แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐประหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐประหาร แสดงบทความทั้งหมด

ศรีวราห์เสนอเด้ง 67ผกก. รอง ผบก.-สว.เพียบ

4/1/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 4 ม.ค.2557

พิษป้ายโฆษณา-ล้างบช.น. ดึงเด็กในคาถาเสียบแทน ข้ามห้วยลงพื้นที่ทําเลทอง

โผย้าย “รอง ผบก.-ผกก.” นครบาลร้อนระอุ “บิ๊กศรีวราห์” ยกเหตุผลสรุปคณะ กรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงป้ายไฟโฆษณาเด้งล้าง 67 ผกก.จาก 88 โรงพักแทบเกลี้ยงเมืองหลวง ผกก.บก.น.4-5-6 ถูกเสนอย้ายไม่มียกเว้น ขยับเด็กสายตัวที่อยู่ฝั่งอีสานลงแทนในพื้นที่ทำเลทอง ด้านรอง ผบก.ยัน สว. ที่เข้าข่ายถูกย้ายเรื่องป้ายไฟป้อมไม่สนเดินหน้ารวมตัวร้อง ก.ตร.ขอความเป็นธรรมคำสั่ง โยกย้าย

พิษป้ายโฆษณาเด้งระนาว ผกก. 67 ตำแหน่งจาก 88 โรงพักนครบาลเปิดทางรับ “คนนอกหน่วย” ลงพื้นที่ทำเลทอง เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.และ ผกก.ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2558 เข้าที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขออนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ก.ตร. วันที่ 7 ม.ค. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม เป็นประธานการประชุม ก.ตร. โดยก่อน หน้านี้ได้มี ผกก. และรอง ผกก.ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องป้ายไฟโฆษณาอยู่ในข่ายถูกโยกย้ายออกนอก บช.น.ได้รวมตัวเข้าร้องขอความเป็นธรรม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อให้ทบทวนการพิจารณาคำสั่งโยกย้ายของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เนื่องจากในคำสั่งได้เสนอย้าย ผกก. 67 โรงพัก จาก 88 โรงพัก โดยอ้างความ ผิดเรื่องป้ายไฟโฆษณาเพื่อใช้เป็นเหตุโยกคนนอกหน่วยเข้ามาลงในพื้นที่นครบาล

สำหรับรายชื่อที่อยู่ในโผเด้งออกนอก บช.น. ได้แก่

บก.น.1
พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม
พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท
พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง
พ.ต.อ.ธนกรณ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.บางโพ
พ.ต.อ.กิติ ยุกตานนท์ ผกก.สน.มักกะสัน
พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สามเสน

บก.น.2
พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง
พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สน.เตาปูน
พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ฝอยทอง ผกก.สน.บางเขน
พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ
พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน
พ.ต.อ.ณัฎฐ์ภาณพ วัชรเสวี ผกก.สน.ประชาชื่น
พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม

บก.น.3
พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี
พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.หนองจอก
พ.ต.อ.ปพณพัชร์ ตั้งจิตจารุพัชร์ ผกก.สน.จรเข้น้อย
พ.ต.อ.เฉลิมพรรษ์ เปาอินทร์ ผกก.สน.นิมิตรใหม่
พ.ต.อ.สมิง รอดรัตษะ ผกก.สน.ประชาสำราญ
พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.ลาดกระบัง

บก.น.8
พ.ต.อ.วิศัลย์ ศุภวงศ์ ผกก.สน.ตลาดพลู
พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งครุ
พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.บางคอแหลม
พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.บางมด
พ.ต.อ.ฐาประวิชญ์ อินทะชัย ผกก.สน.บางยี่เรือ
พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณริรีโรจน์ ผกก.สน.บุคคโล
พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.บุปผาราม
พ.ต.อ.ไพรัช แทนศิริ ผกก.สน.ปากคลองสาร
พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ
พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา
พ.ต.อ.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผกก.สน.สำเหร่
พ.ต.อ.ยศ วิทิตปภาธำรง ผกก.สน.เทียนทะเล
พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บางขุนเทียน
พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผกก.สน.บางบอน
พ.ต.อ.สุรพงษ์ จงสูงเนิน ผกก.สน.เพชรเกษม
พ.ต.อ.มนตร์ชัย รัตนะวิศ ผกก.สน.แสมดำ
พ.ต.อ.สุทธา กรรณสูต ผกก.สน.หนองแขม

บก.น.4 บก.น.5 และบก.น.6 มีการเสนอย้ายทุกตำแหน่ง
พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก
พ.ต.อ.วัทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง
พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย
พ.ต.อ.อภิวิชญ์ ภัทรกุล ผกก.สน.บึงกุ่ม
พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน
พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ
พ.ต.อ.สมพร กฤษณพิพัฒน์ ผกก.สน.อุดมสุข

บก.น. 5
พ.ต.อ.จีรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สน.คลองตัน
พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ
พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุวรรณ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ
พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผกก.สน.ท่าเรือ
พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.บางนา
พ.ต.อ.อดิศร เสมสวัสดิ์ ผกก.สน.บางโพงพาง
พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.พระโขนง
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี
พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร

บก.น.6
พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน
พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตน์ ผกก.สน.จักรวรรดิ
พ.ต.อ.รัชพล บุญนาค ผกก.สน.บางรัก
พ.ต.อ.สรรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.พระราชวัง
พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สน.พลับพลาไชย 1
พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2
พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.สำราญราษฎร์
พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา

สำหรับรายชื่อที่ได้รับการยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก. 16 คน ได้แก่
พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.ดุสิต
พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง
พ.ต.อ.บันลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.สน.ห้วยขวาง มีแรงหนุนจาก พล.ต.อ.อัยยรัช เวสสะโกศล อดีต รอง อ.ตร.นายของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.
พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สุทธิสาร
พ.ต.อ.สมบัติ หงษ์ทอง ผกก.สน.โคกคราม
พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง
พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.คันนาวา สายตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.
พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม
พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ภาษีเจริญ
พ.ต.อ.ณรงค์ ถัดทะพงษ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู
พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.หลักสอง สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า
พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ฉลองกรุง
พ.ต.อ.สุปัฎน์ จรจันทึก ผกก.สน.ลำหิน
พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สน.ลำผักชี
พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.สน.สุวินทวงศ์

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ที่รับผิดชอบคำสั่งโยกย้ายของ บช.น. จะต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้รอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ผกก.บางคนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในตำแหน่งช่วงที่มีการติดตั้งป้ายไว้ก่อนแล้วเป็นเรื่องของ ผบช.น.ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเสนอรายชื่อโยกย้าย เชื่อว่า ผบช.น.จะทำอย่างรอบคอบไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นผู้ที่เป็นคณะกรรมการต้องรับผิดชอบ เพราะนโยบายของ ผบ.ตร.ต้องการให้การแต่งตั้งมีความโปร่งใส เป็นธรรม เท่าเทียม ไม่ให้กลั่นแกล้ง เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานในแต่ละพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.ได้มีคำสั่งให้ทุก บก.สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีป้ายไฟโฆษณาที่ติดอยู่ตามป้อมจราจรทั่วกรุงเทพมหานครที่ไม่ได้ขอติดตั้งตามกฎหมาย แยกเป็นป้ายแบบจอแอลอีดีตั้งข้างป้อมจราจรและป้ายโฆษณาที่อยู่บนป้อมจราจร โดยให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเร่งสรุปผลการสืบสวนสอบสวนให้ทันคำสั่งโยกย้าย รอง ผบก.และ ผกก.ในเดือน ม.ค.

โดยมีการเสนอขออนุมัติหลักเกณฑ์เพื่อย้าย ผกก.หัวหน้าสถานี 67 โรงพักที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเพื่อใช้เป็นเหตุผลโยกย้ายพ้นตำแหน่ง โดยมีการเสนอชื่อ ผกก.ใน บช.ภ.3 และ บช.ภ.4 เข้ามาลงในตำแหน่งพื้นที่ทำเลทอง

ส่วนใหญ่เป็นคนสนิทของ ผบก.น.2 ผบก.น.6 และ ผบก.ศสส.บช.น. ทีมงานคนสนิทของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ทำให้ตำรวจ บช.น.ได้รับความเดือดร้อนที่ถูกอ้างเรื่องป้ายไฟโฆษณาโยกย้ายสลับ รอง ผบก.ยัน สว.กว่า 200 ตำแหน่ง เปิดตำแหน่งเอาคนนอกหน่วยในสายลงในพื้นที่ทำเลทอง

และมีรายงานว่า ผกก.ที่อยู่ในข่ายต้องโดนเด้งนอกหน่วยได้มีการรวมตัวเพื่อยืนหนังสือขอความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการ ก.ตร. เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งโยกย้ายของ บช.น.
Read more ...

“สมยศ” สั่งตั้ง กก.สอบวินัย “พงศ์พัฒน์” กับพวกรวม 7 นาย

24/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 พ.ย.2557

“สมยศ” เซ็นตั้งกรรมการสอบวินัย “พงศ์พัฒน์” กับพวกรวม 7 นาย หากพบตำรวจอื่นมีเอี่ยวให้รายงานด่วน

วันนี้ (24 พ.ย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 633/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย. 2557 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย โดยระบุว่า ตามที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงค์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 ปคบ. ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป.ต้องคดีอาญาแล้วได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เลขที่ 632/2557 ไปแล้วนั้น

อาศัยตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 86 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าวประกอบด้วย พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน

พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข จเรตำรวจ (สบ 8) 
พล.ต.ต.จักกฤษศณ์ สิงห์ศิลารักษ์ รองจเรตำรวจ (สบ 7) 
พล.ต.ต.ไพบูลย์ อุดมสินค้า ผบก.กต.9 จต. พ
.ต.อ.ชยธวัส เสาวนะ รอง ผบก.กต.9 จต.เป็นกรรมการ 
พ.ต.อ.ทรงกลด เกริกกฤติยา ผกก.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต.9 เป็นกรรมการและเลขานุการ 
พ.ต.ท.วณัฐศ์ ชาลประเสริฐ สว.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต.9 จต.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า 

พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผบช.สตม. มีคำสั่งเลขที่ 257/ 2557ลงวันที่ 23 พ.ย. 2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 

พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.จว.สมุทรสาคร 

ประกอบด้วย 
พ.ต.อ.สิทธิชัย โล่กันภัย รองผบก.ตม. 3 
พ.ต.อ. วีรยศ การุณธร ผกก.กองกำกับการบริการคนต่างด้าว บก.ตม.3 
พ.ต.ท.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.กองกำกับการบริการคนต่างด้าว บก.ตม.3 เป็นกรรมการ 
พ.ต.ท.ยุทธนา ราชจันทร์ สว.ตม.จว.นครปฐม บก.ตม.3 เป็นกรรมการและเลขานุการ และ
ร.ต.อ.นพรัตน์ ศิริมุสิกะ รอง สว.ตม.จว.นครปฐม บก.ตม.3 เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

โดยให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2557 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาต่อไป หากคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดวินัยร้ายแรงในเรื่องอื่น นอกจากที่ระบุในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนไปพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการมีความเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนกระทำความผิดในเรื่องที่สอบสวนนั้น ให้ประธานรายงานมาให้ทราบโดยเร็ว
Read more ...

ฉวยโอกาส “ซ้ำยามดวงตก”สลายขั้วอำนาจ “พงศ์พัฒน์”

17/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 พ.ย.2557

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ตำแหน่งสำคัญๆในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะ “กองปราบปราม” หน่วยกำลังระดับเกรดเอ เก้าอี้ “ผกก.” เกือบทุกกองกำกับการ เป็นตำรวจสายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์แทบทั้งสิ้น จนถึงขนาดมีเสียงกล่าวขานกันว่า กองปราบปราม คือ อาณาจักรย่อมๆของ “ผู้ใหญ่บ้าน” ที่ใครก็อย่าไปยุ่ง

คำสั่งฟ้าผ่า! บช.ก. หรือกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เด้ง 3 นายพล 1 นายพัน พ้นจากตำแหน่งไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจ(ศปก.ตร.) แบบขาดจากตำแหน่งเดิม และไม่มีกำหนดเวลา แม้ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่สีกากี จะอ้างย้ายเพื่อให้ไปทำงานสำคัญ

แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นก็ปฏิเสธไม่ได้ นี่คือ ปฏิบัติการ “ล้างบาง”สอบสวนกลาง!!!

เพราะหลังจากบิ๊กอ๊อดเซ็นคำสั่งเด็ดหัวพี่ใหญ่ให้ 

“บิ๊กกิ๊ก”พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) และ

เพื่อนเลิฟ “บิ๊กโก”พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก. 

ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิมแล้ว

จากนั้นถัดมาอีกเพียง 2 วัน คำสั่งระลอกสองให้ 

“บิ๊กเจี๊ยบ”พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม(ผบก.ป.) และ

พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ(ผกก.1) บก.ป. 

ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเช่นกัน

การออกคำสั่งดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ถึงเวลาที่“กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” ต้องมีการปรับทัพจัดทิศกันครั้งใหญ่ เพราะเช็ครายชื่อ 2 นายพล 1 นาย พัน ที่ร่วมชะตากรรมกับ “บิ๊กกิ๊ก” โดนคำสั่งไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.ครั้งนี้ ล้วนมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแน่นแฟ้นกันทั้งสิ้น

“บิ๊กโก” พล.ต.ต.โกวิทย์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) รุ่น 31 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่สนิทสนมกันมาก เนื่องจากเป็นคนสมุทรสงครามด้วยกัน จะคอยดูแลช่วยงานใกล้ชิด “บิ๊กกิ๊ก”เหมือนเป็นหัวหน้าสำนักงาน ผบช.ก.

“บิ๊กเจี๊ยบ”พล.ต.ต.ชัยทัต นรต.รุ่น 39 เป็นเด็กปั้นของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มาตั้งแต่เป็น ผกก.ปพ. และขยับขึ้น รองผบก.ป. ก่อนได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นเป็น ผบก.ป. ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา

ส่วน“บิ๊กอั้ม”พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ นรต.รุ่น 49 ลูกน้องคนสนิทที่”บิ๊กกิ๊ก”ไว้ใจให้เป็นคนจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตลอด 3-4 ปีที่นั่งเก้าอี้ ผบช.ก.

และก็เป็นที่คาดหมายกันว่า หากไม่มีคำสั่งให้ใครไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.อีกเป็นระลอก 3ระลอก 4 ช่วงนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก.-สารวัตร ประจำปี 2557เชื่อว่าตำรวจที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็น่าจะต้องถูกปรับเปลี่ยนจากเก้าอี้ล็อตใหญ่

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ตำแหน่งสำคัญๆในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะ “กองปราบปราม” หน่วยกำลังระดับเกรดเอ เก้าอี้ “ผกก.” เกือบทุกกองกำกับการ เป็นตำรวจสายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์แทบทั้งสิ้น จนถึงขนาดมีเสียงกล่าวขานกันว่า กองปราบปราม คือ

อาณาจักรย่อมๆ ของ “ผู้ใหญ่บ้าน” ที่ใครก็อย่าไปยุ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือ บิ๊กสีกากีก็ตาม

เมื่อกำแพงเหล็กพังทลาย ขุนศึก นายกองที่เคยอยู่ในอาณาจักร ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องแตกกระสานซ่านเซ็น ตำรวจระดับ ผกก. ซึ่งมีความใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และมีบทบาทเก้าอี้สำคัญใน บช.ก. ต้องจับตาว่าน่าจะโดนโยกย้ายไปตำแหน่งอื่น

โดยเฉพาะกองปราบปราม ปัจจุบันทุกกองกำกับการล้วนเป็นตำรวจที่ใกล้ชิด “บิ๊กกิ๊ก” เริ่มจาก 

กองกำกับการ 1 ป. พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ซึ่งถูกคำสั่งไปปฏิบัติราชการแล้ว แนวโน้มไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมมีสูง เพราะเชื่อว่า พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ทท. ที่มารักษาการ ผกก. 1 ป. ตั๋วแข็งโป๊ก มานั่ง ผกก. 1 ป. เต็มตัวแน่

เช่นเดียวกับ 

กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ(ปพ.) พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.ช่วยราชการสำนักงาน ผบช.ก. คงต้องเปิดเก้าอี้ให้ “บิ๊กต่อ”พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผกก.ปพ. รักษาการ ผกก.ปพ. นั่งเก้าอี้แทนเช่นกัน

รวมทั้ง 

กองกำกับการ 2 ป. พ.ต.อ.นิรันดร นามสุวรรณ ผกก. 2 ป., 

กองกำกับการ 3 ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 ป., 

กองกำกับการ 4 พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 ป., 

กองกำกับการ 5 ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 ป., 

กองกำกับการ 6 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 ป.

ก็ไม่น่าจะหนีสัจธรรม “สมบัติผลัดกันชม”พ้น

นอกจากนั้นยังมี 

พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฏีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 ทล. 

พ.ต.อ.สฤษดิ์ พุทธพงษ์ศิริพร ผกก.5ปคม. 

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.2 ปอศ. 

พ.ต.อ.เจนกมล คำนวณ ผกก.4 ปอศ. 

พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.5 ปอศ. และ

พ.ต.อ.สิทธิชัย ไกรแสง ผกก.3 ปคบ. 

ก็ต้องหนาวๆร้อนๆ เช่นกัน

ยิ่งเชื่อแน่ว่าเก้าอี้ “ผบช.ก.” ที่พล.ต.ท.พงศพัฒน์ นั่งกุมบังเหียนอยู่ มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะสามารถรั้งเอาไว้ได้ โดย

”บิ๊กปู”พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.สายตรงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานคณะกรรมการช้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)

มีชื่อติดโผจะข้ามห้วยจากนครบาลที่เพิ่งนั่งได้เพียงแค่ 1 เดือน กลับมาถิ่นเก่าคุม “สอบสวนกลาง” แน้วโน้มการล้างขั้วเก่าก็สูงขึ้นตามไปด้วย

เหมือนในการแต่งตั้งระดับ “นายพล” ที่มีการล้างขั้วอำนาจเก่า ในระดับ ผบช.ภ.1-9 สิ้นซาก ไม่เหลืออยู่ในตำแหน่งแม้แต่รายเดียว

“กองปราบปราม” หน่วยงานพิเศษที่ถือว่าเป็นกำลังหลัก มีอำนาจจับกุมทั่วประเทศ มีหรือขั้วอำนาจใหม่ที่เข้ามากุมบังเหียนจะไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง เพราะโอกาสดีๆอย่างนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก

นับจากนาทีนี้ คงต้องจับตาปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่จะเกิดขึ้นตามมา หลังจากเกิดฟ้าผ่า ผบช.ก.!
Read more ...

ฟ้าผ่าเก้าอี้ ผบช.ก. เด้งบิ๊กกิ๊ก โกวิทย์โดนด้วย ประวุฒิคุมแทน

14/11/57
โดยข่าวสด เมื่อ 14 พ.ย.2557

"สมยศ"แจงย้าย จับตาล้างบาง! บก.ป.กับตร.น้ำ

"บิ๊กอ๊อด-สมยศ" เด้งฟ้าผ่า "ผบช.ก." บิ๊กกิ๊ก-พงศ์พัฒน์ฉายาพันธุ์ และโกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก. ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร. โดย ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมให้ "บิ๊กตุ้ย" ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทน ด้าน "สมยศ" แจงเหตุสั่งย้าย-มีภารกิจสำคัญมอบหมายให้ไปปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งเห็นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จับตาย้ายอีกล็อตใหญ่ กองปราบฯ-ตำรวจน้ำ

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ 610/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยระบุว่าเพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความ เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยความในมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552

จึงให้ข้าราชการตำรวจ ไปปฏิบัติราชการ และรักษาราชการแทน ดังต่อไปนี้ 1.ให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ไปรายงานตัวที่ศปก.ตร. ภายในวันที่ 12 พ.ย. 2557 เวลา 10.00 น. ดังนี้ 1.1 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. 1.2 พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. นอกจากนี้ให้พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทนผบช.ก. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2557 เป็นต้นไป

โดย พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า การมีคำสั่ง ให้พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร. เนื่องจากมีภารกิจงานสำคัญที่ต้องมอบหมายให้พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไปปฏิบัติเป็น กรณีพิเศษ เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ส่วนการให้พล.ต.ท.ประวุฒิ รักษาราชการแทน ผบช.ก. ก็เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพเท่านั้น

ที่ บช.ก. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน ผู้บังคับบัญชา ชั้น 4 ซึ่งเป็นห้องทำงานของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พบว่าพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่สำนักงาน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาทราบคำสั่งแล้ว แต่ติดภารกิจงานราชการ จึงไม่สามารถเดินทางไปรายงานตัวได้ และไม่ทราบว่าจะเดินทางไปรายงานตัวในวันนี้หรือไม่ โดยคาดว่าหลังเสร็จภารกิจ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะเดินทางไปรายงานตัวโดยเร็วที่สุด

ส่วนบรรยากาศภายในบช.ก. เป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดยบริเวณด้านหน้ามีรถประจำตำแหน่งของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จอดอยู่ในช่อง จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวถูกนำมาจอดไว้ เพื่อ รอการส่งมอบคืน

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคำสั่งโยกย้ายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของข้าราชการตำรวจ สังกัดบช.ก.อย่างมาก เนื่องจากเป็นการ โยกย้ายแบบกะทันหัน จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ในอีกหลายตำแหน่งเร็วๆ นี้

สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ หรือบิ๊กกิ๊ก ศึกษาจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพล.ต.อ.สมยศ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท. ประวุฒิ และพล.ต.ต.โกวิทย์ โดยพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ดำรงตำแหน่งผบช.ก. ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการต่างๆ มากมาย เริ่มจากโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ที่ มุ่งเน้นให้ตำรวจร่วมกับชาวบ้านทำกิจกรรมและช่วยกันแก้ปัญหาในชุมชน โครงการ "Big 6" โดยมีแนวคิดให้ตำรวจพบปะพูดคุยกับบุคคลสำคัญ 6 กลุ่มของสังคม เพื่อฝึกหาข่าวแบบรับฟัง โครงการชมรมยุวชนตำรวจ เพื่อให้เด็กและตำรวจมีความผูกพัน อีกทั้งช่วยกันแก้ไขปัญหา

นอก จากนี้ยังมีโครงการอีกมากมายที่หวังช่วยพัฒนาบุคลากรและองค์กร อาทิ บช.ก. โกอินเตอร์ ร.ร.ตำรวจนอกเวลา โครงการคืนชุมชนสีขาวให้สังคม โครงการ 5 ทฤษฎี 1 หลักการ เพื่อลดหวาดระแวงของประชาชน และ MOU ทางการศึกษากับนิด้า เป็นต้น
Read more ...

ผบ.ตร. มีคำสั่งเด้ง ผู้การฯ กองปราบฯ - ตั้ง "อัคราเดช" รักษาการ

14/11/57
โดยข่าวสด เมื่อ 14 พ.ย.2557

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. 

ลงนามคำสั่งให้

พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการปราบปรามและ 

พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม 

ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 16.00 น.

วันเดียวกัน

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบ.ตร. รรท.ผบช.ก. 

มีคำสั่งที่ 257/2557 ให้

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป. รักษาราชการแทน ผบก.ป. 

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก. 5 บก.ทท. รักษาราชการแทน ผกก.1 ผบก.ป. และ

พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก. 8 บก.รน. รักษาราชการแทนผกก. 5 บก.ทท. 

ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 2557 เป็นต้นไป
Read more ...

ผบ.ตร.แจงย้าย 'พงศ์พัฒน์-โกวิทย์' เพื่อมอบงานสำคัญ

13/11/57
ที่มา : เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เมื่อ 13 พ.ย.2557

"พล.ต.อ.สมยศ"  เผยย้าย "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" และ "พล.ต.ต.โกวิทย์" เพื่อมอบงานสำคัญกรณีพิเศษ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า การมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ( ศปก.ตร.) เนื่องจากมีงานสำคัญที่ต้องมอบหมายให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไปปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ส่วนการให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการ

ทั้งนี้ภายหลังจากหนังสือคำสั่งย้ายด่วนมีผลบังคับใช้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ จะต้องมารายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ภายในวันนี้
Read more ...

บนแนวทางเศรษฐี "สมยศ" ทุ่มใช้ "เงิน"ซื้อใจคนสีกากี

2/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 2 พ.ย.2557

สน.พระอาทิตย์

เพราะหากวันหนึ่งวันใดไม่มีเงินล่อใจ หรือมีรางวัลเชิญชวนแล้ว ภาพพจน์ด้านลบๆของตำรวจ รวมทั้งพฤติกรรมการเรียกรับสินบนจะกลับคืนมาหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่พล.ต.อ.สมยศต้องตรึกตรองให้ถ่องแท้ถึงรากเง้าปัญหาตำรวจ จะแก้ด้วย”เงิน”นำหน้ามากกว่าการสร้างจิตสำนึกคำว่า "หน้าที่ตำรวจ" สิ่งไหนจะเหมาะสมกว่ากัน.

การบริหารงานตำรวจยุค "บิ๊กอ๊อด"พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กุมบังเหียน "กรมปทุมวัน"ผ่านมาครบ 1 เดือนเต็ม เริ่มจะเห็นสไตล์การทำงานของ "แม่ทัพสีกากี"รายนี้แล้วว่า น่าจะใช้ "เงิน"นำหน้าขับเคลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ฉีกแนว"ผบ.ตร."ในอดีต มาเป็นสไตล์ตำรวจนักเล่นหุ้นที่อู่ฟู่ลำดับต้นๆของเมืองไทย!!!

เมื่อไม่นานหลังเป็นผบ. ตร. เพิ่งมีข่าวพล.ต.อ.สมยศ ควักเงินจำนวน 270 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง(PP) ของ บมจ. วธน แคปปิตัล (WAT) จำนวน 7,500 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท ซึ่งยังไม่รวมบุตรสาว "ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง"ที่เข้ามาถือหุ้นเดียวกันอีก 2,500 ล้านหุ้น มูลค่า 90 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.73% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท

สไตล์การใช้เงินในการบริหารงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลก” งานจากลูกน้อง ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ครั้งที่พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ดูแลงานด้านการจราจร ผุดไอเดีย "แจกเงินลดคอรัปชั่น"

โครงการนี้เป็นการมอบเงินรางวัลจำนวน 1 หมื่นบาท ให้ตำรวจจราจรที่สามารถจับผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทำผิดกฎจราจรแล้วนำเงินมาติดสินบนตำรวจจราจร โดยให้ถ่ายคลิปเอาไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดีฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน

เพื่อหวังแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและการเรียกรับผลประโยชน์ ไม่ให้ตำรวจรับสินบน

แม้ผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองหลายคน และกระแสสังคมจะออกมาทักท้วงโครงการนี้ เพราะเห็นว่าอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล สร้างความหวาดระแวงให้ประชาชนกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการจับกุมผู้ติดสินบนเจ้าหน้าที่แลกกับการพ้นความผิดทางกฎหมาย ถือเป็นเรื่องผิด ตำรวจผู้ทำหน้าที่รักษากฎหมายมีหน้าที่ต้องจับกุมดำเนินคดีอยู่แล้ว ไม่ต้องมีรางวัลใดๆ

แต่พล.ต.อ.สมยศ เห็นด้วยกับไอเดีย "แจกเงินลดคอรัปชั่น” เพราะมองว่าการให้เงินรางวัล 1 หมื่นบาทกับตำรวจที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดกำหมายจราจรและพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ จะช่วยทำลายวัฒนธรรมการรับส่วย จึงให้ดำเนินการต่อเนื่องทั่วประเทศเกี่ยวกับสินบนทุกกรณี ไม่เฉพาะงานจราจร

“จะไม่เป็นเพียงการจ่ายรางวัลนำจับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่หากประชาชนมีพยานหลักฐาน จนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับสินบน ก็พร้อมจะมอบเงินรางวัล 1 หมื่นบาท ให้กับประชาชนด้วยเช่นกัน”

แนวทางการบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยุคพล.ต.อ.สมยศกุมบังเหียนยังคงถูก ตอกย้ำขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้ในกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง เดย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมทำความสะอาดภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะมีขึ้นทุกวันพุธสุดท้ายของแต่ละเดือน

กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์มีขึ้นเพื่อให้ข้าราชการตำรวจที่มีที่ตั้งอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่านปทุมวัน ได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบดูแลความสะอาด ดูแลความเรียบร้อยภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สร้างความสามัคคีเป็นหมู่คณะ

วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นพุธสิ้นเดือนครั้งแรก นับตั้งแต่พล.ต.อ.สมยศรับตำแหน่งผู้นำกรมปทุมวัน กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ที่ตำรวจหลายร้อยนายจากหน่วยงานต่างๆภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เข้าร่วม ก็ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบแตกต่างจากที่ผ่านมา

โดยผบ.ตร.ในยุคก่อนๆ กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์จะมีเพียงการร่วมกันทำความสะอาดสถานที่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่มาในยุค "บิ๊กอ๊อด"นอกจากร่วมกันทำความสะอาดแล้วยังมีการจัดซุ้มอาหาร และตั้งโต๊ะเก้าอี้ รวมทั้งมีดนตรี ขับกล่อมให้ตำรวจที่เข้าร่วมกินกรรมได้รับประทานอาหารร่วมกันเคล้าเสียงเพลง มิหนำซ้ำในการจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในวันพุธสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน แว่วๆว่านอกจากมีซุ้มอาหาร ดนตรี และเครื่องดื่ม เหมือนที่ผ่านๆมาแล้ว ยังจะมีการจับรางวัลแจกให้กับตำรวจที่เข้าร่วมกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ด้วย

ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการปรับกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ สร้างความรื่นรมย์ พร้อมรางวัลมากมาย นอกจากคืนความสุขให้ลูกน้องตามคำยอดฮิตที่สังคมทั่วไปชอบนำมาใช้แล้ว อีกนัยยะหนึ่งก็เป็นสิ่งล่อใจให้ตำรวจอยากเข้ามาร่วมกิจกรรมที่พล.ต.อ.สมยศจัดขึ้นกันให้มากๆ

ไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลก ที่พล.ต.อ.สมยศจะใช้ "เงิน”ในการขับเคลื่อนงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างแรงจูงใจลูกน้องให้ทำงาน เพราะดูจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพล.ต.อ.สมยศและนางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง คู่สมรส ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

พล.ต.อ.สมยศ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 374,679,849 บาท แบ่งเป็นของพล.ต.อ.สมยศ 246,455,152 บาท(เงินฝาก 18 บัญชี 11,544,651 บาท เงินลงทุน 12 แห่ง 53,117,900 บาท เงินให้กู้ยืม 2 รายการ 109,000,000 บาท ที่ดิน 10 แปลง 40,792,601 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง 2 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 30 ล้านบาท)

ของนางพจมาน 128,224,696 บาท (เงินฝาก 4 บัญชี 27,790,529 บาท เงินลงทุน 3 แห่ง 1,280,216 บาท ที่ดิน 14 แปลง 65,810,000 บาท โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 4 หลัง 23,343,950 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ 10 ล้านบาท) มีหนี้สิน 18,822,122 บาท แบ่งเป็นของพล.ต.อ.สมยศ 13,947,466 บาท ของนางพจมาน 4,874,676 บาท(เป็นเงินกู้จากธนาคารทั้งหมด)

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พล.ต.อ.สมยศ เป็นยอดนักบริหารการเงิน และดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเป็นตำรวจได้อย่างประสบความสำเร็จ ทั้งการเงินและหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จในการบริหารการเงินในทางธุรกิจต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องการันตีว่าเมื่อใช้ "เงิน"มาเป็นตัวนำในการบริหารงานตำรวจ จะประสบความสำเร็จสามารถทำให้ตำรวจปลอดจากการคอรัปชั่น หรือมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานเพื่อประชาชนมากขึ้นอย่างถาวรหรือไม่

เพราะหากวันหนึ่งวันใดไม่มีเงินล่อใจ หรือมีรางวัลเชิญชวนแล้ว ภาพพจน์ด้านลบๆของตำรวจ รวมทั้งพฤติกรรมการเรียกรับสินบนจะกลับคืนมาหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่พล.ต.อ.สมยศต้องตรึกตรองให้ถ่องแท้ถึงรากเง้าปัญหาตำรวจ จะแก้ด้วย”เงิน”นำหน้ามากกว่าการสร้างจิตสำนึกคำว่า "หน้าที่ตำรวจ" สิ่งไหนจะเหมาะสมกว่ากัน.
Read more ...

เก็บตกสั่งย้ายอีก 16 ตำแหน่ง

28/5/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 28 พ.ค.2557

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.)

ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 262/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยคำสั่งย้ายระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงผู้กำกับการ (ผกก.) 16 ราย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยขาดจากตำแหน่งเดิม 

และมีคำสั่ง 263/2557 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน 10 ราย โดยระบุเหตุผลเพื่อให้การปฏิบัติราชการของตร. และการสนับสนุนภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ 

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ท.พิสันฑ์ จุลดิลก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.รักษาราชการแทน (รรท) ผบช.ภ.3, 

พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ช่วยราชการศปก.ตร.ให้ 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบช.ภ.5 รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, 

พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ขลบุรี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ชลบุรี, 

พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, 

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำงรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รองผบช.ภ.1 รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, 

พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการช่วยราชการศปก.ตร. และให้ 

พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รองผบช.ภ.1 รรท.ภ.จว.สมุทรปราการ 

พล.ต.ต.บุญลือ กอบบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, 

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สืบสวนสอบสวน บช.น.ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.สนง.ยุทธศาสตร์ตำรวจ รรท.ผบก.สส.บช.น., 

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. รรท.ผบก.น.6, 

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1.ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. รรท.ผบก.น.1

พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบก.น.5 
พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น 
พ.ต.อ.กิตติสินธุ์ คงทวีพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ 
พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี 
พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ 
พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี 

ช่วยราชการ ศปก.ตร.

ทั้งนี้ให้ ผบช.ถึงผกก.ทั้ง 16 นายให้รายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. และให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 10 รายตามคำสั้งที่ 263/2557 รรท.นับแต่วันที่ 28 พ.ค.จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขณะที่มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ รรท.ผบช.ภ.5 มีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ช่วยราชการบช.ภ.5 ตามคำแนะนำของแม่ทัพภาค 3 ก่อนมีคำสั่งถอนคำสั่งย้ายในเวลาต่อมา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้แจ้งตร.ทราบและร่วมพิจารณาก่อนมีคำสั่ง 

กระทั่งพล.ต.อ.วัชรพล ลงนามคำสั่งย้ายเองในครั้งนี้ ซึ่งผบช.-ผกก.ที่มีรายชื่อโยกย้ายครั้งนี้ล้วนมีสายสัมพันธ์อันดีกับคนสำคัญรัฐบาลก่อนหน้านี้และดูแลพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง..
Read more ...

'ประยุทธ์'ยันย้าย ขรก.แค่ลดกดดัน

25/5/57
โดยเนชั่น เมื่อ 25 พ.ค.2557

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงคำสั่งการปรับย้ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ของ พลเรือนตำรวจทหารนั้นมิได้เป็นการลดทอนในเกียรติยศศักดิ์ศรีของบุคคลหรือ หน่วยงานใด แต่จำเป็นต้องลดความกดดันที่มีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร.ผู้ทื่จะมารักษาการ แทน ก็มาจากรอง ผบ.ตร.ซึ่งมีลำดับอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสังคมและประชาชน อยากให้เห็นใจผู้ที่ถูกปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ และงดที่จะแสดงออกถึงการดูถูกเกลียดชังกัน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดๆ ขอให้ถือว่าเป็นการปรับย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในห้วง ปัจจุบัน อยากฝากให้ทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มารักษาการแทนด้วย

พ.อ.วิธัย กล่าวว่าส่วนเรื่องการควบคุมตัวบุคคลผู้ที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำประกาศ ของ คสช.นั้น ก็เพื่อทำความเข้าใจในข้อขัดแย้ง และให้ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังการปฏิบัติของแต่ละพวก แต่ละฝ่าย และเพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยได้จากสถานที่ดูแลที่เหมาะสม มิได้มีพันธนาการ ซ้อม ทรมาน แต่อย่างใดเราให้เกียรติทุกคน โดยให้เห็นถึงความจำเป็นว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะนี้ได้ทยอยปล่อยกลับบ้านแล้วเป็นจำนวนมาก โดยการควบคุมตามกฎหมายไม่เกิน 7 วัน ซึ่งบางคนได้ปล่อยไปในวันแรกๆ แล้ว โดยได้จัดลำดับจำนวนวันในการควบคุมตัวตามความสำคัญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะได้รายงานให้ทราบเป็นระยะ สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมที่มีหมายจับหรือมีคดีติดตัวจะได้นำเข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่26 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ

"คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด
Read more ...

วัชรพล สั่งเด้ง ! คำรณวิทย์ พ้น ผบช.น. ให้ จักรทิพย์ รักษาการณ์แทน

25/5/57
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(24 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการโยกย้ายให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งใหม่ ซึ่งรวมทั้งอนุมัติคำสั่งย้ายตำแหน่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ด้วย ทั้งนี้ก่อนหน้าที่หนังสือจะถูกเผยแพร่ เกิดข่าวลือสะพัดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ตัดสินใจยื่นใบลาออก

ตามรายงานระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ สนับสนุนภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 และ 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน โดยขาดจากตำแหน่งเดิม

โดยข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อในหนังสือคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ ได้แก่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. , พล.ต.ท.นเรศ นันทโชต ผบช.ภ.1 , พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 , พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 , พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 , พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. และ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.

ทั้งนี้ หนังสือคำสั่งยังระบุให้ข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อ เข้าไปรายการตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น. นี้ด้วย ลงท้ายชื่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่หนังสือคำสั่งจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉบับดังกล่าว จะถูกเปิดเผยออกมา เกิดกระแสข่าวลืออย่างหนัก ระบุว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ซึ่งถูกโยกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการตำรวจ ซึ่งในเวลาต่อมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีเป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่ง ผบช.น. คือ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา
Read more ...

'ประยุทธ์' เด้งฟ้าผ่า 'อดุลย์-ธาริต-นิพัทธ์' เข้ากรุ สั่งยุบ 'วุฒิสภา'

24/5/57
โดยไทยรัฐ เมื่อ 24 พ.ค.2557

"ประยุทธ์" ลงดาบย้ายฟ้าผ่า "อดุลย์ - ธาริต - นิพัทธ์" เข้ากรุ ประจำสำนักนายกฯ โยก "วัชรพล - ชัชวาลย์ - สุรศักดิ์" เสียบตำแหน่งแทน พร้อมออกคำสั่งสั่งยุบ "วุฒิสภา"...

เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 24 พ.ค.57 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงการณ์คำสั่ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2557 ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทน

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติหน้าที่แทนอีกตำแหน่งหนึ่ง และ

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก จากปลัดกระทรวงกลาโหม มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติหน้าที่แทน

ตามด้วยคำสั่ง คสช. ประกาศ ฉบับ 30 ให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง โดยระบุว่า ข้อ 1 ให้วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วันประกาศนี้บังคับใช้ สิ้นสุดลง ข้อ 2 ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้การดำเนินการเรื่องใดต้องรับความคิดเห็นจากสภา ผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติในการให้ความเห็นชอบแทน รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในเรื่องนั้น

คำสั่งฉบับต่างๆ

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการ ปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน โดยยังคงเป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 6/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

2. ให้ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนข้าราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน

2. ให้ พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกหน้าที่หนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทนเพื่อให้การ ปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน

2. ให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คสช. ประกาศ ฉบับ 30 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกประกาศฉบับที่ 30/2557 เรื่องให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ให้วุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วันที่ ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ สิ้นสุดลง ข้อ 2 ในกรณีที่มีกฎหมายนิติบัญญัติให้การดำเนินการเรื่องใดต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการให้ความเห็นชอบแทน รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาในเรื่องนั้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม