แฉเซ็งลี้เก้าอี้ผกก.เมืองท่องเที่ยวสูง14ล้าน

8/2/53
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553

คมชัดลึก :"วสิษฐ"นัด กก.ประชุมด่วนสอบซื้อเก้าอี้ตำรวจ ลั่นให้ได้ข้อยุติใน 7 วัน "อธิการบดีมธ." เผย ข้อมูลเพียบ ด้านรองโฆษกปชป.แฉมีคนไม่เกี่ยวข้องร่วมประชุมทั้งที่ไม่มีอำนาจ แถมยังมีตั๋วปลอม เล็งสรุปเสนอนายกฯในทางลับ"เพื่อไทย" แฉภาค 8 เซ็งลี้เก้าอี้ ผกก.เมืองท่องเที่ยวสูงถึง 14 ล้าน แถมต้องจ่ายรายเดือน

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553

พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธร 2 (บช.ภ.2) ตามคำสั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในเรื่องการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนซื้อขายตำแหน่งตำรวจว่า จะเชิญคณะกรรมการอีก 4 คน ประกอบด้วย 

1. นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิบการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

2. รศ.สุจิตรา บุญรัตน์พันธ์ อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) 

3. นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ และ

4. นายถาวร พาณิชพันธุ์ รองอัยการสูงสุด 

มาประชุมเพื่อพิจารณาร่วมกันในต้นสัปดาห์นี้ โดยจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการทราบคำสั่งนั้น เบื้องต้นคงจะดำเนินการตามคำสั่งก่อน ทั้งนี้หากผลการพิจารณาออกมาเป็นอย่างไร จะสรุปเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ขณะที่นายสุรพลกล่าวว่า ได้รับทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างนัดวันประชุม ซึ่งคาดว่าจะเป็นต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เอกสารบางส่วนแล้ว มีจำนวนมากพอสมควร ซึ่งกำลังดูอยู่ ส่วนรายละเอียดในเอกสารจะเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับใครและเรื่องอะไรบ้างนั้นขอสงวนไว้ก่อน

ด้าน นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หนึ่งในคณะกรรมการชุดพิเศษตรวจสอบการโยกย้ายตำรวจที่มีการซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 ชุดของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรค ปชป. และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า 

จากการตรวจสอบกับนายตำรวจสัญญาบัตรในพื้นที่ภาคตะวันออกกว่า 20 คน ยืนยันว่า ในการพิจารณาโผตำรวจครั้งนี้ มีบุคคลใกล้ชิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายตำรวจที่มีอำนาจแต่งตั้งตำรวจได้เข้าไปร่วมการพิจารณาด้วย ทั้งที่ไม่มีอำนาจ และยังมีการปลอมตั๋วตำรวจอีกด้วย ส่วนการสอบสวนในครั้งนี้ต้องการให้ประชาชนประจักษ์ในการทำงานของรัฐบาล หากมีหลักฐานจะดำเนินคดีทันที โดยจะมีการประชุมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ก่อนที่จะมีผลการแต่งตั้งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะสรุปผลให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเป็นทางลับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรค ปชป. แถลงถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจว่า ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ทำงานที่กำลังจะหมดกำลังใจจากกรณีนี้ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นมะเร็งร้ายขององค์กรตำรวจ และขอสนับสนุนแนวทางของนายกรัฐมนตรี ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เป็นประธาน โดยอยากเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานการหาหลักฐานเช่นเดียวกับคดีอาญาทั่วไป เพียงแค่มีพยานแวดล้อมและข้อมูลก็สามารถสอบคดีได้ 

นอกจากนี้อยากให้ขอความร่วมมือกับธนาคาร และสถาบันการเมือง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติและเบอร์โทรศัพท์ ว่ามีความผิดปกติว่ามาจากใคร อย่างไรก็ตามอยากให้ตำรวจกล้าพูดความจริง อย่ากลัวผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชา เพราะคนพวกนี้เลวทราม จึงอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า พล.ต.อ.วสิษฐ เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ คงจะมีความเข้าใจได้ และจะทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจครั้งล่าสุด ราคาเก้าอี้หลักล้านจนถึงหลักสิบล้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) แล้ว และทางพรรคยังได้รับการร้องเรียนเพิ่มเติมในพื้นที่ บช.ภ.8 ว่าตำแหน่งผู้กำกับ (ผกก.) ราคา 3.5 ล้านบาท 

แต่หากเป็นพื้นที่ เช่น ภูเก็ต หรือพื้นที่ท่องเที่ยว ราคาจะสูงถึง 14 ล้านบาท แถมยังมีการต้องจ่ายเพิ่มอีกเป็นรายเดือนด้วย และการร้องเรียนยังระบุว่านักการเมืองใหญ่ฝ่ายรัฐบาลได้ประโยชน์ ทั้งนี้ พื้นที่ บช.ภ.8 เป็นแหล่งการพนัน บ่อน หวย แรงงานเถื่อน น้ำมันเถื่อน ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางทุจริตได้มหาศาล จึงขอให้นายกฯ สั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย
Read more ...

“ปทีป” ติงนายกฯ รื้อคำสั่งแต่งตั้งไม่ได้

8/2/53
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 4 กุมภาพันธ์ 2553 22:59 น.

“ปทีป” ติงนายกฯ รื้อคำสั่งแต่งตั้งไม่ได้ ยันตำรวจที่ได้แต่งตั้งต้องปฎิบัติหน้าที่วันที่ 16 ก.พ. ตามคำสั่ง ส่วนกรรมการตรวจสอบซื้อตำแหน่งก็ทำหน้าที่ไป ส่วนคดียิงสนธิ รอข้อมูลจาก “อัศวิน”


วันนี้ (4 ก.พ.) ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม (รร.นรต.) พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสิรฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรอง ผบก.-สว.ที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว ทางตร. ก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกเพราะจะซ้ำซ้อน กัน

เมื่อถามว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)และ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 (บช.ภ. 2) มีความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้ง จะต้องระงับคำสั่งหรือไม่ รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ระงับไม่ได้ ต้องเดินไปตามคำสั่ง กระบวนการแต่งตั้งก็ว่าไป การสอบสวนตรงนั้นก็ว่าไป คนละกระบวนการกัน คำสั่งทั้งหมดให้มีผลวันที่ 16 ก.พ.เหมือนเดิม

เมื่อถามว่าจะต้องมีการรื้อคำสั่งหรือไม่ หากพบความไม่ชอบมาพากล หรือพบว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรืองไหนไม่ชอบมาพากล ตรงนั้นถึงจะทำได้แต่ถ้าพูดในภาพรวมว่ามีการซื้อชายตำแหน่งแล้วต้องมารื้อคำสั่งอย่างนั้นทำไม่ได้ แค่สงสัยอย่างเดียว แล้วมารื้อไม่ได้หรอก ต้องพิสุจน์ให้เห็นชัดว่าอะไรคือความไม่ชอบธรรม ถ้าพูดอย่างนี้ได้แง่ของกระบวนการทางกฎหมาย เราทำอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยให้คำสั่งเดินหน้าและตอนนี้ก็ยังไม่ต้องเรียกผู้บัญชาการหน่วยที่ถูกกล่าวหามีแต่งตั้งไม่ชอบธรรมมาพบมาพบ ปล่อยให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดที่ นายกรัฐมนตรีตั้งมาดำเนินการไป

พล.ต.อ.ปทีป ยังกล่าวถึงการสืบสวนสวนหากลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงกล่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่ม พธม.ว่า เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร.ซึ่งดูแลพื้นที่ ผบช.น.กำลังดำเนินการอยู่ มีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ แต่ไม่เร็วอย่างที่สังคมคาดหวัง ยืนยันว่ายังเดินหน้าไม่หยุด

ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลพื้นที่ บช.น. กล่าวว่า ยังไมได้ดูคดีนี้ สำนวนทุกอย่างอยู่ที่ พล.ต.ท.อัศวิน อย่างไรก็ตามจะเรียก พล.ต.ท.อัศวิน เข้ามพูดคุยถึงความคืบหน้าคดีนี้
Read more ...

“ปทีป” จวก บช.ภ.1 เมินแต่งตั้งตำรวจน้ำดี-แฉมีลักไก่ไม่ตรงบัญชีที่ทำมา

8/2/53



โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 4 กุมภาพันธ์ 2553 22:50 น.

รักษาราชการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ สั่งให้ความเป็นธรรมกับ สวญ.ม่วงค่อม ลพบุรีแล้ว พร้อมเรียก ผกก.กำลังพล คนทำบัญชีไปจวกนานนับชั่วโมง เผยมี บช.ลักไก่แอบแต่งตั้งนายตำรวจที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ไม่ตรงกับบัญชีที่เสนอมายัง ตร.

วันนี้ (4 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ได้กล่าวถึงการตรวจสอบข่าวเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม และมีเรื่องทุจริต จนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตั้งกรรมการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวโดยมี

พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุณชร อดีตรอง อ.ตร. เป็นประธาน

ในการสอบนายตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 1 ร้องเรียนขอความเป็นธรรมว่าไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งๆ ที่เข้าหลักเกณฑ์ได้สถานีตำรวจเพื่อประชาชนดีเด่นชนะเลิศระดับประเทศ

พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนของนายตำรวจทั้งสองคนแล้ว โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานกำลังพลตรวจสอบแล้ว และได้เรียก

พ.ต.อ.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช ผกก.ฝอ1.บช.ภ.3 

ซึ่งเป็นคนทำบัญชีแต่งตั้งของ ตำรวจภูธรภาค1 ซึ่งในคำสั่งนี้ ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ ย้ายมาเป็น ผกก.ฝอ1. บช ภ.1 มาชี้แจง เบื้องต้นทางภาคอ้างว่า ได้จัดให้รองผู้กำกับหัวหน้าสถานีที่ได้โรงพักเพื่อประชาชนดีเด่นเลื่อนเป็นผู้กำกับแล้ว คือ

พ.ต.ท.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกุล สวญ สภ.พระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา 

ซึ่งเป็นโรงพักเพื่อประชาชนดีเด่นของภาค แต่ทุกกองบัญชาการพิจารณาจากสถานีตำรวจที่ได้รับรางวัลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงให้ทางกำลังพลไปพิจารณาในเรื่องนี้ว่า ภาค 1 ทำถูกหรือไม่ แต่ในทางกลับกันในระดับ ผกก.เลื่อนเป็น รอง.ผบก.ทางภาค 1 กลับพิจารณาจากสถานีตำรวจที่ได้รับรางวัลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะให้ความป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีป ได้เรียก พ.ต.อ.จักรกฤษ เข้าพบนานกว่า 1 ชม. โดยคาดว่าน่าจะถูกตำหนิเรื่องการแต่งตั้ง ที่ไม่ยอมแต่งตั้ง พ.ต.ท.สมศรี ทั้ง ๆ ที่ได้รับรางวัลสถานีตำรวจเพื่อประชาชนดีเด่น เพราะเป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งแข่งกันทำงานเพื่อประชาชน โดยใครได้รางวัลก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งเต้น และมีตำรวจจากส่วนกลางเป็นผู้ตัดสิน

ส่วนกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ทำหนังสือขอยกเว้นหลักเกณฑ์ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ประมาณ 10 ราย แต่เมื่อคำสั่งออกมาพบว่า การขอยกเว้นไม่ตรงกับที่ยื่นบัญชีขอยกเว้นมา เช่นขอยกเว้น ผกก.ในสถานีตำรวจแห่งหนึ่งที่ยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี ไปเป็น ผกก.ในสังกัดหนึ่ง แต่เมื่อแต่งตั้งออกมาปรากฏว่าไปเป็น ผกก.ในสถานีตำรวจที่ไม่เสนอมา ซึ่งเรื่องนี้ได้สั่งให้สำนักงานกำลังพลไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่า มีเหตุผลอะไรจึงไม่ทำตามบัญชียกเว้นที่เสนอมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สำนักงานกำลังพล พบว่าการแต่งตั้งนายตำรวจที่ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ไปแต่งตั้งในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับที่ขอมานั้นทำได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่กำลังพลระบุว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นการขอยกเว้นเป็นรายบุคคลต้องมีการชี้แจงว่า นายตำรวจรายนั้น ๆ มีความสามารถมีความจำเป็นหรือบกพร่องอย่างไร จึงต้องโยกย้ายทั้งๆที่ดำรงตำแหน่งไม่ครอบ2ปี แต่ก็ต้องรอคำชี้แจงของกองบัญชาการก่อนว่า ทำไมจึงแต่งตั้งไม่ตรงกับที่ขอยกเว้น จึงจะประมวลเรื่องเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาต่อไป

ก่อนหน้านี้

พ.ต.ท.สมศรี พัฒนาคม สวญ.สภ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี 

ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็น ต่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้าย นายตำรวจระดับรองผู้บังคับการจนถึงสารวัตรที่ผ่านมา โดยพ.ต.ท.สมศรี ระบุว่า ตนได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง.ผบ.ตร. สำนักงานกำลังกล และนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น โดยตนเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกฏเกณฑ์การแต่งตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 พล.ต.อ.ปทีป ได้มีหนังสือเวียน เลขที่ 0009.231/00199 ถึง ผู้บัญชาการทั่วประเทศเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยในข้อ 7 ของหนังสือ ระบุว่า สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับรางวัล ชนะเลิศสถานีตำรวจตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชนประจำปี 2552 แต่ละกลุ่มตำแหน่งให้หน่วยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ และให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งทุกราย

พ.ต.ท.สมศรี ระบุในการร้องเรียนว่า ตนกับ

พ.ต.ท.สมเจษฐ์ แม้นบุตร สว.สภ.มะนาวหวาน จ.ลพบุรี 

ได้รับรางวัลชนะเลิดโครงการโรงพักเพื่อประชาชน โดยตนได้รับในระดับ สารวัตรใหญ่หัวหน้าสถานี พ.ต.ท.สมเจษฐ์ ได้รับในระดับ สารวัตรหัวหน้าสถานี โดยสำนักงานจเรตำรวจ ซึ่งเป็นตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ให้คะแนนตัดสิน และผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับมอบประกาศเกียรติคุณจากท่าน รรท.ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2552 ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ สถานีตำรวจม่วงค่อมยังได้รับรางวัลนะเลิศมวลชนสัมพันธ์ดีเด่นอันดับ1ของภาค1 รางวัลฝึกตำรวจดีเด่นอันดับ 2 อีกด้วย

แต่เมื่อมีการพิจารณาแต่งตั้งในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1ที่ผ่านมา ตนและ พ.ต.ท.สมเจษฐ์ ไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง แต่อย่างใดทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่ตนได้ทำงานอย่างทุ่มเทจนได้รับรางวัลชนะเลิศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับตนดำรงตำแหน่ง สารวัตรใหญ่มา 6 ปี เกินเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำหนดไว้ 4 ปี พ.ต.ท.สมเจษฐ์ ดำรงตำแหน่งสารวัตรมา 8 ปี เกินเกณฑ์มา 3 ปี และตนก็ไม่ได้มีการถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัยแต่อย่างใดทั้งสิ้น

Read more ...

แฉลั่นสภา-เด็กนายก ล้วงโผตร.

8/2/53

วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7008 ข่าวสดรายวัน

"เหลิม"ปูด40-30-30 ภาค2เซ็งลี้ผ่านเสี่ย"ห" ปทีปสั่งสอบนครบาล ส่อรื้อนับสิบตำแหน่ง

"วสิษฐ เดชกุญชร" นั่งประธานสอบเซ็งลี้เก้าอี้ตร. "ปทีป" สั่งสอบโผนครบาลนับ 10 ตำแหน่งที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ แต่ไม่ได้ย้ายไปลงตามที่ขอไว้ กลายเป็นคนอื่นเข้าเสียบแทน "เหลิม"แฉกลางสภางวดนี้ใช้สูตร 40-30-30 โดยมีกลุ่มพันธมิตร กับคนใกล้ชิดนายกฯส่งตั๋วฝากเด็กด้วย เตรียมโชว์หลักฐานตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียนเรื่องซื้อขายตำแหน่งโยกย้ายตำรวจว่า ขณะนี้ได้ประธานคณะกรรม การแล้ว คือ

พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต รอง อ.ตร. 

ซึ่งพล.ต.อ.วสิษฐกำลังเสนอรายชื่อกรรม การเข้ามา คาดว่าจะได้คณะกรรมการทั้งหมดในวันนี้

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กล่าวถึงกรณีนายกฯ อาจสั่งรื้อบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจใหม่ เพราะได้รับร้องเรียนเรื่องซื้อขายตำแหน่งว่า ไม่ทราบ ยังไม่เจอคำร้องเรียนมาที่ตน แต่ทราบว่ามีการร้องเรียนส่งไปถึงนายกฯ ตนก็รอว่านายกฯ จะสั่งการเองหรือจะมอบตนดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ระบุชัดเจนว่าได้รับร้องเรียนซื้อขายตำแหน่งในบช.ภาค 2 มากที่สุด ประธานก.ตร.กล่าวว่า "ที่ไหนก็ได้ ถ้ามันมีเรื่องใช้ไม่ได้ คนถ้าจะโยกย้ายแต่งตั้งเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง แล้วต้องมาเสียเงิน มันหมดท่าหมดศักดิ์ศรี แสดงว่าระบบมันแย่แล้ว ถ้ามีจริงขอให้มีหลักฐานมาเราจะดำเนินการ"

เมื่อถามว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่ หรือใช้คณะกรรมการชุดเดิมดำเนินการ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องปรึกษาก.ตร. ทั้งนี้ มีวิธีดำเนินการอยู่ ผบ.ตร.สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง หรือระดับสูงขึ้นไปก็ให้เป็นเรื่องของ ก.ตร. เมื่อถามว่าการสอบสวนเรื่องร้องเรียนซื้อขายตำแหน่งครั้งที่แล้ว ที่มีนายปรีชา วัชราภัย อดีตเลขาธิการก.พ. เป็นประธานมีผลสรุปออกมาหรือยัง นายสุเทพกล่าวว่า ผลสอบคราวที่แล้วมีปัญหานิดหน่อย เพราะนายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการสอบสวนลาออกไปก่อน ตนจึงต้องตั้งกรรมการชุดใหม่ให้เลขาธิการก.พ. เป็นประธาน วันศุกร์ที่ 12 ก.พ.นี้จะเรียกประชุมก.ตร.เพื่อหารือเรื่องต่างๆ

ขณะที่พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ. ตร. กล่าวถึงร้องเรียนขอความเป็นธรรมของ

พ.ต.ท.สมศรี พัฒนาคม สวญ.สภ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี และ

พ.ต.ท.สมเจษฐ์ แม้นบุตร สว.สภ.มะนาวหวาน จ.ลพบุรี 

ที่ไม่ได้รับพิจารณาแต่งตั้งให้มีตำแหน่งดีขึ้น ทั้งๆ ที่มีอาวุโสและโรงพักยังได้รับรางวัลดีเด่นหลายรางวัลว่า ตนได้รับหนังสือร้องเรียนของทั้งสองแล้ว เบื้องต้นสั่งการสำนัก งานกำลังพลตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว

รรท.ผบ.ตร.ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบช.น.ทำหนังสือขอยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งนายตำรวจ ประมาณ 10 ราย แต่เมื่อคำสั่งออกมาพบว่าการขอยกเว้นไม่ตรงกับที่ยื่นบัญชีขอยกเว้นมา เช่น ขอยกเว้น ผกก.สถานีตำรวจแห่งหนึ่งที่ยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี ไปเป็น ผกก.สังกัดหนึ่ง แต่เมื่อแต่งตั้งออกมาปรากฏว่าได้ไปเป็น ผกก.สถานีที่ไม่ได้เสนอมา ดังนั้น จึงสั่งสำนัก งานกำลังพลตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่ามีเหตุผลอะไรจึงไม่ทำตามบัญชียกเว้นที่เสนอมา

จากการตรวจสอบกับสำนักงานกำลังพลว่า การแต่งตั้งนายตำรวจที่ได้รับยกเว้นหลักเกณฑ์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วไปแต่งตั้งในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับที่ขอมาทำได้หรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่สำนักงานกำลังพลระบุว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นการขอยกเว้นเป็นรายบุคคล ดังนั้น ต้องชี้แจงว่านายตำรวจรายนั้นมีความสามารถ มีความจำเป็น หรือบกพร่องอย่างไร จึงต้องโยกย้ายทั้งๆ ที่ดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี และแต่งตั้งโยกย้ายไม่ตรงกับที่ขอยกเว้นต่อก.ตร.

ต่อมาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พล.ต.อ.ปทีป ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีนายกฯตั้งกรรมการสอบซื้อขายตำแหน่งว่า นายกฯตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ทางตร.ก็ไม่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบอีก เพราะจะซ้ำซ้อนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯระบุว่าพื้นที่นครบาล และบช.ภาค 2 มีความไม่ชอบมาพากลจะต้องระงับคำสั่งหรือไม่ รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ระงับ ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามคำสั่ง กระบวนการแต่งตั้งก็ว่าไป การสอบสวนก็ว่าไป คนละกระบวนการกัน คำสั่งทั้งหมดมีผลวันที่ 16 ก.พ.เหมือนเดิม เมื่อถามว่าจะต้องรื้อคำสั่งหรือไม่ หากพบความไม่ชอบมาพากล หรือพบการซื้อขายตำแหน่ง รรทผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรื่องไหนไม่ชอบมาพากล ถึงจะทำได้ แต่ถ้าพูดภาพรวมว่ามีซื้อชายตำแหน่งแล้วต้องรื้อคำสั่ง ทำไม่ได้ แค่สงสัยอย่างเดียว แล้วรื้อทำไม่ได้หรอก ต้องพิสูจน์ให้ชัดว่าอะไรคือความไม่ชอบธรรม ตอนนี้ยังไม่ต้องเรียกผู้บัญชาการหน่วยที่ถูกกล่าวหามาพบ ปล่อยเป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดที่นายกฯตั้งมาดำเนินการไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากบช.น.มีคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจระดับรอง ผบก.ถึงสาร วัตร ตามคำสั่ง บช.น.ที่ 49/2553 ลงวันที่ 30 ม.ค.ไปแล้วนั้น บรรดาตำรวจในบช.น.วิพากษ์วิจารณ์บางตำแหน่งอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกรณีมีผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนแล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่งให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งย้ายออกไปที่ใด เช่น ลำดับที่ 282

ร.ต.อ.พรศักดิ์ โรจน์รัตนชัย รองสว.ฝอ.1 บก.อก.บช.น. เป็น สว.ฝอ.1 


แทน


พ.ต.ต.หญิงอภิรติ สุขใจ สว.(ประวัติ) ฝอ.1 บก.อก.บช.น. 

แต่พ.ต.ต.หญิงอภิรติยังไม่มีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งที่ใด อีกตำแหน่งคือลำดับที่ 315

ร.ต.อ.หญิงพนิดา ทุมรินทร์ รองสว.อก. สน.สำราญราษฎร์ 

มีคำสั่งให้ไปเป็น สว.ฝอ.7 บก.อก.บช.น. แทน

พ.ต.ต.หญิงธิติกมล ปิตา

ที่ยังไม่มีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งที่ใดเช่นกัน

นอกจากนี้คำสั่งเดียวกัน บช.น.แต่งตั้ง

พ.ต.ท. วิฑูร เหลืองอมรศักดิ์ รองผกก.ฝอ.1 บก.อก.ภาค 8

คนสนิท พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น รองผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น. ซึ่งมีบทบาทในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งของบช.น. ครั้งนี้ ถือว่ามีส่วนได้เสียกับการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งตามธรรมเนียมจะไม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายเด็ดขาด

ขณะที่

พ.ต.อ.อภิชัย ธิอามาตย์ รองผบก. ตปพ.(191) 


ที่ถูกย้ายออกนอกหน่วยไปเป็นรอง ผบก.อก.บช.ตชด. โดย


พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.อก.บช.ตชด.ภาค 4 (สงขลา)

 เข้ามาเป็นรองผบก.ตปพ.แทน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ไม่ทราบเหตุผลของผู้บังคับบัญชาว่าโยกย้ายเพราะเหตุใด ที่ผ่านมาตนปฏิบัติหน้าที่อยู่บก.ตปพ.มาเป็นเวลานาน ทำหน้าที่ขับรถนำขบวนและอารักขาพระราชวงศ์มาตลอด ไม่เคยบกพร่องเรื่องปฏิบัติหน้าที่ แต่จู่ๆ ก็มีคำสั่งให้ไปอยู่ที่อก.บช.ตชด. อย่างไรก็ตามในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาหากเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำแหน่งนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีตั๋วนายทุนร้านเพชรคนสนิทอดีตผบ.ตร.เข้ามาเกี่ยวข้อง

ด้าน พ.ต.ต.หญิง ธิติกมล ปิตา เปิดเผยว่า ทราบว่ามีคำสั่งบช.น.แต่งตั้งคนอื่นมาดำรงตำแหน่งแทนมีผลวันที 16 ก.พ.นี้ ส่วนตัวสมัครใจไปอยู่บช.ศ. แต่จนวันนี้ยังไม่เห็นคำสั่งของบช.ศ.ให้ตนไปอยู่ตำแหน่งใด ขณะที่ พ.ต.ต.หญิง อภิรติ อยู่ระหว่างลาพัก 2 วัน

วันเดียวกันที่รัฐสภา ระหว่างนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานประชุมสภาผู้แทนฯ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี กรณีคณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูล 3 นายพลตำรวจ ประกอบด้วย

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.
พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น. และ
พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีตผบก.ภ.จว. อุดรธานี

จากเหตุการณ์สลายม็อบ ว่า ขอชมเชยนายกฯ ทำถูกแล้วที่เบรกก.ตร.เรื่องการลดโทษ แต่เรื่องซื้อตำแหน่งผู้กำกับ สารวัตร ที่เป็นปัญหาอยู่นั้น ตนเป็นสารวัตรตั้งแต่อายุยังน้อย ข้างในเป็นอย่างไรรู้หมด เรื่องฝากมีแน่ แต่ไม่รุนแรงเหมือนยุคนี้ เพราะยุคนี้มี

อัตรา 40 ต่อ 30 ต่อ 30 

โดยในส่วน 40 มีกลุ่มพันธมิตรประชา ชนเพื่อประชาธิปไตยขอด้วย และยังมีคนในรัฐบาลโทรศัพท์ไปที่บช.ภาค 8 เพื่อขอแต่งตั้งโยกย้าย คนใกล้ตัวนายกฯ มีนามบัตรไปฝากตำรวจ ตนจะเอามาให้นายกฯ ดูในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าใครบอกว่าไม่มี ขอท้าสาบานหน้าพระแก้วมรกต คงตายหมดแน่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่า เรื่อง 3 นายพลตำรวจแม้ตนเป็นผู้ร้องกรณี 7 ต.ค.2551 จนป.ป.ช.ชี้มูล แต่เมื่อเป็นรัฐบาลก็ให้ความเป็นธรรม โดยเชิญเลขาธิการป.ป.ช. กฤษฎีกามาหารือ ได้รับความเห็นว่าอุทธรณ์ไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้ความเป็นธรรม ซึ่งยังมีศาลปกครองเป็นช่องทางให้ผู้เสียหายต่อสู้ ส่วนปัญหาแต่งตั้งโยกย้าย การฝากกับการซื้อตำแหน่งไม่เหมือนกัน ยอมรับว่ามีการฝากเกิดขึ้น แต่ผู้ใช้ดุลพินิจต้องดูความเป็นธรรม และไม่ใช่ใครคนใดจะใช้สิทธิพิเศษเอื้อประโยชน์ใคร แต่ตอนนี้ที่มีข้อมูลส่งมาเพียงพอต่อการตั้งกรรมการสอบ ตนจึงตั้งกรรมการ โดยทาบทามพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

ร.ต.อ.เฉลิมสอบถามกรณี 3 นายพลตำรวจ เมื่อชัดเจนว่าผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาที่เสียชีวิตไม่ได้ตายด้วยแก๊สน้ำตา นายกฯ ที่เป็นนายตัวจริงของตำรวจต้องรวบรวมหลักฐานใหม่ส่งให้ป.ป.ช. เหมือนคดีเชอรี่แอน เมื่อสอบสวนพบหลักฐานใหม่ แม้ศาลตัดสินแล้วก็สามารถรื้อการพิจารณาขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม กรณีนี้ตำรวจหวังพึ่งนายกฯ ไม่ได้หวังพึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่นายกฯ มอบหมายให้ดูแลตำรวจ

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายของบช.ภาค 2 มีความผิดปกติ คือไม่ตรงตามระเบียบ และมีซื้อขายตำแหน่ง โดยใช้วิธีผ่านคนกลาง ชื่อย่อ "ห." บุคคลนี้ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในบช.ภาค 2 ใช้วิธีออกไปสอบถามว่าใครต้องการตำแหน่งไหน อย่างไร จากนั้นพูดคุยตกลงเรื่องผลประโยชน์ คล้ายกับประมูลตำ แหน่ง ใครให้มากจะได้ตำแหน่งนั้นไป รายชื่อโยกย้ายครั้งนี้ที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เสนอผลประโยชน์ให้กับนาย "ห." ดังกล่าว ตนมีข้อมูลพร้อมมอบให้พล.ต.อ.วสิษฐ ประธานสอบที่นายกฯ ตั้งขึ้น

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตผบช.ก. ประธานชมรมอาสาพิทักษ์ปกป้องตำรวจและครอบครัว พร้อมด้วย 
พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน อดีตรองอ.ตร. 
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตคณะกรรมการป.ป.ช. 

พร้อมด้วยสมาชิกทั้งตำรวจนอกราชการและในราชการ 50 คน แถลงตั้งชมรมอาสาพิทักษ์ปกป้องตำรวจและครอบครัว เนื่อง จากเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันสังคมเกิดความไม่เข้าใจกัน แบ่งแยกความคิด แม้แต่ในกระบวน การยุติธรรม เช่น กรณีเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ตำรวจที่ทำหน้าที่ถูกลงโทษถึงปลดออก และถูกดำเนินคดีอาญา หลายเหตุการณ์ตำรวจไม่ได้รับความเป็นธรรม ขาดขวัญกำลังใจ ขาดความมั่นคงในอาชีพ ส่งผลกระทบถึงครอบครัว และเกียรติภูมิตำรวจ

พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าวว่า จากเหตุเหล่านี้จึงหารือกันระหว่างตำรวจในและนอกราชการ ครอบ ครัวตำรวจ จัดตั้งชมรมเพื่อบรรเทาความเสียหายที่ตำรวจได้รับเป็นการเฉพาะหน้า ปกป้องรักษาสิทธิ สร้างขวัญกำลังใจตำรวจและครอบครัว โดยจะส่งใบสมัครไปยังทุกสถานีตำรวจเพื่อเปิดรับสมาชิกโดยไม่เลือกสีเลือกข้าง

พ.ต.อ.บรรจบ สุดใจ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ทำลายระบบการทำงานของตำรวจ โดยเฉพาะการไม่แต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ตนและสมาชิกจะแจ้งความดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์ ที่กองปราบปราม วันที่ 11 ก.พ. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

หน้า 1
Read more ...

ผบช.ภ.2 ร่อนหนังสือแจงยิบตั้ง รอง ผบก.-สว.โปร่งใส

7/2/53

ผบช.ภ.2 ร่อนหนังสือถึงสื่อแจงละเอียดยิบทุกกรณี ยันแต่งตั้งเป็นธรรม ไม่มีเซ็งลี้ซื้อขายเก้าอี้ตั้ง รอง ผบก.-สว.ย้ำทำตามกฎ ก.ตร.อย่างเคร่งครัด

วันนี้ (5 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 

พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) 

มีหนังสือราชการที่ 0017(นว)/0003 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 

เรื่องชี้แจงกรณีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงสื่อมวลชนทุกแขนง โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่มีการร้องเรียนว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) ถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ในสังกัด บช.ภ.2 นั้นขอเรียนว่า บช.ภ.2 ได้ดำเนินการแต่งตั้งเป็นไปตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ สว.ถึงจเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2549 และเป็นไปตามหนังสือสั่งการของ ตร.ด่วนที่สุด ที่ 00009.23/00199 ลง 14 มกราคม 2553 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว.ถึงรอง ผบก.วาระประจำปี 2552

พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ชี้แจงว่า การพิจารณาให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นได้พิจารณาจากผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ที่ตำรวจภูธรจังหวัด กองบังคับการอำนวยการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน และศูนย์ฝึกอบรม ในสังกัดบช.ภ.2 ได้เสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันได้พิจารณาจากลำดับอาวุโส จำนวนไม่น้อยกว่า 25 % ของตำแหน่งที่ว่าง โดยใน บช.ภ.2 รอง ผบก.ว่าง 11 ตำแหน่ง แต่งตั้งตามอาวุโส 3 ราย ผกก.ว่าง 28 ตำแหน่ง แต่งตั้งตามอาวุโส 7 ราย รอง ผกก.ว่าง 27 ตำแหน่ง แต่งตั้งตามอาวุโส 7 ราย สว.ว่าง 73 ตำแหน่ง แต่งตั้งตามอาวุโส 19 ราย

สำหรับกรณีที่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับรางวัลชนะเลิศตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน ประจำปี 2552 แต่ละกลุ่มตำแหน่งได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง ได้แก่ ผกก.สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ผกก.สภ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว สมัครใจย้ายไป สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่มีปริมาณและคุณภาพงานสูงขึ้น ขณะที่สารวัตรใหญ่ สภ.วังตะเคียน จ.ประจีนบุรี และสารวัตรสำนักทอง จ.ระยอง ได้รับการพิจารณา สำหรับกรณีข้าราชการตำรวจตามที่อนุก.ตร.ร้องทุกข์ มีมติให้เยียวยาหรือแก้ไขให้กับผู้ร้องทุกข์ ได้แต่งตั้ง พ.ต.ท.ไวยวุฒิ รัตนวิโรจน์ รองผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ตราด ไปเป็น ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ภ.จว.สระแก้ว

ส่วนในการพิจารณาเลื่อนสูงขึ้นสำหรับตำแหน่งว่างที่เหลือพิจารณาตามลำดับความเหมาะสมจากผู้เหมาะสมมากที่สุดโดยเปรียบเทียบถึงตำแหน่งที่คัดเลือกแต่งตั้งว่ามีความเหมาะสมถึงตำแหน่งใด ไปตามลำดับ ซึ่งความเหมาะสมพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ผลการปฏิบัติงาน การบริหารงาน และการปกครองบังคับบัญชา ผลการประเมินงาน คุณวุฒิ ความประพฤติ ประวัติรับราชการและอาวุโส ประกอบกัน

พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ยังชี้แจงถึงกรณีแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียน ว่า พิจารณาจาก 1.ผู้ดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ตำแหน่งเดิมติดต่อกันเป็นระยะเวลา 4 ปี เช่น ผกก.สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี ย้ายไปเป็นผกก.สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 2.ได้เยียวยาให้ผู้ที่ อ.ก.ตร.มีมติให้เยียวยาในกรณี พ.ต.ท.พลากร สลีแดง รองผกก.ปป.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้ย้ายมาเป็นรองผกก.ปป.สภ.เมืองปราจีนบุรี

ส่วนที่ ตร.กำหนดว่า กรณีจะแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี หากจะแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม จะต้องมีข้อมูลและเหตุผลความจำเป็นเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผบ.ตร.ก่อนนั้น 

ในส่วนของ บช.ภ.2 มีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี จำนวน 7 นาย ซึ่งมีส่วนสำคัญเพียง 2 ราย คือ 

ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ
สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี 

ที่เป็นการเตรียมบุคลากรรองรับการทรงงานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่สำนักงานอัยการศาลจังหวัดพัทยา และศาลจังหวัดพัทยา

ส่วนรายอื่นๆ เป็นการย้ายให้ตรงกับลักษณะงานที่เคยปฏิบัติมาก่อนปรับโครงสร้าง และเหตุผลเนื่องจากถูกจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ ในกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในวาระประจำปี 2552 ของ ผบช.ภ.2 ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งแต่อย่างใด ซึ่งยืนยันว่าเป็นไปด้วยความชอบธรรมและเป็นธรรม
Read more ...

"สุเทพ"ปัดมีร้องเรียนเซ้งลี้เก้าอี้ตำรวจ

3/2/53

“สุเทพ”ระบุยังไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งตำรวจสูงถึง 7 หลัก

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในการจัดทำบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจในบช.น.และบชภ.ต่างๆว่า ยังไม่ได้เคยได้รับหนังสือร้องเรียนเลย

ส่วนการร้องเรียนมาคราวที่แล้วที่ได้มอบให้คณะกรรมการชุดที่มีนางเบญวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการก.พ.เป็นประธาน ก็ยังสอบสวนยังไม่เสร็จเลย ขนาดมีนามบัตรนายศิริโชค โสภาก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นลายเซ็นจริงหรือปลอม มันก็ยากนิดหน่อย เราต้องช่วยกันพยายามหาทางแก้ไขให้ได้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทำอย่างไรให้ เป็นไปตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ถ้าตำรวจต้องเสียเงินทองเพื่อที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งมันก็เป็นความอัปยศ ที่สุดแล้ว แต่ว่าเวลาจะเอาผิดก็ยาก แต่ว่าอย่าละความพยายาม 

เมื่อถามว่า ในช่วงสุญญากาศที่ผ่านมามีเสียงนินทากันมาตลอดว่าต้องมีการจ่ายเงินซื้อตำแหน่งในระดับสารวัตรกันเป็นตัวเลขถึง 7 หลัก นายสุเทพ กล่าวว่า มันก็มีคนพูดอยู่เรื่อย ตนก็พยายามขอให้หาหลักฐานตรงไหนให้ได้เจ็งๆ สักคนก็ยังดี แต่ก็ยังไม่เจอ ถ้าท่านนายกฯสั่งการมาที่ตนๆ ก็พยายามหาคนที่รู้ทางหนีทีไล่ดีที่จะพยายามขุดคุ้ยเอามาดูว่าจะทำได้อย่าง ไร

ต่อข้อถามที่ว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำแหน่งในพื้นที่บช.น.บางแห่งต้องจ่ายเงินสูงถึง 7–8 หลักมีมานานแล้ว จะแก้ปัญหาได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่แน่ใจ จึงไม่กล้าปรักปรำใคร ถ้ามีการร้องเรียนกหรือมีอะไรที่เป็นหลักฐานมาก็จะพยายามหาทางที่จะสืบสวนสอบสวน แต่ไม่กล้าที่จะไปปรักปรำตรงนั้นตรงนี้ บางทีคนที่ไปฝากฝังหรือวิ่งเต้นแล้วไม่สำเร็จก็อาจจะออกมาร้องเรียนเองก็ได้ ก็ไม่รู้ ต้องดูกันไป

เมื่อถามต่อว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าภายในเดือนก.พ.นี้จะสามารถเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อเลือกผบ.ตร.คนใหม่ได้ ตรงนี้มีความมั่นใจอะไรพิเศษถึงทำให้นายกฯมั่นใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบจริง ๆ เพราะรับผิดชอบเฉพาะในส่วนที่เป็นก.ตร. เรามีขีดจำกัดในการทำงาน ก็ต้องดูแลในหน้าที่ตัวเอง ซีกที่เกินไปนั้นไม่ทราบ

เมื่อถามอีกว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าหากยังมีปัญหาอยู่ก็จะให้พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการไปจนเกษียณ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนนี้ก็รักษาการไปก่อน ตอบยากจริง ๆ ขอความกรุณาว่าปัญหานี้อย่ามาถามตนอีกได้มั้ย ถามไปตนก็ตอบลำบาก เมื่อถามกระเซ้าว่า แสดงว่ามี 2 เรื่อง ที่นายสุเทพพูดไม่ได้ คือ เรื่องรัฐธรรมนูญ และเรื่องผบ.ตร. นายสุเทพ หัวเราะอย่างอารมณ์ดียกมือเอานิ้วโป้งจรดนิ้วก้อยแสดงว่าเล็กนิดเดียวพร้อมกล่าวว่า “ตัวผมก็เท่านี้”
Read more ...

โผไม่ลงตัว

1/2/53
ความไม่ลงตัว คำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบก.-สว.

จากนโยบาย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ต้องการให้ทุกหน่วยลงนามคำสั่งในวันที่ 22 ม.ค. และให้มีผลในวันที่ 16 ก.พ.

ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 25 ม.ค.นี้?!?

เหตุหนึ่งว่ากันว่ามาจากความไม่ลงตัวของโผที่มีการ แทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ที่ส่งคนเข้ามาลงใน ตำแหน่งที่ต้องการ และเด้งคนเก่าไป ทั้งที่บางคนอยู่ในตำแหน่งไม่ครบหลักเกณฑ์ 2 ปี

ทำให้ พล.ต.อ.ปทีป ต้องมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กฎเหล็ก ก.ตร.ที่นำมาใช้ เพื่อไม่ให้มีการโยกย้ายล้างบาง เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์อึงคะนึงในเรื่องการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง การ สอดแทรกบัญชี เด็กฝากที่อ้างนโยบายการเมือง และ นโยบาย ตร. จนทำให้ ผบช.แต่ละหน่วย เกิดความอึดอัด ไม่มีสิทธิ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย

เพราะบัญชีที่ฝากลงไป มีการเลือกที่ เลือกตำแหน่ง จน ผบช.หน่วยแทบกระดิกตัวขยับขยายทำอะไรไม่ได้เลย

กดดัน ผบช.จนแทบหายใจไม่ออก

แถมยังมีนายตำรวจที่ได้ชื่อว่า ห้อยโหน เดินประสานหน่วย สมอ้างตั๋วการเมือง ทำบัญชีสอดไส้ เข้าไปด้วย เมื่อตรวจสอบบัญชีก็พบว่าเป็นการแอบอ้างขึ้นมา

โดยเรื่องนี้ได้มีตำรวจระบายความในใจถึงผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการแทรกแซงของนายตำรวจระดับ ผกก.และรอง ผกก. ที่สมอ้างเป็นตัวประสานบัญชี

มีคนสนิทของนักการเมืองใหญ่เป็นแบ็ก กดดันบัญชีแต่งตั้ง

และยังมีข่าวหนาหูใน เรื่องผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งคนที่เสนอเลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย หรือขออยู่ที่เดิม มีบางรายที่โดนเด้งพ้นนอกหน่วย ป้ายสีเป็นเด็กสายการเมือง ขั้วอำนาจเก่า ไม่มีโอกาสชี้แจงหรือทราบเหตุผลคำสั่งโยกย้าย

หลายเหตุ หลายปัญหา จึงทำให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ต้องเลื่อนคำสั่งแต่งตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ต้องการให้เกิด ความเป็นธรรมมากที่สุด

ต้องดูกันว่าคำสั่งที่ออกมาครั้งนี้ เปิดชื่อดูแล้ว วงในย่อมรู้ดี

จะมีรายชื่อตามที่เกิดปัญหาหรือสามารถสกัดกั้นได้หรือไม่.

สหบาท
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม