ก.ตร.สาย"ป๊อด"เดินหน้าเห็นแย้ง ป.ป.ช.ดันทุรังช่วยเพื่อน

12/1/53


โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 11 มกราคม 2553 23:59 น.

ก.ตร.สาย"พัชรวาท"ยังเดินหน้าเห็นแย้งมติชี้ ป.ป.ช.ยันผลสอบพยานที่เป็นตำรวจไม่มีหลักฐานเอาผิด พัชรวาท และ พวก ตะแบงตีกฎหมายช่วยพวกเดียวกัน ยกตำรวจกว่า 200,000 นายจับตาดู ว่าสุดท้ายตำรวจทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่กลับผิดทำชั่วร้ายแรง

วันนี้(11 ม.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) แหล่งข่าวระดับสูงในคณะกรรมการข้าราชตำรวจ(ก.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ ก.ตร.ได้มีมติเห็นแย้งความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เรื่องของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.ภ.4. พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีต ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ที่ มติ ป.ป.ช.ให้นายตำรวจทั้งสามนายออกจารราชการ แต่มติ ก.ตร.กลับเห็นว่านายตำรวจทั้งสามไม่มีความผิด ว่า เรื่องนี้มีการพิจารณาอย่างรอบครอบเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจาก กรณีของ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ มีการร้องขอความเป็นธรรมจากศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ตาม มาตรา 77 กรณี รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งการทำหน้าที่ของ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ เป็นการกระทำไปอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ประกอบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ตามคำวินิจฉัยที่ 2/2546 วันที่ 6 ก.พ.2546 ว่า ป.ป.ช.มีอำนาจในการพิจารณาความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่และมีมูลความผิดทางอาญา ส่วนคดีของนายตำรวจทั้งสามนายเป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องฐานความผิดกรณีการทุจริตต่อหน้าที่ จึงเห็นว่าเป็นคนละเรื่องกัน ประกอบกับ การชี้มูลของ ป.ป.ช.มีลักษณะเร่งรีบ ภายหลังพนักงานอัยการสั่งคดีนี้สอบเพิ่มเติมซึ่ง ป.ป.ช.ก็ไปสอบเพิ่มอีก แสดงว่าขบวนการให้ความยุติธรรม กับผู้ถูกกล่าวหาทำไม่รอบครอบ

“การพิจารณากลับฐานความผิดวินัยร้ายแรงเป็นวินัยไม่ร้ายแรง และคณะรัฐมนตรีมีมติ ให้ผู้ถูกกล่าวหากลับเข้ารับราชการนั้น เนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯมาตรา 76 ได้บัญญัติรับรองสิทธิในการอุทธรณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกลงโทษในการสั่งลงโทษของผู้บังคับบัญชาตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญฯ มิได้จำกัดอำนาจหรือดุลยพินิจขององค์กรผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ดังนั้น ก.พ.ย่อมมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ คำสั่งลงโทษ ได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. การดำเนินการของ ก.พ.และคณะรัฐมนตรี จึงเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามนัยกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือน และมิได้เป็นการดำเนินการที่ขัดแย้งกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่บัญญัติไว้ใน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ “ ความตอนหนึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ม.96 ก็ระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกลงโทษตามมาตรา 93 จะใช้สิทธิอุทธรณ์ดุลพินิจในการสั่งลงโทษของผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับผู้ถูกกล่าวหานั้นๆ ส่วน หมวด 8 การอุทธรณ์ ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติปี 2547 มาตรา 105 ระบุว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตาม พ.ร.บ.นี้ให้ผู้นั้น มีสิทธิอุทธรณ์ได้ ส่วน(2) กรณีถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อ ก.ตร.

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า ภายหลังจากที่นายตำรวจทั้งสามใช้สิทธิ อุทธรณ์ คณะอนุกรรมการอุทธรณ์ของ ก.ตร.ได้ดำเนินการกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.2547 มีการสอบสวนพยานบุคคลทั้ง ตำรวจที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมแทงด้วยด้ามธงจนได้รับการเจ็บ ถูกยิง ถูกรถยนต์ชน และมีการสอบพยานผู้เชี่ยวชาญเรื่องระเบิด ระบุว่าแก๊สน้ำตาไม่สามารถทำให้ขาขาดแขนขาดได้ และสารประกอบของแก๊สน้ำตาไม่มีอยู่ในร่างของผู้เสียชีวิต ซึ่ง ตามกฎ ก.ตร.อุทธรณ์ ข้อ 18 ระบุว่า เมื่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ ซึ่งกรณีนี้เห็นว่าการกระทำของผู้อุทธรณ์ไม่เป็นความผิดวินัยหรือพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าผู้อุทธรณ์กระทำผิดวินัยให้สั่งยกโทษ และ ข้อ 23 ระบุว่า เมื่อ ก.ตร. ได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์และมีมติเป็นประการใดแล้ว ให้สำนักงาน ก.ตร.แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบหรือดำเนินการให้เป็นไปตามมติ ก.ตร.

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เรื่องการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณานั้น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เคยส่งให้พิจารณามาแล้วเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2552 ซึ่ง คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาว่าไม่สามารถตีความได้ เนื่องไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐตามหน้าที่ ประกอบกับถ้าพิจารณาที่ระบุไว้ใน มาตรา 214 ของ รัฐธรรมนูญแล้ว ในเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในอนาคตอย่างรุนแรง และในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษเห็นว่าการดำเนินการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับใดๆ ก็มีสิทธิที่จะนำคดีไปสู่ศาลปกครองได้ และหากศาลปกครองวินิจฉัยเป็นที่สุดว่าการดำเนินการของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ ก็ย่อมเป็นความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.เอง คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่1 เห็นว่า เป็นกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่อาจให้คำปรึกษาในข้อกฎหมายเรื่องนี้ได้ เนื่องจากการพิจารณาให้ความเห็นจะต้องขึ้นอยู่กับสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งลงชื่อโดยนางพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการลงมติความเห็นแย้งของคณะกรรมการ ก.ตร. ในรายของ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ เห็นด้วยในการแย้งคำสั่ง ป.ป.ช. มีมติ 13 ต่อ 2 ในรายของ พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.สุชาติ มีมติเห็นด้วยในการแย้งคำสั่งของ ป.ป.ช.จำนวน 10 ต่อ 5

ด้าน พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ ก.ตร.กล่าววว่า เรื่องนี้ตำรวจกว่า 200,000 นายใน ตร. กำลังจับตาดูอยุ่เพราะเป็นเรื่องภาพรวมของตร. ที่เกิดขึ้นเพราะตำรวจคนหนึ่งไปทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแต่กลับมาบอกทีหลังว่าไปทำชั่วร้ายแรง

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า สำหรับแหล่งข่าวระดับสูงในคณะกรรมการข้าราชตำรวจ(ก.ตร.)ที่ออกมามีความเห็นแย้งกับ ป.ป.ช.ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ใกล้ชิด และสนิทสนมกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.



Read more ...

ร.ต.อ.นครบาลแห่สมัครใจเป็น สว.ภูธรเพียบ

11/1/53
โดย มติชน วัน อังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2550 09:18 น.


คำสั่งภาค 3ที่ 959/2550

ร.ต.อ.กฤษณะ สุกันทะ รอง สว.สส.สน.สายไหม เป็น สว.สส.สภ.ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.กังวาล ศรีวิไล รอง สว.กก.สส.บก.น.2 เป็น สว.สส.สภ.อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.กิตติพันธ์ ยะคะเสม รอง สว.กก.สส.บก.น.1 เป็น สว.สป.สภ.กิ่ง อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.เกรียง รอดเจริญ รอง สว.จร.สน.สำราญราษฎร์ เป็น สว.ธร.สภ.อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ช่วยวงศ์ รอง สว.จร.สน.บางเขน เป็น สว.สส.สภ.อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.เกียรติกร สุขวัฒนพันธ์ รอง สว.จร.สน.พลับพลาไชย 1 เป็น สวป.สภ.อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.เกียรติกุล วงศ์เจริญ รอง สว.กก.สส.บก.น3 เป็น สว.สส.กิ่ง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.เกียรติคุณ วังเพ็ชร์ รอง สว.สส.สน.บางกอกน้อย เป็น สว.สส.สภ.อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.คนาวิทย์ ถานะวุฒิพงศ์ รอง สว.สส.สน.เตาปูน เป็น สว.สป.สภ.อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.คันชิต เจตนาพรสำราญ รอง สว.กก.สส.บก.น.7 เป็น สว.สป.สภ.อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.จรูญ บุญประเสริฐ รอง สว.จร.สน.พญาไท เป็น สว.สส.สภ.อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.จักภัทร น้อยอินทร์ รอง สว.กก.สส.บก.น.3 เป็น สว.สส.สภ.อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ร.ต.อ.จิตรรถ เชี่ยวชาญศิลป์ รอง สวป.สน.จรเข้น้อย เป็น สว.สป.สภ.อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ร.ต.อ.จิรพันธุ์ แป้นทอง รอง สวป.สน.บางนา เป็น สว.สป.สภ.อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร

ร.ต.อ.จิรยุทธ จิตใจกล้า รอง สว.กลุ่มงานสืบสวน ศส.บช.น. เป็น สว.สส.สภ.อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.จิรวัฒน์ นามวิชา รอง สว.สส.สน.จรเข้น้อย เป็น สว.สป.สภ.อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ร.ต.อ.จิรชัย อยู่คง รอง สวป.สน.ภาษีเจริญ เป็น สว.สป.สภ.อ.บ้านเดื่อ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.จิรพล ประพันธ์จันทร์ รอง สว.งานสายตรวจ 3 กก.1 บก.ตปพ. เป็น สว.สส.สภ.อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ร.ต.อ.ชัยธัช สุวรรณชัย รอง สวป.สน.พลับพลาไชย 1 เป็น สว.สป.สภ.ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.ชาญ เนติ รอง สว.กลุ่มงานควบคุมจราจร กก.2 บก.จร. เป็น สว.ธร.สภ.อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ชาตรี ขันติคเชนชาติ รอง สว.จร.สน.ท่าพระ เป็น สว.สส.สภ.อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ชาลี โกมลหทัย รอง สว.ธร.สน.พระโขนง เป็น สว.ธร.สภ.อ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ชินเทพ พันธุ์ทอง รอง สว.สส.สน.อุดมสุข เป็น สว.สส.สภ.อ.กระสัง จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ชูชัย สุวรรณศร รอง สว.สส.สน.ปทุมวัน เป็น สว.สป.กิ่ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ชูฤทธิ์ เก้าเอี้ยน รอง สว.ฝอ.บก.จร. เป็น สว.ธร.สภ.อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ฐาณาพัฒน์ ชาครจิรเกียรติ รอง สว.สส.สน.ดุสิต เป็น สว.ป.สภ.กิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ณัฐดล พรหมสุวิชา รอง สว.กก.สส.บก.น.4 เป็น สว.ธร.สภ.อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.ดิษย์ธนา ธัญญาพืช รอง สว.สส.สน.บางขัน เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.ตรีพล อินทุเวศ รอง สว.สส.สน.ศาลาแดง เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกิ่นพุฒ รอง สว.สส.สน.สุทธิสาร เป็น สว.สป.สภ.อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์

ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ พิทักษ์นิติ รอง สว.จร.สน.ลาดพร้าว เป็น สว.สส.สภ.ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.เทเวศ รักประชา รอง สวป.สน.บางนา เป็น สว.สป.สภ.อ.เริงนกทา จ.ยโสธร ร.ต.อ.ธวัชชัย นรสิงห์ รอง สวป.สน.วัดพระยาไกร เป็น สว.สป.สภ.กิ่ง อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.นรสิงห์ อินทร์ถา รอง สวป.สน.ปทุมวัน เป็น สว.สป.สภ.อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ร.ต.อ.นัทธี นารี รอง สวป.สน.โชคชัย เป็น สว.สส.สภ.อ.กุดชุม จ.ยโสธร ร.ต.อ.บวร สุภิสิงห์ รอง สว.สส.สน.บางมด เป็น สว.สป.สภ.กิ่ง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.บุญเจิม ลิ้มฉุ้น รอง สว.จร.สน.อุดมสุข เป็น สว.สส.สภ.อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ร.ต.อ.ปณชัย ขาวงาม รอง สว.สส.สน.บางกอกใหญ่ เป็น สว.สป.สภ.ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ประเทียน วรรณขาม รอง สว.กก.สส.บก.น.3 เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ประมวล ตาราช รอง สวป.สน.นิมิตรใหม่ เป็น สว.สส.สภ.อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ปัญญา ศรีภิรมย์ รอง สว.จร.สน.ยานนาวา เป็น สว.สส.สภ.อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุลราชธานี ร.ต.อ.พงศกร คำสะอาด รอง สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2 เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.พงษกร กิตติทรงภพ รอง สว.จร.สน.แสมดำ เป็น สว.สส.สภ.อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.พงษ์พันธ์ หิรัญพฤกษ์ รอง สว.สส.สน.อุดมสุข เป็น สว.สป.สภ.อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.พรเทพ พันธุ์พฤกษ์ รอง สว.งานตรวจพิสูจน์มลภาวะ กก.5 บก.จร. เป็น สว.สป.สภ.อ.ยางขุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.พิจักษณ์ จรูญจิตร รอง สว.จร.สน.ธรรมศาลา เป็น เป็น สว.สป.สภ.อ.ค้อวัง จ.ยโสธร

ร.ต.อ.พิทยา สิงห์จานุสงค์ รอง สว.สส.สน.บางขุนเทียน เป็น สว.สส.สภ.ต.หนองสองห้อง อ.เมืองบุรีรัมย์ ร.ต.อ.พินโย วรรณะ รอง สว.งานอารักขาที่ 3 กก.3บก.ตปพ. เป็น สว.สป.สภ.อ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.พินิจ วันสูงเนิน พงส.(สบ 1)สน.บางกอกใหญ่ เป็น สว.สป.สภ.ต.บ้านเป้า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.พินิจ วรรณภากร รอง สว.กก.สส.บก.น.3 เป็น สวป.สภ.อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ร.ต.อ.พิพัฒน์พล พัดน้อย รอง สวป.สน.ราษฎร์บูรณะ เป็น สว.สป.สภ.ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.พิสุทธิ์ จ่าภา รอง สว.งานสายตรวจ 3 กก.1 บก.จร. เป็น สว.ธร.สภ.อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.พีระพันธ์ คงธนคณากุล รอง สว.ธร.สน.ธรรมศาลา เป็น สว.สป.กิ่ง อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ไพบูลย์ สุขประเสริฐ รอง สว.งานคดีกลุ่มงานสอบสวน บก.น.4 เป็น สว.สป.สภ.อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ภสุ บุริภัณฑ์ รอง สวป.สน.ทุ่งสองห้อง เป็น สว.สป.สภ.ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ ร.ต.อ.ภัทร ม้ายอุเทศ รอง สวป.สน.ตลาดพลู เป็น สว.ธร.สภ.อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ภาสกร โพธิรัชต์ รอง สว.สส.สน.บางยี่ขัน เป็น สว.สป.สภ.อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.มนัส ชมเชย รอง สว.กก.สส.บก.น.4 เป็น สว.สส.สภ.ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.มานพ เครือทิม รอง สว.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. เป็น สว.สป.สภ.อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.มาโนช วงศ์ถนอมรัตน์ รอง สว.กก.สส.บก.น.1 เป็น สว.สส.กิ่ง อ.สิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.ยงศ์ยุทธ์ ประเสริฐผล รอง สวป.สน.บางรัก เป็น สวป.สภ.อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.รณกร วงศ์ภู่มณี รอง สว.งานสายตรวจ 3กก 1 บก.ตปพ. เป็น สว.สป.สภ.อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ

ร.ต.อ.รังสี ประทุมพร พงส.(สบ 1) สน.บางกอกน้อย เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.ราเชนทร์ รัตนโภคาวงศ์ รอง สวป.สน.จรเข้น้อย เป็น สว.สป.สภ.อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.วณัฐพงศ์ ชาลประเสริฐ รอง สว.ฝอ.4บก.อก.บช.น. เป็น สวป.สภ.อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.วรินทร พวงแก้ว รอง สวป.สน.หนองจอก เป็น สว.สส.สภ.อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.วศิน ชุมแสง รอง สว.งานอำนายการ ศส.บช.น. เป็น สว.ธร.สภ.อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.วาทิศ กาศมณี รอง สว.สส.สน.บึงกุ่ม เป็น สว.สส.สภ.อ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.วิชิต โพธิ์รัตนวงศ์ รอง สวป.สน.อุดมสุข เป็น สว.สส.สภ.อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.วิทยา ธนฤกษ์ รอง สวป.สน.ตลาดพูล เป็น สว.สป.กิ่ง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.วิทูร สธนธัญ รอง สว.สส.สน.เทียนทะเล เป็น สว.สส.กิ่ง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.วีระ ทรายอินทร์ รอง สว.จร.สน.ทุ่งสองห้อง เป็น สว.สส.สภ.อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.วิวัฒน์วงศ์ กล่ำคำ รอง สวป.สน.บางยี่ขัน เป็น สว.สป.สภ.อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.วิศิษฎ์ วรรธนะวิศิษฎ์ รอง สว.งานสายตรวจ 3 กก.1 บก.ตปพ. เป็น สว.สส.สภ.ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.วีระ ปั้นบุญชู รอง สวป.สน.ศาลาแดง เป็น สว.สป.สภ.อ.ท้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.วีระพล หอมจันทร์ รอง สวป.สน.บางเสาธง เป็น สว.สป.สภ.อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย จั่นกรด รอง สว.สส.สน.สุวินทวงศ์ เป็น สว.สส.สภ.อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ร.ต.อ.ศานติ กรเกษม รอง สว.กก.สส.บก.น.5 เป็น สว.สส.สภ.อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.สมเกียรติ อนันตรัตน์ รอง สว.งานคดีกลุ่มงานสอบสวน บก.น.2 เป็น เป็น สวป.สภ.ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ร.ต.อ.สมชัย ทองสุข รอง สว.สส.สน.หลักสอง เป็น สว.สป.สภ.อ.ลืออำนาจ จงอำนาจเจริญ ร.ต.อ.สรพงษ์ นาคะโยคี รอง สว.สส.สน.สายไหม เป็น สว.สป.สภ.อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.สินชัย บุญยรัตน์ รอง สว.จร.สน.หนองจอก เป็น สว.สป.สภ.อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.สุทัศน์ แดงประดับ รอง สวป.สน.คันนายาว เป็น สว.สป.สภ.อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.สุนทร เพ็ญจันทร์ รอง สว.จร.สน.ธรรมศาลา เป็น สว.สส.สภ.ต.สภ.ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.สุวิทย์ รัตนพันธ์ รอง สว.จร.สน.ดอนเมือง เป็น สว.สส.สภ.อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.อนันต์ สุขสังเขต รอง สวป.สน.ธรรมศาลา เป็น สว.สส.สภ.อ.พยุห์ จ.ศรีสเกษ ร.ต.อ.อนุชิต อุดมเพ็ญ รอง สว.จร.สน.มีนบุรี เป็น สว.สส.สภ.อ.ค้อวัง จ.ยโสธร ร.ต.อ.อรชุน วุฒิเสมอเกียรติ รอง สว.จร.สน.บางขัน เป็น สว.สส.สภ.อ.ค้อวัง จ.ยโสธร ร.ต.อ.อรรณพ สังข์เสน รอง สว.สส.สน.บางชัน เป็น สว.สส.สภ.อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ร.ต.อ.อัครเดช สุริยงค์ รอง สว.สส.บก.น.1 เป็น สว.สส.สภ.อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.อัครเดช อ่อนนวล รอง สว.กก.5 บก.จร. เป็น สว.สป.สภ.อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.อิสระ ลาสุดี รอง สวป.สน.คันนายาว เป็น สว.สส.สภ.ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ ร.ต.อ.เอกภาค ธูปสมุทร รอง สวป.สนง.ทองหล่อ เป็น สว.สป.สภ.ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.(ญ) ชลาลัย พลับจีน รอง สว.ฝอ.บก.น.2 เป็น สว.ธร.สภ.อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ร.ต.อ.(ญ)แสงศร มาไว รอง สว.ฝอ.บก.น.4 เป็น สว.ธร.สภ.อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ร.ต.อ.(ญ)อัญชลี อังคะนาวิน รอง สว.ธร.สน.บางชัน เป็น สว.ธร.สภ.อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

คำสั่ง ภาค 4 ที่ 1718/2550

ร.ต.อ.เดโช ยิ้มหงษ์ รอง สว.สส.สน.พระราชวัง เป็น สว.สป.สภ.อ.ภูพาน จ.สกลนคร ร.ต.อ.เจษฎา วัฒนเหลืองอรุณ รอง สว.จร.สน.พระราชวัง เป็น สว.สส.สภ.ต.แวง จ.สกลนคร ร.ต.อ.สุภาพ ชื่นสกุล รอง สวป.สน.จักรวรรดิ เป็น สว.สส.สภ.ต.ศรีวิชัย อ.วานรธิวาส จ.สกลนคร ร.ต.อ.นิรันดร์ อินทร์ชีลอง รอง สวป.สน.ลุมพินี เป็น สว.สส.สภ.อ.วังสะพุง จ.เลย ร.ต.อ.ปรัญชัย ทุมรินทร์ รอง สว.จร.สน.สำราญราษฎร์ เป็น สว.สส.สภ.อ.ด่านซ้าย จ.เลย ร.ต.อ.ดุลเพชร วงษ์เหลา รอง สวป.สน.โชคชัย เป็น สว.สส.สภ.อ.ภูเรือ จ.เลย ร.ต.อ.อภินันท์ ม้าวิไล รอง สวป.สน.พลับพลาไชย 1 เป็น สว.สป.สภ.อ.ปากชม จ.เลย ร.ต.อ.โชติช่วง ศรีสุข รอง สว.จร.สน.พลับพลาไชย 1 เป็น สว.สส.สภ.อ.ปากชม จ.เลย ร.ต.อ.ภูวดล ยุ่นโพธิ รอง สว.สส.สน.ปทุมวัน เป็น สว.สส.สภ.อ.ท่าลี่ จ.เลย ร.ต.อ.ทิวา ภิรมย์เจียว รอง สวป.สน.บางพลัด เป็น สว.สป.สภ.อ.บุ่งคล้า จ.หนองคาย ร.ต.อ.สุขสันติ์ อุปพระจันทร์ รอง สวป.สน.บางยี่ขัน เป็น สว.สป.สภ.อ.นาด้วง จ.เลย ร.ต.อ.นิยม ภมรพล รอง สวป.สน.บางกอกน้อย เป็น สว.สส.สภ.อ.นาด้วง จ.เลย ร.ต.อ.ไตรสิทธิ์ ตุนิธนเศรษฐ์ รอง สวป.สน.ท่าพระ เป็น สว.สป.สภ.อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.อุรุพงษ์ แก้วบุตร รอง สว.จร.สน.ธรรมศาลา เป็น สว.สส.สภ.อ.ภูหลวง จ.เลย ร.ต.อ.ชาญกฤษ เย็นทวีวิจิตร รอง สว.ธร.สน.ศาลาแดง เป็น สว.สป.สภ.อ.ผาขาว จ.เลย

ร.ต.อ.สิชล โรจนดิษฐ์ รอง สวป.สน.ศาลาแดง เป็น สวป.สภ.อ.ภูหลวง จ.เลย ร.ต.อ.อดิศักดิ์ หล่าสกุล รอง สว.กก.สส.บก.น.8 เป็น สวป.สภ.อ.ผาขาว จ.เลย ร.ต.อ.เสริมวิช พรมหนองบั่ว รอง สวป.สน.บางยี่เรือ เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.หนองหิน จ.เลย ร.ต.อ.สมนึก กองการ พงส.(สบ1) สน.ตลาดพลู เป็น สว.สป.สภ.ต.โพนทอง อ.ท่าลี่ จ.เลย ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ สารไพดา รอง สวป.สน.บุปผาราม เป็น สว.สส.สภ.ต.โพนทอง อ.ท่าลี่ จ.เลย ร.ต.อ.พิทยา สุทธิธรรม รอง สวป.สน.บุปผาราม เป็น สว.สป.สภ.ต.นาดินดำ อ.เมืองเลย ร.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ รอง สว.สส.สน.บุคคโล เป็น สว.สส.สภ.ต.บ้านกลาง อ.เมืองนครพนม ร.ต.อ.วรวิทย์ จันทร์วรศิริ รอง สว.กก.สส.บก.น.9 เป็น สว.สป.สภ.ต.หนองหญ้าเปลือง อ.วังสะพุง จ.เลย ร.ต.อ.วิเชียร เพชรเสนา รอง สว.กก.สส.บก.น.9 เป็น สว.สส.สภ.ต.หนองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง จ.เลย ร.ต.อ.ธรต พัฒนพงษ์ รอง สว.จร.สน.เทียนทะเล เป็น สว.สป.สภ.ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ร.ต.อ.ณพ รอดวรรณโณ รอง สวป.สน.เทียนทะเล เป็น สว.สส.สภ.ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ร.ต.อ.เฉลิมชัย ทัดแก้ว รอง สว.สส.สน.บางขุนเทียน เป็น สว.สป.สภอ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ร.ต.อ.บวรชัย ตันสุทัตค์ รอง สว.จร.สน.บางขุนเทียน เป็น สว.สส.สภอ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ร.ต.อ.จุมพล ชูเลิศ รอง สว.สส.สน.บางบอน เป็น สว.สส.สภ.อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด

ร.ต.อ.เอกชัย สมัครสมง รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ บก.จร. เป็น สว.สป.สภ.อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด ร.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นสรีสุข รอง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 2 กก.2 บก.จร. เป็น สวป.สภ.อ.บ้านคุง จ.อุดรธานี ร.ต.อ.ธีรวีร์ คุณธรรม รอง สวป.สน.ภาษีเจริญ เป็น สวป.สภ.อ.หยองพอก จ.ร้อยเอ็ด ร.ต.อ.สุนันท์ ท้วมกลัด รอง สวป.สน.เพชรเกษม เป็น สวป.สภ.อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย ร.ต.อ.บุญเชิด แสงอาทิตย์ รอง สว.จร.สน.บางชัน เป็น สว.ธร.สภ.อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ร.ต.อ.วันชัย โคสา รอง สวป.สน.หนองแขม เป็น สว.สส.สภ.อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ร.ต.อ.ธีระพันธุ์ พลสิงห์ รอง สวป.สน.ประชาชื่น เป็น สว.สส.สภ.ต.ซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ร.ต.อ.ภาสวร ไพรรักษ์ รอง สวป.สน.โคกคราม เป็น สว.สป.สภ.กิ่ง อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ร.ต.อ.เมธี ดีบุรี รอง สวป.สน.โคกคราม เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ร.ต.อ.พิจิตร โยธินวัชรชัย รอง สว.สส.สน.โคกคราม เป็น สว.สป.สภ.ต.หอคำ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ร.ต.อ.ตะวัน ฉวีวรรณ์ รอง สว.จร.สน.บางเขน เป็น สว.สส.สภ.ต.หอคำ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ร.ต.อ.ปองพล สิงห์ชมภู รอง สวป.สน.ดอนเมือง เป็น สว.สป.สภ.ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.หนองคาย ร.ต.อ.วิรัช สุจิตราพิทักษ์ รอง สว.สส.สน.ดอนเมือง เป็น สว.สส.สภ.ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.หนองคาย ร.ต.อ.ปริญญา สังข์ศิริ รอง สว.จร.สน.สุวินทวงศ์ เป็น สว.สป.สภ.ต.เหล่าหลวง อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย

ร.ต.อ.นรา เผยศิริ รอง สว.สส.สน.หนองจอก เป็น สว.สส.สภ.ต.เหล่าหลวง อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย ร.ต.อ.รุ่งชาย ลูกอินทร์ รอง สวป.สน.ลาดกระบัง เป็น สว.สส.สภ.อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ร.ต.อ.บุญธรรม ศรีวรรณ รอง สว.สส.สน.ลาดกระบัง เป็น สว.สส.สภ.อ.เต่างอย จ.สกลนคร ร.ต.อ.วีระพล วงษ์อาษา รอง สว.สส.สน.ธรรมศาลา เป็น สว.สป.สภ.อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ร.ต.อ.พันธุจิตต์ ศรีตลาด รอง สว.จร.สน.ร่มเกล้า เป็น สว.ธร.สภ.อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ร.ต.อ.อำนาจ ชะนะสิทธิ์ รอง สว.กก.สส.บก.น.4 เป็น สว.สส.สภ.อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ร.ต.อ.เกษม กลัดเนินกุ่ม รอง สว.สส.สน.โชคชัย เป็น สว.สป.สภ.อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ร.ต.อ.สุระชัย ปัดกรบุรี รอง สว.จร.สน.บึงกุ่ม เป็น สว.สป.สภ.อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ร.ต.อ.วีรพล เจริญวิศาล รอง สว.สส.สน.มักกะสัน เป็น สว.สป.สภ.อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ร.ต.อ.ภูมิเทพ ภูมิธนานนท์ รอง สวป.สน.วัดพระยาไกร เป็น สว.สส.สภ.อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ร.ต.อ.สุนทร บุญปรีดา รอง สว.จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ เป็น สว.สป.สภ.อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร ร.ต.อ.ปรมินทร์ โชติ รอง สว.สส.สน.คลองตัน เป็น สว.สส.สภ.อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร ร.ต.อ.วิระ ผุยหนองโพธิ์ รอง สว.งานสืบสวนตรวจตรา ศตส.บช.น. เป็น สว.สป.สภ.อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.โสภณ พรมรักษ์ รอง สว.ฝ่ายอำนวยการฯ บก.อก.บช.น. เป็น สว.ธร.สภ.อ.กุฉินาราณ์ จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.ภัทรพล มีมาน รอง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจร ด่าน 2 กก.2บก.จร. เป็น สว.ธร.สภ.อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์

ร.ต.อ.พลวัต โพธิ์จิตร์ รอง สว.งานตรวจพิสูจน์มลภาวะ กก.5บก.จร. เป็น สว.ธร.สภ.อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.เดชา ตันติวัฒน์ รอง สว.งานธุรการ กก.1บก.ตปพ. เป็น สว.ธร.สภ.อ.หนองกุงสี จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.ศรีสุวรรณ ดีมีวงษ์ รอง สว.งานสายตรวจ 3กก.1บก.จร. เป็น สว.สป.สภ.อ.ภูหลวง จ.เลย ร.ต.อ.ธีร์นิติ เสียงลาย รอง สว.งานสายตรวจ 3กก.1บก.ตปพ.บช.น. เป็น สว.สป.สภ.กิ่ง อ.สามชี จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.อรรถพันธ์ วัชระจันตี รอง สว.จร.สน.พญาไท เป็น สว.สส.สภ.กิ่ง อ.สามชี จ.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.(ญ)บุญถม นามพหม รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ บก.จร. เป็น สว.ธร.สภ.อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ร.ต.อ.(ญ) หัทญสรณ์ ชัยอาภา รอง สว.ธร.สน.บางนา เป็น สว.ธร.สภ.อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ร.ต.อ.สังคม แก้วโยธา รอง สว.ธร.สน.จักรวรรดิ เป็น สว.ธร.สภ.อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ร.ต.อ.ดำรง บัณฑราภิวัฒน์ รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ บก.น.6 เป็น สว.ธร.สภ.อ.บ้านแพง จ.นครพนม ร.ต.อ.ณัฐชัญพงศ์ พ่วงกระสินธ์ รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ บก.น.8 เป็น สว.ธร.สภ.อ.ปลาปาก จ.นครพนม ร.ต.อ.นิพนธ์ กุลชฤทธิ์ รอง สว.จร.สน.ลุมพินี เป็น สว.สส.สภ.ต.หลักศิลา อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ร.ต.อ.รังสรรค์ บำรุง รอง สว.สส.สน.พระโขนง เป็น สว.สส.สภ.อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ร.ต.อ.ทศเทพ โสนะลุ รอง สวป.สน.บางซื่อ เป็น สว.สป.สภ.อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ร.ต.อ.บรรจง พิลาเคน รอง สว.สส.สน.บางรัก เป็น สว.สป.สภ.อ.สังคม จ.หนองคาย ร.ต.อ.โสจิวัตน์ โลพะเนตร รอง สว.กก.สส.บก.น.2 เป็น สว.สส.สภ.อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย

ร.ต.อ.วันชัย วงษ์ขาว รอง สวป.สน.ดินแดง เป็น สว.สส.สภ.อ.พรเจริญ จ.หนองคาย ร.ต.อ.วิวัฒน์ ตรีธรรมกุล รอง สว.ธร.สน.โชคชัย เป็น สว.ธร.สภ.อ.เซกา จ.หนองคาย ร.ต.อ.เชษฐา โพนทอง รอง สวป.สน.ชนะสงคราม เป็น สว.สป.สภ.อ.เซกา จ.หนองคาย ร.ต.อ.พจน์ แก้วทอง รอง สว.กก.สส.บก.น.2 เป็น สว.สส.สภ.อ.เซกา จ.หนองคาย ร.ต.อ.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ รอง สว.กก.สส.บก.น.2 เป็น สว.สป.สภ.อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย ร.ต.อ.สมชาย อาจนุการ รอง สว.จร.สน.บางซื่อ เป็น สว.สส.สภ.อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย ร.ต.อ.วชิระ สุทธะพินทุ รอง สวป.สน.สุทธิสา เป็น สว.สส.สภ.อ.บุ่งคล้า จ.หนองคาย ร.ต.อ.ดำเนิน บุญเคน รอง สว.จร.สน.พหลโยธิน เป็น สว.สป.สภ.อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย ร.ต.อ.สุวิจักษณ์ รุ่งรัตน์ รอง สวป.สน.เตาปูน เป็น สว.สส.สภ.อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย ร.ต.อ.วีระศักดิ์ คงเกิด รอง สวป.สน.สำราญราษฎร์ เป็น สว.สส.สภ.ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง จ.หนองคาย ร.ต.อ.กานต์นที ศรีนาทม รอง สว.จร.สน.เตาปูน เป็น สว.สป.สภ.กิ่ง อ.หนองยี จ.ร้อยเอ็ด

คำสั่งภาค 6 ที่ 286/2550

พ.ต.ท.มนตรี เจริญภัทราวุฒิ สว.ฝ่ายอำนายการ บก.อก.บช.น. เป็น สว.สป.สภ.อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ร.ต.อ.คมทวน แสนสุข รอง สว.จร.สน.บึงกุ่ม เป็น สว.สส.สภ.อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ร.ต.อ.เจริญศักดิ์ ทรายสมุทร รอง สว.จร.สน.โคกคราม เป็น สว.สส.สภ.ต.ดงขุย จ.เพชรบูรณ์ ร.ต.อ.ชินวัฒน์ ปั้นนาค รอง สวป.สน.คลองตัน เป็น สว.สส.สภ.ต.บ้านไร่ จ.สุโขทัย ร.ต.อ.ณัฐวัส สอนบุญ รอง สว.จร.สน.บางมด และ สว.สป.สภ.อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ร.ต.อ.ทรงกรต โนรา รอง สว.จร.สน.สายไหม เป็น สวป.สภ.อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ร.ต.อ.บุญเฉลิม ศรีโตกลิ่น รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ บก.น.1 เป็น สว.สส.สภ.อ.คลองสาน จ.กำแพงเพชร ร.ต.อ.รุ่งนิรัตน์ จันทร์ศิริ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม เป็น สว.สป.สภ.อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ร.ต.อ.วิรัช วงศ์วุฒิ รอง สว.ธร.สน.ดอนเมือง เป็น สว.ธร.สภ.อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ร.ต.อ.สมศักดิ์ โกษา รอง สวป.สน.คันนายาว เป็น สว.สส.สภ.ต.นาเฉลียง จ.เพชรบูรณ์ ร.ต.อ.อังกูร แสงกระจ่าง รอง สว.ฝ่ายอำนวยการ บก.น.7 เป็น สว.สส.สภ.อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนเป็นต้นไป
Read more ...

การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่เป็นธรรม

6/1/53
เมื่อ 2 ธ.ค. 50 23:19:01

ยุคสมัยนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอะไรก็ไม่รู้ อำนาจเบ็ตเสร็จอยู่ที่ ผบ.ตร.คนเดียวสามารถชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้ แม้ว่าจะมีกฏเกณฑ์หลักเกณฑ์กำหนดก็แหกได้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการเป็นผู้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาลในแต่งละครั้ง ซึ่งครั้งนี้ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรขึ้นเป็นสารวัตร ประจำปี 2550 ท่าน ผบ.ตร. ก็ใช้อำนาจพิเศษ ควบคุมให้ กกตร.อนุมัติหลักเกณฑ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตำแหน่ง รองสารวัตรขึ้นข้ามหน่วยได้ (โดยต้องมีอายุราชการในตำแหน่ง รอง สว.ไม่น้อยกว่า 9 ปี ) 

แต่หลักเกณฑ์การแต่งตั้งนี้ กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ว่าจะต้องผู้ที่สามารถได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นจะต้องย้ายมาสังกัดหน่วยนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี ถึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณา มิหนำซ้ำยังได้ข่าววงในใกล้ชิดท่าน ผบ.ตร. ลือ ออกมาหนาหูว่า ท่านจะกำหนดเกณฑ์เองให้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรอง สว.ที่จะได้รับการพิจารณาขึ้นเป็นสารวัตรได้ ต้องเป็นรอง สว.ไม่น้อยกว่า 9 ปี (ซึ่งในกฏเกณฑ์การแต่งตั้ง ของ ตร.นั้น มีกำหนดไว้ว่า ผู้ที่เป็นรองสารวัตรที่จะสามารถได้รับการพิจารณาให้เป็นสารวัตรต้องเป็นรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 7 ปี) ซึ่งเมื่อดูตามหลักเกณฑ์ที่ท่านใช้อำนาจควบคุมให้ กกตร.อนุมัติหลักเกณฑ์ขึ้นข้ามหน่วยได้ เพื่อจะได้เอื้อประโยชน์ในการแต่งตั้งสารวัตรได้ เหตุผลมาจาก ทั่วประเทศนั้น แต่ละ บช.ไม่ว่าจะเป็น ภ.3,4,6,8 และ 9 ผู้ที่เป็นรอง สว.9 ปี แทบจะไม่มีเหลือ ส่วนใหญ่จะมีเพียง 7-8 ปี ทำให้ บช.ดังกล่าวไม่สามารถพิจารณาในการแต่งตั้งไม่ได้อันเนื่องมาจากชั่งน้ำหนักตัวไม่ผ่าน(อายุราชการไม่ถึง9ปี) ทำให้ต้องคืนตำแหน่งกลับมายังส่วนกลางให้ ผบ.ตร.มีอำนาจพิจารณาจะให้ใครเป็นสารวัตร (ซึ่งท่านอาจจะให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นรองสารวัตรมานานไม่ได้เป็นสักที) ผมขออธิบายให้ฟังว่า ตำรวจที่ อยู่ในหน่วย อื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น ภาค 1,2,5,7,บชน.,บชก.หน่วยพวกนี้ไปดูได้เลยเป็นหน่วยที่เศรษฐกิจดี เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของตำรวจ จึงทำให้มีตำรวจย้ายเข้าไปสังกัดอยู่มากเป็นเหตุให้ ตำแหน่งมีน้อยกว่าคนซึ่งก็ทำให้พวกเขาเหล่านี้เป็นรองสารวัตรนาน ผมว่ามันก็น่าจะเหมาะสมดีแล้วในเมื่ออยากอยู่ในที่ที่ เศรษฐกิจดีๆ แต่การแข่งขันก็จะสูงตามไป เมื่อดูอย่าง ตำรวจภูธรภาค 9 (ปัตตานี ยะลา นาราธิวาส ) 

มีใครอยากไปอยู่บ้าง มันจึงทำให้ บช.ภาค ที่เศรษฐกิจไม่ดีหรือไม่น่าอยู่เนื่องจากเหตุก่อการร้าย จึงทำให้ มี รองสารวัตรมีน้อย ตำแหน่ง สารวัตรมีเหลือเฟือ และทำไมไม่พิจารณาพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่ก่อน โดยให้ใครก็ไม่รู้จากส่วนกลางมาเป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งไม่รู้จักภูมิประเทศ นิสัยใจคอของประชาชนในพื้นที่ ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ก็จะเสียขวัญกำลังใจ เนื่องมาจากทำงานในพื้นที่มาตลอด และพวกเขาก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ตามหลักเกณฑ์ที่ ตร.กำหนด(7 ปี) ผมขอวิงวอนผู้ที่เข้ามาอ่านในกระทู้นี้ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นเพียงความเห็นที่อาจจะทำให้ ท่าน ผบ.ตร.คนปัจจุบันได้ยิน และแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้
Read more ...

ก.ตร.ป่วน! “พิชิต” แทรกวาระแย้ง ป.ป.ช.3 นายตำรวจไม่ผิดสลายชุมนุมพันธมิตรฯ

31/12/52
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 30 ธันวาคม 2552 21:54 น.

มติ ก.ตร.ยื้อแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบก.ลงไป 4 พันตำแหน่ง ถึง 31 ม.ค.ปีหน้า พร้อมอนุมัติแต่งตั้งข้ามหน่วยงานได้ “พิชิต” ป่วนเสนอมติแทรกแย้งความเห็น ป.ป.ช. “พัชรวาท-สุชาติ-เพิ่มศักดิ์” ไม่ผิดสลายชุมนุม 7 ต.ค.ผลประชุมบ้าจี้เห็นชอบ ทำสมาชิกบางคนต้องเดินออก-งดออกเสียง

วันนี้ (30 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 14.30 น.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เดินทางมาประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 17 ที่อาคาร 1 ชั้น 2 พร้อมด้วย ก.ตร.ในตำแหน่งและ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยพร้อมเพรียงกัน โดยมีวาระที่สำคัญอาทิวาระ ที่ 4 เรื่องที่ 5 การแต่งตั้ง

พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รรท.รอง ผบช.ก. เป็น รอง ผบช.ก. 

เนื่องจากการแต่งตั้งครั้งที่ผ่านมา พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ มีคุณสมบัติไม่ครบหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และเรื่องที่ 6 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึง รอง ผบก.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ ใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมง ก่อนที่ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร.มีมติขยายเวลาการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรอง ผบก.ลงไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.2553 โดยมีตำแหน่งที่แต่งตั้งระดับ รอง ผบก.ที่ว่าง จำนวน 207 ตำแหน่ง ผกก.346 ตำแหน่ง ระดับรอง ผกก.422 ตำแหน่ง และระดับ สว.1,189 ตำแหน่ง ทั้งนี้ รวมมีตำแหน่งที่แต่งตั้งกว่า 4 ,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ มติ ก.ตร.ยังอนุมัติให้มีการแต่งตั้งข้ามหน่วยงานได้ เนื่องจากบางหน่วยนั้นยังขาดแคลนตำแหน่งสว.จำนวนมาก ทั้งนี้คำสั่งน่าจะเสร็จสิ้นพร้อมกันในวันที่ 20 ม.ค.2553 และให้มีผลพร้อมกันในวันที่ 16 ก.พ. ส่วนกรณีให้ยกเว้นหลักเกณฑ์กรณีดำรงไม่แหน่งไม่ครบ 2 ปี ให้สามารถโยกย้ายตำแหน่งได้นั้น เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร.เพื่อให้อนุมัติ เนื่องจาก กรณีนี้เป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ที่จะพิจารณา ตาม พ.ร.บ ตำรวจ 2547 โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเห็นตรงกันว่า จะอนุญาตในกรณีระดับ สารวัตรที่ได้รับผลกระทบในการแต่งตั้งตามโครงสร้างใหม่เท่านั้น

รายงานข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการเลือนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.-สว.ออกไป โดย พล.ต.อ.ปทีป ได้เสนอเรืองเข้าที่ประชุม โดยให้เหตุผลว่าตำแหน่งในระดับนี้มีจำนวนมากจากการปรับโครงสร้างใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับมีปัญหาเรือง สว.ที่มีตำแหน่งว่างเป็นจำนวนมากในแต่ละหน่วย ในแต่ละหน่วยมีตำแหน่งรอง สว.ไม่เพียงพอที่จะขึ้นในตำแหน่ง แล่ะช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ตำรวจต้องปฎิบัติหน้าที่อย่างต่อเนือง ไม่ควรมีการแต่งตั้งในช่วงนี้ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วย ให้เลื่อนการแต่งตั้งออกไปในวันที่ 31 ม.ค.2553 และให้คำสั่งมีผล วันที่ 16 ก.พ.2553

จากนั้นเป็นการพิจารณาเรื่องตำแหน่งรอง ผบช.ก.ของ พล.ต.ต.พงพัฒน์ ฉายาพันธุ์ รรท.รอง ผบช.ก. ซึ่งที่ประชุมมีมติยืนยันเห็นชอบในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรอง ผบช.ก. ส่วนที่การประชุมล่าช้า เนื่องจาก

พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ ก.ตร. ในฐานะประธานอนุฯ อุทธรณ์ ก.ตร.

 ได้เสนอเรื่องให้ก.ตร.พิจารณาเห็นชอบว่า นายตำรวจ 3 นายไม่มีความผิด ประกอบด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว และพล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเห็นว่าตำรวจทั้ง 3 นาย มีความผิดในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. และเหตุการณ์การทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร ของกลุ่มนปช. ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จ.อุดรธานี

รายงานข่าวกล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางว่า การมีความเห็นแย้งสามารถกระทำได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่า หน่วยงานรัฐต้องดำเนินการตามมติของ ป.ป.ช. ซึ่งมีการเสนอให้ส่งเรืองนี้ให้กฤษฎีกา ตีความ แต่เมื่อลงมติไปแล้ว ปรากฎว่าในที่ประชุมส่วนใหญ่มีมติไม่จำเป็นต้องส่งกฤษฎีกาตีความ แต่มีมติให้เห็นชอบตามคณะอนุฯ อุทธรณ์ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาในอนาคต

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการลงมติเรื่องนี้ ก.ตร.บางท่านที่ไม่เห็นด้วยว่าควรมีมติเห็นแย้งกับคณะกรรมการปปช.ได้เดินออกจากห้องไปทันที ประกอบด้วย

-นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการ ก.พ. 
-นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เดินออกจากห้องประชุมไปก่อนการลงมติ นอกจากนี้ 
-พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ก.ตร.โดยตำแหน่ง ก็เดินออกเช่นกัน โดยมี
-พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ก.ตร.โดยตำแหน่ง 

งดออกเสียง

Read more ...

ปทีป ชง ก.ตร.เลื่อนแต่งตั้ง รอง.ผบก.- สว.

23/12/52
รรท.ผบ.ตร.เตรียมเสนอ ก.ตร.เลื่อนแต่งตั้ง รอง.ผบก.-สว.ออกไปถึง31ม.ค.ปีหน้า คาดติดปัญหากฎเหล็กเทพเทือกต้องอยู่ในตำแหน่งเดิม2ปีจึงโยกได้

วันนี้(23 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. 

ได้ประสานกับสำนักงานข้าราชการตำรวจเพื่อหารือเรื่องการประชุม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยเบื้องต้นได้มีการกำหนดวาระการประชุม ก.ตร.ไว้ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ แต่เนื่องจากมีการประชุมมอบนโยบายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปทั่วประเทศ ที่ห้องประชุมสโมสรตำรวจ ซึ่งจะมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมาร่วมงาน จึงให้เจ้าหน้าที่ไปทำการประสานกรรมการ ก.ตร.ว่าจะว่างประชุมในวันไหน เพื่อประชุมหารือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ รองผู้บังคับการจนถึงสารวัตร

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คณะกรรมการ ก.ตร.ได้ ประสานกับกรรมการ ก.ตร. ส่วนใหญ่แล้วทราบว่า ส่วนใหญ่กรรมการจะว่างในช่วงเช้าวันที่ 30 ธ.ค.นี้ คาดว่า พล.ต.อ.ปทีป จะร่างหนังสือเชิญ กรรมการ ก.ตร.ประชุม เพื่อขอมติเลื่อนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจออกไปก่อน ซึ่งแต่เดิม คณะกรรมการ ก.ตร.ได้อนุมัติให้เลื่อนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บังคับการจนถึงสารวัตรออกไปก่อนแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตาม พ.ร.บ.ข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547ได้กำหนดไว้ว่าต้องแล้วเสร็จในวันที่ 30 พ.ย.ของทุกปี แต่มีมติคณะกรรมการ ก.ตร.ได้เลื่อนการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จในวันที่ 31ธ.ค.2552

สำหรับแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รองผู้บังคับการจนถึงสารวัตรทั่วประเทศปีนี้ เมื่อมีการเลื่อนกำหนดการแต่งตั้งออกไป การทำบัญชีของแต่ละกองบัญชาการทำได้ล่าช้า เนื่องจากแต่ละกองบัญชาการต้องรอคำสั่งของ พล.ต.อ.ปทีป ให้ดำเนินการแต่งตั้งได้ แต่จนถึงวันที่ 23 ธ.ค.2552 พล.ต.อ.ปทีป ก็ยังไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการแต่อย่างใดทั้งสิ้น คาดว่า พล.ต.อ.ปทีป ยังไม่สามารถจัดทำบัญชีในส่วนของตนเองได้ เนื่องจาก นายสุเทพ ได้กำหนดคุณสมบัติของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ว่า ต้องดำรงตำแหน่งเดิมเกินกว่า 2ปี จึงจะสามารถย้ายตำแหน่งได้ ซึ่ง นายตำรวจที่ใกล้ชิด พล.ต.อ.ปทีป แต่ละคนที่คาดหวังจะลงไปดำรงตำแหน่งสำคัญๆในแต่ละกองบัญชาการในการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่สามารถโยกย้ายได้ จึงมีความพยายามต่อรอง เพื่อขอยกเลิกกฎเหล็กข้อนี้ ทำให้การแต่งตั้งล่าช้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด

รายงานข่าวแจ้งว่าจากเหตุผลเบื้องต้นเป็นเหตุให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนดเวลา ซึ่งในการประชุม คณะกรรมการ ก.ตร.ในวันที่ 30ธ.ค.นี้ คาดว่า พล.ต.อ.ปทีป จะเสนอวาระของอนุมัติมติก.ตร.ขอเลื่อนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจออกไปอีก โดยกำหนดไว้ว่าจะให้เลื่อนไปในวันที่ 31 ม.ค.2553
Read more ...

นางสุภา ปิยะจิตติ "ม้ามืด"ก.ต.ช.

18/12/52
เมื่อ 3 ธ.ค.2552

คอลัมน์ คนตามข่าว

โดย ดุษฎี สนเทศ

จู่ๆ ก็ปรากฏชื่อ


นางสุภา ปิยะจิตติ 

ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

มาเป็นคณะกรรมการกำกับนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ แทนนายปิยพันธ์ นิมมานเหมินท์ ที่ลาออกไป ชนิดทำเอาสีกากีอึ้งไปทั้งบาง

เล่ากันว่า ชื่อของเธอได้รับการสนับสนุนจากนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะการการันตีเรื่องความเป็นคนตรงไปตรงมา ชนิดไม้บรรทัดเรียกป้าทีเดียว

เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2497 จบการศึกษาบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2519 นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2527 รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี 2535 และหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 45

ผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ กรมบัญชีกลางในปี 2540 รองอธิบดีกรมบัญชีกลางในปี 2544 ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังในปี 2547 รองปลัดกระทรวงการคลังในปี 2549 กระทั่งเดือนตุลาคม 2552 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

ตำแหน่งอื่นๆ อาทิ กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์, กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, กรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ฯลฯ

มีความรู้ความชำนาญด้านการเงินการคลัง การบัญชี รวมทั้งด้านกฎหมายเป็นอย่างดี แต่งานแรกที่เธอต้องทำคือโหวตเลือก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
Read more ...

ลุ้นตั้ง"บิ๊กสีกากี" 2 พ.ย. ระวัง!ล่มซ้ำรอย"ก.ต.ช." "นครบาล"ผวา"ชุดฉก."เขย่า!?

18/12/52

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11558 มติชนรายวัน

ลุ้นตั้ง"บิ๊กสีกากี" 2 พ.ย. ระวัง!ล่มซ้ำรอย"ก.ต.ช." "นครบาล"ผวา"ชุดฉก."เขย่า!?

ยังคงเกาะติดกันต่อไปว่าในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 14/2552 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ซึ่งมีวาระสำคัญคือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้บัญชาการ (ผบช.) ที่ค้างเติ่งมาเนิ่นนาน

โดยวาระแรกบรรจุเรื่อง พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ขอความเป็นธรรมเพื่อเพิ่มรายชื่อในบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

หลังจาก "สุวิระ" ยื่นฟ้องศาลปกครองกรณี กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2549

ลักษณะที่ 2 บทที่ 1 หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ข้อ 11 ระบุการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติทั่วไปครบถ้วนและมียศกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งกำกับไว้ด้วย

โดยรอง ผบช. เลื่อนเป็น ผบช. ต้องเป็น รอง ผบช.มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และนับรวมระยะเวลาดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรไม่น้อยกว่า 28 ปี

ปมปัญหาของ "สุวิระ" ติดขัดตรงที่เป็น รองสารวัตรจนถึงตำแหน่งปัจจุบันไม่ครบ 28 ปี จึงเสียสิทธิไปโดยปริยาย

กล่าวคือ "สุวิระ" เติบโตก้าวกระโดดมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ประเมินผลงานทางวิชาการเป็นหลัก ก่อนจะโยกมาอยู่สายปฏิบัติ

ประกอบกับเป็น "ลูกเขย" กลุ่มเกษตรรุ่งเรือง การรับราชการจึงรุดหน้าอย่างรวดเร็วกว่าเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกัน

โดยเป็น รอง ผบช. ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2549!

เมื่อมี "กฎเหล็ก" เป็นจุดสกัดความก้าวหน้า ทำให้ "สุวิระ" ยื่นฟ้องศาลปกครองกระทั่งศาลตัดสินให้เพิกถอนกฎ ก.ตร. ข้อ 11

และขณะนี้อยู่ขบวนการยื่นอุทธรณ์ของ ตร.

การขอความเป็นธรรมเพื่อเพิ่มรายชื่อในบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นครั้งนี้ของ "สุวิระ" คาดว่าจะมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง

เพราะ "พลังภายใน" ถือว่าไม่ธรรมดา!

ส่วนวาระที่ 2 เสนอพิจารณาตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ของ

พล.ต.อ.วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี และ
พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์

ว่าจะสามารถแต่งตั้งทดแทนได้หรือไม่อย่างไร

ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (สง.ก.ต.ช.) สรุปไว้แล้วว่าทั้ง 2 ตำแหน่งทั้งของ "วิเชียร" และ "ชลอ" นั้นสามารถแต่งตั้งทดแทนได้

นั่นเท่ากับว่าทั้งวิเชียรและชลอมีสิทธิคั่วเก้าอี้รอง ผบ.ตร.!

สำหรับวาระที่ 3 จะเป็น "ไฮไลต์" ของการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ คือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งระบุไว้เพียงสั้นๆ เท่านั้น พร้อมวงเล็บเอกสารจะนำเสนอในที่ประชุม

ซึ่งเป็นที่รู้กันในวงการสีกากีว่าจะเป็นการแต่งตั้ง ผบช. ถึง รอง ผบ.ตร.

โดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. จะเป็นผู้จัด "โผ" เสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบคุณสมบัติ ที่มีนายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร.พิจารณากันอีกครั้ง

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมี "โผ" ที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองไปแล้วครั้งหนึ่งในสมัย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ อดีต รอง ผบ.ตร.รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เป็นประธาน พิจารณาร่วมกับบรรดา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปทีป

ถ้าถือว่าการพิจารณาครั้งนั้นเป็นคำสั่งทางปกครองไปเรียบร้อยแล้วก็ต้องไปถก ทบทวน แก้ไข เปลี่ยนแปลงรายชื่อกันใหม่ใน ก.ตร. หรือเปล่ายังไม่ทราบได้ !?

แต่ถ้า "ยกเลิก" มติบอร์ดกลั่นกรองครั้งนั้น แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ก็จะทำให้มีทั้งผู้ "เสีย" และ "ได้" ประโยชน์ จากการแต่งตั้ง

ปัญหาการฟ้องร้องอาจจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน!

ไม่นับรวมกรณี พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ และ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ไม่ร่วมสังฆกรรม และ "วอล์กเอ๊าต์" มาแล้วกรณีจะพิจารณาแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร.ถึง ผบช.โดยยังไม่มี "หัว" ตัวจริง

ซึ่งเชื่อว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ทั้ง 2 ท่านก็คงคัดค้านเช่นเดิม

ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ก.ตร.จะต้องรอบคอบ รัดกุม ในระเบียบ ข้อกฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้นอาจถูกฟ้องร้องตามมาก็เป็นได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น การแต่งตั้งครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น หรือเจอ "โรคเลื่อน" ซ้ำรอยการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) แต่งตั้ง ผบ.ตร. หรือไม่อย่างไร?

อย่ากะพริบตา!?

นั่นเป็นเรื่องของการแต่งตั้งระดับ "บิ๊กสีกากี" ที่ยังอยู่ในลักษณะ "ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก" ที่กระทบเป็นลูกโซ่ถึงระดับล่างโดยตรง

ยิ่งช่วงนี้มีกระแสข่าวสะพัดว่า "การเมือง" เตรียมวางขุมกำลังรองรับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ระดับโรงพัก ถือว่ามีความสำคัญยิ่งยวด ในการบล็อคฝ่ายตรงข้าม ทั้ง "ภูธร" และ "นครบาล"

ซึ่งสอดรับกับการตั้งชุดเฉพาะกิจปราบปรามอบายมุข ของ พล.ต.อ.ปทีป ที่มี พล.ต.ท.ประชิน วารี จเรตำรวจ (สบ 8) หัวหน้าสำนักงาน และ เพื่อนร่วมรุ่นปทีป เป็นหัวหน้าชุด เร่งระดมกวาดล้างอาชญากรรม สถานบริการและแหล่งอบายมุขทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

โดยเฉพาะ "นครบาล" แว่วว่าจะมีการ "เช็คบิล" เก้าอี้ระดับ ผู้กำกับการ (ผกก.) ถึง 20 เก้าอี้ และระดับสารวัตร 30 เก้าอี้

ดังนั้น "โฟกัส" เฉพาะพื้นที่นครบาล เพียงแค่ 1 เดือนก็ถูกตำรวจชุดเฉพาะกิจ หรือนอกหน่วย ออกมาทำหน้าที่ช่วยปัด กวาด เช็ด ถู บ้านให้หลายครั้ง ทำให้หลายโรงพักในนครบาล ต่างต้องระวังเก้าอี้ พร้อมยกการ์ดสูงป้องกันตัวกันเป็นแถว

โดยแม่ทัพเมืองหลวง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มีคำสั่ง บช.น. กำชับการปฏิบัติหน้าที่ ส่งถึง รอง ผบช.น., ผบก.อก., ผบก.น.1-9, ผบก.จร., ผบก.ตปพ., ผบก.อคฝ., ผบก.สส.,ผกก.ดส. และ ผกก.ศฝร. เรื่องการพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจบกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุข

เพราะแค่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจนอกหน่วย เข้ามาจับกุมอบายมุขและสถานบริการในพื้นที่บ่อยครั้ง ทั้งกรณีชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทลายบ่อนพนันไฮโลบ้านเลขที่ 8/702 ซอยโรงหมู แขวง-เขตคลองเตย กทม. ท้องที่ สน.ท่าเรือ เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ท้องที่ สน.สุทธิสาร ถูกกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เข้าบุกจับสถานบริการบาร์เกย์ ชื่อ "กาแดะ" ภายในอาคารบีช เรสซิเด้นซ์ ซอยโชคชัยร่วมมิตร ที่ลักลอบเปิดเป็นผับ เมื่อเช้ามืดวันที่ 16 ตุลาคม

โดยทั้ง 2 โรงพัก ถูกคำสั่งเด้ง ผกก.พร้อม 5 เสือโรงพัก รวมทั้งรอง ผบก.ที่ควบคุมดูแล เก็บกรุ บช.น. 30 วัน

ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเฉพาะ ผกก.ทั้งสองแห่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือให้กลับไปทำงานตามปกติ

แต่ทั้งหมดยังมีชนักติดหลัง เพราะถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งผลการสอบสวนยังไม่ออกมาว่าใครจะต้องรับผิดชอบกรณีใดบ้าง?

และล่าสุดชุดเฉพาะกิจ ตร.บุกจับกุมโต๊ะบอลออนไลน์ของ นายสมศักดิ์ สกุลกิจ กับพวกรวม 14 คน พร้อมของกลาง 25 รายการ ที่เอสดีสนุกเกอร์ ชั้น 2 ตลาดสดห้วยขวาง แขวง-เขตดินแดง กทม. เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา

เป็นเหตุให้ ผบช.น. สั่งให้ พ.ต.อ.อนุรักษ์ นาคพนม ผกก.สน.ห้วยขวาง มาช่วยราชการที่ บก.อก.บช.น. เป็นเวลา 30 วัน และมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดของโรงพัก

ส่วนผลออกมาอย่างไรยังไม่ได้ข้อสรุป!

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ตำรวจ สน.ลุมพินี และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันตรวจค้นสถานบันเทิง "อัลโลลัว" หรือ "การ์ซี่" ผับชื่อดังภายในซอยสุขุมวิท 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.หลังสืบทราบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ลักลอบเปิดเกินเวลา

แต่ไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด เนื่องจาก บก.ปคม. ขอร่วมตรวจสอบในครั้งนี้พร้อมกับ สน.ลุมพินี

จะเห็นได้ว่าช่วงเดือนตุลาคมผ่านมา พื้นที่นครบาลถูกจับตาเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะอยู่ในช่วงคาบลูกคาบดอกจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปี

ซึ่งทุกครั้งที่จะมีการแต่งตั้งโยกย้าย "ชุดเฉพาะกิจ" ที่ตั้งขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นหน่วยไหน มักทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถชนิดต่อเนื่อง

ส่วนหนึ่งจึงถูกครหาว่าเป็นการ "ตีเมืองขึ้น" และ "เลื่อยขาเก้าอี้" ที่สร้างความสั่นคลอนให้เจ้าของตำแหน่งอย่างได้ผล

โดยเฉพาะพื้นที่ทำเลทองทั้งหลาย!

หากการ์ดตกเมื่อใดก็อาจถูก "น็อคเอ๊าต์" ได้ทันที

บรรยากาศ ณ เวลานี้ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงดูอึมครึม ทั้งส่วน "หัว" เองที่ยังไม่ลงตัว และชุดเฉพาะกิจที่ลงมาฟาดงวงฟาดงาช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการแต่งตั้งโยกย้าย

ซึ่งจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง ที่ยากจะประสานหาความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

ดังนั้น จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ของ พล.ต.อ.ปทีป ที่จะต้องเร่งสร้างความสมัครสมานสามัคคี ให้เกิดขึ้นในองค์กรโดยเร็ว

รวมทั้งทำความเข้าใจถึงการทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงแค่สนองตอบทาง "การเมือง" และ "พวกพ้อง" เท่านั้น!?!

หน้า 12
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม