แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองแทรกแซง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองแทรกแซง แสดงบทความทั้งหมด

การเมืองป่วน! โผตำรวจ ต้องเพิ่มเก้าอี้รองรับ “ตั๋ว”

23/10/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 23 ต.ค.2555

ห้วงเวลาแห่งการลุ้นระทึก!ในแวดวง “สีกากี” ที่ต่างเฝ้ารอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ รองผู้บัญชาการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ยศ “พ.ต.อ.-พ.ต.ต.” ทั่วประเทศประจำปี 2555 กำลังแปรเปลี่ยนสภาพจากอาการ “ลุ้น” กลายเป็นอาการ “อึมครึม”

และกำลังส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติหน้าที่ ตำรวจในทางอ้อม เนื่องจากตำรวจส่วนใหญ่ล้วนใจจดใจจ่อกับการ วิ่งเต้น โยกย้าย การทำงานเพื่อประชาชนต่างๆ จึงต้องลดด้อยประสิทธิภาพไปตามลำดับ

ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กำหนดระยะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สว.ทั่วประเทศ ประจำปี 2555 ครั้งนี้ ไว้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 และให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 1 ธันวาคม 2555

หลัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เข้ารับตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” หรือ ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นมา คาดกันว่า พล.ต.อ.อดุลย์น่าจะเซ็นคำสั่งถึง ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้ดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับรอง ผบก. ถึง สว. ประจำปี 2555 ไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม 2555

เนื่องจากช่วงที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. อยู่นั้น ได้ยืนยันหนักแน่นจะไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่เปิดใหม่ รวมทั้งการแต่งตั้งระดับรองผบก.ถึง สว. และยกรวมให้เป็นอำนาจของ พล.ต.อ.อดุลย์เมื่อเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วย เพื่อจะได้แต่งตั้งบุคลากรให้เป็นไปในทิศทางที่จะบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้วเกือบจะครบ 1 เดือนเต็มๆ ในอีกไม่ถึง 10 วันข้างหน้า ความคืบหน้าการแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพัน ก็ยังไร้วี่แวว ไม่มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.อดุลย์ ให้แต่ละกองบัญชาการและหน่วยงานขึ้นตรง สง.ผบ.ตร.ดำเนินการแต่งตั้ง

ทั้งๆ ที่ตลอดวันศุกร์ 12 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เคยมีข่าว พล.ต.อ.อดุลย์จะเซ็นหนังสือสั่งทำบัญชี สุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวลือ ไม่มีอะไรในก่อไผ่ รวมทั้งไม่มีอะไรเคลื่อนไหวให้เหล่าชาวสีกากีที่กำลังรอลุ้นได้ใจชื้น และรู้ทิศรู้ทางการแต่งตั้งเพื่อกำหนดอนาคตตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากยึดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สว.ถึง จตช. และรอง ผบ.ตร. พ.ศ. 2549 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553

ในการแต่งตั้งจะมีการยึดหลักพิจารณา ประกอบด้วย การแต่งตั้งตามที่ อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ มีมติให้เยียวยาหรือแก้ไขให้กับผู้ร้องทุกข์ทุกราย ตำรวจที่ได้รับรางวัลชนะเลิศตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชนประจำปี แต่ละกลุ่ม หากเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ส่วนผู้ที่ยังมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนให้แต่งตั้งหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งในสถานีตำรวจที่มีคุณภาพสูงขึ้น

พนักงานสอบสวน (สบ 3) หรือ (สบ 2) ที่ได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่นประจำปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้พิจารณาเลื่อนระดับชั้นของตำแหน่งเป็น รอง ผกก.สส. หรือ สว.ในสถานีตำรวจที่มีปริมาณงานและคุณภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ให้ยึดมติ ก.ตร.เรื่องการแต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นตามหลักอาวุโส 33%

ว่ากันว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้ยังคลุมเครือ เป็นเพราะการเมืองเข้ามากินรวบตำแหน่งมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้ปริมาณ ตั๋ว มีมากกว่า เก้าอี้ โดยเฉพาะกองบัญชาการระดับเกรดเอ อย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเมืองหลวง

มีเสียงลือสะพัดกันถึงขนาดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไม่มีสิทธิ์เลือกผู้กำกับ (ผกก.) ในการแต่งตั้งครั้งนี้ เพราะมีชื่อถูกส่งลงมาจนล้นเก้าอี้

และข่าวลือดูจะสอดรับกับข้อมูลที่ปรากฏออกมาว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเร่งผลักดันโครงการยกระดับโรงพักในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 สถานีตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นโรงพักที่มีขอบเขตพื้นที่ติดกับทางน้ำ

ประกอบด้วย สน.บางโพ สน.บวรมงคล สน.ปากคลองสาน และสน.บางคอแหลม มีระดับ สารวัตรใหญ่ หรือ สวญ. เทียบเท่า รองผกก.เป็นหัวหน้าสถานี ให้เปลี่ยนเป็นมีระดับ ผกก. เป็นหัวหน้าสถานี

เรื่องดังกล่าวตอนนี้ผ่านขั้นตอนความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เรียบร้อยหมดแล้ว เหลือเพียงให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามเสนอประกาศเป็นกฎกระทรวง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนความ

“นครบาล” สามารถแต่งตั้งระดับ “ผกก.” เพิ่มได้อีก 4 เก้าอี้!!!
เช่นเดียวกับโครงการจัดตั้งโรงพักใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งก็ผ่านการอนุมัติ จาก ก.ต.ช.และก.ตร. รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ การแบ่งพื้นที่ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มาตั้งโรงพักใหม่อีกแห่ง และแบ่งพื้นที่ สภ.ภูเก็ต จ.ภูเก็ต สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มาตั้งโรงพักใหม่อีกแห่ง ทำให้จะมีตำแหน่ง

ผกก. รอง ผกก. สว. เพิ่มอีกจำนวนหนึ่งใน 2 กองบัญชาการ!!!
ฉะนั้นเชื่อว่าหากการเพิ่มตำแหน่ง เพิ่มเก้าอี้ เสร็จสิ้นเรียบร้อย "ตั๋ว"ต่างๆ สามารถลงหลุมได้ครบถ้วน เฉลี่ยตำแหน่งให้เด็กนักการเมืองได้ลงตัวเป็นที่พอใจแล้ว

พล.ต.อ.อดุลย์น่าจะได้รับสัญญาณไฟเขียวให้จรดปากกาสั่งทำบัญชีแต่งตั้งโผ “นายพัน” เสียที
Read more ...

เฉลิมยันตำรวจยุคนี้แต่งตั้งไม่ต้องใช้เงิน

30/7/55
โดยเนชั่น เมื่อ 30 ก.ค.2555

เมื่อเวลา 09.00น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.สัญจร จ.สุรินทร์ว่า ตนตรวจสอบกับผู้บังคับการจังหวัดฉะเชิงเทราแล้วกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยเปิดเผยคลิปการค้าประเวณีเด็กที่ฉะเชิงเทราว่า ตนตรวจสอบแล้ว ท่านสาบานทางโทรศัพท์เรื่องที่นายชูวิทย์มาเปิดเผย เพราะยุคที่ตนมาคุมตำรวจจะมีแบบนี้ไม่ได้เพราะตนตรวจสอบใกล้ชิด ซึ่งไม่ใช่ว่าตนเข้าข้างตำรวจ แต่ถ้าพูดไปแล้วจะกระทบรัฐบาลอื่น

"ตำรวจยุคผมมันไม่ต้องเสียเงินในการแต่งตั้ง เมื่อไม่เสียเงินก็ไม่ต้องหาเงิน ก็ธรรมดา ถ้ายุคไหนแต่งตั้งเสียเงินตำรวจก็ต้องหาเงินมาจ่าย ยุคผมไม่มีสิบสตางค์ก็ไม่เอา คนจนผู้ยิ่งใหญ่"รองนายกฯ กล่าว
Read more ...

อึ้ง! โผแต่งตั้ง ตร.เด็กเส้นเข้าวินเพียบ

9/4/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 เม.ย.2555

“เพรียวพันธ์” ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงสารวัตร สว.ประจำปี 2554 น้องชาย “เหลิม” ได้ดิบได้ดีขึ้นจาก สว.ธร.ขึ้นเป็น สว.จร.ขณะที่หลานชาย “บิ๊ก ตร.” พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ โยกข้ามห้วยมาเป็น ผกก.ภาษีเจริญ ส่วนลูกชาย “มือปราบหูดำ” ไม่น้อยหน้าเป็น สว.กก.สส.น.5

วันนี้ (5 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ลงนามหนังสือคำสั่งบันทึกข้อความที่ 009.231/ว41 เรื่อง การตั้งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยให้ผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ (ผบก.) ในสังกัด สง.ผบ.ตร.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ตามที่ ตร.มีกำหนดให้ทุกหน่วยมีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันในวันที่ 31 มี.ค.และให้คำสั่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.นั้น จึงให้ทุกหน่วยแจ้งกำชับข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งต่างๆ ให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งต่างๆ เดินทางไปรายงานตัว เพื่อรับตำแหน่งใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 เม.ย.2555 สำหรับข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อต้องปฏิบัติตามแผน หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และได้รับมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจดังกล่าว จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ

ขณะเดียวกันสำหรับความเคลื่อนไหวเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ กองสารนิเทศได้มีการแจกจ่ายคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึงสารวัตร สว.ประจำปี 2554 ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพิ่มเติมรวมทั้งหมดเป็น 242 ตำแหน่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 580 ตำแหน่ง กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 จำนวน 292 ตำแหน่ง กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 จำนวน 204 ตำแหน่ง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ จำนวน 126 ตำแหน่ง สำนักงานส่งกำลังบำรุง จำนวน 7 ตำแหน่ง สำนักงานกฎหมายและคดี จำนวน 13 ตำแหน่ง สำนักงานตรวจสอบภายใน จำนวน 1 ตำแหน่ง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จำนวน 52 ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 1,517 ตำแหน่ง

รายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ

พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รอง ผบก.สส.บช.น.มือทำงาน “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตที่ปรึกษา (สบ.10) โดนโยกข้ามห้วยเป็น รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ 

พ.ต.อ.ประเสริฐ เงินยวง รอง ผบก.อก.ภ.7 เด็กในคาถา “บิ๊กหาญ” พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 สไลด์ออกข้างเป็น รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม 

พ.ต.ท.วรัญญู กุลดิลก รอง ผกก.ป.สภ.บ้านหนองพลับ จว.ประจวบคีรีขันธ์ หลานชาย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โยกมาเป็น รอง ผกก.ป.สภ.ชะอำ จว.เพชรบุรี 

พ.ต.ท.จารึก อยู่บำรุง สว.ธร.สน.หนองแขม น้องชาย “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โยกเป็น สว.จราจร สภ.เมือง จว.สมุทรสาคร 

พ.ต.ท.วรวัชร แค้มวงศ์ สวป.สภ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ กลับคืนถิ่นเก่าเป็น สว.ป.สภ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร 

รวมถึง 5 เสือแห่ง สภ.โพธิ์แก้ว จว.นครปฐม โดนพิษจากบ่อนการพนันในพื้นที่ จนถูกโยกออกนอกพื้นที่ โดยนายตำรวจทั้ง 5 นาย ประกอบด้วย 

พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว โดนโยกเป็น ผกก.สภ.สองพี่น้อง จว.สุพรรณบุรี 


พ.ต.ท.จุมพล สิกเสน รอง ผกก.ป.สภ.โพธิ์แก้ว เป็น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองเพชรบุรี จว.เพชรบุรี 


พ.ต.ท.วันชัย ว่องพานิช รอง ผกก.สส.สภ.โพธิ์แก้ว เป็น รอง ผกก.สส.สภ.สองพี่น้อง จว.สุพรรณบุรี 


พ.ต.ท.กรกฎ โปชยะวณิช สวป.สภ.โพธิ์แก้ว เป็น สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 


พ.ต.ท.เชิดชัย ป้อชำนิ สว.สส.สภ.โพธิ์แก้ว เป็น สว.กก.ปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.7

พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สน.ตลิ่งชัน มีผลงานปราบปรามยาเสพติด โยกเป็น ผกก.สส.บก.น.9 

พ.ต.อ.จักษ์ จิตตธรรม ผกก.สน.ท่าเรือ ได้โรงพักดีเด่น เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบก.อก.บช.น.

พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.บางเขน นรต.รุ่น 38 ขยับมาคุมพื้นที่เกรดเอเป็น ผกก.สน.ทองหล่อ

พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ดอนเมือง นรต.รุ่น 32 เพื่อนร่วมรุ่น “บิ๊กนัย” พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.โยกเป็น ผกก.สน.ลุมพินี 

พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.บก.น.2 สายตรง พล.ต.ท.วินัย เป็น ผกก.สส.บก.น.6 

พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางยี่เรือ นรต.รุ่น 36 หัวหน้าสำนักงาน “บิ๊กปาน” พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.เป็น ผกก.สน.บางซื่อ 

พ.ต.อ.กิติพงศ์ สุวรรณ ผกก.สน.บางบอน สายตรง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เป็น ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ

พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอานนท์ ผกก.สส.บก.น.7 คนสนิท "เจ๊หน่อย" นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็น ผกก.สส.บก.น.5 

พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง ขยับเป็น ผกก.ฝอ.บก.น.7 

พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ ผกก.สภ.ทุ่งศรีอุดม จว.อุบลราชธานี หลานชาย “บิ๊กออฟ” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.โยกข้ามห้วยมาเป็น ผกก.สน.ภาษีเจริญ 

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ นว.(สบ4) รอง ผบ.ตร.นรต.รุ่น 46 ได้แรงหนุนจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ โยกมาเป็น ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.

พ.ต.อ.คมสันต์ แตงจุ้ย นว.(สบ4) ที่ปรึกษา (สบ10) นายเวร “จูดี้” พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.เป็น ผกก.สน.ลาดกระบัง

พ.ต.อ.ทรงยศ ถวัลย์กิจดำรงค์ ผกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี นายตำรวจสาย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ถูกดึงกลับมาเป็น ผกก.สน.บางรัก 

พ.ต.ต.พัดธงทิว ดามาพงศ์ สว.ฝอ.บก.ทล.หลานชาย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็น สว.งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ.

พ.ต.ต.อภิศักดิ์ กำเนิด นว.(สบ2) จตร.(สบ8) นายเวร “หมอโอ๊ค” พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สพฐ.เป็น สว.จร.สน.แสมดำ 

ร.ต.อ.อิทธิพล สังข์ประไพ นว.(สบ1) ผบก.บก.น.1 ลูกชาย “บิ๊กแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น.เป็นสว.กก.สส.น.5

พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ กัลป์ยาวัฒนเจริญ รอง ผกก.4 บก.ป.นรต.รุ่น49 เป็น รอง ผกก.4 บก.ทท.ดูแลภาคเหนือ 

พ.ต.ท.อรรถวิทย์ เพียรเลิศ รอง ผกก.ฝอ.10 บก.อก.บช.ก.ลูกชาย พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ โยกเป็น รอง ผกก.4 บก.ปคม.

ร.ต.อ.ธาม ลอยสะเทื้อน รอง สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล.ลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.บันนังสตา จว.ยะลา เป็น สว.กลุ่มงานถวายความปลอดภัย บก.ทล.

ร.ต.อ.วรรณสิงห์ฐ์ ทับทิมธงไชย รอง สว.กก.1 บก.ปอศ.ลูกชายของ พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย อดีตนายตำรวจชื่อดัง ผู้บริหารบริษัทอาร์ เอ็นที จำกัด ได้แรงหนุนจาก “บิ๊กกิ๊ก” พล.ต.ท.พงศพัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ขึ้นเป็น สว.ฝอ.บก.รฟ.

สำหรับรายชื่อแต่งตั้งในส่วน บช.ก. - บช.ภ.3

มีดังนี้

พ.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบก.ทล. เป็น รอง ผบก.ปคม.

พ.ต.อ.สมภพ พงษ์ฤกษ์ รอง ผบก.ป. เป็น รอง ผบก.รฟ.

พ.ต.อ.ทนัย อภิชาติเสรี รอง ผบก.ปคบ. เป็น รองผบก.ป.

พ.ต.อ.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบก.ปคม. เป็น รอง ผบก.ปคบ.

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.รน. เป็น รอง ผบก.ป.

พ.ต.อ.ธนันทร์กิตติ์ บุณยสิงห์ รอง ผบก.อก.บช.ก. เป็น รอง ผบก.ปทส.

พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบก.น.9 เป็น รอง ผบก.อก.บช.ก.

พ.ต.อ.สมพงษ์ เตชะสมบูรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เป็น รอง ผบก.รน.

พ.ต.อ.สมชาย ทองศรี รอง ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เป็น รองผบก.ปทส.

พ.ต.อ.วันชัย วิบูลย์กาญจน์ รอง ผบก.อก.ภ.8 เป็น รอง ผบก.ปคม.

พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง นว. (สบ.5) ผบ.ตร. เป็น รอง ผบก.ทท.

พ.ต.อ.ดิเรก ปลั่งดี ผกก.กก.1บก.ทล. เป็น รอง ผบก.ทล.

พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผกก.กก.1บก.ปคม. เป็น รอง ผบก.รฟ.

พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล ผกก.กก.1บก.ปอท. เป็น รอง ผบก.ปอศ.

พ.ต.อ.กอบกิจ จิตต์การุญราษฎร์ ผกก.กก.1.บก.ปอศ. เป็น รอง ผบก.ปอศ.

พ.ต.อ.ธนัญชัย เพียรช่าง ผกก.กก.10.บก.รน. เป็น ผกก.กก.4 บก.ทท.

พ.ต.อ.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ ผกก.กก.10 บก.รน .เป็น รอง ผบก.รน.

พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผกก.กก.2 บก.ทท. เป็น รอง ผบก.รน.

พ.ต.อ.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผกก.กก.2 บก.ทล. เป็น รอง ผบก.ทล.

พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.กก.ปพ.บก.ป. เป็น รอง ผบก.ป.

พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.2.ปคม. เป็น รอง ผบก.ปคม.

พ.ต.อ.สมพร แดงดี ผกก. กก.3 ปอท. เป็น รอง ผบก.ปอท.

พ.ต.อ.วิเศษ เกตุพันธ์ ผกก.กก.5 บก.ทท. เป็น รอง ผบก.รน.

พ.ต.อ.จักรกฤช เอี่ยมแจ้งพันธุ์ ผกก.กก 5 บก.ปอศ. เป็นรอง ผบก.ป.

พ.ต.อ.เชิดชัย รัตนเมธานนท์ ผกก.ฝอ.บก.ทท. เป็น รอง ผบก.ปปป.

พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย ผกก.8 บก.รน. เป็น รอง ผบก.อก.บช.ก.

พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ นว.(สบ.4) รอง ผบ.ตร. เป็น ผกก. 4 บก.ทล.

พ.ต.ท.ชาติชาย ชาติเวช นายช่างกลเรือ (สบ3) กลุ่มงานเรือตรวจการณ์ บก.รน. เป็น ผบ.เรือ (สบ4) กลุ่มงานเรือตรวจการณ์ รน.

พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ ผกก.2 ป. เป็น ผกก.4 ปทส.

พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.3ป. เป็น ผกก.2ป.

พ.ต.อ.วริศร์สิริถ์ ลีละศิริ ผกก.3 ปปป. เป็น ผกก.9 รน.

พ.ต.อ.การุณย์ บัวเผื่อน ผกก.4.ทท. เป็น ผกก.ฝอ.ปอศ.

พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.5 ป. เป็น ผกก.กก.ปพ.บก.ป.

พ.ต.อ.อรรณพ รัตนอุบล ผกก.6 บก.ทท. เป็น ผกก.3 ทท

พ.ต.อ.มล.สันธิกร วรวรรณ ผกก.6.บก.ทล เป็น ผกก.8 บก.ทล.

พ.ต.อ.จตุรงค์ ผ่องคำพันธ์ ผกก.7 บก.รน. เป็นผกก.ผอ.5 บก.อก.บช.ก.

พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.กก.8บก.ทล. เป็น ผกก.ผอ.บก.ทท.

พ.ต.อ.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผกก.ผอ.5 บก.อก.บช.ก. เป็น ผกก.7 บก.รน.

พ.ต.อ.ยุทธภูมิ ปั้นลายนาค ผกก.ฝอ.บก.ปคม.เป็น ผกก.กก.2 บก.ปคม.

พ.ต.อ.มนตรี แป้นเจริญ ผกก.5 บก.จร.เป็น ผกก.กก.8 บก.รน.

พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ผกก.5 บก.ส.1 เป็น ผกก.กก.6 บก.ทล.

พ.ต.อ.ปานพงศ์ ปานคล้ำ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน 1 สบส. เป็น ผกก.กก.2 บก.ปทส.

พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ อภินันทนีสถิต ผกก.ฝอ.5 บก.อก.ภ.3 เป็น ผกก.กก.3 บก.ปปป.

พ.ต.อ.นิพนธ์ ทองแสงบุญญา ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. เป็น ผกก.กก.1 บก.ปอศ.

พ.ต.อ.สิทธิชัย ลีลาสวัสดิ์ ผกก.ฝอ.ตส.3 เป็น ผกก.กก.5 บก.ปคม.

พ.ต.อ.ไพศาล ศักดิ์สุนทรศิริ ผกก.ฝอ.ภ.จว.สงขลา เป็น ผกก.ฝอ.บก.ป.

พ.ต.อ.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผกก.ฝ่ายแต่งตั้ง ทพ. เป็น ผกก.กก.1 บก.ปอท.

พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยะฉาย ผกก.ฝ่ายวิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.1 เป็น ผกก.กก.3 บก.ป.

พ.ต.อ.สุขุม แพรญาติ ผกก.สภ.บ้านยางขุม จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผกก.กก.10 บก.รน.

พ.ต.อ.สมชาย เกียรติสุวรรณ ผกก.สภ.แปลงยาว จว.ฉะเชิงเทรา เป็น ผกก.กก.6 บก.ปทส.

พ.ต.อ.ทินกร มั่งคั่ง ผกก.สภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จว.ศรีสะเกษ เป็น ผกก.ฝอ.บก.ปทส.

พ.ต.อ.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผกก.สภ.หนองขาม จว.ชลบุรี เป็น ผกก.ฝอ.บก.ปคม.

พ.ต.ท.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผกก.กก.1 บก.ทท.เป็น ผกก.กก.5 บก.ปอศ.

บช.ภ.3

พ.ต.อ.เถกิงพงษ์ วังแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี เป็น รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี

พ.ต.อ.บุญส่ง อัตวรอนันต์ รอง ผบก.สส.ภ.8 เป็น รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา

พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง รอง ผบก.ปทส. เป็น รอง ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ

พ.ต.อ.ประลอง ชอบงาม ผกก.สภ.นาคู จว.กาฬสินธุ์ เป็น ผกก.สภ.บัวใหญ่ จว.นครราชสีมา

พ.ต.อ.จักรพันธ์ แก่งสันเทียะ ผกก.สภ.ท่าไม้รวก จว.เพชรบุรี เป็น ผกก.สภ.เมืองยาง จว.นครราชสีมา

พ.ต.อ.ธนวัฒน์ภัค คะธนิตศักดิ์ ผกก.4 บก.ทล.2 เป็น ผกก.ฝอ.5 บก.อก.ภ.3

พ.ต.อ.พนมเจริญพร ผกก.ฝ่ายบริการศึกษา ศฝร.ภ.2 เป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.อุบลราชธานี

พ.ต.อ.พยุง คงแจ้ง ผกก.สภ.เมืองเก่า จว.สุโขทัย เป็น ผกก.สภ.เสนางคนิคม จว.อำนาจเจริญ

พ.ต.อ.ยุคล เดชตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม เป็น ผกก.สภ.ละหานทราย จว.บุรีรัมย์

พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์ฝ์นาม ผกก.อ.3 บก.อก.ศชต. เป็น ผกก.สภ.นนคูณ จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.อ.วันชัย อิ่มโภชน์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือสื่อสาร บก.สส.ภ.2 เป็น ผกก.สภ.ประโคนชัย จว.บุรีรัมย์

พ.ต.อ.สมชาย โชตเศรษฐ์ ผกก.6 บก.ปทส. เป็น ผกก.สภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.อ.สุรพล มุ่งมา พงส. (สบ 4) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ยะลา เป็น พงส.(สบ 4) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ยโสธร

พ.ต.อ.อานุภาพ สุจินพรัหม พงส.(สบ 4)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ศชต. เป็น พงส.(สบ 4) กลุ่มงานสอบสวนภ.จว.อำนาจเจริญ

พ.ต.ท.กริชจ์สดาภ์ สุพสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.บก.น.2 เป็น รอง ผกก.ป.สภ.นาจะหลวย จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.กฤษฎา ชะฎาแก้ว พงส.(สบ 3) สภ.หลังสวน จว.ชุมพร เป็น พงส.(สบ 3) สภ.ภักดีชุมพล จว.ชัยภูมิ

พ.ต.ท.กล้า ถือคุณ พงส.(สบ 3) สภ.บางบาล จว.พระนครศรีอยุธยา เป็น พงส.(สบ 3) สภ.สิรินธร จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.นภสินธุ์ ยงยุทธ รอง ผกก.ฝอ.9 บก.อก.ศชต.เป็น รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.ยโสธร

พ.ต.ท.บุรภัช บุรีภักดี รอง ผกก.สส.ภ.จว.อุทัยธานี เป็น รอง ผกก.ป.สภ.ลืออำนาจ จว.อำนาจเจริญ

พ.ต.ท.ประสูติ สมใจรอง ผกก.สส.บก.น.5 เป็น รองผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3

พ.ต.ท.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผกก.กก.ปพ. เป็น รอง ผกก.ป.สภ.นางรอง จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.วรรณชัย พันธ์วิไล พงส.(สบ 3) สภ.วิหารแดงจว.สระบุรี เป็น พงส.(สบ 3) สภ.ยางชุมน้อย จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รอง ผกก.ป.สน.บางบอน เป็น รอง ผกก.ป. สภ.บุณฑริก จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.สืบสกุล สรสิน พงส.(สบ 3) สภ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี เป็น พงส.(สบ 3) สภ.ปะคำ จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.หญิง ปัณฑ์ชนัต แจ่มใส รอง ผกก.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็น รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ สว.ฝ่ายควบคุมอัตรา อต.สกพ. เป็น สวป.สภ.เมืองอุบลราชธานี

พ.ต.ท.เกณฑ์ ชยะสกลชัย สว.สส.สน.บึงกุ่ม เป็น สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ

พ.ต.ท.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข สวป.สภ.เมืองร้อยเอ็ด เป็น สว.สส.สภ.จัตุรัส จว.ชัยภูมิ

พ.ต.ท.จริต ขามฝาด สวป.สภ.แว้ง จว.นราธิวาส เป็น สวป.สภ.ศรีเมืองใหม่ จว.อุบลราชธานี

พ.ต.อ.วีระพงษ์ พงษ์พุ่ม ผกก. สภ.เมืองอำนาจเจริญ เป็น ผกก.สภ.เมืองยโสธร

พ.ต.อ.ไวโรจน์ สวัสดิโรจน์ ผกก.สภ.กุดชุม จว.ยโสธร เป็น ผกก.สภ.วังหิน จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เลิศบัวบาน ผกก.สภ.ปทุมราชวงศา จว.อำนาจเจริญ เป็นผกก.สภ.จัตุรัส จว.ชัยภูมิ

พ.ต.อ.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผกก.สภ.พุทไธสง จว.บุรีรัมย์ เป็น ผกก.สภ.คำเขื่อนแก้ว จว.ยโสธร

พ.ต.อ.เศวก โพนทัน ผกก.สภ.มหาชนะชัย จว.ยโสธร เป็น ผกก.สืบสวน ภ.จว.อำนาจเจริญ

พ.ต.อ.เศวต เศวตวิวัฒน์ ผกก.สภ.สำโรงทาบ จว.สุรินทร์ เป็น ผกก.สภ.พยุห์ จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.อ.สถาพร นิยะโมสถ ผกก.สภ.บ้านเหลื่อม จว.นครราชสีมา เป็น ผกก.สภ.นางรอง จว.บุรีรัมย์

พ.ต.อ.สนธยา แต่แดงเพชร ผกก.สภ.บ้านค่าย จว.ชัยภูมิ เป็น ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา

พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นํ้าปลีก จว.อำนาจเจริญ เป็น ผกก.สภ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา

พ.ต.อ.สว่าง วงศ์จงสมชัย ผกก.สภ.โชคชัย จว.นครราชสีมา เป็น ผกก.ฝ่ายบริการการศึกษา ศร.ภ.3

พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผกก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็น ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือสื่อสาร บก.สส.ภ.3

พ.ต.อ.สุจริต ปาณเล็ก ผกก.สภ.ทรายมูล จว.ยโสธร เป็น ผกก.สภ.ท่าตูม จว.สุรินทร์

พ.ต.อ.สุธีร์ เศรษฐวงศ์ ผกก.สภ.เดชอุดม จว.อุบลราชธานี เป็น ผกก.สภ.บ้านด่าน จว.บุรีรัมย์

พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม ผกก.สภ.ลำดวน จว.สุรินทร์ เป็น ผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ จว.บุรีรัมย์

พ.ต.อ.โสภณ รัตนสมัย ผกก.ฝอ.7 บก.อก.ภ.3 เป็น ผกก. สภ.คง จว.นครราชสีมา

พ.ต.อ.เอกชัย ปรัชญาวุฒิรัตน์ ผกก.สภ.บ้านกรวด จว.บุรีรัมย์ เป็น ผกก.สภ.นํ้าเกลี้ยง จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.ชัยกฤต โชติวรรณ สวญ.สภ.โนนกุง จว.อุบลราชธานี เป็น ผกก.สภ.เดชอุดม จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะรอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุบลราชธานี เป็น ผกก.สภ.วารินชำราบ จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.ธวัชชัย ปัดเกษม รองผกก.สส.สภ.ชำนิ จว.บุรีรัมย์ เป็น ผกก.สภ.เกษตรสมบูรณ์ จว.ชัยภูมิ

พ.ต.ท.บุญชัย ภู่จินดา รองผกก.ป.สภ.ปะคำ จว.บุรีรัมย์ เป็น ผกก.ฝอ.8 บก.อก.ภ.3

พ.ต.ท.บุรีรัตน์ วังสะอาด รอง ผกก.สส.สภ.เขวาสินรินทร์ จว.สุรินทร์ เป็น ผกก.สภ.มหาชนะชัย จว.ยโสธร

พ.ต.ท.ประจวบ หมอกยา รอง ผกก.ป.สภ.เกษตรสมบูรณ์ จว.ชัยภูมิ เป็น ผกก.สภ.พนมดงรัก จว.สุรินทร์

พ.ต.ท.พิเชษฐ อรชุน รองผกก.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา เป็น ผกก.สภ.สีดา จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.พลอย พิมพิสาร รองผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 เป็นผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3

พ.ต.ท.ศิราเมษฐ์ ธานินพิทักษ์ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองอุบลราชธานี เป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.สุรินทร์

พ.ต.ท.ศิวัตม์ ไมตรีแพน สวญ.สภ.สะเดา จว.สุรินทร์ เป็นผกก. ฝอ.ภ.จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.สนอง บุญเกิด รอง ผกก.ป.สภ.โนนไทย จว.นครราชสีมา เป็น ผกก.สภ.ประทาย จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.สมนึก เจียมจังหวัด รองผกก.สส.สภ.บัวลาย จว.นครราชสีมา เป็น ผกก.สภ.โชคชัย จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.สายสิทธิ์ พุ่มจันทร์ธนัง รอง ผกก.สส.สภ.ประทาย จว.นครราชสีมา เป็น ผกก.ฝอ.7 บก.อก.ภ.3

พ.ต.ท.สินชัย นครเขตต์ รองผกก.สส.สภ.กันทรารมย์ จว.ศรีสะเกษ เป็น ผกก.สภ.ทุ่งศรีอุดม จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.สุทธกาญจน์ ฟักทอง สวญ.สภ.นาโพธิ์ จว.อุบลราชธานี เป็น ผกก.สภ.ดอนมดแดง จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.อิทธิโชค เกิดผล รองผกก.ป.สภ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ เป็น ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.3

พ.ต.ท.เอนก ถมยา รองผกก.สส.สภ.พิบูลมังสาหาร จว.อุบลราชธานี เป็น ผกก.สภ.นาจะหลวย จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.เกษตร วิณวันก์ รองผกก.สส.สภ.พลับพลาชัย จว.บุรีรัมย์ เป็น รอง ผกก.สส.สภ.ขามทะเลสอ จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.คมสัน สายโคกกลาง รอง ผกก.ป.สภ.นํ้ายืน จว.อุบลราชธานี เป็น รองผกก.ป.สภ.ค้อวัง จว.ยโสธร

พ.ต.ท.คำนวณ บ่ายกระโทก รอง ผกก.ป.สภ.นางรอง จว.บุรีรัมย์ เป็น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสุรินทร์

พ.ต.ท.จิตตกรณ์ ผดุงฤกษ์ รอง ผกก.ป.สภ.ปรางค์กู่ จว.ศรีสะเกษ เป็นรอง ผกก.ป.สภ.ครบุรี จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.จุมพล สุวนาม รอง ผกก.ป.สภ.บุณฑริก จว.อุบลราชธานี เป็น รองผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.ชยกร นพกุลจิรา รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยาง จว.นครราชสีมา เป็นรอง ผกก.ป.สภ.ปะคำ จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.ภ.3 เป็น รองผกก.ป.สภ.กาบเชิง จว.สุรินทร์

พ.ต.ท.ญาณพงศ์ อุบลบาน รอง ผกก.ป.สภ.รัตนบุรี จว.สุรินทร์ เป็นรองผกก.ป.สภ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ

พ.ต.ท.ฐเสฏฐ์ ธานัททิพพ์ รอง ผกก.สส.สภ.นํ้าปลีก จว.อำนาจเจริญ รองผกก.สส.สภ.พิบูลมังสาหาร จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.เดชประเสริฐ อัจฉริยวิศรุต รอง ผกก.ป.สภ.เบญจลักษ์ จว.ศรีสะเกษ เป็นรองผกก.ป.สภ.คูเมือง จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.ถึงพร ปานทอง รอง ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.3 เป็น รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.ธนะวุฒิ หัสวาที รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสุรินทร์ เป็นรอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครราชสีมา

พ.ต.ท.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา เป็นรอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3

พ.ต.ท.ธีรพล ยมนารอง ผกก.จร.สภ.เมืองบุรีรัมย์ เป็น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอำนาจเจริญ

พ.ต.ท.ธีระพงษ์ อู๊ดเจริญ รอง ผกก.ป.สภ.ม่วงสามสิบ จว.อุบลราชธานี เป็นรอง ผกก.ป.สภ.โนนไทย จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.นครินทร์ งามศรีขำ รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นรอง ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.3

พ.ต.ท.นารายณ์ เขียวชะอุ่ม รอง ผกก..สภ.บ้านเขว้า จว.ชัยภูมิ เป็น รอง ผกก..สภ.ละหานทราย จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.นิพนธ์ อินทรกำแหง รอง ผกก.จร.สภ.เมืองสุรินทร์ เป็น รอง ผกก.ป.สภ.ม่วงสามสิบ จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.นิรันดร์ แก้วอินรอง ผกก.ป.สภ.คง จว.นครราชสีมา เป็น รองผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3

พ.ต.ท.ประกอบ ชัยปิดตะคุ รอง ผกก.ป.สภ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ เป็นรองผกก.ป.สภ.เมืองยาง จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.พรเทพ เพ็ชรรักษ์ รอง ผกก.ป.สภ.สำโรงทาบ จว.สุรินทร์ เป็น รอง ผกก.ป.สภ.อุทุมพรพิสัย จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.พัลลภ มณีนาค รองผกก.ป.สภ.นํ้าเกลี้ยง จว.ศรีสะเกษ เป็น รอง ผกก.ป.สภ.คง จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.พุทธรักษ์ อารยะรังษี รอง ผกก.ป.สภ.โนนคูณ จว.ศรีสะเกษ เป็น รองผกก.ป.สภ.แก้งสนามนาง จว.นครราชสีมา

พ.ต.ท.มังกรพงษ์ นิยะกูล พงส.(สบ 3) สภ.จักราช จว.นครราชสีมา เป็นรอง ผกก.สส.สภ.พุทไธสง จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.วัฒนกิจ เฉลาประโคน รอง ผกก.ป.สภ.วารินชําราบ จว.อุบลราชธานี รอง ผกก.ป.สภ.ศิลาลาด จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.วันรบ สมศักดิ์ รอง ผกก.ป.สภ.ค้อวัง จว.ยโสธร เป็นรอง ผกก.ป.สภ.นํ้ายืน จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.วิทยา พงษ์ไพบูลย์ รอง ผกก.ป.สภ.ครบุรี จว.นครราชสีมา เป็น รองผกก.ป.สภ.ประโคนชัย จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.สมเด็จ จูฑะพันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.คูเมือง จว.บุรีรัมย์ เป็น สวญ.สภ.สะเดา จว.สุรินทร์

พ.ต.ท.สมบูรณ์ คะเรรัมย์ รอง ผกก.ป.สภ.ไพรบึง จว.ศรีสะเกษ เป็น รองผกก.ป.สภ.หนองหงส์ จว.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ หัสรังษี รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 เป็น สวญ.สภ.เพี้ยราม จว.สุรินทร์

พ.ต.ท.สุพจน์ จงอุตส่าห์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอํานาจเจริญ เป็น รอง ผกก.จร.สภ.เมืองอุบลราชธานี

พ.ต.ต.สุริยา พิทูรย์ รอง ผกก.ป.สภ.กันทรารมย์ จว.ศรีสะเกษ เป็น สวญ.สภ.นาโพธิ์ จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.สุริยา ทิพย์รักษา รอง ผกก.ป.สภ.อุทุมพรพิสัย จว.ศรีสะเกษ เป็นรอง ผกก.ป.สภ.สำโรงทาบ จว.สุรินทร์

พ.ต.ท.สุวรรณ โพธิ์ศรี รอง ผกก.ป.สภ.พิบูลมังสาหาร จว.อุบลราชธานี เป็น รอง ผกก.ป.สภ.นํ้าเกลี้ยง จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.อดุลย์ ชัยประสิทธิกุล รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็น รองผกก.ป.สภ.ปรางค์กู่ จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.อดุลย์ สุรำไร รอง ผกก.ป.สภ.เดชอุดม จว.อุบลราชธานี เป็น รอง ผกก.ป.สภ.กันทรารมย์ จว.ศรีสะเกษ

พ.ต.ท.อาทิพย์ ซะมดโอน รองผกก.สภ.โชคชัย จว.นครราชสีมา เป็น รองผกก.จร.สภ.เมืองบุรีรัมย์

พ.ต.ท.อิทธิกร จิรัตนานนท์ รอง ผกก.ป.สภ.ศรีเมืองใหม่ จว.อุบลราชธานี เป็นรอง ผกก.ป.สภ.บ้านเป้า จว.ชัยภูมิ

พ.ต.ท.อิทธิ นพบัวเผื่อน พงส.(สบ 3)สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา เป็น รองผกก.สส.สภ.นํ้าปลีก จว.อำนาจเจริญ

พ.ต.ท.หญิง ปาริชาติ สุประดิษฐ์ รองผกก.ฝอ.ภ.จว.ศรีสะเกษ เป็น รองผกก.ฝอ.8 บก.อก.ภ.3

พ.ต.ท.ชาติชาย น้อยศรี สว.สภ.บ้านเพชร จว.ชัยภูมิ เป็น รองผกก.ป.สภ.เกษตรสมบูรณ์ จว.ชัยภูมิ

พ.ต.ท.ฐิติภัทร อุณเวทย์วาณิช สวป.สภ.เมืองอุบลราชธานี เป็นรอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุบลราชธานี

พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ พัดทอง สวป.สภ.โพธิ์ไทร จว.อุบลราชธานี เป็นรอง ผกก.ป.สภ.สิรินธร จว.อุบลราชธานี

พ.ต.ท.ทวนทอง นารินทร์ สวป.สภ.เบญจลักษ์ จว.ศรีสะเกษ เป็นรอง ผกก.ป.สภ.โนนคูณ จว.ศรีสะเกษ
Read more ...

โผตำรวจ

21/3/55
โดย วงค์ ตาวัน ข่าวสด เมื่อ 20 มี.ค.2555

ระยะนี้ผลงานตำรวจไทยยุคร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ กำลังเดินหน้าเรื่องยาเสพติดอย่างได้ผล มีผลงานจับกุมยาบ้า ยาไอซ์ ล็อตใหญ่ๆ ถี่ยิบ

ปราบกันตั้งแต่ภาคเหนือ มาจนถึงในโรงพยาบาล

เล่นฉกเอายาแก้หวัดแก้แพ้ ส่งไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้ากันเป็นว่าเล่น เริ่มตรวจพบในโรงพยาบาลหลายแห่ง

เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข และหยุดยั้งให้ได้

ที่แน่ๆ ปฏิบัติการปราบยาเสพติดของตำรวจยุคนี้ เป็นผลงานที่เชิดหน้าชูตาให้กับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

เป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรัฐบาลยุคก่อน!

พร้อมๆ กันระยะนี้ เป็นช่วงจัดทำโผโยกย้ายระดับรองผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร ทั่วประเทศพอดี

ด้านหนึ่งผลงานปราบยาเสพติด จะเป็นคะแนนช่วยให้ได้รับการพิจารณาเลื่อนชั้นได้เป็นอย่างดี

อีกด้านหนึ่งเครดิตของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จากผลงานด้านนี้

ช่วยให้สถานะของผบ.ตร.เข้มแข็งขึ้น ในการกุมดาบอาญาสิทธิ์พิจารณาบัญชีโยกย้าย

กระบวนการจัดทำโผในขณะนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่า อยู่ในระบบปกติขององค์กรตำรวจ

ทำโผกันที่ตึกสำนักงานกำลังพล อาคาร 19 ส่วนชั้น 7 ของตึกไหน ไม่เกี่ยวทั้งสิ้น!!

แน่นอนว่า ฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ย่อมต้องมีการสนับสนุนหรือช่วยป้อนข้อมูลในการแต่งตั้งโยกย้าย

ตั๋วการเมืองย่อมต้องมี

ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ย่อมรู้เห็นการประพฤติปฏิบัติของตำรวจในแต่ละโรงพัก ย่อมมีตั๋วมาเชียร์มาหนุนหรือมาเสนอให้เชือดให้เด้งเป็นเรื่องปกติ

แต่การเมืองจะสนับสนุนใคร ก็ต้องส่งมาผสมผสานกับบัญชีขององค์กรตำรวจตามขั้นตอน สุดท้ายต้องขึ้นกับการพิจารณาของผู้บัญชาการแต่ละหน่วย ซึ่งจะต้องเป็นผู้ออกคำสั่งโยกย้ายของแต่ละกองบัญชาการ
ข่าวที่ว่าขัดกันหนัก ต่างขั้วต่างทำบัญชี ยังเป็นแค่เรื่องที่พูดๆ กันไป

ที่สำคัญต้องรู้ว่าผบ.ตร.คนนี้ ชื่อชั้นวงศ์ตระกูลไม่ธรรมดา

ความสัมพันธ์กับแกนนำของพรรครัฐบาลเป็นไปอย่างแนบแน่น

การจัดทำโผจึงน่าจะประสานกันได้อย่างราบรื่น

ถูกแล้วที่ต้องให้องค์กรตำรวจเป็นหลักในการจัดทัพจัดแถว ฝ่ายการเมืองก็ผสมผสานตามสมควรอย่างลงตัว

สุดท้ายเมื่อเซ็นคำสั่งแต่งตั้งออกมาจะได้ไร้ข้อครหา!
Read more ...

เริ่มแต่งตั้ง "รองผบก.-สว." ลิสต์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ "นครบาล" เช็กกระแสจองเก้าอี้เด็ก"รบ."พรึบ!!

19/3/55
โดยมติชน เมื่อ 18 มี.ค.2555

หลัง "บิ๊กอ๊อบ" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป่า นกหวีดเดินหน้า จัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ผู้กำกับการ (ผกก.) รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) และสารวัตร (สว.) ในวาระแต่งตั้ง โยกย้ายตุลาคม 2554 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา

โดยคำสั่งแต่งตั้ง "รอง ผบก.-สว." มีกำหนดคลอด วันที่ 29 มีนาคม 2555 และให้มีผลบังคับใช้วันที่ 2 เมษายน 2555

จะ เรียกว่าเป็นครั้งแรกของการแต่งตั้งระดับ "รอง ผบก.-สว." ในยุครัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ ยุคสลับขั้วอำนาจจาก "พรรคประชาธิปัตย์" มาเป็น "พรรคเพื่อไทย" ก็ไม่ผิด

ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจทุก ครั้ง พื้นที่ที่ถูกจับตาหนีไม่พ้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ควบคุมดูแลเมืองหลวง "กรุงเทพมหานคร" ทำเลที่บรรดานักวิ่งต่างหมายปอง เมื่อลั่นกลอง (รบ) เมื่อใด ใคร "ขาลอย" อาจถูกแซะ ถูกเตะโด่งโดย ไม่รู้ตัว ซึ่งการแต่งตั้ง "รอง ผบก.-สว." ระลอกนี้ นับ เป็นครั้งแรกของในยุค ผบช.น. ชื่อ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ด้วยเช่นกัน

ปฏิทินจัดทำบัญชีแต่งตั้ง โยกย้าย "รอง ผบก.-สว." ในส่วนของ บช.น. ซึ่งไม่ได้สังกัด สง.ผบ.ตร. มีดังนี้ พล.ต.ท.วินัย มีคำสั่งให้กองบังคับการ (บก.) ในสังกัด บช.น. ประชุมพิจารณาจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม และ ส่งข้อมูลมาให้ บช.น.ในวันที่ 14 มีนาคม

จากนั้น วันที่ 16 มีนาคม ให้ บช.น.โดยคณะกรรมการคัดเลือกหรือบอร์ดกลั่นกรอง มีรอง ผบช.น. อาวุโสอันดับ 1 นั่งหัวโต๊ะ ซึ่งในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ มี พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ เป็นประธาน คณะกรรมการกลั่นกรอง เรียกประชุมพิจารณาจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมและส่งข้อมูลให้ พล.ต.ท.วินัย ผบช.น.

วันที่ 17-18 มีนาคม พล.ต.ท.วินัยจัดทำเอกสารบัญชีแต่งตั้ง และวันที่ 20 มีนาคม ส่งรายชื่อในส่วน ที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี (ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน ไม่ครบ 2 ปี) พร้อมหนังสือชี้แจงเหตุผล เสนอให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ผบ.ตร.พิจารณาเห็นชอบ โดยผลการพิจารณาจะส่งกลับมาให้ ผบช.น. เพื่อให้ประชุม คัดเลือกในวันที่ 26 มีนาคม ก่อนถึงกำหนดคลอด คำสั่งลงนามโดย ผบช.น. ในวันที่ 29 มีนาคม

ลิสต์ตำแหน่งว่างใน "นครบาล" แบ่งเป็น รอง ผบก.ว่าง 9 ตำแหน่ง ผกก.ว่าง 11 ตำแหน่ง รอง ผกก.ว่าง 9 ตำแหน่ง ไม่รวมรอง ผกก.สส.ที่ว่างอีก 4 ตำแหน่ง ซึ่งอาจโยกพนักงานสอบสวน (สบ 3) มา นั่งแทน และ สว.ว่าง 29 ตำแหน่ง

โดย หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย กำหนดให้ผู้มีอาวุโสสูงสุด 33 เปอร์เซ็นต์ ได้เลื่อนตำแหน่งโดยอัตโนมัติ ดังนั้น จะทำให้มี ผกก.ที่ได้ขึ้น รอง ผบก. แบบออโต้ 3 ตำแหน่ง รอง ผกก.ขึ้น ผกก. แบบออโต้ 4 ตำแหน่ง สว.ขึ้น รอง ผกก.แบบออโต้ 3 ตำแหน่ง และรอง สว.ขึ้น สว. แบบออโต้ 10 ตำแหน่ง

สำหรับ รายชื่อ ผกก.อาวุโสติดโผขึ้น รอง ผบก. 3 ตำแหน่ง มี พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน. ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.ชาญ แก้วท่าไม้ ผกก.สน. บางขุนเทียน และ พ.ต.อ.สมศักดิ์ วิมานรัตน์ ผกก.สน. บางซื่อ

อย่างไรก็ตาม มีบางรายอายุราชการเหลือไม่กี่ปี จึงอาจขอเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผกก. กรณีนี้จึงเข้าข่ายขอยกเว้นหลักเกณฑ์ หากแต่ต้องมีเหตุผล ที่เหมาะสม เพื่อให้ ผบ.ตร.พิจารณาด้วย

ด้านตำแหน่ง รอง ผกก.อาวุโสสูงสุด 4 ลำดับแรก ขึ้นแท่น ผกก. ลอยลำ ดังนี้ พ.ต.ท.ถวัลย์ พวงเกษม รอง ผกก.สส.สน.บางกอกน้อย พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ รอง ผกก.สส.สน.บางมด พ.ต.ท.สมบัติ แก่นวิจิตร รอง ผกก.สส.สน.หลักสอง และ พ.ต.ท.กันตชัย เสมาภักดี รอง ผกก.สส.1 บก.สส.

ซึ่งในส่วน รอง ผกก.สส. ที่ว่างลง อาจหมุน พนักงานสอบสวน (สบ 3) มาทดแทนเช่นเดียวกับปีก่อน

ด้าน ตำแหน่ง สว.อาวุโสสูงสุด 3 ลำดับแรก เตรียมแต่งตัวขึ้นแท่น รอง ผกก. มี พ.ต.ท.ประโยชน์ เข็มแก้ว สวป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.เสถียร จอกทอง สว.จร.สน.หนองค้างพลู และ พ.ต.ท.ณรงค์ชัย น้อยศรี สว.จร.สน.บางนา

ขณะ ที่ตำแหน่ง สว. หากคิดคำนวณ 33 เปอร์ เซ็นต์จากที่ว่างลง 29 ตำแหน่ง จะเท่ากับมีรอง สว.อาวุโสสูงสุด 10 ตำแหน่ง ขึ้นแท่น สว.โดย อัตโนมัติ ประกอบด้วย ร.ต.อ.จิรายุ พ่วงหงส์ รอง สวป.สน.ชนะสงคราม ร.ต.อ.วิโรจน์ สาขากร รอง สว.จร.สน.พญาไท ร.ต.อ.ทศพล จันทรสูตร รอง สว.งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ร.ต.อ. ไพโรจน์ วานิชพงษ์พันธุ์ รอง สว.จร.สน.บุคคโล ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ หนุนภักดี รอง สวป.สน.ทองหล่อ

ร.ต.อ.ขวัญชัย แป้นมณฑา รอง สว.สส.สน.วัดพระยาไกร ร.ต.อ.อัฏฐวัฒน์ มหาเทียนธำรง รอง สว.งานอารักขาที่ 4 กก.อารักขา 2 บก.อคฝ. ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ อำรุงแคว้น รอง สวป.สน.ชนะสงคราม ร.ต.อ.สมบัติ เกตุกัปตัน รอง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจร วิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. และ ร.ต.อ.สุรชัย ปลื้มจิตต์ รอง สวป.สน.ปทุมวัน

ทั้งหมดเป็นบัญชีรายชื่อติดอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ หากแต่ที่ถูกจับตาคือในส่วนพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ การบริหารงาน ปกครองบังคับบัญชาและความประพฤติ 12 ประการ รวมทั้งผลการปฏิบัติงานและประวัติรับราชการ เหตุเพราะทุกตำแหน่งล้วนให้อำนาจผู้บังคับบัญชาตัดสินใจ

ทำให้การ แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกครั้ง พวกมีเส้นสายมักได้เปรียบ มีการวิ่งเต้น โยกย้าย วิ่งขอตั๋วการเมือง บิ๊กตำรวจ นักธุรกิจ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ขณะที่คนทำงานมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แต่ไม่วิ่งเต้น ไร้เส้นสาย อาจถูกมองข้าม!!

พลันที่เริ่มออกสตาร์ตมีกระแสและความเคลื่อนไหวจับจองเก้าอี้ใน บช.น. ดังนี้

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ นายเวร พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. คาดว่าอาจโยกมาจับจองเก้าอี้ ผกก.ดส.บช.น. แทนตำแหน่งของ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง สาย นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

ส่วนเก้าอี้ เบอร์ 1 ของ บช.น. อย่าง ผกก.สายตรวจ (191) บก.สปพ. ที่เดิมมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ครองอยู่ แม้จะมีข่าวว่า พ.ต.อ.วิวัฒน์เคยสนิทกับขั้วอำนาจเก่า และดูเหมือนงวดนี้ พ.ต.อ.วิวัฒน์จะพยายามยึดเก้าอี้เอาไว้ หากแต่ตำแหน่งนี้ประมาทไม่ได้เพราะมีคนจ้องตาเป็นมัน และยังไม่มีอะไรแน่นอน

มา ถึงเก้าอี้ สว.งานสายตรวจ ที่ งวดนี้ พ.ต.ท. วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร สว.งานสายตรวจ 1 (คุม บก.1-2-3) เตรียมแต่งตัวขึ้น รอง ผกก.หลังครองเก้าอี้มานาน 4 ปี โดยมีข่าวว่า พ.ต.ท.พีรวัส ประสาทกลาง สว.สส.สน.บางนา สาย "เจ๊แดง" เป็นตัวเต็ง ขับเคี่ยว กับ พ.ต.ต.พรเทพ ชุมแสง ผบ.ร้อย ตชด.344 "นรต.55" สาย "ยุทธ ตู้เย็น" ก็มีชื่อขอมาเช่นกัน

ด้าน สว.งานสายตรวจ 2 (คุม บก.4-5-6) พ.ต.ท. ดวงโชติ สุวรรณจรัส นรต.55 "เขย" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. อยู่มา 3 ปี ต้อง "วัดกำลัง" กับ พ.ต.ท.ขวัญชัย บุญเพ็ชร สวป.สน.ลาดพร้าว สาย "นายกฯหญิง" ส่วน พ.ต.ต.สมชาย แจ้งธรรมมา สว.งานสายตรวจ 3 ดูแลฝั่งธนฯ (คุม บก.น.7-8-9) คนสนิทอดีตนายกฯมาร์ค งวดนี้มีโอกาสปิ๋วสูง โดยมี พ.ต.ท.นฤดล พุ่มพวง สว.สส.สน.บางนา "สายนายกฯหญิง" เสียบแทน แต่ก็ยังมีชื่อ พ.ต.ต.พัดธงทิว ดามาพงศ์ สว.ฝอ.บก.ทล. สอดแทรก แต่อีกทางคนสกุล "ดามาพงศ์" อาจโยกไป สว.ทท.พัทยา

ส่วนตำแหน่ง "ผกก.กองสืบ" แว่วว่ามีการเปลี่ยนแทบยกแผงเนื่องจากเป็นตำแหน่งสำคัญ ที่เหลือหลุดรอดน่าจะเป็น พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส. บก.น.1 และ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส. บก.น.4 เพราะ ผบช.น.เรียกใช้งานตลอด

อีกราย ที่ต้องจับตา พ.ต.อ.ปิยะวัชร์ บุญยืนอนนต์ ผกก.สส.บก.น.7 สาย "เจ๊หน่อย" อาจได้ดีขยับมาดูแลจุดยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเป็น ผกก.สส.บก.น.5 ส่วน พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอาง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. สาย "สารวัตรเฉลิม" อาจโยกมาดูฝั่งธนฯเป็น ผกก.สส. บก.น.9

นอกจากนี้ยังมีชื่อ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3 หรือชื่อเดิม "ชัดชัย" นายตำรวจคนคุ้นเคย "ผบช.น." ก็มีชื่อข้ามห้วยมารับตำแหน่ง "ผกก.กองสืบ" เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มออกสตาร์ต คงต้องจับตาดูว่าม้าตีนต้นจะแผ่วปลายหรือไม่ ใครจะแรงดีไม่มีตกได้แรงหนุนจากฝ่ายการเมืองเข้าเส้นชัยม้วนเดียวจบ หรือจะมีม้าแรงดีพ่วงด้วย จ๊อกกี้ฝีมือดีควบตัดหน้าเข้าวิน!!
Read more ...

ชำแหละ"บัญชีผี"คนนอกบนชั้น 7 ที่สีกากีนักวิ่งทุกสายมุ่งหา

28/2/55
โดยเหยี่ยวถลาลม นสพ.มติชน เมื่อ 28 ก.พ.2555

คนนอก

กล่าวโดยหลักการ การจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อที่จะแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการที่ยังคงค้างอยู่ล้วนเป็น "อำนาจ" ของผู้บัญชาการ

ผู้บังคับบัญชาโดยตรงควรมี "อำนาจ" ในการให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชา

นี่เป็นหลักการกระจายอำนาจ

ใช้งานใครมีประสิทธิภาพก็ให้คุณคนนั้น

ที่ใช้การไม่ได้ เข็นไม่ไป หรือสร้างปัญหาให้กับหน่วยงาน ย่อมไม่มีคุณ

การแต่งตั้งหรือโยกย้ายเป็นการให้คุณให้โทษชนิดหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ "ผู้บังคับบัญชา" หรือหัวหน้าหน่วยจึงควรเป็นผู้ให้คุณ และโทษ

ในระดับกองบัญชาการ กฎหมายให้อำนาจ "ผู้บัญชาการ" ผู้จัดทำบัญชีรายชื่อ

จากนั้นใช้บอร์ดของกองบัญชาการ ตรวจสอบ ถกเถียง กลั่นกรอง ก่อนที่ลงนาม

คำพูด หรือคำสั่งของผู้บัญชาการจึงจะมีน้ำหนัก

ความเป็นผู้บัญชาการจึงจะมีความหมาย

แต่สถานการณ์ที่เป็นจริงทุกวันนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่

สถานะของผู้บัญชาการราวหัวหลักหัวตอ !

แค่สารวัตรยังมองข้ามหัวผู้บัญชาการ

เมื่อ "ผู้บัญชาการ" ไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายก็คล้ายยักษ์ไม่มีกระบอง

ใครจะฟังผู้บัญชาการ !?

การจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายขณะนี้ทำกัน 2 บัญชี

หนึ่ง เรียกว่า บัญชีตำรวจ

อีกหนึ่ง ตำรวจเขาเรียกว่า "บัญชีผี"

ผู้จัดทำบัญชีผีไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา

ไม่ใช่ตำรวจ

เป็น "คนนอก" แต่สามารถจิกหัวเรียกตำรวจมาซักไซ้ไล่เรียง

ใครจะอยู่ใครจะไป บันดาลได้

บัญชีผีกำลังขลังกว่าบัญชีนาย !

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่กำลังจะมาถึงมีแนวโน้มว่าเละเทะ

คนใช้งานไม่ได้แต่งตั้ง

คนที่แต่งตั้งไม่ใช่นาย

ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้าไปหา "คนนอก"

คนนอกปะปนกับคนในอยู่บนชั้น 7 อาคารแห่งหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

"คนนอก" มีอิทธิพลคุกคามกระทั่งตำรวจจำนวนหนึ่งสยบยอม

บัญชีผีของคนนอกจึงมาแรง

แรงกว่าบัญชีกองบัญชาการ แรงกว่าบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เช่นนี้แล้ว ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช.ต่างๆ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน !?!!
Read more ...

หยุดแทรกแซงผบ.ตร.

15/2/55
โดยข่าวสด เมื่อ 15 ก.พ.2555

วงค์ ตาวัน

อย่างที่เคยว่าเอาไว้นั่นแหละ จะสำรวจกี่โพลก็ตาม คะแนนนิยมของรัฐบาลปูที่พุ่งลิ่ว มาจากผลงานด้านการปราบปรามยาเสพติดเป็นสำคัญ ถูกอกถูกใจชาวบ้านมากที่สุด

เพราะเป็นภัยคุกคามที่เข้าถึงแทบทุกครัวเรือน

แล้วที่อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ชี้ปัญหาตรงที่สุดคือ การแก้ปัญหาไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้ยาเสพติดหวนกลับมา

โดยไม่ยอมพูดให้ชัดว่า ไปขาดตอนในช่วงรัฐบาลไหน

แต่เอาเป็นว่าพอรัฐบาลเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ด้วยมือของประชาชนกว่า 15 ล้านเสียง ก็ลงมือทำตามที่สัญญาเอาไว้ทันที

วางนโยบายหลักให้ตำรวจเร่งปราบยาเสพติด

ใครที่เลือกพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาเป็นผบ.ตร. ถือว่าถูกต้องที่สุด!

ด้วยความเชี่ยวชำนาญเป็นการเฉพาะ เอาจริงเอาจัง และมือสะอาด

ผลงานแค่ 4 เดือน แม้จะยังไม่ถอนรากถอนโคน แต่คืบหน้าไปชัดเจน จนชาวบ้านพอใจและแสดงผ่านโพล

นี่กำลังจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับรองผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร ประจำปี ที่ยืดเยื้อมาจากปลายปีที่แล้ว

เป็นกลไกระดับปฏิบัติที่สำคัญ เป็นหน่วยหน้าหน่วยงานในระดับโรงพัก

รัฐบาลจะได้หน้าได้ตาด้านงานปราบยาเสพติดเพิ่มขึ้น ถ้าหากการโยกย้ายระดับนี้ สนองผบ.ตร.ได้ดี!

หมายความว่า นายกฯ ปูจะต้องเปิดไฟเขียวให้รองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง และผบ.ตร.เพรียวพันธ์

มีอำนาจเต็มในการพิจารณาคัดสรรมือทำงานระดับพ.ต.อ.-พ.ต.ต.

อย่าปล่อยให้มือมืดทางการเมืองเข้ามาแทรก ซึ่งแทรกมาแล้วในตอนแต่งตั้งระดับนายพล จนทำให้บัญชีดูไม่ดีในบางส่วนบางระดับ

นายกฯ ปูจะหารือกับอดีตนายกฯ ทักษิณในฐานะอดีตตำรวจเก่าผู้เชี่ยวชาญกิจการด้านนี้ก็ได้

เน้นย้ำกันเลยว่าอย่าใจอ่อนปล่อยให้ใครที่ไม่เกี่ยวกับงานตำรวจมาออดอ้อนเข้ามาแทรกแซงโผ!!

เหมือนกับที่แทรกแซงส่ง

ตัวประหลาด

ปีนตึกมาอยู่ที่ชั้น 7

รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไปได้สวยกว่านี้

ถ้ามีเฉพาะนักการเมืองที่รับผิดชอบสายงาน มีเฉพาะผู้นำตำรวจ ที่มีอำนาจเต็มในการบริหาร

เอากันให้ชัดเลยว่า ห้ามการเมืองนอกสายเข้ามายุ่งโผที่กำลังจะทำ

พร้อมกับที่ชั้น 7 ต้องเร่งไล่จับตัวประหลาดส่งกลับไปอยู่เขาดิน!
Read more ...

เพรียวพันธ์แต่งตั้ง "กานต์ เทียนแก้ว" ผงาดนายเวรพงศพัศ

9/2/55
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 8 ก.พ.2555

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. 

ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 2 นายในตำแหน่ง นายเวร สบ 4 และ ผช.นว.สบ 3 เพื่อติดตาม 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายบริหาร 

โดยมีการแต่งตั้ง 

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.หนองบัวลำภู เลื่อนตำแหน่งเป็น นว.สบ 4 แทน พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ที่โยกกลับไปเป็น ผกก. ในกองบัญชาการสันติบาล และ 

พ.ต.ท.วทัญญู วัชรผโลทัย สว.(ร้อยเอ็ด) กก. 2 บก.ส. 1 เป็น ผช.นว. แทน พ.ต.ท.(หญิง) ศุภาวีร์ สิริธีรศานต์ ที่โยกไปเป็นรอง ผกก. ฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ด่านตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บช.สตม. 

โดยในคำสั่งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เสนอเหตุผลในเรื่องของการบริหารราชการ ไปยังผบ.ตร. ว่าต้องการแต่งตั้งนายเวรมาช่วยปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว. ก.ตร. ได้ยืดเวลาไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม ทำให้ไม่มีตำรวจปฎิบัติหน้าที่

ซึ่งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เห็นด้วย และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้ลงนามคำสั่งวันที่ 7 ก.พ. และมีผลทันทีในวันที่ 8 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ พ.ต.ท.กานต์ เป็น นรต. 37 ได้ลาออกไปเล่นการเมืองโดยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน และเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชาชน รวมถึงเป็นแกนนำเคลื่อนไหวการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงใน จ.ลำปาง และมีความสนิทสนม พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าสุดตร. ได้รับกลับเข้าราชการตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ในตำแหน่ง รอง ผกก.ป. สภ.เมืองหนองบัวลำภู 

และในการแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ขยับขึ้น ผกก. ด้าน พ.ต.ท.วทัญญู อดีตเคยเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และล่าสุดเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ทำอย่างเงียบ ๆ บรรดานายตำรวจบางนายก็ยังไม่ทราบมาก่อน สร้างข้อกังขาให้กับนายตำรวจระดับสูง และนายตำรวจระดับ รองผบก.-สว. ที่ต่างรอการแต่งตั้งที่จะทำในอีกไม่กี่สัปดาห์ 

 ซึ่งที่ผ่านมาการแต่งตั้งนายเวร รองผบ.ตร. นิยมดำเนินการพร้อมกับการแต่งตั้งระดับรองผบก.–สว. ทุกครั้ง และธรรมเนียมปฏิบัติก็จะให้นายเวรเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบแทนให้กับพวกพ้องหรือไม่.
Read more ...

เพรียวพันธ์ แต่งตั้งนายเวร - ผู้ช่วยนายเวร ให้ พงศพัศ นำร่องวาระประจำปี

9/2/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 8 ก.พ.2555

"เพรียวพันธ์"ลงนามตั้ง "พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว" อดีตสส.ระบบบัญชีรายชื่อและผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน แกนนำเสื้อแดงจ.ลำปางกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งนายเวร(สบ4)ทำหน้าที่ติดตามพล.ต.อ.พงศพัศ

พ่วงด้วย พ.ต.ท.วทัญญู วัชรผโลทัย" อดีต ตร.ชุดรักษาความปลอดภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกลับเข้ารับราชการเช่นกัน

สร้างความกังขาให้กับบรรดานายตำรวจระดับสูง เนื่องจากมีการดำเนินการกันอย่างเงียบๆ ทำให้ต่างมองว่าเป็นการตอบแทนกันทางการเมืองและถือไม่ใช่เรื่องปกติที่ปฏิบัติกัน

วันนี้(8 ก.พ.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 2 นายในตำแหน่ง นายเวร (สบ 4)เทียบเท่าผกก.และ ผู้ช่วยนายเวร(สบ3) เทียบเท่ารองผกก. ทำหน้าที่ติดตาม 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ฝ่ายบริหาร 

โดยในคำสั่งดังกล่าวได้แต่งตั้ง 

1. พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองผกก.ป.สภ.เมืองหนองบัวลำภู เป็น นายเวร(สบ 4) 

แทน พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ที่โยกกลับไปเป็น ผกก.ใน กองบัญชาการสันติบาล และ 

2. พ.ต.ท.วทัญญู วัชรผโลทัย สว.(ร้อยเอ็ด) กก. 2 บก.ส. 1 เป็น ผู้ช่วยนายเวร(สบ3) แทน พ.ต.ท.หญิง ศุภาวีร์ สิริธีรศานต์ ที่โยกไปเป็น รองผกก. ฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ด่านตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บช.สตม. 

โดยในคำสั่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. เป็นต้นไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศได้เสนอเหตุผลในเรื่องของการบริหารราชการ ไปยังพล.ต.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ว่าต้องการแต่งตั้งนายเวรมาช่วยปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจาก การแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว. ก.ตร. ได้ยืดเวลาไปถึงสิ้นเดือนมี.ค. 

ทำให้ไม่มีตำรวจปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เห็นด้วย โดยตามกฎหมาย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ลงนามคำสั่งวันที่ 7 ก.พ. และมีผลทันทีวันที่ 8 ก.พ.

สำหรับ 

พ.ต.ท.กานต์ เป็น นรต. รุ่น 37 และได้ลาออกไปลงเล่นการเมืองโดยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน และต่อมาได้รับเลือกเป็นสส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นแกนนำเสื้อแดงจ.ลำปาง และมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยล่าสุดตร.เพิ่งอนุมัติให้รับกลับเข้าราชการตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ในตำแหน่ง รองผกก.ป. สภ.เมืองหนองบัวลำภู และในการแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ขึ้นตำแหนง่เทียบเท่า ผกก.

ด้าน 

พ.ต.ท. วทัญญู เป็น นรต. รุ่น 49 อดีตเคยเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าสุดยังเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแต่งตั้งนายตำรวจทั้ง 2 นาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในหมู่นายตำรวจระดับสูง เนื่องจากมีการดำเนินการอย่างเงียบ ๆ นายตำรวจระดับสูงบางนายก็ยังไม่ทราบมาก่อน สร้างข้อกังขาให้กับนายตำรวจระดับสูง และนายตำรวจระดับ รองผบก.-สว. ที่ต่างรอการแต่งตั้งที่จะทำในอีกไม่กี่สัปดาห์ 

ซึ่งที่ผ่านมา การแต่งตั้งนายเวร รองผบ.ตร. จะทำพร้อมกับการแต่งตั้งระดับรองผบก. –สว. ทุกครั้ง และธรรมเนียมปฏิบัติก็จะใช้นายเวรเดิมไปก่อน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบแทนกันทางการเมือง และถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติที่ปฏิบัติกัน
Read more ...

โผนายพลเล็กจบ เด้ง 'น้องเนวิน' ผบก.ป. ยังคนเดิม

23/12/54
โดยไทยรัฐ เมื่อ 23 ธ.ค.2554

โผนายพลสีกากีสรุปล้างบางขั้วอำนาจเก่าโกสินทร์รองผบช.ก.

โผนายพลสีกากีระดับ รอง ผบช.-ผบก.ลงตัว พิษการเมืองขั้วสลับเก้าอี้กันกระจาย นครบาลล้างกราวรูดตามคาด “อำนวย-กรีรินทร์-อิทธิพล-เอื้อพงศ์” ออกนอกหน่วย เปิดตำแหน่ง รอง ผบช.น.ให้ “นเรศ-มานิตย์-พิสิฎฐ์-เมธี” เสียบแทน ผบก.น.1-9 เปลี่ยนใหม่หมด “พชร บุญญสิทธิ์” คุมพื้นที่นครบาล 1 “ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์” ยังแรงเก้าอี้ 191 “โกสินทร์ หินเธาว์” กลับมานั่ง รอง ผบช.ก. “พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์” นายเวรเก่า “ประชา พรหมนอก” ผงาด บช.ภ.7 ส่วน “ผู้การกองปราบ” ยังคงอยู่ที่เดิม ขณะที่สายอำนาจเก่าตบแถวพาเหรดเข้ากรุระนาว เด้ง “น้องเนวิน” เป็นอำนวยการจเรตำรวจ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 22 ธ.ค.

พล.ต.ท.วิบูลย์ ปรองดอง ผบช.ก.ตร.

มีหนังสือเวียนนัดประชุม ก.ตร.นัดพิเศษในวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. ทำหน้าที่ ประธานประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก.ที่บิ๊กตำรวจหลายนายใจจดใจจ่อลุ้นระทึกกันนับเดือน หลังเจอสภาวะวิกฤติอุทกภัยจนต้องเลื่อนพิจารณามาเกือบจะข้ามปี

สำหรับตำแหน่งสำคัญที่คาดว่าจะมีการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของนครบาลนั้น บัญชีรายชื่อเริ่มลงตัวหมดแล้ว มี 

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ขยับเป็น รอง ผบช.น. 

พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ รอง ผบช.ปส. นายเวรเก่า พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. ข้ามเป็น รอง ผบช.น. 

พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จ.อ่างทอง มือทำงานของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. คืนถิ่นผงาดเป็น รอง ผบช.น. 

พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.สสท. อดีต ผบก.น.1 ที่ตกเป็น “จำเลย” คดีม็อบเสื้อเหลือง เป็น รอง ผบช.น. 

พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 32 เพื่อนสนิท พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เป็น รอง ผบช.น. 

พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 เป็น ผบก.น.1 

พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ประจำ บช.น. เป็น ผบก.น.2 

พล.ต.ต.สุธีร์ เณรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น.3 

พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.บช.ศชต. เป็น ผบก.น.4 

พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.6 เป็น ผบก.น.5 

พ.ต.อ.วัลลภ ปทุมเมือง รอง ผบก.น.9 ขยับขึ้นเป็น ผบก.น.6 

พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก. บช.ส. มือสอบสวนศิษย์เอก พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เป็น ผบก.น.7 

พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 สายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า เป็น ผบก.น.8 

พ.ต.อ.รัษฎากร ยิ่งยง รอง ผบก.วจ.ขึ้นเป็น ผบก.น.9 

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.น.9 เป็น ผบก.ประจำ บช.น. 

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 สายตรง พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. ผงาดนั่งเป็น ผบก.สปพ.คุมหน่วย 191

ส่วนกลุ่มที่ถูกพิษการเมืองเปลี่ยนขั้วเด้งกันระนาว อาทิ 

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มือสอบสวนคดี นปช.ทีมงานของ ศอฉ.ถูกโยกข้ามห้วย เป็น รอง ผบช.ศ. 

พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. ถูกโยกเป็น รอง ผบช.สตส. 

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. เป็น รอง ผบช.ประจำ ตร. (ทนท.ยุทธศาสตร์) 

พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. โยกเป็น รอง จตร. (สบ 7) 

พล.ต.ต.เรวัต กลิ่นเกษร รอง ผบช.ภ.7 เป็น รอง จตร.(สบ 7) 

พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ภ.5 สายตรง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯเด้งเข้ากรุ เป็น รอง จตร. (สบ 7) 

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รอง ผบช.ภ.8 สายตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็น รอง ผบช.ประจำ ตร.(ทนท.ยุทธศาสตร์) เช่นเดียวกับ 

พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท รอง ผบช.ภ.8 เป็น รอง จตร. (สบ 7) 

พล.ต.ต. วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สตม. หน้าห้อง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี เป็น รอง ผบช.สกพ.


พล.ต.ต.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผบก.ตม.1 น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็น ผบก. อก.จต. 

พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จ.เชียงราย เป็น ผบก.สบส. 

พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 คนสนิทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกเด้งเข้ากรุ เป็น ผบก.กต.1 จต. 

พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.ภ.จ.กระบี่ เป็น ผบก.กต.6 จต. 

พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เป็น ผบก.ส่วนตรวจสอบสำนวนคดีอุทธรณ์และฎีกา 

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 เป็น ผบก.กต.6 จต. 

พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. อดีตนายตำรวจติดตามนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็น ผบก.กต.9 จต. 

พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบก.น.8 เป็น ผบก.กต.10 จต. 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. เป็น ผบก.สท. 

พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ผบก.น.3 สายตรงนายสุเทพ โยกเป็น ผบก.บช.ปส. 

พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะริยะ ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สายตรงขั้วอำนาจเก่า เป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.7

นอกจากนี้ยังมี 

พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ภ. 9 สายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า กลับมาเป็น รอง ผบช.ก. 

พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช รอง ผบช.ภ. 7 นรต. 31 เพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. เป็นรอง ผบช.ก. 

พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รอง ผบช.น. เป็นรอง ผบช.ก. 

พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.สกพ. เป็นรอง ผบช.ก. 

พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.ภ. 5 กลับถิ่นเก่าเป็นรอง ผบช.ภ. 1 

พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.จต. ลูกชาย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีต อ.ตร. ขึ้นเป็นรอง จตร. (สบ 7) 

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบก.ปคม. เป็นรอง จตร. (สบ 7) 

พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ เลขานุการตำรวจแห่งชาติ เป็นรอง ผบช.ส. 

พล.ต.ต.อนันต์ โตสงวน ผบก.วจ. เป็นรอง จตร. (สบ 7) 

พล.ต.ต.วิชัย รัตนยศ ผบก.คด. มือสอบสวน ขยับเป็นรอง ผบช.กมส. 

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม. 5 สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. เป็นรอง ผบช.ก. 

พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ประจำ บช.ภ. 6 เป็น รอง ผบช.ภ. 1 

พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. นายเวรเก่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ. 7


พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. 

พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปคบ. 

พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ขยับเป็น ผบก.ภ.จ.นครปฐม 

พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.อก.ภ. 1 เป็น ผบก.ภ.จ.ราชบุรี 

พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จ.นครปฐม เป็น ผบก.อก.ภ. 1 

พล.ต.ต.ภักดี จิรางกูร ผบก. ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ. 7 เป็น ผบก.ประจำ บช.ภ. 7 

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จ.สุรินทร์ เป็น ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช 

พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผบก.สำนักศึกษาและประกันคุณภาพ เป็น ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ 

พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบก.สปพ. เป็น ผบก.สส.บช.ภ. 7 

พ.ต.อ.วีระพล สกุลมีฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม เป็น ผบก.ภ.จ.สมุทรสงคราม 

พ.ต.อ.มณฑล เงินวัฒนะ รอง ผบก.ตท. เป็น ผบก.ตท. 

พ.ต.อ.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบก.น.8 เป็นเลขานุการตำรวจแห่งชาติ 

พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ รอง ผบก.คด. เป็น ผบก.คด. 

พ.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบก.ทพ. เป็น ผบก.สนผ. 

พ.ต.อ.บุญสืบ ไพรเถื่อน รอง ผบก.ปอศ. เป็น ผบก.รน. 

พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบก.อก.บช.ก. เป็น ผบก.รฟ. 

พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ปอส.

ด้านตำแหน่ง ผบก.ป. ที่มีกระแสเปลี่ยนตัวในตอนแรก สุดท้าย 

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ 

ยังคงรั้งเก้าอี้ผู้การกองปราบตามเดิม ทำให้

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.ภ. 3 

ที่มีข่าวถูกวางตัวมาดำรงตำแหน่งแทนขยับข้ามหน่วยไม่สำเร็จ
Read more ...

แต่งตั้ง รอง ผบช. - ผบก. ปี 2554 เก้าอี้ ผบก.ป.ร้อนติดโผถูกโยกย้่าย

9/12/54
โดยไทยรัฐ เมื่อ 9 ธ.ค.2554

ต้องเจรจาต่อรองกันอุตลุด วิชัย ‘มือปราบหูดำ’ ขึ้นรอง

ฮือฮาโผแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบช.-ผบก.รอบนี้แรง การเมืองหักดิบ ส่งบัญชีถึงพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.แล้ว พลิกโผเด้ง

“ผู้การกองปราบ” พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท 

เพื่อนร่วมรุ่น

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. 

ไปเป็น ผบก.ปคม. ต้องวิ่งชี้แจงต่อรองกับฝ่ายการเมือง ยังไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่า ส่วน

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 

ขยับนั่งเก้าอี้สำคัญ เป็น “ผู้การ 191”

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 

มีความดีความชอบ ขึ้นเป็น รอง ผบช.น. ขณะที่

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิติประภัส ผบก.น.2 

ถูกพิษบ่อนรัชดาฯเล่นงาน เด้งไปอยู่ภูธร เป็น ผบก.ภ.จ.ลำพูน

ความคืบหน้ากรณีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.-ผบก. ประจำปี 2554 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขออนุมัติ ก.ตร. เลื่อนออกคำสั่งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค. ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่า

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. 

ได้มีหนังสือเวียนให้ ผบช.นัดประชุมพิจารณารายชื่อผู้ที่เหมาะสมเสนอเข้ามาที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนัดประชุม ก.ตร. ภายในวันที่ 23 ธ.ค. รับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก. ภายในวันที่ 8 ธ.ค. โดยมีตำแหน่งรอง ผบช.ว่าง 29 ตำแหน่ง และ ผบก.ว่าง 59 ตำแหน่ง

สำหรับรายชื่อที่คาดว่าจะได้รับการเสนอคือ

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 “มือปราบหูดำ” 

ที่ได้รับความไว้วางใจจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ขยับขึ้นเป็น รอง ผบช.น.

พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผบก.ศทส. อดีต ผบก.น.1 

ที่โดนคดีม็อบเสื้อเหลืองที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขยับเป็นรอง ผบช.น.

พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น.นรต.รุ่น 32 

เพื่อนร่วมรุ่น

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.

อยู่ที่เดิม

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 

สายตรง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ขยับนั่งเก้าอี้สำคัญเป็น ผบก.บก.สปพ. หรือ 191

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 นรต.รุ่น 38 

ถูกพิษบ่อนใหญ่ย่านรัชดาฯเล่นงาน ถูกโยกเป็น ผบก.ภ.จ.ลำพูน

พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.ศสส.บช.น. นรต.รุ่น 36 

ได้รับการการันตีจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.  นั่งเก้าอี้เดิม

พล.ต.ต.ประหยัชก์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.จ.นครปฐม นรต.รุ่น 35 

สายตรง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ โยกมาเป็น ผบก.น.6

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. นรต.รุ่น 31 

มีข่าวว่าจะถูกเด้งเป็น ผบก.ปคม. โดยมี

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.ศสส.บช.ภ.3 นรต.รุ่น 31 

สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. และเป็นอดีตรอง ผบก.ป. โยกมาเป็น ผบก.ป.

พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. นรต.รุ่น 31 

อยู่ในตำแหน่งเดิม

พ.ต.อ.บุญสืบ ไพร่เถื่อน รอง ผบก.ปอศ.

สายตรงคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ขยับเป็น ผบก.ปคบ.

พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. นรต.รุ่น 35

 เด็กในคาถาของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ขยับขึ้นเป็นรอง ผบช.ก.

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. โฆษก ศภจ.

ขยับไปเป็น  ผบก.สท. คุมงานสื่อประชาสัมพันธ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำหน้าที่โฆษก สตช.

พล.ต.ต.พิทยา ศิริลักษณ์ เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 38 

ขยับไปเป็นรอง ผบช.ส.

ด้าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวถึงคำสั่งแต่งตั้งรอง ผบช.-ผบก.ว่า การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบช.- ผบก. อาจจะนัดประชุม ก.ตร.ได้ไม่ทันภายในวันที่ 15 ธ.ค. แต่จะไม่มีการขอขยายเวลาเพิ่ม และมีความมั่นใจจะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ธ.ค. ส่วนตำแหน่งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คิดว่าจะแต่งตั้ง พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. ทำหน้าที่โฆษก สตช.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญที่สร้างความฮือฮากับวงการสีกากีรอบนี้  คือการโยกย้าย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.31 ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่ดึงมาใช้งาน

แต่ในบัญชีการแต่งตั้งตำรวจของฝ่ายการเมืองที่ส่งมาถึง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ครั้งนี้ มีชื่อย้าย พล.ต.ต.สุพิศาล ไปเป็น ผบก.ปคม. โดยมีชื่อ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.ศสส.บช.ภ.3 สายตรง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.มาเบียด ทำให้ขณะนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กำลังต่อสู้วิ่งชี้แจงภารกิจที่มีอยู่ สร้างความหนักใจให้แก่คนกลาง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นอย่างมาก
Read more ...

แต่งตั้ง ผบก. ถึง รอง ผบช. เจอโรคเลื่อน

2/12/54
โดยสหบาท ไทยรัฐ เมื่อ 2 ธ.ค.2554

เจอโรคเลื่อนต่ออีก คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายพล ระดับรอง ผบช.–ผบก.

จากเดิมที่มีการขออนุมัติ ก.ตร.เลื่อนการประชุม ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้งให้มีผลภายในเดือน พ.ย. แต่ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และความที่ไม่ลงตัวเรื่องตำแหน่ง กับแนวทางการแต่งตั้งใหม่ที่ต้อง

เสนอบัญชีเข้า “บอร์ดกลั่นกรอง” ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนนัดประชุม ก.ตร.

ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดโผบัญชีโยกย้ายที่มีสิทธิ์ถูกวิ่งเต้นล็อบบี้ตำแหน่ง

โผเด็กฝากสายการเมืองแน่น จน ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. หายใจไม่ออก

ทำให้ต้องขอ ก.ตร.ขยายเวลาคำสั่งแต่งตั้งรอง ผบช.-ผบก.ออกไป และ ก.ตร.อนุมัติไปแล้ว มีผลในวันที่ 30 ธ.ค.54 ส่วนการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว.ก็ต้องเลื่อนตามออกไป มีผลในวันที่ 31 ม.ค.55

นอกจากนี้ ยังมีกรณีปัญหาเรื่องคำสั่งแต่งตั้ง

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล รอง ผบช.ก. 

ที่ ก.ตร.ชุดเดิมมีคำสั่งแต่งตั้งเป็น ผบช.ภ.1 แต่ ก.ตร.ชุดใหม่มองว่ามีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ ต้องตรวจสอบรายละเอียด และพยายามให้ยกเลิกมติแต่งตั้ง ก.ตร.ชุดที่ผ่านมา

แต่ไม่มี ก.ตร.คนไหนกล้าสรุป กลัวจะถูกฟ้องร้อง เนื่องจากเป็นคดีความกันมานาน

ล่าสุด ก.ตร.มีมติให้ทำการสอบเพิ่มเติมอีก 3 ประเด็น ก่อนเสนอเข้าวาระประชุม ก.ตร.พิจารณาให้จบในการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ย้ำต้องให้เกิดผลสรุปภายใน 15 วัน

และจะต้องอธิบายได้ ไม่ว่าบทสรุปเป็นอย่างไรต้องว่ากันอย่างนั้น หากปล่อยทอดเวลาให้ช้าออกไป จะทำให้เกิดความเสียหาย

ที่ผ่านมาเสีย ผบช.ไป 1 ตำแหน่ง ตามด้วยตำแหน่งอื่นเป็นระนาบจนถึงระดับ รอง สว. จนต้องให้ 

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการ ผบช.ภ.1 

ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนอยู่ในอำนาจของ ก.ตร.

นอกจากนี้ความล่าช้าของคำสั่งโยกย้ายทำให้มีผลต่อตำรวจทุกระดับชั้น บางคนมีข่าวถูกโยกย้ายก็เลยปล่อย “เกียร์ว่าง” ไม่ยอมทำงาน ส่วนคนที่ ลุ้นตำแหน่ง ก็วิ่งเต้นเข้าหา ผู้หลักผู้ใหญ่ นักการเมือง ที่มีอำนาจต่อรอง เพื่อขยับเลื่อนตำแหน่ง หรือลงในพื้นที่สำคัญ ไม่มีเวลาลงพื้นที่ เป็นช่องว่างการขับเคลื่อนนโยบายตำรวจ

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เข้าใจสภาพข้อจำกัดของตำรวจ แต่อาศัยการบริหารงานที่กระจายอำนาจลงไปให้ระดับ รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบพื้นที่ และมีหน้าที่เป็น ก.ตร. เป็นผู้สั่งการ เพื่อให้ตำรวจได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดรอง ผบ.ตร. และ ก.ตร. ผู้ที่รับผิดชอบตัวจริง

อย่างน้อยรอง ผบ.ตร.ทุกคนจะช่วยเป็นปากเสียงให้เกิดความเป็นธรรม

 รู้ว่าคนไหนทำงาน คนไหนวิ่งเต้นเส้นสาย!!!
Read more ...

“อชิรวิทย์” พร้อมลุยเดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

12/2/54
“อชิรวิทย์” พร้อมทำงานในฐานะ ก.ตร.เสียงอันดับหนึ่ง เดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ 7 ม.ค.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รอง ผบ.ตร.

กล่าวภายหลังได้รับเลือกตั้งเป็น ก.ตร.ด้วยคะแนนเป็นอับดับหนึ่งว่า มีความยินดีมากที่มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่ ตร.อีก ครั้งเหมือนได้กลับมาบ้านหลังจากจากไป 3 ปี เต็ม จากนี้ จะกลับมาทำงาน 4 ปี จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ให้สมกับความไว้วางในจากพี่น้องข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และมาเริ่มทำงานหลังจาก ก.ตร.ชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนที่พี่น้องตำรวจขอร้องให้เร่งรัดและตรวจสอบมี 4 เรื่องด้วยกันที่ตนเองต้องการเรียนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ทราบ

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า

เรื่องที่ 1
เรื่องของเงินเดือนของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เงินเดือนตำรวจชั้นประทวนเมื่อเทียบกับเงินเดือนชั้นประทวนของทหารนั้นเพดานเงินเดือนแตกต่างกัน 3,000 บาท ทหารเลือนเพดานจาก 23,000เป็น 25,000 และจะเป็น 27,000 บาทแล้วโดยมีการปรับไปตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ ตนเองจะเร่งรัดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมี่ต้องทำงานหนักวันหยุดก็ไม่ได้หยุด ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า

เรื่องที่ 2
เป็นเรื่องการแทรกแซงการแต่งตั้งจากฝ่ายการเมือง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายแล้วนายกรัฐมนตรีสามารถแทรกแซงการแต่งตั้งได้ตำแหน่งเดียวคือตำแหน่งผบ.ตร.เท่านั้นเพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ต.ช.จะเป็นคนเสนอรายชื่อ จากนี้ไปตนเองจะตรวจสอบการแต่งตั้งทุกตำแหน่ง หากใครรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งให้มาร้องทุกข์ได้พร้อมหลักฐานตนเองจะเป็นคนดำเนินการให้ ตนเองเชื่อว่าตนเองเสียงเดียวแต่เสียงดังจะสามารถช่วยเพื่อนตำรวจได้ และจะจับตาการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว.ที่เหลืออยู่ให้เกิดความเป็นธรรม อีกอย่างแนวทางการทำงานในก.ตร.จะไม่เดินออกจากร้องประชุมแต่จะใช้เหตุผลโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนเองไม่เกรงกลัวใครหรืออำนาจใดเพราะมาจากการเลือกตั้งที่คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงซึ่งเยอะมากเป็นประวัติการไม่เคยมีมาก่อน

เรื่องที่ 3
เป็นเรื่องของการอนุมัติแต่งตั้งบุคลากรให้เลื่อนข้ามหน่วย โดยใช้มาตรา 56 ตนเองก็เห็นด้วยเพราะปัญหาการแต่งตั้งบุคลากรมีมาก แต่ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด เพราะการแต่งตั้งข้ามหน่วยทำให้คนที่ได้รับเลื่อนขาดความรู้ความสามารถในหน่วยงานใหม่ทำให้เกิดการวิ่งเต้นมาหน่วยงานเดิม ตนเองจะเสนอให้การใช้มาตรา 56 แต่งตั้งเลื่อนข้ามหน่วยนั้นทำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ให้เลื่อนภายในหน่วย จะได้เป็นธรรม” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า

เรื่องที่ 4
เรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างตำรวจ ที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจโดนมีนายวศิษฐ์ เดชกุญชร เป็นประธาน เรื่องนี้ตนเองได้รับคำปรารบจากตำรวจทั่วประเทศว่าการปฏิรูปตำรวจแต่งละครั้งนั้นการเมืองไม่เคยถามว่าตำรวจต้องการอะไร ซึ่งจริงๆแล้วการรื้อบ้านจะต้องถามเจ้าของบ้านเนื่องจากกระทบความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านซึ่งตนเองจะมาดูแลให้ตำรวจได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้การปฏิรูปเกิดประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะที่ผ่านมาการปฏิรูปทุกครั้งไม่แทบไม่เกิดประโยชน์ขาดแคลานอย่างไรก็อย่างนั้น.



Read more ...

กกต.ยกคำร้อง “วอลเปเปอร์มาร์ค” ชี้ไม่มีพฤติกรรมแทรกแซงการโยกย้ายนาย ตร.

10/11/53
โดยข่าวสด เมื่อ 10 พ.ย.2553

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. 

เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากเห็นควรให้ยกคำร้องตามที่คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเสนอมา ในกรณีการกระทำของ

นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ 

ในฐานะเลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 

ใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยการเซ็นชื่อตัวเองกำกับหลังนามบัตรนั้น 

เมื่อคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า 

- นายศิริโชค เป็นส.ส. มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ซึ่งนายศิริโชคไม่ได้เป็นกรรมาธิการหรือมีส่วนได้เสียในขณะนั้น อีกทั้ง

- กระบวนการสรรหาผู้ที่เหมาะสมให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ซึ่งจะต้องรวมถึงความอาวุโส ประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ และความรู้ความสามารถ โดยจะต้องผ่านขั้นตอนการจัดทำข้อมูลผู้ที่เหมาะสม ในการเลื่อนตำแหน่ง และมีขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือก 

- ประกอบกับระยะเวลาที่ฝากนามบัตร พร้อมประวัติดังกล่าวยังมิได้มีการพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นแต่อย่างใด
ดังนั้นพฤติการณ์ของนายศิริโชคดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพียงคำรับรองหรือยืนยันความสามารถของบุคคลว่า เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเป็นเพียงการให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเท่านั้น 

นอกจากนี้การแต่งตั้งจะต้องผ่านหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ข้าราชการตำรวจ ประกอบกฎ ก.ตร. 

การกระทำดังกล่าวของนายศิริโชค ยังไม่ถึงขึ้นเป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซง อันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (2)
Read more ...

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ฉะนักการเมือง แทรกแซงโผ ตร. ระดับ ผบก. ถึง รอง ผบช. ปี 2553

26/10/53
โดยข่าวสด เมื่อ 26 ต.ค.2553

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร เปิดแถลงข่าวฉะแหลกนักการเมืองล้วงโผแต่งตั้งตำรวจจนเละเทะ รวมทั้งแฉสาเหตุที่ตนเองโดนเด้งเข้ากรุ อ้างว่าเพราะไปขัดขวางผลประโยชน์เป็นจระเข้ขวางคลอง ไปจับบ่อนการพนัน น้ำมันเถื่อน ใน 4 จังหวัดใต้ โดย ไม่ยอมตามคำขอนักการเมือง ทั้งในท้องถิ่นและระดับชาติ ดับเครื่องชนนายกฯรวมทั้งลูกพี่นายกฯ สร้างภาพธรรมะธัมโม ท้าทำโพลพิสูจน์ ถ้าชาวบ้านไม่ยอมรับจะไปโดดน้ำตายทันที ทางด้านผบ.ตร.เตรียมเซ็นตั้ง 197 นายพล ไปรักษาการตั้งแต่ 1 พ.ย. ส่วนรักษาการผบช. ภาค 1 หวยออกที่"อัศวิน"

เมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผบช.ภ.9 

แถลงข่าวในหัวข้อ "ฉะโผตำรวจ นักการเมืองล้วงลูก" เปิดโปงการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองรองผบช.-ผบก.วาระประจำปี 2553 ซึ่งก.ตร.เพิ่งพิจารณาแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค. และมีการโยกย้าย พล.ต.ต.วิสุทธิ์ จากรองผบช.ภ.9 เป็น รองผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.)

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ถูกย้าย ครั้งนี้ เพราะเมื่อไปอยู่ที่บช.ภ.9 ดูแล จ.สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง มีบ่อนการพนัน อบายมุขทุกอย่าง ยาเสพติด โปปั่น โต๊ะพนันบอล หวย หุ้น น้ำมันเถื่อน ของหนีภาษี ยาเสพติด ถูกตนเองจับกุมเป็นจำนวนมาก แล้วมีนักการเมืองมาเคลียร์ แต่เคลียร์ไม่ได้ และส่วนมากคนที่ทำคือนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ลิ่วล้อ หัวคะแนน ทำอย่างนี้ทั้งหมด เดือนๆหนึ่งหลายร้อยล้าน รู้อยู่แล้ว ส.ส.ทางใต้ นักการเมืองภาคใต้เหล่านี้เป็นใคร เป็นสาเหตุให้ถูกย้าย เพราะเป็นจระเข้ขวางคลอง ไม่ยอมนักการเมือง

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนแรกรู้สึกมั่นใจเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ก.ตร. ด้วยตนเอง เป็นคนตรง เป็นจอมหลักการ คงไม่ถูกย้าย แต่สุดท้ายก็ย้าย เพราะตอนนี้นักการเมืองล้วงลูกทุกอย่าง ขนาด ผอ.โรงเรียนยังเข้ามาแทรกแซง ล้วงลูกตลอด

"บางคนคิดว่าลูกพี่นายกฯเป็นคนดี ธรรมะธัมโม ภาพดีเดินไปสวัสดี ไม่ใช่เลย อาศรมของท่านตั้งอยู่ในบช.ภ.9 ซึ่งผู้บังคับการที่ไปเฝ้าบ้าน ไปเฝ้าอาศรมลูกพี่นายกฯคนนี้ เพิ่งครบหลักเกณฑ์ 3 ปี ได้เป็น รองผบช.ภ.9 เท่านั้นไม่พอ ยังไปเอารองผบก.คนหนึ่งขึ้นมาสืบทอด ดูแลอาศรมต่อ มาเป็น ผบก.จังหวัดนั้น แล้วอย่างนี้เรียกว่าล้วงลูกหรือไม่ ผมถามสิ อาศรมนี้ทุกคนนี้ก็รู้ว่าเป็นอย่างไร" พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวพร้อมกับยกตัวอย่าง กรณีผบก.ภ.จว.สตูลมีผลงานมากที่สุด จับยาเสพติดที่ส่งข้ามประเทศก็จับกุมมาตลอด แต่ถูกเอามาเป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมบช.ภ.1 เอามาเก็บกรุ

พล.ต.ต. วิสุทธิ์กล่าวต่อไปว่า นายกฯคาดการณ์ผิดมาตลอดในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการชุมนุมของคน เสื้อแดง คาดการณ์ผิดเรื่องให้พรรคภูมิใจไทยคุมกระทรวงมหาดไทยและคมนาคม และที่คาดการณ์ผิดที่สุดในชีวิตของนายกฯ คือการเป็นประธานก.ตร.และย้ายพล.ต.ต. วิสุทธิ์เข้ากรุ ท่านคาดการณ์ผิดจริงๆ เพราะตนคือคนของประชาชนและแผ่นดิน เป็นของจริง แม้แต่น้ำท่วมครั้งนี้ก็คาดการณ์ผิดเรื่องการเตรียมพร้อม หน้าที่นายกฯไม่ใช่การไปเดินลุยน้ำ แจกถุง เป็นการสร้างภาพ เพราะนายกฯคนนี้คนเกลียดก็เยอะ ลงไปลุยน้ำทีหนึ่ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองทำหน้าที่คุ้มกันเดินลุยน้ำอีก 400-500 คน

"ผมว่าน้องมาร์ควี 11 นายวิทวัศ ท้าวคำลือ เป็นเด็กคนนึงที่รู้จักนายกฯดีมาก" พล.ต.ต. วิสุทธิ์กล่าว รวมทั้งระบุถึงพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่มาร้องขอชีวิตต่อนายกฯ นายกฯก็นิ่ง ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ปล่อยให้ไปทำงานไปตาย ซึ่งนายกฯต้องรับผิดชอบ วิญญาณของพล.ต.อ.สมเพียร ยังวนเวียน ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด รอคำ ขอโทษ

พล.ต.ต.วิสุทธิ์แถลงอย่างดุเดือดต่อไปว่า ขอท้าเดิมพันให้ไปทำโพลในพื้นที่ 4 จังหวัดที่ตนดูแล ว่าวิสุทธิ์เป็นตำรวจดีสมควรอยู่หรือไม่ หรือว่าเป็นคนไม่ดี ไม่สมควรอยู่ ถ้า 70% บอกว่าเป็นตำรวจดี สมควรอยู่จะว่าอย่างไร แต่ถ้าต่ำกว่านั้นจะลาออก จะไปกระโดดน้ำที่สะพานพระนั่งเกล้า วัดดวง ถ้ามีกอสวะมาก็เกาะแล้วรอด ไม่มีก็ตายไป

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ต่อไปนี้ตนจะมาแนวใหม่เมื่ออยู่ในกรุ ก็จะดูแลงบลับของตำรวจ การสั่งซื้อสั่งจ้าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกา ใครมีข้อมูลอะไรส่งมาให้ตน ติดต่อที่โทร. 08-1834-6699

เย็นวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงพล.ต.ต.วิสุทธิ์ ระบุการโยกย้ายนายตำรวจครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องว่า ยังไม่ทราบ การเมืองที่ไหน เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า เป็นส.ส.จากภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า ก็เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมา ใครทำผิดไม่ได้อยู่แล้ว

มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า สำหรับบัญชีแต่งตั้งรองผบช.-ผบก. 197 ตำแหน่งที่เพิ่งผ่านก.ตร.ไปนั้น พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เตรียมลงนามให้ผู้ได้รับแต่งตั้งในบัญชีนี้ ไปทำหน้าที่รักษาราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจะโปรด เกล้าฯ ส่วนการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผบช. ภาค 1 หลังก.ตร.มีมติไม่ให้พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ทำหน้าที่ต่อไปนั้น เดิมที พล.ต.อ.วิเชียรเตรียมมอบหมายให้พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร.มารักษาการแทน แต่ล่าสุดนายกฯสั่งการให้แต่งตั้งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 มาทำหน้าที่รักษาการผบช.ภาค 1 แล้ว
Read more ...

การแต่งตั้ง ที่ปรึกษา(สบ 10)เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.ก่อนวาระประจำปี ในรัฐบาลมาร์ค

8/7/53
ยำตำรวจหั่นดอกไม้และกระบอง
 
โดยนายดาบเคน เมื่อ 4 ก.ค.2553
 
นายดาบเคน รายงานตัวเข้าเวรวันนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ค.53
 
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรต้นธารขบวนการยุติธรรม

 
ยุค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ต.ช. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ประธาน ก.ตร.

ไม่สามารถแต่งตั้ง ผู้นำตัวจริง ได้ มีเพียงแค่ ผู้รักษาการ ตำรวจจึง ไร้หัว ไม่เคยปรากฏมาก่อนขององค์กรตำรวจ ถือว่า ตกต่ำ ไร้เกียรติ ศักดิ์ศรี ยิ่งนัก

การเมือง พยายาม แทรกแซง เหมือนตำรวจเป็นของเล่น ในกำมือ

แถมถูกมองด้วย สายตาดูแคลน และต่างๆนานา

วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศ ปฏิรูป ตำรวจ ให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน

ก็น่าคิด ขนาดแต่งตั้ง ผบ.ตร.ตัวจริง ยังแต่งตั้งไม่ได้ แล้วยังจะคิด ปฏิรูปตำรวจ เฮ้อ.....และแล้ว การนัด ประชุม ก.ตร.วาระพิเศษเร่งด่วน ในวันที่ 2 ก.ค. ก็เลื่อนออกไปเป็น วันที่ 9 ก.ค.

อย่างที่รู้กัน จะเป็นการผลักดัน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต. 30 อาวุโสอันดับ 7

กระโดดข้ามขึ้นไปนั่งในตำแหน่งที่เพิ่งเปิดใหม่เร่งด่วนเรียบร้อยไปแล้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.

แล้วรวบรัดขึ้นนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ตามเป้าหมายที่มีการวางเอาไว้!!!

แม้แต่เจ้าตัวก็ยังเปิดเผยความรู้สึกหากได้รับการเสนอชื่อ
"ยอมรับ อยากได้ แต่ไม่กดดัน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำอะไรแล้วคนอิจฉา ดีกว่าให้คนเวทนา"

ต้องจับตาวันที่ 9 ก.ค.นี้ จะเป็นการ วัดใจ ก.ตร. อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมา ยอมให้ผ่านตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10)ฯ

ไม่ระบุตัวบุคคลที่จะมาลงในตำแหน่งนี้ และให้ มีการแต่งตั้งในวาระประจำปี

แต่ยุคนี้ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่ความไม่แน่นอน

ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมี ก.ตร.กี่คน ลาขาดการประชุม
ที่แน่ๆ "นายแน่มาก" พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เข้าประชุม เพราะยื่น ลาออก จากตำแหน่งแล้ว!!!
ใครที่สนิท ลองถามดูได้ เพราะเหตุผลอะไร?!? ได้ยินแล้วสะอึก!!!

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ระส่ำหนักอีกเรื่อง ที่คาราคาซัง

เรื่อง จัดลำดับอาวุโส รอง ผบ.ตร.ยังหาข้อยุติไม่ได้

ระหว่าง พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

เพราะมันมีผลต่อตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่ยังมีเวลาที่เหลือกันอยู่อีก

พล.ต.อ. บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ ประธานอนุ ก.ตร.ฝ่ายกฎหมายฯ กำลังพิจารณา ไม่รู้ว่าจะลงตัวได้หรือไม่
Read more ...

ถกไม่ย้าย “สมเพียร” นัดแรกไร้ข้อสรุป-จ่อสอบลึกหาคนผิด!

24/3/53


24 มีนาคม 2553 17:16 น.
กรรมการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ ถกหาคนผิดกรณีไม่แต่งตั้ง ผกก.สมเพียร ประชุมนัดแรกไร้ข้อสรุป เตรียมสอบลึกไปถึงกระบวนการแต่งตั้งในภาค 9 หาความบกพร่องเหตุใดไม่รับ ผกก.สมเพียร มาดำรงตำแหน่งใน สภ.กันตัง ตามที่ร้องขอ รอวันศุกร์ที่ 26 มี.ค. บช.ภ.9-ผบช.ศชต.แจงข้อเท็จจริงอีกครั้ง

วันนี้ (24 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ในสมัยการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-ผกก.วาระประจำปี 2552 เป็นประธานการประชุมตรวจสอบการแต่งตั้งใน บช.ภ.9 ร่วมกับ พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงษ์ ผบช.ก.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร รอง ผบช.สกพ. ตัวแทนจากกองร้องทุกข์ ก.ตร. และกองการวินัย ให้พิจารณาตรวจสอบข้อบกพร่องการแต่งตั้งใน บช.ภ.9 เน้นเฉพาะในกรณีของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา โดยใช้เวลาการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.เอก กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมได้หารือกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา มาดำรงตำแหน่งที่ สภ.กันตัง ซึ่งวันนี้ได้มีการนำหนังสือร้องทุกข์ของ พล.ต.อ.สมเพียร ที่ได้ยื่นไว้เมื่อวันที่ 22 ก.พ. และนำหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถแต่งตั้งได้จาก พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก บช.ภ. 9 และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฎ์ ผบช.ศชต. แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดมากพอ ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจะให้ พล.ต.ท.วีระยุทธ และ พล.ต.ท.พีระ มาชี้แจงและให้ถ้อยคำด้วยตนเอง ซึ่งนัดวันเวลาไว้แล้ว ในวันศุกร์ที่ 26 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปว่ามีความบกพร่องตรงไหน อย่างไร

“เรื่องนี้ถ้าถามจริงๆ แล้วปัญหาของ พล.ต.อ.สมเพียร ทางฝ่ายคณะกรรมการตรวจสอบการยกเว้นหลักเกณฑ์ไม่ทราบปัญหามาก่อนเลย เพราะ พล.ต.อ.สมเพียร ดำรงตำแหน่งเดิมมากว่า 3 ปี อยู่ในกรณีที่ไม่ต้องขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ทางเราจึงไม่ทราบปัญหา มารู้อีกทีก็ทราบว่า ท่านไปร้องกับทางนายกรัฐมนตรีด้วยวาจาและมาร้องทุกข์กับท่านปทีป” พล.ต.ท.เอก กล่าว

พล.ต.ท.เอก กล่าวต่อว่า ในวันศุกร์นี้จะเชิญมาพูดคุยและสอบสวนถึงกระบวนการแต่งตั้ง โดยก่อนการทำการแต่งตั้ง ทราบว่า พล.ต.ท.พีระ และ พล.ต.ท.วีระยุทธได้ตกลงกันแล้วว่า จะรับ พล.ต.อ.สมเพียร มาดำรงตำแหน่งใน สภ.กันตัง ตามที่ พล.ต.อ.สมเพียร ร้องขอ แต่ทำไมถึงไม่แต่งตั้ง มีเหตุผลใด โดยข้อตกลงเรื่องนี้หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้จะให้ ผบช.ภ.9 นำหนังสือดังกล่าวมาแสดงในที่ประชุมด้วย ส่วนเงื่อนไขการสับเปลี่ยนกำลังนั้นขึ้นกับ ผบช.9 ที่จะเสนอเงื่อนไข ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าทาง ผบช.ภ 9 มีดุลพินิจในการสับเปลี่ยนกำลังกับ ศชต.อย่างไร

“หนังสือชี้แจงของ ผบช.ทั้งสองชี้แจงกันคนละประเด็น อย่าง บช.ภ.9 ก็ไปทาง แต่ไม่อยากลงรายละเอียด รอให้เขามาให้ถ้อยคำ ถ้าอยากได้ข้อเท็จจริงต้องถามดีกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่า ตกลงกันรับแล้ว แต่ทำไมไม่แต่งตั้งให้หรือแต่งตั้งแล้ว ทำไมรายชื่อถูกถอด ส่วนจะสามารถสาวไปถึงว่ามีนักการเมืองมาขอมา ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า ผบช.ภ.9 จะพูดอย่างไร ก็อยากให้รอวันศุกร์” พล.ต.ท.เอกกล่าว

เมื่อถามว่าในวันศุกร์นี้จะสามารถทราบหรือไม่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบหรือมีใครถูกใครผิด พล.ต.ท.เอกกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ แต่ในวันศุกร์จะสามารถชี้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร และใครมีความบกพร่องตรงไหน

เมื่อถามต่อว่าหากนำกฎระเบียบมาพิจารณาอาจไม่มีคนผิด พล.ต.ท.เอกกล่าวว่า ขอให้ใจเย็น อย่าง บช.ภ.2 เราก็สามารถไปแก้ไขได้ แต่มีความแตกต่างกันที่ บช.ภ. 2 มีปัญหาขณะที่ คำสั่งยังไม่มีผล

เมื่อถามว่าก่อนหน้าที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาสบ 10 เข้าไปพูดคุยและทำหนังสือกับ พล.ต.อ.ปทีป มาแล้ว พล.ต.ท.เอกกล่าวว่า ข้อเท็จจริงตรงนี้เราไม่มี เราจะตรวจสอบเฉพาะในประเด็นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องจริงๆ แต่ตรงนี้ ผู้สื่อข่าวอาจรับทราบข้อมูลมาจากส่วนหนึ่ง เราจะดูถึงกระบวนการแต่งตั้งของ บช.ศชต.และ บช.ภ.9

“อดุลย์” มอบเงิน 3 แสนให้เมียสมเพียร
ขณะเดียวกัน นางพิมพ์ชนา ภูวพงษ์พิทักษ์ ภรรยาของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา พร้อมด้วย ส.ต.ท.โรจนินทร์ เอกสมญา บุตรชาย เข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ10) โดย พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตย์งาม รอง ผบช.ภ.3 ได้นำเงินที่รวบรวมจากข้าราชการตำรวจ และครอบครัว บช.ภ.3 จำนวน 600,000 บาท มามอบให้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว พล.ต.อ.สมเพียร จำนวน 300,000 บาท และมอบให้ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันอีกจำนวน 300,000 บาท

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า จะช่วยดูแลเรื่องสวัสดิการที่ครอบครัว พล.ต.อ.สมเพียร ที่จะได้รับโดยจะเดินเรื่อง ส่วนใดที่ยังไม่เรียบร้อย ก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้

“ปทีป” เคยรับรู้เรื่อง “สมเพียร” ขอย้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.อดุลย์เคยเข้าพบ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท. ผบ.ตร. เพื่อขอความช่วยเหลือการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.สมเพียร จริงหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวยอมรับว่าเคยเข้าพบ พล.ต.อ.ปทีป เพื่อช่วยเหลือแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่ง พล.ต.อ.ปทีป ก็รับทราบเรื่องดังกล่าวและจะช่วยเหลือ แต่ไม่ทราบว่าชื่อของ พล.ต.อ.สมเพียรจะขาดตกบกพร่องไปส่วนใดตนไม่ทราบเพราะไม่มีอำนาจในการแต่งตั้ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตนในฐานะผู้บังคับบัญชาก็พยายามดูแลแก้ไขอยู่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

เมียสมเพียรไม่เชื่อคนร้ายมอบตัวเป็นมือฆ่า

ด้าน นางพิมพ์ชนากล่าวว่า ความรู้สึกของ พล.ต.อ.สมเพียร ที่ต้องการย้ายเพราะทราบว่า ผกก.กันตัง กำลังเกษียณ หลังจากที่ทำเรื่องขอโยกย้ายก็คิดว่า พล.ต.อ.สมเพียร จะได้รับการพิจารณาเพราะเหลืออายุราชการเพียง 1 ปี จนถึงขั้นเตรียมเก็บของเพื่อย้าย แต่หลังจากที่ พล.ต.อ.อดุลย์ โทรศัพท์มาบอกว่าไม่ได้ย้าย พล.ต.อ.สมเพียรรู้สึกผิดหวัง เพราะตั้งแต่รับราชการมาไม่เคยขออะไรเป็นพิเศษ คิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมจึงมาร้องทุกข์เพื่อให้ตำรวจรุ่นหลังต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีก สำหรับตอนนี้อยากให้ ตร.ปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของตำรวจ ให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เหลียวมองการทำงานของตำรวจ ผู้น้อยบ้าง แม้งบประมาณที่ลงไปยังตำรวจใต้จะมีจำนวนมากแต่ตำรวจไม่ได้ต้องการเพียงแค่งบประมาณ แต่ต้องการสนใจดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัยจากผู้ใหญ่ด้วย

“ตอนนั้นแม้ต้องทำงานหนัก เราก็ไม่เคยอะไร เมื่อเห็นว่าเหลือปีกว่าก็จะเกษียณแล้ว ก็คิดว่าจะได้ อยากรู้ว่าชื่อไปตกหล่นตรงไหนตอนย้าย รอฟังคำชี้แจง ตร.อยู่ ทำไมบางตำแหน่งไม่ถึงหลักเกณฑ์ ยังโยกย้ายได้ ส่วนกรณีจับผู้ต้องหาฆ่าจ่าเพียร ตนไม่เชื่อว่าเป็นมือปืน ถ้าเป็นคนวางระเบิดน่าจะใช่ แต่ที่มามอบตัวไม่คิดว่าเป็นคนฆ่าจ่าเพียร เพราะคนที่ทำแบบนี้คงไม่มามอบตัวเอง” นางพิมพ์ชนากล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 มอบเงินสดจำนวน 2 แสนบาทที่ได้จากการรวบรวมจากเพื่อนนักธุรกิจในนาม “กลุ่มเพื่อนแต้ม” ให้กับนางพิมพ์ชนา ภูวพงษ์พิทักษ์ ภรรยาของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือ “จ่าเพียรขาเหล็ก” อดีตผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆในครอบครัว

นางพิมพ์ชนากล่าวขอบคุณพร้อมระบุว่า รู้สึกตื่นต้นใจแทนสามีที่ยังมีคนเห็นคุณค่าแม้จะเสียชีวิตไปแล้ว ถึงแม้จะช้าไปหน่อยก็รู้สึกภาคภูมิใจ และขอให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ภาคใต้ตั้งใจทำงานทำหน้าที่ และให้ระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุด โดยให้นึกถึงเหตุการณ์ของสามีเป็นตัวอย่าง

“ฉันยังรู้สึกผิดหวังกับการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม และยังมองในเรื่องของผลประโยชน์เป็นหลักอยู่ เพราะหากสามีได้โยกย้ายในครั้งนั้นก็คงไม่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้” ภรรยาผู้สูญเสียสามีไปอย่างไม่มีวันกลับกล่าวด้วยสีหน้าสลด
Read more ...

พท.ยื่นปปช.เอาผิดสุเทพแทรกแซงแต่งตั้งตร.

18/11/52
เพื่อไทย บุกยื่น ป.ป.ช. เอาผิด รองนายกฯ​ สุเทพ และ 5 บิ๊ก ก.ตร. แทรกแซง แต่งตั้งตำรวจ เตรียมยื่นเรื่องให้ กกต. วินิจฉัย ต่อ เพื่อให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ...

วันนี้ (18 พ.ย.2552) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินคดีกับ

1. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 


2. พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ 


3. พล.ต.อ.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ 


4. พล.ต.อ.เหมราช ธารีไทย 


5. พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี และ 


6. นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร. 

ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เนื่องจาก นายสุเทพฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจ ชุดที่มี นายสมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธานคัดเลือก มีการกระทำขัดแย้งต่อหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และกฎ ก.ตร. ซึ่งการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ปรากฏว่า ผู้ได้รับการแต่งตั้งมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้การกระทำของนายสุเทพล

นอกจากจะผิดกฎหมาย ป.ป.ช. แล้ว จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัย เพื่อให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวด้วย

นอกจากนี้ในวันที่ 19 พ.ย. จะไปยื่นเรื่องต่อ กกต. ดำเนินคดีกับ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ข้อหากระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 กรณีแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจด้วย
Read more ...

ปลด ‘สุชาติ เหมือนแก้ว’ สั่งสลายม็อบ 7 ตุลา

17/11/52
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2552 18:53 น.

คณะกรรมการพิจารณาทัณฑ์ทางวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมติปลดออก “สุชาติ เหมือนแก้ว” สั่งสลายม็อบเหตุการณ์7 ตุลา ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดพ่วงด้วย

อดีตผู้การอุดร“เพิ่มศักดิ์” ปล่อยเสื้อแดงรุมทำร้ายประชาชนที่หนองประจักษ์จ.อุดรธานี

คณะกรรมการ ชี้ ตร.ทั้งสองนายทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วโทษสถานเบาแค่ปลดออก

หลังจากที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาทัณฑ์ทางวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมคณะกรรมการ ซึ่งมีรอง ผบ.ตร.ทุกท่านเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาโทษของ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ.4 ช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง เหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคม 2551การพิจารณาความผิดของ

พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ.4 ช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ
พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ภราดรศักดิ์ อดีต ผบก.ภ.อุดรธานี

ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงพร้อมอาวุธบุกทำร้ายประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2551จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บคณะกรรมการพิจารณาโทษสามารถพิจารณาไล่ออกหรือปลดออกเท่านั้น โดยมติของคณะกรรมการเองเห็นว่าตำรวจทั้งสองนายทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว จึงลงโทษปลดออก ซึ่งเป็นโทษสถานเบาที่สุด

ส่วนกรณี พล.ต.ท.สุชาติร้องขอความเป็นธรรมนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่าทางคณะกรรมการไม่มีอำนาจพิจารณาในส่วนนี้ คณะกรรมการต้องพิจารณาไปตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลมาซึ่ง พล.ต.ท.สุชาติ สามารถร้องขอความเป็นธรรมทำได้ต่อศาลปกครอง

หลังจากนี้คณะกรรมการจะนำมติในที่ประชุมเสนอไปยัง พล.ต.อ.ปทีปตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ลงนามก่อนที่จะแจ้งให้ตำรวจทั้งสองนายให้ทราบด้าน พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้วกล่าวว่า ยอมรับในคำตัดสิน จะไม่ร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานอื่นอีกแล้ว ที่ผ่านมารับราชการมานอนพอควร จึงอยากขอพักผ่อนจะขอยกเหตุการณ์ในอดีตมาเป็นอุทาหรณ์

สำหรับ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4(ผบช.ภ.4) เกิดเมื่อวันที่ 4มกราคม 2494 จบ ร.ร.นายร้อยตำรวจ “นรต.รุ่น 26” รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ

จบปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากม.ธรรมศาสตร์ ปี 2538 และ
นิติศาสตรมหาบัณฑิต มสธ. ปี 2543
ผ่านอบรมหลักสูตร ร.ร.ผบก.รุ่น 18และ
วปอ.รุ่น 48

เติบโตในเส้นทางสีกากีเริ่มตั้งแต่ปี 2516 เป็น ผบ.มว.ประจำ กก.สอ.ตชด.
ผ่านตำแหน่งสำคัญในกองปราบปราม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)
อาทิ
รอง สว.ผ.5 กก.5 ป.
รอง สว.ผ.4 กก.2 ป.
ผู้ช่วยนว.ผบก.ป.
นว.ผบก.ป.
สว.ผ.ธุรการกก.นผ.บก.อก.บช.ก.
สว.ผ.7 กก.8 ป.
สว.ผ.8 กก.8 ป.
รอง ผกก.1 ป.
ผกก.1 ป.
รอง ผบก.ป.
รอง ผบก.อก.บช.ก.

พล.ต.ท.สุชาติ เป็นนายพลติดยศ พล.ต.ต.ครั้งแรกเมื่อปี2544 เป็น
ผบก.อก.บช.ก.โยกเป็น
ผบก.ทล.ปี 2546 ขึ้นเป็น
รองผบช.ก.ในปี 2547 และโยกมาเป็น
รอง ผบช.น.เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2551

ต่อมาได้รับการคาดหมายว่าจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นคนต่อไป แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพ.ศ. 2551 ขึ้น ได้มีคำสั่งโยกย้ายพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบ.ช.น.ไปเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และแต่งตั้งให้พล.ต.ท.สุชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ต่อมาเมื่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารประเทศจึงถูกย้ายไปเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4)พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว มีชื่อเล่นๆ ที่เพื่อนร่วมรุ่นเรียกว่า“ไอ้เบื๊อก” จึงกลายมาเป็นชื่อที่สื่อมวลชนเรียกว่า“บิ๊กเบื๊อก” หรือ“เดอะ เบื๊อก”
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม