แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จับตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จับตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด

สั่งเด้ง 5 เสือ สภ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

29/7/58
เมื่อ 29 ก.ค.2558  ผู้สื่อข่าวนสพ.ไทยรัฐ รายงานว่า

พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ได้ทำหนังสือคำสั่งให้ 5 เสือ สภ.ท่าบ่อ ประกอบด้วย

พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ,

พ.ต.ท.ทันสมัย พรมสิทธิ์ รองผกก.(ป.),

พ.ต.ท.รัชพงศ์ อาบแก้ว รองผกก.(สส.),

พ.ต.ท.อนันต์ สุพรรณเภสัช สวป. และ

พ.ต.ต.สุริยะ เต่าทอง สว.สส.

เข้ามารายงานตัว ภายในวันนี้ และประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย โดยไม่มีกำหนด

เพื่อเป็นการสนองนโยบายของ คสช. และรัฐบาลในการปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงให้เอาใจใส่ในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของไทย

กรณีชุดเฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นำกำลังเข้าตรวจสอบร้านอาหารคาราโอเกะ 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.ท่าบ่อ และ อ.ศรีเชียงใหม่ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่า มีการลักลอบค้าประเวณี และเมื่อเข้าตรวจสอบเวลา 20.00 น. คืนที่ผ่านมา (28 ก.ค.)

พบว่ามีการกระทำผิดจริง โดยจับกุมเจ้าของร้านทั้งสองแห่ง และช่วยเหลือหญิงสาวชาวลาว รวม 9 คน อายุระหว่าง 15-17 ปี

อ่านต่อ http://www.thairath.co.th/content/514903
Read more ...

เด้ง! 38 ตร. ฐานบกพร่อง-เอี่ยว ค้ามนุษย์โรฮิงญา

7/5/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 6 พ.ค.2558

ผบ.ตร.สั่งเด้งตำรวจ 38 นาย ฐานบกพร่อง-เกี่ยวข้องขบวนการค้าค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ทั้งตำรวจน้ำ สตม. ปคม. และตำรวจท้องที่ มีผล 7 พ.ค.นี้

วันนี้( 6 พ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ได้มีคำสั่งตร. 262/2558 ลงวันที่ 6 พ.ค. 2558 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการ โดยในคำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 38 ราย

ดังมีรายชื่อปรากฎตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้ ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดพิจารณาสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2558 เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร. ก่อนเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว

สตม.
1.พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ดีสุข ผกก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.6
2.พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.จว.ระนอง บก.ตม.6
3.พ.ต.อ.ธีระยุทธ บุตรน้ำเพชร ผกก.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6
4.พ.ต.อ.สุนทร อรุณนารา ผกก.ตม.จว.สงขลา บก.ตม.6
5.พ.ต.ท.ธนกฤต พรมดอนชาติ สวญ.ตม.ปาดังเบซาร์ บก.ตม.6
6.พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก่งสันเทียะ รอง ผกก.ตม.จว.ระนอง บก.ตม.6
7.พ.ต.ท.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย รอง ผกก.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6
8.พ.ต.ต.รัชชวิช อัครมาส สว.ตม.จว.ระนอง บก.ตม.6
9.พ.ต.ต.ศยธน กระบิน สว.ตม.จว.สตูล บก.ตม.6
10.พ.ต.ต.สุระศักดิ์ ใจดี สว.ตม.ปาดังเบซาร์ บก.ตม.6
11.ร.ต.อ.เสกสรร องอาจ รอง สว.ตม.จว.สงขลา
12.ร.ต.ท.สิทธิ์ศักดิ์ อาดำ รอง สว.(ป.) ตม.จว.สตูล
13.ร.ต.ต.อนุชิต แก้วมณี รอง สว.อก.กก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.6

บก.ปคม.
14.พ.ต.อ.อริยพล สินสอน ผกก.5 บก.ปคม.
15.พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ ผกก.6 บก.ปคม.
16.พ.ต.ท.ธวัชชัย สงวนสุข รอง ผกก.5 บก.ปคม.
17.พ.ต.ท.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รอง ผกก.6 บก.ปคม.
18.พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์ สว.กก.5 บก.ปคม.
19.พ.ต.ท.ปาณัฏฐ์ภูมิ อัครเดชะนนท์ สว.กก.6 บก.ปคม.
20.พ.ต.ต.สมเจตน์ ถือแก้ว สว.กก.6 บก.ปคม.

บก.รน.
21.พ.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็ชรศิริรักข์ ผกก.8 บก.รน.
22.พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ ผกก.9 บก.รน.
23.พ.ต.ท.พิเชฐ สมรรคจันทร์ รอง ผกก.8 บก.รน.
24.พ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ฆารเจริญ รอง ผกก.9 บก.รน.
25.พ.ต.ท.รัฐศักดิ์ อิ่มฤทธา สว.ส.รน.1 กก.8 บก.รน.
26.พ.ต.ท.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน.

บช.ภ.8
27.พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง
28.ร.ต.ท.นราทอน สัมพันธ์ รอง สว.(ตำแหน่งควบ ผบ.หมู่ ถึง รอง สว.) (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง
29.ด.ต.ณรงค์ชัย ขุนทอง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สุขสำราญ จว.ระนอง
30.ด.ต.สุรินทร์ นุ้ยโถง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สุขสำราญ จว.ระนอง
31.ด.ต.ณัฐวรรธ ตั้นวิริยวงค์ ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง
32.ด.ต.โภคิน แสงแก้ว ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง
33.จสต.สราวุธ เพชรรัตน์ ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จว.ระนอง

บช.ภ.9
34.พ.ต.อ.สมชัย เทศนอก ผกก.สภ.ละงู
35.พ.ต.ท.พินโญ คะนันชาติ รอง ผกก.สส.สภ.ละงู
36.พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ ทองด้วง รอง ผกก.ป.สภ.ละงู
37.พ.ต.ท.ปัญญวัฒน์ เนียมละออง สวป.สภ.ละงู
38.ร.ต.อ.สุวรรณ ด้วงแก้ว สว.สส.สภ.ละงู
Read more ...

พงส.นำตัว"พงศ์พัฒน์"ส่งศาลอาญา เพื่อคุมตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

29/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 29 พ.ย.2557

พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปที่ศาลอาญารัชดา เพื่อออกหมายขังให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์ โดยมีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นำรถตู้มารอรับ ซึ่ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีสีหน้าอิดโรย

ทั้งนี้ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบสวน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้นำตัวมาฝากขัง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดที่นำมาฝากขังพร้อม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะครบกำหนดฝากขังผลัดแรกในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะยื่นฝากขังผลัดที่ 2 โดยคัดค้านการประกันตัวเช่นเดิม เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้าราชการระดับสูง อาจใช้อิทธิพลไปข่มขู่พยาน พร้อมยืนยัน การฝากขัง เจ้าหน้าที่ไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาแต่อย่างใด ซึ่งการที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขาเจ็บนั้น เป็นเพราะอายุมากและสุขภาพไม่แข็งแรง

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมด และขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้ว รวมถึงจะสอบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบมีการซุกซ่อนของกลางไว้ที่ใด จะขอหมายศาลไปค้นต่อไป พร้อมยืนยัน ใครกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
 
Read more ...

สั่งเด้ง 3 ผกก.ตำรวจน้ำ เซ่นส่วยน้ำมันเถื่อน

28/11/57
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 28 พ.ย.2557

“ประวุฒิ” เรียกประชุม ผกก.-ผบก.สอบสวนกลาง ปลุกขวัญ สั่งการ 1 เดือนทำงานกู้ชื่อเสียงหน่วย ขู่เด้งหากทำงานไม่เข้าเป้า สั่งเด้งด่วน 3 ผกก.ตำรวจน้ำสอบส่วย เผยสามผู้ต้องหาตระกูล “อัครพงศ์ปรีชา” ถอดยศ ปลดตำแหน่งองครักษ์เรียบร้อย ชงถอดยศตำรวจที่เกี่ยวข้องกับก๊วน “พงศ์พัฒน์” แล้ว

วันนี้ (28 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เรียกประชุมตำรวจจากทุกกองบังคับการในสังกัด บช.ก.ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ขึ้นไปถึงผู้บังคับการ (ผบก.) เข้าร่วมประมาณ 160 นาย เป็นครั้งแรกภายหลัง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจระดับสูงในสอบสวนกลาง อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในข้อหาแอบอ้างสถาบันฯ แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ เรียกรับส่วย โดยบรรยากาศการประชุมไม่เคร่งเครียด

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวภายหลังประชุมว่า ได้พูดเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก.ในที่ประชุมด้วย แต่ไม่ได้แจงในรายละเอียดการดำเนินคดี โดยได้ย้ำว่าหลังจากนี้ไป บช.ก.ต้องทำงานเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของหน่วยสอบสวนกลางกลับคืนมา เคยมีชื่อเสียงในอดีตที่กองปราบปรามมีชื่อจับกุมทำคดีที่ไม่มีใครทำได้มาตลอด แต่หลังๆ ผ่อนลงไป จากนี้ไปให้ทุกกองบังคับการไปเขียนแอ็กชันแพลนในระยะเวลา 1 เดือนภายในเดือนธันวาคมนี้ว่าจะทำอะไรบ้างในด้านการดำเนินการจับกุม ป้องปราบ คืนความสุขให้ประชาชนซึ่ง บช.ก.ไม่ได้ทำในระยะที่ผ่านมา ทั้งนี้ อีก 1 เดือนจากนี้ให้สื่อมวลชนคอยสังเกตผลงานของทุกกองบังคับการซึ่งจะมีผลในการปรับย้าย หากทำงานในช่วงนี้ทำงานไม่สำเร็จจะมีปัญหาในตำแหน่งที่ท่านอยู่ จะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อความเหมาะสม

“ได้พูดในที่ประชุมถึงขวัญกำลังใจ คนที่ทำงานดีอยู่แล้วไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ถูกต้อง ก็ทำงานต่อไป ไม่มีใครไปยุ่งหากทำดี เรื่องของรายชื่อส่วยนั้นก็ย้ำว่าไม่ได้ดำเนินการทุกคนที่มีชื่อ ต้องตรวจสอบที่มาที่ไป บางทีชื่อคล้าย ย้ำว่าไม่ได้กวาดทั้งหมด ต้องตรวจสอบก่อน เพราะเอกสารรายชื่อจ่ายส่วยได้มาจากผู้กระทำผิดที่อาจมีความคลาดเคลื่อน มีการรับแทน อ้างชื่อ ทั้งนี้จะดำเนินการกับใครต้องมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการส่งเงิน ย้ำไปว่าไม่ต้องกังวลซึ่งทุกคนเข้าใจ บรรยากาศดีขึ้น” รรท.ผบช.ก.กล่าว และว่าจากนี้ไปสั่งการให้ทุกหน่วยทำตามหน้าที่ ตนยกเลิกชุดเฉพาะกิจใน บช.ก.ทั้งหมดไปแล้ว ให้ทำตามหน้าที่ของหน่วยตามกฎหมาย และจะวัดผลรายสัปดาห์ตามแอ็กชันแพลนที่เสนอมา โดยจะติดตามการทำงานการปราบปรามมือปืนรับจ้าง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งรัสเซีย แก๊งโคลอมเบีย แก๊งเอทีเอ็ม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งค้าทรัพยากรธรรมชาติ ค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งหมด บช.ก.ต้องทำ ต้องดำเนินการ โดยให้ประชาชนแจ้งเบาะแสมาได้ผ่านสายด่วน 1599 การประชุมวันนี้มีกันพร้อมเพรียงเว้นแต่ผู้ที่มีภารกิจสำคัญไม่ได้เข้าร่วม

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวถึงรายชื่อตำรวจเกี่ยวข้องกับส่วยน้ำมันเถื่อน ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ออกมาเปิดเผยว่า ตนรับมาและได้ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบแล้วว่า ผกก. รองสารวัตร หมวด ที่กล่าวอ้างคือใคร มีความเชื่อมโยงระดับไหน โดยมีผู้ที่รับสารภาพไปแล้วบางคนยังต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม วันนี้ตนได้มีคำสั่งให้ตำรวจน้ำระดับ พ.ต.อ.มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจสอบสวนกลาง 3 นาย เพื่อเปิดโอกาสให้การตรวจสอบกรณีส่วยน้ำมันเถื่อนเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้มีคำสั่ง บช.ก.ที่ 266/2557 ให้ 

พ.ต.อ.วริศร์ศิริภ์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้กำกับการ 5 ตำรวจน้ำ (รับผิดชอบภาคตะวันออก) 

พ.ต.อ.สมชาติ หรือธนชาติ ศุภวุฒิ ผู้กำกับการ 7 ตำรวจน้ำ (รับผิดชอบภาคใต้ตอนล่าง) และ 

พ.ต.อ.จักรพันธุ์ รัตนเทวมาตย์ ผู้บังคับการเรือ (สบ 4) กลุ่มงานเรือตรวจการณ์ จังหวัดชลบุรี 

ช่วยราชการ ศปก.บช.ก.โดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 

โดยให้รายงานตัวที่ ศปก.บช.ก.ตั้งแต่ 09.00 น.วันนี้ ทั้งนี้ ไม่ได้บอกว่าเป็นคนผิด แต่เพื่อให้มีการตรวจสอบเรื่องการจ่ายส่วยน้ำมันเถื่อนในทะเล นอกจากตำรวจน้ำตนยังไม่เห็นชื่อของหน่วยอื่นเกี่ยวข้อง แต่มีรายชื่อที่ ผบ.ตร.ให้มา มีหลายหน่วย แทบทุกหน่วยในพื้นที่ แต่ต้องตรวจสอบเสียก่อนเพราะหลายครั้งเจอโพยในพื้นที่ระบุรายชื่อ แต่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทั้งนี้มีส่วนที่ตรงความจริง มีคนรับสารภาพแล้วและสอดคล้องกับที่ ผบ.ตร.ออกมาเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรงค์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวงประตูน้ำพระอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา ลาออกกะทันหันเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับกรณี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ตนขอเรียนว่าเกี่ยว เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถรับราชการได้ในสถานการณ์นี้จึงขอลาออกก่อน หากขวัญและกำลังใจดีคงกลับมาใหม่ก็เป็นเรื่องของเขา เบื้องต้นไม่ผิดอะไร จึงใช้วิธีลาออกเพื่อไปใช้ชีวิตทำงานอย่างอื่น เรียนว่าผู้ที่กระทำและผู้ที่เกี่ยวข้องบางรายไม่สบายใจ ถูกกล่าวหาถูกมองในทางไม่ดีจึงคิดว่าลาออกดีกว่า ก็เป็นความคิดส่วนตัว การลาออกเป็นเหตุผลส่วนตัว ตนคงชี้ชัดไม่ได้ แต่เบื้องต้นไม่มีหลักฐานอะไรชี้ว่าเขากระทำผิด แต่เขาเลือกวิธีนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว สอบถามแล้วทราบว่าเป็นความสมัครใจ

เมื่อถามถึงการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า กรณีกลุ่มผู้ต้องหา 5 รายที่ถูกออกหมายจับและนำตัวฝากขังวันนี้นั้น นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา เดิมมียศ ว่าที่ พ.ต. แต่ในขณะจับกุมได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชาว่ามีการถอดยศและปลดจากการเป็นนายทหารราชองครักษ์แล้ว คำสั่งอยู่ในมือตน ส่วนนายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา ก็มีคำสั่งถอดยศ จ.ส.อ.แล้วเช่นกัน ขณะที่นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา ข้าราชการในสำนักพระราชวัง ก็มีการปลดออกเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ตามคำสั่งของนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา โดยทั้ง 3 คนเคยเป็นข้าราชการ เคยมียศ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ถูกปลดไล่ออกแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจที่ถูกดำเนินคดีในขบวนการนี้อยู่ระกว่างดำเนินการถอดยศเช่นกัน โดยตนจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า ล่าสุดวันนี้พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้ขอนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย เป็นพลเรือนทั้งหมด มีพฤติการณ์ตั้งแก๊งทวงหนี้ ข่มขู่ ขูดรีด โดยแอบอ้างสถาบันฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็นเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ทำหน้าที่ทวงหนี้ให้
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม