ผกก.นครบาล ร้อง ก.ตร.ขอความเป็นธรรม

6/1/58
โดยกูรูสีกากี เมื่อ 5 ม.ค.2558

"กลุ่มผู้กำกับการตำรวจนครบาล"ที่จะถูกออกคำสั่งโยกย้าย จากเหตุติดตั้งจอ"แอลอีดี" บริษัทเอกชน บนป้อมจราจร ทำหนังสือหนังสือถึง ก.ตร. ร้องขอความเป็นธรรม อ้างผลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น การลงทัณฑ์ไม่มีมาตรฐาน

ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยวก็มีการติดตั้ง เหตุใดจึงไม่ตั้ง กก.สอบสวน ลั่นหากมีหนังสือย้ายเป็นทางการ ฟ้องศาลปกครองชัวร์
Read more ...

ผกก.ตบเท้าร้องสมยศ-โดนเด้ง 60 สน. ผบช.น. ล้างบาง พิษป้าย

5/1/58
โดยข่าวสด เมื่อ 5 ม.ค.2558 เวลา 08:49 น.

ผกก.แห่ร้อง ผบ.ตร. ถูกผบช.น.เตรียมเด้งออกนอกนครบาลหลายสิบโรงพัก จากพิษป้ายไฟโฆษณาติดป้อมตร. "สมยศ" เผยการย้ายผกก.รวดเดียวกว่า 60 โรงพัก ต้องดูเหตุผลของผู้บังคับบัญชา ไม่ขอก้าวก่าย เชื่อมีเหตุผลตอบสังคมได้ ชี้หากคนถูกย้ายคิดว่าถูกกลั่นแกล้งก็ไปร้องศาลปกครอง-ป.ป.ช. ขณะที่ "ศรีวราห์" แจงย้ายแค่ 50-60 สน. ลั่นไม่ใช่เรื่องป้ายโฆษณาอย่างเดียว ต้องดูความประพฤติด้วย ไม่เพียงแค่ย้ายยังจะถูกดำเนินคดีอาญาด้วย ผกก.สน.สายไหมชิงยื่นเออร์ลี่รีไทร์ด้วยเหตุผลเบื่อวงการสีกากี

จากกรณีพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.และผกก. ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ก.ตร.วันที่ 7 ม.ค. โดยมีการเสนอย้ายตำรวจระดับผกก.จำนวน 67 สน. จากทั้งหมด 88 สน. ออกนอกหน่วย โดยอ้างความผิดเรื่องป้ายโฆษณาที่ติดตั้งอยู่ตามป้อมตำรวจจราจรในกทม. หลังจากสั่งให้บก.1-9 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวต้องดูที่เหตุผลของพล.ต.ท.ศรีวราห์ ว่าการใช้เหตุผลกรณีเรื่องป้ายโฆษณานั้น เป็นเหตุผลที่เป็นธรรมหรือไม่ หรือมองแล้วเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ต้องรอดูเหตุผลที่ผบช.น.จะชี้แจงอีกครั้ง ถ้ามีเหตุผลว่าบุคคลที่เข้าข่ายถูกย้ายออกนอกหน่วย กระทำความผิดถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผิดวินัยหรือถูกลงโทษแล้วต้องย้ายก็ถือเป็นดุลพินิจของผบช.น ตนจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ถือเป็นอำนาจการพิจารณาแต่งตั้งในหน่วยงาน ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ไม่มีหน้าที่พิจารณาหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อคำสั่งแต่อย่างใด โดยรายชื่อตำรวจระดับผกก.ที่ผบช.น.เสนอนั้นจะต้องเข้าสู่ที่ประชุมก.ตร. เพื่อทราบและพิจารณาต่อไป

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ส่วนข่าวที่ว่ามีตำรวจนครบาลที่อยู่ในข่ายถูกโยกย้ายรวมตัวเข้าร้องขอความ เป็นธรรมกับตน และรองผบ.ตร. ในฐานะคณะกรรมการก.ตร. เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งของผบช.น.นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่ผ่านมามีนายตำรวจระดับผกก. ที่เข้าข่ายบางนายมายื่นหนังสือร้องเรียน ตนก็ส่งเรื่องไปให้ผบช.น.พิจารณาให้ความเป็นธรรมตามคำร้องเรียน ซึ่งผบช.น.ต้องให้คำชี้แจงว่ามีเหตุผลใดที่จะต้องโยกย้าย หรือไม่โยกย้ายใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถมาร้องเรียนโดยตรงต่อ ผบ.ตร.ได้หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เมื่อมายื่นหนังสือตนต้องรับไว้เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อยื่นมาแล้วต้องดำเนินการส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบไปทบทวน แก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาได้เรียกผบช.น.มาพบเพื่อมอบหนังสือที่ได้รับการร้องเรียนไป ดำเนินการ ขณะนี้ยังไม่ทราบรายชื่อผู้ที่จะถูกโยกย้ายว่ามีทั้งหมดกี่นาย แต่หากมีใครมาร้องเรียนก็ยินดีรับเรื่อง และจะดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเหตุผลด้วย จะใช้วิธีพวกมากลากไปไม่ได้ การจะมาชุมนุมหรือร้องเรียนต้องไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือ ไม่ ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่าผิดจริงจะยอมรับหรือไม่ นี่คือสิ่งที่สำคัญ ตนเชื่อว่าผู้บังคับบัญชาทุกบก. บช. ไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่มีเหตุอันควร ปัจจุบันมีช่องทางการฟ้องร้องหลายรูปแบบหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งร้องศาลปกครอง หรือป.ป.ช. ทุกอย่างต้องมีเหตุผล

"ส่วนกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.ถึงสว. ที่จะประชุม ก.ตร.ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ การจัดทำบัญชีรายชื่อทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบและดุลพินิจ ผู้บังคับบัญชาแต่ละบก. ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตร. จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง เป็นเพียงผู้ให้เห็นชอบเท่านั้น จะให้สิทธิ์การพิจารณาเต็มที่ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพียงแต่ให้นโยบายว่า ขอให้ดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและเป็นธรรม ให้ยึดระเบียบข้อบังคับและหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง" ผบ.ตร.กล่าว

ผบ.ตร.กล่าว อีกว่า หากมีการโยกย้ายจำนวนมากตามที่มีข่าวเกิดขึ้น ก็มาจากความผิดของผู้ถูกโยกย้ายที่เป็นผู้กระทำผิดเอง เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับและดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ถ้าเป็นการโยกย้ายโดยมีเจตนากลั่นแกล้งหรือล้างบาง ส่วนตัวขอยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน ถ้าหากดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎระเบียบผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งก็ฟ้องร้องต่อศาล ปกครองได้ การหมุนเวียนสับเปลี่ยนตำแหน่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่การโยกย้ายทุกตำแหน่งต้องมีเหตุผลรองรับ ส่วนตัวเชื่อว่าผู้บัญชาการแต่ละบช. มีเหตุผลตอบคำถามสังคมได้ว่าการโยกย้ายเป็นเพราะเหตุผลใด ขณะเดียวกันหากผู้กระทำผิดแล้วถูกโยกย้าย ก็ไม่ควรกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้งรังแก ควรถามตัวเองก่อนว่าเคยกระทำความผิดอะไรไว้หรือไม่ ถ้าผิดจริงไม่ควรโทษหรือไปให้ร้ายผู้ที่โยกย้ายว่ากลั่นแกล้ง ต้องยอมรับกฎกติกากันบ้าง เชื่อว่าผู้บัญชาการทุกหน่วยมีวุฒิภาวะและมีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีการ กลั่นแกล้งให้ร้ายป้ายสีเกิดขึ้นแน่นอน

วันเดียวกันที่บช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยว่า ที่มีการโยกย้ายจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากกรณีเรื่องป้ายไฟโฆษณา ที่สุดแล้วน่าจะต้องมีการดำเนินคดีอาญา โดยบช.น.เสนอตร.โยกย้ายออกนอกหน่วยไม่ถึง 67 สน. มีประมาณ 50-60 สน. ในจำนวนนี้มีสมัครใจย้ายประมาณ 20 กว่าสน. ส่วนผู้ใดจะร้องเรียนเรื่องป้ายโฆษณาว่าโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็ทำเรื่องเสนอขึ้นมาจะพิจารณาดำเนินการให้ แต่เบื้องต้นสรุปว่าผิดหมดและทำให้รัฐเสียหาย การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องป้ายโฆษณาอย่างเดียว ต้องดูเรื่องความประพฤติ การทำงานด้วยว่าได้เรื่องหรือไม่ บางรายโดนเรื่องป้ายไฟแล้วไม่โดนย้ายก็มี เนื่องจากต้องดูเรื่องการทำงานด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตร.กำชับการโยกย้าย เรื่องป้ายไฟให้พิจารณาด้วยความเป็นธรรม พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ทางตร.ไม่ต้องกำชับเลย เพราะสุดท้ายทางตร.ก็เห็นชอบเรื่องป้าย ถ้ารัฐเสียหายก็สรุปมาว่าผิด ถ้ารัฐไม่เสียหายก็สรุปมาว่ายุติ ซึ่งยุติไปตั้งหลายรายไม่ใช่เรื่องป้ายโดนย้ายหมด แต่ถ้าสน.ไหนโดนก็เป็นมูลฐานข้อหนึ่งที่จะพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย รวมทั้งต้องดูผลงานและความประพฤติด้วย คนโดนเรื่องป้ายแล้วไม่ถูกย้ายก็มี เพราะมีผลงานและความประพฤติดี ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผบก.-สว. เสนอรายชื่อไปให้ตร.ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2557 แล้ว

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีตำรวจถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยครั้งนี้มากเป็นประวัติ การณ์ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตอบว่า เยอะไม่เยอะมันอยู่ที่ผลการปฏิบัติกับความประพฤติ ถ้าปล่อยปละละเลยบุกรุกที่หลวงเก็บเงินกันแล้ว จะให้ตนทำอย่างไร ต้องไปถามผู้บังคับบัญชาสมัยเก่าดูว่าปล่อยกันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมายและทำให้รัฐเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.สายไหม ซึ่งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องป้ายไฟโฆษณาของร.พ.แห่งหนึ่งติดอยู่ป้อม จราจรในพื้นที่ ได้ยื่นหนังสือขอเกษียณราชการก่อนกำหนดแล้ว โดยพ.ต.อ.เชวงศักดิ์ เปิดเผยว่า ไม่อยากพูดอะไรมากถึงเหตุที่ขอลาออก เพราะเบื่อหน่ายวงการตำรวจ

ขณะที่บุคคลใกล้ชิดของพ.ต.อ. เชวงศักดิ์ให้ข้อมูลว่า พ.ต.อ.เชวงศักดิ์รู้ตัวว่าจะถูก โยกย้ายออกนอกหน่วยจากเรื่องป้ายไฟ จึงยื่นหนังสือขอเออร์ลี่รีไทร์ เพราะปีนี้ก็จะเกษียณอายุราชการแล้วจึงไม่อยากเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด รวมทั้งก่อนหน้านี้เรียงลำดับอาวุโสแล้วอยู่ลำดับที่ 4 มีสิทธิ์ได้ขึ้นรองผบก.ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ แต่โดนพิษป้ายไฟทำให้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง แล้วยังถูกโยกออกนอกหน่วยจึงตัดสินใจลาออก
Read more ...

โฆษก สตช.ยอมรับการโยกย้ายมีเอื้อพวกพ้องทุกสมัย

5/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 มกราคม 2558 16:01 น.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 7 มกราคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ถึงสารวัตร วาระประจำปี 2558 ทั่วประเทศ โดยยอมรับว่ากองบัญชาการตำรวจจะมีการสับเปลี่ยนระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่ง ตามที่มีกระแสข่าว โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และการอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปละละเลย ซึ่งหากผู้ที่ถูกโยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ถึงการนำพวกพ้องของตนเองมาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองของนครบาลนั้น ยอมรับว่า มีในทุกยุคทุกสมัย โดยต้องการคนที่มีความไว้ใจมาทำงานร่วมกัน แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีมากตามที่มีข่าว
Read more ...

ผบช.น.ยอมรับมีการโยกย้าย 59 นายตำรวจเกี่ยวพันทุจริตจริง

5/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 มกราคม 2558 15:12 น.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวการเสนอบัญชีโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้กำกับการจำนวนมากในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลออกนอกหน่วย 

หลังพบเกี่ยวพันกับความผิดเรื่องป้ายโฆษณาบนป้อมจราจร และบางนายได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม โดยยอมรับว่ามีการโยกย้ายจริง ผู้ที่ถูกโยกย้ายส่วนใหญ่กระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญาและแพ่ง ทั้งกรณีป้ายโฆษณา ส่วยน้ำมันเถื่อน สถานบริการ ทำให้รัฐเสียหาย ประมาณ 59 นาย นายตำรวจ 15 นาย ที่สมัครใจขอย้ายออกนอกพื้นที่ และอีก 44 นาย ที่ไม่สมัครใจย้าย 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง หรือย้ายล้างบาง ซึ่งได้ชี้แจงกับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจไปแล้ว หากไม่ดำเนินการถือว่าละเว้น

สำหรับนายตำรวจที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ก็สามารถทำได้ และยอมรับว่า รู้สึกหนักใจที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เห็นด้วยกับการโยกย้าย แต่ต้องทำไปตามกฎระเบียบ
Read more ...

สตช. ประชุมโยกย้าย ตร. ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ทั่วประเทศ พรุ่งนี้

5/1/58
โดยตระเวนข่าว เมื่อ 5 ม.ค.2558

โฆษก ตร. เผย ประชุม ก.ตร. พรุ่งนี้ มีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ สว. ถึง รอง ผบก. ทั่วประเทศ พร้อมยอมรับ บชน. มีการสับเปลี่ยนระดับ ผกก. หลายตำแหน่งตามที่เป็นข่าว ส่วน บชก.มีการย้ายในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง

วันนี้ (5 ม.ค.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานักตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ในวันพรุ่งนี้ ว่า จะมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในระดับสารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ซึ่งเป็นวาระประจำปีทั่วประเทศ โดยยอมรับว่าในกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการสับเปลี่ยนระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่งตามที่เป็นข่าว โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และ การอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจร ทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปะละเลย

ซึ่งหากผู้ที่ถูกที่โยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงการนำพวกพ้องของตนเองมาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองของนครบาล นั้น ยอมรับว่ามีทุกยุคทุกสมัยโดยต้องการคนที่มีความไว้ใจมาทำงานร่วมกัน แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีมากตามที่เป็นข่าว

ส่วนการสับเปลี่ยนตำแหน่งใน กองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง มีการย้ายระดับผู้กำกับการในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องการขบวรการของ พลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน การแต่งตั้งซื้อขายตำแหน่ง และ บ่อนการพนัน โดยยืนยันส่วนใหญ่เป็นการโยกย้ายด้วยความสมัครใจ
Read more ...

โฆษก ตร. เผย โผตำรวจ 58 มีโยกย้ายหลายตำแหน่งจริง

5/1/58
โดยกระปุก เมื่อ 5 มกราคม 2558 เวลา 14:38:26

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย โผตำรวจ 2558 อาจมีการโยกย้ายในกองบัญชาการนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลายตำแหน่ง พร้อมแจงสาเหตุหลักเกี่ยวข้องการกระทำผิดจากหลายสาเหตุ โยกย้ายคนสนิทเป็นส่วนน้อย

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2558 พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) และ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันพุธที่ 7 มกราคม นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมกราข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. ในวาระเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการประจำปี ทั่วประเทศ โดยในกองบัญชาการตำรวจนครบาล อาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งในระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่ง โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และ การอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปะละเลย หากผู้ถูกโยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้

ส่วนเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นที่ว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีเหตุผล เพื่อนำพวกพ้องเข้ามาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองในกองบัญชาการตำรวจนครบาล นั้นที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยนั้นอาจมีบ้าง โดยเหตุผลที่ว่าต้องการคนที่ไว้ใจได้และสนิทเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ก็มีเพียงจำนวนไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตามการโยกย้ายในครั้งนี้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสับเปลี่ยนตำแหน่งในกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีการย้ายระดับผู้กำกับการในสังกัดมากกว่า 50 ตำแหน่ง เป็นการโยกย้ายที่เป็นผลจากการมีความเกี่ยวข้องการขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน การซื้อขายตำแหน่ง และบ่อนการพนัน ในขบวนการของพลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมการทุกคน
Read more ...

ตำรวจระส่ำโผ ‘นายพัน’ วัดใจ ‘ก.ตร.’ ผดุงคุณธรรม

5/1/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 ม.ค.2558 เวลา 10:34 น.

โผ “นายพัน” สีกากีครั้งนี้ ยิ่งใกล้คลอด ยิ่งทำให้ ”ตำรวจ” ระส่ำระสาย ขาดขวัญกำลังใจ ไม่เป็นอันทำงาน เพราะแนวโน้มการแต่งตั้ง แต่ละตำแหน่ง แต่ละเก้าอี้ ดูเหมือนหลักคุณธรรม การพิจารณาตามความรู้ ความสามารถ จะเป็นเพียงแค่ “หลักการ” สวยหรู ให้ผู้บริหาร “สำนักปทุมวัน” เอาไว้ใช้อวดอ้างเบื้องหน้า แต่เบื้องหลังยึด “หลักกู” เอาแต่พวกพ้อง เพื่อนฝูง และผลประโยชน์เท่านั้น

ตามปฏิทินการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ “สารวัตร(สว.)-รองผู้บังคับการ(รองผบก.)” ทั่วประเทศประจำปี 2557 ที่โดนโรคเลื่อนข้ามปี “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แม่ทัพใหญ่ ขีดเส้นให้แต่ละกองบัญชาการจัดทำบัญชีแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 9 มกราคม 2558และให้คำสั่งมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 15 มกราคม 2558

ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา การจัดทำโผแต่งตั้ง “นายพัน” สีกากี ใน 2 กองบัญชาการใหญ่ อย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงแรงกระเพื่อมของบัญชีรายชื่ออย่างมาก ถึงขนาดทำให้การแต่งตั้ง “สว.-รองผบก.” ต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก โดยเฉพาะการเข้ามา “ป่วน” บัญชีแต่งตั้งของ “จ.หวานเจี๊ยบ” ที่มีการยัดไส้รายชื่อจากบัญชี “พี่ใหญ่บ้านบิ๊กบราเธอร์” กันถึงขนาด “หัวหน้าเมืองกรุง” รับออเดอร์ไปตาค้าง ต้องพาสัตว์น้อยใหญ่ออกมาเต็มสำนักงาน จนต้องมีการส่งสัญญาณให้ “พี่ใหญ่บ้านบิ๊กบราเธอร์” เคลียร์ปัญหา เช่นเดียวกับ “สอบสวนกลาง” กองบัญชาการที่ถูกตั้งธงต้องล้างบางเครือข่าย “บิ๊กกิ๊ก”พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. ให้สิ้นซาก มีการ “กาหัว” ตำรวจ ที่จะต้องถูกโยกย้ายออกนอกหน่วยมากถึง 200 ตำแหน่ง

แม้พอกระแสข่าวการโยกย้าย “อภิมหาศาล” เป็นประวัติศาสตร์ “สำนักปทุมวัน” กระเซ็นกระสายออกมา จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมทั่วไป ทำให้ผู้มีอำนาจถูกแรงกดดันอย่างหนัก ต้องสั่งทบทวนการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ทั้ง “นครบาล” และ “สอบสวนกลาง” กันใหม่ มีการเรียก “จ.หวานเจี๊ยบ” และ “นายพลตัวขาว” เข้าไปเคลียร์บัญชียัดไส้ รวมทั้งนำรายชื่อตำรวจสอบสวนกลางที่ถูก “กาหัว” มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดพล.ต.ท.พงศพัฒน์ มาตรวจสอบกันอีกครั้ง ซึ่งทำให้ “สีกากี” ต่างเริ่มมีความหวังขึ้นมาในระดับหนึ่งว่า นายจะมีคุณธรรม ผลงาน การทุ่มเททำงาน จะเป็นเกราะคุ้มกัน ไม่ให้ต้องระเห็จระเหินไปตามแรงเหวี่ยงจากการมัวเมาอำนาจ การเลือกที่รักมักที่ชั่ง หรือการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

แต่ทุกอย่างก็พังทลาย ความเป็นธรรม ความเมตตา การยึดหลัก การยึดเกณฑ์ ที่หวังจะให้เกิดขึ้นในยุคที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปราศจากการเมืองแทรกแซง ยุคที่รัฐบาลประกาศจะคืนความสุขให้ทุกๆคน สุดท้ายไม่ว่ายุดไหนสมัยใดแวดวงสีกากีก็หนีไม่พ้น“ค่าของคนอยู่ที่คนของข้า”!!!พวกพ้อง ผลประโยชน์ เงินทอง ยังคงเป็นปัจจัยแรกๆในการแต่งตั้งโยกย้าย “ตำรวจ” อยู่วันยันค่ำ ความรู้ ความสามารถ ผลการทำงาน เป็นปัจจัยลำดับท้ายๆ

ว่ากันว่า “นครบาล” มีการเสนอรายชื่อตำรวจระดับ ผู้กำกับการ (ผกก.) และ รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ออกนอกหน่วย มากถึง 60-70 คน ทั้งๆที่โรงพักในนครบาลมีอยู่แค่ 88 สน. ซึ่งหากเป็นไปตามกระแสข่าวดังกล่าว ต้องถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของตำรวจเมืองกรุง ที่หัวหน้าโรงพักถูกย้ายออกนอกหน่วยกว่า 80-90% ขนาดช่วงที่นักการเมืองมีบทบาทยังไม่กล้าเพียงนี้

เช่นเดียวกับ “สอบสวนกลาง” แม้จะทบทวนชื่อตำรวจที่โดน “กาหัว” อีกครั้ง แต่บัญชีรายชื่อตำรวจที่ถูกเสนออกนอกหน่วยก็ยังเป็นหลักร้อย แถมหลักร้อยไม่ร้อยเปล่า กลุ่มที่ถูก “กาหัว” ในโซนสีดำ โดนล็อคเก้าอี้ให้ไปอยู่ไกลสุดกู่ ส่งผลให้ตำรวจทั้ง 2 กองบัญชาการ ระส่ำระส่าย ไม่เป็นอันทำงาน มิหนำซ้ำตำรวจหน่วยงานอื่นที่รู้ข่าวต่างก็ปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะพยายามคิดว่าสมบัติผลัดกันชม หรือทีใครทีมัน แต่ขวัญกำลังใจในการทำงานก็หดหาย และผลพวงก็กระทบมาถึงประชาชนตาดำๆอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หนทางเดียวที่จะหยุดความระส่ำ ระส่าย สร้างขวัญ กำลังใจ ให้ “ตำรวจ” กลับคืนมา คงต้องหวังพึ่งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. จะหาญกล้าเพียงใดในการทำหน้าที่คืนความยุติธรรมให้ชาวสีกากี “หยุด” หรือ “เบรก” โผแต่งตั้งที่ทำลายขวัญและกำลังใจตำรวจให้ได้เพราะตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 88/2557 มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เกิดประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่มากยิ่งขึ้น

ซึ่งหนึ่งในประกาศฉบับดังกล่าว กำหนดให้การแต่งตั้งระดับ ผกก.-รองผบก. ให้นำรายชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาเป็นด่วนสุดท้าย ก่อนออกมาเป็นคำสั่ง ต่างจากของเดิมที่ใช้อำนาจผู้บัญชาการ(ผบช.) ก็ออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายได้เลย ไม่ต้องนำเข้า ก.ตร.โดยกรรมการ ก.ตร. ชุดปัจจุบันที่มีการปรับแก้ไขเช่นเดียวกัน ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ก.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็น รองประธาน ก.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็น กรรมการ จะมีบทบาทอย่างมากในการพิจารณาโผแต่งตั้ง “นายพัน” ครั้งนี้

ดังนั้นในการประชุม ก.ตร.วันที่ 7ม.ค.2558 จะเป็นการ “วัดใจ” การทำหน้าที่ของ “กรรมการ” ก.ตร. จะเป็นที่พึ่งให้กับตำรวจทั่วประเทศได้หรือไม่ หรือเป็นแค่เพียง “ตรายาง” อย่างที่ถูกปรามาสมาตลอดทุกยุคทุกสมัย
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม