พ.ต.ท.สำราญ นวลมา

โดย http://goo.gl/Fnfpu เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2554

การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ "รองผบก.-สว." ประจำปี 2553 ผ่านพ้นไปแบบลุ่มๆ ดอนๆ... กระจอกข่าวอ้อนแอ้น แอบร่อนมาดูนายตำรวจหลายท่านเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากที่ทำงานเก่าย้ายไปไว้ที่ทำงานใหม่... บังเอิญเห็น

พ.ต.ท.สำราญ นวลมา รองผกก.3 บก.สส.บช.น. หรือ "พี่ราญ" 

กำลังค่อยๆ ยกเครื่องใช้ส่วนตัว แฟ้มคดีต่างๆ อยู่ กระจอกข่าวเร่งสาวเท้าประชิดตัว แต่ด้วยน้ำหนักที่ดึงดูดกับแรงโน้มถ่วงของโลกมากไปหน่อย(อิอิ) กลัวตามไม่ทัน จึงใช้น้ำเสียงอันทรงพลังเดินทางล่วงหน้าทักทายก่อน

"พี่สำราญ นอนมา ไปไหนหรือจ๊ะ" พ.ต.ท.สำราญ หยุดชะงักหันมาทักตอบ

"อย่าเรียกแบบนี้นะ กลัวจ้ะ พี่ๆ ชอบแซว ตรงที่ "นอนมา" นั่นมันผี ผม "นวลมา" จ้ะ" พ.ต.ท.สำราญ หยอดมุก

โอ้โห !! คนอะไรโรแมนติกสุดๆ เรียกผิดแทนที่จะโกรธหรืองอน กลับตอบกลับอย่างนุ่มนวลแถมโปรยยิ้มหวานประทับใจ แต่กระจอกข่าว ยังไม่ได้คำตอบจึงย้ำซ้ำ "ตกลงไปไหนจ๊ะ?"

"ผมย้ายไปอยู่ กก.สตร.บก.สปพ. ตรงถนนวิภาวดีรังสิต" ทันทีที่ได้รับคำตอบ เมมโมรี่ชีวภาพ...ก็เริ่มทำงาน ฉายภาพเก่าๆ สมัยยังเป็น "สารวัตรสำราญ" เคยประจำอยู่ที่กองกำกับการนี้อยู่ประมาณ 2-3 ปี ตอนทำคดี "พาวเวอร์แพท" นักร้องคนดังสังกัดค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ พัวพันในคดียาเสพติด ก็เป็นผลงานฝีมือผลงานของพี่ราญ และทีมงานรถยนต์สายตรวจ ร่วมกันจับกุมพร้อมส่งอดีตนักร้องดังเข้าไปอยู่ในเรือนจำจวบจนถึงทุกวันนี้

กระจอกข่าว จึงกระแซะถามเรื่องผลงานในอดีต แต่พี่ราญก็ไม่ยอมปริปากแพร่งพรายแม้สักนิดเดียว มีแต่เพียงรอยยิ้มมอบให้ ก่อนเร่งฝีเท้าขอตัวลงลิฟต์ แต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง พี่ราญหันมาส่งยิ้มหวาน และบอกเพียงสั้นๆ ว่า "อยากรู้ไปหาเองนะจ๊ะ พี่ไม่อยากดัง" !!

แหม!! ล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว ยังถ่อมตัวไม่อยากดัง...งานนี้ขุดคุ้ยดูผลงานเอาเองก็ได้ (อิอิ) สมัยเด็กๆ พี่ราญ เคยเป็น "เด็กวัด" คอยเดินตามพระ

วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี 

แล้วกินข้าวก้นบาตรทุกวัน จึงปลูกฝังนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน จนได้ดิบได้ดี เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 34 นักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 50 ทันทีที่จบจากรั้วสุภาพบุรุษสามพราน ก็เป็นพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง อยู่ 3 ปี ได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่น จาก พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผบช.น. (ขณะนั้น) จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ทะเบียนพล คอยติดตาม "พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์" ผบ.ตร.(ขณะนั้น) จนกระทั่งมาดำรงตำแหน่ง สว.กก.สตร.

ช่วงนี้แหละ... มีผลงานการจับยาเสพติดหลายประเภท หลายครั้ง จนได้รับโล่จากอดีตนายกรัฐมนตรีคนดัง รวมถึงคลี่คลายคดีอาชญากรรมสำคัญ อย่าง คดีปล้นรถแท็กซี่ ในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พอได้รับแจ้งข่าวสกัดจับคนร้าย พี่ราญวางแผน "ก้าวสกัด" กับลูกน้อง ปิดช่องทางหนีของคนร้ายแบบชนิดที่เรียกว่าดิ้นไปเส้นทางไหนก็ไม่รอด จนกระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดตำรวจ

หลังจากนั้น มาเคี่ยวกรำฝึกฝนเสริมเขี้ยวเล็บงานสืบสวนในตำแหน่ง รองผกก.3 บก.สส.บช.น. ร่วมคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย จนกระทั่งย้ายกลับถิ่นเก่าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้....พวกค้ายา พวกโจรชั่ว ต้องหนาวๆ ร้อนๆ กันยกใหญ่ ส่วนประชาชนก็คงอุ่นใจมากขึ้น
Read more >>

“อชิรวิทย์” พร้อมลุยเดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

“อชิรวิทย์” พร้อมทำงานในฐานะ ก.ตร.เสียงอันดับหนึ่ง เดินหน้าเร่งรัด 4 ประเด็น

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ 7 ม.ค.

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รอง ผบ.ตร.

กล่าวภายหลังได้รับเลือกตั้งเป็น ก.ตร.ด้วยคะแนนเป็นอับดับหนึ่งว่า มีความยินดีมากที่มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่ ตร.อีก ครั้งเหมือนได้กลับมาบ้านหลังจากจากไป 3 ปี เต็ม จากนี้ จะกลับมาทำงาน 4 ปี จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ให้สมกับความไว้วางในจากพี่น้องข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และมาเริ่มทำงานหลังจาก ก.ตร.ชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนที่พี่น้องตำรวจขอร้องให้เร่งรัดและตรวจสอบมี 4 เรื่องด้วยกันที่ตนเองต้องการเรียนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ทราบ

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า

เรื่องที่ 1
เรื่องของเงินเดือนของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เงินเดือนตำรวจชั้นประทวนเมื่อเทียบกับเงินเดือนชั้นประทวนของทหารนั้นเพดานเงินเดือนแตกต่างกัน 3,000 บาท ทหารเลือนเพดานจาก 23,000เป็น 25,000 และจะเป็น 27,000 บาทแล้วโดยมีการปรับไปตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ ตนเองจะเร่งรัดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมี่ต้องทำงานหนักวันหยุดก็ไม่ได้หยุด ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า

เรื่องที่ 2
เป็นเรื่องการแทรกแซงการแต่งตั้งจากฝ่ายการเมือง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายแล้วนายกรัฐมนตรีสามารถแทรกแซงการแต่งตั้งได้ตำแหน่งเดียวคือตำแหน่งผบ.ตร.เท่านั้นเพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ต.ช.จะเป็นคนเสนอรายชื่อ จากนี้ไปตนเองจะตรวจสอบการแต่งตั้งทุกตำแหน่ง หากใครรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งให้มาร้องทุกข์ได้พร้อมหลักฐานตนเองจะเป็นคนดำเนินการให้ ตนเองเชื่อว่าตนเองเสียงเดียวแต่เสียงดังจะสามารถช่วยเพื่อนตำรวจได้ และจะจับตาการแต่งตั้งระดับรองผบก.-สว.ที่เหลืออยู่ให้เกิดความเป็นธรรม อีกอย่างแนวทางการทำงานในก.ตร.จะไม่เดินออกจากร้องประชุมแต่จะใช้เหตุผลโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนเองไม่เกรงกลัวใครหรืออำนาจใดเพราะมาจากการเลือกตั้งที่คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงซึ่งเยอะมากเป็นประวัติการไม่เคยมีมาก่อน

เรื่องที่ 3
เป็นเรื่องของการอนุมัติแต่งตั้งบุคลากรให้เลื่อนข้ามหน่วย โดยใช้มาตรา 56 ตนเองก็เห็นด้วยเพราะปัญหาการแต่งตั้งบุคลากรมีมาก แต่ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด เพราะการแต่งตั้งข้ามหน่วยทำให้คนที่ได้รับเลื่อนขาดความรู้ความสามารถในหน่วยงานใหม่ทำให้เกิดการวิ่งเต้นมาหน่วยงานเดิม ตนเองจะเสนอให้การใช้มาตรา 56 แต่งตั้งเลื่อนข้ามหน่วยนั้นทำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ให้เลื่อนภายในหน่วย จะได้เป็นธรรม” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า

เรื่องที่ 4
เรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างตำรวจ ที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจโดนมีนายวศิษฐ์ เดชกุญชร เป็นประธาน เรื่องนี้ตนเองได้รับคำปรารบจากตำรวจทั่วประเทศว่าการปฏิรูปตำรวจแต่งละครั้งนั้นการเมืองไม่เคยถามว่าตำรวจต้องการอะไร ซึ่งจริงๆแล้วการรื้อบ้านจะต้องถามเจ้าของบ้านเนื่องจากกระทบความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านซึ่งตนเองจะมาดูแลให้ตำรวจได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้การปฏิรูปเกิดประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะที่ผ่านมาการปฏิรูปทุกครั้งไม่แทบไม่เกิดประโยชน์ขาดแคลานอย่างไรก็อย่างนั้น.



Read more >>

สารวัตรแรมโบ้ ร้องเรียน ตำรวจภูธรภาค 3 แต่งตั้งไม่เป็นธรรม

โดยทีวีไทย เมื่อ 10 ก.พ.2554

ตำรวจระดับรองผู้กำกับการนายหนึ่ง ในพื้นที่กองบัญชาการภูธรภาค 3 เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อทีวีไทย เนื่องจากพบความผิดปกติในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการไปจนถึงสารวัตร ประจำปี 2553

พ.ต.ท.ไกรเดช วิเศรษฐ์ฐิติพันธ์ รองผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 

นำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม หลังพบความผิดปกติในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการไปจนถึงสารวัตร ประจำปี 2553 ที่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงนามคำสั่งไปเมื่อต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ไกรเดช ระบุว่า ที่ผ่านมาตำรวจทั้งประเทศไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง 

- ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจที่อ่อนอาวุโสกว่าหลายปี 
- ขาดประสบการณ์และไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ตามกฎ ก.ตร. หรือ 
- บางคนเป็นตำรวจติดตามนักการเมือง และ ผู้มีอิทธิพล 

ซึ่งเห็นว่าไม่ยุติธรรมและไม่เป็นธรรม ทำให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงองค์กรได้ง่าย และ 
ทำให้เกิดความแตกแยก

สำหรับเอกสารร้องเรียนที่ พ.ต.ท.ไกรเดช นำมาชี้แจง ระบุคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวมีความผิดปกติ โดยเฉพาะคำสั่งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งพบว่า 

รองผู้กำกับบางนาย ดำรงตำแหน่งเพียง 3 ปี และ เพิ่งจบจากโรงเรียนผู้กำกับ 
แต่กลับได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้กำกับในครั้งนี้ 
ซึ่งผิดกับรองผู้กำกับบางนายที่ดำรงตำแหน่งเกือบ 20 ปีกลับไม่ได้รับการพิจารณา

Read more >>

ค่าของนักสืบ

โดยไทยรัฐ เมื่อ  10 ก.พ.2554

บั้นปลายชีวิตนักสืบของแต่ละคนอาจไม่ต่างกัน
พ.ต.อ.วิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ อดีตนักสืบใหญ่นครบาล 

ทำงานมาทั้งชีวิต รอลุ้นติดยศ "นายพล" ไม่สำเร็จ ก่อนเกษียณด้วยความเจ็บปวดในตำแหน่ง รอง ผบก.ศสส.ภ.1 ช่วยราชการ บก.อก.ภ.1 ไม่ต่างจาก 

พ.ต.อ.ไพจิตร อ่องศรี นักสืบรุ่นพี่ 

ที่มีผลงานมากมาย สุดท้ายเกษียณตำแหน่ง รอง ผบก.สปพ.

ขณะที่ 

"เหยี่ยวดำ" พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์ 

ขอไปใช้ชีวิตก่อนเกษียณเพื่อปราบปรามโจรผู้ร้ายในกรุงเก่า กลับถูกส่งลง ผกก.สภ.หนอง-โดน จ.สระบุรี หมดลายมือปราบจนวันสิ้นสุดชีวิตราชการ

ส่วน 

พ.ต.อ.ทรงพร สารพานิช โดนเด้งจาก ผกก.สส.บก.น.6 ไปเป็น ผกก.สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี 

แบบไม่มีความผิด ดองเก้าอี้นานหลายปี เพิ่งได้รับเลื่อนขึ้น รอง ผบก.สส.ภ.4

พ.ต.ท.อัครวิทย์ หรือ ชื่อเดิม เสถียร ดีเหมาะ อดีตรอง ผกก. สส.บก.น.2 นักสืบลูกหม้อนครบาล 

เจอมรสุมเตะออกนอกหน่วยไปใช้ชีวิตตำรวจภูธรนานหลายปี กว่าจะเป็น ผกก.สภ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ในโผแต่งตั้งเที่ยวนี้ เป็นโบนัสตอบแทนปีเดียวก่อนเกษียณอายุราชการ

หลายคนที่กล่าวมาล้วนไม่มีอิทธิฤทธิ์เส้นสายจากผู้ใหญ่คอยหนุนนำ นอกจากเนื้อผลงานเป็นใบเบิกทางสู่ความก้าวหน้า

ตั้งหน้าตั้งตาทำงานสืบสวนปิดคดีสำคัญ คดีดังในเมืองหลวงมามากมาย กลับถูกทำลายด้วยระบบ "วิ่งเต้น" ปล่อยเด็กรุ่นใหม่ไร้ประสบการณ์งานสืบสวนข้ามหัวมาเป็นนายชี้นิ้วสั่ง

ถึงวันนี้ 

พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ อดีต ผกก.สส.บก.น.4 นักสืบพันธุ์ลูกทุ่งอีกคน 

ตัดสินใจ ลาออก ทั้งที่เหลืออายุราชการอีก 3 ปี ด้วยเหตุผลไม่อยากขึ้นไปใส่เครื่องแบบนั่งบริหารหน้างานระดับ รอง ผบก. เพราะตัวเองทำงานสืบสวนนอกเครื่องแบบมาเกือบทั้งชีวิต

ที่ผ่านมาไม่เคยขอร้องอ้อนวอนเอา พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ อดีตรอง อ.ตร. พี่ชายแท้ๆมาช่วยเหลือ แม้จะเจอมรสุมหนักหนาสาหัสมา

หลายช่วงชีวิตทำงาน ตั้งแต่โดนย้ายออกนอกหน่วยเป็น ผกก.อก.ภ.จ.สิงห์บุรี

รวมถึงถูกคำสั่งไปช่วยราชการ บช.น.อันเนื่องมาจากความมุทะลุของตัวเอง

พ.ต.อ.ปกรณ์มีความภูมิใจในงานนักสืบที่ทำ โดยเฉพาะการติดตามจับกุมคนร้ายคดีที่ส่งผลกระทบต่อสุจริตชน เกลียดพวก "มารสังคม" กลุ่มพวกก่อคดีชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ข่มขืน หรือคนร้ายที่เหิมเกริมฆ่าตำรวจ ทำเหมือนกฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์

เขาจะประกาศตามล่าพวกมันแทบพลิกแผ่นดินด้วยใจที่มุ่งมั่น

น่าเสียดายที่วันนี้นักสืบเนื้อดีกลายเป็นตำนานไปแล้วอีกคน.
Read more >>

อุปถัมภ์นำฝีมือ

โดยไทยรัฐ เมื่อ 9 ก.พ.2554

อย่าปฏิเสธว่า โผแต่งตั้งระดับ รอง ผบก.-สารวัตร เที่ยวนี้ ไม่มีการเมืองแทรกแซง

ถ้าเป็นอย่างนั้น

พ.ต.ท.นีรนาท ฉินประสิทธิชัย รอง ผกก.ป. สน.จักรวรรดิ 

นายตำรวจติดตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงไม่ได้ขึ้นเป็น 

ผกก.สส.บก.น.5 

ทำนักสืบอาชีพ "ไร้เส้นสาย" ต้องมองตาปริบๆ

กลุ่ม "ลูกหม้อพันธุ์แท้" สร้างผลงานให้หน่วยมานานนับสิบปีอย่าง

พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ ผกก.สส.บก.น.4 ยัง "ขอลาออก"

พ.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. ต้องลุ้นขยับเป็น ผกก. ในตำแหน่งวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ในนาทีสุดท้าย ส่วน

พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผกก.สส.1บก.สส.บช.น.ต้องก้มหน้าไปขึ้น ผกก.สภ.กาบัง จ.ยะลา

นี่หรือ คือผลตอบแทนคนทำงาน?!?

ตรวจแถวนักสืบเมืองกรุงของ กก.สส.บก.น.1-9 และ บก.สส.บช.น.ที่เข้ามาถ่าย "เลือดใหม่" หนนี้ มั่นใจเกินกว่าครึ่งต้องมีเส้นสาย มี "ตั๋ว" ผู้เป็น นายเกื้อหนุนอุปถัมภ์ค้ำชู ลองไล่เรียงดูก็ได้

พ.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผกก.จร.สน.ทองหล่อ เป็น ผกก.สส.บก.น.2
พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.สส.บก.น.6 เป็น ผกก.สส.บก.น.3
พ.ต.อ.บรรลือ-ศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.3 เป็น ผกก.สส.บก.น.4
พ.ต.ท.สุวิชชา จินดาคำ รอง ผกก.ป.สน.ห้วยขวาง เป็น ผกก.สส.บก.น.6
พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืน-อนนต์ ผกก.สส.บก.น.2 เป็น ผกก.สส.บก.น.7
พ.ต.ท.พรชัย ชลอเดช รอง ผกก.ป.สน.บุคคโล เป็น ผกก.สส.บก.น.8
พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ ผกก.สภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เป็น ผกก.สส.บก.น.9

พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอางค์ ผกก. (ทนท.นรพ.กอ.รมน.) สกพ.เป็น ผกก. สส.1 บก.สส.บช.น.
พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.1บก.สส.ภ.3 เป็น ผกก.สส.2บก.สส.บช.น.
พ.ต.ท.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจน์กิจ รอง ผกก.จร.สน. พหลโยธิน เป็น ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.
พ.ต.ท.ชิตสันต์ ผลประสิทธิ์ รอง ผกก.กลุ่มงานส่งเสริมงานสอบสวน 2 สบส. เป็น รอง ผกก.สส.บก.น.1
พ.ต.ท.สมภพ แก้วรุณคำ นว. (สบ 3) ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรอง ผกก.สส.บก.น.2
พ.ต.ท.เชิดชาย เจริญสุทธิโยธิน รอง ผกก.ป.สน.คันนายาว เป็น รอง ผกก. สส.บก.น.3
พ.ต.ท.จุมพล อันทลักษณะ สว.กก.สส.บก.น.3 เป็น รอง ผกก.สส.บก.น.3

พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ ดีพอ นว. (สบ 3) ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น รอง ผกก.สส.บก.น.6
พ.ต.ท.ณัฎฐพัชร์ ผดุงจันทร์ ผู้ช่วย นว.(สบ 3) จตช. เป็น รอง ผกก.สส.บก.น.8
พ.ต.ท.อัศวิน เมฆสุขใส สว.สส.สน.ตลิ่งชัน เป็น รอง ผกก.สส.บก.น.9
พ.ต.ท.ธนกฤต กนิษฐกุล รอง ผกก.ฝอ.บก.สปพ. เป็น รอง ผกก.สส.1บก.สส.บช.น.
พ.ต.ท.สหพร เอียกานา สว.สส.สน.ทุ่งมหาเมฆ เป็น รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.
พ.ต.ท.สุวัฒน์ เกิดแก้ว สว.กก.สส.บก.น.6 เป็น รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.

ยังมีอีกแยะ ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งนั้น!!!
Read more >>

คำสั่งแต่งตั้ง บช.ก.

5 กพ. 2554 21:02 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.- ผกก. ออกมาเช่นกัน โดยตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.สภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็น ผกก.4 บก.ป.
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขวัฒน์ธนกุล ผกก.5 บก.ป. ขยับขึ้นเป็น รอง ผบก.ปคบ.
พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี ผกก.3 บก.ป. เป็น รอง ผบก.ปคม.
พ.ต.อ.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผกก.6 บก.ป. เป็น รอง ผบก.ปปป.
พ.ต.อ.วีระพันธ์ ทันใจ ผกก.2 บก.ปปป. เป็น รอง ผบก.อก.บช.ก.
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. ขึ้นเป็น รอง ผบก.รน.

พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผกก.1 บก.ป. เป็น ผกก.2 บก.ป.
พ.ต.ท.พลฑิต ไชยรส รอง ผกก.2 บก.ป. เป็น ผกก.1 บก.ปปป.
พ.ต.ท.นิรันดร์ นามสุวรรณ รอง ผกก.3 บก.ป. เป็น ผกก.3 บก.ป.
พ.ต.ท.อธิป ฉิมอร่าม พงส.(สบ3) กก.4 บก.ป. เป็น ผกก.5 บก.ป.

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ ตร.กำหนด โดยนำหลักเกณฑ์เรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และผลการแสดงวิสัยทัศน์มาประกอบการพิจารณา ซึ่งตนสนับสนุนตำรวจที่มีแนวคิดเป็นตำรวจยุคใหม่ซึ่งสามารถสานต่อ

นโยบาย “ตำรวจกลับหลังหัน” และ”ตำรวจยุคใหม่ไม่ทำผิด” ได้ 

นอกจากนี้ยังคัดเลือกตำรวจที่ทำคดีสำคัญๆ มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และตำรวจที่ทำงานเบื้องหลังในลักษณะปิดทองหลังพระซึ่งตนไม่มองข้ามและจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมด้วย

ผบช.ก. กล่าวด้วยว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ตนจัดให้มีการสัมภาษณ์ตำรวจระดับ รอง ผบก.ถึง สว. ทั้ง บช.ก. โดยให้ทุกคนแสดงวิสัยทัศน์ ผลงาน ตลอดจนโครงการหรือแผนงานที่จะทำในอนาคต ซึ่งตนก็ได้นำส่วนนี้มาประกอบการพิจารณาด้วย

“การแต่งตั้งย่อมมีผู้สมหวังและผิดหวัง หากเรายังไม่สมหวังก็อย่าท้อถอย ควรตั้งใจทำงานต่อไปให้ดีที่สุด ปัญหาในระบบแต่งตั้งมีแน่แต่ต้องช่วยกันแก้ วันหนึ่งจะประสบผลสำเร็จตามที่ต้องการ ซึ่งในส่วนของ บช.ก.ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาซึ่งจะใช้โอกาสวันรายงานตัวพูดคุยในส่วนที่เกิดปัญหาเพื่อจะได้แก้ไขต่อไป” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว และย้ำว่า ตำรวจในสังกัด บช.ก.นั้นจะต้องทำงานเอาผลงานมาแลกับความดีความชอบเท่านั้นเพราะตำรวจยุคใหม่ไม่ซื้อขายตำแหน่ง
Read more >>

คำสั่งแต่งตั้ง บช.น.

โดยคมชัดลึก เมื่อ 5 ก.พ.2554

คมชัดลึก :โผโยกย้ายนครบาลคลอดแล้ว 612 ตำแหน่ง เด็กนายได้ดีขึ้นเป็นรองผบก.ก.กันถ้วนหน้า ขณะที่ผู้กำกับคลองตันที่โดนนายกฯติงมีปัญหาตู้ม้าในพื้นที่เป็นรองผู้การ 3 ส่วนผู้กำกับสืบ.9 ที่เป็นพนักงานสอบสวนคดี พธม.ปิดสนามบินโยกไปเป็นผู้กำกับมักกะสัน ส่วนรองผกก.สส.เตาปูน มือสอบสวน ขยับขึ้นเป็น ผกก.สน.นิมิตรใหม่

(5ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บังคับการถึงสารวัตร ประจำวันที่ 4 ก.พ.54 สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 612 คน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 280 คน กองบัญชาการศึกษา จำนวน 45 คน กองการสอบ จำนวน 2 คน และกองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง 1 คน

ทั้งนี้ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ
พ.ต.อ.พีรพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.สส.เป็น รอง ผบก.น.2
ลพ.ต.อ.มานัส ศัตรูลี้ รอง ผบก.น.3 เป็น รอง ผบก.น.1
พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รองผบก.น.6 เป็นรอง ผบก.น.9
พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ขึ้น รอง ผบก.จร.
พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ การดี ผกก.สน.ประชาชื่น ขึ้นรองผบก.น.8
พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ขึ้นรอง ผบก.น.4
พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.4 บก.จร. เป็นรอง ผบก.น.4
พ.ต.อ.ศรัญญู ชำนาญราช ผกก.สน.มักกะสัน เป็น รอง ผบก.น.5
พ.ต.อ.สุพจน์ พรหมศิริ ผกก.สน.พหลโยธิน เป็น รอง ผบก.น.7

พ.ต.อ.ศรัณย์วุฒิ พิทักษากร ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เป็น รอง ผบก.น.7
พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5
พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผกก.สส.บก.น.8 ลูกน้องคนสนิทของพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.เป็นรองผบก.น.5
พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.ธรรมศาลา เป็นผกก.สน.ลุมพินี
พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว โยกมาเป็น ผกก.สน.ห้วยขวาง
พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.สน.มีนบุรี เป็น ผกก.สน.ทองหล่อ
พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต เป็น ผกก.สน.ชนะสงคราม
พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.สำเหร่ เป็น ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ
พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.ควบคุมฝูงชน 1 บก.อคฝ. เป็น ผกก.สน.พลับพลาไชย 2
พ.ต.อ.สำเริง สวนทอง ผกก.สน.ทองหล่อ เป็น ผกก.สน.มีนบุรี
พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.สน.ห้วยขวาง เป็น ผกก.ดส.
พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.(ศบท.บก.ทท.) บช.ตชด. มาเป็น ผกก.สน.คลองตัน
พ.ต.ท.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน มือสอบสวน ขยับขึ้นเป็น ผกก.สน.นิมิตรใหม่

ขณะที่ฝ่ายสืบสวนนครบาลก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย เช่น
พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.บก.น.9 ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมปิดสนามบิน 2 แห่ง โยกมาเป็น ผกก.สน.มักกะสัน
พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.3 สลับมาเป็น ผกก.สส.บก.น.4

พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.3 ข้ามกองบัญชาการมาเป็น ผกก.สส.2 บก.สส.
พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ นักสืบมือดี ย้ายจาก ผกก.1 บก.สส.สตม. มาเป็น ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.

(5ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บังคับการถึงสารวัตร ประจำวันที่ 4 ก.พ.54 สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 612 คน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 280 คน กองบัญชาการศึกษา จำนวน 45 คน กองการสอบ จำนวน 2 คน และกองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง 1 คน

ทั้งนี้ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ
พ.ต.อ.พีรพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.สส.เป็น รอง ผบก.น.2
พ.ต.อ.มานัส ศัตรูลี้ รอง ผบก.น.3 เป็น รอง ผบก.น.1
พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รองผบก.น.6 เป็นรอง ผบก.น.9
พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ขึ้น รอง ผบก.จร.
พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ การดี ผกก.สน.ประชาชื่น ขึ้นรองผบก.น.8
พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ขึ้นรอง ผบก.น.4
พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.4 บก.จร. เป็นรอง ผบก.น.4
พ.ต.อ.ศรัญญู ชำนาญราช ผกก.สน.มักกะสัน เป็น รอง ผบก.น.5
พ.ต.อ.สุพจน์ พรหมศิริ ผกก.สน.พหลโยธิน เป็น รอง ผบก.น.7

พ.ต.อ.ศรัณย์วุฒิ พิทักษากร ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เป็น รอง ผบก.น.7
พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5
พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผกก.สส.บก.น.8 ลูกน้องคนสนิทของพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.เป็นรองผบก.น.5
พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.ธรรมศาลา เป็นผกก.สน.ลุมพินี
พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว โยกมาเป็น ผกก.สน.ห้วยขวาง
พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.สน.มีนบุรี เป็น ผกก.สน.ทองหล่อ
พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต เป็น ผกก.สน.ชนะสงคราม
พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.สำเหร่ เป็น ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ
พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.ควบคุมฝูงชน 1 บก.อคฝ. เป็น ผกก.สน.พลับพลาไชย 2
พ.ต.อ.สำเริง สวนทอง ผกก.สน.ทองหล่อ เป็น ผกก.สน.มีนบุรี
พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.สน.ห้วยขวาง เป็น ผกก.ดส.
พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.(ศบท.บก.ทท.) บช.ตชด. มาเป็น ผกก.สน.คลองตัน
พ.ต.ท.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน มือสอบสวน ขยับขึ้นเป็น ผกก.สน.นิมิตรใหม่

ขณะที่ฝ่ายสืบสวนนครบาลก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย เช่น
พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.บก.น.9 ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมปิดสนามบิน 2 แห่ง โยกมาเป็น ผกก.สน.มักกะสัน
พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.3 สลับมาเป็น ผกก.สส.บก.น.4

พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.3 ข้ามกองบัญชาการมาเป็น ผกก.สส.2 บก.สส.
พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ นักสืบมือดี ย้ายจาก ผกก.1 บก.สส.สตม. มาเป็น ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.
พ.ต.ท.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผกก.จร.สน.พหลโยธิน นักสืบในสังกัด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10) ได้ดีขึ้นเป็น ผกก.สส.4 บก.สส.
พ.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผกก.จร.สน.ทองหล่อ เป็น ผกก.สส.บก.น.2
พ.ต.ท.นีรนาท ฉินประสิทธิชัย รอง ผกก.ป.สน.จักรวรรดิ เป็น ผกก.สส.บก.น.5
พ.ต.ท.พรชัย ชลอเดช รอง ผกก.ป.สน.บุคคโล เป็น ผกก.สส.บก.น.8
Read more >>

คำสั่งแต่งตั้ง 'รองผบก.-สว.' ลอตแรกคลอดแล้ว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.-สว.ลอตแรก ไปแจกจ่ายสื่อมวลชน ลงวันที่ 31 ม.ค. 54 ให้มีผลบังคับใช้ วันที่ 10 ก.พ.เป็นต้นไป...

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บ่ายวันที่ 2 ก.พ.

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

นำเอกสารคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว.ลอตแรก ไปแจกจ่ายสื่อมวลชน คำสั่ง

บช.ส.จำนวน 33 นาย คำสั่ง บช.สทส. จำนวน 36 นาย คำสั่ง 


บช.ภ.7 จำนวน 251 นาย คำสั่ง 


บช.ตชด.จำนวน 179 ราย และคำสั่ง 


บช.สพฐ.ตร.จำนวน 127 นาย รวมทั้งสิ้น 626 นาย 

ลงวันที่ 31 ม.ค. 54 ให้มีผลบังคับใช้ วันที่ 10 ก.พ.เป็นต้นไป

สำหรับคำสั่งที่น่าสนใจเป็น บช.ภ.7 อาทิ
พ.ต.อ. กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม โยกเป็น รอง ผบก.สส.ภ.7
พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ. ราชบุรี เป็น รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี
พ.ต.อ.ทิวา บุญดำเนิน รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี เป็น รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร
พ.ต.อ.กษณะ แจ่มสว่าง ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เป็น รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม
พ.ต.อ.คำรณ บุญเลิศ ผกก.สภ. เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เป็น รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี
พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ นพแก้ว ผกก.กสส.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี
พ.ต.อ.บุญธรรม วรรณรัตน์ ผกก.สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น รอง ผบก.ภ.จ. ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภานุเดช พัฒนธรรม ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็น รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสงคราม

พ.ต.อ.วันชัย ธารณธรรม ผกก.สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็น ผกก.สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็น ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี
พ.ต.ท.ชลิต เกตุศรีเมฆ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.7 เป็น ผกก.สภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
พ.ต.ท.ชูยศ ทองอยู่ รอง ผกก.ป.สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผกก.สส.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์
พ.ต.ท.นิรันดร ศิริสังข์ไชย รอง ผกก.สส.สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็น ผกก.สภ.ปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์
พ.ต.ท.ภัคภณ เล็กท่าไม้ รอง ผกก.สส.สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เป็น ผกก.สภ.บ้านแผ้ว จ.สมุทรสาคร
พ.ต.ท.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.7 นายตำรวจติดตามนายกรัฐมนตรี เป็น ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี

พ.ต.ท.จรัญ ยวงนุ่น สว.สส.สภ.เมืองนครปฐม เป็น รอง ผกก.สภ.บ้านยางชุม จ.ประจวบคีรีขันธ์
พ.ต.ท. จริน หงษ์ทอง สว.กก.สส.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น รอง ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร
พ.ต.ท.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ สว.สส.สภ. เมืองสมุทรสาคร เป็น รอง ผกก.ป.สภ.โพรงมะเดื่อ จ.นครปฐม
พ.ต.ท.ภคิน ศิวเมธากุล นว. (สบ 2) ผบช.ภ.7 เป็น รอง ผกก.ป.สภ.โคกขาม จ.สมุทรสาคร
พ.ต.ต.เชิดชาย ป้อชำนิ สวป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็น สว.สส.สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม
ร.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง นว. (สบ 1) ผบก.ภ.จ. กาญจนบุรี เป็น สว.กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี
ร.ต.อ.ธีระยุทธ สุทธิพนไพศาล รอง สว.กก.สส.ภ.จ.นครปฐม เป็น สว.สส.สภ. บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
ร.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง สว.จร.สภ.เมืองนครปฐม เป็น สว.กก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร
ร.ต.อ.สมคะเน อัครกันทรากร ผู้ช่วย นว. (สบ 1) ผบช.ภ.7 เป็น นว. (สบ 2) ผบช.ภ.7 และ
ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ เจนกิตติวัฒนา พงส. (สบ 1) สภ.เมืองสมุทรสาคร เป็น สว.สส.สภ. โคกขาม จ.สมุทรสาคร เป็นต้น
Read more >>

อชิรวิทย์โวยโผตำรวจ มี'ตั๋ว'การเมือง และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ ตร.

โดยข่าวสด เมื่อ 1 ก.พ.2554

ผบ.ตร.ยันโยกย้ายไม่ล่าช้า -ปลอดการเมือง น.1ออกตัวตั๋วไม่เยอะมีทั้งปชป.-มะเขือเทศ 'อชิรวิทย์' โวยแต่งตั้งรอง ผบก.-สว.มีตั๋วนักการเมืองเพียบ แฉบช.ภ.4 มีเกือบทุกตำแหน่ง ลั่นโผรองผบก.-สว.ต้องรื้อตรวจสอบให้ถูกต้อง เตือนตร.อย่าสยบให้การเมือง ขู่ซ้ำให้กลัวโดนย้ายเพราะอำนาจก.ตร.ด้วย

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับรองผบก.-สว.วาระประจำปี 2553 ว่า ขณะนี้การจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 90 โดยยังมีบางหน่วยที่ยังไม่เรียบร้อย เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดให้มีความถูกต้องมากที่สุด ทั้งนี้ตามหลักแล้วการจัดทำบัญชีเป็นอำนาจของผู้บังคับการแต่ละกองบัญชาการ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจในการปรับเกลี่ยตำแหน่งที่ว่าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกระดับและทุกภาค โดยระบุว่าในส่วนที่ยังมีความล่าช้าอยู่คือตำแหน่งของศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.)ที่ในส่วนที่ลงไปอยู่ในพื้นที่เป็นระยะเวลา 3 ปีสามารถขอย้ายออกจากพื้นที่ได้ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 26 ราย และในส่วนของตำแหน่งสารวัตรที่ต้องมีการ พิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะเช่น ด้านบัญชี และการสื่อสาร อย่างไรก็ตามการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายน่าจะแล้วเสร็จภายใน1-2วันนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ก.พ. ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้

"ขอยืนยันว่าความล่าช้าไม่ได้เกิดจากการวิ่งเต้นของผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะนักการเมือง ซึ่งยอมรับว่านักการเมืองมีสิทธิให้การเสนอแนะ แต่ไม่มีสิทธิเรียกร้องว่าจะให้ดำรงตำแหน่งใด เพราะองค์กรตำรวจถือเป็นองค์กรที่มีความเป็นระเบียบสูงมากกว่าองค์กรอื่นๆ" ผบ.ตร.กล่าว

ที่บช.น. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ถึงการทำบัญชีแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผบก-สว. ว่า ทั้งหมดเรียบร้อยดีขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของธุรการคือการตรวจสอบคุณ สมบัติ ส่วนการย้ายเข้าและออกนอกหน่วยนั้นมีจำนวนน้อยกว่า 2-3 ปี ที่ผ่านมา สำหรับเรื่องตั๋วไม่เยอะ แต่ตนจะดูเรื่องคนทำงานอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนังสือพิมพ์ลงว่าอกหักผิดหวังถึงขั้นลาออก พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า มีอยู่เพียง 1 คน คือ พ.ต.อ.ปกรณ์ กิติวัฒน์ ผกก. สส.บก.น.4 เนื่องจากใกล้เกษียณ ไม่ได้อกหักแต่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น อยู่ในกลุ่มอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสาเหตุที่ลาออกเขาตัดสินใจเลือกทางเดินอย่างนั้นไม่สามารถบังคับได้

สำหรับผกก.สน.ห้วยขวางคนใหม่ที่จะมาดูแลนั้นจะสามารถรับมือสถานบริการได้หรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า ตนว่าเขาทำได้ ซึ่งตนก็ได้ให้ระดับรองผบช.น.เลือกดูว่าใครจะมาทำหน้าที่ ก็เหมือนนักฟุตบอลเพียงดูว่าใครเล่นตำแหน่งไหนได้ก็ให้มาเล่น โดยในที่ประชุมต่างพอใจ รองผบช.น.ทุกนายก็เห็นด้วย

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีเด็กพรรคประชาธิปัตย์ได้ดีกันทุกคน พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า มีการคละกันไป บางทีก็เด็กพรรคประชาธิปัตย์ บางทีก็มะเขือเทศ แต่ตนจะเอาการทำงานเป็นตัวตั้ง คาดว่าภายใน 7 วัน ทราบกันว่าใครทำงานส่วนไหน

ด้านพล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รองผบ.ตร. ในฐานะว่าที่ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในตำแหน่งรองผบก.-สว.วาระประจำปี 2553 ว่า ก่อนหน้านี้ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า หากตนมีอะไรก็ขอให้พูดคุยกันภายในที่ประชุมก.ตร. แต่ระหว่างที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯในตำแหน่ง ก.ตร. จึงขอมาพูดผ่านสื่อในเรื่องที่ควรจะพูดในก.ตร.

"ที่ผ่านมาแม้ผมจะออกมาเตือนผบ.ตร. และผบช.ถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ถึงตอนนี้ก็ยังมีโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนที่ผมวันละหลายร้อยครั้ง ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ประกอบกับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับยังทำไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตอนนี้มีบางกองบัญชาการที่ผมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นบช.ในพื้นที่ภาคอีสาน โดย เฉพาะใน บช.ภ.4 เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนมากมาย ซึ่งในการประชุมพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายก็มีการกล่าวอ้างว่า มีบัญชีฝากจากตร.และฝ่ายการเมืองเกือบทุกตำแหน่ง ทำให้การพิจารณาแต่งตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมและไม่เป็นตามวัตถุประสงค์ ไม่เป็นไปตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ" พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างตำรวจบางคน ก่อนหน้านี้เป็นสารวัตรหัวหน้าสถานี ในสังกัดบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ที่ได้รับรางวัลมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้รับการเสนอชื่อจากผบก.จว.ให้แต่งตั้งขึ้นตำแหน่งสารวัตรใหญ่หัวหน้าสถานี ซึ่งได้รับการยกฐานะ แต่รายชื่อกลับถูกตีตกในที่ประชุมบอร์ดคัดเลือก และไม่มีรายชื่อแม้ในตำแหน่งรองผกก.ด้วยซ้ำ ดังนั้น ต้องตอบคำถามเรื่องนี้ให้ได้ว่า เหตุใดจึงแต่งตั้งสารวัตรธรรมดาที่ไม่ใช่ตำแหน่งสารวัตรหัวหน้าสถานีมาดำรงตำแหน่งรองผกก. ได้ ทั้งที่สารวัตรหัวหน้าสถานีคนดังกล่าวครองตำแหน่งมากว่า 7 ปีแล้วกลับตั้งขึ้นไม่ได้

พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอฝากไปยังผบช.ภ.ทุกแห่งที่มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 54 ถ้าหากมีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ลุแก่ โลภะ โมหะ โทสะ แต่งตั้งบุคลากรข้ามขั้นตอน หรือก่อให้เกิดความแตกแยกในหน่วยงาน ตัวผบช.และรองผบช.ที่เป็นบอร์ดกลั่นกรองต้องร่วมรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า นอกจากเรื่องอำนาจนอกระบบที่เข้ามาแทรกแซง ยังมีเรื่องซื้อขายตำแหน่งด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าวว่า เป็นเรื่อง'ไปยาลใหญ่' ที่รู้กันอยู่ทั่วไป ก็ต้องพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ ที่ชัดเจนคือที่ประชุมทุกบช. ทางผบช.ต้องตอบคำถามรองผบช.ทุกคนว่า ตร. และฝ่ายการเมืองสั่งมา ซึ่งตั๋วต่างๆไม่มีคนเซ็นนำส่ง แต่เป็นตั๋วมืดที่ให้มารับบัญชีไปและต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนที่คำสั่งยังออกไม่ได้ เพราะทุกกองบัญชาการต้องส่งมาตรวจสอบว่าเป็นไปตามคำสั่งหรือไม่ เรื่องนี้ผบก.กองทะเบียนพลสามารถตอบได้ ส่วนตั๋วนักการเมืองมาจากใครนั้น ก็ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ นักการเมืองที่ต้องการใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ และเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งทั้งหมด ตนไม่ตำหนิฝ่ายการเมืองอย่างเดียว แต่ขอตำหนิฝ่ายตำรวจด้วย ที่นำตัวไปสยบกับฝ่ายการเมือง บอกแล้วว่า ตราแผ่นดินที่สวมอยู่หน้าหมวก ทำไมต้องไปศิโรราบกับตักนักการเมือง

"ทำไมคุณกลัวอำนาจนักการเมืองย้ายคุณหลุดจากตำแหน่ง แต่เหตุใดไม่กลัวว่า ต้องหลุดจากตำแหน่ง เพราะอำนาจของก.ตร.บ้าง พูดแบบไม่ต้องดัดจริต การแต่งตั้งโดยใช้ระบบอุปถัมภ์ร้อยละ 20 ก็พอรับได้ แต่อย่าถึงขั้นต้องใช้ระบบอุปถัมภ์ทั้งหมด ส่วนโผระดับรองผบก.-ส.ว. ส่วนตัวคิดว่า ต้องรื้อ เพราะอะไรที่ผิดก็ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง ประกอบกับก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาระบุว่า จะไม่แทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการบุคลากรตำรวจตามรัฐธรรมนูญ แต่ตอนนี้เหตุใดตั๋วกลับมีเต็มไปหมด และขอเตือนว่า หากแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่ถูกต้อง ก็มีความผิดตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 54 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157" พล.ต.อ. อชิรวิทย์กล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม. รับทราบมติที่ประชุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่พิจารณาเรื่องขอรับการสนับสนุนวงเงินงบประมาณสำหรับเงินเพิ่ม เป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน และขออนุมัติให้สตช. แก้ไขระเบียบก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ สำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ศ. 2553 ให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.53

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายชื่อนายตำรวจใน บช.น. ที่น่าสนใจและคาดว่าจะได้รับการโยกย้ายในครั้งนี้คือ พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.จต. อดีตผกก. สส.บก.น.5 กลับนครบาล เป็นรองผบก.จร., พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร รองผบก.อก. เป็นรองผบก.จร., พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.ตชด. โยกมาเป็นผกก.สน. คลองตัน, พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.บุปผาราม เป็นผกก.สน.วัดพระยาไกร, พ.ต.อ.สมโภชน์ ทัศนา ผกก.ฝอ.1 บก.อก. เป็นผกก.สน.บุปผาราม, พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ ผกก.สภ.หนองสองห้อง จ.ขอน แก่น เป็นผกก.สส.บก.น.9

พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ รองผกก.ปป. สน.ดินแดง เป็นรองผกก.ปป.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.พรเทพ สูติปัญญา รองผกก.จร.สน. ห้วยขวาง เป็นรองผกก.ปป.สน.แสมดำ, พ.ต.ท. พาติกรณ์ ศรชัย สวป.สน.ห้วยขวาง ขึ้นเป็นรองผกก.ปป.สน.ฉลองกรุง, พ.ต.ท.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ สว.จร.สน. พระราชวัง เป็นสว.จร. สน.พลับพลาไชย 2, พ.ต.ต.เอกนรินทร์ สุวรรณ ทา สว.ฝอ.8 บก.อก. เป็นสว.จร.สน.พระราชวัง, พ.ต.ต.อดิเรก วิเศษชูชาติ สว.ฝอ.3 บก.อก. เป็นสว.จร.สน.บางพลัด, พ.ต.ต.เนติ วงษ์กุหลาบ สว.ฝอ.5 บก.อก. (สารวัตรประชาสัมพันธ์) เป็น สว.จร.สน.ลาดกระบัง, พ.ต.ต.เมธี ไกรทอง สว.อก.บก.น.1 เป็นสวป.สน. มักกะสัน พ.ต.ต. สุรพงษ์ พุฒขาว ผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10) เป็นสว.สส.สน. บางนา เป็นต้น
Read more >>

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget