แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บช.ก. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บช.ก. แสดงบทความทั้งหมด

"ประวุฒิ" ยันล้างบาง บช.ก.ก๊วน"พงศ์พัฒน์"ฟันซ้ำทางวินัย

16/12/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 16 ธ.ค.2557

โฆษกสตช. ยันจำเป็นต้องโยกย้ายตร.ในบช.ก. ที่เกี่ยวข้องกับก๊วน"พงศ์พัฒน์" ออกนอกหน่วยทั้งหมด แม้ทางคดีจะสาวไปไม่ถึงแต่มีข้อมูลที่สามารถดำเนินการทางปกครองได้ ยอมรับ"รองเต่า-ทรงพล" มีการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน จึงถูกออกหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงิน คาดยังกบกานอบู่ในไทย

วันนี้(16 ธ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการโยกย้ายล้างบางนายตำรวจภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) กว่า 200 นาย ว่าถือป็นเรื่องปกติของการย้ายประจำปีของในทุกกองบัญชาการ โดยเฉพาะหน่วยกำลังทั้งนครบาลและภูธร จะมีการโยกย้ายเข้า-ออก สลับกันพอสมควรอยู่แล้ว เนื่องจากว่าบางคนอาจครบกำหนดวาระในการปฎิบัติหน้าที่จึงต้องหมุนเวียนหน่วยงานกันไป รวมถึงบางคนก็ขอย้ายกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม ซึ่งเป็นการย้ายข้ามกองบัญชาการ โดยการโยกย้ายของบช.ก. ที่มีจำนวนมากในช่วงปีนี้เพราะมีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องอยู่ในขบวนการของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีจำนวนมากกว่าปกติ แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงปฎิบัติหน้าที่กันตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับนายตำรวจผู้ที่คาดว่าจะถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยใน 10 เปอร์เซ็นต์ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตผบช.ก.โดยตรงใช่หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า นายตำรวจใน 10 เปอร์เซ็นต์ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกันอาจจะเป็นลักษณะการมีข้อมูลว่ารู้เห็น หรืออาจมีข้อมูลว่าอยู่ในกลุ่ม แต่ว่าหลักฐานทางคดีไปไม่ถึง มีเพียงข้อมูลที่สามารถดำเนินการทางปกครองได้ แต่อาจจะไม่ถึงขั้นดำเนินการทางวินัยร้ายแรงหรือทางคดีได้

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. มีหมายจับเพิ่ม 2 คน คือ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผกก.6 บก.ป. ซึ่งเป็นตำรวจมือสืบสวนคนสนิทของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และนายทรงพล ทองสิน คนขับรถของ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผบช.ก. ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม คาดว่ายังกบดานอยู่ภายในประเทศไทย ในส่วนของจเรตำรวจที่เรียกสอบเรื่องวินัย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขณะนี้ได้ผลสรุปแล้วเหลือเพียงรอการเสนอเรื่องขึ้นมาเท่านั้น

ส่วนกรณี พ.ต.อ.เด่นชัย บุตรโพธิ์ศรี นักบิน (สบ 5) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ที่มีการปลอมคำสั่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เป็นชุดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ด้านการปราบปรามอบายมุข การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว เข้าตรวจสถานบริการย่านรัชดาภิเษกนั้น โฆษกตร. กล่าวว่า ขณะนี้มีการออกหมายจับแล้ว ทางเจ้าหน้าที่กำลังติดต่ออยู่ แต่ยังไม่ได้เข้ามารายงานตัว ส่วนการตรวจสอบยังตรวจสอบไม่พบว่ามีประวัติการกระทำแบบนี้อีกหรือไม่ เท่าที่พบการกระทำแบบนี้มีเพียงครั้งเดียว คือครั้งนี้เท่านั้น
Read more ...

“ฐิติราช” ยึดเก้าอี้ “ผบช.ก.” เตรียมประเดิม “รักษาการ”

15/12/57
โดย สน.พระอาทิตย์ นสพ.ผู้จัดการ เมื่อ 14 ธ.ค.2557

น่าจะมีความชัดเจนเกือบ 80-90% แล้ว สำหรับชื่อผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” หรือ “ผบช.ก.” ซึ่งว่างลง หลังจาก “บิ๊กกิ๊ก” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ตกเป็นผู้ต้องหาคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ เรียกรับผลประโยชน์ส่วยน้ำมันเถื่อน และซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการ

แม้ “พล.ต.อ.สมยศ” ยังไม่ได้กำหนดฤกษ์งามยามดีในการแต่งตั้งโยกย้าย “นายพล” นอกฤดู และอยู่ระหว่างห้วงเวลาการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “นายพัน” ตำแหน่ง สารวัตร (สว.)-รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ทั่วประเทศประจำปี 2557 ซึ่งถูกขีดเส้นใต้ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557

แต่ชื่อผู้ที่จะนั่งเก้าอี้ “ผบช.ก.” คนใหม่ก็ถูกตีตราจองเรียบร้อยแล้ว

“บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) คือชื่อตำรวจที่จะก้าวขึ้นมากุมบังเหียน “ตำรวจสอบสวนกลาง” คนใหม่!

“สอบสวนกลาง” ในยุคที่มีคาดว่าจะมีการล้างบางตำรวจเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กว่า 200 ราย พ้นจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบังคับการตํารวจทางหลวง (บก.ทล.) กองบังคับการตํารวจรถไฟ (บก.รฟ.) กองบังคับการตํารวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) กองบังคับการตํารวจน้ำ (บก.รน.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ทส.)

กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการอำนวยการ (บก.อก.)

ชื่อ “พล.ต.ต.ฐิติราช” ไม่ใช่ “ม้ามืด” หรือชื่อโนเนมที่อยู่นอกโผตัวเต็งที่มีโอกาสก้าวเข้ามากุมบังเหียน “ผบช.ก.” แต่เป็นคนหนึ่งที่ซุ่มเงียบรอเข้ามาสวมเก้าอี้เจ้าพ่อ บช.ก.อย่างมั่นใจในแรงหนุนตลอดมา

แม้ช่วงที่ผ่านมากระแสเต็ง 1 จะถูกจับตาไปที่ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เนื่องจากได้แรงสนับสนุนจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.อ.สมยศ เพราะเคยคลุกคลีอยู่ใน “สอบสวนกลาง” มานาน ทำให้เข้าใจการทำงานของ บช.ก. ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะหน้าที่

แต่พอ พล.ต.อ.สมยศ มีคำสั่งให้ตำรวจ 4 นาย ไปรักษาการตำแหน่ง แทนตำรวจที่อยู่ในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีชื่อ “บิ๊กก้อง” พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ทท. น้องภรรยา “บิ๊กหมู” พล.ต.ต.ฐิติราช ไปนั่งเก้าอี้รักษาการ ผกก.1 ป. หรือผู้กำกับกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นตำแหน่งไม่ธรรมดา หากไม่แข็งจริงคงไม่ได้มานั่งเก้าอี้รักษาการ เพราะขนาด พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.8 รน. หลานชายพล.ต.อ.สมยศ ยังขยับมานั่งได้แค่รักษาการ ผกก.5 บก.ทท.แทน ทั้งๆ ที่ พ.ต.อ.ภูมินทร์ก็เคยอยู่กองปราบปรามมาก่อน กระแส “บิ๊กหมู” เลยแรงขึ้นเบียด “บิ๊กปู” อย่างสูสี

กระทั่งแม่ทัพใหญ่สีกากีซึ่งควงทีมงานอย่าง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาการ ผบช.ก.เดินทางไปราชการที่ประเทศอังกฤษ และเดินทางกลับจากอังกฤษมาถึงประเทศไทยเร็วกว่ากำหนดเดิม 2 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวที่เด่นชัดขึ้นมาตามลำดับว่ามี พล.ต.อ.สมยศ ได้รับสัญญาณการสนับสนุน “พล.ต.ต.ฐิติราช” ระดับซูเปอร์เพาเวอร์ ให้แปะชื่อขยับขึ้นเป็น “ผบช.ก.” คนใหม่

ทุกอย่างเลยลงล็อก รวมทั้งทำให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ยังคงปักหลักในตำแหน่ง ผบช.น.ต่อไป

อย่างไรก็ดี ความชัดเจนเหลืออีกไม่มากในการก้าวขึ้นเป็น “ผบช.ก.” ของ พล.ต.ต.ฐิติราช แค่เพียงรอให้ พล.ต.อ.สมยศ ประสานงานไปยังคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง “บิ๊กหมู” ตามระเบียบขั้นตอน โดยคาดว่าน่าจะต้องรอหลังจากบัญชีแต่งตั้งระดับ “นายพัน” ที่จะเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2557 ไปก่อน ซึ่งคงทำในคราวเดียวกับการแต่งตั้ง “นายพลนอกฤดู” ร่วมกับการแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งว่างจากผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเออร์ลีรีไทร์

แม้ขั้นตอนการเข้ากุมบังเหียนสอบสวนกลางของ พล.ต.ต.ฐิติราช อาจจะต้องรอขั้นตอนและรอเวลาอีกพักใหญ่ แต่ก็ว่ากันว่าการเข้าปฏิบัติหน้าที่ “บิ๊กหมู” น่าจะไม่ต้องรอนาน เพราะแว่วๆ ว่าภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า พล.ต.อ.สมยศน่าจะสะบัดปากกาเซ็นคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.ต.ฐิติราช ทำหน้าที่รักษาการ ผบช.ก.แทน พล.ต.ท.ประวุฒิ ที่ “รักษาการ ผบช.ก.” อยู่ในขณะนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะแตะไม้ส่งมือระหว่าง พล.ต.ท.ประวุฒิกับ พล.ต.ต.ฐิริราช จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “สว.-รอง ผบก.” ในส่วนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเสร็จสิ้น ตามสัญญาใจที่ตกลงให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ดำเนินการจัดโผแต่งตั้ง ส่วน พล.ต.ต.ฐิติราชจะเป็นผู้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งระดับนายพันซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 มกราคม 2558 เท่านั้น ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้น สมประโยชน์กันทุกฝ่าย
Read more ...

จับตา...ตั้ง “นายพล” นอกฤดู “ฐิติราช” บีบ “ศรีวราห์” คุม บช.ก.

24/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 พ.ย.2557

สน.พระอาทิตย์

เหนือฟ้ายังมีฟ้า แม้ทั้ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ซึ่งมีแบ็กระดับบิ๊กให้การสนับสนุนมาคุมเก้าอี้ใหญ่ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามกลุ่ม “รอง ผบช.ก.” ที่มีซูเปอร์เพาเวอร์ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี, พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์, พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์

แม้สัญญาณการแต่งตั้ง “นายพล” นอกฤดู ทดแทนตำแหน่งว่างจากผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ เออร์ลีรีไทร์ จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ หรือจะมีการบรรจุเข้าไว้เป็นวาระจรในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันพุธที่ 26 พ.ย. นี้ หรือไม่ แต่อุณหภูมิการช่วงชิงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ก็ร้อนระอุชนิดห้ามกะพริบตา

ต้องยอมรับการแต่งตั้งนายพลนอกฤดูทดแทนผู้ที่เออร์ลีรีไทร์ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนสีกากี และคนทั่วไปเท่าไหร่นัก ยิ่งปีนี้ตำแหน่งที่ว่างแต่ละเก้าอี้ ล้วนไม่ใช่เก้าอี้ระดับเกรดเอ หรือเก้าอี้ที่น่าสนใจมากนัก โดยมีนายพลที่พร้อมใจกันถอดเครื่องแบบก่อนเวลา 5 ตำแหน่ง นำทีมโดย พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปริญญา จันทร์สุริยา ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.พนมศักดิ์ ทั่งทอง จเรตำรวจ (สบ8) พล.ต.ต.รังสิต พิริยายน รองเจรตำรวจ (สบ7) และ พล.ต.ต.พจน์ วิญญาวงศ์ ผบก.สสท.

ส่วนตำแหน่งระดับนายพลอื่นๆ โดยเฉพาะระดับหัวหน้าหน่วยกำลัง ไม่ว่าจะเป็น ผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือ ผู้บังคับการ (ผบก.) ล้วนเพิ่งมีการแต่งตั้งโยกย้ายกันไปในวาระประจำปี 2557 เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก แม้ช่วงหนึ่งมีข่าว พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) อาจย้ายไปเป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำให้การแต่งตั้งนอกฤดูคึกคัก เพราะจะมีเก้าอี้ใหญ่อย่าง ผบช.ภ.1 ว่าง แต่เมื่อผู้ที่มาเป็น “อธิบดีดีเอสไอ” ไม่ใช่ พล.ต.ท.อำนวย การแต่งตั้งนายพลนอกฤดู ก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ

ไม่มีอะไรตื่นเต้น!!!

กระทั่งเกิดรายการฟ้าผ่า! กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่สีกากี มีคำสั่งเด้ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) และ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 ป. ไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) แบบขาดจากตำแหน่งเดิม และไม่มีกำหนดเวลา โดยมีแนวโน้มสูงที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ ผบช.ก. โดยอาจจะโยกไปเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

ศึกชิงเก้าอี้ “ผบช.ก.” เลยร้อนระอุ!!!

ส่งผลให้การแต่งตั้งนายพลนอกฤดู แทนตำแหน่งว่างจากผู้ที่เออร์ลีรีไทร์ร้อนระอุตามไปด้วย เพราะคาดว่าจะมีการแต่งตั้ง ผบช.ก. คนใหม่ ในการแต่งตั้งรอบนี้ไปในคราวเดียวกัน

เช็กกระแสความเคลื่อนไหวการช่วงชิงเก้าอี้ ผบช.ก. ชื่อ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ดูจะเป็นเต็งจ๋าที่จะโยกระนาบจาก “นครบาล” มาคุมบังเหียน “สอบสวนกลาง” เพราะมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ ขั้วอำนาจปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ ในการแต่งตั้ง “นายพลวาระประจำปี” พล.ต.ท.ศรีวราห์ มีชื่อจะขยับมาเป็น ผบช.ก. แทน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่จะถูกดันขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่พอ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ สามารถอยู่ในตำแหน่ง ผบช.ก. ต่อได้อีกปี ทำให้น้องเลิฟ พล.อ.ประวิตร รายนี้ต้องเบนเป้าไปขึ้น ผบช.น. ต่อคิวจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่เกษียณอายุราชการแทน

การที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ มีชื่อมาเป็น ผบช.ก. เที่ยวนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเส้นทางสีกากีของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ก็เติบโตมาในสอบสวนกลาง ไม่ว่าจะเป็น ผู้การฯป่าไม้ หรือ รอง ผบช.ก. สไตล์การทำงานเลยคุ้นเคยกับหน่วยงานเฉพาะมากกว่านครบาล ที่ต้องพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถามใจลึกๆ แล้ว เชื่อว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ ก็ต้องการที่จะกลับมาคุม บช.ก. หากมีโอกาส

มาแรงอีกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) “น้องช้าง” ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพสีกากี และคู่หู พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็เชื่อว่ารุ่นพี่อย่างสมยศก็ต้องการที่จะให้น้องไปคุม บช.ใหญ่ รวมทั้ง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เองก็คงต้องการไปอยู่สอบสวนกลาง เพราะเติบโตจากสายบู๊ กองปราบปราม จนมาเป็น รอง ผบช.ก. เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เหนือฟ้ายังมีฟ้า แม้ทั้ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ซึ่งมีแบ็กระดับบิ๊กให้การสนับสนุนมาคุมเก้าอี้ใหญ่ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามกลุ่ม “รอง ผบช.ก.” ที่มีซูเปอร์เพาเวอร์ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น

พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี, 

พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์, 

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์
โดยเฉพาะ พล.ต.ต.ฐิติราช ว่ากันว่า ชั่วโมงนี้ชื่อแรงขึ้นมาเบียดชนิดเหลื่อมๆ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ไปแล้วด้วยซ้ำ หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ มีคำสั่งให้ตำรวจไปรักษาการตำแหน่ง 4 ตำรวจ บช.ก. ที่ถูกส่งไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. มีชื่อ

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ทท. น้องภรรยา พล.ต.ต.ฐิติราช ไปนั่งเก้าอี้ รักษาการ ผกก.1 ป. หรือ ผู้กำกับกรุงเทพฯ 

ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งไม่ธรรมดา หากไม่แข็งจริงคงไม่ได้มานั่งเก้าอี้รักษาการ เพราะขนาด

พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.8 รน. หลานชาย พล.ต.อ.สมยศ ยังขยับมานั่งได้แค่รักษาการ ผกก.5 บก.ทท. 

แทน ทั้งๆ ที่ พ.ต.อ.ภูมินทร์ ก็เคยอยู่กองปราบปรามมาก่อน

ทุกสายตาจับจ้อง พล.ต.ต.ฐิติราช พี่เขย ที่น่าจะมีแรงผลักดันไม่น้อยกว่าน้องภรรยา และหากได้ขึ้นมาคุมบังเหียน “สอบสวนกลาง” ก็ดูจะลงตัวชัดเจนทุกๆ องค์ประกอบ

และอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องสะกิดให้จับตา ว่ากันว่าการแต่งตั้งนายพลนอกฤดูครั้งนี้ อาจมีรายการ “ล้างบางนายพลสอบสวนกลาง” แบบยกก๊วน ต้องติดตามๆ
Read more ...

ผงะเซฟพงศ์พัฒน์ เงินพันล. ชี้ทำเสื่อมพระเกียรติ ทั้ง"โฉนด-พระ"เฉียดหมื่นล้าน ผบ.ตร.ให้ออกพร้อม"7ตำรวจ"

24/11/57
โดยข่าวสด เมื่อ 24 พ.ย.2557

ทั้ง"โฉนด-พระ"เฉียดหมื่นล้าน ผบ.ตร.ให้ออกพร้อม"7ตำรวจ" กัน"ผู้การกองปราบ"เป็นพยาน ยันผกก.1 ป.ที่ตกตึก-ฆ่าตัวตาย

ตะลึงค้นบ้าน"พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" อดีตผบช.ก. พบเงินสดนับพันล้านซุกในตู้เซฟหลายใบพร้อมยึดโฉนดที่ดิน-พระเครื่องจำนวนมากมูลค่าเฉียดหมื่นล้านบาท ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการพร้อม 6 ตร. ขณะที่ ผบช.สตม.ให้ผกก.ที่เกี่ยวข้องออกตามรวมเป็น 7 นาย พร้อมจ่อตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง หลังถูกจับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและเรียกรับสินบน ส่วนผู้การกองปราบฯ รอด เพราะให้การเป็นประโยชน์และไม่เกี่ยวข้องกับคดี ม.112 โฆษก ตร.ย้ำทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ยันผกก.1 ป.ฆ่าตัวตายเพราะเครียดมีชื่อพัวพันคดีนี้ด้วย ส่วนผู้ต้องหาหญิงที่ยังหลบหนีสอบพบทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

จากกรณีศาลอาญาออกหมายจับพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ช่วยราชการศปก.ตร. ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพ และเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับสินบนหรือประโยชน์อื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 149 นอกจากนี้ออกหมายจับตำรวจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก 6 นาย ประกอบด้วยพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป., พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน., พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร, ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต. ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. กับพลเรือนอีก 3 คน ประกอบด้วยนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล, นางสวงค์ มุ่งเที่ยง และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช รวมเป็น 10 คน ขณะที่พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 ป. ที่เพิ่งเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมาพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย เบื้องต้นตำรวจควบคุมพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวกรวม 8 คน โดยมีนางสุดาทิพย์อยู่ระหว่างหลบหนี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 พ.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.ที่ 632/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกฎก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8

จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน.ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 บก.ปคบ. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต. ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อนึ่งผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อก.ตร.ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่งและประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอรับผลการวินิจฉัยอุทธรณ์

มีรายงานว่าในวันที่ 24 พ.ย.นี้ พล.ต.อ. สมยศจะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจทั้ง 6 นายด้วย

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) มีคำสั่ง สตม.ที่ 258/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 ให้พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม. สมุทรสาคร ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับคำสั่งให้ออกจากราชการของตำรวจทั้งหมด ไม่มีรายชื่อ พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป. เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากนักและให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะกันตัวไว้เป็นพยาน

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ก และโฆษก ตร. กล่าวว่า มีการควบคุมตัวพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวกรวม 8 คนไว้แล้ว มีแจ้งข้อหาและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัว เพื่อสอบสวนและจะนำตัวไปรายงานตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 24 พ.ย. ส่วนพลเรือนอีก 2 คนนั้นอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานว่ามีการกระทำอันทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งรายละเอียดพฤติการณ์การกระทำผิดจะมีการแถลง เปิดเผยหลักฐานต่อสื่อมวลชนอย่างละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ซึ่งจากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา

โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า สำหรับพ.ต.อ. อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผกก.1 ป. ที่เสียชีวิตนั้นจากการสืบสวนพบอยู่ในขบวนการเดียวกันร่วมกระทำความผิด โดยก่อนหน้านี้เชิญตัวมาให้ข้อมูลแล้วและให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ขณะนั้นยังไม่ขออนุมัติหมายจับจึงยังไม่ควบคุมตัวไว้ กระทั่งต่อมาทราบว่าหลังพ.ต.อ.อัครวุฒิ์ให้ข้อมูลแล้วก็ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ด้วยความเครียดและเกรงกลัวถูกดำเนินคดี ทรายภายหลังว่าก่อนเข้าให้ข้อมูลนั้น พ.ต.อ.อัครวุฒิ์มีอาการเครียดโดยพยานยืนยันว่าพยายามฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง และเขียนข้อความลาตายทิ้งไว้ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจและหน่วยอรินทราชเข้าจับกุมพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต. โกวิทย์ พร้อมพวกเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นนำทั้งหมดไปสอบปากคำที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. จึงแยกผู้ต้องหาทั้งหมดควบคุมผู้ต้องหาตามห้องขังสถานีตำรวจ นครบาลต่างๆ รวม 8 แห่ง โดยพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.เตาปูน ซึ่ง ผบช.ก.สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีกากี ไม่มีท่าทีเคร่งเครียดแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าในการเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 8 คนพบหลักฐานและทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บ้านพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พบเงินสดนับพันล้านบาท เก็บไว้ในตู้เซฟหลายใบ ตำรวจใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะเจาะตู้เซฟนำเงินออกมาได้ทั้งหมด นอกจากนี้มีทรัพย์สินอื่น อาทิ พระพุทธรูปบูชาหายาก กว่า 100 องค์ พระเครื่องชื่อดังจำนวนหลายพันองค์ โฉนดที่ดินจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ร่วม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับนางสุดาทิพย์ และนางสวงค์ ผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนทำหน้าที่ดูแลเรื่องทรัพย์สินและยักย้ายถ่ายเทต่างๆ โดยนางสุดาทิพย์อยู่ระหว่างหลบหนี
Read more ...

ฉวยโอกาส “ซ้ำยามดวงตก”สลายขั้วอำนาจ “พงศ์พัฒน์”

17/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 พ.ย.2557

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ตำแหน่งสำคัญๆในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะ “กองปราบปราม” หน่วยกำลังระดับเกรดเอ เก้าอี้ “ผกก.” เกือบทุกกองกำกับการ เป็นตำรวจสายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์แทบทั้งสิ้น จนถึงขนาดมีเสียงกล่าวขานกันว่า กองปราบปราม คือ อาณาจักรย่อมๆของ “ผู้ใหญ่บ้าน” ที่ใครก็อย่าไปยุ่ง

คำสั่งฟ้าผ่า! บช.ก. หรือกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เด้ง 3 นายพล 1 นายพัน พ้นจากตำแหน่งไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจ(ศปก.ตร.) แบบขาดจากตำแหน่งเดิม และไม่มีกำหนดเวลา แม้ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่สีกากี จะอ้างย้ายเพื่อให้ไปทำงานสำคัญ

แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นก็ปฏิเสธไม่ได้ นี่คือ ปฏิบัติการ “ล้างบาง”สอบสวนกลาง!!!

เพราะหลังจากบิ๊กอ๊อดเซ็นคำสั่งเด็ดหัวพี่ใหญ่ให้ 

“บิ๊กกิ๊ก”พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) และ

เพื่อนเลิฟ “บิ๊กโก”พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก. 

ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิมแล้ว

จากนั้นถัดมาอีกเพียง 2 วัน คำสั่งระลอกสองให้ 

“บิ๊กเจี๊ยบ”พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม(ผบก.ป.) และ

พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ(ผกก.1) บก.ป. 

ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเช่นกัน

การออกคำสั่งดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ถึงเวลาที่“กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” ต้องมีการปรับทัพจัดทิศกันครั้งใหญ่ เพราะเช็ครายชื่อ 2 นายพล 1 นาย พัน ที่ร่วมชะตากรรมกับ “บิ๊กกิ๊ก” โดนคำสั่งไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.ครั้งนี้ ล้วนมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแน่นแฟ้นกันทั้งสิ้น

“บิ๊กโก” พล.ต.ต.โกวิทย์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) รุ่น 31 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่สนิทสนมกันมาก เนื่องจากเป็นคนสมุทรสงครามด้วยกัน จะคอยดูแลช่วยงานใกล้ชิด “บิ๊กกิ๊ก”เหมือนเป็นหัวหน้าสำนักงาน ผบช.ก.

“บิ๊กเจี๊ยบ”พล.ต.ต.ชัยทัต นรต.รุ่น 39 เป็นเด็กปั้นของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มาตั้งแต่เป็น ผกก.ปพ. และขยับขึ้น รองผบก.ป. ก่อนได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นเป็น ผบก.ป. ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา

ส่วน“บิ๊กอั้ม”พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ นรต.รุ่น 49 ลูกน้องคนสนิทที่”บิ๊กกิ๊ก”ไว้ใจให้เป็นคนจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตลอด 3-4 ปีที่นั่งเก้าอี้ ผบช.ก.

และก็เป็นที่คาดหมายกันว่า หากไม่มีคำสั่งให้ใครไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.อีกเป็นระลอก 3ระลอก 4 ช่วงนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก.-สารวัตร ประจำปี 2557เชื่อว่าตำรวจที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็น่าจะต้องถูกปรับเปลี่ยนจากเก้าอี้ล็อตใหญ่

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ตำแหน่งสำคัญๆในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะ “กองปราบปราม” หน่วยกำลังระดับเกรดเอ เก้าอี้ “ผกก.” เกือบทุกกองกำกับการ เป็นตำรวจสายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์แทบทั้งสิ้น จนถึงขนาดมีเสียงกล่าวขานกันว่า กองปราบปราม คือ

อาณาจักรย่อมๆ ของ “ผู้ใหญ่บ้าน” ที่ใครก็อย่าไปยุ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือ บิ๊กสีกากีก็ตาม

เมื่อกำแพงเหล็กพังทลาย ขุนศึก นายกองที่เคยอยู่ในอาณาจักร ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องแตกกระสานซ่านเซ็น ตำรวจระดับ ผกก. ซึ่งมีความใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และมีบทบาทเก้าอี้สำคัญใน บช.ก. ต้องจับตาว่าน่าจะโดนโยกย้ายไปตำแหน่งอื่น

โดยเฉพาะกองปราบปราม ปัจจุบันทุกกองกำกับการล้วนเป็นตำรวจที่ใกล้ชิด “บิ๊กกิ๊ก” เริ่มจาก 

กองกำกับการ 1 ป. พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ซึ่งถูกคำสั่งไปปฏิบัติราชการแล้ว แนวโน้มไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมมีสูง เพราะเชื่อว่า พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ทท. ที่มารักษาการ ผกก. 1 ป. ตั๋วแข็งโป๊ก มานั่ง ผกก. 1 ป. เต็มตัวแน่

เช่นเดียวกับ 

กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ(ปพ.) พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.ช่วยราชการสำนักงาน ผบช.ก. คงต้องเปิดเก้าอี้ให้ “บิ๊กต่อ”พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผกก.ปพ. รักษาการ ผกก.ปพ. นั่งเก้าอี้แทนเช่นกัน

รวมทั้ง 

กองกำกับการ 2 ป. พ.ต.อ.นิรันดร นามสุวรรณ ผกก. 2 ป., 

กองกำกับการ 3 ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 ป., 

กองกำกับการ 4 พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 ป., 

กองกำกับการ 5 ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 ป., 

กองกำกับการ 6 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 ป.

ก็ไม่น่าจะหนีสัจธรรม “สมบัติผลัดกันชม”พ้น

นอกจากนั้นยังมี 

พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฏีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 ทล. 

พ.ต.อ.สฤษดิ์ พุทธพงษ์ศิริพร ผกก.5ปคม. 

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.2 ปอศ. 

พ.ต.อ.เจนกมล คำนวณ ผกก.4 ปอศ. 

พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.5 ปอศ. และ

พ.ต.อ.สิทธิชัย ไกรแสง ผกก.3 ปคบ. 

ก็ต้องหนาวๆร้อนๆ เช่นกัน

ยิ่งเชื่อแน่ว่าเก้าอี้ “ผบช.ก.” ที่พล.ต.ท.พงศพัฒน์ นั่งกุมบังเหียนอยู่ มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะสามารถรั้งเอาไว้ได้ โดย

”บิ๊กปู”พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.สายตรงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานคณะกรรมการช้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)

มีชื่อติดโผจะข้ามห้วยจากนครบาลที่เพิ่งนั่งได้เพียงแค่ 1 เดือน กลับมาถิ่นเก่าคุม “สอบสวนกลาง” แน้วโน้มการล้างขั้วเก่าก็สูงขึ้นตามไปด้วย

เหมือนในการแต่งตั้งระดับ “นายพล” ที่มีการล้างขั้วอำนาจเก่า ในระดับ ผบช.ภ.1-9 สิ้นซาก ไม่เหลืออยู่ในตำแหน่งแม้แต่รายเดียว

“กองปราบปราม” หน่วยงานพิเศษที่ถือว่าเป็นกำลังหลัก มีอำนาจจับกุมทั่วประเทศ มีหรือขั้วอำนาจใหม่ที่เข้ามากุมบังเหียนจะไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง เพราะโอกาสดีๆอย่างนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก

นับจากนาทีนี้ คงต้องจับตาปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่จะเกิดขึ้นตามมา หลังจากเกิดฟ้าผ่า ผบช.ก.!
Read more ...

ผบ.ตร.แจงย้าย 'พงศ์พัฒน์-โกวิทย์' เพื่อมอบงานสำคัญ

13/11/57
ที่มา : เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เมื่อ 13 พ.ย.2557

"พล.ต.อ.สมยศ"  เผยย้าย "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" และ "พล.ต.ต.โกวิทย์" เพื่อมอบงานสำคัญกรณีพิเศษ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า การมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ( ศปก.ตร.) เนื่องจากมีงานสำคัญที่ต้องมอบหมายให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไปปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ส่วนการให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการ

ทั้งนี้ภายหลังจากหนังสือคำสั่งย้ายด่วนมีผลบังคับใช้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ จะต้องมารายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ภายในวันนี้
Read more ...

ผบ.ตร. สั่ง ผบช.ก. ช่วยราชการ ศปก.ตร.

12/11/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 12 พ.ย.2557

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามในคำสั่ง ตร.ที่ 610/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยให้

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) 

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. 

ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้รายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 12 พ.ย. 2557 เวลา 10.00 น. และให้

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 

รักษาราชการแทน ผบช.ก.

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 2557 เป็นต้นไป.

มีรายงานด้วยว่า ทั้ง พล.ต.อ.สมยศ, พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์, พล.ต.ต.โกวิทย์ และ พล.ต.ท.ประวุฒิ ล้วนแล้วแต่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 (นรต.31) โดยคำสั่งย้ายดังกล่าว ผบ.ตร.ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุแห่งการโยกย้ายนอกฤดูกาล
Read more ...

เด้งฟ้าผ่าผู้การตำรวจน้ำ

17/7/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 17 ก.ค.2557

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รรท.ผบ.ตร. 

มีคำสั่งให้

พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. และ 

พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก.เมืองสงขลา

ให้ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ตั้งแต่ 17 ก.ค.2557 และให้

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบช.ก. ไป รรท. ผบก.รน.แทน 

จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ด้าน พล.ต.ต.บุญสืบ กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว รรท.ผบ.ตร.ได้แจ้งให้ทราบ แต่ยังไม่เห็นคำสั่งและไม่ทราบเหตุผลการสั่งย้าย แต่เมื่อเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็พร้อมปฏิบัติตาม

นอกจากนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับสาเหตุคาดว่าเป็นปัญหาบกพร่องเรื่องการปราบปรามน้ำมันเถื่อน.
Read more ...

บช.ก.แต่งตั้ง-โยกย้าย "รองผบก.-สว." รวม 25 ราย

23/3/57
โดยข่าวสด เมื่อ 21 มี.ค.2557

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการ-สารวัตร (รอง ผบก.-สว.) ในสังกัด บช.ก.25 ราย ประกอบด้วย

พ.ต.อ.สมพร แดงดี เป็น รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นวพล กันคล้อย เป็น รอง ผบก.ปอท 
พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล เป็น ผกก.ฝอ.บก.ปคม. 
พ.ต.ท.สฤษดิ์ พุทธพงศ์ศิริพร เป็น ผกก.5 บก.ปคม. 
พ.ต.ท.บรรพต เดชมา เป็น รอง ผกก.7 บก.ทล. 
พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ลาวัณย์วิสุทธิ์ เป็น รอง ผกก.3 บก.ป. 
พ.ต.ท.จตุรวิทย์ คชน่วม เป็น รอง ผกก.1 บก.ทท.
พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ เป็น รอง ผกก.1 บก.ป. 
พ.ต.ท.สมโภชน์ แดงปุ่น เป็น รอง ผกก.2 บก.ป. 
พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี เป็น รอง ผกก.6 บก.ป. 
พ.ต.ท.นรินท์โชติ พงศ์พิธานนท์ เป็น รอง ผกก.1 บก.ทท. 
พ.ต.ท.หญิงนฤมล ทองสะอาด เป็น รอง ผกก.ฝอ.2 บก.อก.บช.ก. 
พ.ต.ท.ปาณัฎฐ์ภูมิ อัครเดชานนท์ เป็น สว.กก.6 บก.ปคม. 
พ.ต.ท.หญิงพิสมัย เผือกสุวรรณ เป็น สว.ฝอ.5 บก.อก.บช.ก. 
พ.ต.ต.กฤษฎา คงเจริญจิตร์ เป็น สว.กก.5 บก.ปอศ. 
พ.ต.ต.ชัชวาล ชูชัยเจริญ เป็น สว.กก.1 บก.ป. 
พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมฆประยูร เป็น สว.กก.ปพ.บก.ป.
ร.ต.อ.จักรพันธ์ ลีลานันทวงศ์ เป็น สว.กก.1บก.ป. 
ร.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ เป็น สว.ส.ทท.5 กก.1 บก.ทท. 
ร.ต.อ.เนตร ทองแสง เป็น สว.ฝอ.1 บก.อก.บช.ก. 
ร.ต.อ.บรรณพงศ์ เก่งเรียน เป็น สว.ฝอ.บก.ปอท. 
ร.ต.อ.พงษ์วุฒิ บุญรมย์ เป็น สว.ฝอ.บก.ปคม 
ร.ต.อ.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ เป็น นว.(สบ 2) ผบช.ก. 
ร.ต.อ.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฏ์ เป็น สว.ฝอ.บก.ป. 
ร.ต.อ.อรรถพงษ์ นกขุนทอง เป็น สว.กก.5 บก.ป.
Read more ...

"ผบช.ก."เตรียมให้"นรบุญ แน่นหนา "รักษาการ"ผบก.ป."แทน"สุพิศาล" เผยเก็บเก้าอี้รอคนเดิม

6/3/57
โดยมติชน เมื่อ 3 มี.ค.2557

พล.ต.ท.พงศพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่าได้รับหนังสือลาออกของ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการปราบปรามเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้าวันนี้ อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการตรวจสอบความเรียบร้อยของหนังสือลาออก จึงยังไม่ได้เซ็นอนุมัติ 

ส่วนตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปรามที่ว่างลง จะยังไม่แต่งตั้งใครมาแทน จะสงวนไว้ให้ พล.ต.ต.สุพิศาล แต่จะมอบหมายให้ 

พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

มารักษาการผู้บังคับการกองปราบปรามแทนไปก่อน
Read more ...

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ในส่วนของ บช.ก.

7/12/55
โดยสหบาท คอลัมน์ ส่องตำรวจ นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 7 ธ.ค.2555

ถึงแม้จะเป็น สัจธรรมของวงการสีกากี ในการแต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้ง จะต้องมีเสียงร้องหา ความเป็นธรรม ตามมา แต่ก็ใช่ว่า จะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด

จากโผรอง ผบก.-สว.ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เป็นคำสั่งของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่กำหนดให้คำสั่งมีผลภายในวันที่ 6 ธ.ค. ให้ทุกหน่วยได้ขยับเริ่มงานอย่างเต็มที่

ในช่วงที่มีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย จะมีตำรวจวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ทั้งนักการเมือง พ่อค้า เพื่อช่วยเหลือจัดวางลงไปในตำแหน่งที่สำคัญ

ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่อาจจะต้องเลื่อนคำสั่งออกไป เนื่องจาก “โผเด็กฝาก” แน่นไม่ลงตัว แต่ พล.ต.อ.อดุลย์ได้ยืนยันให้ทุก บช. เร่งพิจารณาคำสั่งโยกย้ายให้เสร็จทันตามกำหนด

ไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างจนกลายเป็นสุญญากาศในการทำงาน

เป็นธรรมดาการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะมีทั้งคนที่สมหวัง และคนที่ผิดหวัง โดยเฉพาะหน่วยสำคัญที่มีการแข่งขันสูงทั้ง บช.น.และ บช.ก. แต่ละตำแหน่งจึงมีการวิ่งเต้นเส้นสายมาก

แต่ ภาพรวมคำสั่งของ บช.ก. ในยุคของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่ยืนหยัดในเรื่อง “คนดีมีผลงาน” และ “วางตัวคน ที่เหมาะสมลงในตำแหน่ง” ทำให้ลดกระแสไม่พอใจของตำรวจลงไปได้แยะทีเดียว

ดูได้จากรายชื่อที่น่าสนใจ 

พ.ต.อ.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผกก.3 บก.ปอศ. มือปราบและเจ้าของโครงการ “เยาวชนต้นคิด” ขึ้นรอง ผบก.ป. 

พ.ต.ท.วรวุฒิ คุณะเกษม รอง ผกก.5 บก.ป. ผู้ดำเนินโครงการ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” ขยับเป็น ผกก.3 บก.ป. รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจะได้นำโครงการไปเผยแพร่

พ.ต.ท.ภูการวิก โชติกเสถียร รอง ผกก.ปพ.บก.ป. ได้รับรางวัลโครงการดีเด่นของสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรม จากโครงการ “ฝึกยุทธวิธี” และเจ้าของโครงการ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชนวัดสวัสดิวารี” 

พ.ต.ท.สิทธิชัย ไกรแสง สวญ.ส.รฟ.นพวงศ์ “ชนะเลิศโรงพักดีเด่น” ของ บช.ก.เลื่อนเป็น ผกก.ฝอ.9 บก.อก.บช.ก.

พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ ผกก.6 บก.ป. เจ้าของ “สตูลโมเดล” ต้นแบบตำรวจผู้รับใช้ชุมชนที่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องไทยมุสลิมในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย และ 

พ.ต.ต.ปริญญา กลิ่นเกษร สว.ส.ทล.1 บก.ทล. เจ้าของโครงการ “ชุมชนวัดส้มจีน” ได้รับความ ไว้วางใจอยู่ที่เดิม

เป็นการสะท้อนให้เห็นความเป็นธรรมของ บช.ก.ที่ไม่ได้มองเรื่อง “เด็กฝาก เด็กเส้น แต่ไม่มีเนื้องาน”

เข้ามาทำลายขวัญกำลังใจตำรวจที่ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อหน่วย.
Read more ...

คำสั่งแต่งตั้ง ตร.ภาค 8 ออก เด้ง ผกก.บ่อผุดเซ่นคดีแหม่ม

3/12/55

โดยไทยรัฐ เมื่อ 3 ธ.ค.2555

คลอดอีกระลอกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว. ในสังกัด บช.ก., รพ.ตร., สทส. และ ภ.8 ซึ่งเด้ง ผกก.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี เป็น ผกก.ฝอ.ศฝร.ภ.8 หลังพบบกพร่องคดีจักรยานยนต์ชนแหม่มออสซี่ดับที่เกาะสมุย

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. มีรายงานว่า กองสารนิเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตร (สว.) - รองผู้บังคับการตำรวจ (รอง ผบก.) ประจำปี 2555 เพิ่มเติม โดยเป็นคำสั่งสังกัดกองบัญชาการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) จำนวน 47 ราย สังกัดโรงพยาบาลตำรวจ 208 ราย สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) 8 จำนวน 258 ราย และสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จำนวน 223 ราย

ทั้งนี้ ในส่วนของ บช.ภ. 8 มีตำแหน่งที่น่าสนใจ ดังนี้

พ.ต.อ.สำราญ มาเจริญ ตำแแหน่งเดิม ผกก.สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี ตำแหน่งใหม่เป็น ผกก.ฝอ.ศฝร.ภ. 8 หลังพบบกพร่องในคดีจักรยานยนต์ชนแหม่มออสซี่ดับที่เกาะสมุย และ

พ.ต.ท.ม.ล.พัฒนจักร จักรพันธุ์ ตำแหน่งเดิม รอง ผกก.ป.สภ.กมลา จ.ภูเก็ต ตำแหน่งใหม่เป็น ผกก.สภ.กมลา จ.ภูเก็ต และ

พ.ต.อ.ขวัญดี ฉิมพลี ตำแหน่งเดิม ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ตำแหน่งใหม่เป็น ผกก.สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่

สำหรับ บช.ก. ตำแหน่งที่น่าสนใจมี ดังนี้

พ.ต.อ.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ตำแหน่งเดิม ผกก.3 บก.ปอศ. ตำแหน่งใหม่เป็น รอง ผบก.ป.

พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ตำแหน่งเดิม รอง ผบก.ภ.จ.อำนาจเจริญ ตำแหน่งใหม่เป็น รอง ผบก.ป.

พ.ต.อ.วรพจน์ ดิษยบุตร ตำแหน่งเดิม นว.(สบ 4) ที่ปรึกษา (สบ 10) ตำแหน่งใหม่เป็น ผกก.4 บก.รฟ. และ

พ.ต.อ.สมชาย จันทร์คง ตำแหน่งเดิม นว.(สบ 4) ที่ปรึกษา (สบ 10) ตำแหน่งใหม่เป็น ผกก.2 บก.รฟ.

ล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมว่า กองสารนิเทศ ได้เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ สว. - รอง ผบก. ประจำปี 2555 เพิ่มเติมในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) และ บช.ภ. 1 แล้ว

อย่างไรก็ตาม สามารถตรวจสอบรายชื่อคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

http://www.saranitet.police.go.th/order.html
Read more ...

คำสั่งแต่งตั้ง บช.ก.

5/2/54
5 กพ. 2554 21:02 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.- ผกก. ออกมาเช่นกัน โดยตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.สภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็น ผกก.4 บก.ป.
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขวัฒน์ธนกุล ผกก.5 บก.ป. ขยับขึ้นเป็น รอง ผบก.ปคบ.
พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี ผกก.3 บก.ป. เป็น รอง ผบก.ปคม.
พ.ต.อ.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผกก.6 บก.ป. เป็น รอง ผบก.ปปป.
พ.ต.อ.วีระพันธ์ ทันใจ ผกก.2 บก.ปปป. เป็น รอง ผบก.อก.บช.ก.
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. ขึ้นเป็น รอง ผบก.รน.

พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผกก.1 บก.ป. เป็น ผกก.2 บก.ป.
พ.ต.ท.พลฑิต ไชยรส รอง ผกก.2 บก.ป. เป็น ผกก.1 บก.ปปป.
พ.ต.ท.นิรันดร์ นามสุวรรณ รอง ผกก.3 บก.ป. เป็น ผกก.3 บก.ป.
พ.ต.ท.อธิป ฉิมอร่าม พงส.(สบ3) กก.4 บก.ป. เป็น ผกก.5 บก.ป.

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ ตร.กำหนด โดยนำหลักเกณฑ์เรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และผลการแสดงวิสัยทัศน์มาประกอบการพิจารณา ซึ่งตนสนับสนุนตำรวจที่มีแนวคิดเป็นตำรวจยุคใหม่ซึ่งสามารถสานต่อ

นโยบาย “ตำรวจกลับหลังหัน” และ”ตำรวจยุคใหม่ไม่ทำผิด” ได้ 

นอกจากนี้ยังคัดเลือกตำรวจที่ทำคดีสำคัญๆ มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และตำรวจที่ทำงานเบื้องหลังในลักษณะปิดทองหลังพระซึ่งตนไม่มองข้ามและจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมด้วย

ผบช.ก. กล่าวด้วยว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ตนจัดให้มีการสัมภาษณ์ตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึง สว. ทั้ง บช.ก. โดยให้ทุกคนแสดงวิสัยทัศน์ ผลงาน ตลอดจนโครงการหรือแผนงานที่จะทำในอนาคต ซึ่งตนก็ได้นำส่วนนี้มาประกอบการพิจารณาด้วย

“การแต่งตั้งย่อมมีผู้สมหวังและผิดหวัง หากเรายังไม่สมหวังก็อย่าท้อถอย ควรตั้งใจทำงานต่อไปให้ดีที่สุด ปัญหาในระบบแต่งตั้งมีแน่แต่ต้องช่วยกันแก้ วันหนึ่งจะประสบผลสำเร็จตามที่ต้องการ ซึ่งในส่วนของ บช.ก.ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาซึ่งจะใช้โอกาสวันรายงานตัวพูดคุยในส่วนที่เกิดปัญหาเพื่อจะได้แก้ไขต่อไป” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว และย้ำว่า ตำรวจในสังกัด บช.ก.นั้นจะต้องทำงานเอาผลงานมาแลกับความดีความชอบเท่านั้นเพราะตำรวจยุคใหม่ไม่ซื้อขายตำแหน่ง
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม