พงส.นำตัว"พงศ์พัฒน์"ส่งศาลอาญา เพื่อคุมตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

29/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 29 พ.ย.2557

พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปที่ศาลอาญารัชดา เพื่อออกหมายขังให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์ โดยมีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นำรถตู้มารอรับ ซึ่ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีสีหน้าอิดโรย

ทั้งนี้ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบสวน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้นำตัวมาฝากขัง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดที่นำมาฝากขังพร้อม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะครบกำหนดฝากขังผลัดแรกในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะยื่นฝากขังผลัดที่ 2 โดยคัดค้านการประกันตัวเช่นเดิม เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้าราชการระดับสูง อาจใช้อิทธิพลไปข่มขู่พยาน พร้อมยืนยัน การฝากขัง เจ้าหน้าที่ไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาแต่อย่างใด ซึ่งการที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขาเจ็บนั้น เป็นเพราะอายุมากและสุขภาพไม่แข็งแรง

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมด และขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้ว รวมถึงจะสอบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบมีการซุกซ่อนของกลางไว้ที่ใด จะขอหมายศาลไปค้นต่อไป พร้อมยืนยัน ใครกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
 
Read more ...

รอง ผบก.สตูล ยันสั่งเด้ง! รอง ผกก.สภ.ละงู จริง

28/11/57
โดยสปริงนิวส์ เมื่อ 28 พ.ย.2557

พ.ต.อ.โสภณ ปานสมทรง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มีคำสั่งให้ย้าย 

พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรละงู

 ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุจับกุมเครือข่ายขนน้ำมันเถื่อน ที่อาจจะเชื่อมโยงกับกลุ่มของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีรายงานการจับกุม

ขณะที่ พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ไปช่วยราชการแทนในตำแหน่งสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 อีกหนึ่งหน้าที่ ภายหลังจากที่ พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรงค์ คนสนิทของอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยื่นใบขอลาออกจากราชการไปเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา
Read more ...

‘สมยศ’เผย‘ตำรวจน้ำ’เอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อน

28/11/57
โดยเนชั่น เมื่อ 28 พ.ย.2557

‘ผบ.ตร.’ เผย ‘ตำรวจน้ำ’ เอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อน พบจ่ายเดือน 12 ล้าน พร้อมแจ้ง 4 ข้อหา 5 คนแก๊ง‘พงศ์พัฒน์’ คุมตัวส่งฝากขังศาลพระโขนงบ่ายนี้

28 พ.ย.57 ตำรวจยังเดินหน้าสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม คดีเครือข่ายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ร่วมกันกระทำความผิดในหลายข้อหา โดยล่าสุดทางพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อส่วยที่ยึดได้จากบ้านพักของนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ผู้ต้องหาหนีคำพิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี พบรายชื่อข้าราชการตำรวจหลายหน่วยงาน และชื่อย่อต่าง ๆ ได้สั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว พร้อมกันนี้ได้ทำเอกสาร 2 ชุดให้กองบัญชการตำรวจนครบาลและกองบังคับการปราบปรามดำเนินการสอบสวน

พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า พบข้อมูลบัญชีการจ่ายเงินน้ำมันเถื่อนเกิดขึ้นมา 2 ปีแล้ว เกี่ยวข้องเกือบทุกหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ จะต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด พบยอดเงินสูงสุดที่มีการจ่ายส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานกองบังคับการตำรวจน้ำ สูงถึง 12 ล้านบาท

ส่วนการดำเนินคดีกับนายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา ,นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา,นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา และนายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ และนายชากานต์ ภาคภูมิ 5 ผู้ต้องหา กลุ่มเครือข่ายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. กลางดึกที่ผ่านมาได้นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทำการแยกตัวสอบปากคำคนละสถานที่ ตำรวจใช้เวลาสอบสวนนานถึง 6 ชั่วโมง ทั้งหมดให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา หลังจากสอบสวนเสร็จสิ้นได้คุมตัวทั้ง 5 คนฝากขังแยกตามสน.ในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ก่อนที่จะมีการนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดพระโขนงในเวลา 13.00 น.วันนี้

เบื้องต้นทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 4 ข้อหา 1.ข้อหา ม.112 หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 2.ข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือเสรีภาพ โดยมีอาวุธและกักขัง โดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คน 3. หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือประการกระทำใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใด ให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ4.ร่วมกันลักทรัพย์

ขณะที่ทางกรมศิลปากร จะมีการแถลงข่าวผลการตรวจวัตถุโบราณ ศิลปวัตถุ จำนวนกว่า 30,000 ชิ้นที่ทำการตรวจยึดได้จากบ้านพักของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในช่วงบ่ายวันนี้ ในการตรวจสอบวัตถุโบราณดังกล่าวจะต้องตรวจสอบอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการ และประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย พร้อมกับสอบสวนถึงที่มาที่ไปของการครอบครองโบราณวัตถุ จากผู้ครอบครองเป็นรายบุคคล โดยจะต้องชี้แจงได้ว่ามาได้มาจากไหน เมื่อใด และเหตุผลของการครอบครอง เพราะบางชิ้นอย่างเช่น เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่เคยอยู่ในเทวสถาน หรือพระพุทธรูปที่อยู่ในวัด เหตุใดจึงมาอยู่ในเซฟเฮ้าส์ได้ ทั้งนี้กฎหมายไม่ได้ห้างไม่ให้ครอบครองโบราณวัตถุแต่การครอบครองนั้นจะต้องชอบด้วยกฎหมาย หากพบว่าการครอบครองและการได้มามิชอบจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535
Read more ...

สั่งเด้ง 3 ผกก.ตำรวจน้ำ เซ่นส่วยน้ำมันเถื่อน

28/11/57
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 28 พ.ย.2557

“ประวุฒิ” เรียกประชุม ผกก.-ผบก.สอบสวนกลาง ปลุกขวัญ สั่งการ 1 เดือนทำงานกู้ชื่อเสียงหน่วย ขู่เด้งหากทำงานไม่เข้าเป้า สั่งเด้งด่วน 3 ผกก.ตำรวจน้ำสอบส่วย เผยสามผู้ต้องหาตระกูล “อัครพงศ์ปรีชา” ถอดยศ ปลดตำแหน่งองครักษ์เรียบร้อย ชงถอดยศตำรวจที่เกี่ยวข้องกับก๊วน “พงศ์พัฒน์” แล้ว

วันนี้ (28 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เรียกประชุมตำรวจจากทุกกองบังคับการในสังกัด บช.ก.ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ขึ้นไปถึงผู้บังคับการ (ผบก.) เข้าร่วมประมาณ 160 นาย เป็นครั้งแรกภายหลัง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจระดับสูงในสอบสวนกลาง อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในข้อหาแอบอ้างสถาบันฯ แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ เรียกรับส่วย โดยบรรยากาศการประชุมไม่เคร่งเครียด

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวภายหลังประชุมว่า ได้พูดเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก.ในที่ประชุมด้วย แต่ไม่ได้แจงในรายละเอียดการดำเนินคดี โดยได้ย้ำว่าหลังจากนี้ไป บช.ก.ต้องทำงานเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของหน่วยสอบสวนกลางกลับคืนมา เคยมีชื่อเสียงในอดีตที่กองปราบปรามมีชื่อจับกุมทำคดีที่ไม่มีใครทำได้มาตลอด แต่หลังๆ ผ่อนลงไป จากนี้ไปให้ทุกกองบังคับการไปเขียนแอ็กชันแพลนในระยะเวลา 1 เดือนภายในเดือนธันวาคมนี้ว่าจะทำอะไรบ้างในด้านการดำเนินการจับกุม ป้องปราบ คืนความสุขให้ประชาชนซึ่ง บช.ก.ไม่ได้ทำในระยะที่ผ่านมา ทั้งนี้ อีก 1 เดือนจากนี้ให้สื่อมวลชนคอยสังเกตผลงานของทุกกองบังคับการซึ่งจะมีผลในการปรับย้าย หากทำงานในช่วงนี้ทำงานไม่สำเร็จจะมีปัญหาในตำแหน่งที่ท่านอยู่ จะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อความเหมาะสม

“ได้พูดในที่ประชุมถึงขวัญกำลังใจ คนที่ทำงานดีอยู่แล้วไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ถูกต้อง ก็ทำงานต่อไป ไม่มีใครไปยุ่งหากทำดี เรื่องของรายชื่อส่วยนั้นก็ย้ำว่าไม่ได้ดำเนินการทุกคนที่มีชื่อ ต้องตรวจสอบที่มาที่ไป บางทีชื่อคล้าย ย้ำว่าไม่ได้กวาดทั้งหมด ต้องตรวจสอบก่อน เพราะเอกสารรายชื่อจ่ายส่วยได้มาจากผู้กระทำผิดที่อาจมีความคลาดเคลื่อน มีการรับแทน อ้างชื่อ ทั้งนี้จะดำเนินการกับใครต้องมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการส่งเงิน ย้ำไปว่าไม่ต้องกังวลซึ่งทุกคนเข้าใจ บรรยากาศดีขึ้น” รรท.ผบช.ก.กล่าว และว่าจากนี้ไปสั่งการให้ทุกหน่วยทำตามหน้าที่ ตนยกเลิกชุดเฉพาะกิจใน บช.ก.ทั้งหมดไปแล้ว ให้ทำตามหน้าที่ของหน่วยตามกฎหมาย และจะวัดผลรายสัปดาห์ตามแอ็กชันแพลนที่เสนอมา โดยจะติดตามการทำงานการปราบปรามมือปืนรับจ้าง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งรัสเซีย แก๊งโคลอมเบีย แก๊งเอทีเอ็ม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งค้าทรัพยากรธรรมชาติ ค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งหมด บช.ก.ต้องทำ ต้องดำเนินการ โดยให้ประชาชนแจ้งเบาะแสมาได้ผ่านสายด่วน 1599 การประชุมวันนี้มีกันพร้อมเพรียงเว้นแต่ผู้ที่มีภารกิจสำคัญไม่ได้เข้าร่วม

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวถึงรายชื่อตำรวจเกี่ยวข้องกับส่วยน้ำมันเถื่อน ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ออกมาเปิดเผยว่า ตนรับมาและได้ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบแล้วว่า ผกก. รองสารวัตร หมวด ที่กล่าวอ้างคือใคร มีความเชื่อมโยงระดับไหน โดยมีผู้ที่รับสารภาพไปแล้วบางคนยังต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม วันนี้ตนได้มีคำสั่งให้ตำรวจน้ำระดับ พ.ต.อ.มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจสอบสวนกลาง 3 นาย เพื่อเปิดโอกาสให้การตรวจสอบกรณีส่วยน้ำมันเถื่อนเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้มีคำสั่ง บช.ก.ที่ 266/2557 ให้ 

พ.ต.อ.วริศร์ศิริภ์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้กำกับการ 5 ตำรวจน้ำ (รับผิดชอบภาคตะวันออก) 

พ.ต.อ.สมชาติ หรือธนชาติ ศุภวุฒิ ผู้กำกับการ 7 ตำรวจน้ำ (รับผิดชอบภาคใต้ตอนล่าง) และ 

พ.ต.อ.จักรพันธุ์ รัตนเทวมาตย์ ผู้บังคับการเรือ (สบ 4) กลุ่มงานเรือตรวจการณ์ จังหวัดชลบุรี 

ช่วยราชการ ศปก.บช.ก.โดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 

โดยให้รายงานตัวที่ ศปก.บช.ก.ตั้งแต่ 09.00 น.วันนี้ ทั้งนี้ ไม่ได้บอกว่าเป็นคนผิด แต่เพื่อให้มีการตรวจสอบเรื่องการจ่ายส่วยน้ำมันเถื่อนในทะเล นอกจากตำรวจน้ำตนยังไม่เห็นชื่อของหน่วยอื่นเกี่ยวข้อง แต่มีรายชื่อที่ ผบ.ตร.ให้มา มีหลายหน่วย แทบทุกหน่วยในพื้นที่ แต่ต้องตรวจสอบเสียก่อนเพราะหลายครั้งเจอโพยในพื้นที่ระบุรายชื่อ แต่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทั้งนี้มีส่วนที่ตรงความจริง มีคนรับสารภาพแล้วและสอดคล้องกับที่ ผบ.ตร.ออกมาเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรงค์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวงประตูน้ำพระอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา ลาออกกะทันหันเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับกรณี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ตนขอเรียนว่าเกี่ยว เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถรับราชการได้ในสถานการณ์นี้จึงขอลาออกก่อน หากขวัญและกำลังใจดีคงกลับมาใหม่ก็เป็นเรื่องของเขา เบื้องต้นไม่ผิดอะไร จึงใช้วิธีลาออกเพื่อไปใช้ชีวิตทำงานอย่างอื่น เรียนว่าผู้ที่กระทำและผู้ที่เกี่ยวข้องบางรายไม่สบายใจ ถูกกล่าวหาถูกมองในทางไม่ดีจึงคิดว่าลาออกดีกว่า ก็เป็นความคิดส่วนตัว การลาออกเป็นเหตุผลส่วนตัว ตนคงชี้ชัดไม่ได้ แต่เบื้องต้นไม่มีหลักฐานอะไรชี้ว่าเขากระทำผิด แต่เขาเลือกวิธีนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว สอบถามแล้วทราบว่าเป็นความสมัครใจ

เมื่อถามถึงการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า กรณีกลุ่มผู้ต้องหา 5 รายที่ถูกออกหมายจับและนำตัวฝากขังวันนี้นั้น นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา เดิมมียศ ว่าที่ พ.ต. แต่ในขณะจับกุมได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชาว่ามีการถอดยศและปลดจากการเป็นนายทหารราชองครักษ์แล้ว คำสั่งอยู่ในมือตน ส่วนนายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา ก็มีคำสั่งถอดยศ จ.ส.อ.แล้วเช่นกัน ขณะที่นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา ข้าราชการในสำนักพระราชวัง ก็มีการปลดออกเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ตามคำสั่งของนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา โดยทั้ง 3 คนเคยเป็นข้าราชการ เคยมียศ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ถูกปลดไล่ออกแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจที่ถูกดำเนินคดีในขบวนการนี้อยู่ระกว่างดำเนินการถอดยศเช่นกัน โดยตนจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า ล่าสุดวันนี้พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้ขอนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย เป็นพลเรือนทั้งหมด มีพฤติการณ์ตั้งแก๊งทวงหนี้ ข่มขู่ ขูดรีด โดยแอบอ้างสถาบันฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็นเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ทำหน้าที่ทวงหนี้ให้
Read more ...

ยุติคำสั่งย้าย “ชัยทัต บุญขำ” ผบก.ป. แต่ให้ปฏิบัติราชการ สนง.นายตำรวจราชสำนักประจำ

26/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 พ.ย.2557

ผบ.ตร.ยุติคำสั่งเด้ง “ชัยทัต บุญขำ” ผบก.ป.ที่ถูกให้มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. แต่ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำแทน

วันนี้ (26 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 643/2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ใจความว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ จึงยุติการให้

พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการกองปราบปราม 

ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ตามคำสั่ง ตร.ที่ 625/2557 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และให้ พล.ต.ต.ชัยทัต ปฏิบัติราชการ สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำมอบหมาย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

อนึ่ง สำหรับ พล.ต.ต.ชัยทัตนั้น ได้รับคำสั่งให้ช่วยราชการ ศปก.ตร.พร้อมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป.ซึ่งเสียชีวิตแล้ว และเป็นหนึ่งในเครือข่ายกระทำผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. แต่จากการสืบสวนไม่พบว่าร่วมกระทำผิดจึงไม่มีการออกหมายจับหรือไม่มีคำสั่งอื่นใด เพียงกันไว้เป็นพยานเท่านั้น 
Read more ...

คำสั่งแรกเด้ง ผกก.บางบัวทอง หลังลูกน้องผูกคอตาย

25/11/57
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 24 พ.ย.2557

เมื่อวันที่24พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า 

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)

ลงนามคำสั่ง บช.ภ.1ที่335/2557ให้ 

พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และ

พ.ต.อ.สุนทร ชื่นชิต พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะหัวพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง 

ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.นนทบุรี โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ในระหว่างคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทำการสืบสวนถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ 

ร.ต.ท.ปรีชา นันทะพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง 

ผูกคอตายเสียชีวิต เมื่อวันที่22 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีคำสั่ง บช.ภ.1ที่336/2557ให้ 

พ.ต.อ.ปรีชา มาเจริญ ผกก.ฝ่ายปกครองและการฝึก ศูนย์ฝึกอบรมตำวจภูธรภาค 1 รักษาราชการแทน ผกก.สภ.บางบัวทอง และให้ 

พ.ต.ท.ประเสริฐ แหวนแก้ว พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รักษาราชการแทนในตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.บางบัวทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 

ทั้งนี้ คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งแรกในการพิจารณาทางปกครองแก่ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น กรณีผู้ใต้บังคับบัญชาฆ่าตัวตาย นับแต่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งกำชับในสัปดาห์ที่ผ่านมา.
Read more ...

“สมยศ” สั่งตั้ง กก.สอบวินัย “พงศ์พัฒน์” กับพวกรวม 7 นาย

24/11/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 พ.ย.2557

“สมยศ” เซ็นตั้งกรรมการสอบวินัย “พงศ์พัฒน์” กับพวกรวม 7 นาย หากพบตำรวจอื่นมีเอี่ยวให้รายงานด่วน

วันนี้ (24 พ.ย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 633/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย. 2557 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย โดยระบุว่า ตามที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงค์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 ปคบ. ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป.ต้องคดีอาญาแล้วได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เลขที่ 632/2557 ไปแล้วนั้น

อาศัยตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 86 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าวประกอบด้วย พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน

พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข จเรตำรวจ (สบ 8) 
พล.ต.ต.จักกฤษศณ์ สิงห์ศิลารักษ์ รองจเรตำรวจ (สบ 7) 
พล.ต.ต.ไพบูลย์ อุดมสินค้า ผบก.กต.9 จต. พ
.ต.อ.ชยธวัส เสาวนะ รอง ผบก.กต.9 จต.เป็นกรรมการ 
พ.ต.อ.ทรงกลด เกริกกฤติยา ผกก.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต.9 เป็นกรรมการและเลขานุการ 
พ.ต.ท.วณัฐศ์ ชาลประเสริฐ สว.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต.9 จต.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า 

พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผบช.สตม. มีคำสั่งเลขที่ 257/ 2557ลงวันที่ 23 พ.ย. 2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 

พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.จว.สมุทรสาคร 

ประกอบด้วย 
พ.ต.อ.สิทธิชัย โล่กันภัย รองผบก.ตม. 3 
พ.ต.อ. วีรยศ การุณธร ผกก.กองกำกับการบริการคนต่างด้าว บก.ตม.3 
พ.ต.ท.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.กองกำกับการบริการคนต่างด้าว บก.ตม.3 เป็นกรรมการ 
พ.ต.ท.ยุทธนา ราชจันทร์ สว.ตม.จว.นครปฐม บก.ตม.3 เป็นกรรมการและเลขานุการ และ
ร.ต.อ.นพรัตน์ ศิริมุสิกะ รอง สว.ตม.จว.นครปฐม บก.ตม.3 เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

โดยให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2557 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาต่อไป หากคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดวินัยร้ายแรงในเรื่องอื่น นอกจากที่ระบุในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนไปพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการมีความเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนกระทำความผิดในเรื่องที่สอบสวนนั้น ให้ประธานรายงานมาให้ทราบโดยเร็ว
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม