต่ละหน่วยงานถูกเรียกมาช่วยงานสำนักงานผู้บังคับบัญชา ก็เลยมีนโยบายกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมา ไล่เรียงระดับ สารวัตรยาวไปถึงระดับผู้การฯ

พอสิ้นยุคพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปลี่ยนผ่านมายุคพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาเป็น ผบ.ตร. ด้วยข้อบาดหมางระหว่างกัน รวมทั้งมองว่าการกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมาไปสร้างปัญหาเวลาการอยู่ครบตำแน่ง 2 ปีเหมือน นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ที่สามารถลงไปอยู่ตำแหน่งอื่นๆได้กองบัญชาการต่างๆต้องกันที่ไว้รองรับ และที่ที่กันไว้ก็ต้องอยู่ในเก้าอี้ที่น่าพอใจด้วยจากนั้นเลยมีการยกเลิกยุบตำแหน่งประจำสำนักงานทิ้งไป

เฉกเช่นเดียวกับการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรครั้งนี้ ขั้นตอนกระบวนการต่างๆยังไม่เสร็จสิ้นแม้ก.ตร.อนุมัติตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ รองขอปรับ นายเวรผบ.ตร. เทียบเท่า ผบก.ไปแล้วก็ยังเหลือขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)ที่มีนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน รวมทั้งการที่ก.ตร.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการปรับนายเวรและผู้ช่วยนายเวรของรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.มาเข้าพิจารณาอีกครั้ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรเพิ่มความรอบคอบและขอรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้บัญชาการ รวมทั้งตำรวจทั้งประเทศที่ได้รับผลต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร และควรเป็นแบบไหนเพื่อให้การปรับตำแหน่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กรไม่ใช่แค่สนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น. 
Read more ...

เพรียวพันธ์แต่งตั้ง "กานต์ เทียนแก้ว" ผงาดนายเวรพงศพัศ

9/2/55
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 8 ก.พ.2555

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. 

ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 2 นายในตำแหน่ง นายเวร สบ 4 และ ผช.นว.สบ 3 เพื่อติดตาม 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายบริหาร 

โดยมีการแต่งตั้ง 

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.หนองบัวลำภู เลื่อนตำแหน่งเป็น นว.สบ 4 แทน พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ที่โยกกลับไปเป็น ผกก. ในกองบัญชาการสันติบาล และ 

พ.ต.ท.วทัญญู วัชรผโลทัย สว.(ร้อยเอ็ด) กก. 2 บก.ส. 1 เป็น ผช.นว. แทน พ.ต.ท.(หญิง) ศุภาวีร์ สิริธีรศานต์ ที่โยกไปเป็นรอง ผกก. ฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ด่านตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บช.สตม. 

โดยในคำสั่งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เสนอเหตุผลในเรื่องของการบริหารราชการ ไปยังผบ.ตร. ว่าต้องการแต่งตั้งนายเวรมาช่วยปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว. ก.ตร. ได้ยืดเวลาไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม ทำให้ไม่มีตำรวจปฎิบัติหน้าที่

ซึ่งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เห็นด้วย และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้ลงนามคำสั่งวันที่ 7 ก.พ. และมีผลทันทีในวันที่ 8 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ พ.ต.ท.กานต์ เป็น นรต. 37 ได้ลาออกไปเล่นการเมืองโดยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน และเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชาชน รวมถึงเป็นแกนนำเคลื่อนไหวการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงใน จ.ลำปาง และมีความสนิทสนม พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าสุดตร. ได้รับกลับเข้าราชการตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ในตำแหน่ง รอง ผกก.ป. สภ.เมืองหนองบัวลำภู 

และในการแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ขยับขึ้น ผกก. ด้าน พ.ต.ท.วทัญญู อดีตเคยเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และล่าสุดเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ทำอย่างเงียบ ๆ บรรดานายตำรวจบางนายก็ยังไม่ทราบมาก่อน สร้างข้อกังขาให้กับนายตำรวจระดับสูง และนายตำรวจระดับ รองผบก.-สว. ที่ต่างรอการแต่งตั้งที่จะทำในอีกไม่กี่สัปดาห์ 

 ซึ่งที่ผ่านมาการแต่งตั้งนายเวร รองผบ.ตร. นิยมดำเนินการพร้อมกับการแต่งตั้งระดับรองผบก.–สว. ทุกครั้ง และธรรมเนียมปฏิบัติก็จะให้นายเวรเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบแทนให้กับพวกพ้องหรือไม่.
Read more ...

เพรียวพันธ์ แต่งตั้งนายเวร - ผู้ช่วยนายเวร ให้ พงศพัศ นำร่องวาระประจำปี

9/2/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 8 ก.พ.2555

"เพรียวพันธ์"ลงนามตั้ง "พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว" อดีตสส.ระบบบัญชีรายชื่อและผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน แกนนำเสื้อแดงจ.ลำปางกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งนายเวร(สบ4)ทำหน้าที่ติดตามพล.ต.อ.พงศพัศ

พ่วงด้วย พ.ต.ท.วทัญญู วัชรผโลทัย" อดีต ตร.ชุดรักษาความปลอดภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกลับเข้ารับราชการเช่นกัน

สร้างความกังขาให้กับบรรดานายตำรวจระดับสูง เนื่องจากมีการดำเนินการกันอย่างเงียบๆ ทำให้ต่างมองว่าเป็นการตอบแทนกันทางการเมืองและถือไม่ใช่เรื่องปกติที่ปฏิบัติกัน

วันนี้(8 ก.พ.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 2 นายในตำแหน่ง นายเวร (สบ 4)เทียบเท่าผกก.และ ผู้ช่วยนายเวร(สบ3) เทียบเท่ารองผกก. ทำหน้าที่ติดตาม 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ฝ่ายบริหาร 

โดยในคำสั่งดังกล่าวได้แต่งตั้ง 

1. พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองผกก.ป.สภ.เมืองหนองบัวลำภู เป็น นายเวร(สบ 4) 

แทน พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ที่โยกกลับไปเป็น ผกก.ใน กองบัญชาการสันติบาล และ 

2. พ.ต.ท.วทัญญู วัชรผโลทัย สว.(ร้อยเอ็ด) กก. 2 บก.ส. 1 เป็น ผู้ช่วยนายเวร(สบ3) แทน พ.ต.ท.หญิง ศุภาวีร์ สิริธีรศานต์ ที่โยกไปเป็น รองผกก. ฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ด่านตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บช.สตม. 

โดยในคำสั่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. เป็นต้นไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศได้เสนอเหตุผลในเรื่องของการบริหารราชการ ไปยังพล.ต.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ว่าต้องการแต่งตั้งนายเวรมาช่วยปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจาก การแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว. ก.ตร. ได้ยืดเวลาไปถึงสิ้นเดือนมี.ค. 

ทำให้ไม่มีตำรวจปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เห็นด้วย โดยตามกฎหมาย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ลงนามคำสั่งวันที่ 7 ก.พ. และมีผลทันทีวันที่ 8 ก.พ.

สำหรับ 

พ.ต.ท.กานต์ เป็น นรต. รุ่น 37 และได้ลาออกไปลงเล่นการเมืองโดยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน และต่อมาได้รับเลือกเป็นสส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นแกนนำเสื้อแดงจ.ลำปาง และมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยล่าสุดตร.เพิ่งอนุมัติให้รับกลับเข้าราชการตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ในตำแหน่ง รองผกก.ป. สภ.เมืองหนองบัวลำภู และในการแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ขึ้นตำแหนง่เทียบเท่า ผกก.

ด้าน 

พ.ต.ท. วทัญญู เป็น นรต. รุ่น 49 อดีตเคยเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าสุดยังเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแต่งตั้งนายตำรวจทั้ง 2 นาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในหมู่นายตำรวจระดับสูง เนื่องจากมีการดำเนินการอย่างเงียบ ๆ นายตำรวจระดับสูงบางนายก็ยังไม่ทราบมาก่อน สร้างข้อกังขาให้กับนายตำรวจระดับสูง และนายตำรวจระดับ รองผบก.-สว. ที่ต่างรอการแต่งตั้งที่จะทำในอีกไม่กี่สัปดาห์ 

ซึ่งที่ผ่านมา การแต่งตั้งนายเวร รองผบ.ตร. จะทำพร้อมกับการแต่งตั้งระดับรองผบก. –สว. ทุกครั้ง และธรรมเนียมปฏิบัติก็จะใช้นายเวรเดิมไปก่อน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบแทนกันทางการเมือง และถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติที่ปฏิบัติกัน
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม