โดยผู้จัดการ เมื่อ 18 ธ.ค.2557
ผบช.น.มีคำสั่งตั้งคณะกรรมสอบวินัยร้ายแรง 76 นาย ตร.ที่อนุมัติติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั่ว กทม.โดยขัดต่อกำหนดทางราชการ ชี้เป็นการเอาพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว เข้าข่ายทุจริตอัตราโทษจำคุก
วันนี้ (18 ธ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงกรณีมีหนังสือคำสั่งให้ตรวจสอบข้าราชการตำรวจ 76 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติติดตั้งป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชน บริเวณบนป้อมสัญญาณไฟจราจรตามแยกต่างๆ ทุกแห่งทั่ว กทม. โดยระบุว่าขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการติดตั้งป้ายโฆษณาต่างๆ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นของหลวง ที่มีการแบ่งสัดส่วนไว้ชัดเจนแล้ว แต่ทางบริษัทเอกชนได้นำป้ายโฆษณามาติดตั้ง โดยไม่มีหนังสือยินยอมที่ถูกต้องตามข้อกำหนดทางราชการ จึงมีคำสั่งไปยัง ผบก.น.1-9 ให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายชื่อข้ารายการตำรวจที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด และให้ทำหนังสือแจ้งมาที่ บช.น.ภายใน 15 วันว่า เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนนานกว่า 2 เดือน หากพบมูลความผิดแต่ละ บก.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าแต่อย่างใด
ด้านผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีป้ายโฆษณามีที่มาที่ไปอย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ให้กำหนดคำว่าป่าคือกฎหมายป่าไม้ ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน เบื้องต้นได้สั่งการให้ตรวจสอบตามสี่แยกต่างๆ ใน กทม.ว่ามีโฉนดที่ดินหรือไม่ เพราะถ้าไม่มี พื้นที่นั้นคือป่า และตามประมวลกฎหมมายแพ่ง มาตรา 1034 ที่สาธารณะที่ประชาชนในประโยชน์ร่วมกันก็เป็นที่สาธารณะ หากผู้ใดเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ผ่านราชพัสดุ หรือไม่ผ่านหน่วยราชการที่รับผิดชอบ ก็เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 54 กฎหมายป่าไม้ และมาตรา 9 กฎหมายที่ดิน หากไม่มีอำนาจและกระทำไปโดยอ้างว่ามีอำนาจหน้าที่ถือว่าผิดกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 123 คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก้ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในเรื่องดังกล่าวมีการทุจริตในเรื่องการติดตั้งป้ายโฆษณาหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าการติดตั้งป้ายโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมายบ้านเมือง เพราะการเอาพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือแสวงหาผลประโยชน์ในบ้านเมือง ถือว่าเป็นการทุจริตในหน้าที่ ส่วนรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวทั้ง 76 รายจะมีผลต่อการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจหรือไม่นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย เมื่อผ่านขั้นตอนของการสอบสวน ปรากฏว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิด อัตราโทษสูงสุดคือจำคุก
ทั้งนี้มีรายงานว่า พบเอกสารการทำสัญญากับบริษัทเอกชน 1 ใน 42 สน. คือ สน.ท่าเรือ โดยในเอกสารระบุว่า เรื่องการติดตั้งจอแสดงภาพบนป้อมตำรวจเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ภารกิจและกิจกรรมต่างๆ ของ บช.น. โดย บช.น.ได้ตกลงทำบันทึกข้อตกลงให้สิทธิบริษัท สตาร์ค มัลติมีเดีย จำกัด ทำการติดตั้งและบำรุงรักษาแสดงภาพ เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ภารกิจ และกิจการต่างๆ ของ บช.น.ผ่านทางจอแสดงภาพบนป้อมตำรวจของสถานีตำรวจท่าเรือ และนำเงินรายได้สมทบลงทุนเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการตำรวจของ บช.น. และบริษัทผู้ได้สิทธิดังกล่าว ขอเริ่มดำเนินการแสดงภาพบนป้อมตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบสถานีตำรวจตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2556 เป็นต้นไป
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามโครงการสามารถดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว บช.น.จึงมอบหมายให้รีบพิจารณาและประสานงานอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ทางด้านเทคนิคของ บริษัท สตาร์ค มัลติมีเดีย จำกัด ให้การดำเนินการติดตั้งจอแสดงภาพบนป้อมตำรวจ (ตามรายละเอียดที่แนบมาด้วย) ให้สามารถดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย และ บช.น.สามารถเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ภารกิจเป็นไปตามนโยบายของ ผบช.น.ให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วถึงและรวดเร็วได้
Read more ...
ผบช.น.มีคำสั่งตั้งคณะกรรมสอบวินัยร้ายแรง 76 นาย ตร.ที่อนุมัติติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั่ว กทม.โดยขัดต่อกำหนดทางราชการ ชี้เป็นการเอาพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว เข้าข่ายทุจริตอัตราโทษจำคุก
วันนี้ (18 ธ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงกรณีมีหนังสือคำสั่งให้ตรวจสอบข้าราชการตำรวจ 76 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติติดตั้งป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชน บริเวณบนป้อมสัญญาณไฟจราจรตามแยกต่างๆ ทุกแห่งทั่ว กทม. โดยระบุว่าขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการติดตั้งป้ายโฆษณาต่างๆ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นของหลวง ที่มีการแบ่งสัดส่วนไว้ชัดเจนแล้ว แต่ทางบริษัทเอกชนได้นำป้ายโฆษณามาติดตั้ง โดยไม่มีหนังสือยินยอมที่ถูกต้องตามข้อกำหนดทางราชการ จึงมีคำสั่งไปยัง ผบก.น.1-9 ให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายชื่อข้ารายการตำรวจที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด และให้ทำหนังสือแจ้งมาที่ บช.น.ภายใน 15 วันว่า เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนนานกว่า 2 เดือน หากพบมูลความผิดแต่ละ บก.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าแต่อย่างใด
ด้านผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีป้ายโฆษณามีที่มาที่ไปอย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ให้กำหนดคำว่าป่าคือกฎหมายป่าไม้ ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน เบื้องต้นได้สั่งการให้ตรวจสอบตามสี่แยกต่างๆ ใน กทม.ว่ามีโฉนดที่ดินหรือไม่ เพราะถ้าไม่มี พื้นที่นั้นคือป่า และตามประมวลกฎหมมายแพ่ง มาตรา 1034 ที่สาธารณะที่ประชาชนในประโยชน์ร่วมกันก็เป็นที่สาธารณะ หากผู้ใดเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ผ่านราชพัสดุ หรือไม่ผ่านหน่วยราชการที่รับผิดชอบ ก็เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 54 กฎหมายป่าไม้ และมาตรา 9 กฎหมายที่ดิน หากไม่มีอำนาจและกระทำไปโดยอ้างว่ามีอำนาจหน้าที่ถือว่าผิดกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 123 คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก้ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในเรื่องดังกล่าวมีการทุจริตในเรื่องการติดตั้งป้ายโฆษณาหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าการติดตั้งป้ายโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมายบ้านเมือง เพราะการเอาพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือแสวงหาผลประโยชน์ในบ้านเมือง ถือว่าเป็นการทุจริตในหน้าที่ ส่วนรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวทั้ง 76 รายจะมีผลต่อการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจหรือไม่นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย เมื่อผ่านขั้นตอนของการสอบสวน ปรากฏว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิด อัตราโทษสูงสุดคือจำคุก
ทั้งนี้มีรายงานว่า พบเอกสารการทำสัญญากับบริษัทเอกชน 1 ใน 42 สน. คือ สน.ท่าเรือ โดยในเอกสารระบุว่า เรื่องการติดตั้งจอแสดงภาพบนป้อมตำรวจเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ภารกิจและกิจกรรมต่างๆ ของ บช.น. โดย บช.น.ได้ตกลงทำบันทึกข้อตกลงให้สิทธิบริษัท สตาร์ค มัลติมีเดีย จำกัด ทำการติดตั้งและบำรุงรักษาแสดงภาพ เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ภารกิจ และกิจการต่างๆ ของ บช.น.ผ่านทางจอแสดงภาพบนป้อมตำรวจของสถานีตำรวจท่าเรือ และนำเงินรายได้สมทบลงทุนเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการตำรวจของ บช.น. และบริษัทผู้ได้สิทธิดังกล่าว ขอเริ่มดำเนินการแสดงภาพบนป้อมตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบสถานีตำรวจตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2556 เป็นต้นไป
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามโครงการสามารถดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว บช.น.จึงมอบหมายให้รีบพิจารณาและประสานงานอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ทางด้านเทคนิคของ บริษัท สตาร์ค มัลติมีเดีย จำกัด ให้การดำเนินการติดตั้งจอแสดงภาพบนป้อมตำรวจ (ตามรายละเอียดที่แนบมาด้วย) ให้สามารถดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย และ บช.น.สามารถเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ภารกิจเป็นไปตามนโยบายของ ผบช.น.ให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วถึงและรวดเร็วได้