รอง ผบ.ตร.เปิดตัว 6 ส.ต.ต.ป้ายแดง ได้คะแนนท็อปสูงสุดของประเทศ

15/8/55
โดยมติชน เมื่อ 15 ส.ค.2555

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.

 ในฐานะประธานการจัดสอบข้อเขียนใหม่ เพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลทั่วไปเข้าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือ ชั้นพลเรือน ประจำปี 2555 พร้อมด้วย 

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผบช.ศ. 
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. 

แถลงข่าวประกาศผลสอบข้อเขียนเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนปี 2555 พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้คะแนนสอบสูงสุดอันดับที่ 1-3 ของสายอำนวยการ ประกอบด้วย 

นายพัชรพล ใจซื่อ 

นายอัลซาฮารี ยูหนุ๊ และ 

น.ส.สุรีย์รัตน์ โปจีน 

รวมทั้งผู้ที่ได้คะแนนสอบสูงสุดลำดับที่ 1-3 ของสายป้องกันประปราบปราม ประกอบด้วย 

นายวิสิษฏ์ อ่อนตา 

นายราชันย์ จันทับ และ

นายพิษณุกรณ์ พิมพ์อักษร

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สำหรับการสมัครสอบเป็นตำรวจปี 2555 นี้ มี

- ผู้สมัครรวม 278,063 คน 

เป็น

- ชาย 148,607 คน เป็น

- หญิง 129,456 คน 

- มีผู้ขาดสอบ 103,565 คน โดยผู้ที่เข้าสอบคิดเป็นร้อยละ 62.75 ของผู้สมัครทั้งหมด 

ซึ่งตนขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สอบผ่านในรอบแรก โดยจากนี้ไปผู้ที่สอบผ่านในสายอำนวยการจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์และตรวจโรคในลำดับต่อไป ส่วนผู้ที่สอบผ่านในสายป้องกันปราบปราม จะต้องทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายด้วยการวิ่งและว่ายน้ำ ก่อนจะสอบสัมภาษณ์และตรวจโรคในลำดับต่อไป 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า การเปิดสอบตำรวจชั้นประทวนในครั้งนี้ มีผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรีเข้ามาสอบถึงร้อยละ 60 จากจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด ส่วนผู้ที่สอบผ่านจะได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี จะได้รับเงินเดือนบวกค่าครองชีพจากรัฐบาล รวมเป็นเงินจำนวน 8,610 บาท สำหรับผู้เข้าสอบทุกรายสามารถตรวจสอบคะแนนของตนเองได้ทางเว็บไซต์ www.policeadmission.com โดยผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนแล้วขอให้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ โดยจะมีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อการทุจริตสอบนายตำรวจชั้นประทวน ประจำปี 2555 ในครั้งที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ ได้ทยอยส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการแล้ว โดยมีบางส่วนที่ทางอัยการให้ทำสำนวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดทั้งขบวนการ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

ด้าน

นายพัชรพล ใจซื่อ อายุ 29 ปี ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของสายอำนวยการและได้คะแนนสูงสุดจากผู้ที่เข้าสอบทั้งหมดทั่วประเทศ 

เปิดเผยว่า ตนสอบได้คะแนน 101 จากคะแนนเต็ม 120 คะแนน ซึ่งตนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น ตอนแรกก็แค่คิดว่าพอทำได้ แต่ไม่คิดว่าจะได้อันดับที่ 1 ของประเทศ ซึ่งดีใจและตื่นเต้นมาก โดยตอนนี้ทำงานอยู่ด้วยเป็นเลขานุการนายก อบต. ต.คลองมะพลับ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย ซึ่งตนทำงานหนักมากและไม่ค่อยมีเวลา แต่หลังจากช่วงสงกรานต์ตนก็จัดสรรเวลาในการอ่านหนังสือ โดยแยกว่าจะต้องอ่านวิชาอะไรบ้าง วันละเท่าไหร่ โดยจะดูว่าอ่อนวิชาอะไร ก็จะเพิ่มความเข้มข้นในการติวให้มากขึ้น โดยสอบครั้งที่แล้วเป็นครั้งแรกแต่ผิดหวังเพราะติดเป็นตัวสำรอง 

ในครั้งนี้จึงคาดหวังต่อสู้มากกว่าเดิมจนกระทั่งสอบได้ เรื่องการโกงทุจริตสอบนั้น เห็นว่ามีทุกหน่วยงาน แต่มองว่า สตช.เป็นต้นแบบที่ดีในการเล็งเห็นความสำคัญในการป้องกันทุจริต คือยกเลิกการสอบครั้งที่แล้วให้เป็นโมฆะ ซึ่งตนก็ดีใจ เพราะถือว่าเป็นการให้โอกาสคนที่สุจริตและตั้งใจที่สอบจริงๆ ทั้งนี้ มองว่าตัวเราอาจจะเปลี่ยนอะไรใน สตช.ไม่ได้ แต่สอบได้คะแนนเป็นที่ 1 ทุกคนก็จะจับตามอง ซึ่งตนจะเป็นต้นแบบตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป พร้อมฝากถึงรุ่นน้องที่จะมาสอบว่า ถ้าอยากจะเข้ามาในวงการตำรวจจะต้องมีความตั้งใจจริง เพราะมีแรงกดดันสูง แต่ถ้าตั้งใจจริงแล้วเราจะต้องทำได้และทำให้วงการนี้พัฒนาต่อไป

"การสอบเข้าเป็นตำรวจได้นับว่าเป็นเกียรติสูงสุดแก่วงศ์ตระกูล เพราะอาชีพตำรวจเป็นวงการที่มีเกียรติ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับคนบ้านนอกอย่างผม เข้าใจว่าทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ยังเชื่อมั่นในอาชีพตำรวจจึงสมัครสอบเข้ามา ซึ่งมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจริงๆ และจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นต่อๆ ไป" นายพัชรพลกล่าว

ด้าน

นายอัลซาฮารี ยูหนุ๊ อายุ 29 ปี ผู้ที่สอบได้คะแนนเป็นอันดับที่ 2 ของสายอำนวยการ 

เปิดเผยว่า เรียนจบจากมหาวิทยาลัยสงขลา วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งสอบได้คะแนน 99 คะแนน รู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก และไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อันดับที่ 2 ส่วนเทคนิคการเตรียมตัวก่อนสอบนั้น ปกติทำงานประจำอยู่แล้ว โดยรับราชการที่จังหวัดนราธิวาส จึงเริ่มวางแผนเรื่องงานและการอ่านหนังสือด้วย ประกอบกับต้องขยันอดทด ต่อสู้กับความขี้เกียจที่เรามี ซึ่งสอบครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว และสมัครสอบครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 จนกระทั่งทำได้ ส่วนการโกงทุจริตสอบนั้น รู้สึกว่าเป็นการบั่นทอนกำลังใจของคนที่พยายามและมีความตั้งใจเป็นอย่างมาก เพราะคนที่เขาตั้งใจพยายามอ่านหนังสือมากๆ แต่มาถูกทำร้ายด้วยการทุจริตตรงนี้ทำให้หมดกำลังใจ 

ซึ่งการสอบครั้งที่แล้วที่ประกาศเป็นโมฆะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการคัดพวกโกงออกไม่ให้เข้ามาสู่ตรงนี้ได้ โดยหลังจากเป็นตำรวจแล้วจะสมัครเป็น ตม. ในพื้นที่ด่านสุไหโก-ลก จ.นราธิวาส เพราะอยากจะใช้ความรู้ความสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 

ตนเป็นคนมีพื้นฐานความรู้ด้านภาษามลายูอยู่แล้ว ก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับบริการและเข้าถึงภาครัฐได้มากขึ้น พร้อมฝากรุ่นน้องที่อยากเข้าสอบให้ขยัน ตั้งใจ อดทด ต่อสู้กับความขี้เกียจตัวเองให้ได้ เพราะถือว่าเป็นอุปสรรคและคู่แข่งที่สำคัญที่สุดของตัวเอง

"ขณะนี้กำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังน้อยอยู่ และตำรวจเองก็ยังไม่กล้าลงมาในพื้นที่ ซึ่งตนอยากจะให้ตำรวจลงมามากขึ้น และผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะอยากจะทำงานเพื่อคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่บ้านเกิดของตน" นายอัลซาฮารีกล่าว

ขณะที่

น.ส.สุรีย์รัตน์ โปจีน อายุ 25 ปี ผู้ที่สอบได้คะแนนอันดับที่ 3 ของสายอำนวยการ

เปิดเผยว่า สอบได้คะแนน 99 คะแนน โดยเรียนจบจาก ม.เกษตรศาสตร์ คณะบัญชี รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ความพยายามทำให้เราเห็นผลสำเร็จได้ชัดเจน โดยครั้งนี้เป็นการสอบตำรวจครั้งแรก ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้ลำดับต้นๆ ขนาดนี้ 

ส่วนเทคนิคการสอบเราต้องทราบกรอบเนื้อหาที่ สตช.จะออกข้อสอบว่ามีเนื้อหาวิชาอะไรบ้าง และจะออกหัวข้ออะไรบ้าง ก็จะไปศึกษาให้ตรงจุด อย่างเช่น วิชาระเบียบงานสารบัญ ข้อสอบจะออกตายตัวซึ่งเราต้องจดจำให้ได้ทั้งหมดและมีความแม่นยำสูง 

ส่วนการทุจริตการสอบครั้งที่แล้ว รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับกุมและปราบปรามผู้กระทำผิดได้ เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป เนื่องจากตนเป็นผู้เข้าสอบอยากได้รับความโปรงใส่เต็มที่ โดยหลังจากเป็นตำรวจแล้วก็จะพัฒนาความสามารถของตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งตนจบด้านบัญชีก็คาดว่าคงใช้ความสามารถด้านนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ 

พร้อมฝากถึงรุ่นน้องขอให้มีความมุ่นมั่น วันนี้ได้เห็นแล้วว่าความพยายามทำให้เราประสบความสำเร็จ ใช้เวลาให้คุ้มค่าก่อนสอบและในห้องสอบก็ทำให้เต็มที่ การออกข้อสอบตำรวจไม่เกิดความสามารถของเรา เชื่อว่าทุกคนทำได้และเป็นกำลังใจให้

"ตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติและเป็นอาชีพที่มั่นคง อยากจะรับใช้ชาติและจะทำงานให้อย่างดีที่สุดเพื่อคอยช่วยเหลือประชาชน โดยจะใช้ความสามารถของตัวเองให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และในอีก 2 ปีข้างหน้าก็จะเตรียมสมัครสอบชั้นสัญญาบัตร จะอ่านหนังสือและเตรียมพร้อมสอบติดดาวเต็มที่" น.ส. สุรีย์รัตน์กล่าว

ด้าน 

นายราชันย์ จันทับ ผู้ที่สอบได้คะแนนอันดับที่ 2 ของสาย ป.

เปิดเผยว่า สอบได้คะแนน 93 คะแนน เรียนจบจาก ม.ลาดกระบัง คณะวิศวกรรม เอกโยธา มองว่าอาชีพตำรวจเป็นอาชีพในฝันของทุกคน เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ซึ่งตนและครอบครัวต่างภูมิใจที่สามารถสอบเข้ารับราชการตำรวจได้ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน แม้ว่าเงินเดือนอาจจะน้อยสำหรับคนที่จบปริญญาตรี หรือน้อยกว่าบริษัทเอกชนทั่วไป แต่เกียรติยศ ชื่อเสียง มันมีค่ามากกว่านั้น และตนอยากจะทำให้ดีที่สุด
Read more ...

"ดวง อยู่บำรุง"เจริญรอยตามรอยพ่อ

30/7/55
โดยกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 30 ก.ค.2555

แม้ไม่ถึงฝัน"สารวัตรกองปราบ" "ดวง อยู่บำรุง"ก็ขอตามรอยพ่อ เริ่มต้นบนเส้นทางครูฝึกตำรวจ

ตกเป็นข่าว (การเมือง) ร้อนล่าสุด เมื่อ ร.ท.ดวง (เฉลิม) อยู่บำรุง ลูกชายคนสุดท้องของรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ขอโอนย้ายหน่วยงาน จากสายงาน "ทหาร" มาเป็น "ตำรวจ" จากตำแหน่งผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร กระทรวงกลาโหม มาอยู่สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะเข้ารายงานตัวกับต้นสังกัด ในฐานะ ร.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง รองสารวัตร ศูนย์ฝึกอบรม ในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 นี้

ถึงแม้ ในวันนี้ ลูกชายสองคน "โต้ง-หนุ่ม" จะกลายเป็นอดีตนายตำรวจไปแล้ว แต่ "ชาย" ลูกคนที่สาม คนสุดท้องของบ้าน ก็ได้สานฝันของพ่อและพี่ชายได้ในที่สุด และแม้จะ (ยัง) ไม่ได้เข้าไปอยู่ในสังกัดกองปราบปราม เป็นสารวัตรสายปราบปรามตามรอยพ่อ แต่งานตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นช่องทางเดียวในเวลานี้ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เปิดทาง ก็ถือว่าได้เข้ามาเป็นสู่เส้นทางสายสีกากีเหมือนพ่อและพี่ชายทั้งสอง

ในวันสัมมนาใหญ่พรรคเพื่อไทย ที่ จ.ชลบุรี วานนี้ (28 ก.ค.) ว่าที่ ร.ต.ท.ดวง ก็ได้ติดตามบิดา ร.ต.อ.เฉลิม ที่มาร่วมเวทีสัมมนาในฐานะแกนนำ โซน กทม.จนถูกรุมซักถามถึงการโอนย้ายครั้งนี้

ประเด็นที่ถูกจับตาและวิพากษ์วิจารณ์ถึงเส้นสายของผู้เป็นพ่อ ทำให้เจ้าตัวถือโอกาสเคลียร์ว่า "ผมไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์หรือได้รับการช่วยเหลือจากคุณพ่ออย่างที่ถูกกล่าวหา ผมไม่ได้ก้าวกระโดดมาอย่างรวดเร็ว การโอนย้ายเป็นไปตามขั้นตอน ตามระบบ และไม่อยากให้ฝ่ายค้านนำไปเป็นประเด็นการเมืองโยงไปถึงพ่อ ผมโตแล้ว ทำตามกติกาและเป็นความประสงค์ส่วนตัวที่อยากย้ายจากทหารมาเป็นตำรวจ พอผมทำเรื่องย้ายเรียบร้อยแล้ว ถึงได้ปรึกษาคุณพ่อ ซึ่งท่านก็เห็นด้วย และขอให้ตั้งใจทำงาน แต่ผมคงไม่ไปเป็นนายตำรวจติดตามพ่อ ส่วนจะไปทำงานในส่วนไหน ก็คงต้องแล้วแต่ท่านผู้บัญชาการ (ผบช.น.) จะมอบหมายครับ"
การขอโอนย้ายหน่วยงานอย่างนี้ ร.ต.ท.ดวง อธิบายถึงการใช้ความสามารถพิเศษด้านการใช้อาวุธปืน ที่เป็นโอกาสสำหรับตัวเอง

"การย้ายไม่ได้สอบครับ แต่ทางหน่วยมีความต้องการบุคลากรทางด้านนี้พอดี ผมก็เลยใช้ความสามารถตรงนี้เข้ามา ผมอยากมาทำงานตรงนี้ ก็อยู่ศูนย์ฝึกอบรม ส่วนหน้าที่ชัดเจน คงจะรู้ตอนไปรายงานตัว"

ร.ต.ท.ดวง เล่าถึงความชอบแบบลูกผู้ชายว่า "ผมชอบปืน และเลยก็ศึกษาเกี่ยวกับปืนแต่ละประเภท แต่ยังไม่ได้สะสม ส่วนการฝึกก็ใช้ระยะเวลาอยู่หลายปี ผมเน้นปืนสั้นมากกว่า แต่ยังไม่ถึงขั้นว่าใช้ปืนได้ทุกประเภท ตอนอยู่ในตำแหน่งผมก็ถูกส่งไปเรียนในหลักสูตรต่างๆ บ้าง และถ้าผมทราบว่ามีเปิดหลักสูตรอะไรน่าสนใจ ก็จะมาปรึกษาผู้บังคับบัญชาว่าอยากขอไปเรียน ซึ่งก็ได้ทุนหลวงบ้าง และใช้ทุนส่วนตัวไปเรียนเองบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ทุนส่วนตัวมากกว่า ระหว่างนั้น ก็มีการทดสอบความสามารถ แต่ละระดับ ผมก็ขยันหน่อย ขยันอ่านหนังสือ ก็ได้คะแนนดี"

ที่น่าสนใจ คือ ความสามารถเฉพาะตัวอย่างนี้ ทำให้ลูกชายคนเล็กของสารวัตรเฉลิม เคยเตรียมจะไปคัดตัวเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติมาแล้ว

"ก่อนแข่งซีเกมส์คราวที่แล้ว ผมกำลังจะไปคัดตัว แต่พอมีข่าวออกมา อะไรก็เลยวุ่นวาย เลยไม่เอาดีกว่า คราวหน้าถ้ามีโอกาสอยากจะทำอะไรทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ ก็อยากจะทำ แต่คงต้องดูก่อนว่า เปิดให้คัดรุ่นไหน อย่างไร ใช่ที่ถนัดหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวผมถนัดประเภทต่อสู้ ปืนสั้นยิงเร็ว"

เห็นติดสอยห้อยตามพ่อมาในงานการเมืองแทบทุกครั้ง จึงต้องถามถึงความสนใจ "อาชีพนักการเมือง" บ้างหรือไม่ ก็ได้คำตอบแบบไม่ต้องคิดว่า "ผมไม่ชอบเลย แต่ที่ผมมา ไม่ใช่เฉพาะครั้งนี้ ทุกครั้งที่คุณพ่อไปต่างจังหวัด ผมก็จะตามไป เพราะเป็นห่วง"

ระหว่างรอลูกชายพูดคุยกับนักข่าว ร.ต.อ.เฉลิม ได้ยืนรอเพื่อจะขอเคลียร์ข่าวให้ลูกอีกรอบ โดยยกกรณีตัวเองที่เคยขอโอนย้ายสมัยเป็นนายสิบทหารบกมาเป็นนายสิบตำรวจ ที่วันนี้ลูกชายก็เริ่มต้นเดินตามรอยตนเองในการเป็น "ครูฝึกตำรวจ" ด้วยใบประกาศนียบัตร 16 ใบรับประกัน

"สมัยผมมียศสิบเอกทหารบก แล้วผมเล่นยูโด อาคิโด เก่ง กรมตำรวจไม่มีคนที่มีความสามารถด้านนี้ ผมยื่นขอ ก็รับโอนเหมือน "ชาย" ยื่น พอพิสูจน์ได้ว่าผมเก่งจริง เขาก็รับผมเข้ามาตั้งแต่ปี 2513 ยศสิบตำรวจเอก นี่เขายิงปืนแม่น ยิงได้ 100% มีประกาศนียบัตร 16 ใบ ผบช.น.เขาก็ชวนไปเป็นครูฝึกยิงปืน วันที่ไปโรงเรียนนายร้อย สามพราน ผมก็ไป ก็มีพวกครูฝึกเขารู้จักกับชาย เขาก็ชวนว่าให้มาสอนนักเรียนโรงเรียนนายร้อย ผมบอกว่า แล้วแต่เจ้าตัวเขาสมัครใจ เพราะผมยิงไม่แม่น ผมยิงได้ 98% ชายเค้ายิงได้ 100% ไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญอะไร ก็เท่ากับมาเป็นครู เป็นครูตำรวจเหมือนพ่อ ปี 2515 ผมก็เป็นครูฝึกปราบจลาจล ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ นรต.รุ่น 27-28 ก็เป็นลูกศิษย์ผม"

"ถ้าไม่มีคุณสมบัติพิเศษ เขาไม่รับ ไม่ใช่ว่า ถ้าเป็นลูกผมแล้วเขารับ ผบช.น.ก็ให้สัมภาษณ์เองว่า มาเลยถ้ามีคุณสมบัติยิงปืน แม่นอย่างนี้ เขามีอัตราให้ ไม่มีหรอก น้อยคน" ร.ต.อ.เฉลิมทิ้งท้าย
Read more ...

คดียิง “เต่า ท่าทราย” คาดแก๊งยา-ทะเลาะวิวาท ผบช.น.สั่ง ผกก.สน.ห้วยขวาง ช่วยราชการ 30 วัน

30/7/55
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 30 ก.ค.2555

วันนี้ ( 30 ก.ค. ) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี

นายวิรัช ดิลกศรี อายุ 37 ปี หรือ “เต่า ท่าทราย” ถูกยิงด้วยอาวุธปืน เสียชีวิต และ

นายวิสันต์ สุริวงศ์ 37 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บ 

เหตุเกิดบริเวณถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออกเข้า ก่อนถึงทางขึ้นสะพานข้ามแยกตัดถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักรเมื่อเช้าวันที่ 29 ก.ค. ว่า 

คดีนี้ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ตนได้เรียกฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร และสน.ห้วยขวาง มาร่วมประชุมกับ บก.สส. เพื่อคลี่คลายคดี จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหากับกลุ่มผู้เสียหายไปเที่ยวในผับ จากนั้นเมื่อมีเรื่องและมีการออกมายิงกัน โดยสาเหตุที่ตั้งไว้คือ 1.เรื่องยาเสพติด เพราะทั้งผู้ตายและผู้ก่อเหตุพัวพันกับยาเสพติด 2.ทะเลาะวิวาท เนื่องจากมีการทะเลาะกันในห้องน้ำของผับมีการตบกัน 3.คือ นาย “เต่า ท่าทราย” มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับหลายกล่มทั้งกลุ่มในกรุงเทพ กลุ่มดอนเมือง กลุ่มนนทบุรี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับการปล่อยปะละเลยให้มีสานบันเทิงเปิดเกินเวลาออกจากผับอื่น ไปต่อผับในพื้นที่ห้วยขวางตี5 จึงมีคำสั่งให้ 

 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง มาช่วยราชการ บช.น. 30 วัน 

และให้ รอง ผบก.น.1 รักษาการณ์ตั้งแต่วันนี้ เชื่อว่าคดีดังกล่าวจะมีความคืบหน้าแน่นอน

ด้านพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ดูแลงานสืบสวน เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า เบื้องต้นตั้งเป้ายาเสพติดทั้งผู้ตายและคู่กรณี เหตุวิวาทในวันดังกล่าวและวันอื่นๆ ซึ่งคนตายมีเรื่องวิวาทกับหลายๆกลุ่ม ในวันเกิดเหตุผู้ตายขอซื้อยาไอซ์มาเสพ แต่คนที่พูดด้วยไม่ให้จนทะเลาะกัน ซึ่งเป็นคำพูดจากปากญาติผู้ตาย ซึ่งผู้ตายก็เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ค้าด้วย 

สำหรับรูปพรรณคนร้ายสูงใหญ่มัดผมออกมานอกหมวกกันน็อคไม่สามารถสเกตซ์ภาพได้ แต่พอมีแนวทาง อย่างไรก็ตามรูปพรรณไม่ตรงกับที่มีการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้ โดย

รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ไม่ได้ติดทะเบียน 

มีการติดตามแต่ไม่ทัน โดยมีพยานในรถหลายปากก็สอบปากคำแล้ว ส่วนอาวุธปืนเป็นขนาด .40 หรือ 10 มม. เป็นอาวุธปืนที่มีราคา และค่อนข้างหาซื้อยาก โดยก่อนหน้านี้ผู้ตายมีการกระทบกระทั่งกับหลายกลุ่มหลายครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารถกระบะคันเกิดเหตุที่ผู้ตายขับ เป็นของลูกน้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ 

พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 

ยึดไปตรวจสอบ ก่อนคืนมาในวันที่ 28 กรกฎาคม ก่อนเกิดเหตุ ถือว่าเป็นเรื่องการยิงผิดตัวหรือไม่ รอง ผบช.น.กล่าวว่า ยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง ถือว่ามีส่วน เพราะเป็นเรื่องของยาเสพติดและอาวุธปืนเหมือนกัน
Read more ...

เฉลิมยันตำรวจยุคนี้แต่งตั้งไม่ต้องใช้เงิน

30/7/55
โดยเนชั่น เมื่อ 30 ก.ค.2555

เมื่อเวลา 09.00น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.สัญจร จ.สุรินทร์ว่า ตนตรวจสอบกับผู้บังคับการจังหวัดฉะเชิงเทราแล้วกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยเปิดเผยคลิปการค้าประเวณีเด็กที่ฉะเชิงเทราว่า ตนตรวจสอบแล้ว ท่านสาบานทางโทรศัพท์เรื่องที่นายชูวิทย์มาเปิดเผย เพราะยุคที่ตนมาคุมตำรวจจะมีแบบนี้ไม่ได้เพราะตนตรวจสอบใกล้ชิด ซึ่งไม่ใช่ว่าตนเข้าข้างตำรวจ แต่ถ้าพูดไปแล้วจะกระทบรัฐบาลอื่น

"ตำรวจยุคผมมันไม่ต้องเสียเงินในการแต่งตั้ง เมื่อไม่เสียเงินก็ไม่ต้องหาเงิน ก็ธรรมดา ถ้ายุคไหนแต่งตั้งเสียเงินตำรวจก็ต้องหาเงินมาจ่าย ยุคผมไม่มีสิบสตางค์ก็ไม่เอา คนจนผู้ยิ่งใหญ่"รองนายกฯ กล่าว
Read more ...

บอร์ดคณะกรรมการคัดเลือกฯ แต่งตั้ง 45 นายพลตำรวจโท ถึง พลตำรวจเอก

29/7/55
โดยมติชน เมื่อ 29 ก.ค.2555

วันที่ 29 ก.ค. 2555 ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

นายนนทิกร กาญจนจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 

เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก หรือ บอร์ดกลั่นกรอง 

การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ถึง ผู้บัญชาการ(ผบช.) วาระประจำปี 2555 โดยมีรองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ร่วมประชุมกันครบ ในจำนวนนี้มี 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร.

ร่วมประชุมด้วย ใช้เวลาประชุมเพียง 1 ชั่วโมง พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนทั้งสิ้น 45 ตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้งเลื่อนขึ้น 37 ตำแหน่งและสับเปลี่ยน 8 ตำแหน่ง

รายงานข่าวระบุว่าบอร์ดกลั่นกรองพิจารณาแล้ว ตามเห็นชอบตามบัญชีแต่งตั้งที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.เสนอเข้ามา ทั้งนี้มีรายงานว่า บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายดังนี้ โยก 

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา(สบ10) 

เป็นรองผบ.ตร. 

พล.ต.อ.อัมรินทร์ อัครวงษ์ ที่ปรึกษา(สบ10) 

เป็นจตช. 

โดยเห็นชอบแต่งตั้ง 

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง 
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 
พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ 
พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน และ
พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี 

ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.และเทียบเท่า บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบแต่งตั้งตามลำดับความอาวุโส ดังนี้ ให้ 

พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(สทส.) 
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผบช.กองบัญชาการศึกษา(ศ.) 
พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.ตร.) 
พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา จเรตำรวจ(จตร.) (สบ8) 
พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ตำรวจภูธรภาค8 (ภ.8) 
พล.ต.ท.ภัทรชัย หิรัญญะเวช ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.) 
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 และ
พล.ต.ท.อรรถพร อุทยานนท์ จตร.(สบ8) และ
พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม จตร.(สบ8) เป็นผู้ช่วยผบ.ตร. และให้ 
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน จตร.(สบ8) ขึ้นเป็น รองจตช.(สบ9)

ขณะที่มีรายงาน ระดับ ผบช.บอร์ดกลั่นกรองเห็นชอบ ดังนี้ โยก 

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ภ.2 

คุมพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง ทั้งนี้มีกระแสข่าวมาตั้งแต่ตอนที่ พล.ต.ท.วินัย ลุกจากตำแหน่งผบช.น.แล้ว ว่าตั้งใจจะย้ายไปลงในตำแหน่ง ผบช.ภ.2 แต่เนื่องจากติดขัดหลายปัจจัย ทำให้ต้องดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก่อน ขณะที่บอร์ดกลั่นกรองโยกเห็นชอบโยก 

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น เป็น ผบช.สพฐ.ตร. 

ทั้งนี้มีกระแสว่าเหตุที่ถูกโยกเนื่องจากไม่สามารถทำงานสนอมตามนโยบายของฝ่ายการเมืองในหลาย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการเมือง 

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ซึ่งเป็นคนสนิท ของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น ผบช.สตม. โดยให้ 

พล.ต.ต.เชิด ชูเวช รองผบช.ก. นรต.28 ซึ่งเติบโตในพื้นที่บช.ภ.3 เป็น ผบช.ภ.3 คนใหม่

ทั้งนี้เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ รองผบช.ภ.4 คนสนิทก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 ให้

พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ประจำสง.ผบช.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน นรต.30 ซึ่งทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายปี ได้แรงหนุนจากหลายฝ่าย โยกเป็น ผบช.ภ.8 ให้ 

พล.ต.ต. พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ได้แรงหนุน คุณหญิงพจมาน ขึ้นเป็นผบช.ภ.9

ขณะที่เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง รองผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) มือทำงานของพล.ต.อ.อดุลย์ ได้แรงหนุนจากหลายทางโดยเฉพาะ พล.ต.อ.อดุลย์ ให้ขึ้นเป็น ผบช.สันติบาล คุมงานด้านการข่าว 

พล.ต.ต.สุรพงษ์ เขมะสิงคิ รองผบช.ศชต. ลูกหม้อ ตชด. ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. 

พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.รร.นรต. ลูกเขยกลุ่มบริษัทเกษตรรุ่งเรืองพืชผล ขึ้นเป็นผบช.ศ. โยก พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร จตร. (สบ8) เป็น ผบช.กตร. 

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม มือทำบัญชีแต่งตั้ง ลูกหม้อสำนักงานกำลังพลขึ้น เป็นผบช.สกพ. 

พล.ต.ต.วัฒนา สักวัตร รองผบช.ภ.5 เป็น ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี 

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส.อดีตโฆษกตร ขึ้นผบช.สทส. 

พล.ต.ต.สุชีพ หนูนาง รองผบช.7 เป็น ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน

ขณะที่ เห็นชอบให้ 

พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ.7 คนสนิทคุณหญิงพจมาน ซึ่งมีข่าวเดินทางไปฮ่องกง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร.ทำหน้าที่ที่ปรึกษาประสานบก.สส. 

พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รองผบช.สตม. ขึ้นผบช.ประจำ ประสานสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย 

พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รองผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารด้านป้องกันปราบปราม 

พล.ต.ต. จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ รองผบช.สยศ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลดิลก รองผบช.ภ.8 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำด้านนโยบายและแผน 

พล.ต.ต.จุติ ธรรมโนวานิช รองผบช.ภ.7 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวช่ญด้านสืบสวน

นอกจากนี้ เห็นชอบให้ 

พล.ต.ท.ยงยศ นาคเฉลิม ผบช.สกพ. เป็น หัวหน้าจตร.(สบ8) 
พล.ต.ต. วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.สตม.คนสนิท พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ 
พล.ต.ต.สมโชค เจริญพร รองผบช.สกพ. 
พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผบช.ภ.7 
พล.ต.ต.พจน์ ไทยกล้า รองผบช.ภ.6 
พล.ต.ต.ณรงค์ กาญจนะ รองจตร(สบ7) 

ขึ้นเป็น จตร.(สบ8)

โดยมีรายงานว่า สำหรับกรณี 

พล.ต.ท. นพ. จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ 

ซึ่งมีความอาวุโสอันดับที่ 8 นั้น ตร.มีความเห็นว่า เห็นควรให้อยู่บริหารพัฒนารพ.ตร.ต่อ อีกทั้งในสายงานรพ.ตร.นั้น ยังไม่มี ระดับรองนายแพทย์ใหญ่คนใดครบเกณฑ์แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จึงอนุมัติให้ยังดำรงตำแหน่งเดิมไม่ขึ้นในระดับผู้ช่วยผบ.ตร.

ทั้งนี้ในบอร์ดกลั่นกรองไม่มีการพูดถึงตำแหน่งของ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามบัญชีแต่งตั้ง ที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองแล้ว จะนำเสนอให้ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม ทั้งนี้หากก.ตร.เห็นว่าการแต่งตั้งตำแหน่งใดไม่เหมาะสม ก็สามารถเสนอกลั่นกรองใหม่และเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่า ก.ตร.จะเห็นชอบตามบัญชีแต่งตั้งฉบับนี้
Read more ...

ตามคาด! "อดุลย์" ผงาด ผบ.ตร. คนที่ 9

16/7/55
โดยผู้จัดการ เมื่อ 16 ก.ค.2555

มติที่ประชุม ก.ต.ช. 10 : 0 ดัน "อดุลย์" ผ่านฉลุยผงาดคุมสีกากี สนอง "รัฐบาลบาลปูแดง"

วันนี้(16ก.ค.)ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะเลขานุการ ก.ต.ช. เปิดเผยหลังการประชุม ก.ต.ช.ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน โดยใช้เวลาประชุมนาน 1 ชั่วโมง ว่า ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.ดำรงค์ตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ ตามมติ 10 ต่อ 0 โดยนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอชื่อเพียงชื่อเดียว โดยไม่มีเสียงคัดค้านในที่ประชุม ก.ต.ช.แต่อย่างใด

ประวัติส่วนตัว ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 9

พลตำรวจเอก อดุลย์ นามสกุล แสงสิงแก้ว หรือ "บิ๊กอู๋"

เกิดวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2497 โดยเป็นบุตรชายคนเดียว ในจำนวนพี่น้อง 7 คน ของนายอุดม และนางอัมรา แสงสิงแก้ว

เป็นชาวอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยกำเนิด

ประวัติการศึกษา

- โรงเรียนอนุบาลนครพนม
- ประถมศึกษา โรงเรียนสุนทรวิจิตร
- มัธยมศึกษา โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย
- มัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ที่โรงเรียนเทเวศร์ศึกษา
- โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.รุ่นที่ 29)
- ปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรฝ่ายอำนวยการ จบวิทยาลัยเสนาธิการทหารรุ่นที่ 33
- วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 42 (วปอ.42)
- หลักสูตรมินิครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- หลักสูตรความเป็นเลิศของนักบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สถาบันวิทยาลัยตลาดทุนรุ่น 5

ประวัติครอบครัว
สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2528

ตำแหน่งปัจจุบัน

1 ตุลาคม 2554 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

การทำงาน และเส้นทางการเติบโตชีวิตราชการตำรวจ
- รอง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.ปทุมวัน
- ผบ.มว.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม
- สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมือง มุกดาหาร
- สารวัตรกิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
- สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
- ผบ.ร้อย 4 หห.1 รร.นรต.
- หน.ผ.3 ยุทธการ กองกำกับตำรวจตระเวนชายแดนที่13 จ.กาญจนบุรี
 16 พฤศจิกายน 2531 รองผู้กำกับการอำนวยการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1
16 ธันวาคม 2532 รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสนับสนุนตำรวจตระเวนชายแดน
 5 มิถุนายน 2534 อาจารย์วิชาสังคมศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ กองกำกับการ 2 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 1 ตุลาคม 2534 อาจารย์วิชาทหารและการฝึก ภาควิชาทหารและการฝึก กองกำกับการ 2 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 2 ตุลาคม 2535 รองผู้บังคับการ กองบังคับการวิชาการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 16 เมษายน 2540 รองผู้บังคับการกองแผนงาน 2
 2 ตุลาคม 2540 ผู้บังคับการกองแผนงาน 1
 2 ตุลาคม 2541 ผู้บังคับการตำรวจจราจร
 2 ตุลาคม 2543 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
 1 ตุลาคม 2545 รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
 1 ตุลาคม 2547 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
 30 มิถุนายน 2548 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
 1 ตุลาคม 2549 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ปป.3) รับผิดชอบกำกับดูแลการบริหารราชการ สั่งการและปฏิบัติราชการแทนในการป้องกันและปราบปรามอาชกรรมของตำรวจภูธรภาค 9)(และควบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9)
 25 พฤศจิกายน 2552 ที่ปรึกษา (สบ 10) (ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ)
 1 ตุลาคม 2553 รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 1 ตุลาคม 2554 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ตำแหน่งอื่นๆ
2 ธันวาคม 2545 คณะที่ปรึกษาฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์ กรุงเทพมหานคร
21 กุมภาพันธ์ 2546 นายตำรวจราชสำนักเวร
22 กันยายน 2549 กรรมการข้าราชการตำรวจ
11 ตุลาคม 2549 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สมัยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)
12 ธันวาคม 2549 กรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน
19 พฤศจิกายน 2551 กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
17 มีนาคม 2552 กรรมการองค์การตลาด
21 กุมภาพันธ์ 2552 นายตำรวจราชสำนักเวร
19 มีนาคม 2553 นายตำรวจราชสำนักพิเศษ
1 ตุลาคม 2553 กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง
11 ตุลาคม 2554 กรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประวัติยศนายพลตำรวจ
2 ตุลาคม 2540 พลตำรวจตรี
1 ตุลาคม 2547 พลตำรวจโท
2 พฤศจิกายน 2552 พลตำรวจเอก


เครื่องราช
 ปี 2526 รางวัลตำรวจดีเด่น
ปี 2527 คนไทยตัวอย่าง ของมูลนิธิธารน้ำใจ เพื่อนร่วมรุ่น :

เพื่อนร่วมรุ่น นรต.29
1. พล.ต.อ.วัชพล ประสารราชกิจ
2. พล.ต.ท.พิจาร จิตติรัตน์
3. พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล
4. พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์

เพื่อนร่วมรุ่น วปอ.42
1. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
2. พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ
Read more ...

ผบช.ภ.2 ยันสั่งเด้ง“ผกก.พัทยา” เซ่นพิษบ่อน

24/6/55

 
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 มิ.ย.

พล.ต.ท.ปํญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 

เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งที่ 224/2555 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 55 ถึง

พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ให้ไปช่วยราชการที่ บก.อก.ภ.2  เป็นเวลา 60 วัน โดยมีผลตั้งวันที่ 23 มิ.ย. เป็นต้นไป และให้

พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี 

ไปรักษาราชการแทน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง

กรณีที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจปราบปรามอบายมุของ พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.ชลบุรี

ที่มี

พ.ต.ท.วัชเรศร์ น้อยประดิษฐ์ รอง ผกก.ป.สภ.บ่อวิน  เป็นหัวหน้าชุด

นำกำลังเข้าจับกุมบ่อนการพนัน ไฮโล-เต๋าปั่น

ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยพัทยา 4 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ได้

ผู้ต้องหา 74 คน

พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนหนึ่ง และเงินของกลางจำนวน 37,560 บาท เมื่อกลางดึกวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาบนชั้น 2 ของ สภ.เมืองพัทยา ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อไฟฟ้าบนโรงพักเกิดดับกะทันหัน ทำให้นักพนันพากันวิ่งหนีไปเกือบหมดเหลือเพียง 13 คนเท่านั้น

ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่สมควรจะเกิดขึ้นได้ จึงถือเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ธรรมนูญ อย่างมาก จึงมีคำสั่งย้ายด่วนเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว.
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม