คาดรองผู้การนครบาล ผงาดเป็น “ผบก.” 10 ตำแหน่ง

26/9/56
โดยข่าวสด เมื่อ 26 ก.ย.2556

วันที่ 26 ก.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รายงานข่าวว่า สำหรับตำแหน่ง รอง ผบก. ได้แต่งตั้งขึ้นเป็นผู้บังคับการ (ผบก.) คาดว่ามี รอง ผบก. ใน บช.น. ได้ขึ้น จำนวน 10ตำแหน่ง ประกอบด้วย 

พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.1 เป็น ผบก.น.3 
พ.ต.อ.อดุลย์ รัตนภิรมย์ รอง ผบก.สปพ. เป็น ผบก.อก.บช.น. 
พ.ต.อ.ทักษิณ พ่วงเงิน รอง ผบก.น.9 เป็น ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น. 
พ.ต.อ.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ รอง ผบก.น.7 เป็น ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 
พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร 
พ.ต.อ.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี 
พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาคย์ รอง ผบก.น.1 เป็น ผบก.ใน บช.ปส. 
พ.ต.อ.สมศักดิ์ โอภาสเจริญกิจ รอง ผบก.จร. เป็น ผบก.ใน. บช.ภ.2 
พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.น.2 เป็น ผบก.ใน.บช.ภ.3 และ
พ.ต.อ.ถิร์สทัต บูรณะรัช รอง ผบก.น.8 เป็น ผบก.ใน บช.ภ.2

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับรายชื่อสำรองที่ลุ้นขึ้น ผบก. อาทิ 

พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1
พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 
พ.ต.อ.กัมปนาท โสภโนดร รอง ผบก.สปพ. 
พ.ต.อ.ทีฆโชติ สุวรรณาคม รอง ผบก.สส.บช.น. 

เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาคัดเลือกนายตำรวจระดับ รอง ผบช. – ผบก. ผู้เหมาะสมในตำแหน่งต่างๆ ในวันที่ 27 กันยายนนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
Read more ...

มติบอร์ดกลั่นกรองฉลุย! ตั้งนายพลสีกากีหน่วยงานสังกัด สง.ผบ.ตร.

22/9/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 20 ก.ย.2556

บอร์ดกลั่นกรองใช้เวลา 40 นาที ประชุมถกโผแต่งตั้ง “นายพลเล็ก” ร่วม 50 ตำแหน่ง ในหน่วยขึ้นตรงสำนักงาน ผบ.ตร.

วันนี้ (20 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมพิจารณาคัดเลือกการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) - ผู้บังคับการ (ผบก.) ประจำปี 2556 หน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 40 นาที

มีรายงานข่าวว่า สำหรับรายชื่อที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรอง ประกอบด้วย
พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒพันธุ์ รอง ผบช.ก.เป็น รอง ผบช.ประจำ สำนักงาน ผบ.ตร.
พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ รอง ผบช.สงป.เป็น รอง ผบช.สกบ.
พล.ต.ต.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผบก.ตส.2 เป็นรอง ผบช.สงป.
พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ ผบก.อก.สกบ. ขึ้นเป็น รอง ผบช.สกบ.
พล.ต.ต.เพิ่มพูล ชิดชอบ ผบก.อก.จต.ขึ้นเป็นรอง ผบช.ก.ตร.
พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ ผบก.กต.5 เป็นรอง จตร. (สบ 7)
พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.นครนายก เป็นรอง จตร. (สบ 7)
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.สส.บช.ภ.3 ขึ้นเป็น รอง ผบช.สยศ.
พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบก.ทพ. ขึ้นเป็น รอง ผบช.สกพ.
พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร ผบก.รท. เป็น รอง ผบช.ก.ตร.
พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธ์ ผบก.อก.บช.ปส. เป็นรอง ผบช.สยศ.
พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รอง ผบช.สกพ.เป็นรอง จตร. (สบ 7)
พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ เลขานุการ ตร.เป็น ผบก.ทพ.
พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ ผบก.คด. มาเป็น ผบก.กม.
พล.ต.ต.อนันต์ มีเคราะห์ดี ผบก.กองมาตรฐานวินัย เป็น ผบก.กองทุกข์
พล.ต.ต.โชติ วีรเดชกำแหง ผบก.ประจำ บช.ภ.7 เป็นรอง จตร. (สบ 7)
พล.ต.ต.ไพบูลย์ คงกิตติโสภี ผบก.อก.รพ.ตร. เป็น ผบก.วน.
พ.ต.อ.อนิกธัญญ์ ชยสุทธา รอง ผบก.กต.1 เป็น ผบก.กต.5
พ.ต.อ.ปรีชา สุนทรศิริ รอง ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากร ขึ้นเป็น ผบก.กต.4
พ.ต.อ.วิเชียร สวัสดิชัย รอง ผบก.ป.ขึ้นเป็น ผบก.ป.
พ.ต.อ.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบก.ปคม. ขึ้นเป็น ผบก.กต.3
พ.ต.อ.สุภาพ สินวิบูรณ์ นักบิน (สบ 5) บ.ตร.เป็น ผบก.กองบินตำรวจ
พ.ต.อ.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบก.ศฟร.ภ.3 เป็น ผบก.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.ทำหน้าที่นายกฯ
พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม. เป็น ผบก.สกบ.
พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ รอง ผบก.ปปป.เป็น ผบก. กองคดี
พ.ต.อ.โสพรรณ ธนะโสธร รอง ผบก.สบส. เป็น ผบก.กองคดีปกครองและคดีแพ่ง
พ.ต.อ.สุนทร เฉลิมเกียรติ รอง ผบก.สส.ภ.9 เป็น ผบก.สบส.
พ.ต.อ.อนุศักดิ์ โกมลศาสตร์ รอง ผบก.กองสวัสดิการ เป็น ผบก.อก.จต.
พ.ต.อ.อภิชัย ศรีโสภิต อาจารย์ (สบ 5) รร.นรต.เป็น ผบก.สก.
พ.ต.อ.รณกร ศุภสมุทร รอง ผบก.สท. เป็น ผบก.สพ.
พ.ต.อ.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.กต.9
พ.ต.อ.ณรงค์ อิ่มลิ้มทาน รอง ผบก.ตส.3 เป็น ผบก.ตส.2
พ.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบก.ปคม.เป็นเลขา ตร.
พ.ต.อ.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบก.ตท.เป็น ผบก.ตท. พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันทน์ รอง ผบก.ยศ ขึ้นเป็น ผบก.สท.
Read more ...

ยกฐานะ “นายเวร-ผู้ช่วย” เพื่อหน่วยงานหรือส่วนตัว?

7/9/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

สน.พระอาทิตย์/สามยอด

ก.ตร.หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ตีตราให้เรียบร้อยสมใจ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว”แม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เสนอเห็นชอบกำหนดตำแหน่ง นายเวร(นว.) สบ.6เทียบเท่า ผู้บังคับการ(ผบก.) ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)และจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)พิจารณาในวันที่ 26ส.ค.นี้

แม้ก.ตร.จะมีเงื่อนไขให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปพิจารณาปรับระดับตำแหน่งนายเวรของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ(ผบก.)ตามความเหมาะสม แล้วนำเสนอ ก.ตร.พิจารณาอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นเรื่องการสมประโยชน์ทุกฝ่าย

จะไม่ใช่เรื่องสมประโยชน์อย่างไร ในเมื่อ กรรมการ ก.ตร. ครึ่งหนึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง นั่นคือ รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติถ้ามีการเสนอขอปรับระดับ นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ของ รองผบ.ตร.-ผบก.ขึ้นมาตัวเองก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกับผบ.ตร.

“การขออนุมัติกำหนดตำแหน่งนายเวร (สบ6) ผบ.ตร.ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าผบก. ยศพล.ต.ต. จากเดิมที่นายเวรผบ.ตร.เป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบก.ยศพ.ต.อ.เท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งนายเวรผบ.ตร. ต้องประสานงานกับนายตำรวจระดับ ผบก.จึงต้องมีการยกระดับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการประสานงานซึ่งในอดีตนายเวร อธิบดีกรมตำรวจ ยศ พ.ต.อ. ขณะที่ผู้การจังหวัดในสมัยนั้นก็มียศพ.ต.อ.เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้การจังหวัดยศพล.ต.ต.แล้ว”

ผบ.อดุลย์ แจกแจงเหตุผลของการเสนอ ก.ตร.ขอปรับระดับ นายเวรผบ.ตร.เอาไว้

แม้การประสานงานในระดับที่ต่างกันจะเป็นปัญหาสำคัญที่ควรจะปรับระดับตำแหน่งขึ้นมาก็จริง แต่เมื่อปรับระดับขึ้นมาแล้วในทางอ้อมหรือจะเป็นทางหลักของบางคน การปรับขึ้นมาก็ทำให้เจ้าของตำแหน่ง ทั้งผบ.ตร. รองผบ.ตร. หรือผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะได้ประโยชน์ สามารถแต่งตั้งคนของตัวเองมารับตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

จากเดิม ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า รองผบก.ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร. เทียบเท่า ผู้กำกับการ(ผกก.) นายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่าผกก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. เทียบเท่า รองผู้กำกับการ(รองผกก.) นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า รองผกก. ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร.เทียบเท่า สารวัตร(สว.)

เมื่อปรับใหม่ ตำแหน่ง นายเวร ผบ.ตร. จะเทียบเท่า ผบก. ติดยศพล.ต.ต. ผู้ช่วยนายเวร ผบ.ตร.จะขยับขึ้นเป็น รองผบก. นายเวร รองผบ.ตร. ขยับตามมาเป็น รองผบก. ผู้ช่วยนายเวร รองผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผกก. นายเวรผู้ช่วยผบ.ตร. ก็ขึ้นเป็น ผกก.ผู้ช่วยนายเวร ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็น รองผกก.

ยิ่งในการแต่งตั้งยุคปัจจุบันหากตรวจแถวการแต่งตั้งแต่ละตำแหน่งที่ผ่านมา จะเห็นว่า “การเมือง”รุกคืบเข้ามาเขมือบส่วนแบ่งผู้บริหารตำรวจมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งเกิดปัญหานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่สามารถสนับสนุนคนของตัวเองให้เติบโตได้เพราะเก้าอี้มีน้อยความต้องการมีเยอะ

ผู้มีอำนาจทางการเมืองมีความต้องการสูงข้าราชการประจำที่ต้องอาศัยการเมืองสนับสนุนก็ต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองไปให้กิน

นโยบายการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ให้ ผบ.ตร.รองผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. น่าจะเป็นหนทางในการช่วยแก้ปัญหา “เก้าอี้เต็ม”ได้อย่างดีเพราะตำแหน่ง นายเวร ผู้ช่วยนายเวรเป็นตำแหน่งเฉพาะที่จะให้สิทธิ์นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสนอคนของตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจาก ผบ.ตร. ยกเว้นนายตำรวจผู้นั้นจะไปแต่งตั้งคนของนักการเมืองหรือใครก็อีกเรื่องหนึ่ง

การปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรแม้จะช่วยแก้ปัญหาเก้าอี้เต็มให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้อย่างดีก็จริงแต่อีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า การปรับเช่นนี้ส่งผลสะท้อนไปกระทบการบริหารงานบุคลภายในองค์กรทั้งระบบโดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายระดับล่างๆ ที่เหล่าบรรดา ผู้บัญชาการ(ผบช.)ในฐานะผู้ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพันลงมาต้องปวดหัวเพิ่มขึ้นเพราะต้องจัดสรรตำแหน่งให้กับ นายเวร และผู้ช่วยนายเวร ผู้บังคับบัญชาลงตำแหน่ง

ที่สำคัญผู้ที่ได้รับผลกะทบมากที่สุด คงจะเป็นตำรวจที่ “ทำงานเก่งแต่ไร้เส้นสาย”โอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานในตำแหน่งที่ดีๆ ก็คงจะต้องถูกปิดตาย

เพราะตำแหน่งเทียบเท่าของนายเวรและผู้ช่วยนายเวรอยู่ในระดับผู้นำหน่วย เมื่อมีการแต่งตั้งเกิดขึ้น นายเวรและผู้ช่วยนายเวรก็มักจะเลือกเก้าอี้ดีๆ เก้าอี้ทำเลทองผบช.ที่ทำบัญชีก็เกรงใจตั๋วผู้บังคับบัญชาที่ส่งมาก็ต้องยอมจัดให้ไปดำรงตำแหน่งตามที่ขอมา

ด้วยระบบเช่นนี้ก็ส่งผลไปถึงหน่วยงานที่บางครั้งนายเวรและผู้ช่วยนายเวรบางคนคนไปอยู่เป็นหัวหน้าหน่วยหลักๆโรงพักที่ต้องทำงานสัมผัสกับประชาชน ก็ไม่สามารถทำงานได้ดีเพราะทั้งชีวิตไม่เคยจับโจร เอาแต่ถือแฟ้ม ถือกระเป๋าเอกสารตามนายพอเจองานจริงก็ทำไม่ได้หน่วยงานก็เกิดปัญหา เหมือนคำที่จ่า พวกดาบ มักแอบนินทานาย

“เอาแต่เก็บ เก็บแล้วอม อมแล้วก็ไม่ทำงาน พอทำงานก็ทำไม่เป็น”

นโยบายการปรับตำแหน่งเพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆของสำนักงานผู้บังคับบัญชามีการทำกันมาหลายครั้ง หลายยุค หลายสมัย ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่พอผู้นำหน่วยเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน มีการสั่งยุบ สั่งเลิกนโยบายเก่าๆทิ้งไป

ทำให้การปรับตัวขององค์กรตำรวจไม่ยั่งยืนและไม่ได้แก้ปัญหาระบบโครงสร้างเป็นแต่เพียงสนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

เหมือนอย่างสมัยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร.มีการเพิ่มตำแหน่ง ประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร. ด้วยอ้างหตุผลเพื่อปัญหาหน่วยงานขาดบุคลากรเพราะตำรวจที่ลงไปอยู่ตำแหน่งต่างๆในแต่ละหน่วยงานถูกเรียกมาช่วยงานสำนักงานผู้บังคับบัญชา ก็เลยมีนโยบายกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมา ไล่เรียงระดับ สารวัตรยาวไปถึงระดับผู้การฯ

พอสิ้นยุคพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปลี่ยนผ่านมายุคพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาเป็น ผบ.ตร. ด้วยข้อบาดหมางระหว่างกัน รวมทั้งมองว่าการกำหนดตำแหน่งประจำสำนักงานขึ้นมาไปสร้างปัญหาเวลาการอยู่ครบตำแน่ง 2 ปีเหมือน นายเวรและผู้ช่วยนายเวร ที่สามารถลงไปอยู่ตำแหน่งอื่นๆได้กองบัญชาการต่างๆต้องกันที่ไว้รองรับ และที่ที่กันไว้ก็ต้องอยู่ในเก้าอี้ที่น่าพอใจด้วยจากนั้นเลยมีการยกเลิกยุบตำแหน่งประจำสำนักงานทิ้งไป

เฉกเช่นเดียวกับการปรับตำแหน่ง นายเวรและผู้ช่วยนายเวรครั้งนี้ ขั้นตอนกระบวนการต่างๆยังไม่เสร็จสิ้นแม้ก.ตร.อนุมัติตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ รองขอปรับ นายเวรผบ.ตร. เทียบเท่า ผบก.ไปแล้วก็ยังเหลือขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)ที่มีนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน รวมทั้งการที่ก.ตร.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการปรับนายเวรและผู้ช่วยนายเวรของรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.มาเข้าพิจารณาอีกครั้ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรเพิ่มความรอบคอบและขอรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้บัญชาการ รวมทั้งตำรวจทั้งประเทศที่ได้รับผลต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร และควรเป็นแบบไหนเพื่อให้การปรับตำแหน่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กรไม่ใช่แค่สนองความต้องการของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น. 
Read more ...

นายเวร ผบ.ตร.6 ผ่านฉลุย ก.ต.ช.อนุมัติเลื่อนชั้นเป็น สบ6

27/8/56
โดยผู้จัดการ เมื่อ 26 ส.ค.2556

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติตั้ง 3 กรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมเห็นชอบตามข้อเสนอกำหนดตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร.ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ให้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ หรือ สบ6

วันนี้ (26 ส.ค.56) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาต (สตช.) แถลงข่าวประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า การประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่ 7/2554 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.54 เป็นกรณีการโอนถ่ายงานทะเบียนต่างด้าว ของสำนักงาตรวจคนเข้าเมือง ไปให้กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ซึ่งการดำเนินการมีการต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี และที่ประชุม ก.ต.ช.ได้มีมติเห็นชอบให้โอนงานทะเบียนต่างด้าวที่อยู่ในความรับผิดชอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปให้กรมการปกครอง และเพิ่มเติมให้โอนงานทะเบียนต่างด้าวทั้งหมดที่อยู่ทุกสถานีตำรวจ ไปให้กรมการปกครองดูแล คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จต้นปี 57 โดยขณะนี้ทางกรมการปกครอง และ สตช.ที่มีคณะกรรมการอยู่แล้วจะทำการกำหนดรายละเอียดในการถ่ายโอน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังได้กล่าวอีกว่าที่ประชุมได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน โดยแต่งตั้ง

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายแทนนาย แทน นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม แต่งตั้ง

นายสมศักดิ์ โชติรัตนศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ แทน นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง และแต่งตั้ง

พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็น ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผนและจัดการแทน พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ที่มีอายุครบ 70 ปี

จากนั้นจะนำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.รายงานผลการปฏิบัติราชการในรอบ 10 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 55-31 ก.ค.56 ว่าในเรื่องของการควบคุมและลดความรุนแรงของปัญหาอาชญกรรม มีสถิติลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหายาเสพติดได้มีการจับกุมเพิ่ม ปัญหาอาชญกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว ยังสามารถควบคุมได้ตามเกณฑ์

และที่ประชุม ก.ต.ช.ยังเห็นชอบการกำหนดตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร.ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ให้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ หรือ สบ6 โดยเป็นการเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) เสนอ ซึ่งเป็นการปรับในรอบ 16 ปี
Read more ...

ถก 2 ชม.ตั้งนายพลตำรวจบัญชีไม่เปลี่ยน

20/7/56
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 19 ก.ค.2556

เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (19 ก.ค.) ที่ห้องประชุม 3 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายนนทิกร กาญจนจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาก.พ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)ถึงผู้บัญชาการ(ผบช.)วาระประจำปี 2556 โดยมี 

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต 

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ 

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.และ

พล.ต.อ.อมรินทร์ อัครวงษ์ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) 

ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เสนอให้พิจารณา ซึ่งการประชุมคัดเลือกครั้งนี้ เดิมทีกำหนดสถานที่ ที่ห้องประชุม 310 อาคารรัฐสภา2 รัฐสภา แต่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่มาประชุมที่ตร.อย่างกะทันหัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบ.ตร.และเทียบเท่า ที่ว่าง 5 ตำแหน่ง มีการเสนอให้ขยับที่ปรึกษา (สบ10) สู่ตำแหน่งหลัก 3 ตำแหน่ง คือ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ10) นรต.30 พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) นรต.30 เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) นรต.35 บุตรเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่ง ให้ พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 9) (รองหน.นรป.) เป็น หน.นรป. (สบ 10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม พล.ต.ท.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ 10)

ในตำแหน่งระดับผู้ช่วยผบ.ตร.และเทียบเท่าที่ว่าง 11 ตำแหน่งนั้น บอร์ดกลั่นกรองมีมติให้ 

พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผบช.สกบ. 
พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ผบช.รร.นรต. 
พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผบช.สยศ.ตร. 
พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ จตร. (สบ 8) 
พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผบช.สง.ก.ตร. 
พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ จตร.(สบ 8) 
พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 
พล.ต.ท.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ จตร. (สบ 8) และ 
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 เลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. 

พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จตร.(สบ 8) นรต.รุ่น 34 สายตรงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเป็นรอง จตช.(สบ 9) และ 

พล.ต.ต.เจษฎา อินทรสถิตย์ ผบช.สง.นรป.(สบ 8) ขึ้นเป็นรอง หน.นรป.(สบ 9) โดยการแต่งตั้งระดับนี้เป็นไปตามอาวุโส แต่เนื่องจาก 

พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่รพ.ตร.และ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. 

ขออยู่ตำแหน่งเดิม 

แม้จะมีอาวุโสสูงก็ตาม จึงมีการขยับพล.ต.ท.วินัย และพล.ต.ท.พันธ์ศักดิ์ เลื่อนขึ้นแทนตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นดังกล่าวประธานบอร์ดกลั่นกรองตั้งข้อสังเกตุถึงการไม่เลื่อนตำแหน่งขึ้นของพล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ ทั้งที่มีอาวุโสอันดับที่ 1และอยู่ในตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่มา 4ปีแล้ว ซึ่งใช้เวลาอภิปรายกันนานจึงจะให้ผ่านในที่สุด

สำหรับระดับ ผบช.มีเก้าอี้ว่างจากการเกษียณอายุราชการและเลื่อนตำแหน่งขึ้น 19 ตำแหน่ง มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนดังนี้ พล.ต.ท.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เป็นจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 เป็น จตร.(สบ 8) โยกพล.ต.ท.วัฒนา สักวัตร ผบช.กมค. เป็น หัวหน้าจตร.(สบ 8) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร.ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ นรป (สบ 8) ขยับเข้าไลน์หลักเป็น ผบช.สง.นรป.โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต สังขะเมฆะ นรป.(สบ 7)ขึ้นเป็นนรป.(สบ8) พล.ต.ต.พนมศักดิ์ ทั่งทอง รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการข่าว)ขึ้นเป็น จตร.(สบ8) พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รองผบช.สง.กตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.กตร. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ8) เป็นผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รองผบช.ส.ขึ้นเป็น(จตร.สบ8) พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็นจตร.(สบ8)แทน พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี รองผบช.สตม.ขึ้นเป็นจตร.(สบ8) พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รองผบช.สกบ.เป็น จตร.(สบ8) พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รองผบช.ศชต. คนสนิท พล.ต.อ.อดุลย์ ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ฯแทน

สำหรับกองบัญชาการตัวเลข พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 โยกเป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ทำหน้าทีี่บริหารงานด้านป้องกัน เป็น ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. นรต28 มือทำคดีเสื้อแดง ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร จตร.(สบ8) เป็นผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.สพฐ.ตร. เป็นผบช.ภ.8. พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 เป็นผบช.ศชต. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด.ขึ้นเป็นผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส.ขึ้นเป็น ผบช.ปส. ที่มีการพูดถึงมากที่สุดน่าจะเป็นตำแหน่งของ พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รองผบช.ภ.1อาวุโสอันดับ 6 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบช.สกบ.เข้ามาดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะกรณีการสร้างสถานีตำรวจที่ยังค้างคา ทั้งนี้บอร์ดกลั่นกรองใช้เวลาในการพิจารณาแต่งตั้ง 2ชั่วโมง โดยมีการอภิปรายในกรณีการเลื่อนขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร.

ส่วนตำแหน่งที่ยังเหนียวแน่นไม่มีการเสนอเปลี่ยนแปลงในการแต่งตั้งครั้งนี้ คือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผบช.ศ. พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญญา ผบช.สงป. พล.ต.ท.สุชีพ หนูนาง ผบช.สตส.

ทั้งนี้รายชื่อที่ผ่านการพิจารณาในบอร์ดกลั่นกรองครั้งนี้และรายชื่อ ผบช.รร.นรต.ที่ผ่านการสรรหาโดยคณะกรรมการสภาการศึกษารร.นรต.จะต้องเสนอให้ ก.ตร.พิจารณาในวันที่ 24 ก.ค. นี้เวลา 09.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
Read more ...

ก.ตร.ตีกลับ วุฒิ ลิปตพัลลภ ชวดเก้าอี้ รองผบ.ตร.

18/7/56
 
โดยเนชั่น เมื่อ 17 ก.ค.2556

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2556 เวลา 18.00 น. 

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.

กล่าวถึงการพิจารณาวาระการจัดลำดับอาวุโส ที่ 

พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา(สบ10)

ร้องค้าน 

และกรณีการพ้นตำแหน่งก.ตร.ของ 

พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 

ว่า ทั้ง 2 ประเด็นนี้ ก.ตร.ได้พิจารณาลับกว่า 2 ชั่วโมง โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ ทำหน้าที่ประธานก.ตร. ได้ข้อสรุปว่าทั้ง 2 เรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ ให้ตร.กลับไปทบทวน ทั้ง 2 เรื่อง เนื่องจากเป็นต้นเรื่อง ทั้งนี้แม้กรณีอาวุโสยังไม่ได้ข้อยุติ แต่การแต่งตั้งที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ก็ดำเนินต่อไปโดยยึดตามข้อมูลเดิม

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า พล.ต.อ.ประชา ยังฝากในก.ตร.ว่า จากการประชุมกอ.รมน.พบว่ากำลังตำรวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังน้อย อยากขอเพิ่มเติมลงในพื้นที่อีก 1,900 นาย เพื่อเป็นกำลังแบบหมวดหมู่ รองรับการทำงานของกอ.รมน. นอกจากนี้ให้ตร.วางแผนการบรรจุบุคลากรทางการแพทย์อย่างเป็นระบบให้เพียงพอ และฝากให้อนุก.ตร.ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลของตำรวจรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

มีรายงานว่า ผลจากการที่ก.ตร.ยังไม่ได้ข้อยุติกรณีการจัดอาวุโส เป็นผลให้ พล.ต.อ.วุฒิ ยังคงมีอาวุโสลำดับที่ 9 ซึ่งหากยึดตามกฎการแต่งตั้ง ทำให้ไม่สามารถขยับสู่ตำแหน่งหลักเป็นรองผบ.ตร.หรือ จเรตำรวจแห่งชาติได้ ยังคงต้องอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ10)ตามเดิม
Read more ...

ผบ.ตร.รอ ก.ตร.ชี้ขาดจัดอาวุโส

16/7/56
โดยเนชั่น เมื่อ 16 ก.ค.2556

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาสบ 10 ร้อง ก.ตร.คัดค้านการจัดอาวุโสว่า การประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งระเบียบการจัดอาวุโสที่ใช้พิจารณาและประกาศไปใช้มา 5 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องมีการคุยกันที่ ก.ตร.ส่วนจะจบในวันพรุ่งนี้หรือไม่ ต้องรอคณะกรรมการ ก.ตร.พิจารณา
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม