"มาร์ค"บี้"สุเทพ" ตั้ง"นายพลสีกากี"ทำให้ได้(9 พ.ย.2552)

9/11/52




วันที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11566 มติชนรายวัน

พร้อมนั่ง"ปธ.ก.ตร."ประชุมเอง ลั่น"อนุฯ"มีปัญหาเปลี่ยนตัวได้

"มาร์ค"บี้"สุเทพ"เดินหน้าประชุม ก.ตร.แต่งตั้ง"รอง ผบ.ตร.-ผบช." ลั่นต้องให้จบโดยเร็ว พร้อมนั่งประธาน ก.ตร.เอง ไฟเขียวเปลี่ยนตัว อนุ ก.ตร.มีปัญหาซื้อขายเก้าอี้ รับการเมืองแทรกสีกากีทำขัดแย้งตั้ง"ผบ.ตร."ไม่ได้ นัดตั้ง"ก.ต.ช.คุณวุฒิ"แทนที่ว่าง หลัง 20 พ.ย. ปธ.บอร์ดเล็กยันไม่ออก ชี้หวังดิสเครดิต พท.จี้"นายกฯ-เทพเทือก"เอาผิดคนใกล้ชิด-อนุ ก.ตร.ฝากเด็ก ให้เวลา 7 วัน ร้อง ป.ป.ช.ฟัน 157

@ "มาร์ค"จี้"สุเทพ"ประชุมก.ตร.ต่อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เดินหน้าแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึงผู้บัญชาการ (ผบช.) ต่อไป โดยให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา หลังที่ประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ล่มลงเป็นครั้งที่ 3 ว่า ติดตามจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนทราบเป็นปัญหาที่เกิดจากคณะอนุกรรมการข้าราชการ ตำรวจ (อนุ ก.ตร.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการซื้อขายตำแหน่ง

"ความจริงก่อนไปประชุมผู้นำอนุภาคลุ่ม น้ำโขงที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน มอบนโยบายนายสุเทพไว้ว่าอยากให้จบตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน จนขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับนายสุเทพ แต่คิดว่านายสุเทพคงเรียกประชุม ก.ตร.โดยเร็ว เพราะปัญหาเรื่องอนุ ก.ตร.ซื้อขายตำแหน่งต้องแยกออกไป เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายมีกระบวนการ มีคณะกรรมการกลั่นกรองและคัดเลือกอยู่แล้ว ก็น่าจะเดินต่อ ไปได้" นายกฯกล่าว

@ ไฟเขียวเปลี่ยนอนุก.ตร.มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่จำเป็นต้องนำผลการตรวจสอบของอนุ ก.ตร.ซื้อขายตำแหน่งมาประกอบพิจารณาแต่งตั้งใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เข้าใจว่ามี 2 ส่วนคือ การแต่งตั้งของปีปัจจุบันซึ่งยังไม่ได้มีการแต่งตั้ง จึงยังไม่มีประเด็น แต่อนุ ก.ตร.ไปพูดถึงการดำเนินการในอดีต ถ้ามีความไม่ถูกต้องก็ทำได้และควรจะทำ แต่ถ้าใครเห็นว่าอนุ ก.ตร.คนไหนมีปัญหา จะใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนกรรมการหรืออะไรก็สามารถทำได้ หากเห็นว่ามีความไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมควรจะเดินต่อไปหากผลสอบออกมาพบความไม่ถูกต้อง เพราะไม่ต้องการให้เกิดระบบการซื้อขายตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก.ตร.ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งอนุ ก.ตร.ถึงมาตั้งข้อสงสัยกันเอง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ต้องถามคนที่ตั้งและคนที่แสดงความคิดเห็น บังเอิญไม่ได้เข้าประชุมใน ก.ตร.และในช่วงเกิดเหตุ ไม่นึกว่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะคิดว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นหลัก เพราะเห็นว่ามีกระบวนการคัดเลือกอยู่แล้ว ก็เลยขอให้จบใน ก.ตร.โดยเร็วที่สุด"

@ พร้อมนั่งปธ.ประชุมก.ตร.เอง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนายสุเทพจะควบคุมอยู่หรือไม่ เพราะประชุม ก.ตร.ล่มมา 3 ครั้งแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องทำให้ได้ และถ้าจะให้ดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ทำได้ตนต้องทำอยู่แล้ว เมื่อถามว่า หมายความว่านายกฯพร้อมจะเป็นประธาน ก.ตร.เองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่นายสุเทพคิดอย่างไร"

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าม็อบขาใหญ่พยายามดันคนของตัวเองมาดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) โดยเสนอผ่านนายกฯ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ย้อนถามว่า "ผลักดันอะไร ใครนะครับ" ผู้สื่อข่าวตอบว่าม็อบขาใหญ่ นายกฯ กล่าวว่า "ขาใหญ่ ขาเล็ก ขาสั้น ขายาว ใครนะครับ ผมยังไม่ทราบเลย"

เมื่อถามว่า นายกฯไม่ได้ลงไปเกี่ยวข้องจัดโผนายพลตำรวจใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมไม่เกี่ยวข้องเลยครับ ผมนี่เป็นคนที่บอกเสมอว่าขอให้มีหลักเกณฑ์และขอให้รับฟังข้อมูลให้ครบถ้วน คนที่มาตามหลักเกณฑ์ความถูกต้อง มีความเหมาะสม ผมทำงานด้วยทั้งนั้น"

ส่วนความคืบหน้านัดประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อแต่งตั้งกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะนัดในวันที่ 20 กว่าๆ เดือนพฤศจิกายน จำวันที่แน่นอนไม่ได้ แต่ทำเรื่องเสนอมาแล้ว เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลไม่สามารถแต่งตั้งทั้ง ผบ.ตร.และนายตำรวจระดับรองๆ ลงไปได้ สะท้อนให้เห็นอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรนี้ถูกการเมืองแทรกแซงและมีความขัดแย้งมาโดยตลอด เรากำลังจะมาคลี่คลายครับ"

@ ปธ.บอร์ดไม่ออก-ชี้มุ่งดิสเครดิต

ด้านนายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือก หรือบอร์ดกลั่นกรอง และประธานอนุ ก.ตร.ชุดพิเศษ สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการซื้อขายตำแหน่งตามที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชน กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจที่เป็นประธานสอบสวนซื้อขายตำแหน่ง เดิมที ก.ตร.จะขอให้ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน แต่ถูกปฏิเสธที่ประชุมจึงมอบหมายให้ตนทำหน้าที่แทน ร่วมกับกรรมการ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และข้าราชการประจำ การสอบสวนเป็นขั้นเป็นตอนโดยเรียก พล.ต.ท.หัวหน้าหน่วยมาให้ข้อมูล ก่อนจะลงมติเป็นเอกฉันท์และเสนอ ก.ตร.เพื่อทราบเท่านั้น และขึ้นอยู่กับนายสุเทพ ประธาน ก.ตร.จะสั่งยุติเรื่อง หรือตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดใหม่ ขึ้นมาพิจารณาก็ได้ เพราะเชื่อว่าจะกระทบกับอีกหลายคน

เมื่อถามถึงการฝากฝังตำรวจของ ก.ตร.บางคน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก.ตร.แทบทุกคนจะให้รายละเอียดแก่ ผบ.ตร.ไปพิจารณา ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ขึ้นอยู่กับ ผบ.ตร.เอง และไม่ควรเอาเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาดิสเครดิตกัน การที่ ก.ตร.บางคนเรียกร้องให้ลาออกนั้น ยืนยันว่าไม่ลาออกเพราะเป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯใครจะก้าวล่วงไม่ได้ และจะดูต่อไปว่าการซื้อขายตำแหน่งจะมีการดำเนินการอย่างไร

@ ยันชื่อโผนายพลดีกว่าชุดเก่า

"สำหรับการกลั่นกรองบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ผมคิดว่าทำดีที่สุด รายชื่อที่ออกมาน่าจะดีกว่าการกลั่นกรองชุดที่แล้ว และรายชื่อทั้งหมด รรท.ผบ.ตร.ก็เป็นผู้เสนอ กรรมการเพียงวางหลักเกณฑ์ ตรวจสอบคุณสมบัติ รายละเอียด ความเหมาะสมให้เป็นไปตามกฎ ก.ตร.เท่านั้น" นายสมศักดิ์กล่าว

เมื่อถามว่า ก.ตร.ล่มเพราะยังไม่มี ผบ.ตร.ตัวจริงหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เดิมสมัย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร. เสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้ง บรรดา ก.ตร.ก็ทักท้วงเพราะเห็นว่า พล.ต.อ.ธานีจะเกษียณอายุราชการอยู่แล้วก็มีมติให้รอไปอีกหน่อยเพื่อที่จะได้ ผบ.ตร.ตัวจริงเสียก่อนและเชื่อว่ารัฐบาลคงจะต้องแต่งตั้ง ผบ.ตร.ได้ในเร็ววัน แต่เวลาผ่านไปนานยังไม่มีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ก.ตร.จึงประชุมและมีมติให้แต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ตร. ลงมาก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่องค์กร แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะ ก.ตร.บางคนอยากให้มีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ตัวจริงเสียก่อน

@ บอร์ดเล็กมากกว่า ก.ตร.ไม่ผิด

เมื่อถามว่า บอร์ดกลั่นกรองที่มีจำนวนมากกว่า ก.ตร.จะผิดระเบียบแบบแผนหรือไม่ นาย สมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร หลังผ่านบอร์ดกลั่นกรองแล้วเข้า ก.ตร. ก็แล้วแต่ ก.ตร.จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ได้ เพราะทุกอย่างพิจารณากันไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนตัวบุคคลนั้น ผบ.ตร. เป็นผู้นำเสนอใครจะอยู่ตำแหน่งอะไร

ขณะที่ พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) ในฐานะเลขานุการ ก.ตร. กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายสุเทพ ในฐานะประธาน ก.ตร. ให้ไปตรวจสอบว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกหรือบอร์ดกลั่นกรองใหม่ ที่มี ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมอีก 6 ท่านนั้น ผิดระเบียบข้อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 หรือระเบียบ ก.ตร. หรือข้อบังคับการประชุมใดหรือไม่ อยู่ระหว่างดำเนินการให้เร็วที่สุด ยังไม่ทราบว่านายสุเทพจะสั่งการอย่างไร อาจจะขอเรียกดูก่อนมีการประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไป

@ ปธ.อนุก.ตร.ชี้ฝากเด็กอยู่ที่สำนึก

ด้านนายมนุชย์ วัฒนโกเมร ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และประธานอนุกรรมการ ก.ตร.เกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมและการพัฒนาคุณธรรม กล่าวถึงกรณีการเรียกร้องจริยธรรมคุณธรรมของ ก.ตร. หลัง ร.ต.อ.ปุระชัยนำเอกสาร นามบัตรของ ก.ตร.บางคนที่ฝากฝังนายตำรวจขอให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.สนับสนุนให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ขออยู่ตำแหน่งเดิม และย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่ดีขึ้น ว่ากฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 ผู้ที่ต้องยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัดก็คือตำรวจ ส่วน ก.ตร.นั้นยังไม่มีประมวลจริยธรรมขึ้นมาบังคับใช้

นายมนุชย์กล่าวว่า ในส่วนของการฝากฝังตำรวจเป็นเรื่องของความสำนึกของแต่ละบุคคล ถ้าไปพบตำรวจไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการเลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน ก็สามารถเสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับตัวบุคคลได้ในทางที่สร้างสรรค์ ยึดคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลัก ซึ่งไม่เรียกว่าการฝากฝังแต่เป็นเพียงการเสนอแนะ แต่ไม่ทราบว่า ก.ตร.มีหนังสือเสนอไปนั้นข้อความเป็นอย่างไร เพราะต้องมีความสำนึกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

@ รอถกมีประมวลจริยธรรม"ก.ตร."

"ผมเป็น ก.ตร.มา 3 ปีแล้วได้รับหนังสือร้องเรียนจากข้าราชการตำรวจกว่าร้อยนาย ทุกระดับชั้น โดยเฉพาะรองสารวัตรถึง ผกก. ที่อ้างว่าไม่ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ทั้งที่มีผลงาน มีความรู้ความสามารถ ซึ่งก็ต้องพิจารณาคนไหนที่มีเหตุมีผลก็จะพิจารณาส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาประมาณ 10-20 ราย แต่ก็ไม่ได้ไปติดตาม เพราะเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยในทางปกครองอยู่แล้ว นอกนั้นร้องมาตามใจก็ทิ้งลงตะกร้า" นายมนุชย์กล่าว

นายมนุชย์กล่าวว่า ต่อไปถ้าสาธารณชนเรียกร้องให้ ก.ตร.มีประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณด้วย เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ พล.ต.ต.ขึ้นไปที่จะต้องมีความรับผิดชอบ ก็จะไปพูดคุยกับ ก.ตร.ในโอกาสต่อไปว่าสมควรมีประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายอะไรกำหนดไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสำนึกของ ก.ตร.แต่ละคนสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำ

@ ย้ำหลักการต้องตั้ง"ผบ.ตร."ก่อน

เมื่อถามถึงการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ที่ยังไม่ลงตัวและการพิจารณาระดับล่างลงมาจะมีผลหรือไม่อย่างไร นายมนุชย์กล่าวว่า โดยหลักการแล้วจะต้องแต่งตั้ง ผบ.ตร.เสียก่อน ถึงจะแต่งตั้งระดับล่างลงมาได้ แต่การแต่งตั้ง ผบ.ตร.นั้นเป็นอำนาจของ ก.ต.ช.จึงไม่อาจก้าวล่วงได้ ในส่วนของ ก.ตร. เองก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการแต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร.ลงมาก่อน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอนทั้งการสั่งการที่ยังลังเล หรือทิศทางนโยบายการทำงาน

"ขณะนี้ทราบว่ามีการแต่งตั้งตำรวจรักษาราชการแทน ประมาณ 200-300 ตำแหน่ง โดยเฉพาะตำรวจที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมีกว่า 100 ตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ และหัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศ ทำให้การบริหารงานต่างๆ ไม่เหมือนตัวจริง โดยเฉพาะความรับผิดชอบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งผลกระทบจะตกกับประชาชนโดยตรง" ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิระบุ

@ พท.ขู่ร้องป.ป.ช.สอบ"มาร์ค-สุเทพ"

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า การประชุม ก.ตร.ล่มมาแล้วถึง 3 ครั้ง แสดงให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หมดความชอบธรรม ล่าสุดการประชุม ก.ตร.ที่ต้องมาล่มอีกเนื่องจากเกิดความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้ง การที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพปล่อยให้คนใกล้ชิดและอนุ ก.ตร.บางคนซึ่งเป็นพรรคพวกแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจด้วยการฝากข้าราชการตำรวจ น่าจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและทำลายระบบคุณธรรมการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

"ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้แจ้งความดำเนินคดีกับคนใกล้ชิดและอนุ ก.ตร.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใน 7 วัน หากไม่ดำเนินการจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พท.จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกฎหมายอาญามาตรา 157" โฆษก พท.ระบุ 
หน้า 1
Read more ...

"ปุ"เปิดหลักฐานลับ "ก.ตร."ฝากย้าย ( 7 พ.ย.2552 )

9/11/52

วันที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11564 มติชนรายวัน


ทำวงประชุมล่มรอบสาม "สุเทพ"เลื่อนไม่มีกำหนด

ถก"ก.ตร."ตั้ง"รอง ผบ.ตร.-ผบช."ล่มอีกรอบ "ปุระชัย"แผลงฤทธิ์งัดไม้เด็ด"นามบัตร-เอกสาร"ลายมือ 5 บอร์ดกลั่นกรองฝากเด็กสมัย"พัชรวาท"โชว์ ถามหาคุณธรรม จริยธรรม จี้แสดงสปิริตลาออก เถียงกันลั่น "สุเทพ"สั่งเลิกประชุมก่อนเผ่นกลับ

ถกตั้ง"รองผบ.ตร.-ผบช."ล่มอีก

การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)-ผู้บัญชาการ (ผบช.) ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. ต้องเลื่อนออกไปเป็นครั้งที่ 3 โดยการประชุมเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน นายสุเทพต้องยุติการประชุม เมื่อ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบรูณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ท้วงติงกรณีคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่ง ที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. มีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ก.ตร. ในเวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการคัดเลือกหรือบอร์ดกลั่นกรอง ได้ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคุณสมบัติข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้ง มี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ร่วมประชุมกว่า 3 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

ด้าน พล.ต.อ.นพดล สมบรูณ์ทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะกรรมการกลั่นกรอง กล่าวก่อนประชุม ก.ตร.ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมชูนิ้วโป้งทั้งสองมือว่า การประชุมบอร์ดกลั่นกรองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บัญชีรายชื่อการแต่งตั้งคาดว่าทุกคนจะพอใจและสามารถตอบคำถามสังคมได้ ในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสุเทพเป็นประธานประชุม ก.ตร. ที่ห้องประชุมในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมวาระที่ 1 และ 2 ผ่านไปด้วยดี ที่ประชุมยกวาระ 4 เรื่องเสนอเพื่อทราบ โดยมีประกาศ ก.ตร. เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก พิจารณาก่อน ซึ่ง พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ก.ตร. ท้วงติงถึงความเหมาะสม เนื่องจากบอร์ดกลั่นกรองมีถึง 13 คน เกินกึ่งหนึ่งของ ก.ตร.ที่มีเพียง 20 คน ถ้าบอร์ดกลั่นกรองพิจารณารายชื่อมาอย่างไร ก.ตร.ไม่สามารถคัดค้านได้ และต้องมีความเห็นตามบอร์ดกลั่นกรอง ถือว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งนายสุเทพสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาในเรื่องดังกล่าวด้วย

"ปุระชัย"งัดหลักฐานเด็กฝากโชว์

จากนั้นมาพิจารณาวาระที่ 3 นายสุเทพขอให้พิจารณาเรื่องที่ 4 ก่อนคือ รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายศิริโชคให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่าน่าจะเสร็จสิ้นเร็วกว่าเรื่องอื่นๆ โดยอนุ ก.ตร.ชุดพิเศษสรุปว่าประเด็นนี้ไม่มีผู้ให้ถ้อยคำยืนยันว่ามีการรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใด จากการแต่งตั้งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) ในวาระประจำปี 2551 แต่จากการเข้าไปแทรกแซงแต่งตั้ง ทั้งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, 4 และ 7 และกรณีขอยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งอนุ ก.ตร. มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าน่าเชื่อว่าจะมีการทุจริตหรือแสวงประโยชน์จากการแต่งตั้ง และมีความเห็นให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ด้วย



ปรากฏว่า ร.ต.อ.ปุระชัยลุกขึ้นมาอภิปราย พร้อมนำนามบัตรและเอกสารลายมือชื่อของบอร์ดกลั่นกรอง 5 ใน 9 ของอนุ ก.ตร. ที่ใช้ฝากฝังในการแต่งตั้งโยกย้ายในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาทเป็น ผบ.ตร. มาแสดงต่อที่ประชุม พร้อมถามว่าลายเซ็นเหล่านั้นเป็นของ อนุ ก.ตร.ชุดพิเศษหรือไม่ และอนุ ก.ตร.ไปเรียกรับผลประโยชน์กับการฝากฝังหรือเปล่า นอกจากนี้ยังถามหาคุณธรรม จริยธรรม ของอนุ ก.ตร.ชุดพิเศษ ที่เข้าไปทำหน้าที่ในบอร์ดกลั่นกรองด้วยว่ามีความถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เพราะ ก.ตร.ก็ออกกฎว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2551 ทำให้บรรยากาศการประชุมเคร่งเครียดทันที กระทั่งนายสมศักดิ์แสดงความรับผิดชอบด้วยประกาศขอลาออกจากประธานบอร์ดกลั่นกรอง ซึ่ง ร.ต.อ.ปุระชัยยังอภิปรายว่าน่าจะรับผิดชอบใน ก.ตร.ด้วย นั่นหมายถึงการลาออกจาก ก.ตร. โดยบรรดาอนุ ก.ตร.คนอื่นได้นิ่งเงียบ

"สุเทพ"สั่งยุติประชุมเผ่นกลับ

จากนั้น ร.ต.อ.ปุระชัยส่งหลักฐานต่างๆ ให้นาย สุเทพไปดูด้วยตนเอง เมื่อนายสุเทพไปพิจารณาดูสั่งให้พักการประชุม 5 นาทีเพื่อลดความตึงเครียด หลังครบกำหนดเวลา นายสุเทพกล่าวว่า ในฐานะประธานที่ประชุมว่า ขอใช้อำนาจตามข้อ 17 ข้อบังคับ ก.ตร. (ระบุว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร.และอนุ ก.ตร.พ.ศ.2547 ระบุว่าประธานในที่ประชุมมีอำนาจสั่งพักการประชุมหรือสั่งเลิกการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร) เพราะเห็นว่าการประชุมมีปัญหาและอุปสรรค ขอยกเลิกการประชุม โดยไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด

จากนั้นนายสุเทพได้เดินทางกลับทันที โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ให้สอบถาม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่า บรรยากาศในที่ประชุมไม่มีปัญหาอะไร เป็นการประชุมตามปกติ แต่เกิดปัญหาที่ทำให้การประชุมดำเนินการต่อไม่ได้ คือ คณะกรรมการบางท่านได้ท้วงติงถึงความสมบูรณ์ของประกาศ ตร. ในการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ ซึ่งประธานได้สั่งให้เลขาธิการ ก.ตร.ไปตรวจสอบความสมบูรณ์ของประกาศตามที่ถูกท้วงติง เพราะไม่ต้องการให้มีข้อครหาหรือการฟ้องร้องตามมาทีหลัง และต้องพิจารณาองค์ประกอบว่ามีความชัดเจนสมบูรณ์หรือไม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนคุณสมบัติของคณะกรรมการคงต้องมีการตรวจสอบด้วยเพื่อความรอบคอบและโปร่งใส ส่วนการประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไปจะมีขึ้นเมื่อไรนั้นยังไม่สามารถ ตอบได้ 





ปุระชัยชี้ผิดจริยธรรมจี้"ก.ตร."ออก

ด้าน ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวถึงสาเหตุการประชุม ก.ตร.ต้องยกเลิกว่า ได้ท้วงติงในที่ประชุม ก.ตร. ในเรื่องคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่ง ที่นายศิริโชคร้องเรียนว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาทเป็น ผบ.ตร. ที่มีผลการพิจารณาออกมา ซึ่งตนเห็นว่ามีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการตรวจสอบหลักฐานที่เป็นนามบัตรหรือลายเซ็นที่นายศิริโชคนำมากล่าวอ้าง ไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถตอบสังคมได้

"ทั้งนี้ ผมยังทราบว่า อนุ ก.ตร.กว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง โดยมีหลักฐานว่ามีการทำหนังสือลงชื่อจากสำนักงานตนเองถึง พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อฝากฝังแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงไป ซึ่งหากอนุ ก.ตร.คนใดเกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นการทำผิดจริยธรรม กฎ ก.ตร.ผมเห็นว่าการลาออกจากอนุ ก.ตร.ไม่เพียงพอ ต้องลาออกจาก ก.ตร.ด้วย" ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าว และว่า หากมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 266 อนุ 2 ที่ห้าม ส.ส.ก้าวก่ายเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ หากพบหลักฐานว่ามีความผิดจริงสามารถยื่นถอดถอนได้ ส่วนจะเป็นนักการเมืองคนใดนั้นตนไม่ทราบ

"สุเทพ"ยังไม่กำหนดถกอีกรอบ

ต่อมาเวลา 14.15 น. นายสุเทพเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลและเก็บตัวอยู่บนห้องทำงานชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 จนเวลา 15.00 น. ก่อนเดินทางออกไปอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวมาดักรอถามถึงสาเหตุที่การประชุม ก.ตร.ล่มอีก แต่นายสุเทพพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่า ให้สัมภาษณ์วันละหนพอแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องรายชื่อทำไมยังไม่ลงตัวอีก นายสุเทพกล่าวว่า "ยังไม่ได้พิจารณาเลย ยังไม่ทันถึงการพิจารณา มีเรื่องอื่นเสียก่อน เขาขอตรวจสอบความสมบูรณ์ของคณะกรรมการคัดเลือกทั้งคณะเลย" เมื่อถามว่า จะประชุม ก.ตร.อีกครั้งได้เมื่อไหร่ นายสุเทพตอบว่า "เดี๋ยวดูก่อน" ทั้งนี้นายสุเทพยังคงมีสีหน้าปกติ ไม่ได้เคร่งเครียดแต่อย่างใด

เผย36นายพลผ่านบอร์ด

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าราชการตำรวจที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองมี 36 นาย ในระดับ รอง ผบ.ตร.ที่ว่างลง 2 ตำแหน่งจึงโยก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ 10) เข้าดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ตำแหน่งหลัก เลื่อน พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.จะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. 

พล.ต.ท .ประชิน วารี จตร.(สบ 8) เป็นรอง จตร.(สบ 9) เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. แทน พล.ต.ท.พรชัย พันธุ์วัฒนา รอง จตร.(สบ 9) ที่เออร์ลี่ รีไทร์ 
พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ.ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. 
พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์ จตร.(สบ 8) ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.
พล.ต.ท.สถาพร ดวงแก้ว รอง จตร.(สบ 9) โยกเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ตำแหน่งหลัก และให้ 
พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.เป็นรอง จตร.(สบ 9) 
พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ ผบช.นรป.ขึ้นเป็นรอง นรป.(สบ 9)

ระดับ ผบช. พล.ต.ท.ถวิล สุรเษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ 8) 

พล.ต.ท.ธีระยุทธ กิติวัฒน์ ผบช.งป.เป็น ผบช.สกบ. 
พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม.เป็น ผบช.ศ. สำหรับตำแหน่ง ผบช.น.ในบอร์ดกลั่นกรองถกกันยังไม่ได้ข้อยุติมีการเสนอชื่อ 
พล.ต.ท.เจตต์ มงคลถัตถี ผบช.กมส. 
พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และ 
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.ภ.8 มานั่งเป็น ผบช.น. 
พล.ต.ต.เดชาวัต รามสมภพ รอง ผบช.ภ.3 ขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 
พล.ต.ต.เฉลิมชัย จงศิริ รอง ผบช.ภ.4 ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 
พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น. เป็น ผบช.ภ.7 และหาก 
พล.ต.ท.สัณฐานได้ตำแหน่ง ผบช.น.จะให้ 
พล.ต.ต.พิทักษ์ จารุสมบัติ รอง ผบช.สตม.เป็น ผบช.ภ.8
 พล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.เป็น ผบช.ภ.9

พล.ต.ต.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รอง ผบช.กตร.เป็น ผบช.สตม. 

พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส.เป็น ผบช.ส. 
พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม จตร.(สบ 8) เป็น ผบช.สตส. 
พล.ต.ต.ยงยุทธ เตียวตระกูล รอง ผบช.ภ.7 เป็น จตร.(สบ 8) 
พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น.เป็น จตร.(สบ 8) 
พล.ต.ต.ณัฐพิชย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รอง ผบช.ปส.เป็น จตร.(สบ 8) 
พล.ต.ต.ธนากร ศิริอัฐ รอง ผบช.สตม.ขึ้นเป็น ผบช.งป. 
พล.ต.ต.ยงยศ นาคเฉลิม รอง จตร.(สบ7) ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. 
พล.ต.ต.วิบูล ปรองดอง รอง ผบช. สง.ก.ตร.ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. 
พล.ต.ต.จงเจตน์ อาวน์เจนพงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) พล.ต.ต.ไตรรัตน์ อมาตยกุล นรป.(สบ 7) ขึ้นเป็น ผบช.นรป.(สบ 8) เป็นต้น 
Read more ...

สบ 3 ขึ้น ผกก.โรงพัก( 1 มิ.ย.2552 )

9/11/52

ดย ไทยรัฐ วัน จันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เวลา 5:02:19 น.


จากโครงสร้างใหม่ของตำรวจซึ่งกำหนดนโยบายไว้ชัดเจนพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. จึงได้เร่งการบริหารงานที่ให้กระจายอำนาจจากจุดศูนย์รวมส่วนบนของตำรวจ ลงไปในระดับล่าง ทั้งระดับ บช., บก.ไปจนถึงสถานีตำรวจ ได้มีคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอง ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบงานกฎหมายและสอบสวน และ พล.ต.ท.จิรโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ. หัวหน้าคณะทำงาน พิจารณาปรับปรุงโครงสร้างและแนวทางการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ล่าสุดได้ขอความเห็นชอบ เรื่องแนวทางการพัฒนาโครงสร้างและระบบตำแหน่ง ในงานสอบสวนต่อคณะอนุ ก.ตร. เกี่ยวกับงานบริหารบุคคล ซึ่ง อนุ ก.ตร.ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการ ให้กำหนดตำแหน่ง รอง ผกก. ในสถานีตำรวจทุกตำแหน่งใหม่ เป็น รอง ผกก.ประจำสถานีตำรวจ เพื่อให้


ผกก.ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจ มีรอง ผกก.ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยในการปฏิบัติงาน ผกก.สามารถพิจารณามอบหมายให้รอง ผกก.หมุนเวียนกันปฏิบัติงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม นอกจากจะเป็นการให้อำนาจจัดการระบบใหม่ที่ให้อำนาจ ผกก.ทำหน้าที่ซีอีโอ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้รอง ผกก.ได้เรียนรู้งานในทุกด้าน เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผกก.หัวหน้าสถานี เท่ากับว่าได้ ปลดล็อก แก้ปัญหาการแต่งตั้งพนักงานสอบสวน (สบ 3) เทียบเท่ารอง ผกก. จะได้มีโอกาสขยับเลื่อนขึ้น เป็น ผกก. เพราะที่ผ่านมา ทั้งที่ พ.ร.บ.ตำรวจได้กำหนดไว้ชัดเจนให้มีการเลื่อน สบ 3 ขึ้นเป็น สบ 4 เทียบเท่า ผกก.ได้ก็จริง แต่ในทางปฏิบัติ ทาง สตช.ยังไม่สามารถที่จะทำตาม พ.ร.บ.กำหนดได้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เลื่อนขึ้นไปได้
Read more ...

ศิริโชค ลั่นวิชามารป้ายสีปลอมลายเซ็นฝาก ตร. (20 ส.ค.2552 )

7/11/52



โดย ข่าวสด วัน พฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552 12:51 น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง

กรณีข่าวมีการแอบอ้างลายเซ็นพร้อมนามบัตรของตนเองในการเสนอผู้ใกล้ชิด เพื่อโยกย้ายให้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า เรื่องนี้ตนเคยยืนยันกับสื่อมาแล้วว่าเป็นเรื่องของวิชามารโดยคนที่เรียกว่าโจรในเครื่องแบบ สำหรับข้อเท็จจริงก็ไม่มีอะไร

เพราะลายเซ็นที่ปรากฏก็เป็นลายเซ็นปลอม เพราะลายเซ็นที่ตนใช้เป็นภาษาอังกฤษ ทั้งการเซ็นรับรองเอกสารการเบิกเงินและเอกสารทางราชการตั้งแต่ปี 2551 ก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะฉะนั้นชัดเจนว่าเป็นวิธีการที่จะใช้ทำลายและดิสเครดิตฝ่ายการเมือง ทั้งยังมาปล่อยในช่วงที่มีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) ก็ชัดเจนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามข้อเท็จจริงหรือไม่ นายศิริโชคกล่าวว่าได้เรียนให้นายกฯ ทราบเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทราบดีว่าโจรในเครื่องแบบนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร เราก็รู้ตัวแล้วเพียงแต่รู้ในเชิงการสอบสวน ยืนยันว่าจะเดินหน้าพยายามเปิดโฉมตำรวจคนนี้ให้ได้ เพราะได้ทำความเสียหายให้กับสตช.ไว้เยอะ ได้มีการฉ้อโกงหลายโครงการ ซึ่งยังอยู่ในขั้นรวบรวมหลักฐาน เมื่อถามว่าเป็นคนที่เรียกรับเงินหรือไม่ นายศิริโชคกล่าวว่า เป็นขบวนการเดียวกัน และทำกันเป็นเครือข่าย จนมีตำรวจกว่าร้อยคนเข้าร้องเรียนกับอนุกรรมาธิการตำรวจชุดร้องทุกข์ ซึ่งถือว่าเป็นการร้องเรียนที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตัวการใหญ่ถือว่าเป็นนายตำรวจใหญ่และเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกับ ผบ.ตร

อย่างไรก็ตามตนในฐานะนิติบัญญัติจึงมีหน้าที่เดินหน้าตรวจสอบและยังมีหลายคดีที่ยังค้างอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องรื้อมาทำ รวมถึงการฉ้อโกงคดีต่างๆ เราก็มีหลักฐาน เพียงแต่รอวันที่จะนำหลักฐานมาดำเนินคดีกับตำรวจเหล่านี้ ผมไม่กลัวโจรในเครื่องแบบ บ้านเมืองต้องมีคำว่านิติรัฐ เราไม่กลัวอิทธิพลของโจรในเครื่องแบบ อะไรที่ผิดต้องเดินหน้าตรวจสอบ เราก็ต้องสู้ นายศิริโชคกล่าว



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายศิริโชค ได้โชว์นามบัตรส่วนตัวที่ใช้เป็นประจำ โดยมีตราสภาผู้แทนราษฎร ด้านหนึ่งเป็นภาษาไทยและอีกด้านหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากที่ทางตำรวจนำมาเปิดเผย พร้อมกันนี้ยังได้นำพาสปอร์ต และเอกสารการเบิกจ่ายเงินกับทางธนาคาร ซึ่งเป็นลายเซ็นภาษาอังกฤษ โดยนายศิริโชคระบุว่าเป็นลายเซ็นที่ใช้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพราะภาษาไทยตนเขียนเหมือนไก่เขี่ย ก็ขอฝากไปถึงโจรในเครื่องแบบด้วยว่า วันหลังถ้าจะปลอมเอกสารหรือลายเซ็นตน ขอให้ดูเอกสารเหล่านี้ด้วย

























Read more ...

ก.ตร.ล่ม! โผไม่ลงตัว “สุเทพ” หักดิบล้มโต๊ะ-“ปุระชัย” โชว์นามบัตรบิ๊กวิ่งเต้นยัดเด็ก ( 6 พ.ย.2552 )

7/11/52
ก.ตร.ล่มซ้ำซาก เหตุ “ปุระชัย” โชว์นามบัตรบอร์ดกลั่นกรองบางคนฝากเด็กสมัย “พัชรวาท” กลางที่ประชุมส่งให้ “เทพเทือก” ดู จึงเกิดโต้เถียงและขัดแย้งในตำแหน่ง ผบช.น.ที่ “สุเทพ” ดัน “สัณฐาน” แต่แนวโน้มที่ประชุมจะเลือก “เจตน์” โผไม่ลงตัวจนต้องล่มโต๊ะพิจารณาและสะบัดก้นออกจากห้องประชุมทันที    
       

วันนี้ (6 พ.ย.2552) เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ หรือบอร์ดกลั่นกรอง เรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ โดยมี 
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.ทุกคน และยังมี 
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 คน ประกอบด้วย 


นางเบญจวรรณ สร่างนิทร 
นายสีมา เสมานันท์ 
พล.ต.อ.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ และ 
พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์

เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง โดย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด หนึ่งใน ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากติดภารกิจ
     
       

พล.ต.อ.นพดล กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดกลั่นกรองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมชูนิ้วโป้งทั้งสองมือ ว่า การประชุมบอร์ดกลั่นกรองในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บัญชีรายชื่อการแต่งตั้งคาดว่าทุกคนจะพอใจ และสามารถตอบคำถามสังคมได้ในการเสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ    
       

ต่อมาเมื่อเวลา 11.45 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธาน ก.ตร.ได้เดินทางมาถึงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อร่วมประทานอาหารกลางวันร่วมกับคณะกรรมการ ก.ตร.ทุกคน และเริ่มประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 14/2552 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 ในช่วงบ่าย    
       

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการประชุม ก.ตร.ผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง ก็เกิดความวุ่นวายมีการถกเถียงถึงวาระการประชุมบางวาระในที่ประชุม โดย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และ พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ออกมาอภิปรายถึงคุณสมบัติของคณะอนุกรรมการพิจารณาบอร์ดกลั่นกรองว่ามีจริยธรรม คุณสมบัติ และความโปร่งใสหรือไม่ โดย ร.ต.อ.ปุระชัย ยังได้นำนามบัตรของบอร์ดกลั่นกรองบางคนที่ใช้ฝากฝังแต่งตั้งโยกย้ายกับ พล.ต.อ.พัชรวาท มาแสดงในที่ประชุม และให้ นายสุเทพ ดูในที่ประชุมจึงเกิดการโต้เถียงกัน รวมทั้งมีความขัดแย้งในตำแหน่ง ผบช.น.ที่มีการเสนอถึง 3 รายชื่อ คือ 


พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ประจำ.ตร. 
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผบช.ภ.8 และ 
พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.กมค.


โดยในที่ประชุมมีแนวโน้มที่จะเลือก พล.ต.ท.เจตน์ ซึ่งไม่ตรงกับ พล.ต.ท.สัณฐาน เป้าหมายที่ นายสุเทพ ต้องการเสนอ จน นายสุเทพ ต้องยกเลิกการประชุมโดยใช้ กฎ ก.ตร.ข้อ 17 เนื่องจากการประชุมมีปัญหาและอุปสรรค โดยไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด จากนั้น นายสุเทพ ก็เดินทางกลับทันที โดยกล่าวเพียงว่า ให้สอบถาม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร.เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ปทีป    
       

ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า บรรยากาศในที่ประชุมไม่มีปัญหาอะไรเป็นการประชุมตามปกติ ปัญหาที่ทำให้การประชุมดำเนินการต่อไม่ได้ คือ คณะกรรมการบางท่านได้มีการท้วงติงถึงความสมบูรณ์ของประกาศ ตร.ในการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ ซึ่งประธานได้สั่งให้เลขาธิการ ก.ตร.ไปตรวจสอบความสมบูรณ์ของประกาศตามที่ถูกท้วงติง คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะไม่ต้องการให้มีข้อครหาหรือการฟ้องร้องตามมาทีหลัง ต้องพิจารณาองค์ประกอบว่ามีความชัดเจนสมบูรณ์หรือไม่ ส่วนคุณสมบัติของคณะกรรมการก็คงต้องมีการตรวจสอบด้วยเพื่อความรอบคอบและโปร่งใส 


ส่วนการประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไปจะมีขึ้นเมื่อไรนั้นยังไม่สามารถตอบได้แต่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด    
       

ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวถึงสาเหตุที่การประชุม ก.ตร.ต้องยกเลิก ว่า 


ตนได้ท้วงติงในที่ประชุม ก.ตร.ในเรื่องคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่ง ที่ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้องเรียนว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร.ที่มีผลการพิจารณาออกมาตนเห็นว่ามีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบหลักฐานที่เป็นนามบัตร หรือลายเซ็นที่นายศิริโชค นำมากล่าวอ้าง ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ไม่สามารถตอบสังคมได้ 


ซึ่งตนยังทราบว่า อนุ ก.ตร. กว่าครึ่งหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง 


โดนตนมีหลักฐานว่ามีการทำหนังสือลงชื่อจากสำนักงานตนเอง ถึง พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อฝากฝังแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงไป อนุ ก.ตร.คนใดที่ทำก็ถือว่าผิดจริยธรรม หลักธรรมาภิบาล กฎ ก.ตร. 


การลาออกจาก อนุ ก.ตร.ไม่เพียงพอ ต้องลาออกจาก ก.ตร.


ถ้าหากมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 266 อนุ 2 ที่ห้าม ส.ส.ก้าวก่ายเรื่องการแต่งโยกย้ายตำรวจ


หากพบหลักฐานว่ามีความผิดจริงสามารถยื่นถอดถอนได้ ส่วนจะเป็นนักการเมืองคนใดนั้นตนไม่ทราบ    
       

ร.ต.อ.ปุระชัย ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อขัดแย้งเรื่องประกาศ ตร. ที่แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจ ที่นำเสียงข้างมากจำนวน 13 เสียงจากทั้งหมด 20 เสียงเข้ามาเป็นผู้พิจารณา เมื่อนำเข้า ก.ตร.จะไม่มีความหมาย เพราะเสียงที่พิจารณาก็เกินกว่าครึ่งอยู่แล้ว จึงต้องการให้ ก.ตร.ไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชอบธรรม ไม่มีข้อครหาภายหลัง ในที่ประชุมจึงยังไม่มีการพิจารณารายชื่อบอร์ดกลั่นกรองที่เสนอมา
Read more ...

“ปทีป” ชี้ “เทพเทือก” พร้อมถกตั้งรอง ผบ.ตร.-ผบช.ศุกร์นี้

6/11/52

“ปทีป” ต้อนรับ ผบ.ตร.เนเธอร์แลนด์ ดูงาน ตร. พร้อมระบุรอดูความชัดเจนแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.-ผบช.ศุกร์นี้ ชี้ปัญหาตลาดคลองเตย จะไม่ยุติ ถ้าไม่หันหน้าคุยกัน กำชับให้ตำรวจดูแลกันเหตุปะทะ    
     
วันนี้ (4 พ.ย.2552) เมื่อเวลา 15.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายรูดอลฟ์ เจอร์ราด แคสเปอร์ บิค ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วย อธิบดีสำนักงานความมั่นคงและปลอดภัยสาธารณะ กระทรวงมหาดไทยและความสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักร อัยการสูงสุด สำนักงานอัยการแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้เดินเข้าพบ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ในระหว่างเดินทางมาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4-7 พ.ย.2552 โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา สบ10 ฝ่ายความมั่งคงและกิจการพิเศษ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.(บร.2) พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ พร้อมกองเกียรติยศ    
     
ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ พล.ต.อ.ปทีป ได้นำ นายรูดอล์ฟ เจอร์ราด แคสเปอร์ บิค พร้อมคณะ ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ที่ห้องโถงชั้นล่าง อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นได้พูดคุยกัน ณ ห้องรับรอง อาคาร 1 ชั้น 2 โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับ    
     
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ในการเข้าเยี่ยมคารวะครั้งนี้ ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการต่อต้านอาญชากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การลักลอบค้ามนุษย์ และการกระทำผิดทางเพศต่อเด็ก ซึ่งหลังจากการเข้าเยี่ยมคารวะแล้ว ผบ.ตร.เนเธอร์แลนด์ และคณะ จะเดินทางไปเยี่ยมชมดูงาน ณ ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรภาค 5 ในวันที่ 7 พ.ย.2552    
     
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.-ผบช.ที่มีการเลื่อนจากวันจันทร์ เป็นวันศุกร์นี้ ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ได้นัดมาแล้วเป็นวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ก็เป็นไปตามนั้น เนื่องจากวันจันทร์ที่ผ่านมา นายสุเทพ มีอาการหวัด โดยวาระการประชุมยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เริ่มประชุมบอร์ดกลั่นกรองในเวลา 09.00 น.สำหรับแนวทางการแต่งตั้งนั้นยังคงยึดหลักอาวุโสและความรู้ความสามารถทั้งสองอย่างผสมผสานกันไป    
     
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้จะมีการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งข้ามลำดับอาวุโสกันนั้น จริงหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบได้ตอนนี้ และอย่าเพิ่งไปคาดเดาอะไร ส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น คงต้องรอผลการประชุมอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะมีความชัดเจน
     
     
เมื่อถามถึงกระแสข่าวถึงความไม่ลงตัวของตำแหน่ง ผบช.น. ผบช.ส.และ ผบช.ก.จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.ปทีป กล่าวเช่นเดิมว่า เวลานี้ยังไม่มีการประชุมกัน ความชัดเจนจะเกิดขึ้นหลังผลการประชุมเสร็จสิ้น รวมถึงไม่มีแรงกดดันจากฝ่ายใด    
     
พล.ต.อ.ปทีป ยังกล่าวถึงมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยกรณีข้อพิพาทระหว่างกลุ่มผู้ค้าตลาดคลองเตย และบริษัท ลีเกิ้ลฯ ว่า ได้สั่งการให้ บช.น.เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ โดยกำชับไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน และไม่ให้เกิดความรุนแรงใดๆ ซึ่งตำรวจในฐานะที่เป็นคนกลางไม่สามารถเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ และตำรวจไม่ใช่ตัวแทนที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหาได้ ซึ่งตนเห็นว่าการที่จะยุติปัญหาได้นั้นควรจะให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าพูดคุย เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด และเห็นว่าไม่ควรใช้ความรุนแรง ส่วนต้องใช้เวลาสักกี่วันจึงจะยุติปัญหาได้ ทางตำรวจคงไม่สามารถกำหนดได้ ต้องขึ้นกับทั้งสองฝ่ายว่าจะสามารถหาข้อตกลงกันได้อย่างไร
Read more ...

พลตำรวจโท สัณฐาน ชยนนท

6/11/52

ประชุม ก.ตร. วันศุกร์ที่ 6 พ.ย. หาก สุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกฯ ไม่ป่วยเป็นไข้หวัด เหมือนช่วงต้นสัปดาห์ ประกอบกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไปประชุมกลุ่มผู้นำชาติลุ่มน้ำโขง ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแน่นอน 

ชื่อ-สกุล : พลตำรวจโท สัณฐาน ชยนนท์ เดิมชื่อ สัณฐาน คงกำเนิด 

วันเกิด : 26 พฤษภาคม 2495 

การศึกษา :

- หลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 17 
- ปริญญโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า 
- โรงเรียนนายร้อยตำรวจ นรต.รุ่น 28 
- โรงเรียนเตรียมทหาร 
- มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนโยธินบูรณะ กทม. 
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยา จ.ยะลา 

การทำงาน/ตำแหน่งหน้าที่ : 

1 ตุลาคม 2551 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 
1 ตุลาคม 2547 รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 
1 ตุลาคม 2545 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา 
2 ตุลาคม 2543 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี 
16 ตุลาคม 2538 รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8 
16 พฤษภาคม 2537 ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8 
2 ตุลาคม 2535 ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ 
14 กุมภาพันธ์ 2534 ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ 
1 ธันวาคม 2533 ผู้กำกับการกำลังพล กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 
16 พฤศจิกายน 2531 รองผู้กำกับการนโยบายและแผนงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 
2 ตุลาคม 2530 รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม 
1 ตุลาคม 2528 สารวัตรแผนก 5 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม 
พ.ศ. 2518 รองสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ 

ตำแหน่งอื่นๆ : 17 มีนาคม 2552 กรรมการองค์การตลาด 

Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม