สตช. ประชุมโยกย้าย ตร. ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ทั่วประเทศ พรุ่งนี้

5/1/58
โดยตระเวนข่าว เมื่อ 5 ม.ค.2558

โฆษก ตร. เผย ประชุม ก.ตร. พรุ่งนี้ มีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ทั่วประเทศ พร้อมยอมรับ บชน. มีการสับเปลี่ยนระดับ ผกก. หลายตำแหน่งตามที่เป็นข่าว ส่วน บชก.มีการย้ายในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง

วันนี้ (5 ม.ค.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานักตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ในวันพรุ่งนี้ ว่า จะมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในระดับสารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ซึ่งเป็นวาระประจำปีทั่วประเทศ โดยยอมรับว่าในกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการสับเปลี่ยนระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่งตามที่เป็นข่าว โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และ การอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจร ทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปะละเลย

ซึ่งหากผู้ที่ถูกที่โยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงการนำพวกพ้องของตนเองมาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองของนครบาล นั้น ยอมรับว่ามีทุกยุคทุกสมัยโดยต้องการคนที่มีความไว้ใจมาทำงานร่วมกัน แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีมากตามที่เป็นข่าว

ส่วนการสับเปลี่ยนตำแหน่งใน กองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง มีการย้ายระดับผู้กำกับการในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องการขบวรการของ พลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน การแต่งตั้งซื้อขายตำแหน่ง และ บ่อนการพนัน โดยยืนยันส่วนใหญ่เป็นการโยกย้ายด้วยความสมัครใจ
Read more ...

โฆษก ตร. เผย โผตำรวจ 58 มีโยกย้ายหลายตำแหน่งจริง

5/1/58
โดยกระปุก เมื่อ 5 มกราคม 2558 เวลา 14:38:26

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย โผตำรวจ 2558 อาจมีการโยกย้ายในกองบัญชาการนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลายตำแหน่ง พร้อมแจงสาเหตุหลักเกี่ยวข้องการกระทำผิดจากหลายสาเหตุ โยกย้ายคนสนิทเป็นส่วนน้อย

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2558 พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) และ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันพุธที่ 7 มกราคม นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมกราข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. ในวาระเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการประจำปี ทั่วประเทศ โดยในกองบัญชาการตำรวจนครบาล อาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งในระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่ง โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และ การอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปะละเลย หากผู้ถูกโยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้

ส่วนเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นที่ว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีเหตุผล เพื่อนำพวกพ้องเข้ามาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองในกองบัญชาการตำรวจนครบาล นั้นที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยนั้นอาจมีบ้าง โดยเหตุผลที่ว่าต้องการคนที่ไว้ใจได้และสนิทเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ก็มีเพียงจำนวนไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตามการโยกย้ายในครั้งนี้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสับเปลี่ยนตำแหน่งในกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีการย้ายระดับผู้กำกับการในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง เป็นการโยกย้ายที่เป็นผลจากการมีความเกี่ยวข้องการขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน การซื้อขายตำแหน่ง และบ่อนการพนัน ในขบวนการของพลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมการทุกคน
Read more ...

ตำรวจระส่ำโผ ‘นายพัน’ วัดใจ ‘ก.ตร.’ ผดุงคุณธรรม

5/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 ม.ค.2558 เวลา 10:34 น.

โผ “นายพัน” สีกากีครั้งนี้ ยิ่งใกล้คลอด ยิ่งทำให้ ”ตำรวจ” ระส่ำระสาย ขาดขวัญกำลังใจ ไม่เป็นอันทำงาน เพราะแนวโน้มการแต่งตั้ง แต่ละตำแหน่ง แต่ละเก้าอี้ ดูเหมือนหลักคุณธรรม การพิจารณาตามความรู้ ความสามารถ จะเป็นเพียงแค่ “หลักการ” สวยหรู ให้ผู้บริหาร “สำนักปทุมวัน” เอาไว้ใช้อวดอ้างเบื้องหน้า แต่เบื้องหลังยึด “หลักกู” เอาแต่พวกพ้อง เพื่อนฝูง และผลประโยชน์เท่านั้น

ตามปฏิทินการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ “สารวัตร(สว.)-รองผู้บังคับการ(รองผบก.)” ทั่วประเทศประจำปี 2557 ที่โดนโรคเลื่อนข้ามปี “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่ ขีดเส้นให้แต่ละกองบัญชาการจัดทำบัญชีแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 9 มกราคม 2558และให้คำสั่งมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 15 มกราคม 2558

ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา การจัดทำโผแต่งตั้ง “นายพัน” สีกากี ใน 2 กองบัญชาการใหญ่ อย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงแรงกระเพื่อมของบัญชีรายชื่ออย่างมาก ถึงขนาดทำให้การแต่งตั้ง “สว.-รองผบก.” ต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก โดยเฉพาะการเข้ามา “ป่วน” บัญชีแต่งตั้งของ “จ.หวานเจี๊ยบ” ที่มีการยัดไส้รายชื่อจากบัญชี “พี่ใหญ่บ้านบิ๊กบราเธอร์” กันถึงขนาด “หัวหน้าเมืองกรุง” รับออเดอร์ไปตาค้าง ต้องพาสัตว์น้อยใหญ่ออกมาเต็มสำนักงาน จนต้องมีการส่งสัญญาณให้ “พี่ใหญ่บ้านบิ๊กบราเธอร์” เคลียร์ปัญหา เช่นเดียวกับ “สอบสวนกลาง” กองบัญชาการที่ถูกตั้งธงต้องล้างบางเครือข่าย “บิ๊กกิ๊ก”พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. ให้สิ้นซาก มีการ “กาหัว” ตำรวจ ที่จะต้องถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยมากถึง 200 ตำแหน่ง

แม้พอกระแสข่าวการโยกย้าย “อภิมหาศาล” เป็นประวัติศาสตร์ “สำนักปทุมวัน” กระเซ็นกระสายออกมา จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมทั่วไป ทำให้ผู้มีอำนาจถูกแรงกดดันอย่างหนัก ต้องสั่งทบทวนการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ทั้ง “นครบาล” และ “สอบสวนกลาง” กันใหม่ มีการเรียก “จ.หวานเจี๊ยบ” และ “นายพลตัวขาว” เข้าไปเคลียร์บัญชียัดไส้ รวมทั้งนำรายชื่อตำรวจสอบสวนกลางที่ถูก “กาหัว” มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศพัฒน์ มาตรวจสอบกันอีกครั้ง ซึ่งทำให้ “สีกากี” ต่างเริ่มมีความหวังขึ้นมาในระดับหนึ่งว่า นายจะมีคุณธรรม ผลงาน การทุ่มเททำงาน จะเป็นเกราะคุ้มกัน ไม่ให้ต้องระเห็จระเหินไปตามแรงเหวี่ยงจากการมัวเมาอำนาจ การเลือกที่รักมักที่ชั่ง หรือการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

แต่ทุกอย่างก็พังทลาย ความเป็นธรรม ความเมตตา การยึดหลัก การยึดเกณฑ์ ที่หวังจะให้เกิดขึ้นในยุคที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปราศจากการเมืองแทรกแซง ยุคที่รัฐบาลประกาศจะคืนความสุขให้ทุกๆคน สุดท้ายไม่ว่ายุดไหนสมัยใดแวดวงสีกากีก็หนีไม่พ้น“ค่าของคนอยู่ที่คนของข้า”!!!พวกพ้อง ผลประโยชน์ เงินทอง ยังคงเป็นปัจจัยแรกๆในการแต่งตั้งโยกย้าย “ตำรวจ” อยู่วันยันค่ำ ความรู้ ความสามารถ ผลการทำงาน เป็นปัจจัยลำดับท้ายๆ

ว่ากันว่า “นครบาล” มีการเสนอรายชื่อตำรวจระดับ ผู้กำกับการ (ผกก.) และ รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ออกนอกหน่วย มากถึง 60-70 คน ทั้งๆที่โรงพักในนครบาลมีอยู่แค่ 88 สน. ซึ่งหากเป็นไปตามกระแสข่าวดังกล่าว ต้องถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของตำรวจเมืองกรุง ที่หัวหน้าโรงพักถูกย้ายออกนอกหน่วยกว่า 80-90% ขนาดช่วงที่นักการเมืองมีบทบาทยังไม่กล้าเพียงนี้

เช่นเดียวกับ “สอบสวนกลาง” แม้จะทบทวนชื่อตำรวจที่โดน “กาหัว” อีกครั้ง แต่บัญชีรายชื่อตำรวจที่ถูกเสนออกนอกหน่วยก็ยังเป็นหลักร้อย แถมหลักร้อยไม่ร้อยเปล่า กลุ่มที่ถูก “กาหัว” ในโซนสีดำ โดนล็อคเก้าอี้ให้ไปอยู่ไกลสุดกู่ ส่งผลให้ตำรวจทั้ง 2 กองบัญชาการ ระส่ำระส่าย ไม่เป็นอันทำงาน มิหนำซ้ำตำรวจหน่วยงานอื่นที่รู้ข่าวต่างก็ปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะพยายามคิดว่าสมบัติผลัดกันชม หรือทีใครทีมัน แต่ขวัญกำลังใจในการทำงานก็หดหาย และผลพวงก็กระทบมาถึงประชาชนตาดำๆอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หนทางเดียวที่จะหยุดความระส่ำ ระส่าย สร้างขวัญ กำลังใจ ให้ “ตำรวจ” กลับคืนมา คงต้องหวังพึ่งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. จะหาญกล้าเพียงใดในการทำหน้าที่คืนความยุติธรรมให้ชาวสีกากี “หยุด” หรือ “เบรก” โผแต่งตั้งที่ทำลายขวัญและกำลังใจตำรวจให้ได้เพราะตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 88/2557 มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เกิดประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่มากยิ่งขึ้น

ซึ่งหนึ่งในประกาศฉบับดังกล่าว กำหนดให้การแต่งตั้งระดับ ผกก.-รองผบก. ให้นำรายชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาเป็นด่วนสุดท้าย ก่อนออกมาเป็นคำสั่ง ต่างจากของเดิมที่ใช้อำนาจผู้บัญชาการ(ผบช.) ก็ออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายได้เลย ไม่ต้องนำเข้า ก.ตร.โดยกรรมการ ก.ตร. ชุดปัจจุบันที่มีการปรับแก้ไขเช่นเดียวกัน ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ก.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็น รองประธาน ก.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็น กรรมการ จะมีบทบาทอย่างมากในการพิจารณาโผแต่งตั้ง “นายพัน” ครั้งนี้

ดังนั้นในการประชุม ก.ตร.วันที่ 7ม.ค.2558 จะเป็นการ “วัดใจ” การทำหน้าที่ของ “กรรมการ” ก.ตร. จะเป็นที่พึ่งให้กับตำรวจทั่วประเทศได้หรือไม่ หรือเป็นแค่เพียง “ตรายาง” อย่างที่ถูกปรามาสมาตลอดทุกยุคทุกสมัย
Read more ...

รองผบก.-สว. จ่อร้องก.ตร.

5/1/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 5 ม.ค.2557 เวลา 06.05 น.

ขอความเป็นธรรม กรณีพัวพันป้ายไฟ

คดีโยกย้าย 67 ผกก.สังกัด บช.น.พัวพันป้ายโฆษณา ส่อเค้าบานปลาย ล่าสุด ผกก.สน.สาย-ไหม เออร์ลี่รีไทร์ มีผลแล้ว ส่วนนายตำรวจระดับรอง ผบก.-สว. รวมตัวร้องขอความเป็นธรรมเสนอ ก.ตร. หลังพบผู้เกี่ยวข้องบางนายสามารถล็อบบี้จนยุติเรื่อง ไม่ถูกโยกย้าย ด้าน น.1 ระบุรายชื่อโผส่งไปตั้งแต่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา บางรายโดนเรื่องป้ายโฆษณาแล้วไม่โดนย้ายก็มี ต้องดูที่ ผลงานประกอบ

กรณี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เสนอย้าย ผกก. 67 สน. จากทั้งหมด 88 สน. ออกนอกหน่วย ในความผิดเรื่องป้ายโฆษณาติดตามป้อมจราจรในพื้นที่ บก.1-9 และสั่งการให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเร่งสรุปผลให้ทันคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายรอง ผบก.-ผกก.ในเดือน ม.ค.นี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 ม.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงการเสนอย้ายนายตำรวจระดับ ผกก. 67 นาย ออกนอกหน่วยว่า จำจำนวนที่แน่นอนไม่ได้ แต่มีการโยกย้ายหลายสิบตำแหน่ง ส่วนที่เกี่ยวข้องกรณีเรื่องป้ายโฆษณา เบื้องต้นคณะกรรมการสอบสวนสรุปว่าผิดหมด ทำให้รัฐเสียหาย ต้องถูกดำเนินคดีอาญา การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องป้ายโฆษณาอย่างเดียว ต้องดูเรื่องความประพฤติและการทำงานด้วยว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ ไม่ใช่โยกย้ายเรื่องป้ายโฆษณาอย่างเดียว บางรายโดนเรื่องป้ายโฆษณาแล้วไม่โดนย้ายก็มี เนื่องจากต้องดูด้านการทำงานด้วย ที่เสนอโยกย้ายออกนอกหน่วยนั้นมีไม่ถึง 67 สน. มีประมาณ 50-60 สน. ในจำนวนดังกล่าวมีสมัครใจย้ายประมาณ 20กว่า สน. ส่วนผู้ต้องการร้องเรียนว่าโยกย้ายไม่เป็นธรรมให้เสนอเรื่องขึ้นมาจะพิจารณาให้

พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวต่ออีกว่า ทาง ตร.ไม่ได้กำชับเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ กรณีเรื่องป้ายถ้ารัฐเสียหายก็สรุปว่าผิด แต่ถ้ารัฐไม่เสียหายก็สรุปว่าให้ยุติ ซึ่งยุติไปหลายรายไม่ใช่โดนหมดทุกกรณี การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายต้องดูผลงานและความประพฤติด้วย บางรายโดนเรื่องป้ายแล้วไม่ถูกย้ายก็มี เพราะมีผลงานและความประพฤติดี ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง ผบก.-สว. มีการเสนอรายชื่อไปตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่ถูกระบุว่า มีตำรวจถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยมากเป็นประวัติการณ์ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า จำนวนทั้งหมดอยู่ที่ผลการปฏิบัติกับความประพฤติ ถ้าปล่อยปละละเลยให้บุกรุกที่หลวงเก็บเงินกันแล้วจะให้ทำอย่างไร ต้องไปถามผู้บังคับบัญชาสมัยเก่าดูว่าปล่อยกันได้อย่างไร ทั้งๆที่มันผิดกฎหมายและทำให้รัฐเสียหาย

มีรายงานว่า พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม ยื่นหนังสือขอเกษียณก่อนอายุราชการ โดย พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเรื่องป้ายไฟของ รพ.แห่งหนึ่ง ที่ติดอยู่ป้อมจราจร บุคคลใกล้ชิดระบุว่า พ.ต.อ.เชวงศักดิ์รู้ตัวจะถูกโยกย้ายออกนอกหน่วย จึงยื่นหนังสือขอเออร์ลี่รีไทร์และมีผลแล้ว โดยให้เหตุผลว่าจะเกษียณในเดือน ต.ค. 58 ไม่อยากเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเพราะก่อนหน้านี้เคยถูกย้ายออกนอกหน่วยมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ได้รับการเยียวยาก่อนมารับตำแหน่งเป็น ผกก.สน.สายไหม ทั้งอาวุโสอยู่ในอันดับ 4 มีสิทธิ์ได้ขึ้นรอง ผบก.ปีสุดท้ายก่อนเกษียณ แต่โดนพิษป้ายไฟทำให้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง แถมถูกโยกออกนอกหน่วยอีกจึงยื่นใบลาออก เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ถามสาเหตุที่ลาออกจาก พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ ได้รับคำตอบเพียงว่า ไม่อยากพูดอะไรมาก ขอลาออกเพราะเบื่อหน่ายวงการตำรวจ

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวถึงคำสั่งแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว.ที่มีปัญหาโยกย้ายนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องป้ายโฆษณาในสังกัด บช.น.ว่า มอบนโยบายให้ผู้บังคับ-บัญชาในแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาตามกฎ ก.ตร. โดยผู้บังคับบัญชาใน ตร.จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เชื่อว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง เพราะต้องมีคำตอบในการโยกย้าย หากไม่มีเหตุผลเพียงพอคณะกรรมการต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้เสียหายมีสิทธิ์ฟ้องศาลปกครองได้ กรณีนายตำรวจระดับ ผกก.ใน บช.น.ทำหนังสือร้องเรียนขอให้ทบทวนการโยกย้ายกรณีป้ายโฆษณาที่ติดตามป้อมจราจรในพื้นที่ บช.น. ทาง ตร. ยินดีที่รับเรื่องและส่งหนังสือไปยังต้นสังกัด หากผลการสอบสวนออกมาว่าตำรวจรายดังกล่าวมีความผิดจริงต้องยอมรับคำตัดสิน โดยคณะกรรมการจะให้ความเป็นธรรมกับตำรวจทุกนาย

มีรายงานว่า นายตำรวจระดับรอง ผบก.-สว.ในสังกัด บช.น.ที่มีชื่อเสนอออกนอกหน่วยในเรื่องดังกล่าวรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยสรุปรายชื่อเสนอต่อ ก.ตร.ในวันที่ 5 ม.ค.นี้ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม เนื่องจากมีหลายโรงพักที่เข้าข่ายความผิดเดียวกันแต่วิ่งเต้นจนสามารถยุติเรื่อง ได้ขยับตำแหน่งหรืออยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ต้องถูกโยกย้าย
Read more ...

ศรีวราห์เสนอเด้ง 67ผกก. รอง ผบก.-สว.เพียบ

4/1/58
โดยไทยรัฐ เมื่อ 4 ม.ค.2557

พิษป้ายโฆษณา-ล้างบช.น. ดึงเด็กในคาถาเสียบแทน ข้ามห้วยลงพื้นที่ทําเลทอง

โผย้าย “รอง ผบก.-ผกก.” นครบาลร้อนระอุ “บิ๊กศรีวราห์” ยกเหตุผลสรุปคณะ กรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงป้ายไฟโฆษณาเด้งล้าง 67 ผกก.จาก 88 โรงพักแทบเกลี้ยงเมืองหลวง ผกก.บก.น.4-5-6 ถูกเสนอย้ายไม่มียกเว้น ขยับเด็กสายตัวที่อยู่ฝั่งอีสานลงแทนในพื้นที่ทำเลทอง ด้านรอง ผบก.ยัน สว. ที่เข้าข่ายถูกย้ายเรื่องป้ายไฟป้อมไม่สนเดินหน้ารวมตัวร้อง ก.ตร.ขอความเป็นธรรมคำสั่ง โยกย้าย

พิษป้ายโฆษณาเด้งระนาว ผกก. 67 ตำแหน่งจาก 88 โรงพักนครบาลเปิดทางรับ “คนนอกหน่วย” ลงพื้นที่ทำเลทอง เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.และ ผกก.ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2558 เข้าที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขออนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ก.ตร. วันที่ 7 ม.ค. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม เป็นประธานการประชุม ก.ตร. โดยก่อน หน้านี้ได้มี ผกก. และรอง ผกก.ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องป้ายไฟโฆษณาอยู่ในข่ายถูกโยกย้ายออกนอก บช.น.ได้รวมตัวเข้าร้องขอความเป็นธรรม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อให้ทบทวนการพิจารณาคำสั่งโยกย้ายของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เนื่องจากในคำสั่งได้เสนอย้าย ผกก. 67 โรงพัก จาก 88 โรงพัก โดยอ้างความ ผิดเรื่องป้ายไฟโฆษณาเพื่อใช้เป็นเหตุโยกคนนอกหน่วยเข้ามาลงในพื้นที่นครบาล

สำหรับรายชื่อที่อยู่ในโผเด้งออกนอก บช.น. ได้แก่

บก.น.1
พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม
พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท
พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง
พ.ต.อ.ธนกรณ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.บางโพ
พ.ต.อ.กิติ ยุกตานนท์ ผกก.สน.มักกะสัน
พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สามเสน

บก.น.2
พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง
พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สน.เตาปูน
พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ฝอยทอง ผกก.สน.บางเขน
พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ
พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน
พ.ต.อ.ณัฎฐ์ภาณพ วัชรเสวี ผกก.สน.ประชาชื่น
พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม

บก.น.3
พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี
พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.หนองจอก
พ.ต.อ.ปพณพัชร์ ตั้งจิตจารุพัชร์ ผกก.สน.จรเข้น้อย
พ.ต.อ.เฉลิมพรรษ์ เปาอินทร์ ผกก.สน.นิมิตรใหม่
พ.ต.อ.สมิง รอดรัตษะ ผกก.สน.ประชาสำราญ
พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.ลาดกระบัง

บก.น.8
พ.ต.อ.วิศัลย์ ศุภวงศ์ ผกก.สน.ตลาดพลู
พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งครุ
พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.บางคอแหลม
พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.บางมด
พ.ต.อ.ฐาประวิชญ์ อินทะชัย ผกก.สน.บางยี่เรือ
พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณริรีโรจน์ ผกก.สน.บุคคโล
พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.บุปผาราม
พ.ต.อ.ไพรัช แทนศิริ ผกก.สน.ปากคลองสาร
พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ
พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา
พ.ต.อ.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผกก.สน.สำเหร่
พ.ต.อ.ยศ วิทิตปภาธำรง ผกก.สน.เทียนทะเล
พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บางขุนเทียน
พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผกก.สน.บางบอน
พ.ต.อ.สุรพงษ์ จงสูงเนิน ผกก.สน.เพชรเกษม
พ.ต.อ.มนตร์ชัย รัตนะวิศ ผกก.สน.แสมดำ
พ.ต.อ.สุทธา กรรณสูต ผกก.สน.หนองแขม

บก.น.4 บก.น.5 และบก.น.6 มีการเสนอย้ายทุกตำแหน่ง
พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก
พ.ต.อ.วัทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง
พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย
พ.ต.อ.อภิวิชญ์ ภัทรกุล ผกก.สน.บึงกุ่ม
พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน
พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ
พ.ต.อ.สมพร กฤษณพิพัฒน์ ผกก.สน.อุดมสุข

บก.น. 5
พ.ต.อ.จีรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สน.คลองตัน
พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ
พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุวรรณ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ
พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผกก.สน.ท่าเรือ
พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.บางนา
พ.ต.อ.อดิศร เสมสวัสดิ์ ผกก.สน.บางโพงพาง
พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.พระโขนง
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี
พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร

บก.น.6
พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน
พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตน์ ผกก.สน.จักรวรรดิ
พ.ต.อ.รัชพล บุญนาค ผกก.สน.บางรัก
พ.ต.อ.สรรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.พระราชวัง
พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สน.พลับพลาไชย 1
พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2
พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.สำราญราษฎร์
พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา

สำหรับรายชื่อที่ได้รับการยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก. 16 คน ได้แก่
พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.ดุสิต
พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง
พ.ต.อ.บันลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.สน.ห้วยขวาง มีแรงหนุนจาก พล.ต.อ.อัยยรัช เวสสะโกศล อดีต รอง อ.ตร.นายของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.
พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สุทธิสาร
พ.ต.อ.สมบัติ หงษ์ทอง ผกก.สน.โคกคราม
พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง
พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.คันนาวา สายตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.
พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม
พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ภาษีเจริญ
พ.ต.อ.ณรงค์ ถัดทะพงษ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู
พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.หลักสอง สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า
พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ฉลองกรุง
พ.ต.อ.สุปัฎน์ จรจันทึก ผกก.สน.ลำหิน
พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สน.ลำผักชี
พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.สน.สุวินทวงศ์

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ที่รับผิดชอบคำสั่งโยกย้ายของ บช.น. จะต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้รอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ผกก.บางคนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในตำแหน่งช่วงที่มีการติดตั้งป้ายไว้ก่อนแล้วเป็นเรื่องของ ผบช.น.ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเสนอรายชื่อโยกย้าย เชื่อว่า ผบช.น.จะทำอย่างรอบคอบไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นผู้ที่เป็นคณะกรรมการต้องรับผิดชอบ เพราะนโยบายของ ผบ.ตร.ต้องการให้การแต่งตั้งมีความโปร่งใส เป็นธรรม เท่าเทียม ไม่ให้กลั่นแกล้ง เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานในแต่ละพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.ได้มีคำสั่งให้ทุก บก.สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีป้ายไฟโฆษณาที่ติดอยู่ตามป้อมจราจรทั่วกรุงเทพมหานครที่ไม่ได้ขอติดตั้งตามกฎหมาย แยกเป็นป้ายแบบจอแอลอีดีตั้งข้างป้อมจราจรและป้ายโฆษณาที่อยู่บนป้อมจราจร โดยให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเร่งสรุปผลการสืบสวนสอบสวนให้ทันคำสั่งโยกย้าย รอง ผบก.และ ผกก.ในเดือน ม.ค.

โดยมีการเสนอขออนุมัติหลักเกณฑ์เพื่อย้าย ผกก.หัวหน้าสถานี 67 โรงพักที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเพื่อใช้เป็นเหตุผลโยกย้ายพ้นตำแหน่ง โดยมีการเสนอชื่อ ผกก.ใน บช.ภ.3 และ บช.ภ.4 เข้ามาลงในตำแหน่งพื้นที่ทำเลทอง

ส่วนใหญ่เป็นคนสนิทของ ผบก.น.2 ผบก.น.6 และ ผบก.ศสส.บช.น. ทีมงานคนสนิทของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ทำให้ตำรวจ บช.น.ได้รับความเดือดร้อนที่ถูกอ้างเรื่องป้ายไฟโฆษณาโยกย้ายสลับ รอง ผบก.ยัน สว.กว่า 200 ตำแหน่ง เปิดตำแหน่งเอาคนนอกหน่วยในสายลงในพื้นที่ทำเลทอง

และมีรายงานว่า ผกก.ที่อยู่ในข่ายต้องโดนเด้งนอกหน่วยได้มีการรวมตัวเพื่อยืนหนังสือขอความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการ ก.ตร. เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งโยกย้ายของ บช.น.
Read more ...

ผบ.ตร.ยืนยันไม่ยุ่งเกี่ยวแต่งตั้งนายตำรวจประจำปี

4/1/58
โดยไทยพีบีเอส เมื่อ 4 ม.ค.2557

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันไม่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสนอแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตรประจำปี พร้อมให้ผู้บัญชาการแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาโดยเชื่อว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งในการแต่งตั้ง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวระหว่างการเข้าตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลตำรวจถึงเรื่องการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตรว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บัญชาการแต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณาตามกฎของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยเชื่อว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งในเรื่องนี้ ทั้งนี้ผู้เสียหายมีสิทธิ์ไปฟ้องร้องศาลปกครองได้

ส่วนกรณีมีนายตำรวจร้องเรียนให้ทบทวนการโยกย้ายจากกรณีป้ายไฟโฆษณาที่ติดตามป้อมจราจรทั่วกรุงเทพมหานครนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่ายินดีที่รับเรื่องและส่งหนังสือไปยังต้นสังกัด แต่หากผลสอบสวนออกมาว่ามีความผิดจริงจะต้องยอมรับคำตัดสิน โดยคณะกรรมการจะให้ความเป็นธรรมกับตำรวจทุกนาย
Read more ...

เกียรติยศตำรวจ

3/1/58
โดยสหบาท นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 3 ม.ค.2558

ในช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนผ่านมา 6-7 ปีนี้ อุดมไปด้วยการใช้เสรีภาพในการชุมนุมกันอย่างกว้างขวาง ปราศจากขอบเขต ไม่คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น

ไม่มีครั้งใดเลยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ถูกใช้เป็นกันชนของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย และไม่มีการชุมนุมครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรอดพ้นจากการถูกประณาม หยามเกียรติ ย่ำยีเกียรติยศศักดิ์ศรี

ลดทอนความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพราะเหตุที่ว่าการทำหน้าที่ตำรวจทำให้เป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีเจตจำนงมุ่งหมายกระทำการอันละเมิดต่อกฎหมาย

ไม่สำเร็จผลได้โดยง่าย หากสังคมยังเชื่อมั่นการบังคับใช้กฎหมายในหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทราบและตระหนักดีถึงความมุ่งหมาย ได้ใช้ความพยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น เสียสละ อยู่ในกรอบของกฎหมาย แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีบททดสอบที่หนักหนาสาหัส

ทำให้ตำรวจรู้สึกว้าเหว่ หดหู่ และท้อแท้อยู่บ้าง...

แต่ด้วยตระหนักในภารกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ตลอดจนเกียรติยศและศักดิ์ศรีที่เหล่าบรรพชนตำรวจได้สร้างไว้ จึงยังคงมุ่งหน้าทำหน้าที่รักษากฎกติกาของสังคมอยู่ต่อไป

ตำรวจตระหนักดีว่า หากปราศจากการทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประเทศไทยย่อมไม่แตกต่างไปจากประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีขื่อไม่มีแป

ประสบการณ์ควบคุมฝูงชนในห้วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เป็นบทเรียนบทแล้วบทเล่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมิได้หลงไปกับเกมอำนาจเหล่านั้น ไม่ทำร้าย กลั่นแกล้ง เข่นฆ่าตำรวจด้วยกัน

เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะมีบททดสอบใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะผ่านบททดสอบเหล่านั้นไปได้

ยึดมั่นในอุดมคติตำรวจที่ว่า “...เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณา ปรานีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ...” และเชื่อมั่นในคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

แต่ปัจจุบันตำรวจนครบาลกำลังระส่ำระสายกับคำสั่งโยกย้าย รอง ผบก.ยัน สว. อีกมากต้องโยกย้ายพ้นจากหน่วยที่อยู่มาทั้งชีวิต

ในความผิดเรื่อง “ป้ายจราจร” เปิดทางขยับตำรวจภูธรเข้าพื้นที่ บช.น.

เป็นอีกบททดสอบความแข็งแกร่งของตำรวจนครบาลในเรื่อง “คำสั่ง” ของผู้บังคับบัญชา

ไม่เคยคิดว่า ชีวิตตำรวจนครบาลยากลำบากขนาดนี้..
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม