แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อดุลย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อดุลย์ แสดงบทความทั้งหมด

'ประยุทธ์'ยันย้าย ขรก.แค่ลดกดดัน

25/5/57
โดยเนชั่น เมื่อ 25 พ.ค.2557

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงคำสั่งการปรับย้ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ของ พลเรือนตำรวจทหารนั้นมิได้เป็นการลดทอนในเกียรติยศศักดิ์ศรีของบุคคลหรือ หน่วยงานใด แต่จำเป็นต้องลดความกดดันที่มีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร.ผู้ทื่จะมารักษาการ แทน ก็มาจากรอง ผบ.ตร.ซึ่งมีลำดับอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสังคมและประชาชน อยากให้เห็นใจผู้ที่ถูกปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ และงดที่จะแสดงออกถึงการดูถูกเกลียดชังกัน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดๆ ขอให้ถือว่าเป็นการปรับย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในห้วง ปัจจุบัน อยากฝากให้ทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มารักษาการแทนด้วย

พ.อ.วิธัย กล่าวว่าส่วนเรื่องการควบคุมตัวบุคคลผู้ที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำประกาศ ของ คสช.นั้น ก็เพื่อทำความเข้าใจในข้อขัดแย้ง และให้ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังการปฏิบัติของแต่ละพวก แต่ละฝ่าย และเพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยได้จากสถานที่ดูแลที่เหมาะสม มิได้มีพันธนาการ ซ้อม ทรมาน แต่อย่างใดเราให้เกียรติทุกคน โดยให้เห็นถึงความจำเป็นว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะนี้ได้ทยอยปล่อยกลับบ้านแล้วเป็นจำนวนมาก โดยการควบคุมตามกฎหมายไม่เกิน 7 วัน ซึ่งบางคนได้ปล่อยไปในวันแรกๆ แล้ว โดยได้จัดลำดับจำนวนวันในการควบคุมตัวตามความสำคัญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะได้รายงานให้ทราบเป็นระยะ สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมที่มีหมายจับหรือมีคดีติดตัวจะได้นำเข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่26 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ

"คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด
Read more ...

'ประยุทธ์' เด้งฟ้าผ่า 'อดุลย์-ธาริต-นิพัทธ์' เข้ากรุ สั่งยุบ 'วุฒิสภา'

24/5/57
โดยไทยรัฐ เมื่อ 24 พ.ค.2557

"ประยุทธ์" ลงดาบย้ายฟ้าผ่า "อดุลย์ - ธาริต - นิพัทธ์" เข้ากรุ ประจำสำนักนายกฯ โยก "วัชรพล - ชัชวาลย์ - สุรศักดิ์" เสียบตำแหน่งแทน พร้อมออกคำสั่งสั่งยุบ "วุฒิสภา"...

เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 24 พ.ค.57 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงการณ์คำสั่ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2557 ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทน

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติหน้าที่แทนอีกตำแหน่งหนึ่ง และ

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก จากปลัดกระทรวงกลาโหม มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติหน้าที่แทน

ตามด้วยคำสั่ง คสช. ประกาศ ฉบับ 30 ให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง โดยระบุว่า ข้อ 1 ให้วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วันประกาศนี้บังคับใช้ สิ้นสุดลง ข้อ 2 ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้การดำเนินการเรื่องใดต้องรับความคิดเห็นจากสภา ผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติในการให้ความเห็นชอบแทน รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในเรื่องนั้น

คำสั่งฉบับต่างๆ

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการ ปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน โดยยังคงเป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 6/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

2. ให้ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนข้าราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน

2. ให้ พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกหน้าที่หนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทนเพื่อให้การ ปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน

2. ให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คสช. ประกาศ ฉบับ 30 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกประกาศฉบับที่ 30/2557 เรื่องให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ให้วุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วันที่ ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ สิ้นสุดลง ข้อ 2 ในกรณีที่มีกฎหมายนิติบัญญัติให้การดำเนินการเรื่องใดต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการให้ความเห็นชอบแทน รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาในเรื่องนั้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.
Read more ...

"ผบ.ตร."ยืนยันเสนอโยกย้าย"คำรณวิทย์"ไป ภ.5 จริง เพื่อความเหมาะสม

25/4/57
โดยมติชน เมื่อ 24 เม.ย.2557

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงข่าวการโยกย้าย

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) 

เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5(ผบช.ภ.5)และสลับให้ 

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 เป็นผบช.น. 

แทนว่า เสนอให้มีการแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนจริง โดยการพิจารณาเป็นไปตามความเหมาะสม ที่พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร.ขอลาออก เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ทำให้ตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ว่างลง จึงมีการเสนอแต่งตั้ง 

พล.ต.ท.นายแพทย์ จงเจตน์อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ 

ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดขึ้นเป็น ผู้ช่วยผบ.ตร. แทน และมีการตั้งนายแพทย์ใหญ่แทน 

เมื่อถามว่าการปรับย้าย ผบช.น.เป็นไปเพราะลดแรงกดดันหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวเพียงว่า เป็นการปรับย้ายในจังหวะที่มีตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าง จึงมีการขยับ และเป็นไปเพราะความเหมาะสม
Read more ...

เด้งผู้การสรรพาวุธเซ่นดาบตำรวจค้าอาวุธของกลาง

16/7/56
โดยเนชั่น

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ 

พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ ผู้บังคับการกองสรรพาวุธ(ผบก.สพ.) 

มาปฏิบัติราชการ

ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร) 

โดยขาดจากต้นสังกัด ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หลังจากตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 จ.แม่ฮ่องสอน จับกุม 

ด.ต.สุเมธ มิสสิตะ ผู้บังคับหมู่ฝ่ายพลาธิการ 3 กองพลาธิการ และ

นายจอห์นเดีย สวัสดี 

พร้อมยึดอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนปืนชนิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ได้ที่บ้าน หมู่ 2 บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า แหล่งที่มาของอาวุธสงครามดังกล่าว เป็นของกลางที่เก็บรักษาอยู่ในความรับผิดชอบของกองสรรพาวุธ นอกจากนี้ยังให้ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง สั่งการให้ 

พล.ต.ต.สมชาติ มาสำราญ ผบก.พธ. 

มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ด.ต.สุเมธ โดยมี 

พ.ต.อ.สุเทพ ภูยานนท์ ผู้กำกับการฝ่ายพลาธิการ 2 พธ.เป็นประธานกรรมการสอบ 

และมีคำสั่งให้ ด.ต.สุเมธ ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย หากสอบสวนพบพาดพิงผู้ใดให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด
Read more ...

โยก “คำรณวิทย์” พ้นนครบาล “ยิ่งลักษณ์” หนุน “อดุลย์” เชือด

6/4/56

โดยผู้จัดการ เมื่อ 1 เม.ย.2556

ตรงเป้า/สามยอด

ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิเดือนเมษา กระแสข่าวการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ผบช.น.ที่มี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นั่งกุมบังเหียน หลังกำลังตำรวจคอมมานโด กองปราบปราม บุกเข้าทลายบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่นครบาล ถึง 2 แห่ง จับกุมนักพนันหลายร้อยคน ยึดอุปกรณ์การเล่น และเงินของกลางนับสิบล้านบาท

แม้ก่อนหน้านี้ข่าวคราวเก้าอี้ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะสั่นคลอนบ้าง ตามห้วงเวลาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่การแห่โลงศพเหยื่อที่ถูกข่มขืนไปหน้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในซอยโยธินพัฒนา ซึ่งมีกระแสลือว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่พอใจที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่แก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน จนผู้เสียหายทนไม่ไหวต้องแห่โลงศพมาร้องนายกรัฐมนตรีถึงบ้านพัก

หรือช่วงเสร็จสิ้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคเพื่อไทย พรรคซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลแท้ๆ กลับพ่ายแพ้ ต่อม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองฝ่ายค้าน จนเกิดเสียงสะท้อนความไม่พอใจและตั้งคำถามว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จริงจังแค่ไหนในการช่วยศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้

แต่กระแสพายุที่โหมกระหน่ำ “แจ๊ด” ก็ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรในก่อไผ่นอกจากหน่อไม้ เพราะความไม่พอใจต่างๆ เหล่านั้น ไม่สามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นเหตุและผลที่เพียงพอในการปรับเปลี่ยนหรือดำเนินการใดๆ กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้

กระทั่งเมื่อมาเจอกับกรณีตำรวจนอกหน่วยบุกเข้ามาจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ครั้งนี้ ซึ่งเข้าตำราเกลือจิ้มเกลือ เพราะครั้งหนึ่งในช่วงที่มีการจับกุมบ่อนการพนันขนาดใหญ่ แม้จะจับกุมไม่ได้คาหนังคาเขา เพียงแค่มีคลิปเปิดเผยออกมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พี่เลิฟที่ประคองหลัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มาตลอด ก็ออกมาแยกเขี้ยวใส่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ช่วงนั้นที่เป็น ผบ.ตร.ถามหาความรับผิดชอบ พอเรื่องมาเกิดกับความรับผิดชอบของน้องเลิฟเสียเอง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ดูจะยากที่จะตะแบง

มิหนำซ้ำ เรื่องยังมาเกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.)-รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) นอกวาระประจำปี หรือแต่งตั้งนายพลนอกฤดู

ซึ่งบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ช่วงบ่าย 3 โมง วันที่ 4 เม.ย.2556 มี “สารวัตรเหลิม” นั่งหัวโต๊ะประธานการประชุม

ตามวาระการะชุม ก.ตร.แม้จะเป็นคิวนอกฤดูแทนตำแหน่งว่างระดับ พล.ต.ต.เก้าอี้ “ผบก.-รอง ผบช.” แต่สปอตไลท์ก็ถูกส่องโฟกัสขยับสูงไปที่เก้าอี้ “ผบช.” หรือระดับ พล.ต.ท.โดยเฉพาะเก้าอี้ “ผบช.น.” ที่คาดหมายกันว่าน่าจะมีการเสนอโยกย้ายสลับตำแหน่ง ด้วยเหตุผลความบกพร่องที่ตำรวจนอกหน่วยจับกุมบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่ ควบคุมนักพนันได้มากกว่า 100 คน เงินของกลางนับสิบล้าน

แผนการสลับปรับเปลี่ยนเก้าอี้ “ผบช.น.” จึงเปิดขึ้น!!!

ตามการคาดหมาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ แม้จะถูกมองว่าผู้มีอำนาจไม่ปลื้ม แต่ก็คงไม่ถึงขนาดถูกเด้งเข้ากรุไปนั่งตบยุง เพราะความผิดไม่ได้ร้ายแรง เพียงแค่บกพร่องในการควบคุมดูแล รวมทั้งลูกพี่เหลิม ก็น่าจะประคองน้องเลิฟ ไม่ให้เสียเชิงด้วยการโยกจากเก้าอี้ ผบช.น.ไปเป็น ผบช.ภ.1

ถ้าเป็นไปตามนี้ ก็เชื่อว่าทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม ลูกพี่ และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ลูกน้อง ก็น่าจะพอใจและน่าจะพอใจมากๆ ด้วย เพราะถามใจกันจริงๆ “แจ๊ด” ก็คงอยากมมาคุม บช.ภ.1มากกว่านครบาล ซึ่งมีความวุ่นวายมากมมาย และพื้นที่ภาค 1 ถือเป็นบ้านของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ทุกตรอก ซอก ซอย รู้จักทั้งคนทั้งพื้นที่หมด แหล่งต่างๆ ก็แค่น้องๆ นครบาล รวมทั้งก็มีข่าวมาตลอดหากถอดเสื้อเครื่องแบบสีกากีออก “แจ๊ด” ก็จะลงเล่นการเมืองในพื้นที่ปทุมธานี

เก้าอี้ “ผบช.น.”จะเป็นใคร???

พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ถูกคาดหมายจะสลับเก้าอี้กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มานั่งเป็น ผบช.น.ซึ่งแน่นอนว่าได้รับแรงหนุนจากนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากเป็นเพื่อนสนิท และ พล.ต.ท.นเรศ ก็มีผลงานเข้าตา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายนายกฯปู ช่วงที่เป็นผู้การฯอยุธยา รวมทั้ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ก็น่าจะหนุนเต็มที่ เพราะ พล.ต.ท.นเรศ เคยเป็นนายเวรให้กับ พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร.เพื่อนร่วมรุ่น นรต.18 ของ พล.ต.อ.ประชา ซึ่งรู้มือกันอยู่

เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.อดุลย์ ก็น่าจะพอใจ พล.ต.ท.นเรศ เพราะบุคลิกเคร่งขรึม ไม่โฉงฉ่าง ไม่แข็งกร้าว น่าจะเหมาะมานั่งเก้าอี้แม่ทัพเมืองหลวง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์บ้านอาจจะต้องเผชิญกับการชุมนุมใหญ่ๆ หนักๆ อีกครั้ง หลังจากมีแนวโน้มรัฐบาลจะผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การได้ พล.ต.ท.นเรศ มาคุมม็อบก็น่าจะดีกว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ภาพชัดเจนมีวันนี้เพราะพี่ให้ไปแล้ว นอกจากนี้ด้วยสายเลือด ตชด.เก่าของ “บิ๊กอู๋” ซึ่งขยับมาแนวเดียวกับลูกพี่เก่า พล.ต.ท.นเรศ ก็น่าจะทำให้ทุกอย่างลงตัวเหมาะเจาะ

อีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในการก้าวเข้ามานั่ง ผบช.น.ก็คือ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม.ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งได้รับความไว้วางใจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างมาก ถึงขนาดมีข่าวสามารถยกหูสายตรงได้ตลอด ก็มีชื่อส่งเข้าประกวด เพราะ พล.ต.ท.ภาณุ เคยอยู่พื้นที่นครบาลมาอย่างยาวนาน การจะกลับเข้ากรุงอีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ไม่ว่าจะออกสูตร พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไป บช.ภ.1 พล.ต.ท.นเรศ มาเป็น ผบช.น.หรือพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไป ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.ภาณุ โยกเป็น ผบช.น.สลับ พล.ต.ท.นเรศ มาเป็น ผบช.สตม.

ทุกล็อกที่เกิดขึ้นทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ นายกฯยิ่งลักษณ์ รองฯเฉลิม พล.ต.อ.อดุลย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกันกับเก้าอี้เหล่านี้ ต่างก็สมประโยชน์กันทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ในมุมกลับกัน ทุกล็อกที่ตั้งไว้ก็มีโอกาสพับเก็บลิ้นชักรอเวลาที่เหมาะสมในโอกาสต่อไปได้อีกเช่นกัน

หากการบุกขึ้นเกาะฮ่องกงของ ร.ต.อ.เฉลิม พี่เลิฟ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เจรจาต้าอวยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แบบสมประโยชน์ลงตัว เก้าอี้ “ผบช.น.” ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์นั่งอยู่ก็อาจจะแข็งปั๋งเสริมใยเหล็กอีกครั้งหนึ่ง
Read more ...

"บิ๊กอู๋" ดึง ผกก.ตากใบเป็นนายเวร

5/12/55
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 5 ธ.ค.2555

วันนี้ ( 5 ธ.ค. ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.- สว. สังกัดหน่วยขึ้นตรงสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สนง.ผบ.ตร.) 

คำสั่งที่ 659/2555 จำนวน 83 ตำแหน่ง 
คำสังที่ 660/2555 จำนวน 86 ตำแหน่ง 
คำสั่งที่ 661/2555 จำนวน 203 ตำแหน่ง และ 662/2555 จำนวน 20 ตำแหน่ง รวม 392 ตำแหน่ง 

มีตำแหน่งที่น่าสนใจอาทิ

พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ขึ้นเป็น นว.สบ 5 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. 

พ.ต.อ.ฐายุฎฐ์ จันทร์ถาวร ผกก.สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็น นว. สบ4 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. 

พ.ต.อ.สถิตย์ บุญชัย ผกก.ฝอ.บก.ทล เป็น นว. สบ 4 รอง ผบ.ตร. 

พ.ต.อ. เสวี ยะรังษี ผกก.ฝ่ายงบประมาณ 3 เป็น นว. สบ4 พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล รองผบ.ตร. 

พ.ต.ท.ชณาวิน พวงเพชร รองผกก.ป.สน.บางยี่ขัน เป็น นว.สบ4 ที่ปรึกษาสบ10 

พ.ต.ท.หญิง นวรัตน์ นุตสิต รองผกก.ฝ่ายตรวจลงตรา ด่านตม. ทอ.สุวรรณภูมิ เป็น นว.สบ4 ที่ปรึกษาสบ 10 

พ.ต.ท.รัชพล ชนะศรีขจร รองผกก.ป.สภ.โคกตูม จ.ลพบุรี เป็น นว.สบ4 ที่ปรึกษาสบ 10 

พ.ต.ท.ศุภกร ศุภสินเจริญ รองผกก.สส.บ้านคา จ.ราชบุรี เป็น นว.สบ 4 ที่ปรึกษาสบ 10

พ.ต.ท.อธิป พงษ์ศิวาภัย รองผกก.ป.สน.ทุ่งสองห้อง เป็น นว.สบ4 ที่ปรึกษาสบ 10

พ.ต.อ.ฉัตรชัย เรียนเมฆ รองผบก.ภ.จว.ประจวบฯ นักสืบสวนมือดีถูกเด้งเป็น รองผบก.บ.ตร. 

พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอางค์ ผกก.สภ.ฉลองกรุง หลังจากถูกชุดเฉพาะกิจจับบ่อนการพนันในพื้นที่ถูกโยกเป็น ผกก.ฝอ.มน. 

พ.ต.อ.วรวิทย์ เหล่างาม ผกก.สส.บก.ภ.จว.ประจวบฯ เป็น ผกก. ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต. 3 

พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย ถูกจับบ่อนในพื้นที่โยกเข้ากรุเป็น ผกก. ฝอ.สบส. 

พ.ต.อ.สุเทพ ภูยานนท์ ผกก.สน.บึงกุ่ม เด้งเป็น ผกก.ฝ่ายพลาธิการ 2 พธ. 

พ.ต.ท.ชัชทอง ธุระทอง รองผกก.ป.สภ.เมืองอ่างทอง โยกเป็น รองผกก.ฝอ.ตส. 1 

พ.ต.ท.ทัดคำ แสงสุกสว่าง รองผกก.จร.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เป็นรองผกก.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 2 กต. 8 

พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ พาณิชศิลป์ รองผกก.สส.สภ.ปากน้ำชุมพร จ.ชุมพร เป็น รองผกก.ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ บก.อก.จต. 

ทั้งนี้ติดตามคำสั่งแต่งตั้งตำแหน่งอื่น ๆ ได้ที่

http://www.saranitet.police.go.th/order/Binder1.pdf
Read more ...

เช็กโผแต่งตั้ง 'นครบาล'โฟกัส 'ผกก.' หมุนฝุ่นตลบ'พิษบ่อน-ช่วยราชการ' เด้งอื้อ

30/11/55
คอลัมน์โล่เงิน นสพ.มติชนสุดสัปดาห์ พ.ย.2555

ความเคลื่อนไหวการจัดโผแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2555 มีมาเป็น ระยะๆ และเริ่มปรากฏรายชื่อโผในห้วงโค้งสุดท้ายบ้างแล้ว โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำหนดให้ทุกหน่วยจัดทำบัญชีให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันในวันที่ 6 ธันวาคม

โดยหน่วยหลักที่ถูกจับตาอย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มี "บิ๊กแจ๊ด" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เจ้าของวลี "มีวันนี้เพราะพี่ให้" นั่งกุมบังเหียน เริ่มเห็นหน้าตาคนในโผออกมาบ้างแล้ว

แต่งตั้งรอบนี้ บช.น. มีเก้าอี้ รอง ผบก. ว่าง 12 ตำแหน่ง ผกก. ว่าง 18 ตำแหน่ง รอง ผกก. 22 ตำแหน่ง และ สว. ว่าง 72 ตำแหน่ง

โฟกัสความเคลื่อนไหวระดับ ผกก. ขึ้น รอง ผบก. เมื่อคำนวณผู้ที่ถูกจัดลำดับอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ ผกก. อาวุโส 4 อันดับแรกขึ้นแท่น รอง ผบก. แบบแบเบอร์

ไล่ลำดับ ผกก.อาวุโสสูงสุด 4 คน มี พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน.เตาปูน ซึ่งปีที่แล้วขอยกเว้นหลักเกณฑ์ไม่ขอขึ้น พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก. น.1 พ.ต.อ.สินมนูญ์ พุทธิกุล ผกก.สน.ธรรมศาลา และ พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก

แต่หาก ผกก.อาวุโส 4 ลำดับ คนใดขออยู่ที่เดิมและได้รับการอนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ ผกก.อาวุโสลำดับที่ 5-7 ประกอบด้วย พ.ต.อ.วรชิต กาญจนเสน ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผกก.ฝอ.2 บก.อก.บช.น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ ก็อาจมีลุ้นขึ้นแท่น รอง ผบก.

โดยปีนี้ พ.ต.อ.คณิศร์ชัย อาวุโสอันดับ 2 ที่จะเกษียณสิ้นเดือนกันยายน 2556 ไม่ขอขยับขึ้น รอง ผบก. โดยคาดว่าผู้บังคับบัญชายังคงไว้ใจให้นั่งเก้าอี้เดิม ดูแลพื้นที่สัญลักษณ์การเมืองหลายแห่ง อาทิ รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล คอยหาข่าวผู้ชุมนุม

รวมถึง พ.ต.อ.สรรค์หกิจ ที่แว่วว่าไม่ขอขึ้น และอาจโยกเป็น ผกก.สน.วังทองหลาง ดูแลบ้าน "นายกฯ ปู"

ส่วน ผกก. ที่อาจได้ขยับเลื่อนตำแหน่งในสัดส่วนผู้มีผลงาน มีความรู้ความสามารถ อาทิ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ดส. สาย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 ขยับเป็น รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 ได้สิทธิ์โรงพักดีเด่น เป็น รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.สุรชัย เจ็ดพี่น้องร่วมใจ ผกก.สน.สำเหร่ เป็น รอง ผบก.น.9

พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.ฝอ.บก.น.1 "สายครอบครัวคนดูไบ" เป็น รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ คนสนิท พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. คาดขึ้น รอง ผบก.น.2 ส่วน พ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคา มินทร์ ผกก.ฝอ.4 บก.อก. พ.ต.อ.วิบูลย์ สันทัดเวช ผกก.สน.สุทธิสาร และ พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา ผกก.สน.วังทองหลาง "สายอดีตนักการเมือง ย." เป็น รอง ผบก.อก.

สำหรับ ผกก. สับเปลี่ยนหมุนเวียนในหน่วย อาทิ พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.บางกอกน้อย นรต.รุ่น 38 โยกมาเป็น ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว เป็น ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.มักกะสัน "สายอดีตนักการเมือง ย." เป็น ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.อ.รัชพล บุนนาค ผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. คาดได้ดูแลโรงพักเกรดเอ เป็น ผกก.สน.บางรัก

พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.ดุสิต เป็น ผกก.สน.จักรวรรดิ พ.ต.อ.สุนทร อัมพรายน์ ผกก.สน.ศาลาแดง นรต.30 "เพื่อนบิ๊กแจ๊ด" เป็น ผกก.บางขุนเทียน พ.ต.อ.วิศัลย์ ศุภวงศ์ ผกก.สน.แสมดำ นรต.29 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. เป็น ผกก.สน.ตลาดพลู พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล สน.ลุมพินี นรต.32 โยกเป็น ผกก.3 (ศูนย์ข้อมูลใบสั่ง) บก.จร. พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.3บก.จร. เป็น ผกก.5 บก.จร. ข่าวว่ามาแรงมีตั๋ว "ดูไบ"

นอกจากนี้ มีชื่อ พ.ต.อ.ชาญสิริ สุขรวย ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี สาย "บิ๊กแจ๊ด" โยกข้ามห้วยมาเป็น ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 ด้วย

ขณะที่ ผกก.กองสืบ ที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลง อาทิ พ.ต.อ.นภัณต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 สายตรง พล.ต.ท.วินัย ซึ่ง "บิ๊กแจ๊ด" คุ้นเคยดี คาดโยกไปดีกว่าเป็น ผกก.ดส. โดยมี พ.ต.ท.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผกก.ดส. นรต.45 เด็กในคาถา "บิ๊กแจ๊ด" เป็น ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี เป็น ผกก.สส.บก.น.6

ด้าน ผกก. เก้าอี้เกรดเอบวก อย่าง ผกก.สายตรวจ (191) ทาง พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ อดีตนายเวร พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. ยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ ขณะที่ พ.ต.ท.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ สว.งานสายตรวจ 1 ลูกน้องคนสนิท พล.ต.ท.วินัย โยกไปเป็น สว.สส.สน.บางรัก หลีกทางให้ พ.ต.ต.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ สว.จร.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เขย "บิ๊กแจ๊ด" เป็น สว.งานสายตรวจ 1 ขณะที่ พ.ต.ท.ขวัญชัย บุญเพ็ชร สว.งานสายตรวจ 2 สาย "นายกฯ ปู" และ พ.ต.ต.พัดธงทิว ดามาพงศ์ สว.งานสายตรวจ 3 หลาน "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์" ยังคงเหนียวแน่นอยู่ที่เดิม

อย่างไรก็ตาม มี ผกก.โรงพักเกรดเอ ที่เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวน มีชื่อติดโผโยกออกนอกหน่วย อาทิ พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย ถูกจับบ่อนในพื้นที่ ไปเป็น ผกก.สภ.นาหมื่น จ.น่าน

พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอาง ผกก.สน.ฉลองกรุง ถูกจับบ่อนการพนันออนไลน์ คาดเป็น ผกก.สภ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

พ.ต.อ.จักร อ่อนนิ่ม ผกก.สน.ประชาชื่น คาดเป็น ผกก.สภ.ทุ่งช้าง จ.น่าน เหตุเพราะ ด.ต.นมัส เสือโพธิ์ ตำรวจจราจร สน.ประชาชื่น ลูกน้องในโรงพัก ตกเป็นผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดรายใหญ่

ขณะโรงพักที่เคยมีประวัติช่วยราชการ บช.น. อาทิ พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สน.พระโขนง คาดถูกลดเกรดเป็น ผกก.สน.ลำหิน หลังถูกแห่โลงศพประท้วงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีคดีไม่คืบหน้า พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.บางขุนเทียน เคยถูก พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ตำหนิเรื่องไม่สนใจดูแลลูกน้องที่ถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บ โยกเป็น ผกก.6 บก.จร. พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง เจอพิษสถานบริการเปิดเกินเวลาคาดถูกลดเกรดโรงพัก เช่นกัน

เป็นกระแสความเคลื่อนไหวจัดโผนครบาล ที่ต้องจับตาว่าม้าตีนต้นจะแผ่วปลายหรือไม่ หรือม้าตีนปลายจะมีทีเด็ดควบปาดหน้าเข้าวิน!!
Read more ...

ย้าย สว.- รองผบก.มีผล 6 ธ.ค.2555

28/11/55
โดยข่าวสด เมื่อ 28 พ.ย.2555

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่โรงพยาบาลตำรวจ 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. 

กล่าวถึงการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสาวรวัตรถึง รอง ผบก. ประจำปี 2555 ว่า ทุกกองบัญชาการได้พิจารณาแต่งตั้งเสร็จสิ้นทั้งหมดตามที่กำหนดคือวันที่ 28 พ.ย. โดยจะมีผลพร้อมกันคือวันที่ 6 ธ.ค. ส่วนที่มีข่าวว่าระดับ ผกก.ในสังกัดบช.น.ถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยจำนวน 20 นายนั้น ผบ.ตร. บอกต้องสอบถามกับ 

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.
Read more ...

แย้มโผนครบาล รอง ผบก.-ผกก. “เด็กนาย” ได้ดีวิ่งเต้นกัน 7 หลักคุมโรงพักเกรดเอ

27/11/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 27 พ.ย.2555

แย้มโผนครบาล รอง ผบก.-ผกก. “เด็กนาย” ได้ดีวิ่งเต้นกัน 7 หลักคุมโรงพักเกรดเอ เด้ง ผกก.ถูกหน่วยอื่นตบหน้าจับบ่อนเข้ากรุ!!!

วันที่ 27 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เตรียมเรียกประชุมนายตำรวจระดับรอง ผบช.น. พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจสังกัด บช.น. ระดับรองผู้บังคับการ-สารวัตร (รอง ผบก.-สว.) จำนวน 124 ตำแหน่งในสังกัดกองบัญชาดารตำรวจนครบาลประจำปี 2555 วันพรุ่งนี้ เป็นการทบทวนรายชื่อครั้งสุดท้ายก่อนส่งให้ สตช.วันที่ 28 พ.ย.

จากนั้น วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานีประชุม ก.ตร. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 ตร.วาระ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการวาระประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง กรณีแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งขึ้นข้ามกองบัญชาการ ในกรณีที่มีผู้ขอเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ. นราธิวาส ซึ่งมีหลายราย

สำหรับตำแหน่งอาวุโส ตำแหน่งว่างระดับรอง ผบก.ในนครบาลมีทั้งหมด 12 ตำแหน่ง ระดับ ผกก.ว่าง 18 ตำแหน่ง รอง ผกก.22 ตำแหน่ง และ สว.ว่าง 72 ตำแหน่ง ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามคำสั่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามบันทึกข้อความที่ 0009.231/ว127 ลงนามวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555

เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงผู้บัญชาการหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บังคับการหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. ใจความว่า การแต่งตั้งระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยให้ดำเนินการแต่งตั้งตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางต่างๆ อาทิ การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ยังคงยึดสัดส่วนอาวุโสร้อยละ 33

กรณีได้รับรางวัลชนะเลิศตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจ เพื่อประชาชน ปี 2555 แต่ละกลุ่มให้ถือเป็นผลงานของหัวหน้าสถานี หรือหากชัดเจนว่าเป็นผลงานของตำรวจคนใดให้พิจารณาให้แก่ตำรวจผู้นั้น หากคุณสมบัติครบถ้วนให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หากยังไม่ครบให้ย้ายไปยังตำแหน่งที่มีปริมาณงานและคุณภาพงานสูงขึ้น โดยปีนี้แนวทางของ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับศูนย์ฝึกอบรม (ศฝร.) ถือเป็นหน่วยสำคัญ มีหน้าที่รับผิดชอบในการเสริมสร้างพัฒนาตำรวจ การแต่งตั้งผู้ไปดำรงตำแหน่งใน ศฝร. จึงต้องเป็นผู้มีความสามารถ กระตือรือร้น เป็นผู้นำที่เป็นตัวอย่างในการพัฒนา สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งใน ศฝร.อยู่แล้ว และเห็นว่าไม่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอ ไม่เหมาะสม ให้พิจารณาสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งอื่น

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์สั่งการให้ทุกหน่วยมีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันในวันที่ 29 พฤศจิกายน และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันในวันที่ 6 ธันวาคม โดยเน้นย้ำว่าให้ถือตามกำหนดเวลาโดยเคร่งครัด ห้ามผลัดเลื่อนส่งแต่อย่างใดโดยวันที่ 27 พฤศจิกายนทุกหน่วยต้องประชุมพิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้ง และออกคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้
       
สำหรับนายตำรวจระดับ ผกก.ที่มีโอกาสได้เลื่อนยศเป็น รอง ผบก. ตามหลักเกณฑ์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ มีจำนวน 4 ตำแหน่ง คาดว่าเป็น 

พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน.เตาปูน อาวุโสอันดับ 1,
พ.ต.อ.สินมนูญ์ พุทธิกุล ผกก.สน.ธรรมศาลา อาวุโสอันดับ 3, 
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก, 
พ.ต.อ.วรชิต กาญจนเสน ผกก.สน.บุปผาราม, 
พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผกก.ฝอ.2 บก.อก.บช.น., 
พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ จ่อขยับขึ้น รอง ผบก.

นอกจากนี้ยังมี พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ ผกก.สน.หนองจอก อยู่ระหว่างพิจารณาขยับขึ้นรอง ผบก.เช่นกัน

ระดับ ผกก.มีนายตำรวจอาวุโสลำดับ 1-6 ที่มีสิทธิ์สไลด์ขึ้นเป็น ผกก.อัตโนมัติ จำนวน 6 ตำแหน่ง ได้แก่ พ.ต.ท.ธงชัย บุญสมบัติ รอง ผกก.จร.สน.หัวหมาก, พ.ต.ท.มนต์ชัย รัตนะวิศ รอง ผกก.ป.สน.บึงกุ่ม, พ.ต.ท.เอนก ไพรศรี รอง ผกก.สส.บก.น.4, พ.ต.ท.ปริญญาศักดิ์ ปริญญานุสรณ์ รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 2, พ.ต.ท.ฉัตรา พาสุวรรณ รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ นรต.รุ่น 32, พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ฟูสินไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน

ส่วน ผกก.โรงพักที่เคยมีประวัติถูกให้มาช่วยราชการ บช.น. เช่น พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สน.พระโขนง เป็น ผกก.สน.ลำหิน พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.บางขุนเทียน ย้ายไปเป็น ผกก.กก.6 บก.จร. พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ปล่อยสถานบริการเปิดเกินเวลา คาดถูกลดเกรดโรงพัก โดยยังอยู่ระหว่างพิจารณา

ขณะที่ พ.ต.ท.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ สว.งานสายตรวจ 1 คาดโยกไปเป็น สว.สส.สน.บางรัก หลีกทางให้ พ.ต.ต.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ สว.จร.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เป็น สว.งานสายตรวจ 1, พ.ต.ท.ขวัญชัย บุญเพ็ชร สว.งานสายตรวจ 2 และ พ.ต.ต.พัดธงทิว ดามาพงศ์ สว.งานสายตรวจ 3 ยังคงเหนียวแน่นอยู่ที่เดิม

นอกจากนี้ยังมี ผกก.ที่ถูกเด้งออกนอกหน่วย 18 นาย โดยมี 
พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.บก.น.6 ขอไปทำงานที่ บช.ภ.2 
พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย โดนจับบ่อนการพนันในพื้นที่ เป็น ผกก.สภ.นาหม่อม จ.น่าน 
พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอาง ผกก.สน.ฉลองกรุง ถูกนอกหน่วยจับบ่อนการพนันออนไลน์ เป็น ผกก.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
พ.ต.อ.จักร อ่อนนิ่ม ผกก.สน.ประชาชื่น ถูกย้ายไป จ.น่าน หลังเกิดเหตุ ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ตำรวจจราจร สน.ประชาชื่น ตกผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดรายใหญ่

สำหรับ ผกก.ที่คาดว่านั่งโรงพักเกรดเอ เช่น 

พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว เป็น ผกก.สน.วังทองหลาง 
พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.3 บก.จร. เป็น ผกก.5 บก.จร. 
พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส. ขยับเป็น ผกก.3 บก.สส. ขณะที่ 
พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.สามเสน เป็น ผกก.สน.สำเหร่ 
พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.ศฝร. เป็น ผกก.สน.สุวินทวงศ์ 
พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.กก.5 บก.จร. เป็น ผกก.สน.ประเวศ 

พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.กลุ่มงานแผนงานการบริการ บช.สยศ. โยกกลับนครบาล เป็น ผกก.สน.สายไหม 
พ.ต.อ.ยศ วิทิตปภาธำรง ผกก.สน.เทียนทะเล เป็น ผกก.สน.หนองค้างพลู 
พ.ต.อ.ถวัลย์ พวงเกษม ผกก.สน.หนองค้างพลู ออกนอกหน่วยเป็น ผกก.สยศ.ตร. 
พ.ต.ท.วิทวัฒน์ ชินคำ รอง ผกก.ป.สน.ลาดพร้าว คาดขึ้น ผกก.สน.ลาดพร้าว 
พ.ต.ท.เจษฎา สวยสม รอง ผกก.ป.สน.มีนบุรี เป็น ผกก.สน.สามเสน 
พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก.ป.สน.ชนะสงคราม ลุ้นขึ้นเป็น ผกก.สน.ดุสิต เป็นต้น

รายงานข่าวในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจสังกัด บช.น.ระดับรองผู้บังคับการ-สารวัตร (รอง ผบก.-สว.) จำนวน 124 ตำแหน่งในครั้งนี้มีการวิ่งเต้นตำแหน่งโรงพักเกรดเอเป็นอย่างมาก โดยเก้าอี้ระดับ ผกก.โรงพักเกรดเอส่วนใหญ่จะเป็นของเด็กในสังกัดนักการเมืองพรรคเพื่อไทย โดยมีกระแสว่ามีนายตำรวจพยายามวิ่งเต้นมาเป็น 

ผกก.และ สว.สส.โรงพักเกรดเอ 

เช่น 

บางรัก,
ห้วยขวาง, 
ลาดพร้าว,
โชคชัย 

ถึง 7 หลักทีเดียว
Read more ...

พล.ต.อ.อดุลย์ สั่งสกัดนักวิ่ง!! วางกฏเข้ม ตั้ง"รองผบก.-สว." ห้ามผ้ดส่ง ออกคำสั่ง 29 พ.ย. มีผล 6 ธ.ค.

2/11/55
โดยมติชน เมื่อ 2 พ.ย.2555

เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2555 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) 

ลงนาม

บันทึกข้อความที่ 0009.231/ว127 ลงนาม วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555

เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึง ผู้บัญชาการหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บังคับการหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าในสังกัดสำนักงานผบ.ตร. ใจความว่า การแต่งตั้งระดับสารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30พฤศจิกายน โดยให้ดำเนินการแต่งตั้งตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางต่างๆอาทิ การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ยังคงยึดสัดส่วนอาวุโสร้อยละ 33

กรณีได้รับรางวัลชนะเลิศตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจ เพื่อประชาชน ปี 2555 แต่ละกลุ่มให้ถือเป็นผลงานของหัวหน้าสถานี หรือหากชัดเจนว่าเป็นผลงานของตำรวจคนใดให้พิจารณาให้แก่ตำรวจผู้นั้น หากคุณสมบัติครบถ้วนให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หากยังไม่ครบให้ย้ายไปยังตำแหน่งที่มีปริมาณงานและคุณภาพงานสูงขึ้น โดยปีนี้ แนวทางของผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับศูนย์ฝึกอบรม(ศฝร.) ถือเป็นหน่วยสำคัญ มีหน้าที่รับผิดชอบในการเสริมสร้างพัฒนาตำรวจ การแต่งตั้งผู้ไปดำรงตำแหน่งในศฝร. จึงต้อง เป็นผู้มีความสามารถ กระตือรือร้น เป็นผู้นำ ที่เป็นตัวอย่างในการพัฒนา สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งในศฝร.อยู่แล้ว และเห็นว่าไม่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอ ไม่เหมาะสม ให้พิจารณาสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ สั่งการ ให้ทุกหน่วยมีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันในวันที่ 29 พฤศจิกายน และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันในวันที่ 6 ธันวาคม โดยเน้นย้ำว่าให้ถือตามกำหนดเวลาโดยเคร่งครัดห้ามผัดส่ง

มีรายงานด้วยว่า วันเดียวกัน สำนักงานกำลังพล ตร.ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำลังพลทุกหน่วยเพื่อกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาแต่งตั้ง โดยให้ทุกหน่วยเริ่มกระบวนการทำข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนเป็นต้นไป และกรณีที่ต้องมีการขอยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งให้ส่งมาให้ตร.พิจารณาภายในวันที่ 16 ฟฤศจิกายน 

จากนั้นคณะกรรมการของตร. ซึ่งมี รองผบ.ตร.เป็นประธาน จะพิจารณา หากกรณีใด ต้องส่งให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)พิจารณาคาดว่าจะนำเข้าก.ตร.ในวันที่ 22 พฤศจิกายน จากนั้นในวันที่ 27 พฤศจิกายนทุกหน่วยต้องประชุมพิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้ง และออกคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้
Read more ...

การเมืองป่วน! โผตำรวจ ต้องเพิ่มเก้าอี้รองรับ “ตั๋ว”

23/10/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 23 ต.ค.2555

ห้วงเวลาแห่งการลุ้นระทึก!ในแวดวง “สีกากี” ที่ต่างเฝ้ารอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ รองผู้บัญชาการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ยศ “พ.ต.อ.-พ.ต.ต.” ทั่วประเทศประจำปี 2555 กำลังแปรเปลี่ยนสภาพจากอาการ “ลุ้น” กลายเป็นอาการ “อึมครึม”

และกำลังส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติหน้าที่ ตำรวจในทางอ้อม เนื่องจากตำรวจส่วนใหญ่ล้วนใจจดใจจ่อกับการ วิ่งเต้น โยกย้าย การทำงานเพื่อประชาชนต่างๆ จึงต้องลดด้อยประสิทธิภาพไปตามลำดับ

ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กำหนดระยะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สว.ทั่วประเทศ ประจำปี 2555 ครั้งนี้ ไว้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 1 ธันวาคม 2555

หลัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เข้ารับตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” หรือ ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นมา คาดกันว่า พล.ต.อ.อดุลย์น่าจะเซ็นคำสั่งถึง ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้ดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับรอง ผบก. ถึง สว. ประจำปี 2555 ไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม 2555

เนื่องจากช่วงที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. อยู่นั้น ได้ยืนยันหนักแน่นจะไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่เปิดใหม่ รวมทั้งการแต่งตั้งระดับรองผบก.ถึง สว. และยกรวมให้เป็นอำนาจของ พล.ต.อ.อดุลย์เมื่อเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วย เพื่อจะได้แต่งตั้งบุคลากรให้เป็นไปในทิศทางที่จะบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้วเกือบจะครบ 1 เดือนเต็มๆ ในอีกไม่ถึง 10 วันข้างหน้า ความคืบหน้าการแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพัน ก็ยังไร้วี่แวว ไม่มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.อดุลย์ ให้แต่ละกองบัญชาการและหน่วยงานขึ้นตรง สง.ผบ.ตร.ดำเนินการแต่งตั้ง

ทั้งๆ ที่ตลอดวันศุกร์ 12 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เคยมีข่าว พล.ต.อ.อดุลย์จะเซ็นหนังสือสั่งทำบัญชี สุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวลือ ไม่มีอะไรในก่อไผ่ รวมทั้งไม่มีอะไรเคลื่อนไหวให้เหล่าชาวสีกากีที่กำลังรอลุ้นได้ใจชื้น และรู้ทิศรู้ทางการแต่งตั้งเพื่อกำหนดอนาคตตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากยึดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สว.ถึง จตช. และรอง ผบ.ตร. พ.ศ. 2549 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553

ในการแต่งตั้งจะมีการยึดหลักพิจารณา ประกอบด้วย การแต่งตั้งตามที่ อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ มีมติให้เยียวยาหรือแก้ไขให้กับผู้ร้องทุกข์ทุกราย ตำรวจที่ได้รับรางวัลชนะเลิศตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชนประจำปี แต่ละกลุ่ม หากเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ส่วนผู้ที่ยังมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนให้แต่งตั้งหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งในสถานีตำรวจที่มีคุณภาพสูงขึ้น

พนักงานสอบสวน (สบ 3) หรือ (สบ 2) ที่ได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่นประจำปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้พิจารณาเลื่อนระดับชั้นของตำแหน่งเป็น รอง ผกก.สส. หรือ สว.ในสถานีตำรวจที่มีปริมาณงานและคุณภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ให้ยึดมติ ก.ตร.เรื่องการแต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นตามหลักอาวุโส 33%

ว่ากันว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้ยังคลุมเครือ เป็นเพราะการเมืองเข้ามากินรวบตำแหน่งมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้ปริมาณ ตั๋ว มีมากกว่า เก้าอี้ โดยเฉพาะกองบัญชาการระดับเกรดเอ อย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเมืองหลวง

มีเสียงลือสะพัดกันถึงขนาดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไม่มีสิทธิ์เลือกผู้กำกับ (ผกก.) ในการแต่งตั้งครั้งนี้ เพราะมีชื่อถูกส่งลงมาจนล้นเก้าอี้

และข่าวลือดูจะสอดรับกับข้อมูลที่ปรากฏออกมาว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเร่งผลักดันโครงการยกระดับโรงพักในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 สถานีตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นโรงพักที่มีขอบเขตพื้นที่ติดกับทางน้ำ

ประกอบด้วย สน.บางโพ สน.บวรมงคล สน.ปากคลองสาน และสน.บางคอแหลม มีระดับ สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ. เทียบเท่า รองผกก.เป็นหัวหน้าสถานี ให้เปลี่ยนเป็นมีระดับ ผกก. เป็นหัวหน้าสถานี

เรื่องดังกล่าวตอนนี้ผ่านขั้นตอนความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เรียบร้อยหมดแล้ว เหลือเพียงให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามเสนอประกาศเป็นกฎกระทรวง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนความ

“นครบาล” สามารถแต่งตั้งระดับ “ผกก.” เพิ่มได้อีก 4 เก้าอี้!!!
เช่นเดียวกับโครงการจัดตั้งโรงพักใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งก็ผ่านการอนุมัติ จาก ก.ต.ช.และก.ตร. รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ การแบ่งพื้นที่ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มาตั้งโรงพักใหม่อีกแห่ง และแบ่งพื้นที่ สภ.ภูเก็ต จ.ภูเก็ต สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มาตั้งโรงพักใหม่อีกแห่ง ทำให้จะมีตำแหน่ง

ผกก. รอง ผกก. สว. เพิ่มอีกจำนวนหนึ่งใน 2 กองบัญชาการ!!!
ฉะนั้นเชื่อว่าหากการเพิ่มตำแหน่ง เพิ่มเก้าอี้ เสร็จสิ้นเรียบร้อย "ตั๋ว"ต่างๆ สามารถลงหลุมได้ครบถ้วน เฉลี่ยตำแหน่งให้เด็กนักการเมืองได้ลงตัวเป็นที่พอใจแล้ว

พล.ต.อ.อดุลย์น่าจะได้รับสัญญาณไฟเขียวให้จรดปากกาสั่งทำบัญชีแต่งตั้งโผ “นายพัน” เสียที
Read more ...

ตามคาด! "อดุลย์" ผงาด ผบ.ตร. คนที่ 9

16/7/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 16 ก.ค.2555

มติที่ประชุม ก.ต.ช. 10 : 0 ดัน "อดุลย์" ผ่านฉลุยผงาดคุมสีกากี สนอง "รัฐบาลบาลปูแดง"

วันนี้(16ก.ค.)ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะเลขานุการ ก.ต.ช. เปิดเผยหลังการประชุม ก.ต.ช.ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน โดยใช้เวลาประชุมนาน 1 ชั่วโมง ว่า ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.ดำรงค์ตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ ตามมติ 10 ต่อ 0 โดยนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอชื่อเพียงชื่อเดียว โดยไม่มีเสียงคัดค้านในที่ประชุม ก.ต.ช.แต่อย่างใด

ประวัติส่วนตัว ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 9

พลตำรวจเอก อดุลย์ นามสกุล แสงสิงแก้ว หรือ "บิ๊กอู๋"

เกิดวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2497 โดยเป็นบุตรชายคนเดียว ในจำนวนพี่น้อง 7 คน ของนายอุดม และนางอัมรา แสงสิงแก้ว

เป็นชาวอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยกำเนิด

ประวัติการศึกษา

- โรงเรียนอนุบาลนครพนม
- ประถมศึกษา โรงเรียนสุนทรวิจิตร
- มัธยมศึกษา โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย
- มัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ที่โรงเรียนเทเวศร์ศึกษา
- โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.รุ่นที่ 29)
- ปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรฝ่ายอำนวยการ จบวิทยาลัยเสนาธิการทหารรุ่นที่ 33
- วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 42 (วปอ.42)
- หลักสูตรมินิครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- หลักสูตรความเป็นเลิศของนักบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สถาบันวิทยาลัยตลาดทุนรุ่น 5

ประวัติครอบครัว
สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2528

ตำแหน่งปัจจุบัน

1 ตุลาคม 2554 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

การทำงาน และเส้นทางการเติบโตชีวิตราชการตำรวจ
- รอง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.ปทุมวัน
- ผบ.มว.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม
- สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมือง มุกดาหาร
- สารวัตรกิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
- สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
- ผบ.ร้อย 4 หห.1 รร.นรต.
- หน.ผ.3 ยุทธการ กองกำกับตำรวจตระเวนชายแดนที่13 จ.กาญจนบุรี
 16 พฤศจิกายน 2531 รองผู้กำกับการอำนวยการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1
16 ธันวาคม 2532 รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสนับสนุนตำรวจตระเวนชายแดน
 5 มิถุนายน 2534 อาจารย์วิชาสังคมศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ กองกำกับการ 2 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 1 ตุลาคม 2534 อาจารย์วิชาทหารและการฝึก ภาควิชาทหารและการฝึก กองกำกับการ 2 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 2 ตุลาคม 2535 รองผู้บังคับการ กองบังคับการวิชาการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 16 เมษายน 2540 รองผู้บังคับการกองแผนงาน 2
 2 ตุลาคม 2540 ผู้บังคับการกองแผนงาน 1
 2 ตุลาคม 2541 ผู้บังคับการตำรวจจราจร
 2 ตุลาคม 2543 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
 1 ตุลาคม 2545 รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
 1 ตุลาคม 2547 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
 30 มิถุนายน 2548 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
 1 ตุลาคม 2549 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ปป.3) รับผิดชอบกำกับดูแลการบริหารราชการ สั่งการและปฏิบัติราชการแทนในการป้องกันและปราบปรามอาชกรรมของตำรวจภูธรภาค 9)(และควบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9)
 25 พฤศจิกายน 2552 ที่ปรึกษา (สบ 10) (ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ)
 1 ตุลาคม 2553 รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 1 ตุลาคม 2554 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ตำแหน่งอื่นๆ
2 ธันวาคม 2545 คณะที่ปรึกษาฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์ กรุงเทพมหานคร
21 กุมภาพันธ์ 2546 นายตำรวจราชสำนักเวร
22 กันยายน 2549 กรรมการข้าราชการตำรวจ
11 ตุลาคม 2549 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สมัยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)
12 ธันวาคม 2549 กรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน
19 พฤศจิกายน 2551 กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
17 มีนาคม 2552 กรรมการองค์การตลาด
21 กุมภาพันธ์ 2552 นายตำรวจราชสำนักเวร
19 มีนาคม 2553 นายตำรวจราชสำนักพิเศษ
1 ตุลาคม 2553 กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง
11 ตุลาคม 2554 กรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประวัติยศนายพลตำรวจ
2 ตุลาคม 2540 พลตำรวจตรี
1 ตุลาคม 2547 พลตำรวจโท
2 พฤศจิกายน 2552 พลตำรวจเอก


เครื่องราช
 ปี 2526 รางวัลตำรวจดีเด่น
ปี 2527 คนไทยตัวอย่าง ของมูลนิธิธารน้ำใจ เพื่อนร่วมรุ่น :

เพื่อนร่วมรุ่น นรต.29
1. พล.ต.อ.วัชพล ประสารราชกิจ
2. พล.ต.ท.พิจาร จิตติรัตน์
3. พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล
4. พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์

เพื่อนร่วมรุ่น วปอ.42
1. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
2. พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม