วัชรพลลาออกเลขากตช.-โฆษกสตช.
ศาลปค.รับคดี'ชาย'ฟ้อง ป.ป.ช.ไม่เปิดเผยข้อมูล 'ตร.'ย้ำ'พฤติการณ์ม็อบ' 'ไม่ชุมนุมสงบ'ตามรธน.
นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความส่วนตัวของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งรับคำฟ้องในประเด็นที่ว่าคำสั่งของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ปฏิเสธไม่ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารหรือการตรวจพยานเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ไว้พิจารณา ตามที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีนายสมชายได้ยื่นฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าหากในที่สุดถ้าศาลปกครองมีคำสั่งว่าคำสั่งของคณะกรรมการป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็อาจจะทำให้มีผลต่อกระบวนการไต่สวนที่ดำเนินการมาแล้วว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ และอาจจะมีผลตามมาต่อคำสั่งชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป.ป.ช.ด้วยหรือไม่ อีกทั้งมีปัญหาว่าในชั้นพิจารณาของอัยการสูงสุดต้องรอผลคำพิพากษาของศาลปกครองก่อนหรือไม่
“ตำรวจ” แถลงโต้ป.ป.ช. ย้ำมีพยานหลักฐานยืนยันพฤติการณ์ของผู้ชุมนุม ไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ
อีกด้านหนึ่ง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีที่ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดยยืนยันให้ประชาชนมั่นใจว่า ตำรวจทุกนายจะยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมืองใดๆ ในปัจจุบัน
ในส่วนของพล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะผู้ถูกชี้มูลความผิด จะต่อสู้คดีตามกฎหมาย ยืนยันว่าได้ดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าพยานหลักฐานที่ส่งมอบให้ป.ป.ช.เพิ่มเติม จะเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่ทำให้เห็นว่า ตำรวจทำไปตามกฎหมาย
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ได้รวบรวมพยานหลักฐานยืนยันพฤติการณ์ของผู้ชุมนุม ไม่ได้เป็นการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด มีการยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งทำเนียบรัฐบาล และมีการกระทำอีกหลายอย่างที่เป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนออัยการพิจารณา
ศาลสั่งรับมานิตกลับตำรวจ-เปล่าผลักไสโดนตีไล่ทักษิณ
ย้อนรอยคำสั่ง"ฟัน"พล.ต.ต.มานิตยุค"เสรีพิศุทธ์"

ต.ค.2550
ช็อกกันไปทั้งบาง“ กับมติคำสั่งครั้งประวัติศาสตร์จากที่ประชุม ก.ตร. มีมติลงโทษ
พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.1
ตามที่ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และกระทำผิดวินัยร้ายแรง ไม่จับกุมกลุ่มบุคคลที่ทำร้ายร่างกายประชาชน ขณะมาชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2549 โดย ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงต่อ พล.ต.ต.มานิต เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา และทาง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รอง ผบ.ตร.สส. เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง
ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ป.ป.ช. ซึ่งผลจากการชี้แจง ป.ปช.ได้ลงมติพิจารณากลับมายัง สตช.ว่า ตนเองไม่มีความผิดคดีอาญา ตามมาตรา 157 และ มาตรา 200 กรณีถูกกล่าวว่ามีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด แต่เป็นความผิดกรณีเข้าไปจับกุมโดยใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุและเลือกปฏิบัติ
ตั้ง “พล.ต.อ.ปทีป” รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ( 29 ก.ย.2552 )
อชิรวิทย์ ยุนายกฯ เลิกโผ ตร. หักหน้าสุเทพ
วันนี้ (3 ส.ค.)
"นายกรัฐมนตรีที่สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศอังกฤษย่อม ต้องตระหนักดีว่าหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้กำหนดนโยบาย การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นภาระของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ที่รู้รายละเอียด พฤติกรรมของตำรวจแต่ละคนว่าสมควรได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใด ไม่ใช้หน้าที่ของฝ่ายการเมืองที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจจะเข้าไปก้าวก่าย ล้วงลูก ย่อมเกิดผลกระทบที่เสียหายกับองค์กรตำรวจและเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย" อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว
อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ข้าราชการตำรวจที่เป็นคนดี มีคุณธรรม ย่อมมีศักดิ์ศรี จะไม่เข้าไปวิ่งเต้นกับนักการเมือง เว้นแต่พวกที่พยายามแสวงหาประโยชน์เท่านั้น ที่จะอิงแอบกับนักการเมือง
พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อถึงการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพล 152 ตำแหน่ง ว่า อยากลองให้ นายกรัฐมนตรีลงมาล้วงลูกยกเลิกคำสั่งแล้วจะรู้ว่าผลเป็นอย่างไร คนที่จะหน้าแตกที่สุดคือคนที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมก.ตร. นายสุเทพ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ก.ตร.
คำสั่งย้ายกลับ พัชรวาท นั่ง ผบ.ตร.ตามเดิม
พร้อมกันนี้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ยังส่งสำเนาคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 325/2551 ลงนามโดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายก รัฐมนตรี ลงวันที่ 21 ธ.ค. 2551 เรื่องให้ข้าราชการกลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ปัดไม่เกี่ยวพี่เป็น รมว.กลาโหม
ต่อมาเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องทำงานชั้น 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่กลับมาจริงๆแล้วเป็นคำสั่งของรัฐบาลในฐานะผู้บังคับบัญชา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อรัฐบาลได้สั่งประการ ใดต้องปฏิบัติตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่กลับมาเพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. พี่ชายมาเป็น รมว.กลาโหม ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทตอบว่า ไม่รู้ นอกประเด็นหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่เกี่ยวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และไม่หนักใจกับม็อบเสื้อเหลืองเสื้อแดง เนื่องจากยังยึดถือแนวทางเดิม ทำงานด้วยความอดทน เน้นการเจรจาไม่ ทำร้ายประชาชน


