รายงานนายกฯ ส.ส.เอี่ยว ซื้อขายตำแหน่ง

13/2/53

พล.ต.อ.วสิษฐ รายงาน นายกฯ พบมีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งเกิน 10 เก้าอี้ ระบุ ส.ส.ในพื้นที่ร่วมรับผลประโยชน์ เสนอตั้งกรรมการ 1 ชุดเอาผิดซื้อขายเก้าอี้...

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 12 ก.พ. พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียน เรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการจัด ทำรายชื่อแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตร เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งตำรวจในกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ใช้เวลาเข้าพบประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ รายงานนายกรัฐมนตรีว่า เชื่อว่าการแต่งตั้งใน กองบัญชาการตำรวจภูธร 2 (บช.ภ.2) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามกฎของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ เชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อให้เป็นผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายนับสิบตำแหน่งขึ้นไป ส่วนจะมีเงินสะพัดเท่าใดตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้คำนวน นอกจากนี้มีเอกสารหลายชิ้นระบุว่า มีนักการเมืองที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เข้าไปเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งโยกย้าย โดยมีการระบุชื่อมาชัดเจน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯ ได้เสนอ 2 ข้อให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการต่อ เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจใน บช.ภ.2 เป็นไปด้วยความยุติธรรม ได้แก่ 1.ควรมีการบำบัดปัดเป่าเรื่องนี้ เพื่อให้ตำรวจได้รับความเป็นธรรม ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาอย่างไร 2.เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุดมาตรวจสอบการทุจริตในการซื้อขายตำแหน่งโดยเฉพาะ น่าจะมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ภายหลังรับทราบรายงาน นายอภิสิทธิ์มีท่าทีพอใจ แต่ไม่ได้บอกจะตัดสินใจอย่างไร

พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนข้อมูลที่ระบุว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นการเชื่อมโยงลักษณะนักการเมืองลงไปขอให้แต่งตั้งคนโน้น คนนี้ และได้ตามที่ขอ ส่วนที่ถามกันว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ต้องรับผิดชอบหรือไม่ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักวานตำรวจแห่งชาติ คงต้องถามนายสุเทพเองเพราะตนตอบไม่ได้ ในส่วนของใบเสร็จที่จะมามัดตัวผู้เกี่ยวข้อง ขอเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะ คณะกรรมการฯ ก็หาใบเสร็จอยู่ ขอให้สื่อช่วยหาใบเสร็จมัดให้ด้วย เช่นเดียวกับคำถามว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) หลังพบความผิดปกติในการจัดทำโผ ได้สั่งย้ายผบช.ภ.2 ออกจากพื้นที่ ต้องร่วมรับผิดชอบหรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ แต่ว่าถ้าหากมีความผิดแล้ว ก็ไม่สามารถหักล้างได้

ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปทีป ต้องร่วมรับผิดชอบหากมีความผิด เนื่องจากตามหลักการต้องเป็นเช่นนั้น ขณะที่ประเด็นบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจใน บช.ภ.2 ที่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำลังพิจารณาใหม่อยู่ในขณะนี้ จำเป็นต้องยกเลิกด้วยหรือไม่ ต้องไปถามพล.ต.อ.ปทีป แต่กรรมการฯ เห็นว่า มันไม่ถูกต้อง ส่วนการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งใน บช.ภ.1,4 และ 6 ในวันที่ 17 ก.พ. ที่เกิดหลังจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายมีผลบังคับใช้แล้วนั้น ถ้าพบการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม สอบเมื่อไหร่ก็ผิดเมื่อนั้น สามารถรื้อโผได้ตลอดเวลา
Read more ...

ผกก.จอมโวยเฮ แก้โผ"ภ.1" ภูธร4-6ยันไม่รื้อ!

12/2/53

กมธ.แฉเสี่ยเบี๋ยง นักธุรกิจรถลาก ป่วนบัญชีภาค2 แจ้งจับ"มาร์ค" ดองตั้ง"ผบ.ตร."

รื้อแล้วโผบช.ภาค 1 หลังพ.ต.อ. และ พ.ต.ท.ออกมาโวยผ่านกมธ.ให้ผกก.ลาดหลุมแก้วที่ร้องเรียน จากเดิมเป็นผกก.อก. ไปเป็นผกก.บางบ่อ ส่วนที่เหลือเปลี่ยนอีกบางตำแหน่ง "สุเทพ"ปัดไม่เคยแทรกแซงโผตำรวจ ระบุถ้าพบต้องดำเนินการแน่นอน "ปทีป" ก็ยันไม่มีตั๋วการเมือง ชี้พบพิรุธแต่งตั้งไม่ชอบแค่ภาค 2 ส่วนภาค 1-4 และ 6 เป็นกก.ชุด"วสิษฐ" ขณะที่บช.ภาค 4 และ 6 ออกมาโต้ถูกร้องเรียนโยกย้าย ยืนยันทำถูกต้องตามกฎเกณฑ์และขั้นตอนทุกอย่าง ย้ำไม่มีเปลี่ยนโผ พร้อมให้ตรวจสอบได้ทุกเวลา กมธ.ตร.ชี้เสี่ยเหวียง-เบี๋ยง เป็นคนเดียวกัน เผยมีข้อมูลลับซื้อขายตำแหน่งในภาค 2 พ.ต.อ.ประธานชมรมตำรวจบำนาญ แจ้งกองปราบฯจับนายกฯ ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่แต่งตั้งผบ.ตร. ปล่อยให้ล่วงเลยมา 4 เดือนแล้ว

-"เทือก"ยันการเมืองไม่แทรกตร.

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่รัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวมีนักการเมืองใหญ่ในรัฐบาล มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งตำรวจว่า ใครไปเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีสั่งดำเนินการหมด ถ้าการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานไปถึงใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งก็ต้องดำเนินคดี เมื่อถามว่าเคยได้ยินชื่อนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาก่อนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่พูดอะไรที่เป็นข่าวลือ จนกว่าจะเห็นเรื่องจริง เพราะถ้าพูดไปจะกระทบกระเทือนคน เราต้องอดทนรอให้คณะกรรมการสอบสวนชุดที่มีพล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร สรุปผลออกมาก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายกฯ เพิ่มเติมคำสั่งการสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งตำรวจในบช.ภ.1 และ 4 ด้วย จะต้องรื้อโผโยกย้ายตำรวจใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องแก้ไข ส่วนการประชุมคณะกรรมการก.ตร. ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ จะมีการพิจารณาทบทวนคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจกันใหม่หรือไม่นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า รรท.ผบ.ตร.คงจะต้องรายงานในที่ประชุม แต่จะ รายงานอย่างไรต้องรอดู ยืนยันว่าการเมืองไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการจัดทำโผโยกย้ายตำรวจในครั้งนี้

-ชี้ตร.มีสิทธิร้องเรียนได้

เมื่อถามว่าการที่นายกฯ สั่งสอบสวนการซื้อขายตำแหน่ง และต้องมีการรื้อโผตำรวจกันใหม่ ทำให้เห็นว่าในยุครัฐบาลนี้ ที่นายสุเทพ กำกับดูแลสตช. มีปัญหามากกว่ายุคอื่นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ปัญหามีทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่จะแก้ไขหรือไม่ บางสมัยเกิดปัญหาขึ้นก็ไม่แก้ไข บางสมัยก็ต้องการจะแก้ไข

นายสุเทพยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ ตำรวจ เข้าร้องเรียนยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิ การการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรนั้นว่า ยุคสมัยนี้ข้าราชการทุกฝ่ายมีช่องทางที่จะดูแลรักษาสิทธิของตนเอง ถ้าใครเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกต้อง ก็ร้องเรียนได้หลายทาง เมื่อถามว่าการที่โผโยกย้ายตำรวจยังไม่ลงตัวในช่วงที่มีม็อบมาเคลื่อนไหวมากมาย จะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ คนเป็นตำรวจ จะอยู่ตรงไหนต้องทำหน้าที่ตำรวจ จะเอาเรื่องโยกย้ายแต่งตั้งมาเป็นประเด็นและอ้างว่าไม่ได้รับความชอบธรรม ไม่ทำหน้าที่ ไม่ได้

-"ปทีป"เผยรื้อโผแค่บช.ภ.2

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกคำสั่งที่ออกไปแล้ว จะให้มีผลในวันที่ 16 ก.พ.แน่นอน รวมถึงการทำบัญชีแต่งตั้งใหม่ในบช.ภ.2 ก็ต้องเสร็จให้ทันพร้อมกัน จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการชุด พล.ต.ท. เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ก็พบว่ามีเพียงคำสั่งแต่งตั้งของบช.ภ.2 ที่เดียวเท่านั้นที่พบการแต่งตั้งไม่เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย จึงสั่งให้มีการยกเลิกแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งในส่วนบช.ภ.2 ทั้งหมด ส่วนของบช.ภ.อื่นก็มีบ้างบางรายที่ต้องแก้ไขแต่ก็เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องรื้อคำสั่งเหมือน บช.ภ.2 ซึ่งในส่วนบช.ภ.2 ก็ตั้งพล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รองจตช.) มาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วถึงประเด็นกระบวน การแต่งตั้งว่าทำถูกต้องตามวิธีการหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับชุดของพล.ต.อ.วสิษฐ ที่มุ่งตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่ง แต่ในที่สุดแล้วผลสอบของทั้ง 2 ชุดจะมาบรรจบกัน

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งตรวจสอบการโยกย้ายในพื้นที่บช.ภ.1, 4 และ 6 เพิ่มเติมจากบช.ภ.2 นั้น พล.ต.ท.ปทีป กล่าวว่า ตรงนี้ก็เป็นส่วนที่คณะกรรมการชุดพล.ต.อ.วสิษฐ ตรวจสอบ ไป ไม่กระทบคำสั่งที่ออกไปแล้ว หากผลสอบในส่วนนี้ออกมาก็ต้องดำเนินการทางวินัยต่อไป หรืออาจดำเนินการทางคดีอาญาด้วย อย่างไรก็ตามตนยังไม่ได้พบกับ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 เลย หลังจากมีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่สง.ผบ.ตร. ทราบว่าลาพักร้อน

-ยืนยันไม่มีตั๋วฝาก

เมื่อถามถึงกรณีที่จะขออนุมัติก.ตร.เพื่อขยายเวลาในการแต่งตั้งสว.-รองผบก.ออกไป รรท. ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นการขอขยายเวลาในส่วนที่ต้องข้อยกเว้นหลักเกณฑ์และโยกย้ายข้ามหน่วยในส่วนของผู้ที่ต้องขึ้นดำรงตำแหน่งสารวัตรในสังกัดบช.ภ.3 และบช.ภ.4 ซึ่งมีตำแหน่งสาร วัตรว่างมากกว่าตำแหน่งรองสารวัตรที่มีคุณ สมบัติขึ้นได้ในหน่วย จึงต้องให้ขึ้นข้ามหน่วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ถูกแทรก แซงโดยการเมือง ตามที่นายกรัฐมนตรีระบุหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า รอฟังผลการสอบ สวนก่อน เมื่อถามว่ามีการแทรกแซงโดยตรงมาที่ตัวท่านเองหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ไม่เคยมี และไม่มีหรอก เพราะการแต่งตั้งเป็น อำนาจของผบช.

เมื่อถามถึงการขอก.ตร.เพื่อเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ขึ้นใหม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า จะมีการขอเปิดตำแหน่งใหม่จริง โดยตร. เสนอเหตุผลในการขออนุมัติขึ้นไป โดยไม่ขอเปิดเผยเหตุผลความจำเป็น รอให้ก.ตร.อนุมัติเสียก่อน เป็นอำนาจของก.ตร.ที่จะพิจารณา

-"อัศวิน"เดินหน้าจัดโผ"ภ.2"

รายงานข่าวแจ้งว่า บ่ายวันเดียวกันนี้ พล.ต.ท. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้าพบหารือ พล.ต.อ.ปทีป คาดว่าจะเป็นการหารือเรื่องการยกเลิกและทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในบช.ภ.2 ก่อนที่พล.ต.ท.อัศวิน จะนัดรองผบช.ภ.2 ในฐานะคณะกรรมการคัดเลือก หรือบอร์ดกลั่นกรอง เพื่อประชุมแต่งตั้งใหม่ ในวันที่ 13 ก.พ. เพื่อให้มีคำสั่งแต่งตั้งออกทันให้คำสั่งวันที่ 16 ก.พ. ตามเดิม

-ภูธร4-6โต้โยกย้ายไม่โปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าต้องสอบสวนการแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของบช.ภ.1, 4 และ 6 นั้น พล.ต.ต. ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษกบช.ภ.4 กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของภาค 4 เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกครั้งมีการประชุมตามหลักเกณฑ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกอย่าง และรายชื่อการแต่งตั้งยังเป็นรายชื่อเดิมไม่มีการเปลี่ยน แปลง ส่วนที่มีการร้องเรียนนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของข้าราชการตำรวจที่มีความผิดทางวินัย คณะกรรมการกำลังสอบสวนอยู่ นอกเหนือจากนี้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผบช.ภ.6 กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายของบช.ภ.6 มีคณะกรรมการกลั่นกรอง และยึดพ.ร.บ.ตำรวจ โดยมีการสรรหาจากสถานีตำรวจ ผู้ที่อาวุโสจะแต่งตั้งทุกคนไม่มีเว้น ผู้ที่มีผลงาน โรงพักทุกระดับได้ทุกคนครบถ้วน การพิจารณาแต่งตั้งต้องผ่าน ก.ตร. โดยมีพล.ต.ท.เอก เป็นผู้ดูแล เรียบร้อยถูกต้องทุกอย่าง จึงได้ออกคำสั่ง ส่วนที่มีการร้องเรียน สาเหตุมาจากรองผกก.นายหนึ่ง คิดว่าตนเองอาวุโส แต่จริงมีคนอาวุโสกว่า จึงไปขอความเป็นธรรม แต่ไม่ใช่เรื่องการทุจริต คณะกรรมการจัดลำดับตามความรู้ความสามารถ ที่ผ่านมาเคยมีการเยียวยาในครั้งหน้าให้ทุกครั้ง ตนยืนยันการแต่งตั้งถูกต้อง จะไม่มีการรื้อโผเด็ดขาด คณะกรรมการสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ยินดีให้ตรวจสอบตลอดเวลา

-กมธ.ระบุรู้ตัว"เสี่ยเบี๋ยง"

ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานตรวจสอบเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่ง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกรรมาธิการฯว่า ที่ประชุมได้เชิญนายตำรวจระดับผู้กำกับในบช.ภ.2 เข้าให้ข้อมูลในเชิงลับ โดยมีการยืนยันว่ามีนายหน้าที่ชื่อ "เหวียง" หรือ "เบี๋ยง" เป็นคนเดียวกัน กมธ.ได้ชื่อและนามสกุลพร้อมที่อยู่จริงมาแล้ว เป็นบุคคลที่มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และมีอำนาจอยู่ในบช.ภ.2 เลยมีอิทธิพล ซึ่งบุคคลนี้ทำธุรกิจด้านขนส่งรถลาก อยู่ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. แต่เราต้องหาหลักฐานให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะถ้าสาวไม่ถึงต้นตอ หรือไม่มีใบเสร็จ ก็จะกลายเป็นมวยล้ม

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า การประชุมครั้งต่อไป จะเชิญนายตำรวจระดับ รองผบก. เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยการตรวจสอบในช่วงนี้จะตรวจสอบในคำสั่งโยกย้ายเดิมของบช.ภ.2 ที่เพิ่งมีการยกเลิกไป แต่กรรมาธิการฯยังคงเดินหน้าตรวจสอบต่อ โดยคณะทำงานชุดที่มีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นประธาน จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่มีการร้องเรียนมาในสัปดาห์หน้า คณะทำงานชุดนี้จะไปดูเรื่องการแต่งตั้งผู้กำกับเสื้อแดง จากเหตุการณ์กลุ่มเสื้อแดงบุกการประชุมอาเซียนที่พัทยา แต่กลับได้ดี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บังคับการสืบสวนภาค 2 ด้วย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ส่วนใหญ่มาจากข้อยกเว้นหลักเกณฑ์การพิจารณา ซึ่งถือว่าเป็นช่องว่างทำให้เกิดปัญหา

-ภ.1รื้อโผ-ผกก.จอมโวยเฮ

วันเดียวกันที่

สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี

พ.ต.อ.ฐานุพงษ์ พรมสวัสดิ์กุล ผกก.สภ.ลาด หลุมแก้ว และ


พ.ต.ท.เศรษฐกรณ์ ชัยวีระวงศ์ สวญ.สภ.สวนพริกไทย 

เปิดแถลงต่อสื่อมวลชน กรณีมีคำสั่งโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งพื้นที่อื่น

พ.ต.ท.เศรษฐกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ ทั้งๆ ที่สภ.สวนพริกไทยได้อันดับ 1 ของโรงพักเพื่อประชาชน ได้อันดับ 2 ของจ.ปทุมธานี ได้อันดับที่ 18 ของภาค 1 ด้วยเกณฑ์ประเมิน 83.39 ไม่ใช่รองบ๊วยอย่างที่ ผบช.ภ.1 กล่าว ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร.ให้ใช้ของตร.เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ต้องเป็นไปตามกฎอย่างเคร่งครัด การย้ายตนออกนอกหน่วยถือว่าเป็นธรรมหรือไม่ จะฟ้องศาลที่เป็นที่พึ่งต่อไป

พ.ต.อ.ฐานุพงษ์ กล่าวว่า ที่มีการระบุว่าตนถูกร้องเรียนนั้น เคยถูกร้องเรียนตั้งแต่ปี 2550 แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีมูล ดังนั้นการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ถูกต้อง การจัดโผครั้งนี้นายตำรวจที่จบรุ่น 30 ขึ้นไป ยังไม่ได้เป็นผู้กำกับเลย แต่คนจัดโผตำรวจรุ่นที่ 40 กว่า นำเพื่อนร่วมรุ่นขึ้นเป็นผู้กำกับหลายนาย ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติจะได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดบช.ภ.1 ได้มีการประชุมเพื่อรื้อโผ ปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่งเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เช่น

พ.ต.อ.ฐานุพงศ์ จากเดิมที่มีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งผกก.อก.ภ.1 เปลี่ยนเป็น ผกก.สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

พ.ต.ท.สามารถ แก้วมณี รองผกก.ปป.สภ.ปากคลองรังสิต โยกไปเป็น สวญ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี ส่วน

พ.ต.ท.สมศรี พัฒนาคม สวญ.สภ.ม่วงค่อม ขยับขึ้นเป็น ผกก.ในบช.ภาค 1 

พ.ต.ท.ภูมินทร์ สิงหสุด รองผกก.ปป.สภ.สำโรงเหนือ เป็น ผกก.สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ

-หนังสือโผล่โวยแต่งตั้งบช.ก.

นอกจากนี้ มีผู้ใช้ชื่อชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ ส่งโทรสารร้องเรียนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจกระทำผิดกฎหมาย ถึงนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ปทีป ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรวมทั้งสื่อมวลชน มาที่ห้องผู้สื่อข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้องเรียนว่ามีความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)

หนังสือร้องเรียนระบุว่า มีตำรวจ 17 ราย ซึ่งเพิ่งมีคุณสมบัติครองตำแหน่งครบปีตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้าย พ.ศ. 2549 ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทันที ขัดต่อ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 54, 57 และขัดต่อกฎก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ ข้อ 33 ที่ว่า การคัดเลือกผู้ที่จะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในปีแรก ผู้นั้นต้องมีความรู้ความสามารถและมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และมีประสิทธิภาพดีกว่าข้าราชการตำรวจที่มีคุณ สมบัติครบถ้วนทั่วไปรายอื่นอย่างชัดเจน คณะกรรมการคัดเลือกต้องสามารถอธิบายต่อบุคคลทั่วไปได้ ฯลฯ

ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนระบุได้ว่าหากการร้องเรียนของตนไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องเป็นธรรมจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่มีอำนาจดำเนินการ ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยผู้ร้องเรียนยังระบุด้วยว่าในการแต่งตั้งครั้งนี้มีการบีบบังคับจากฝ่ายการเมืองให้แต่งตั้งคนของตนเป็นจำนวนมาก โดยส่งรายชื่อมาให้บช.ก. ออกคำสั่งแต่งตั้งไปตามนั้น และส่วนหนึ่งก็ได้เสียเงินให้กับนักการเมืองหรือบุคคลใกล้ชิด

-แจ้งจับนายกฯยื้อตั้งผบ.ตร.

ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.บรรจบ สุดใจ ประ ธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ 41 และอนุกรรมาธิการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา เข้าพบพ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองผบก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีที่ไม่ยอมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบในการแต่งตั้งผบ.ตร. โดยมีเจตนาละเลยไม่กระทำให้เสร็จ ซึ่งเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน

พ.ต.อ.บรรจบ กล่าวว่า ตำแหน่งผบ.ตร.ว่างลงตั้งแต่ 1 ต.ค.52 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังแต่งตั้งไม่ได้ ทั้งที่กฎระเบียบของก.ตร.ระบุว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไป ต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.ของทุกปี ซึ่งตนและคณะได้มีหนังสือทักท้วง และเรียกร้องให้ดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ จนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมในครั้งนี้ เนื่องจากไม่มีผู้บังคับบัญชาสูงสุดมาควบคุมดูแล ซึ่งพ.ต.อ.นัยวัฒน์ สั่งการให้พ.ต.ต.มาโนชญ์ สวนดอกไม้ พงส.(สบ1)กก.1ป. รับเรื่องและสอบปากคำไว้ และจะเสนอเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

หน้า 1
Read more ...

“ปทีป” ยันไม่เคยโดนการเมืองล้วงลูกโผแต่งตั้งตำรวจ

11/2/53
11 กุมภาพันธ์ 2553 13:54 น

“ปทีป” ยันการจัดทำบัญชีแต่งตั้งรอง ผบก.-สว.ใหม่ใน บช.ภ.2 ต้องเสร็จทัน 16 ก.พ.นี้ ปัดไม่เคยเจอ ผบช.ภ.2 หลังโยกย้ายช่วยราชการ ทราบเพียงลาพักร้อน ย้ำไม่เคยมีการเมืองแทรกแซงการพิจารณาแต่งตั้งตำรวจ

วันนี้ (11 ก.พ.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ที่กำลังมีปัญหาว่า ยืนยันว่าทุกคำสั่งที่ออกไปแล้วจะให้มีผลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์แน่นอน รวมถึงการทำบัญชีแต่งตั้งใหม่ใน บช.ภ.2 ก็ต้องเสร็จให้ทันพร้อมกัน

พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการชุด 



พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 


พบว่ามีเพียงคำสั่งแต่งตั้งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ที่เดียวเท่านั้นที่พบการแต่งตั้งไม่เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย จึงสั่งให้มีการยกเลิกแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งในส่วน บช.ภ.2 ทั้งหมด

ส่วนของบช.ภ.อื่นมีบ้างบางรายที่ต้องแก้ไข แต่เล็กน้อยเท่านั้นไม่ต้องรื้อคำสั่งเหมือนกับบช.ภ.2 ซึ่งในส่วน บช.ภ.2 ได้ตั้ง พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รองจตช.)มาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วถึงประเด็นกระบวนการแต่งตั้งว่าทำถูกต้องตามวิธีการหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับชุดของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ที่มุ่งตรวจสอบการ้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง แต่ในที่สุดแล้วผลสอบของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดจะมาบรรจบกัน

สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในพื้นที่ บช.ภ.1 บช.ภ.4 และบช.ภ.6 เพิ่มเติมจาก บช.ภ.2 นั้น พล.ต.ท.ปทีป กล่าวว่า ตรงนี้เป็นส่วนที่คณะกรรมการชุด พล.ต.อ.วสิษฐ ตรวจสอบไป ซึ่งไม่กระทบคำสั่งที่ออกไปแล้ว ทั้งนี้หากผลสอบในส่วนนี้ออกมาต้องดำเนินการทางวินัยต่อไป หรืออาจต้องดำเนินการทางคดีอาญาด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้พบกับ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 เลย หลังจากมีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่ สง.ผบ.ตร.ทราบว่าลาพักร้อน

เมื่อถามถึงกรณีที่จะขออนุมัติ ก.ตร.เพื่อขยายเวลาในการแต่งตั้ง สว.กับรอง ผบก.ออกไป นั้น รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นการขอขยายเวลาในส่วนที่ต้องข้อยกเว้นหลักเกณฑ์และโยกย้ายข้ามหน่วยในส่วนของผู้ที่ต้องขึ้นดำรงตำแหน่งสารวัตรในสังกัด บช.ภ.3 และบช.ภ.4 ซึ่งมีตำแหน่งสารวัตรว่างมากกว่าตำแหน่งรองสารวัตรที่มีคุณสมบัติขึ้นได้ในหน่วย จึงต้องให้ขึ้นข้ามหน่วย

ถามถึงการขอ ก.ตร.เพื่อเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ขึ้นใหม่นั้น พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า จะมีการขอเปิดตำแหน่งใหม่จริง โดย ตร.เสนอเหตุผลในการขออนุมัติขึ้นไป โดยไม่ขอเปิดเผยเหตุผลความจำเป็น รอให้ ก.ตร.อนุมัติก่อน ซึ่งเป็นอำนาจของ ก.ตร.ที่จะพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ถูกแทรกแซงโดยการเมืองตามที่นายกรัฐมนตรีระบุหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า รอฟังผลการสอบสวนก่อน

ถามว่ามีการแทรกแซงโดยตรงมาที่ตัวท่านเองหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ไม่เคยมีและไม่มีหรอก เพราะการแต่งตั้งเป็นอำนาจของ ผบช.
Read more ...

นายกฯ ยอมรับมีข้อมูลระบุถึงนักการเมืองพัวพันโยกย้ายตำรวจ

11/2/53

แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด โดยย้ำเพียงว่า คณะกรรมการสอบสวนฯ ชุดที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน มีอิสระเต็มที่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียน เรื่องการซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจ ที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน ที่บ้านพิษณุโลกว่า เพื่อทำความเข้าใจกับคณะกรรมการฯ โดยเฉพาะที่มาที่ไปของการแต่ตั้ง รวมทั้งภารกิจของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ โดยยืนยันว่า คณะกรรมการฯ สามารถทำงานได้เต็มที่ และหากมีอุปสรรค ก็ให้ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกฯ จะเป็นผู้ประสานงาน

ส่วนในเรื่องของกรอบเวลา ก็อยากให้ทำทุกอย่างชัดเจนก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งคณะกรรมการฯ ยอมรับว่า หนักใจเต่ก็เข้าใจและจะทำให้ดีที่สุด เนื่องจากขณะนี้ยังมีข้อมูลร้องเรียนเข้าไปยังคณะกรรมการฯ เรื่อยๆ ส่วนจะพิจารณาว่า ข้อมูลนั้นๆ จะนำเข้าคณะกรรมการฯ หรือ ส่งไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แล้วแต่กรณี

นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวยอมรับว่า มีข้อมูลบางส่วนระบุถึงฝ่ายการเมือง แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดว่า เป็นใครและอย่างไร เพราะเป็นสิ่งที่คณะกรรมการฯ ต้องตรวจสอบ พร้อมทั้งมั่นใจว่า ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ และคณะกรรมการฯ มีอิสระเต็มที่

Content by Voice TV
11 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08:42 น. 
Read more ...

แฉเสี่ยเหวียง หน้าเสื่อเซ็งลี้ตำแหน่ง

10/2/53
โดย ไทยรัฐ

5 กุมภาพันธ์ 2553, 03:22 น.

นายกฯดันวสิษฐสอบ ยันมีข้อมูลดำเนินคดีนายกฯตั้ง "วสิษฐ เดชกุญชร" นั่งประธานสอบซื้อขายตำแหน่งโยกย้ายสีกากี ยันมีข้อมูลเพียงพอดำเนินคดีตามกฎหมาย "ปทีป" แนะหากใครไม่ได้รับความเป็นธรรมทำหนังสือร้องเรียนได้ ติงอย่าท้อแท้ เพราะแต่ละครั้งย่อมมีผู้สมหวัง ผิดหวัง 

ขณะที่ ผบช.ภ.2 หลบไม่เข้าสำนักงาน นายเวรเผยกำลังรวบรวมข้อมูลชี้แจงแล้ว ด้านตำรวจกองบัญชาการภูธรแห่งหนึ่งส่งเอกสารถึง กมธ. แฉพฤติกรรมหัวหน้าหน่วย ดึง

"เสี่ยเหวียง" 

เป็นหน้าเสื่อเปิดเซฟเฮาส์เจรจาเซ็งลี้เก้าอี้ ผกก. ทำเลทองตัวเลขสูง 11 ล้านบาท ส่วน "เฉลิม" ยิงกระทู้ถามสดกลางสภา ปูดนักการเมืองโทรศัพท์ขอ ผบช.ภ.8 บีบแต่งตั้งคนตัวเอง

กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวเกิดการร้องเรียนกันหนาหูเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.-สารวัตร เที่ยวที่ผ่านมาว่า บางกองบัญชาการมีข่าวซื้อขายเก้าอี้โยกย้าย ถึงขั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรียังต้องออกมายอมรับมีการร้องผ่าน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โดยพื้นที่มีปัญหาได้รับการร้องเรียนมากที่สุดคือ บช.ภ. 2 จึงเตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง

ที่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 4 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจนั้น ขณะนี้ได้ตัวประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว คือ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต รอง อ.ตร. ซึ่ง พล.ต.อ.วสิษฐกำลังเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาเป็นกรรมการเข้ามา คาดว่าจะได้ภายในเร็ววันนี้

ต่อมาช่วงบ่าย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ ถามสดถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการบังคับใช้กฎหมายกฎระเบียบในการบริหารราชการแผ่นดินว่า กรณีการปาอุจจาระเข้าบ้านพักนายกฯ ต้องไปดูที่ต้นเหตุว่ามีเหตุอะไรที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนั้น เพราะปัจจุบันมีการบังคับใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานกับคนเสื้อแดง และความอยุติธรรมขั้นอุกฤต นอกจากนี้อยากบอกนายกฯด้วยว่า ที่ถามหาหลักฐานการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น กรุณาอย่าไปหา เพราะทุกฝ่ายล้วนฝากฝังทั้งนั้น แต่ไม่เคยรุนแรงเหมือนสมัยนี้ มีนักการเมืองโทรศัพท์ไปขอให้ ผบช.ภ.8 แต่งตั้งคนของตัวเอง โดยเฉพาะคนใกล้ตัวของนายกฯ มีนามบัตรไปฝากตั้งตำรวจอย่างชัดเจน เรื่องนี้ ได้เจอกันในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน อยากรู้ว่ากล้าจับไปสาบานหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงก็ต่อเมื่อมีรายงานข่าวว่าอาจจะมีการใช้อาวุธ ไม่เกี่ยวกับผู้ชุมนุมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนกรณีการโยกย้ายตำรวจนั้นเรื่องการฝากกับการซื้อไม่เหมือนกัน ไม่มีใครใช้สิทธิเหนือคนอื่นได้ บัดนี้มีข้อมูลที่ได้รับและเห็นว่าเพียงพอที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่ง พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต รอง อ.ตร. รับมาเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งแล้ว

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กล่าวถึงกระแสจะมีการสั่งรื้อบัญชีโยกย้ายตำรวจใหม่ว่า ไม่ทราบยังไม่เห็น และไม่ได้เจอคำร้องเรียนมาที่ตน ทราบแค่ว่า มีคำร้องเรียนส่งไปถึงนายกฯ ต้องรอว่า นายกฯจะสั่งการเอง หรือจะมอบให้ตนไปดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯระบุชัดเจนรับร้องเรียนการซื้อขายตำแหน่งใน บช.ภ.2 มากที่สุดจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า "ที่ไหนก็ได้ ถ้ามันมีเรื่อง ใช้ไม่ได้ ถ้าจะโยกย้ายแต่งตั้งเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งแล้วต้องมาเสียเงิน มันหมดท่าหมดศักดิ์ศรีแสดงว่าระบบมันแย่แล้ว ถ้ามีจริงขอให้มีหลักฐานมาเราก็จะดำเนินการ"

เมื่อถามว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่หรือจะใช้คณะกรรมการชุดเดิมมาดำเนินการ นายสุเทพตอบว่า ต้องปรึกษา ก.ตร.ดู การดำเนินการเรื่องนี้มีวิธีการดำเนินการอยู่ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง หรือในระดับสูงขึ้นไปก็ให้เป็นเรื่องที่ ก.ตร. มีมติไป เมื่อถามว่าการสอบสวนการร้องเรียนซื้อขายตำแหน่งที่คณะกรรมการชุดนายปรีชา วัชราภัย อดีต เลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน มีผลสรุปออกมาหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ผลสอบคราวที่แล้วมีปัญหานิดหน่อย เพราะนายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการสอบสวนลาออกไปก่อนหน้านั้น ตนจึงต้องตั้งกรรมการชุดใหม่ให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน เมื่อถามว่าจะมีการประชุม ก.ตร.อีกเมื่อใด รองนายกรัฐมนตรีตอบว่า วันที่ 12 ก.พ. นี้

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้ง พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต รอง อ.ตร. เข้าไปเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากใครไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา สามารถทำหนังสือร้องเรียนเข้ามาได้ ตนพร้อมจะรับฟังและสอบสวนข้อเท็จจริง ทว่าต้องยอมรับกันด้วยว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจแต่ละครั้ง ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวังเป็นเรื่องปกติ อย่าไปท้อแท้ ขอให้ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่กันต่อไป

ส่วน พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 ที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในพื้นที่ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสำนักงาน ผบช.ภ.2 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น ปรากฏว่า พล.ต.ท. เกรียงศักดิ์ไม่เข้าสำนักงาน เมื่อผู้สื่อข่าวโทร.ติดต่อทางโทรศัพท์มือถือ มีนายเวรเป็นผู้รับสายแทนพร้อมแจงว่า พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเตรียมแถลงเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 5 ก.พ.นี้ แต่ยังไม่ระบุเวลาและสถานที่

มีรายงานว่า บรรดาข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคแห่งหนึ่ง ได้ทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมผู้นำหน่วยถึงประธานกรรมาธิการตำรวจแฉทุจริตการแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบก.-สว.ที่ไม่โปร่งใส ด้วยการเรียกรับเงินเซ็งลี้เก้าอี้มูลค่าหลายล้านบาท ผ่านหน้าเสื่อที่เป็นเสี่ยใหญ่ ชื่อเล่น "เหวียง" คอยต่อรองราคาเก้าอี้ที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง สนนราคา 

- ผกก.ทำเลทอง ราคา 11 ล้านบาท
- สว.ขึ้น รอง ผกก. ราคา 2 ล้านบาท 
- รอง ผกก.ขึ้น ผกก.ราคา 4 ล้านบาท 
- พนักงานสอบสวน (สบ3) โยกเป็น รอง ผกก.สส. ราคา 8 แสน-1 ล้านบาท 

หลังตกลงผลประโยชน์เรียบร้อยแล้ว ลูกสาวนายเหวียงจะทำหน้าที่ลงบัญชีรายชื่อในคอมพิวเตอร์
Read more ...

ผกก.กุดชุม ร้องย้ายไม่เป็นธรรม

9/2/53
วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7012 ข่าวสดรายวัน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการจัดทำรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น เดินทางเข้าพบและหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย ใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที

จากนั้น พล.ต.อ.วสิษฐให้สัมภาษณ์ว่านายกฯ ได้ย้ำเรื่องนโยบายว่าสิ่งที่ได้ยินมาเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งตำรวจของบช.ภ.2 นั้น เกรียวกราวและดังมากกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งในคำสั่งของนายกฯ นั้น ระบุชัดว่าในกรอบพิจารณาเฉพาะบช.ภ.2 เท่านั้น และถ้าเป็นความจริงความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะแต่ในวงการตำรวจ แต่จะเป็นความเสียหายที่กระทบถึงประชาชนที่ต้องพึ่งตำรวจด้วย นายกฯ จึงฝากเรื่องนี้เอาไว้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่ต้องพิจารณาว่ามีมูลความจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องระยะเวลาในการสรุปนั้นคงกำหนดไม่ได้ แต่กรอบเวลาภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.มีบันทึกด่วนที่สุด ถึงผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า แจ้งให้หน่วยสอบถามข้าราชการตำรวจระดับรองสว. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และมีความสมัครใจขอรับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งระดับสว. ในสังกัดที่มีตำแหน่งว่างอยู่ ได้แก่ ภ.3 ภ.4 ภ.6 ภ.8 ภ.9 ศชต.และหน่วยงานในสง.ผบ.ตร. แล้ว รวบรวมและจัดทำบัญชีข้อมูลส่งไปยังตร.ภายใน 28 ม.ค.นั้น

เนื่องจากภายหลังทุกหน่วยมีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสว.-รองผบก.แล้ว ปรากฏว่ามีหน่วยที่มีตำแหน่งว่างระดับสว.มากกว่าผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นอีก อาทิ สง.นรป. สทส. บช.ศ. สพฐ.ตร. และ รร.นรต. เป็นต้น ดังนั้นจึงให้สอบถามข้าราชการตำรวจระดับรองสว.ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และมีความสมัครใจขอรับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งระดับสว.ในหน่วยดังกล่าว แล้วรวบรวมและจัดทำบัญชีข้อมูลตามแบบฟอร์มเดิมตามหนังสือตร.ข้างต้น ส่งไปยังตร. ผ่านทพ.ภายใน 5 ก.พ. เวลา 16.00 น.

วันเดียวกัน พ.ต.อ.บรรเจิด ทวีสิน ผกก.สภ.กุดชุม จ.ยโสธร ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ 38/2553 ให้ไปดำรงตำแหน่งใหม่เป็นผกก.ฝอ.สพ. โดยระบุว่าตนเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผกก.สภ.กุดชุม ยังไม่ครบ 2 ปี ตามกฎเกณฑ์และไม่เคยยื่นขอโยกย้ายไปที่ใด นอกจากนั้นตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง 1 ปี 11 เดือนเศษ ในท้องที่อ.กุดชุม ไม่เคยมีคดีอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นแม้คดีเดียว ตลอดจนไม่เคยมีข้อขัดแย้งกับหน่วยงานหรือประชาชนในพื้นที่

พ.ต.อ.บรรเจิด กล่าวว่า การปฏิบัติงานของตน ในปี 2552 ชุดชมส.ของสภ.กุดชุม ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด และการประเมินตามโครงการโรงพักเพื่อประชาชน ได้อันดับที่ 2 ของภ.จว.ยโสธร และยังมีเหตุผลอีกหลายประการ จึงอยากร้องเรียนขอความเป็นธรรมดังกล่าว

(กรอบบ่าย)

หน้า 15
Read more ...

เด้ง ผบช.ภ.2 เซ่นโยกย้าย-มอบ "อัศวิน" ทำโผใหม่ยกภาค

9/2/53
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 9 กุมภาพันธ์ 2553 19:31 น.

"ปทีป" โยกย้าย ผบช.ภ.2 เซ่นคำสั่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นไปตามกฎหมาย สอบพบไม่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองของบช. รองผบช.ไม่เซ็นต์รับ พร้อมยกเลิกคำสั่งทั้งหมด ส่ง "อัศวิน" ทำบัญชีใหม่หมดให้ทัน 16 ก.พ. พร้อมสั่งเยียวยาตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง

วันนี้ (9 ก.พ.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก.-สว. ได้เรียกรองผบช.ภ.2 เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย และในช่วงบ่ายได้ประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปภาพรวมการแต่งตั้งโยกย้ายของแต่ละกองบัญชาการก่อนจะเสนอรรท.ผบ.ตร.พิจารณา โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณกว่า 3 ชั่วโมง

พล.ต.ท.เอก กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในช่วงเช้าที่มีการเรียกรองผบช.ภ. 2 เพื่อให้มาชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นข้อสงสัยในการแต่งตั้งโยกย้ายหลังจากเมื่อวานนี้ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งในที่ประชุมได้ข้อยุติในข้อเท็จจริง มีการถามในรายละเอียดว่าการเข้าประชุมระดับรองผบช.เป็นอย่างไร มีการจดรายงานการประชุมแบบไหน มีปัญหาที่ต้องอธิบายเรื่องกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ ซึ่งในส่วนของผลสรุปนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ต้องรายงานให้ รรท.ผบ.ตร.พิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่าบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของบช.ภ.2 ที่มีปัญหา เพราะไม่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองระดับกองบัญชาการใช่หรือไม่ พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า ยอมรับว่ามีปัญหาแต่เปิดเผยไม่ได้ว่าปัญหาอะไร ถ้าพบว่าการแต่งตั้งโยกย้ายทำไม่ถูกขั้นตอน ก็ต้องเสนอให้รรท.ผบ.ตร.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ในฐานะคณะกรรมการฯก็มีอำนาจเท่านี้ การจะดำเนินการอย่างไรเป็นอำนาจของรรท.ผบ.ตร.

พล.ต.ท.เอก กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมในช่วงบ่ายเป็นการประชุมสรุปภาพรวมของการแต่งตั้งโยกย้ายของทุกกองบัญชาการ เจ้าหน้าที่ได้มีการพิจารณาเพิ่มเติม ว่าแต่ละหน่วยดำเนินการแต่งตั้งถูกต้องตามกฎ ก.ตร. ที่ให้แนวทางไว้หรือไม่ เช่น ให้ยึดหลักอาวุโส 25 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ขึ้นตามที่มีเก้าอี้ว่าง ไม่ให้มีการกระโดดข้าม และในส่วนหัวหน้าโรงพักที่ได้รับรางวัลโรงพักดีเด่นทุกภาคในพื้นที่ ถ้าครบหลักเกณฑ์ให้ขึ้นทุกราย หากไม่ครบหลักเกณฑ์ ให้ไปดำรงตำแหน่งจากโรงพักชั้น 2 ให้ไปโรงพักชั้น 1 ซึ่งรรท.ผบ.ตร.เน้นย้ำให้ทำตามหลักเกณฑ์ให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงาน
"ภาพรวมของแต่ละบช. 90 เปอร์เซ็นต์ยึดตามหลักเกณฑ์มีเพียง ไม่กี่ บช.ที่มีปัญหา ก็จะดำเนินการแก้ไข เพื่อให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ซึ่งเชื่อว่าจะทันภายในวันที่ 16 ก.พ.นี้" พล.ต.ท.เอก กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า กองบัญชาการที่ในที่ประชุมได้สรุปให้มีการเยียวยา ประกอบด้วย
บช.ภ.1 จำนวน 2 ตำแหน่ง คือ สวญ. สภ.ม่วงค่อม จว.ลพบุรีที่ได้โรงพักดีเด่น ให้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผกก. และ สว.หัวหน้าสถานี สภ.มะนาวหนาว จ.ลพบุรี ขึ้นเป็น สวญ.

บช.ภ.5 จำนวน 2 ตำแหน่ง คือ ผกก.สภ.ห้างฉัตร จว.ลำปาง ขึ้นเป็น รองผบก. และ สวญ.หัวหน้าสถานีโรงพักหนึ่งในบช.ภ.5 ขึ้นเป็น ผกก.

บช.ภ.7 จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจที่ได้รับรางวัลโรงพักดีเด่น แต่ไม่ครบเกณฑ์การแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งในโรงพักชั้นดีขึ้นมีภาระงานมากขึ้น

บช.ภ.8 จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็น สวญ.โรงพักดีเด่น ได้เลื่อนเป็น ผกก. บช.น. จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็น รองผกก.ขยับขึ้นเป็น ผกก.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ท.เอก ได้เข้ารายงานผลการประชุมต่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

จากนั้น พล.ต.อ.ปทีป ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 69/2553 เรื่อง ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน อาศัยอำนาจตามความมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จึงให้ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 อีกหน้าที่หนึ่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553

รายงานข่าวแจ้งว่า การสั่งให้ผบช.ภ.2 เข้ามาช่วยราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย ใน บช.ภ.2 ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และไม่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองระดับกองบัญชาการ เนื่องจากรองผบช.ภ.2 ซึ่งเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองไม่ลงนามรับรองคำสั่ง แต่ผู้บัญชาการได้ออกคำสั่งเอง จึงเป็นการไม่ครบขั้นตอนการแต่งตั้งโยกย้ายตามกฎหมาย มีผลให้ต้องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผบก.-สว.ทั้งหมดใน บช.ภ.2 และให้พล.ต.ท.อัศวิน ไปดำเนินการทำบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะให้ทันภายในวันที่ 16 ก.พ.นี้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีปได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ในกรณีแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ พร้อมได้ตั้ง พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันท์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) เป็นประธานคณะกรรมการฯ
อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ปทีป ที่สำนักงาน ชั้น 6 อาคาร 1 โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 10 นาที จากนั้นได้เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม