ก.ตร.นัดถกปรับโครงสร้าง ตม.

21/3/55
โดยข่าวสด เมื่อ 20 มี.ค.2555

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 

นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2555 ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.30 น. 

โดยมีวาระสำคัญ คือ 

การพิจารณาปรับโครงสร้างของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยเพิ่มตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) และชั้นประทวน รวม 1,322 ตำแหน่ง

แยกเป็น

ระดับ 

- รอง ผบก. 14 ตำแหน่ง 
- ผกก. 5 ตำแหน่ง 
- รอง ผกก. 32 ตำแหน่ง 
- สว. 35 ตำแหน่ง 
- รอง สว. 351 ตำแหน่ง และ
- ผบ.หมู่ อีก 885 ตำแหน่ง 

นอกจากนี้ ยังกำหนดตำแหน่ง รอง ผบก. เพื่อปรับโครงสร้างให้กับ บช.ศ. (โอนศฟร.ก.1-8 และศฟร.ศชต.ไปยังสังกัดบช.ศ.) สง.ก.ตร. สง.นรป. ตำแหน่ง จต. กมค. ทพ. สกพ. อต. ทพ.สกพ. โดยเปิดให้ครบทั้งหมด 2,682 ตำแหน่ง

ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก. - สว. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งผู้เหมาะสมให้แต่ละกองบัญชาการ (บช.) ที่ไม่มีสังกัด เพื่อส่งข้อมูลให้ผบช. แต่ได้มีการเลื่อนส่งรายชื่อยกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปีพร้อมเหตุผลของกองบัญชาการต่างๆ เข้ามายังตร.ออกไปอีก 2 วัน เนื่องจากอาจมีการสลับตำแหน่งข้ามกันระหว่างกองบัญชาการต่างๆ จึงทำให้บัญชีในตำแหน่งต่างๆ ไม่ลงตัว 

ทั้งนี้ เมื่อได้รับรายชื่อครบทั้งหมดจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม

ด้าน

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.

กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวเลื่อนการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว.ออกไปก่อนนั้น ยืนยันว่าการแต่งตั้งยังไม่มีการเลื่อนออกไปแต่อย่างใด และการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก. – สว. จะเสร็จสิ้นทันภายในวันที่ 31 มี.ค.แน่นอน โดยขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น
Read more ...

เริ่มแต่งตั้ง "รองผบก.-สว." ลิสต์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ "นครบาล" เช็กกระแสจองเก้าอี้เด็ก"รบ."พรึบ!!

19/3/55
โดยมติชน เมื่อ 18 มี.ค.2555

หลัง "บิ๊กอ๊อบ" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป่า นกหวีดเดินหน้า จัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ผู้กำกับการ (ผกก.) รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) และสารวัตร (สว.) ในวาระแต่งตั้ง โยกย้ายตุลาคม 2554 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา

โดยคำสั่งแต่งตั้ง "รอง ผบก.-สว." มีกำหนดคลอด วันที่ 29 มีนาคม 2555 และให้มีผลบังคับใช้วันที่ 2 เมษายน 2555

จะ เรียกว่าเป็นครั้งแรกของการแต่งตั้งระดับ "รอง ผบก.-สว." ในยุครัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ ยุคสลับขั้วอำนาจจาก "พรรคประชาธิปัตย์" มาเป็น "พรรคเพื่อไทย" ก็ไม่ผิด

ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจทุก ครั้ง พื้นที่ที่ถูกจับตาหนีไม่พ้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ควบคุมดูแลเมืองหลวง "กรุงเทพมหานคร" ทำเลที่บรรดานักวิ่งต่างหมายปอง เมื่อลั่นกลอง (รบ) เมื่อใด ใคร "ขาลอย" อาจถูกแซะ ถูกเตะโด่งโดย ไม่รู้ตัว ซึ่งการแต่งตั้ง "รอง ผบก.-สว." ระลอกนี้ นับ เป็นครั้งแรกของในยุค ผบช.น. ชื่อ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ด้วยเช่นกัน

ปฏิทินจัดทำบัญชีแต่งตั้ง โยกย้าย "รอง ผบก.-สว." ในส่วนของ บช.น. ซึ่งไม่ได้สังกัด สง.ผบ.ตร. มีดังนี้ พล.ต.ท.วินัย มีคำสั่งให้กองบังคับการ (บก.) ในสังกัด บช.น. ประชุมพิจารณาจัดทำบัญชีผู้เหมาะสม และ ส่งข้อมูลมาให้ บช.น.ในวันที่ 14 มีนาคม

จากนั้น วันที่ 16 มีนาคม ให้ บช.น.โดยคณะกรรมการคัดเลือกหรือบอร์ดกลั่นกรอง มีรอง ผบช.น. อาวุโสอันดับ 1 นั่งหัวโต๊ะ ซึ่งในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ มี พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ เป็นประธาน คณะกรรมการกลั่นกรอง เรียกประชุมพิจารณาจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมและส่งข้อมูลให้ พล.ต.ท.วินัย ผบช.น.

วันที่ 17-18 มีนาคม พล.ต.ท.วินัยจัดทำเอกสารบัญชีแต่งตั้ง และวันที่ 20 มีนาคม ส่งรายชื่อในส่วน ที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ 2 ปี (ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน ไม่ครบ 2 ปี) พร้อมหนังสือชี้แจงเหตุผล เสนอให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ผบ.ตร.พิจารณาเห็นชอบ โดยผลการพิจารณาจะส่งกลับมาให้ ผบช.น. เพื่อให้ประชุม คัดเลือกในวันที่ 26 มีนาคม ก่อนถึงกำหนดคลอด คำสั่งลงนามโดย ผบช.น. ในวันที่ 29 มีนาคม

ลิสต์ตำแหน่งว่างใน "นครบาล" แบ่งเป็น รอง ผบก.ว่าง 9 ตำแหน่ง ผกก.ว่าง 11 ตำแหน่ง รอง ผกก.ว่าง 9 ตำแหน่ง ไม่รวมรอง ผกก.สส.ที่ว่างอีก 4 ตำแหน่ง ซึ่งอาจโยกพนักงานสอบสวน (สบ 3) มา นั่งแทน และ สว.ว่าง 29 ตำแหน่ง

โดย หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย กำหนดให้ผู้มีอาวุโสสูงสุด 33 เปอร์เซ็นต์ ได้เลื่อนตำแหน่งโดยอัตโนมัติ ดังนั้น จะทำให้มี ผกก.ที่ได้ขึ้น รอง ผบก. แบบออโต้ 3 ตำแหน่ง รอง ผกก.ขึ้น ผกก. แบบออโต้ 4 ตำแหน่ง สว.ขึ้น รอง ผกก.แบบออโต้ 3 ตำแหน่ง และรอง สว.ขึ้น สว. แบบออโต้ 10 ตำแหน่ง

สำหรับ รายชื่อ ผกก.อาวุโสติดโผขึ้น รอง ผบก. 3 ตำแหน่ง มี พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สน. ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.ชาญ แก้วท่าไม้ ผกก.สน. บางขุนเทียน และ พ.ต.อ.สมศักดิ์ วิมานรัตน์ ผกก.สน. บางซื่อ

อย่างไรก็ตาม มีบางรายอายุราชการเหลือไม่กี่ปี จึงอาจขอเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผกก. กรณีนี้จึงเข้าข่ายขอยกเว้นหลักเกณฑ์ หากแต่ต้องมีเหตุผล ที่เหมาะสม เพื่อให้ ผบ.ตร.พิจารณาด้วย

ด้านตำแหน่ง รอง ผกก.อาวุโสสูงสุด 4 ลำดับแรก ขึ้นแท่น ผกก. ลอยลำ ดังนี้ พ.ต.ท.ถวัลย์ พวงเกษม รอง ผกก.สส.สน.บางกอกน้อย พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ รอง ผกก.สส.สน.บางมด พ.ต.ท.สมบัติ แก่นวิจิตร รอง ผกก.สส.สน.หลักสอง และ พ.ต.ท.กันตชัย เสมาภักดี รอง ผกก.สส.1 บก.สส.

ซึ่งในส่วน รอง ผกก.สส. ที่ว่างลง อาจหมุน พนักงานสอบสวน (สบ 3) มาทดแทนเช่นเดียวกับปีก่อน

ด้าน ตำแหน่ง สว.อาวุโสสูงสุด 3 ลำดับแรก เตรียมแต่งตัวขึ้นแท่น รอง ผกก. มี พ.ต.ท.ประโยชน์ เข็มแก้ว สวป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.เสถียร จอกทอง สว.จร.สน.หนองค้างพลู และ พ.ต.ท.ณรงค์ชัย น้อยศรี สว.จร.สน.บางนา

ขณะ ที่ตำแหน่ง สว. หากคิดคำนวณ 33 เปอร์ เซ็นต์จากที่ว่างลง 29 ตำแหน่ง จะเท่ากับมีรอง สว.อาวุโสสูงสุด 10 ตำแหน่ง ขึ้นแท่น สว.โดย อัตโนมัติ ประกอบด้วย ร.ต.อ.จิรายุ พ่วงหงส์ รอง สวป.สน.ชนะสงคราม ร.ต.อ.วิโรจน์ สาขากร รอง สว.จร.สน.พญาไท ร.ต.อ.ทศพล จันทรสูตร รอง สว.งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ร.ต.อ. ไพโรจน์ วานิชพงษ์พันธุ์ รอง สว.จร.สน.บุคคโล ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ หนุนภักดี รอง สวป.สน.ทองหล่อ

ร.ต.อ.ขวัญชัย แป้นมณฑา รอง สว.สส.สน.วัดพระยาไกร ร.ต.อ.อัฏฐวัฒน์ มหาเทียนธำรง รอง สว.งานอารักขาที่ 4 กก.อารักขา 2 บก.อคฝ. ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ อำรุงแคว้น รอง สวป.สน.ชนะสงคราม ร.ต.อ.สมบัติ เกตุกัปตัน รอง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจร วิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. และ ร.ต.อ.สุรชัย ปลื้มจิตต์ รอง สวป.สน.ปทุมวัน

ทั้งหมดเป็นบัญชีรายชื่อติดอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ หากแต่ที่ถูกจับตาคือในส่วนพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ การบริหารงาน ปกครองบังคับบัญชาและความประพฤติ 12 ประการ รวมทั้งผลการปฏิบัติงานและประวัติรับราชการ เหตุเพราะทุกตำแหน่งล้วนให้อำนาจผู้บังคับบัญชาตัดสินใจ

ทำให้การ แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกครั้ง พวกมีเส้นสายมักได้เปรียบ มีการวิ่งเต้น โยกย้าย วิ่งขอตั๋วการเมือง บิ๊กตำรวจ นักธุรกิจ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ขณะที่คนทำงานมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แต่ไม่วิ่งเต้น ไร้เส้นสาย อาจถูกมองข้าม!!

พลันที่เริ่มออกสตาร์ตมีกระแสและความเคลื่อนไหวจับจองเก้าอี้ใน บช.น. ดังนี้

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ นายเวร พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. คาดว่าอาจโยกมาจับจองเก้าอี้ ผกก.ดส.บช.น. แทนตำแหน่งของ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง สาย นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

ส่วนเก้าอี้ เบอร์ 1 ของ บช.น. อย่าง ผกก.สายตรวจ (191) บก.สปพ. ที่เดิมมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ครองอยู่ แม้จะมีข่าวว่า พ.ต.อ.วิวัฒน์เคยสนิทกับขั้วอำนาจเก่า และดูเหมือนงวดนี้ พ.ต.อ.วิวัฒน์จะพยายามยึดเก้าอี้เอาไว้ หากแต่ตำแหน่งนี้ประมาทไม่ได้เพราะมีคนจ้องตาเป็นมัน และยังไม่มีอะไรแน่นอน

มา ถึงเก้าอี้ สว.งานสายตรวจ ที่ งวดนี้ พ.ต.ท. วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร สว.งานสายตรวจ 1 (คุม บก.1-2-3) เตรียมแต่งตัวขึ้น รอง ผกก.หลังครองเก้าอี้มานาน 4 ปี โดยมีข่าวว่า พ.ต.ท.พีรวัส ประสาทกลาง สว.สส.สน.บางนา สาย "เจ๊แดง" เป็นตัวเต็ง ขับเคี่ยว กับ พ.ต.ต.พรเทพ ชุมแสง ผบ.ร้อย ตชด.344 "นรต.55" สาย "ยุทธ ตู้เย็น" ก็มีชื่อขอมาเช่นกัน

ด้าน สว.งานสายตรวจ 2 (คุม บก.4-5-6) พ.ต.ท. ดวงโชติ สุวรรณจรัส นรต.55 "เขย" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. อยู่มา 3 ปี ต้อง "วัดกำลัง" กับ พ.ต.ท.ขวัญชัย บุญเพ็ชร สวป.สน.ลาดพร้าว สาย "นายกฯหญิง" ส่วน พ.ต.ต.สมชาย แจ้งธรรมมา สว.งานสายตรวจ 3 ดูแลฝั่งธนฯ (คุม บก.น.7-8-9) คนสนิทอดีตนายกฯมาร์ค งวดนี้มีโอกาสปิ๋วสูง โดยมี พ.ต.ท.นฤดล พุ่มพวง สว.สส.สน.บางนา "สายนายกฯหญิง" เสียบแทน แต่ก็ยังมีชื่อ พ.ต.ต.พัดธงทิว ดามาพงศ์ สว.ฝอ.บก.ทล. สอดแทรก แต่อีกทางคนสกุล "ดามาพงศ์" อาจโยกไป สว.ทท.พัทยา

ส่วนตำแหน่ง "ผกก.กองสืบ" แว่วว่ามีการเปลี่ยนแทบยกแผงเนื่องจากเป็นตำแหน่งสำคัญ ที่เหลือหลุดรอดน่าจะเป็น พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส. บก.น.1 และ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส. บก.น.4 เพราะ ผบช.น.เรียกใช้งานตลอด

อีกราย ที่ต้องจับตา พ.ต.อ.ปิยะวัชร์ บุญยืนอนนต์ ผกก.สส.บก.น.7 สาย "เจ๊หน่อย" อาจได้ดีขยับมาดูแลจุดยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเป็น ผกก.สส.บก.น.5 ส่วน พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอาง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. สาย "สารวัตรเฉลิม" อาจโยกมาดูฝั่งธนฯเป็น ผกก.สส. บก.น.9

นอกจากนี้ยังมีชื่อ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3 หรือชื่อเดิม "ชัดชัย" นายตำรวจคนคุ้นเคย "ผบช.น." ก็มีชื่อข้ามห้วยมารับตำแหน่ง "ผกก.กองสืบ" เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มออกสตาร์ต คงต้องจับตาดูว่าม้าตีนต้นจะแผ่วปลายหรือไม่ ใครจะแรงดีไม่มีตกได้แรงหนุนจากฝ่ายการเมืองเข้าเส้นชัยม้วนเดียวจบ หรือจะมีม้าแรงดีพ่วงด้วย จ๊อกกี้ฝีมือดีควบตัดหน้าเข้าวิน!!
Read more ...

ย้ำบทเรียนจาก "พล.ต.อ.สมเพียร" โยกย้ายวงการสีกากีอย่าซ้ำรอยเดิม

16/3/55

โดยเดลินิวส์ เมื่อ 16 มี.ค.2555

ในจังหวะที่กำลังจะมีการโยกย้ายครั้งใหญ่ของวงการสีกากีอีกครั้ง ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2554 ทาง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ได้เซ็นคำสั่งลงวันที่ 8 มี.ค. ให้ทุกกองบัญชาการ ดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ “รองผบก.-สว.” ประจำปี พ.ศ. 2554 ให้เสร็จสิ้นพร้อมกันในวันที่ 29 มี.ค. 55 นี้  หลังจากขอขยายระยะเวลาการแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปแล้ว  2 ครั้งด้วยกัน (ตามปกติต้องดำเนินการแต่งตั้งตำรวจระดับ รองผบก.-สว.ให้เสร็จสิ้นในเดือนพ.ย.54)

เรียกว่าเป็นการขยายเวลาการแต่งตั้งยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของแวดวงสีกากี !

ทั้งนี้ที่ประชุม ก.ตร. ได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาการแต่งตั้งตามที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้เหตุผล 3 ประการคือ 1. ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งผบก.-รองผบช . 2. การแต่งตั้งระดับ รองผบก.-สว. ทางกองบัญชาการต้องดำเนินการเอง และมีหลายขั้นตอน เช่น ต้องมีการประสานงานกันระหว่างกองบัญชาการที่ต้องแต่งตั้งข้ามหน่วย และการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ไม่ครบ 2ปี 3.อยู่ระหว่างการขออนุมัติ ก.ตร.อนุมัติตำแหน่งเพิ่มเติม

ปกติตามกฎเกณฑ์ ก.ตร.การแต่งตั้งระดับ รอง ผบก.-สว. แต่ละกองบัญชาการเป็นผู้ดำเนินการแต่งตั้งโดย มีผู้บัญชาการ (ผบช.) เสนอบัญชีรายชื่อ และให้ รอง ผบช. เป็นประธานคณะกรรมการการแต่งตั้งพร้อมคณะกรรมการอื่น ๆ โดยข้าราชการตำรวจที่จะมีสิทธิเลื่อนยศขึ้น รวมถึงโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นจะมีหลักเกณฑ์กำหนดอยู่อย่างเข้มงวด และให้ยึดลำดับอาวุโสไม่น้อยกว่า 33 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง หากตำรวจรายใดดำรงตำแหน่งยังไม่ครบ 2 ปีก็ไม่สามารถโยกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมได้เพื่อไม่ให้เกิดการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์  ผบ.ตร. เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดำเนินการแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ  ที่สำคัญยังได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งเพิ่มเติมค่อนข้างชัดเจน อาทิ  1. ให้ทุกหน่วยดำเนินการแต่งตั้ง ข้าราชการตำรวจตามที่ อนุฯก.ตร. ร้องทุกข์มีมติให้เยียวยาหรือแก้ไขให้กับผู้ร้องทุกข์ทุกราย 2. ให้นำผลการตรวจราชการประจำปีของจเรตำรวจมาใช้ประกอบในการพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งกรณีการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม

3. หากมีกรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรเลื่อนดำรงตำแหน่ง สวญ. จะต้องเป็นการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสภ. ที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง พงส. (สบ 3)  และไม่มีการแต่งตั้ง พงส. (สบ 3) หมุนเวียนมาดำรงตำแหน่งในคราวเดียวกันด้วย ให้ทุกหน่วยจัดส่งบัญชีลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว.-ผกก. และบัญชีตำแหน่งว่างให้แก่คณะกรรมการคัดเลือก เพื่อศึกษาเป็นข้อมูลก่อนการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้ง

สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี สับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผบ.ตร.ก่อน ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเท่านั้น  โดยให้ระบุตำแหน่งใหม่และเหตุผลความจำเป็นให้ชัดเจน และให้จัดทำบัญชีสรุปรายชื่อข้าราชการตำรวจที่เสนอขอความเห็นชอบ ให้แต่ละหน่วยเป็นผู้รวบรวมบัญชีรายชื่อ ข้าราชการตำรวจในสังกัด เสนอไปคราวเดียวกัน โดยให้เสนอไปยัง ตร. (ภายใน 20 มี.ค.)

ส่วนของผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ “ผกก.” ตำแหน่งเดียวระยะเวลา 4 ปี หากหน่วยมีความจำเป็นที่จะให้ดำรงตำแหน่งต่อ ให้เสนอเหตุผลความเห็นความจำเป็นมายัง ตร.(ภายใน 20 มี.ค.) โดยให้แต่ละหน่วยเป็นผู้รวบรวมบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจเสนอไปยังตร. ในคราวเดียวกัน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือ การคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง “ผกก.” ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้คำนึงถึงการปฏิบัติงานด้านยาเสพติดเป็นสำคัญโดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นยุทธศาสตร์ด้านยาเสพติด ให้สามารถปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องได้ทันที เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

โดยการแต่งตั้งให้ยึดลำดับอาวุโสไม่น้อยกว่า 33 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง คำสั่งครั้งนี้ ยังได้ระบุให้ทุกหน่วยดำเนินการ จัดส่งบัญชีข้าราชการตำรวจระดับ รองผบก.-สว.ภายใน 16 มี.ค. เพื่อจะได้มีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันทุกหน่วยในวันที่ 29 มี.ค.  และให้คำสั่งมีผลการแต่งตั้งพร้อมกันในวันจันทร์ที่  2  เม.ย.นี้

ดังนั้นการแต่งตั้งโยกย้ายสีกากีระลอกใหญ่แบบยืดเยื้อข้ามปีในยุคที่มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ผบ.ตร.เป็นผู้กุมบังเหียนจะออกมามีรูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร จึงถูกทั้งประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชนเองจับตาดูเป็นพิเศษ นอกจากนี้ล่าสุดสื่อมวลชนสายตำรวจ ต่างกำลังจับจ้องคำพูดปริศนาของรัฐมนตรี ที่เอ่ยถึงทั้ง “เงาปิศาจ” หรือ “คนใส่สูท” ได้เข้าไปป้วนเปี้ยนในยุทธจักรปทุมวัน นั้นข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร?ที่สำคัญจะเข้ามามีเอี่ยวในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ด้วยหรือไม่

เคยมีบทเรียนในอดีตสำคัญ ๆ เกิดขึ้นมากมายเมื่อถึงเวลาแต่งตั้งโยกย้ายในแวดวงตำรวจ จะมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวังคละเคล้ากันไป แต่หากย้อนกลับไปดูจะมีเรื่องราวที่ผู้คนในสังคมน่าจะยังจดจำไม่ลืม กรณีการสูญเสีย นายตำรวจน้ำดีแต่ไม่มีเส้นสาย พล.ต.อ.สมเพียร  เอกสมญา อดีต ผกก. สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อปี พ.ศ. 2553 ก่อนจบชีวิตวันที่ 23 ก.พ. 53 อุตสาห์หอบแฟ้มประวัติคุณงามความดีในชีวิตราชการตลอด 40 ปี บากหน้าเข้าเมืองกรุงเพื่อพบผู้ใหญ่ หลังการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ “รอง ผบก.-สว.” ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย

พล.ต.อ.สมเพียร ได้ขอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโยกย้ายไปลงโรงพัก ในพื้นที่ จ.ตรัง สังกัด บช.ภ.9  ซึ่งมีตำแหน่งว่างอยู่ และเห็นว่าเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะเกษียณราชการ แต่สุดท้ายไม่ได้รับการพิจารณาโดยไม่ทราบเหตุผลชัดเจน เลยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปร้องเรียนเรื่องนี้ให้รัฐบาลรับทราบ เหตุการณ์ครั้งนั้น พล.ต.อ.สมเพียร ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยน้ำตานองหน้า ภายหลังกลับจากยื่นเรื่องร้องเรียนก็กลับไปปฏิบัติหน้าที่ปกติใน อ.บันนังสตา

กระทั่งวันที่ 12 มี.ค. 53 วงการสีกากีก็ต้องมาสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ พล.ต.อ.สมเพียร ได้ถูกกลุ่มโจรใต้ลอบวางระเบิดสังหารขณะนั่งรถออกตรวจพื้นที่ สร้างความสลดหดหู่ให้กับสังคมอย่างมาก เมื่อมีการนำทั้งภาพ-ข่าวของ พล.ต.อ.สมเพียร มานำเสนอครั้งใด ผู้คนทั่วไปแม้จะไม่ใช่ตำรวจเองต่างก็น้ำตาซึมเกือบทุกครั้ง ก็หวังว่าในการแต่งตั้งโยกย้ายของวงการสีกากี น่าจะจดจำบทเรียนของ “วีรบุรุษนักสู้ แห่งเทือกเขาบูโด” ใช้เป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีว่าควรคำนึงถึงตำรวจที่ตั้งใจทำงานแต่ไม่มีเส้นมีสายก็ก้าวหน้าได้.

มณฑาทิพย์ แซ่ปู้
Read more ...

ตร. มีหนังสือเวียนให้แต่งตั้ง รอง ผบก.-สว.แล้ว!

11/3/55



โดยผู้จัดการ เมื่อ 8 มี.ค.2555

“ผบ.ตร.” ออกหนังสือเวียนแต่งตั้งนายตำรวจระดับ “รอง ผบก.-สว.” ยึดหลักอาวุโส เลื่อนตำแหน่ง ผกก. เน้นผลงานปราบยาเสพติด

วันนี้ (8 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. 

มีคำสั่งเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.-สว. ประจำปี 2554 ไปยังไป ผบช. ทุกหน่วย และผบก.ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. โดยมีคำสั่งให้ทุกหน่วยดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.-สว. และเพื่อความเรียบร้อยในการแต่งตั้งจึงให้ทุกหน่วยดำเนินการแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

นอกจากนี้ ตร.ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งเพิ่มเติม ดังนี้ 

1. ให้ทุกหน่วยดำเนินการแต่งตั้ง ข้าราชการตำรวจตามที่ อ.ก.ตร. ร้องทุกข์มีมติให้เยียวยาหรือแก้ไขให้กับผู้ร้องทุกข์ทุกราย 

2. ให้นำผลการตรวจราชการประจำปีของ จต. มาใช้ประกอบในการพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งกรณีการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม 

3. หากมีกรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรเลื่อนดำรงตำแหน่ง สวญ. จะต้องเป็นการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใน สภ. ที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง พงส.สบ 3 และไม่มีการแต่งตั้ง พงส.สบ 3 หมุนเวียนมาดำรงตำแหน่งในคราวเดียวกันด้วย

ให้ทุกหน่วยจัดส่งบัญชีลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว.- ผกก. และบัญชีตำแหน่งว่างให้แก่คณะกรรมการคัดเลือก ภายใน 12 มี.ค. เพื่อศึกษาเป็นข้อมูลก่อนการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้ง

สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี สับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผบ.ตร.ก่อน ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเท่านั้น 

โดยให้ระบุตำแหน่งใหม่และเหตุผลความจำเป็นให้ชัดเจน และให้จัดทำบัญชีสรุปรายชื่อข้าราชการตำรวจที่เสนอขอความเห็นชอบ ให้แต่ละหน่วยเป็นผู้รวบรวมบัญชีรายชื่อ ข้าราชการตำรวจในสังกัด เสนอไปคราวเดียวกัน โดยให้เสนอไปยัง ตร. (ผ่าน ทพ.) ภายใน 20 มี.ค.

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ ผกก.ตำแหน่งเดียวระยะเวลา 4 ปี หากหน่วยมีความจำเป็นที่จะให้ดำรงตำแหน่งต่อ ให้เสนอเหตุผลความเห็นความจำเป็นมายัง ตร.ภายใน 20 มี.ค. โดยให้แต่ละหน่วยเป็นผู้รวบรวมบัญชีรายชื่อข้าราขการตำรวจเสนอไปยัง ตร.ในคราวเดียวกัน

การคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ผกก. ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้คำนึงถึงการปฏิบัติงานด้านยาเสพติดเป็นสำคัญโดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นยุทธศาสตร์ด้านยาเสพติด ให้สามารถปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องได้ทันที เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยการแต่งตั้งให้ยึดลำดับอาวุโสไม่น้อยกว่า 33 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง

ทั้งนี้ เพื่อให้การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้ 

บช.หรือ บก. ในสังกัด สง.ผบ.ตร. 
ให้ดำเนินการจัดส่งบัญชีข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว.- รอง ผบก. ไปยัง ตร. (ผ่าน ทพ.) ภายใน 16 มี.ค. ประกอบด้วยบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น (บัญชีสรรหา) และผู้ไม่เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น (ถ้ามี) และบัญชีแต่งตั้งข้าราชการตำรวจภายในอำนาจของ ผบช. หรือ ผบก. 

สำหรับ บช.ที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร.
ให้ดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก.ให้เสร็จสิ้น และมีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันทุกหน่วยในวันที่ 29 มี.ค. โดยให้คำสั่งมีผลการแต่งตั้งพร้อมกัน 2 เม.ย. 2555
Read more ...

ห่วง–พลาดท่า

10/3/55
โดยสหบาท ไทยรัฐ เมื่อ 8 มี.ค.2555

ก.ตร.ประชุมลงมติเห็นชอบเปิดตำแหน่งใหม่หลายอัตรา

แต่เรื่องใหญ่ที่หลายคนถามไถ่กันมากคือ การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สารวัตร ที่ค้างเติ่งข้ามปี และมีกำหนดคลอดได้แน่ภายใน 31 มี.ค.นี้ จะมีโรคเลื่อนอีกหรือไม่

ขณะเดียวกัน เก้าอี้ ผบช.ภ.1 ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ตอกย้ำ ความล้มเหลวของ ก.ตร.

ถึงตอนนั้นสิทธิอันชอบธรรมในการทำบัญชีแต่งตั้งจะอยู่กับใคร

แล้วตำแหน่งมากมายที่ผุดขึ้นเป็นกองกระบุง ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรกับการเพิ่มเก้าอี้ปรับอัตราเพื่อหาตำรวจไปลงนั่งเท่านั้นหรือ

คำถามเหล่านี้น่าหนักใจแทน 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.

ที่ถูกมองว่าแกร่งในงานบู๊ เก่งในเรื่องปราบปรามทำผลงานกำราบเครือข่ายยานรกเข้าตาชาวบ้าน แต่ “งานบ้าน” ในองค์กรสีกากียังเป็น “ข้อด้อย” ในเรื่องงานบุ๋น

แถมมีโอกาสพลาดท่าเสียที เพราะมีคนคอยจ้องเอาชื่อไปหาผลประโยชน์

เพราะขณะนี้เกิดเสียงกล่าวขานกระหึ่มกรมปทุมวัน มี “บุคคลภายนอก” พยายามเข้ามาจัดระบบระเบียบตั้งโต๊ะทำงาน “เรียกแขก” เหมือนเคยเกิดขึ้นในองค์กรสีกากี “ยุคหนึ่ง” ที่ลือกันหึ่งเรื่อง “วิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้” ตีราคามูลค่าหลายสิบล้านบาท

วงจรอุบาทว์ย้อนคืนสู่สำนักปทุมวันอีกครั้งเมื่อบุคคลเดียวกันนี้กลับสู่รังเก่า แล้วพยายามเล่นบทบาทเดิมเชื้อเชิญคนมากหน้า หลายตามาเป็นพวก ทำพฤติกรรมราวกับผู้มีอำนาจสูงสุดในองค์กร เปิด “ไฟเขียว” รับใบสั่ง “ทำตั๋ว” แต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ

เสียงวิพากษ์นี้กระหึ่มในกรมปทุมวันมานานเป็นเดือนแล้ว

ถึงวันนี้ กระแสวิพากษ์ก็มิได้ลดน้อยลงไป ท่ามกลางความอึดอัดของตำรวจในกรม แต่ “บุคคลภายนอก” กลับไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน ยังคงเดินเข้าออกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นปกติ

เสียงร่ำลือของการซื้อขายตำแหน่งครั้งใหญ่ในวงการสีกากีก็เลยกระหึ่มหนักขึ้น

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ขึ้นชื่อเป็นมือปราบ รู้ตำราเลี้ยงโจรไว้จับโจร

คงไม่คิดเลี้ยงโจรไว้ปล้นบ้านตัวเอง เป็นห่วงครับ
Read more ...

ใครทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ อำนาจที่แท้ตกอยู่ในมือใคร?

6/3/55
โดย เหยี่ยวถลาลม มติชนออนไลน์ เมื่อ 6 มีนาคม 2555

ผู้ทำลาย

หากการแต่งตั้งโยกย้ายทหารหมายถึง การวางขุมกำลังเพื่อค้ำยันเสถียรภาพของรัฐบาล การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจก็มีคุณค่ามีความหมายต่อผลแพ้ชนะในสนามเลือกตั้ง

ไม่เพียงเท่านั้น การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจยังมีความหมายต่อ "คดีความ" ต่างๆ ที่คั่งค้างยังไม่มีธง

เช่นนี้ ทำให้ตีความได้ว่า

ตำรวจถูกหมายตาเพื่อเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้การเมืองใช้สอย 2 ประการ

1. ใช้สำหรับเอื้ออำนวยช่วยส่งเสริมให้สามารถเคลื่อนไหวช่วงชิงความเหนือกว่าคู่แข่งขันทางการเมือง

2. ใช้งานด้านคดีความ

ไม่ว่าฝ่ายใดบริหารประเทศ ตำรวจก็ยากที่จะมีอิสระ !?

สถานะที่เป็น "ต้นธาร" กระบวนการยุติธรรมของตำรวจจึงยังคงถูกดูแคลนต่อไป !!

ทั้งในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ย่อมถูกประเมินค่าแค่ "ผู้รับใช้"

จะปรับโครงสร้าง จะพัฒนาระบบบริหารจัดการกันกี่ครั้งกี่หน ความเป็นไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติล้วนถูกผูกเอาไว้กับ "ภาวะผู้นำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"

การแต่งตั้งโยกย้ายตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับการ ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการที่กำลังจะมาถึงนี้ก็เช่นกัน

หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมี "ภาวะผู้นำ" ต่ำ

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจย่อมบิดเบี้ยวไปตามการชี้นิ้วบงการของ "ผู้อื่น" !

ปัญหาอยู่ที่ "ผู้อื่น" นั้นเป็นใคร

ใช่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือไม่

ใช่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งควบคุมกำกับดูแลกิจการขององค์กรตำรวจ หรือไม่

ใช่ "คนจากแดนไกล" หรือไม่ !?

แท้จริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม หาได้มีโอกาสแตะต้องสัมผัสจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจคราวนี้แต่อย่างใด

"คนจากแดนไกล" ก็อยู่ไกลเกินไป เพียงได้รับ "ข้อมูลข่าวสารซึ่งผ่านการคัดสรร และปั้นแต่ง !!"

"อำนาจ" ในการแต่งตั้งโยกย้ายที่แท้กลับตกอยู่ในมือ "ผู้อื่น"

"ผู้อื่น" เป็นคนนอก

รู้กันทั่วไปว่าเป็นตัวทุจริตคอร์รัปชั่น

น่าสะทกสะท้านใจที่ตอนนี้ราวกับไม่มี "ผบ.ตร."

การจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตกอยู่ในมือ "ผู้อื่น" !?!!
Read more ...

เฉลิม ประชุม ก.ตร.เปิดตำแหน่ง รอง ผบก.ลงมา จำนวน 525 ตำแหน่ง

6/3/55
โดยมติชน เมื่อ 2 มี.ค.2555

วันที่ 2 มี.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะประธานก.ตร. 

เป็นประธานประชุมก.ตร. ใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม. 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. 

แถลงว่า ก.ตร.อนุมัติเลื่อนเงินเดือนตำแหน่งยศพล.ต.ต.ขึ้นไป และอนุมัติรับแพทย์จากภายนอกเข้าสังกัดร.พ.ตำรวจ ขณะเดียวกันมีมติ

ไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ที่สั่งให้ ตร.และก.ตร.กำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 

จากนี้ ตร.และก.ตร.ต้องกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมายภายใน 120 วัน ตามที่ศาลมีคำสั่ง

โฆษก ตร.แถลงอีกว่า ก.ตร.มีมติให้ด.ต.ที่มีอายุ 53 ปีขึ้นไป ซึ่งอยู่ระหว่างอบรมเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร แต่บางรายอาจมีคดีอาญาติดตัว ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นคดีความอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้ได้รับการยกเว้นข้อห้าม ให้บรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรได้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และหลังสงกรานต์จะจัดพิธีประดับยศ ร.ต.ต.แก่ด.ต.กลุ่มนี้กว่า 20,000 นาย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน

โฆษก ตร.แถลงต่อว่า ประธานก.ตร.เสนอให้กลับไปพิจารณาหาแนวทาง กรณีตำรวจประทวนที่มีวุฒิปริญญาโท ให้ได้รับบรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร และยังสั่ง ตร.ดำเนินการแก้ปัญหา

กรณีนักเรียนพยาบาลตำรวจ รุ่น 6 จำนวน 72 นาย 

ที่ตอนแรกไม่มีอัตราสัญญาบัตรให้ ให้ได้บรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร

โฆษก ตร.แถลงว่า เดิมที ตร.เตรียมเสนอก.ตร.ขอกำหนดตำแหน่งใหม่ ขยายสายงานใน 14 หน่วย แต่เลขานุการก.ตร.ขอนำเรื่องกลับไปทบทวนใหม่ 6 หน่วย ทำให้ก.ตร.วันนี้พิจารณาเปิดตำแหน่งใหม่เพียง 

8 หน่วยงาน รวม 525 ตำแหน่ง 

ซึ่งเหตุผลการขอเปิดตำแหน่งใหม่ เพื่อเสริมงานด้านปราบยาเสพติดและความมั่นคง จำแนกเป็นระดับ

รองผบก. 27 ตำแหน่ง 

แยกเป็นใน 

บก.อก. และ บก.ตชด.ภาค 1-4 บช.ตชด. รวม 5 ตำแหน่ง ใน
บก.สส.บช.ภาค 1-9 และศชต. รวม 10 ตำแหน่ง

โฆษก ตร.แถลงอีกว่า นอกจากนี้เปิดตำแหน่ง รอง ผบก.ใหม่ใน

บก.อก.และ บก.สันติบาล 1-3 และ 4 หน่วยละ 1 ตำแหน่ง 
บก.สันติบาล 2 อีก 2 ตำแหน่ง สังกัด บช.สันติบาล 

รวม 6 ตำแหน่ง เพื่อรองรับงานก่อการร้าย ใน 

บก.วิจัยและพัฒนา 
บก.สวัสดิการ 
บก.ร.พ.ตำรวจ
 สำนักงบประมาณ กองการเงิน และกองบัญชี 

หน่วยละ 1 ตำแหน่ง

โฆษก ตร.แถลงต่อว่า นอกจากนี้ยังเปิดตำแหน่งใหม่ใน

บช.ตชด. 

แยกเป็น

รองผกก. 24 ตำแหน่ง 
ครูตชด.ระดับสว. 261 ตำแหน่ง 
รองสว. 1 ตำแหน่ง 
ผบ.หมู่ 218 ตำแหน่ง 

ซึ่งครูตชด.นี้จะบรรจุในร.ร.ตชด.ทั่วประเทศ 178 แห่ง ส่วน 6 หน่วยที่นำกลับไปทบทวน อาทิ บช.สตม. บช.ปส.

สำหรับการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.ถึง สว.นั้นไม่มีการขอขยายเวลาแต่งตั้งออกไป ต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จทันวันที่ 31 มี.ค.นี้ โฆษก ตร.กล่าว
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม