ตร.ปรับอันดับอาวุโสนายพลตำรวจใหม่

26/7/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 24 ก.ค.2557

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่บัญชีอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ประจำปี 2557 ซึ่งเป็นบัญชีอาวุโสที่ปรับปรุงภายหลังมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 89/2557 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่ให้จัดลำดับการอาวุโสใหม่ โดย ให้

1.ผู้มียศสูงกว่า (ไม่รวมถึงยศที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษ) เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า 

2.ยศเท่ากัน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับนั้นใน ตร.นานกว่า เป็นผู้มีอาวุโสสูงกว่า

3.ถ้าดำรงตำแหน่งนานเท่ากัน ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับถัดลงไปนานกว่าตามลำดับ จนถึงตำแหน่งระดับรองสารวัตร เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า ซึ่งรวมถึงตำแหน่งผู้ช่วยผบช. และสารวัตรใหญ่ด้วย 

4.ถ้าดำรงตำแหน่งลำดับถัดลงไปนานเท่ากัน ให้ผู้มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรนานกว่า อาวุโสสูงกว่า และ 

5.ถ้าระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรเท่ากัน ให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้การจัดลำดับอาวุโส มีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายวาระปี 2557 ในหลายตำแหน่ง โดยมติก.ตร. กำหนดการการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งผู้บัญชาการ (ผบช.) ลงมายึดหลักอาวุโส 33% และมีกฎก.ตร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตำแหน่งระดับสารวัตรถึงจเรตำรวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร. พ.ศ.2549 ข้อ 33 ระบุว่า

การพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นไป ให้พิจารณาเรียงตามอาวุโส ทั้งนี้ประกาศอาวุโสฉบับล่าสุด ซึ่งตัดรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการปี 2557 ออกแล้ว แบ่งตามระดับตำแหน่งดังนี้

ระดับรองผบ.ตร. เรียงตามอาวุโส ดังนี้

1. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.

2. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.

3. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.

4. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.

5. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) (อยู่ระหว่างกระบวนการโปรดเกล้าฯเป็นรอง ผบ.ตร.)

6. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ

7. พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษา (สบ10)
8. พล.ต.อ.ไตรรัตน์ อมาตยกุล หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดอาวุโสครั้งนี้ ไม่กระทบต่อการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีกฎหมายข้อใดระบุว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ต้องพิจารณาตามความอาวุโส แม้ว่าในอดีตเคยมีธรรมเนียมในกรมตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ยึดหลักอาวุโส แต่ในระยะหลังก็ไม่ได้ยึดถือเช่นนั้นแล้ว ขณะที่ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 

1.พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก 

2.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา 

3. พล.ต.ท.สุพร พันธ์เสือ 

4.พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ (อายุราชการทวีคูณ ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้) 

5.พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม 

6.พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผู้ช่วยผบ.ตร. 

7.พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองจตช. 

8. พล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ 

9. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ 

10.พล.ต.ท.เจษฎา อินทรสถิตย์ รองหน.นรป.

ทั้งนี้ ในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้จะมีตำแหน่งระดับ พล.ต.อ.ว่างถึง 7 ตำแหน่ง ดังนั้นหากพิจารณาตามกฎก.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่อาวุโส 7 อันดับแรกจะได้เลื่อนตำแหน่งติดยศ พล.ต.อ.เป็น รอง ผบ.ตร. หรือจเรตำรวจแห่งชาติ หรือที่ปรึกษา (สบ10) แน่นอน 

ซึ่งตามหลักการแต่งตั้งแล้วหากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. หรือจตช. ซึ่งเป็นตำแหน่งหลักว่างลง จะขยับตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) เข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่การแต่งตั้งวาระปี 2557 นี้ คาว่าจะมีตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ว่าง 4 ตำแหน่ง แต่มี พล.ต.อ.ชนินทร์ เป็นที่ปรึกษา (สบ10) เพียงคนเดียว ทำให้ในการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ พล.ต.ท.จักรทิพย์ และ พล.ต.ท.สุพร มีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็นรองผบ.ตร. หรือจตช. ทันที

ขณะที่ระดับ ผบช. ประกาศลำดับอาวุโส 14 อันดับแรก ดังนี้

1.พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทน ผู้ช่วย.ผบ.ตร., 

2. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, 

3.พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบช.สงป. (อายุราชการทวีคูณ ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้), 

4.พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, 

5.พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8, 

6. พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5, 

7. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7, 

8. พล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร หน.จตร., 

9.พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2, 

10.พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ., 

11.พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย อเนกเวียง ผบช.ส., 

12.พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดรวงณ์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร., 

13.พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. และ 

14.พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส.

ทั้งนี้เบื้องต้นในวาระการแต่งตั้งครั้งนี้ จะมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่างลงจากการเกษียนฯและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 13 ตำแหน่ง ทำให้ ผบช.ที่ครองอาวุโส 13 อันดับแรก ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่เนื่องจาก พล.ต.ท.จงเจตน์ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แทน พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ลาออกไปก่อนแล้ว ทำให้ ผบช.ที่อาวุโสอันดับ 14 มีโอกาสเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.


ขณะที่ตำแหน่งระดับ รองผบช. ก็มีการประกาศลำดับอาวุโส เช่นกัน โดยยกตัวอย่าง 10 อันดับแรก คือ 

พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรรัชต์ รอง ผบช.น., 

พล.ต.ต.พรหมธร ภาคอัต รองผบช.ศ., 

พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รองผบช.ส., 

พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ.4, 

พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รองผบช.ภ.4, 

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ส., 

พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก., 

พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผบช.ก., 

พล.ต.ต.สันติ มะลิขาว รองผบช.ศชต. และ 

พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รองผบช.น. ฯลฯ
Read more ...

เด้งฟ้าผ่าผู้การตำรวจน้ำ

17/7/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 17 ก.ค.2557

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รรท.ผบ.ตร. 

มีคำสั่งให้

พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. และ 

พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก.เมืองสงขลา

ให้ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ตั้งแต่ 17 ก.ค.2557 และให้

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบช.ก. ไป รรท. ผบก.รน.แทน 

จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ด้าน พล.ต.ต.บุญสืบ กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว รรท.ผบ.ตร.ได้แจ้งให้ทราบ แต่ยังไม่เห็นคำสั่งและไม่ทราบเหตุผลการสั่งย้าย แต่เมื่อเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็พร้อมปฏิบัติตาม

นอกจากนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับสาเหตุคาดว่าเป็นปัญหาบกพร่องเรื่องการปราบปรามน้ำมันเถื่อน.
Read more ...

"ประยุทธ์" สั่งปรับลดขนาดโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สกัดการเมืองแทรก

29/5/57
โดยมติชน เมื่อ 28 พ.ค.2557

วันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้กำกับดูแลส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงบประมาณและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. โดยในภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่

โดยในที่ประชุม ได้มีการหารือถึงการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ส่วนสำนักงานข่าวกรอง ให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อรองรับงานด้านการข่าว พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายบางฉบับ ของ กอ.รมน. รองรับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการกำลังพล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ยึดกลไกศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงกับงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ตามระดับของพื้นที่ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ เช่น การเพิ่มปลัดอำเภอและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งการเพิ่มบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนสำนักงบประมาณ ให้จัดทำร่างงบประมาณประจำปี 2558 เสนอ คณะคสช. รวมทั้งจะหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอมาตราการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2557 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าร้อยละ 95 ในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายวิธีการงบประมาณ ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ในส่วนสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะรวบรวมแผนงานหรือ โรดแมป ของ หัวหน้า คสช. จัดทำยุทธศาสตร์ หากเกิดความซ้ำซ้อนให้เสนอให้ หัวหน้า คสช.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะพิจารณาและนำเสนอความเป็นไปได้และความเร่งด่วนในการจัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายหัวหน้า คสช. รวมทั้งจะติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ด้านเสรษฐกิจ เพื่อเสนอแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2557
Read more ...

เก็บตกสั่งย้ายอีก 16 ตำแหน่ง

28/5/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 28 พ.ค.2557

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.)

ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 262/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยคำสั่งย้ายระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ถึงผู้กำกับการ (ผกก.) 16 ราย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยขาดจากตำแหน่งเดิม 

และมีคำสั่ง 263/2557 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน 10 ราย โดยระบุเหตุผลเพื่อให้การปฏิบัติราชการของตร. และการสนับสนุนภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ 

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ภ.3ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ท.พิสันฑ์ จุลดิลก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.รักษาราชการแทน (รรท) ผบช.ภ.3, 

พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ช่วยราชการศปก.ตร.ให้ 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบช.ภ.5 รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, 

พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ขลบุรี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รองผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ชลบุรี, 

พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, 

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำงรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รองผบช.ภ.1 รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, 

พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการช่วยราชการศปก.ตร. และให้ 

พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รองผบช.ภ.1 รรท.ภ.จว.สมุทรปราการ 

พล.ต.ต.บุญลือ กอบบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, 

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สืบสวนสอบสวน บช.น.ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.สนง.ยุทธศาสตร์ตำรวจ รรท.ผบก.สส.บช.น., 

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. รรท.ผบก.น.6, 

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1.ช่วยราชการศปก.ตร. ให้ 

พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. รรท.ผบก.น.1

พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบก.น.5 
พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น 
พ.ต.อ.กิตติสินธุ์ คงทวีพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ 
พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี 
พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ 
พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี 

ช่วยราชการ ศปก.ตร.

ทั้งนี้ให้ ผบช.ถึงผกก.ทั้ง 16 นายให้รายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. และให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 10 รายตามคำสั้งที่ 263/2557 รรท.นับแต่วันที่ 28 พ.ค.จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขณะที่มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ รรท.ผบช.ภ.5 มีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ช่วยราชการบช.ภ.5 ตามคำแนะนำของแม่ทัพภาค 3 ก่อนมีคำสั่งถอนคำสั่งย้ายในเวลาต่อมา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้แจ้งตร.ทราบและร่วมพิจารณาก่อนมีคำสั่ง 

กระทั่งพล.ต.อ.วัชรพล ลงนามคำสั่งย้ายเองในครั้งนี้ ซึ่งผบช.-ผกก.ที่มีรายชื่อโยกย้ายครั้งนี้ล้วนมีสายสัมพันธ์อันดีกับคนสำคัญรัฐบาลก่อนหน้านี้และดูแลพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง..
Read more ...

ส่ง “วัชรพล”คุมทัพสีกากี เด็ดปีก“ตำรวจมะเขือเทศ”

26/5/57
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 26 พฤษภาคม 2557

สน.พระอาทิตย์

ไม่เกินความคาดหมายแต่ก็เร็วเกินคาดการณ์ คำสั่งเด้งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พ้นเก้าอี้ “ผู้นำสีกากี” ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 24 พ.ค.2557 ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีและให้พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. รักษาการแทน ผบ.ตร.

แม้ตั้งแต่เริ่มการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามมาด้วยรัฐประหาร ยึดอำนาจบริหารประเทศ ของกองทัพภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)จนถึงการจัดตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะมีชื่อพล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะผบ.ตร. ผู้นำทัพตำรวจ ร่วมวง ผบ.เหล่าทัพจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศทุกขั้นทุกตอน และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รองหัวหน้า คสช.”

แต่หากพิจารณาจากท่าทีต่างๆแล้วดูเหมือนว่าการนำพล.ต.อ.อดุลย์เข้าร่วมวงคสช.ครั้งนี้ เป็นภาวะจำใจมากกว่าความตั้งใจของกองทัพ เพราะการเชิญพล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะผู้นำทัพตำรวจ 1 ใน 4หน่วยงานความมั่นคงที่มีกำลังกว่า 2 แสนนาย ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของหน่วยงานความมั่นคงหลักของประเทศ

เพราะถ้าย้อนดูพฤติกรรม ทัพตำรวจตลอดหลายเดือนที่มีการชุมนุมทางการเมืองมีกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในด้านการอำนวยความยุติธรรม โดยเฉพาะต่อกลุ่มตรงข้ามรัฐบาล

เพราะหลายๆคดีที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นคดีระเบิด คดียิงแกนนำ คดียิงเอ็ม 79ไม่มีความคืบหน้าหรือจับผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว

ยิ่งช่วงที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงเรียบร้อย(ศอ.รส.)ภายใต้การกุมบังเหียน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นหัวเรือใหญ่วางอำนาจบาตรใหญ่ถึงขั้นขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ขู่ป.ป.ช.ฝ่ายทหารแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าแถลงข่าวของ ศอ.รส.นั้นไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทหารเป็นการพิจารณาจากฝ่ายการเมือง แต่ตำรวจกลับนิ่งเฉยและเป็นเครื่องมือร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ให้ ศอ.รส.ดำเนินการกับฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ถึงแม้ พล.ต.อ.อดุลย์ จะไม่ได้ออกหน้าเองเพราะมอบหมายให้พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ประสานการทำงานกับ ศอ.รส.แต่ตัวพล.ต.อ.อดุลย์ก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือแสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีวางอำนาจข่มขู่ศาลข่มขู่องค์กรอิสระครั้งนี้ ปฏิบัติตัวเหมือนเออออห่อหมกตามน้ำไปกับ ศอ.รส.

ทำให้เชื่อว่า หลังทุกอย่างเข้าร่องเข้ารอยแล้วด้วยท่าทีเอนเอียงฝ่ายการเมืองเช่นนี้ของ พล.ต.อ.อดุลย์ไม่น่ายืนหยัดอยู่บนเก้าอี้ผู้นำสีกากีต่อไปได้

ถ้าจำกันได้สมัยรัฐประหารปี 2549พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าทัพตำรวจโดยพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร.ครั้งนั้นก็ได้เข้าร่วมไปนั่งหน้าจอประกาศผ่านทีวีเหมือนภาพที่เห็นพล.ต.อ.อดุลย์นั่งร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพในครั้งนี้ซึ่งต่อมาเมื่อมีการตั้งรัฐบาลเชิญพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีการออกคำสั่งให้พล.ต.อ.โกวิท ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์2550 หลังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร ปี 2549รวมทั้งมีท่าทีชัดเจนเลือกอยู่ข้างพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร โดยตั้งให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาราชการแทน

เช่นเดียวกับครั้งนี้ ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ก็ไม่ต่างอะไรกับพล.ต.อ.โกวิท เจ้านายเก่า ที่ต้องถูกไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือการเปลี่ยนแปลงในกรมปทุมวัน ภายหลังจากเด้งพล.ต.อ.อดุลย์ และส่งพล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รองผบ.ตร. หรือ “บิ๊กกุ้ย” มารักษาการ “ผบ.ตร.” ซึ่งตามสายสัมพันธ์แล้ว “บิ๊กกุ้ย” เคยเป็นอดีตนายเวรพล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจและเป็นตำรวจใกล้ชิดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. หนึ่งในบูรพาพยัคฆ์ พี่ใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์

รายการล้างบางตำรวจขั้วอำนาจเก่าเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการจัดบ้านเมืองของ คสช. จึงเกิดขึ้นทันที พล.ต.อ.วัชรพล ประเดิมเซ็นคำสั่งในฐานะรักษาการ ผบ.ตร.ให้ตำรวจไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยขาดจากตำแหน่งเดิมทันที เบื้องต้น 8 ราย

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติผบช.ภ.1 พล.ต.ท.กวีสุภานันท์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.อนุชัยเล็กบำรุง ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สุเทพเดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.หาญพลนิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ภานุเกิดลาภผล ผบช.สตม.และพล.ต.ท.สฤษฎ์ชัยอเนกเวียง ผบช.สันติบาล

จากนั้นพล.ต.อ.วัชรพลเซ็นต์คำสั่งให้ตำรวจไปรักษาการตำแหน่งแทนทันที โดยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดาผู้ช่วย ผบ.ตร. มารักษาการ ผบช.น. พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร.มารักษาการ ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.เดชณรงค์สุทธิชาญบัญชา ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน มารักษาการ ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง จเรตำรวจ(สบ.8) มารักษาการ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี จเรตำรวจ(สบ.8) มารักษาการ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ศรีวราห์รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. มารักษาการ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศานิตย์มหถาวร รองผบช.ก.ตร. มารักษาการ ผบช.ภ.2 และพล.ต.ต.เรวัชกลิ่นเกสร รองจเรตำรวจ(สบ.7) มารักษาการผบช.สันติบาล

โดยเฉพาะตำรวจที่เข้ามารักษาการแทนตำรวจที่มีความสัมพันธ์กับขั้วการเมืองเก่าต่างก็ล้วนเป็นตำรวจที่ใกล้ชิดพล.ต.อ.พัชรวาท น้องชายพี่ป้อมแห่งบูรพาพยัคฆ์

นาทีนี้แวดวงสีกากีภายในกรมปทุมวัน เหล่าตำรวจขั้วอำนาจเก่าที่ทำงานถวายหัวต่างออกอาการหนาวๆร้อนๆเกิดการระส่ำกันเป็นแถว เพราะเชื่อว่าคงไม่เพียงแค่นายพล8 นายเท่านั้นที่ต้องโดนเด้งเข้ากรุระดับ “ผู้การฯ”หลายคน “ผู้กำกับ”จำนวนมากที่เป็นไม้เป็นมือทำงานให้ขั้วเก่า ก็ต้องโดนในเร็วๆนี้

เช่นเดียวกับตำรวจสายพล.ต.อ.วัชรพล และพล.ต.อ.พัชรวาทน่าจะได้กลับมาเฮกันอีกครั้ง.
Read more ...

'ประยุทธ์'ยันย้าย ขรก.แค่ลดกดดัน

25/5/57
โดยเนชั่น เมื่อ 25 พ.ค.2557

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงคำสั่งการปรับย้ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ของ พลเรือนตำรวจทหารนั้นมิได้เป็นการลดทอนในเกียรติยศศักดิ์ศรีของบุคคลหรือ หน่วยงานใด แต่จำเป็นต้องลดความกดดันที่มีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร.ผู้ทื่จะมารักษาการ แทน ก็มาจากรอง ผบ.ตร.ซึ่งมีลำดับอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสังคมและประชาชน อยากให้เห็นใจผู้ที่ถูกปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ และงดที่จะแสดงออกถึงการดูถูกเกลียดชังกัน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดๆ ขอให้ถือว่าเป็นการปรับย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในห้วง ปัจจุบัน อยากฝากให้ทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มารักษาการแทนด้วย

พ.อ.วิธัย กล่าวว่าส่วนเรื่องการควบคุมตัวบุคคลผู้ที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำประกาศ ของ คสช.นั้น ก็เพื่อทำความเข้าใจในข้อขัดแย้ง และให้ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังการปฏิบัติของแต่ละพวก แต่ละฝ่าย และเพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยได้จากสถานที่ดูแลที่เหมาะสม มิได้มีพันธนาการ ซ้อม ทรมาน แต่อย่างใดเราให้เกียรติทุกคน โดยให้เห็นถึงความจำเป็นว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะนี้ได้ทยอยปล่อยกลับบ้านแล้วเป็นจำนวนมาก โดยการควบคุมตามกฎหมายไม่เกิน 7 วัน ซึ่งบางคนได้ปล่อยไปในวันแรกๆ แล้ว โดยได้จัดลำดับจำนวนวันในการควบคุมตัวตามความสำคัญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะได้รายงานให้ทราบเป็นระยะ สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมที่มีหมายจับหรือมีคดีติดตัวจะได้นำเข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่26 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ

"คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด
Read more ...

วัชรพล สั่งเด้ง ! คำรณวิทย์ พ้น ผบช.น. ให้ จักรทิพย์ รักษาการณ์แทน

25/5/57
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(24 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการโยกย้ายให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งใหม่ ซึ่งรวมทั้งอนุมัติคำสั่งย้ายตำแหน่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ด้วย ทั้งนี้ก่อนหน้าที่หนังสือจะถูกเผยแพร่ เกิดข่าวลือสะพัดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ตัดสินใจยื่นใบลาออก

ตามรายงานระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ สนับสนุนภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 และ 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน โดยขาดจากตำแหน่งเดิม

โดยข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อในหนังสือคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ ได้แก่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. , พล.ต.ท.นเรศ นันทโชต ผบช.ภ.1 , พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 , พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 , พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 , พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. และ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.

ทั้งนี้ หนังสือคำสั่งยังระบุให้ข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อ เข้าไปรายการตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น. นี้ด้วย ลงท้ายชื่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่หนังสือคำสั่งจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉบับดังกล่าว จะถูกเปิดเผยออกมา เกิดกระแสข่าวลืออย่างหนัก ระบุว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ซึ่งถูกโยกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการตำรวจ ซึ่งในเวลาต่อมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีเป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่ง ผบช.น. คือ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม