ยกระดับ-ตั้งโรงพักใหม่ อย่าประเคนเก้าอี้ให้ “เด็กเส้น”

14/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 13 ต.ค.2557

การแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็มีกระแสข่าวลือว่าในระดับผกก. ซึ่งถือเป็นหัวหน้าหน่วย หัวหน้าโรงพัก ในแต่ละกองบัญชาการ มีเสียงร่ำลือว่าแต่ละตำแหน่งต้องถูกตีตราประทับจาก “บิ๊กอ๊อด”และ “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ รองผบ.ตร.ก่อน

น่าจะเป็นการวัดใจ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวันอีกครั้ง ในการแสดงภาวะผู้นำสีกากี ต่อการทำหน้าที่ผบ.ตร. ซึ่งได้ประกาศนโยบายเสียงดังฟังชัดว่าจะทำงานเพื่อองค์กรตำรวจ จริงๆแล้วเป็นแค่เพียงคำพูดสวยหรู หรือเป็นคำมั่นสัญญาจากใจจริงกันแน่

การปรับระดับตำแหน่ง “หัวหน้าสถานี” และการจัดตั้ง “สถานีตำรวจ”ขึ้นใหม่ ที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างการจัดทำประกาศเขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองของสถานีตำรวจ ซึ่งคาดว่าน่าจะประกาศใช้ได้ในเร็วๆนี้

ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์การทำหน้าที่ผบ.ตร.ของพล.ต.อ.สมยศครั้งนี้

สำนักงานกำลังพล เตรียมปรับระดับตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจจาก สารวัตรใหญ่(สวญ.) เป็น ผู้กำกับการ(ผกก.) จำนวน 8 แห่ง และจาก สารวัตร(สว.) เป็น สวญ. จำนวน 1 แห่ง รวม 9 แห่ง และจัดตั้งสถานีตำรวจขึ้นใหม่อีก 22 แห่ง รวมทั้งสิ้น 31 แห่ง

โดยระดับ สวญ. ปรับเป็น ผกก. 8 สถานี ก็จะมี สภ.เทนมีย์ จว.สุรินทร์ สภ.เขวาใหญ่ จว.มหาสารคราม สภ.แม่ยาว จว.เชียงราย สภ.ห้วยม้า จว.แพร่ สภ.ด่านแม่คำมัน จว.อุตรดิตถ์ สภ.ดงขุย จว.เพชรบูรณ์ สภ.หนองขาว จว.กาญจนบุรี และสภ.เขาวิเศษ จว.ตรัง ส่วนระดับ สว. ปรับเป็น สวญ. เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจ มี 1 แห่ง คือ สภ.วังหงส์ จว.แพร่

ขณะที่สถานีตำรวจตั้งขึ้นใหม่ 22 แห่ง ประกอบด้วย 

บช.ภ.1

1. สภ.รัตนาธิเบศร์ แยกจากสภ.เมืองนนทบุรี และ
2. สภ.คลองหนึ่ง แยกจากสภ.คลองหลวง จะไปขึ้นอยู่กับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(บก.ภ.จว.)ปทุมธานี 

บช.ภ.2 สภ.เกาะล้าน แยกจากสภ.เมืองพัทยา ขึ้นกับ บก.จว.ชลบุรี 

บช.ภ.3 สภ.แสลงโทน แยกจากสภ.ประโคนชัย ขึ้นกับ บก.ภ.จว.บุรีรัมย์

บช.ภ.4 สภ.ท่าพระ แยกจากสภ.เมืองขอนแก่น สภ.บ้านเป็ต แยกจากสภ.เมืองขอนแก่น สภ.โคกสี แยกจากสภ.เมืองขอนแก่น สภ.เวฬุวัน แยกจาก สภ.เมืองขอนแก่น สภ.โนนทัน แยกจาก สภ.ชุมแพ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.ขอนแก่น สภ.นาข่า แยกจากสภ.เมืองอุดรธานี สภ.โนนสูง แยกจากสภ.เมืองอุดรธานี ขึ้นกับ บก.ภ.จว.อุดรธานี สภ.สะอาดสมบูรณ์ แยกจาก สภ.เมืองร้อยเอ็ด สภ.เกาะแก้ว แยกจากสภ.เสลภูมิ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด

บช.ภ.5 สภ.ป่าแดง แยกจากสภ.เมืองแพร่ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.แพร่ สภ.แม่กา แยกจากสภ.เมืองพะเยา ขึ้นกับ บก.ภ.จว.พะเยา สภ.นิคมอุตสาหกรรม แยกจากสภ.เมืองลำพูน ขึ้นกับ บก.ภ.จว.ลำพูน 

บช.ภ.6สภ.ท่าโพธิ์ แยกจากสภ.เมืองพิษณุโลก ขึ้นกับ บก.ภ.จว.พิษณุโลก สภ.ขากังราว แยกจากสภ.เมืองกำแพงเพชร ขึ้นกับ บก.ภ.จว.กำแพงเพชร

บช.ภ.8 สภ.บางสวรรค์ แยกจากสภ.พระแสง ขึ้นกับ บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช สภ.เกาะพีพี แยกจากสภ.เมืองกระบี่ ขึ้นกับ บก.ภ.จว.กระบี่ และสภ.เกาะเต่า แยกจากสภ.เกาะพงัน ขึ้นกับ บก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี
เหตุที่การยกระดับสถานีตำรวจครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจพล.ต.อ.สมยศ ต่อคนสีกากี ก็เพราะเมื่อมีการยกระดับโรงพัก หรือตั้งโรงพักใหม่ขึ้นมา นั่นก็หมายถึงจะมีตำแหน่งเพิ่ม อย่างโรงพักที่มี สวญ. เป็นหัวหน้าโรงพัก ก็จะได้ ผกก.เพิ่ม 1 ตำแหน่ง รวมทั้งมีรอง ผกก. และสว. เพิ่มเติม เช่นเดียวกับการตั้งโรงพักใหม่ ก็จะมีตำแหน่งเพิ่ม ตั้งแต่ ผกก.โรงพัก รองผกก. สว. รองสว. ชั้นประทวน ขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับการทำงานแต่ละโรงพัก

สิ่งพิสูจน์ความจริงใจ “บิ๊กอ๊อด”ก็คือ เมื่อตำแหน่งเพิ่มมากขึ้น หากนโยบายการแต่งตั้งเปิดโอกาสให้ตำรวจที่ทำงานได้เติบโตกันตามหน้าที่ ตามสายงาน ได้เจริญก้าวหน้ากันโดยไม่มีการแทรกแซง ก็เหมือนเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นโอกาสเพิ่มขึ้นให้กับตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง นอกเหนือจากตำแหน่งว่างเกษียณอายุราชการตามปกติ

แต่ถ้าโรงพักที่ยกระดับหรือโรงพักที่เกิดใหม่ ตำแหน่งๆต่างๆถูกตีตราจองเอาไว้จากระดับผู้บริหาร ก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ชัดเจนว่านโยบายที่พล.ต.อ.สมยศประกาศเอาไว้จะพัฒนาองค์กรตำรวจ ให้คนดีมีฝีมือได้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานไม่ใช่ออกมาจากความจริงใจ

ยิ่งภาพสะท้อนที่ออกมาจากการแต่งตั้งระดับ “นายพล” ที่แม้ “บิ๊กอ๊อด”จะไม่ได้ทำบัญชีแต่งตั้งอย่างเต็มตัว เพราะขณะนั้นเป็นเพียงแค่ ว่าที่ผบ.ตร. มี “บิ๊กกุ้ย”พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร.อยู่ แต่รายชื่อที่ออกมาเช็คประวัติเช็คสีเสื้อ ก็ไม่อาจจะเถียงได้ว่าเลือกจากคนดีมีฝีมือ จากคนทำงาน มากกว่าพวกพ้อง

เหมือนการแบ่งงานระดับ รองผบ.ตร.-ผู้ช่วยผบ.ตร. ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันถึงความเหมาะสมในการจัดคนบางหน้างาน ที่นายตำรวจบางรายไม่เคยผ่านงานป้องกันปราบปราม แต่ได้ไปคุมงานป้องกันปราบปราม เพียงเพราะความสนิทชิดเชื้อกับผู้บริหาร

หรือล่าสุดการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็มีกระแสข่าวลือว่าในระดับผกก. ซึ่งถือเป็นหัวหน้าหน่วย หัวหน้าโรงพัก ในแต่ละกองบัญชาการ มีเสียงร่ำลือว่าแต่ละตำแหน่งต้องถูกตีตราประทับจาก “บิ๊กอ๊อด”และ “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ รองผบ.ตร.ก่อน

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามข่าวลือ หรือเป็นแค่ข่าวเมาธ์ ถือเป็นสิ่งที่พล.ต.อ.สมยศ ในฐานะผู้นำสีกากี จะต้องพิสูจน์จากการกระทำออกมาให้เห็นว่าจริงๆแล้ว การบริหารงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติของ “บิ๊กอ๊อด” ทำเพื่อตำรวจ 2 แสนกว่านายอย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ คุณธรรม ผลงาน ไม่ใช่พวกพ้อง

การแต่งตั้งนี่แหละ..จะเป็นบทพิสูจน์ชั้นดี
Read more ...

“บิ๊กอ๊อด” ตั้งรอง ผบก.สงขลา รรท.ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.

13/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 10 ต.ค.2557

“บิ๊กอ๊อด” มีคำสั่งให้ “พ.ต.อ.สุรเชษฐ์” รอง ผบก.จว.สงขลา รรท.ตำแหน่ง ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.ประสานการทำงานกับรัฐบาล

วันนี้ (10 ต.ค.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ตร.เลขที่ 542/2557 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความ มาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 จึงให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบก.จว.สงขลา รักษาราชการแทนผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการทำหน้าที่ประสานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่มีคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากตำแหน่งผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นตำแหน่งที่ยังว่าง และยังไม่มีการแต่งตั้ง จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ามารักษาราชการแทนในตำแหน่งนี้ไปก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง และมีคุณสมบัติครบหลักเกณฑ์
Read more ...

นักเลงเรียกเฮีย มาเฟียเรียกพี่ “พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา” แบเบอร์ ผบ.ตร. คนที่11

12/10/57
โดย สน.พระอาทิตย์ นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 12 ต.ค.2557

เขาได้รับการสนับสนุนจากพี่ๆทั้งสายทหาร สายตำรวจอีกทั้งปีกการเมืองสายบุรีรัมย์อันเป็นต้นตำรับกลุ่ม “สีน้ำเงิน”ก้าวขึ้นมาเป็น รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง และบริหาร 1 ทำท่าจะสืบต่อเป็น ผบ.ตร.อันดับที่ 11 ในปีหน้า...โดยใครก็ขวางไม่อยู่ เพราะเขาเป็นน้องรัก “พี่ป้อม-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ”ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคนี้

ยามนี้ถ้าตัดพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร.ออกไปพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคงและบริหาร 1 เป็นตำรวจที่ถูกสังคมไทยจับจ้องมากที่สุด

ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ซึ่งมีทรัพย์สินมากกมายกว่า 900 ล้านบาท หรือการลงไปคุมคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เขา-พล.ต.ท.จักรทิพย์ มาจากไหน เส้นทางเติบโตในราชการตำรวจต้องฟันฝ่าอะไรมาบ้างรวมทั้งคำถมที่ว่าเขาร่ำรวยมาจากอะไร วันนี้ลองมาทำความรู้จักกับนายตำรวจผู้นี้ในอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบ

พล.ต.ท.จักรทิพย์ มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี บิดาคือนายประณีต ชัยจินดา นักธุรกิจคนดังแห่งอ่างศิลา ชลบุรีมีกิจการค้าอาหารทะเลและนายหน้าค้าที่ดินระดับ วีไอพี.แห่งภาคตะวันออก จักรทิพย์มีภรรยาชื่อ ดร.บุษบา ชัยจินดา ทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ฐานะความเป็นอยู่จึงเข้าขั้นมีอันจะกิน ส่วนที่มีทรัพย์สินเฉียดพันล้านบาทนั้น ใครคิดว่าปกติหรือไม่ปกติก็แล้วแต่ใครจะคิด

เส้นทางการศึกษาเมื่อจบจากวชิราวุธวิทยาลัย เข้าสอบเตรียมทหารแต่ไม่ติดจึงเอนทรานซ์เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกับนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ปรากฏว่าติดทั้งจุฬาฯและสามพรานแต่เลือกเป็นตำรวจโดยจบนักเรียนนายร้อยรุ่น36 มีเพื่อนประจำรุ่นคนดังก็คือ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ พล.ต.ต.ณรัชต์ เศวตนันท์ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น พล.ต.ต.อิทธิพล ภิริยะภิญโญ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า และพล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช เป็นต้น

ในระหว่างรับราชการยังหาทางก้าวหน้าเรียนต่อปริญญาโทสาขาบริหารรัฐกิจ จากสหรัฐอเมริกา ศึกษาเพิ่มเติมหลักสูตรการสอบสวนเหตุระเบิดและหลักสูตร เอฟบีไอ.เส้นทางรับราชการส่วนใหญ่อยู่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถือเป็นลูกหม้อคนหนึ่งและด้วยอุปนิสัยที่สุขุมรุ่มลึก พูดน้อย กับอ่อนน้อมถ่อมตน มีจิตใจนักเลงแถมยังกล้าได้กล้าเสียจนเป็นที่เข้าตาถูกใจนายตำรวจรุ่นพี่ๆและในระดับผู้บังคับบัญชาเขาจึงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

จนมาถึงยุค “ได้เสีย”นั่นคือสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดความวุ่นวายตั้งแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการเลือกตั้งเมื่อปีพ.ศ.2549 และได้เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งในขณะนั้นพล.ต.ท.จักรทิพย์ ก็ได้รับความไว้วางใจเลื่อนชั้นจากตำแหน่งรอง ผบก.จ.สมุทรสงคราม เป็นเป็น ผบก.สตม.ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ ดังปรากฏหลักฐานในการสัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งโดยเปรียบตัวเองว่าเป็นนักกีฬามีรัฐบาลเป็นโค้ช เมื่อโค้ชสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตามนั้นและเมื่อหมดเวลาเขาสั่งให้ออกจากสนามก็ต้องออก

“ผมเคยทำงานกับท่านทักษิณ มาก่อนรวมทั้งท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ด้วยมาถึงสมัยคุณยิ่งลักษณ์ ก็ยังทำหน้าที่แต่ไม่รู้จะอยู่ได้แค่ไหน”พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวในตอนหนึ่ง

เมื่อย้อนกลับไปยังเหตุการณ์การเมืองช่วงปี 2551 อันเป็นยุครัฐบาล “นอมินี”เป็นช่วงที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีซึ้งในขณะนั้น พล.ต.ท.จักรทิพย์ รับตำแหน่งเป็นผบก.สปพ.(191)มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้วเป็นผบช.น. รัฐบาลถูกต่อต้านจากพันธมิตรและประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างกว้างขวางจนเกิดเหตุการณ์ถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตากระหน่ำยิงใส่ประชาชนอย่างไม่ยั้งเป็นผลให้ “น้องโบว์”น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ถูกกระสุนแก๊สน้ำตาเข้าที่อกเสียชีวิตและยังมีผู้ร่วมอุดมการณ์ล้มตายอีกนับสิบ

ในช่วงนั้นพล.ต.ท.จักรทิพย์ ขยับขึ้นมาเป็นรองผบช.น.โดยมีพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล(ยศในขณะนั้น)เข้ามาทำหน้าที่แทนซึ่งหากพอจำกันได้มีภาพพล.ต.ท.จักรทิพย์ กำลังเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่โดนระเบิดขาขาดด้วยการถอดเสื้อช่วยมัดห้ามเลือดให้ ต่อมาผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมได้ตั้งฉายาให้เป็น “สุภาพบุรุษแก๊สน้ำตา”

นั่นคือจุดเริ่มต้นต่อการก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของนายตำรวจผู้นี้อย่างแท้จริง ลองติดตามต่อไปว่าแท้จริงตัวตนของนายตำรวจผู้นี้เขาซ่อนอะไรอยู่ เป็นนักกีฬาทำตามคำสั่งโค้ชอย่างนั้น หรืออ่านเกมใช้ความพริ้วพลิกเข้าหาขั้วอำนาจเพื่อชิงความก้าวหน้า ในห้วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจ จากรัฐบาลนายสมชาย มาเป็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ เข้ามารักษาการณ์แทนพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ซึ่งโดนแรงกดดันจากการออกคำสั่งสลายม็อบ พร้อมๆกับการขยับขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าของพล.ต.ท.จักรทิพย์ โดยได้รับการเสนอชื่อจากพล.ต.อ.ประทีป ให้เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปี 2553 ขึ้นมาเป็น “ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล”สืบต่อจากพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์

นับเป็นจังหวะชีวิตที่สู่ความรุ่งโรจน์อย่างแท้จริง ทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียงและกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ไปด้วยก็คือบรรดาเพื่อนฝูงนักเรียนนายร้อยตำรวจร่วมรุ่น 36 และยังรวมไปถึงสายพ่อค้านักธุรกิจอันมีทั้ง “สีขาว สีเทา” ซึ่งถือว่าเป็นธรรมดาของตำรวจที่สั่งสมบารมีมานานว่ากันว่าบรรดาเจ้าพ่อเจ้าแม่หรือกลุ่มแก๊งมาเฟียต่างๆล้วนสยบอย่างราบคาบ

จนเข้าสู่ยุค “คืนอำนาจ”ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เมื่อยุบสภาฯเข้าสู่โหมตการเลือกตั้งจนได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะรองนายกฯดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ออกมาแฉอภิมหาบ่อนแห่งหนึ่งในนามบ่อนพระราม 9 พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ในฐานะผู้รับผิดชอบและมีภาพชัดว่าอยู่เคียงข้างพรรคประชาธิปัตย์ จึงถูกบีบและย้ายไปเป็น ผบช.ภ.9 มีพล.ต.ท.วินัย ทองสอง หลานเขยพ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นมารับตำแหน่ง น.1 แทน

ในระหว่างการบริหารงานของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”สังคมตำรวจมองว่าพล.ต.ท.จักรทิพย์ คงไปไม่ถึงดวงดวงเพราะมองไม่เห็นทางเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาสู่อำนาจได้อีก ในระหว่างนั้นมีข่าวเช่นกันว่าพล.ต.ท.จักรทิพย์ มิได้อยู่งอมืองอเท้ายอมรับชะตากรรมอยู่เฉยๆ

กระแสหนึ่งระบุว่าเขาได้เดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบโดยผ่านไปทางตำรวจยศพ.ต.อ. เจ้าของฉายา “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ”เจ้าของสโลแกน “ได้ครับพี่...ดีครับผม...เหมาะสมครับท่าน” ซึ่งเป็นบุตรชายของคนใก้ลชิดพล.ต.อ.เสมอ ดามาพงษ์ พ่อตาอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 2 ครั้งสองโดยเที่ยวแรกพ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธให้พบแต่เที่ยวสุดท้ายสามารถเข้าไปเคลียร์ปัญหาคาใจกันได้

เวลาต่อมาในการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2555 ก็ได้เลื่อนมาเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.ท่ามกลางความงุนงงของบุคคลในแวดวงสีกากี เพราะสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นพล.ต.ท.จักรทิพย์ ไม่น่าจะรอดจากการถูกดองเค็มไปได้

เมื่อการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่เครือข่าย “ทักษิณ”เต็มรูปแบบอีกครั้งอีกครั้ง ข่าวคราวของพล.ต.ท.จักรทิพย์ ค่อยๆหายไปแต่หายไปเพียง “ชื่อ”ส่วน “ชั้น”ยังไม่ลดเพดานบินแม้แต่น้อย ยังคง“จ่อคิว”พร้อมเข้าช่วงชิงตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ทุกขณะ ขอ เพียงแค่ได้รับการสนับสนุนอีกครั้งให้เป็นระดับ รองผบ.ตร.การก้าวสู่ดวงดาวในตำแหน่ง ผบ.ตร.โดยไม่ยากเย็นพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา โผล่มาอีกครั้งเมื่อตอนปลายรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”เช่นการมอบหมายจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)ให้เป็นหัวหน้าชุดเจรจาขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยจาก กปปส.

หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะทหารยึดอำนาจ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการณ์ ผบช.น.แทนพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคงได้ออกคำสั่งให้พล.ต.ท.จักรทิพย์ จัดชุดเฉพาะกิจตามล่าพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เป็นการประเดิม

การแต่งตั้งโยกยายนายตำรวจประจำปีที่ผ่านมาเขาได้รับการสนับสนุนจากพี่ๆทั้งสายทหาร สายตำรวจอีกทั้งปีกการเมืองสายบุรีรัมย์อันเป็นต้นตำรับกลุ่ม “สีน้ำเงิน”ก้าวขึ้นมาเป็น รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง และบริหาร 1

ทำท่าจะสืบต่อเป็น ผบ.ตร.อันดับที่ 11 ในปีหน้า...โดยใครก็ขวางไม่อยู่ เพราะเขาเป็นน้องรัก “พี่ป้อม-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ”ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคนี้
Read more ...

ฝุ่นตลบ!โผโยกย้ายตร.ระดับสารวัตร-ผู้บังคับการ

10/10/57
โดยกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เมื่อ 9 ต.ค.2557

วิ่งฝุ่นตลบ! โผโยกย้ายตร.สารวัตร(สว.)-ผู้บังคับการ(ผบก.) ชี้ต้องจ่ายหลักล้าน หลังบ้านบิ๊กสีกากี วอนนายกฯดูแล


ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) 

ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009.231/10164 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจถึงจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) และจเรตำรวจ (จตร.)

ด้วยขณะนี้เข้าสู่ห้วงระยะเวลาการดำเนินการคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร (สว.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) ในวาระประจำปี 2557 ซึ่ง ตร. จะต้องดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งนายเวร (นว.) และ ผู้ช่วย นว. ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ซึ่งข้าราชการตำรวจดังกล่าวจะต้องทำหน้าที่เลขานุการประจำตัวของผู้บังคับบัญชา และต้องได้รับความไว้วางใจเป็นการเฉพาะตัว

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง นว. และผู้ช่วย นว. ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีความประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่ นว. และผู้ช่วย นว. ให้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง ตร. โดยผ่านสำนักงานกำลังพล (สกพ.) โดยด่วนที่สุด เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการถึงระดับสารวัตรในวาระประจำปี 2557 นั้นเริ่มมีการวิ่งเต้นกันอย่างหนัก โดยในแวดวงสีกากีต่างกันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในขณะนี้นายตำรวจจำนวนมากต่างพากันวิ่งเต้นเพื่อจะได้ไปดำรงตำแหน่งที่ตนอยากไป และอยากเป็นในหน่วยต่างๆ

โดยมีการเรียกรับในระดับรองสารวัตรขึ้นเป็นสารวัตรในพื้นที่ทำเลทองต้องจ่ายตั้งแต่ 1-2 ล้าน ส่วนระดับสารวัตรขึ้นเป็นรองผู้กำกับ จ่ายกันที่ 2 ล้านระดับรองผู้กำกับขึ้นเป็นผู้กำกับนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ 3 ล้านขึ้นไป และสุดท้ายผู้กำกับขึ้นเป็นรองผู้บังคับการต้องจ่าย 3 ถึง 5 ล้านขึ้นไป แล้วแต่ในกองบัญชาการเกรดไหน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในครั้งนี้ ต้องผ่าน "ภรรยาอดีตบิ๊กสีกากีคนหนึ่ง" โดยผ่านตัวกลางคนสนิทเป็นด๊อกเตอร์คนหนึ่ง

แหล่งข่าวระดับนายพลตำรวจเอกนอกราชการท่านหนึ่ง เปิดเผยว่า มีลูกน้องมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ตนรู้สึกเสียความรู้สึกมากๆ ในยุคนี้ไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้ ซึ่งตนก็ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร ปรากฏว่าในเบื้องต้นได้ข้อมูลตรงกัน จึงขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.คนใหม่ ให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอีกทาง เพื่อไม่ให้องค์กรตำรวจของพวกเราเสียหาย

ในส่วนเรื่องของการแต่งตั้งนั้นมีรายงานว่า ในขณะนี้ยังไม่กำหนดกรอบวันเวลา รวมถึงหลักเกณฑ์ที่แน่ชัด โดยทางสำนักงานกำลังพลอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องอาวุโสฯและเรื่องการนับวันทวีคูณในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้(ศชต.) โดยคาดว่าภายหลังวันตำรวจ (13 ตุลาคม นี้) ทางสำนักงานกำลังพลจะมีหนังสือเวียนให้จัดทำบัญชีแต่งตั้งและกำหนดหลักเกณฑ์ กรอบวันเวลา แล้วส่งมายัง สกพ.ตร.เพื่อขอบรรจุวาระเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ( ก.ตร.) ต่อไป
Read more ...

สกพ.ออกหนังสือเวียนเตรียมแต่งตั้ง “นว.- ผู้ช่วย นว.”

10/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 9 ต.ค.2557

สำนักงานกำลังพลทำหนังสือเวียนให้ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายเวร - ผู้ช่วยนายเวร ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (9 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009.231/10164 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) และจเรตำรวจ (จตร.) ว่า ด้วยขณะนี้เข้าสู่ห้วงระยะเวลาการดำเนินการคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร (สว.)- ผู้บังคับการ (ผบก.) ในวาระประจำปี 2557 ซึ่ง ตร. จะต้องดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งนายเวร (นว.) และ ผู้ช่วย นว. ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ซึ่งข้าราชการตำรวจดังกล่าวจะต้องทำหน้าที่เลขานุการประจำตัวของผู้บังคับบัญชา และต้องได้รับความไว้วางใจเป็นการเฉพาะตัว

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง นว. และผู้ช่วย นว. ประจำตัวผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีความประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่ นว. และผู้ช่วย นว. ให้ส่งรายชื่อดังกล่าวไปยัง ตร. โดยผ่านสำนักงานกำลังพล (สกพ.) โดยด่วนที่สุด เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป
Read more ...

สั่งทุก บช.ทำบัญชีอาวุโส เตรียมแต่งตั้งระดับ “สว.-รอง ผบก.”

10/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 6 ต.ค.2557

“สกพ.ตร.” ออกหนังสือเวียน ทุก บช. จัดทำบัญชีอาวุโส เตรียมแต่งตั้งระดับ “สว.-รอง ผบก.” คาด ก.ตร. นัดก่อนสิ้นเดือน ต.ค.

วันนี้ (6 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รรท.ผบช.สกพ.) ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความเลขที่ 0009231/10096 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ถึงระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ว่า ด้วยขณะนี้การดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ขึ้นไป วาระประจำปี 2557 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คงเหลือการดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ดำรงตำแหน่งระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. 2557 ตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ ข้อ 4

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว. ถึง รอง ผบก. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตร. จึงมีบันทึกสั่งการ ลงวันที่ 4 ต.ค. 2557 ให้ทุกหน่วยดำเนินการจัดทำบัญชีลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว. ถึง ผกก. ในสังกัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแล้วประกาศให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดทราบโดยทั่วกัน ภายในวันที่ 10 ต.ค. 2557 โดยแจ้งให้ข้าราชการตำรวจที่เห็นว่าลำดับอาวุโสไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องต่อผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาทบทวนได้ ภายในวันที่ 17 ต.ค. 2557 สำหรับการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในแต่ละระดับ ตำแหน่ง ให้เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ให้พร้อมเพื่อ ตร. จะได้กำหนดห้วงเวลาให้ทุกหน่วยดำเนินการโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 89/2557 ที่ระบุว่า การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.- ผกก. ต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร. โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กลั่นกรองขึ้นมาก่อน จากนั้นให้ทางกองบัญชาการ (บช.) จัดทำบัญชีผู้เหมาะสม ส่งรายชื่อมาให้ สกพ. ก่อนนำเข้าในวาระการประชุม ก.ตร. เพื่อให้มีการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ สกพ.ตร. จะส่งหนังสือเวียนเรื่องการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งฯไปยัง บช. ต่างๆ อีกครั้ง ส่วน ก.ตร. คาดว่า จะมีการนัดประชุมการแต่งตั้งฯให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. นี้
Read more ...

“สมยศ” จัดทัพ ตร.ใหม่ คุมงานยาเสพติดเอง “จักรทิพย์” คุมความมั่นคง-จังหวัดชายแดนใต้

1/10/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 1 ต.ค.2557

“สมยศ” จัดทัพ ตร.ใหม่ คุมงานยาเสพติดเอง มอบ “จักรทิพย์” คุมความมั่นคง-3 จังหวัดชายแดนใต้ “วรพงษ์-เรืองศักดิ์” คุม ปป. “จูดี้-วุฒิ” คุมบริหาร ส่วน “เอก” ดูงานกฎหมาย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ต.ค.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรววจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังบันทึกเทปคำปราศรัย เนื่องในวันตำรวจประจำปี 2557 ว่า เมื่อตนเป็น ผบ.ตร.แล้ว ขอความร่วมมือร่วมใจจากตำรวจทุกนายให้ยึดสโลแกน “เราจะพร้อมใจกัน มอบความรัก สร้างความศรัทธา และความผาสุกแก่ประชาชน” 

โดยต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนพึงพอใจ และปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เรียกรับ หรือยอมรับสิ่งที่มิชอบ และขอความร่วมมือประชาชน อย่าพยายามยัดเยียด มอบสิ่งที่มิชอบให้ตำรวจ เพื่อให้ตัวเองพ้นความผิด เพราะเป็นสิ่งผิด ทางที่ดีไม่ควรทำผิดกฎหมาย และตำรวจเองต้องลดละเลิกพฤติกรรมเหล่านี้

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ได้มอบหมายหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงใหม่ โดยกำหนดสายงานให้กระชับขึ้น ดังนี้ 

งานป้องกันปราบปราม 1-2 

งานความมั่นคง งานบริหาร 1-2 

งานกฎหมายและสอบสวน 

งานปราบปรามยาเสพติด 

ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และ

จเรตำรวจแห่งชาติ
โดยตนจะกำกับดูแลงานด้านยาเสพติดด้วยตนเอง โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นผู้ช่วยในสายงาน ขณะที่

งานป้องกันปราบปราม 1 ให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.กำกับดูแล งานป้องกันปราบปราม 2 ให้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.รอง ผบ.ตร.กำกับดูแล โดยงานปราบปรามจะรวมงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ด้วย

ส่วนงานความมั่นคงที่รวมงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร.ดูแล 

งานบริหาร 1 ให้ พล.ต.อ.พงศพัศดูแล 

งานบริหาร 2 ให้ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รรท.รอง ผบ.ตร.ดูแล ขณะที่ 

พล.ต.อ.เอก อังสานนท์ รอง ผบ.ตร.ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ให้กำกับ สายงานกฎหมายและสอบสวน ส่วน 

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รรท.รอง ผบ.ตร. คุมงาน ศปก.ตร.

ทั้งนี้ ในแต่ละสายงานจะมีระดับรอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้า มีที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นรอง และมีผู้ช่วย ผบ.ตร.ช่วยงานอีก 4 คน โดย

รอง ผบ.ตร.คนหนึ่งให้ดูงานเพียงด้านเดียว ส่วน

ระดับผู้ช่วย ดูงานไม่เกิน 2 งาน และเป็นสายงานที่สอดคล้องกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแทรกแซงทางการเมืองในแวดวงตำรวจ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทำให้เห็นแล้วว่าการเมืองไม่ได้เข้าแทรกแซงตำรวจ เพียงมอบนโยบายให้ตำรวจปฏิบัติงานเท่านั้น ยุคนี้ตำรวจก็ทำงานสนองนโยบายรับบาลอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซง ส่วนการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.ลงไป ได้สั่งการให้ฝ่ายกำลังพลไปรจัดเรียงลำดับความอาวุโสใหม่ เมื่อแล้วเสร็จจะสั่งการแต่งตั้งโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีการวิจารณ์ว่าเปลี่ยนขั้วอำนาจ อาจต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับทหารในพื้นที่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า การแต่งตั้งทุกตำแหน่งทั้งก่อนหน้านี้และที่จะทำหลังจากนี้จะพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่มีปัจจัยอื่นมาข้องเกี่ยว การแต่งตั้งตำรวจเป็นเรื่องของตำรวจ ตำรวจกับทหารต้องทำงานร่วมกันให้ได้ ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้ง ไม่จำเป็นต้องผ่านการชี้แนะจากหน่วยอื่น แต่เป็นหน้าที่ของผู้ได้รับการแต่งตั้ง ต้องไปปรับตัวให้ประสานงานกับทั้งทหารและภาคส่วนอื่นๆ ให้ได้ด้วยตนเอง
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม