แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พงศ์พัฒน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พงศ์พัฒน์ แสดงบทความทั้งหมด

ผงะเซฟพงศ์พัฒน์ เงินพันล. ชี้ทำเสื่อมพระเกียรติ ทั้ง"โฉนด-พระ"เฉียดหมื่นล้าน ผบ.ตร.ให้ออกพร้อม"7ตำรวจ"

24/11/57
โดยข่าวสด เมื่อ 24 พ.ย.2557

ทั้ง"โฉนด-พระ"เฉียดหมื่นล้าน ผบ.ตร.ให้ออกพร้อม"7ตำรวจ" กัน"ผู้การกองปราบ"เป็นพยาน ยันผกก.1 ป.ที่ตกตึก-ฆ่าตัวตาย

ตะลึงค้นบ้าน"พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" อดีตผบช.ก. พบเงินสดนับพันล้านซุกในตู้เซฟหลายใบพร้อมยึดโฉนดที่ดิน-พระเครื่องจำนวนมากมูลค่าเฉียดหมื่นล้านบาท ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการพร้อม 6 ตร. ขณะที่ ผบช.สตม.ให้ผกก.ที่เกี่ยวข้องออกตามรวมเป็น 7 นาย พร้อมจ่อตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง หลังถูกจับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและเรียกรับสินบน ส่วนผู้การกองปราบฯ รอด เพราะให้การเป็นประโยชน์และไม่เกี่ยวข้องกับคดี ม.112 โฆษก ตร.ย้ำทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ยันผกก.1 ป.ฆ่าตัวตายเพราะเครียดมีชื่อพัวพันคดีนี้ด้วย ส่วนผู้ต้องหาหญิงที่ยังหลบหนีสอบพบทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

จากกรณีศาลอาญาออกหมายจับพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ช่วยราชการศปก.ตร. ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพ และเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับสินบนหรือประโยชน์อื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 149 นอกจากนี้ออกหมายจับตำรวจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก 6 นาย ประกอบด้วยพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป., พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน., พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร, ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต. ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. กับพลเรือนอีก 3 คน ประกอบด้วยนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล, นางสวงค์ มุ่งเที่ยง และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช รวมเป็น 10 คน ขณะที่พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 ป. ที่เพิ่งเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมาพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย เบื้องต้นตำรวจควบคุมพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวกรวม 8 คน โดยมีนางสุดาทิพย์อยู่ระหว่างหลบหนี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 พ.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.ที่ 632/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกฎก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8

จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน.ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 บก.ปคบ. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต. ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อนึ่งผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อก.ตร.ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่งและประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอรับผลการวินิจฉัยอุทธรณ์

มีรายงานว่าในวันที่ 24 พ.ย.นี้ พล.ต.อ. สมยศจะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจทั้ง 6 นายด้วย

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) มีคำสั่ง สตม.ที่ 258/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 ให้พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม. สมุทรสาคร ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับคำสั่งให้ออกจากราชการของตำรวจทั้งหมด ไม่มีรายชื่อ พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป. เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากนักและให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะกันตัวไว้เป็นพยาน

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ก และโฆษก ตร. กล่าวว่า มีการควบคุมตัวพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวกรวม 8 คนไว้แล้ว มีแจ้งข้อหาและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัว เพื่อสอบสวนและจะนำตัวไปรายงานตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 24 พ.ย. ส่วนพลเรือนอีก 2 คนนั้นอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานว่ามีการกระทำอันทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งรายละเอียดพฤติการณ์การกระทำผิดจะมีการแถลง เปิดเผยหลักฐานต่อสื่อมวลชนอย่างละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ซึ่งจากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา

โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า สำหรับพ.ต.อ. อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผกก.1 ป. ที่เสียชีวิตนั้นจากการสืบสวนพบอยู่ในขบวนการเดียวกันร่วมกระทำความผิด โดยก่อนหน้านี้เชิญตัวมาให้ข้อมูลแล้วและให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ขณะนั้นยังไม่ขออนุมัติหมายจับจึงยังไม่ควบคุมตัวไว้ กระทั่งต่อมาทราบว่าหลังพ.ต.อ.อัครวุฒิ์ให้ข้อมูลแล้วก็ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ด้วยความเครียดและเกรงกลัวถูกดำเนินคดี ทรายภายหลังว่าก่อนเข้าให้ข้อมูลนั้น พ.ต.อ.อัครวุฒิ์มีอาการเครียดโดยพยานยืนยันว่าพยายามฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง และเขียนข้อความลาตายทิ้งไว้ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจและหน่วยอรินทราชเข้าจับกุมพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต. โกวิทย์ พร้อมพวกเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นนำทั้งหมดไปสอบปากคำที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. จึงแยกผู้ต้องหาทั้งหมดควบคุมผู้ต้องหาตามห้องขังสถานีตำรวจ นครบาลต่างๆ รวม 8 แห่ง โดยพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.เตาปูน ซึ่ง ผบช.ก.สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีกากี ไม่มีท่าทีเคร่งเครียดแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าในการเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 8 คนพบหลักฐานและทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บ้านพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พบเงินสดนับพันล้านบาท เก็บไว้ในตู้เซฟหลายใบ ตำรวจใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะเจาะตู้เซฟนำเงินออกมาได้ทั้งหมด นอกจากนี้มีทรัพย์สินอื่น อาทิ พระพุทธรูปบูชาหายาก กว่า 100 องค์ พระเครื่องชื่อดังจำนวนหลายพันองค์ โฉนดที่ดินจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ร่วม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับนางสุดาทิพย์ และนางสวงค์ ผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนทำหน้าที่ดูแลเรื่องทรัพย์สินและยักย้ายถ่ายเทต่างๆ โดยนางสุดาทิพย์อยู่ระหว่างหลบหนี
Read more ...

ฉวยโอกาส “ซ้ำยามดวงตก”สลายขั้วอำนาจ “พงศ์พัฒน์”

17/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 พ.ย.2557

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ตำแหน่งสำคัญๆในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะ “กองปราบปราม” หน่วยกำลังระดับเกรดเอ เก้าอี้ “ผกก.” เกือบทุกกองกำกับการ เป็นตำรวจสายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์แทบทั้งสิ้น จนถึงขนาดมีเสียงกล่าวขานกันว่า กองปราบปราม คือ อาณาจักรย่อมๆของ “ผู้ใหญ่บ้าน” ที่ใครก็อย่าไปยุ่ง

คำสั่งฟ้าผ่า! บช.ก. หรือกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เด้ง 3 นายพล 1 นายพัน พ้นจากตำแหน่งไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจ(ศปก.ตร.) แบบขาดจากตำแหน่งเดิม และไม่มีกำหนดเวลา แม้ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่สีกากี จะอ้างย้ายเพื่อให้ไปทำงานสำคัญ

แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นก็ปฏิเสธไม่ได้ นี่คือ ปฏิบัติการ “ล้างบาง”สอบสวนกลาง!!!

เพราะหลังจากบิ๊กอ๊อดเซ็นคำสั่งเด็ดหัวพี่ใหญ่ให้ 

“บิ๊กกิ๊ก”พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) และ

เพื่อนเลิฟ “บิ๊กโก”พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก. 

ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิมแล้ว

จากนั้นถัดมาอีกเพียง 2 วัน คำสั่งระลอกสองให้ 

“บิ๊กเจี๊ยบ”พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม(ผบก.ป.) และ

พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผู้กำกับการ(ผกก.1) บก.ป. 

ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเช่นกัน

การออกคำสั่งดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ถึงเวลาที่“กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” ต้องมีการปรับทัพจัดทิศกันครั้งใหญ่ เพราะเช็ครายชื่อ 2 นายพล 1 นาย พัน ที่ร่วมชะตากรรมกับ “บิ๊กกิ๊ก” โดนคำสั่งไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.ครั้งนี้ ล้วนมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแน่นแฟ้นกันทั้งสิ้น

“บิ๊กโก” พล.ต.ต.โกวิทย์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) รุ่น 31 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่สนิทสนมกันมาก เนื่องจากเป็นคนสมุทรสงครามด้วยกัน จะคอยดูแลช่วยงานใกล้ชิด “บิ๊กกิ๊ก”เหมือนเป็นหัวหน้าสำนักงาน ผบช.ก.

“บิ๊กเจี๊ยบ”พล.ต.ต.ชัยทัต นรต.รุ่น 39 เป็นเด็กปั้นของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มาตั้งแต่เป็น ผกก.ปพ. และขยับขึ้น รองผบก.ป. ก่อนได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นเป็น ผบก.ป. ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา

ส่วน“บิ๊กอั้ม”พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ นรต.รุ่น 49 ลูกน้องคนสนิทที่”บิ๊กกิ๊ก”ไว้ใจให้เป็นคนจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตลอด 3-4 ปีที่นั่งเก้าอี้ ผบช.ก.

และก็เป็นที่คาดหมายกันว่า หากไม่มีคำสั่งให้ใครไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.อีกเป็นระลอก 3ระลอก 4 ช่วงนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก.-สารวัตร ประจำปี 2557เชื่อว่าตำรวจที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็น่าจะต้องถูกปรับเปลี่ยนจากเก้าอี้ล็อตใหญ่

เป็นที่รู้กันอยู่ว่า ตำแหน่งสำคัญๆในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะ “กองปราบปราม” หน่วยกำลังระดับเกรดเอ เก้าอี้ “ผกก.” เกือบทุกกองกำกับการ เป็นตำรวจสายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์แทบทั้งสิ้น จนถึงขนาดมีเสียงกล่าวขานกันว่า กองปราบปราม คือ

อาณาจักรย่อมๆ ของ “ผู้ใหญ่บ้าน” ที่ใครก็อย่าไปยุ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือ บิ๊กสีกากีก็ตาม

เมื่อกำแพงเหล็กพังทลาย ขุนศึก นายกองที่เคยอยู่ในอาณาจักร ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องแตกกระสานซ่านเซ็น ตำรวจระดับ ผกก. ซึ่งมีความใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และมีบทบาทเก้าอี้สำคัญใน บช.ก. ต้องจับตาว่าน่าจะโดนโยกย้ายไปตำแหน่งอื่น

โดยเฉพาะกองปราบปราม ปัจจุบันทุกกองกำกับการล้วนเป็นตำรวจที่ใกล้ชิด “บิ๊กกิ๊ก” เริ่มจาก 

กองกำกับการ 1 ป. พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ซึ่งถูกคำสั่งไปปฏิบัติราชการแล้ว แนวโน้มไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมมีสูง เพราะเชื่อว่า พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.5 บก.ทท. ที่มารักษาการ ผกก. 1 ป. ตั๋วแข็งโป๊ก มานั่ง ผกก. 1 ป. เต็มตัวแน่

เช่นเดียวกับ 

กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ(ปพ.) พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.ช่วยราชการสำนักงาน ผบช.ก. คงต้องเปิดเก้าอี้ให้ “บิ๊กต่อ”พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผกก.ปพ. รักษาการ ผกก.ปพ. นั่งเก้าอี้แทนเช่นกัน

รวมทั้ง 

กองกำกับการ 2 ป. พ.ต.อ.นิรันดร นามสุวรรณ ผกก. 2 ป., 

กองกำกับการ 3 ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 ป., 

กองกำกับการ 4 พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 ป., 

กองกำกับการ 5 ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 ป., 

กองกำกับการ 6 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 ป.

ก็ไม่น่าจะหนีสัจธรรม “สมบัติผลัดกันชม”พ้น

นอกจากนั้นยังมี 

พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฏีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 ทล. 

พ.ต.อ.สฤษดิ์ พุทธพงษ์ศิริพร ผกก.5ปคม. 

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.2 ปอศ. 

พ.ต.อ.เจนกมล คำนวณ ผกก.4 ปอศ. 

พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.5 ปอศ. และ

พ.ต.อ.สิทธิชัย ไกรแสง ผกก.3 ปคบ. 

ก็ต้องหนาวๆร้อนๆ เช่นกัน

ยิ่งเชื่อแน่ว่าเก้าอี้ “ผบช.ก.” ที่พล.ต.ท.พงศพัฒน์ นั่งกุมบังเหียนอยู่ มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะสามารถรั้งเอาไว้ได้ โดย

”บิ๊กปู”พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.สายตรงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานคณะกรรมการช้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)

มีชื่อติดโผจะข้ามห้วยจากนครบาลที่เพิ่งนั่งได้เพียงแค่ 1 เดือน กลับมาถิ่นเก่าคุม “สอบสวนกลาง” แน้วโน้มการล้างขั้วเก่าก็สูงขึ้นตามไปด้วย

เหมือนในการแต่งตั้งระดับ “นายพล” ที่มีการล้างขั้วอำนาจเก่า ในระดับ ผบช.ภ.1-9 สิ้นซาก ไม่เหลืออยู่ในตำแหน่งแม้แต่รายเดียว

“กองปราบปราม” หน่วยงานพิเศษที่ถือว่าเป็นกำลังหลัก มีอำนาจจับกุมทั่วประเทศ มีหรือขั้วอำนาจใหม่ที่เข้ามากุมบังเหียนจะไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง เพราะโอกาสดีๆอย่างนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก

นับจากนาทีนี้ คงต้องจับตาปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่จะเกิดขึ้นตามมา หลังจากเกิดฟ้าผ่า ผบช.ก.!
Read more ...

ฟ้าผ่าเก้าอี้ ผบช.ก. เด้งบิ๊กกิ๊ก โกวิทย์โดนด้วย ประวุฒิคุมแทน

14/11/57
โดยข่าวสด เมื่อ 14 พ.ย.2557

"สมยศ"แจงย้าย จับตาล้างบาง! บก.ป.กับตร.น้ำ

"บิ๊กอ๊อด-สมยศ" เด้งฟ้าผ่า "ผบช.ก." บิ๊กกิ๊ก-พงศ์พัฒน์ฉายาพันธุ์ และโกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก. ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร. โดย ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมให้ "บิ๊กตุ้ย" ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทน ด้าน "สมยศ" แจงเหตุสั่งย้าย-มีภารกิจสำคัญมอบหมายให้ไปปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งเห็นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จับตาย้ายอีกล็อตใหญ่ กองปราบฯ-ตำรวจน้ำ

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ 610/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยระบุว่าเพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความ เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยความในมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552

จึงให้ข้าราชการตำรวจ ไปปฏิบัติราชการ และรักษาราชการแทน ดังต่อไปนี้ 1.ให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ไปรายงานตัวที่ศปก.ตร. ภายในวันที่ 12 พ.ย. 2557 เวลา 10.00 น. ดังนี้ 1.1 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. 1.2 พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. นอกจากนี้ให้พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทนผบช.ก. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2557 เป็นต้นไป

โดย พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า การมีคำสั่ง ให้พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร. เนื่องจากมีภารกิจงานสำคัญที่ต้องมอบหมายให้พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไปปฏิบัติเป็น กรณีพิเศษ เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ส่วนการให้พล.ต.ท.ประวุฒิ รักษาราชการแทน ผบช.ก. ก็เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพเท่านั้น

ที่ บช.ก. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน ผู้บังคับบัญชา ชั้น 4 ซึ่งเป็นห้องทำงานของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พบว่าพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่สำนักงาน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาทราบคำสั่งแล้ว แต่ติดภารกิจงานราชการ จึงไม่สามารถเดินทางไปรายงานตัวได้ และไม่ทราบว่าจะเดินทางไปรายงานตัวในวันนี้หรือไม่ โดยคาดว่าหลังเสร็จภารกิจ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะเดินทางไปรายงานตัวโดยเร็วที่สุด

ส่วนบรรยากาศภายในบช.ก. เป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดยบริเวณด้านหน้ามีรถประจำตำแหน่งของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จอดอยู่ในช่อง จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวถูกนำมาจอดไว้ เพื่อ รอการส่งมอบคืน

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคำสั่งโยกย้ายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของข้าราชการตำรวจ สังกัดบช.ก.อย่างมาก เนื่องจากเป็นการ โยกย้ายแบบกะทันหัน จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ในอีกหลายตำแหน่งเร็วๆ นี้

สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ หรือบิ๊กกิ๊ก ศึกษาจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพล.ต.อ.สมยศ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท. ประวุฒิ และพล.ต.ต.โกวิทย์ โดยพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ดำรงตำแหน่งผบช.ก. ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการต่างๆ มากมาย เริ่มจากโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ที่ มุ่งเน้นให้ตำรวจร่วมกับชาวบ้านทำกิจกรรมและช่วยกันแก้ปัญหาในชุมชน โครงการ "Big 6" โดยมีแนวคิดให้ตำรวจพบปะพูดคุยกับบุคคลสำคัญ 6 กลุ่มของสังคม เพื่อฝึกหาข่าวแบบรับฟัง โครงการชมรมยุวชนตำรวจ เพื่อให้เด็กและตำรวจมีความผูกพัน อีกทั้งช่วยกันแก้ไขปัญหา

นอก จากนี้ยังมีโครงการอีกมากมายที่หวังช่วยพัฒนาบุคลากรและองค์กร อาทิ บช.ก. โกอินเตอร์ ร.ร.ตำรวจนอกเวลา โครงการคืนชุมชนสีขาวให้สังคม โครงการ 5 ทฤษฎี 1 หลักการ เพื่อลดหวาดระแวงของประชาชน และ MOU ทางการศึกษากับนิด้า เป็นต้น
Read more ...

ผบ.ตร.แจงย้าย 'พงศ์พัฒน์-โกวิทย์' เพื่อมอบงานสำคัญ

13/11/57
ที่มา : เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เมื่อ 13 พ.ย.2557

"พล.ต.อ.สมยศ"  เผยย้าย "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" และ "พล.ต.ต.โกวิทย์" เพื่อมอบงานสำคัญกรณีพิเศษ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า การมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ( ศปก.ตร.) เนื่องจากมีงานสำคัญที่ต้องมอบหมายให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไปปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ เพราะเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ส่วนการให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการ

ทั้งนี้ภายหลังจากหนังสือคำสั่งย้ายด่วนมีผลบังคับใช้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ จะต้องมารายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ภายในวันนี้
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม