ประชุม ก.ตร.พุธนี้ ถกเรื่องความเป็นกลางของคณะกรรมการสรรหา กับกรรมการคัดเลือก

4/10/54
โดยข่าวสด เมื่อ 4 ต.ค.2554

"วุฑฒิชัย"เตือน โผนายพลป่วน

ก.ต.ช.รอนายกฯเรียกประ ชุมแต่งตั้งผบ.ตร.ใหม่ ชี้ต้องให้ครม.อนุมัติ"พล.ต.อ.วิเชียร"ไปเป็นเลขาฯสมช.ก่อน เพื่อให้ตำแหน่งผบ.ตร.ว่างลง ถึงจะนัดประชุมตั้งคนใหม่ได้ ส่วนก.ตร.จะถกปัญหาก.ตร.ใส่สูท กับก.ตร.สีกากีให้จบในการประชุมวันพุธนี้ 

"พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ"

เผยร่วมลงนามไม่เห็นด้วยกับโผนายพล เพราะให้รองผบ.ตร.จัดโผ และยังได้สิทธิ์มา กลั่นกรองอีก หวั่นมีปัญหาด้านกฎหมาย และการฟ้องร้องตามมา

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) 

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา(สบ10) เลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)

 กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ต.ช.ยังไม่ได้นัดหมายประชุมก.ต.ช. เพื่อแต่งตั้งผบ.ตร.แต่อย่างใด ทั้งนี้การแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตำแหน่งผบ.ตร.ว่างลง ทั้งนี้หากมีการเสนอชื่อ

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) 

เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.วันที่ 4 ต.ค. ตามที่เป็นข่าวจริง ก็อยู่ที่นายกฯว่าจะนัดประชุมก.ต.ช.เมื่อใด ทั้งนี้ตามระเบียบต้องนัดหมายล่วงหน้า 3 วัน อย่างไรก็ตามคาดว่าการแต่งตั้งผบ.ตร.จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้

ทั้งนี้หลักเกณฑ์การเลือกผบ.ตร.นั้น ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ระบุว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผบ.ตร. ให้นายกฯคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.อ. เสนอก.ต.ช.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วนายกฯนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยไม่ระบุว่าต้องมีอายุราชการเหลือเท่าไหร่

พล.ต.ท.วิบูล ปรองดอง ผบช.ก.ตร. กล่าวว่า 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะประธานก.ตร. 

จะมาเป็นประธานประชุม ก.ตร.นัดพิเศษวันพุธที่ 5 ต.ค.เวลา 16.00 น. มีวาระพิจารณาหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2554 ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไป นอกจากนั้นจะพิจารณาเรื่องที่ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องข้อถกเถียงประเด็นข้อกฎหมาย ที่มีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิบางท่านเห็นว่ารองผบ.ตร.ที่เป็น ก.ตร.โดยตำแหน่งนั่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองโผแล้ว ไม่มีสิทธิ์โหวตในที่ประชุมก.ตร.ใหญ่ ได้อีก

พล.ต.ท.วิบูล กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงในข้อกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกัน ไม่ได้เป็นความขัดแย้งในก.ตร. การประชุมก.ตร.วันที่ 5 ต.ค.นี้จะต้องพยายามหาข้อยุติในเรื่องนี้ให้ได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่าจะได้ข้อสรุป เพราะก.ตร. ทุกท่านเป็นผู้มีความรู้ในด้านกฎหมาย

ด้านพล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิกล่าวว่า ลงนามในหนังสือร่วมกับก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 คนจาก 11 คน ที่ไม่เห็นชอบเรื่องการทำบัญชีแต่งตั้งนายตำรวจระดับนายพล เพราะพวกเราได้ปรึกษากันหลังจากดูการแต่งตั้งที่ผ่านมาพบว่า กรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งนายพลจะประกอบด้วยรองผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณา พอผ่านแล้วก็กลับมาเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองก็เหมือนเดิมอีก ซึ่งมีหลายฝ่ายเกรงว่าจะผิดกฎหมาย

ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวอีกว่า ที่เสนอไปในที่ประชุมไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่เห็นว่าเรื่องที่กำลังพิจารณาจะเป็นเรื่องที่ไม่ชอบ กรณีอย่างนี้ตนแนบตัวอย่างคดีของศาลปกครอง มาตรา 16 ไปให้ด้วยจำนวน 3 คดี การพิจารณาแต่งตั้งนายพลจึงต้องล่าช้าไปก่อน เรื่องนี้จะพิจารณากันอีกครั้งหลังตัดสินเรื่องนี้กันแล้ว เหมือนกรณีแต่งตั้งระดับกองบัญชาการ ผู้บัญชาการก็เสนอบัญชีรายชื่อผู้รับการพิจารณาเข้าที่ประชุม ที่มีบรรดารองผบช.เป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง อีกครั้ง ส่วนประธานก็คือรองผบช.ที่มีอาวุโสสุดเป็นประธาน

พล.ต.อ.วุฑฒิชัย กล่าวต่อว่า การพิจารณาครั้งที่ผ่านมาเรื่องที่เสนอยังไม่ผ่านการพิจารณา ประธานก.ตร.ขอเอาเอกสารไปดูก่อน เรา ต้องดูก่อนว่าเรื่องที่เสนอไปจะได้อะไรหรือไม่ เพราะหากแต่งตั้งไปอย่างผิดๆ ก็ต้องมีเรื่องฟ้องร้องกันอีก เห็นว่าเรื่องนี้ต้องว่ากันให้เสร็จก่อน
Read more ...

นครบาลเสนอ ก.ตร. แบ่งพืัั้นที่ตั้ง สน.เพิ่มอีก 11 สน.

28/9/54
โดยผู้จัดการ เมื่อ 28 ก.ย.2554

กองบัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมเสนอข้อมูลการขอตั้งสถานีตำรวจนครบาลใหม่เพิ่มรวม 11 สน. ยกระดับ สน.ทางน้ำ 3 สน. ยุบ สน.ทางน้ำ 1 สน.ต่อที่ประชุม ก.ตร. ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจะทำให้ บช.น.มี สน.ในสังกัดรวม 98 สน. จากเดิมที่มีอยู่ 88 สน.

วันนี้ (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่จะมีขึ้นในเวลา 12.00 น. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานก.ตร.นั้น 

นอกจากจะมีวาระการประชุมต่างๆ โดยมีวาระสำคัญ เพื่อขออนุมัติ ก.ตร.ขยายเวลาในการแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ออกไปถึงวันที่ 31 ตุลาคมแล้ว 

ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะได้นำเสนอข้อมูล 

เพื่อขออนุมัติตั้งสถานีตำรวจนครบาลใหม่เพิ่มอีก 11 สถานีต่อ ก.ตร.

ทั้งนี้ เดิมที บช.น.มีสถานีตำรวจในสังกัดรวม 88 สถานี ซึ่งจะ

เสนอตั้งสน.ใหม่ อีก 11 สน. 

ยกระดับ สน.ทางน้ำ 3 สน. ยุบ สน.ทางน้ำ 1 สน. 

รวมมี สน.ในสังกัด บช.น.จำนวน 98 สน. 

แบ่งเป็น เสนอตั้งสถานีตำรวจเพิ่มใหม่ 11 สน.ได้แก่ 

1. สน.บางบัว (แบ่งพื้นที่จาก สน.ทุ่งสองห้อง สน.โคกคราม และสน.บางเขน) 

2. สน.คลองสามวา (แบ่งพื้นที่จาก สน.คันนายาว) 

3. สน.ทรายกองดิน (แบ่งพื้นที่จาก มีนบุรี) 

4. สน.สะพานสูง (แบ่งพื้นที่จาก สน.หัวหมาก สน.บางชัน สน.ประเวศ) 

5. สน.วังหิน (แบ่งพื้นที่จากสน.โชคชัย) 

6. สน.คลองเตย (แบ่งพื้นที่จาก สน.ทองหล่อ สน.คลองตัน) 

7. สน.บางจาก (แบ่งพื้นที่จาก สน.พระโขนง และสน.บางนา) 

8. สน.ราชพฤกษ์ (แบ่งพื้นที่จาก สน.ตลิ่งชัน) 

9. สน.ประชาอุทิศ (แบ่งพื้นที่จาก สน.ราษฏร์บูรณะ) 

10. สน.จอมทอง (แบ่งพื้นที่จาก สน.บางขุนเทียน) 

11. สน.เอกชัย (แบ่งพื้นที่จาก สน.ท่าข้าม)

ส่วนการยกระดับสถานีตำรวจ 3 สน.ได้แก่ 

12. สน.บางโพ 

13. สน.บวรมงคล 

14. สน.ราษฎร์เจริญ (บางคอแหลมเดิม) และ

ยุบ 

สน.ปากคลองสาน

โดยในวันนี้จะมีการนำข้อมูลดังกล่าวเสนอปรับปรุงพื้นที่ สน.เข้าที่ประชุม ก.ตร.เพื่อขออนุมัติต่อไป
Read more ...

"เฉลิม" ประชุม ก.ตร. เสนอขยายเวลาแต่งตั้งนายพลถึง 31 ต.ค. 54 - ปรับตำแหน่ง รอง ผบก. ทุก จ. เพิ่ม 77 ตำแหน่ง

27/9/54
โดยไอเอ็นเอ็น เมื่อ 27 ก.ย.2554

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กำกับและดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. โดยมีวาระที่สำคัญประกอบด้วย 

- การเสนอขยายระยะเวลาการแต่งตั้งโยกย้ายายตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนถึง รองผู้บังคับการ ออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 

เนื่องจากแม้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีอำนาจโดยชอบธรรมก็ตาม แต่เนื่องจากไม่มีความเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีวาระ

- การเสนอปรับตำแหน่ง รอง ผบก. ทุกจังหวัด เพิ่มขึ้นอีก 77 ตำแหน่ง 

- เสนอให้มีการยกระดับฐานะโรงพัก จาก สารวัตรใหญ่ หรือ รอง ผกก. ขึ้นเป็น ผู้กำกับการ จำนวน 200 ตำแหน่ง รวมถึง

- ขอเปิดอัตราใหม่ รอง ผบก. -สารวัตร ประจำสำนักงาน รอง ผบ.ตร. และ ผช. ผบ.ตร. ที่ถูกยุบไปแล้วด้วย
Read more ...

รองนายกฯ เฉลิม เสนอย้าย ผบ.ตร.ตั้ง "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์"แทน

1/9/54
โดยช่อง 3 เมื่อ 1 ก.ย.2554

รองนายกฯ เผยเสนอย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นเลขาธิการ สมช. และ เสนอตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นรักษาการ ผบ.ตร.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเสนอให้ ง

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ย้ายไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

และให้ 

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ขึ้นรักษาราชการ ผบ.ตร.แทน 

ส่วน 

นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่า จะตัดสินใจให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงอื่น

ทั้งนี้ยืนยันว่า พล.ต.อ.วิเชียร ได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมาว่ายินยอมจะทำหน้าที่ตามระเบียบคำสั่ง อย่างไรก็ตามยืนยันการสั่งย้ายด่วนไม่ได้เป็นการแก้แค้นแต่เป็นเพราะที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของแหล่งอบายมุขเพิ่มมากขึ้น ทั้งยาเสพติดและบ่อนการพนัน โดยเห็นว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มีความเหมาะสม และเคยถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรมมาก่อน

สำหรับขั้นตอนในการแต่งตั้งโยกย้ายนั้น ในวันอังคารที่ 6 ก.ย.นี้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอรายชื่อในการโยกย้ายต่อที่ประชุม ครม. โดยให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ไปนั่งเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ขณะที่ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าพบ พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ รองนายกฯ กำกับดูแลสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยเปิดเผยว่า ไม่ได้ถูกเรียกตัวเข้าพบแต่มารายงานผลการดำเนินงานตามที่พลตำรวจเอกโกวิท มอบหมาย 

ซึ่งตนได้ประสานเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อถามถึงเรื่องการถูกย้ายออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. นายถวิลปฏิเสธที่จะตอบคำถามใด ๆ โดยบอกเพียงว่ายังไม่ทราบรายละเอียดแต่ยืนยันการนั่งในตำแหน่งเลขา ศอฉ.เพราะระเบียบกำหนดให้เลขา สมช.ต้องนั่งเลขา ศอฉ.ด้วย

ด้านนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ร้อยตำรวจเอกเฉลิม รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ
Read more ...

รอง ผบก.- สว.นับ 10 ราย ร้อง ก.ตร.ถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม

12/3/54
โดยผู้จัดการ เมื่อ 11 มี.ค.2554

“อชิรวิทย์” เผย ได้ยื่นหนังสือของข้าราชการตำรวจที่ร้องเรียนได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บังคับการ-สารวัตร ไม่เป็นธรรมให้ที่ประชุม ก.ตร.พิจารณา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ชี้ มีตำรวจจากทุก บช.10 นายร้องทุกข์มาที่ตัวเองโดยตรง

วันนี้ (11 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช คณะกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ตร.) 

เปิดเผยว่า ในการประชุม ก.ตร.ในวันนี้ ตนได้ยื่นหนังสือการร้องขอความเป็นธรรมของข้าราชการตำรวจในการแต่งตั้งโยกย้าย ระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ในวาระการแต่งตั้งประจำปี 2553 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป และมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากตนได้รับร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก

ข้าราชการตำรวจจำนวนมากหลายราย โดยที่มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน จากแทบทุก บช. ประมาณ 10 นาย 

โดยจำนวนนี้ได้ร้องทุกข์มายังตน และอนุ ก.ตร.ว่าด้วยการร้องทุกข์โดยตรง

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ในการแต่งตั้งระดับผู้กำกับการ เลื่อนขึ้นเป็นรองผู้บังคับการได้มีตำรวจจาก บช.ภ.3 ร้องเรียนว่า มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.ที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ในปีแรกได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ทั้งที่ไม่มีผลการปฏิบัติงานที่ดีเด่นเป็นรูปธรรม หรือไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่าดีกว่าบุคคลอื่น รวมทั้งยังมีการแต่งตั้งผู้กำกับการที่มีอาวุโสน้อยกว่าข้ามลำดับผู้อาวุโสสูงกว่า ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นจนได้รับรางวัล โดยไม่สามารถแสดงเหตุผลและแจกแจงรายละเอียดได้ ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางการแต่งตั้งที่ ตร.ออกมาก่อนหน้านี้

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแต่งตั้งระดับสารวัตรใหญ่ หรือ รองผกก.เลื่อนขึ้นเป็น ผกก.นั้น พบมีการร้องเรียนเข้ามาหลายกองบัญชาการทั้ง บช.ภ.2, 3, 4, 5, 6 และ 7 โดยพบว่าไม่มีการแต่งตั้งสารวัตรใหญ่ หัวหน้าสถานี ไปดำรงตำแหน่ง ผกก.ในสถานีตำรวจที่ยกฐานะ ตามที่แนวทางการแต่งตั้งของ ตร.กำหนด แต่กลับไปแต่งตั้ง รองผกก.ที่ผ่านการทำหน้าที่เพียงด้านเดียว เช่น จราจร, สืบสวนสอบสวน, ป้องกันและปราบปราม ซึ่งมีอาวุโสต่ำกว่าให้เลื่อนเป็น ผกก.ซึ่งยังพบว่ามีการแต่งตั้งระดับรองผกก.ที่มีคุณสมบัติครบหลักเกณฑ์ในปีแรก ให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นโดยไม่ปรากฏผลงานดีเด่นเป็นรูปธรรม หรือดีกว่าบุคคลอื่นเช่นได้รับรางวัลดีเด่น

สำหรับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับเดียวกัน พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า พบว่า มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วยระหว่าง บช.โดยผู้ถูกแต่งตั้งไม่สมัครใจและไม่ได้บกพร่อง หรือถูกลงโทษทางวินัย หรือสร้างความเสียหายต่อราชการ และมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี โดยไม่มีเหตุผลความจำเป็นต่อราชการ ส่งผลให้กองบัญชาการที่รับตัวไว้ต้องรับภาระแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ถูกย้ายมา ซึ่งมีในกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ร้องเรียนเข้ามา

“วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายในการร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการในวาระการแต่งตั้งประจำปี 2553 ที่ตามกฎหมายได้กำหนดกรอบเวลาไว้ภายใน 30 วันนับจากมีคำสั่ง ตนจึงนำเรื่องนี้เสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร.ให้พิจารณา โดย ก.ตร.เห็นชอบให้นำเรื่องนี้เข้าพิจารณาใน อนุกรรมการ ก.ตร.ร้องทุกข์ ที่มีผมเป็นประธานเพื่อตรวจสอบต่อไป

ซึ่งผู้ที่ร้องเรียนบางคนยังได้ทำบันทึกขอแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายในความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย อย่างไรก็ตาม ผมรับปากว่าทุกรายที่ร้องทุกข์เข้ามาและมีหลักฐาน ผมจะเดินหน้าดำเนินการตรวจสอบ เยียวยาและลงโทษผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งและเกี่ยวของกับการแต่งตั้งทุกราย” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว
Read more ...

พ.ต.ท.สำราญ นวลมา

17/2/54
โดย http://goo.gl/Fnfpu เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2554

การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ "รองผบก.-สว." ประจำปี 2553 ผ่านพ้นไปแบบลุ่มๆ ดอนๆ... กระจอกข่าวอ้อนแอ้น แอบร่อนมาดูนายตำรวจหลายท่านเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากที่ทำงานเก่าย้ายไปไว้ที่ทำงานใหม่... บังเอิญเห็น

พ.ต.ท.สำราญ นวลมา รองผกก.3 บก.สส.บช.น. หรือ "พี่ราญ" 

กำลังค่อยๆ ยกเครื่องใช้ส่วนตัว แฟ้มคดีต่างๆ อยู่ กระจอกข่าวเร่งสาวเท้าประชิดตัว แต่ด้วยน้ำหนักที่ดึงดูดกับแรงโน้มถ่วงของโลกมากไปหน่อย(อิอิ) กลัวตามไม่ทัน จึงใช้น้ำเสียงอันทรงพลังเดินทางล่วงหน้าทักทายก่อน

"พี่สำราญ นอนมา ไปไหนหรือจ๊ะ" พ.ต.ท.สำราญ หยุดชะงักหันมาทักตอบ

"อย่าเรียกแบบนี้นะ กลัวจ้ะ พี่ๆ ชอบแซว ตรงที่ "นอนมา" นั่นมันผี ผม "นวลมา" จ้ะ" พ.ต.ท.สำราญ หยอดมุก

โอ้โห !! คนอะไรโรแมนติกสุดๆ เรียกผิดแทนที่จะโกรธหรืองอน กลับตอบกลับอย่างนุ่มนวลแถมโปรยยิ้มหวานประทับใจ แต่กระจอกข่าว ยังไม่ได้คำตอบจึงย้ำซ้ำ "ตกลงไปไหนจ๊ะ?"

"ผมย้ายไปอยู่ กก.สตร.บก.สปพ. ตรงถนนวิภาวดีรังสิต" ทันทีที่ได้รับคำตอบ เมมโมรี่ชีวภาพ...ก็เริ่มทำงาน ฉายภาพเก่าๆ สมัยยังเป็น "สารวัตรสำราญ" เคยประจำอยู่ที่กองกำกับการนี้อยู่ประมาณ 2-3 ปี ตอนทำคดี "พาวเวอร์แพท" นักร้องคนดังสังกัดค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ พัวพันในคดียาเสพติด ก็เป็นผลงานฝีมือผลงานของพี่ราญ และทีมงานรถยนต์สายตรวจ ร่วมกันจับกุมพร้อมส่งอดีตนักร้องดังเข้าไปอยู่ในเรือนจำจวบจนถึงทุกวันนี้

กระจอกข่าว จึงกระแซะถามเรื่องผลงานในอดีต แต่พี่ราญก็ไม่ยอมปริปากแพร่งพรายแม้สักนิดเดียว มีแต่เพียงรอยยิ้มมอบให้ ก่อนเร่งฝีเท้าขอตัวลงลิฟต์ แต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง พี่ราญหันมาส่งยิ้มหวาน และบอกเพียงสั้นๆ ว่า "อยากรู้ไปหาเองนะจ๊ะ พี่ไม่อยากดัง" !!

แหม!! ล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว ยังถ่อมตัวไม่อยากดัง...งานนี้ขุดคุ้ยดูผลงานเอาเองก็ได้ (อิอิ) สมัยเด็กๆ พี่ราญ เคยเป็น "เด็กวัด" คอยเดินตามพระ

วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี 

แล้วกินข้าวก้นบาตรทุกวัน จึงปลูกฝังนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน จนได้ดิบได้ดี เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 34 นักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 50 ทันทีที่จบจากรั้วสุภาพบุรุษสามพราน ก็เป็นพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง อยู่ 3 ปี ได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่น จาก พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผบช.น. (ขณะนั้น) จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ทะเบียนพล คอยติดตาม "พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์" ผบ.ตร.(ขณะนั้น) จนกระทั่งมาดำรงตำแหน่ง สว.กก.สตร.

ช่วงนี้แหละ... มีผลงานการจับยาเสพติดหลายประเภท หลายครั้ง จนได้รับโล่จากอดีตนายกรัฐมนตรีคนดัง รวมถึงคลี่คลายคดีอาชญากรรมสำคัญ อย่าง คดีปล้นรถแท็กซี่ ในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พอได้รับแจ้งข่าวสกัดจับคนร้าย พี่ราญวางแผน "ก้าวสกัด" กับลูกน้อง ปิดช่องทางหนีของคนร้ายแบบชนิดที่เรียกว่าดิ้นไปเส้นทางไหนก็ไม่รอด จนกระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดตำรวจ

หลังจากนั้น มาเคี่ยวกรำฝึกฝนเสริมเขี้ยวเล็บงานสืบสวนในตำแหน่ง รองผกก.3 บก.สส.บช.น. ร่วมคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย จนกระทั่งย้ายกลับถิ่นเก่าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้....พวกค้ายา พวกโจรชั่ว ต้องหนาวๆ ร้อนๆ กันยกใหญ่ ส่วนประชาชนก็คงอุ่นใจมากขึ้น
Read more ...

“อชิรวิทย์” พร้อมลุยเดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

12/2/54
“อชิรวิทย์” พร้อมทำงานในฐานะ ก.ตร.เสียงอันดับหนึ่ง เดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ 7 ม.ค.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รอง ผบ.ตร.

กล่าวภายหลังได้รับเลือกตั้งเป็น ก.ตร.ด้วยคะแนนเป็นอับดับหนึ่งว่า มีความยินดีมากที่มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่ ตร.อีก ครั้งเหมือนได้กลับมาบ้านหลังจากจากไป 3 ปี เต็ม จากนี้ จะกลับมาทำงาน 4 ปี จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ให้สมกับความไว้วางในจากพี่น้องข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และมาเริ่มทำงานหลังจาก ก.ตร.ชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนที่พี่น้องตำรวจขอร้องให้เร่งรัดและตรวจสอบมี 4 เรื่องด้วยกันที่ตนเองต้องการเรียนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ทราบ

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า

เรื่องที่ 1
เรื่องของเงินเดือนของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เงินเดือนตำรวจชั้นประทวนเมื่อเทียบกับเงินเดือนชั้นประทวนของทหารนั้นเพดานเงินเดือนแตกต่างกัน 3,000 บาท ทหารเลือนเพดานจาก 23,000เป็น 25,000 และจะเป็น 27,000 บาทแล้วโดยมีการปรับไปตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ ตนเองจะเร่งรัดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมี่ต้องทำงานหนักวันหยุดก็ไม่ได้หยุด ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า

เรื่องที่ 2
เป็นเรื่องการแทรกแซงการแต่งตั้งจากฝ่ายการเมือง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายแล้วนายกรัฐมนตรีสามารถแทรกแซงการแต่งตั้งได้ตำแหน่งเดียวคือตำแหน่งผบ.ตร.เท่านั้นเพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ต.ช.จะเป็นคนเสนอรายชื่อ จากนี้ไปตนเองจะตรวจสอบการแต่งตั้งทุกตำแหน่ง หากใครรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งให้มาร้องทุกข์ได้พร้อมหลักฐานตนเองจะเป็นคนดำเนินการให้ ตนเองเชื่อว่าตนเองเสียงเดียวแต่เสียงดังจะสามารถช่วยเพื่อนตำรวจได้ และจะจับตาการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว.ที่เหลืออยู่ให้เกิดความเป็นธรรม อีกอย่างแนวทางการทำงานในก.ตร.จะไม่เดินออกจากร้องประชุมแต่จะใช้เหตุผลโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนเองไม่เกรงกลัวใครหรืออำนาจใดเพราะมาจากการเลือกตั้งที่คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงซึ่งเยอะมากเป็นประวัติการไม่เคยมีมาก่อน

เรื่องที่ 3
เป็นเรื่องของการอนุมัติแต่งตั้งบุคลากรให้เลื่อนข้ามหน่วย โดยใช้มาตรา 56 ตนเองก็เห็นด้วยเพราะปัญหาการแต่งตั้งบุคลากรมีมาก แต่ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด เพราะการแต่งตั้งข้ามหน่วยทำให้คนที่ได้รับเลื่อนขาดความรู้ความสามารถในหน่วยงานใหม่ทำให้เกิดการวิ่งเต้นมาหน่วยงานเดิม ตนเองจะเสนอให้การใช้มาตรา 56 แต่งตั้งเลื่อนข้ามหน่วยนั้นทำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ให้เลื่อนภายในหน่วย จะได้เป็นธรรม” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า

เรื่องที่ 4
เรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างตำรวจ ที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจโดนมีนายวศิษฐ์ เดชกุญชร เป็นประธาน เรื่องนี้ตนเองได้รับคำปรารบจากตำรวจทั่วประเทศว่าการปฏิรูปตำรวจแต่งละครั้งนั้นการเมืองไม่เคยถามว่าตำรวจต้องการอะไร ซึ่งจริงๆแล้วการรื้อบ้านจะต้องถามเจ้าของบ้านเนื่องจากกระทบความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านซึ่งตนเองจะมาดูแลให้ตำรวจได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้การปฏิรูปเกิดประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะที่ผ่านมาการปฏิรูปทุกครั้งไม่แทบไม่เกิดประโยชน์ขาดแคลานอย่างไรก็อย่างนั้น.



Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม